Farm to Table Hideout มองฟาร์มมุมใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578706

โดย Gourmet & Cuisine 23 ก.พ. 2559 16:01

 

ในที่สุด Farm to Table แห่งที่ 2 ก็ถือกำเนิดขึ้น หลังจากที่ คุณจอย เจ้าของร้านซุ่มเตรียมการมานานกว่า 2 ปีเต็ม ปล่อยให้คนรักอาหารสุขภาพรอคอยกันอยู่สักพักใหญ่ ที่นี่ไม่ได้เปลี่ยนไปเฉพาะการตกแต่งที่ดูโตขึ้น โดยรีโนเวตอาคารสมัยรัชกาลที่ 5 อายุเกือบ 200 ปี ให้กลายเป็นสไตล์คอนเทมโพรารีที่ยังคงโครงสร้างเดิมของอาคารเอาไว้ คุณจอย ยังเพิ่มไอเดียให้เมนูไอศกรีมรสชาติใหม่ ดูสนุก และชวนท้องร้องมากขึ้นด้วย

คุณจอย เล่าให้ฟังว่า ฟาร์มทูเทเบิล ไฮด์เอาต์ เลือกใช้วัตถุดิบจากฟาร์มออร์แกนิกของครอบครัวในจังหวัดเชียงราย มาทำเป็นอาหารสไตล์โฮมเมดเหมือนเคย ซึ่งต่างจากฟาร์มทูเทเบิล ออร์แกนิก คาเฟ่ ตรงที่มีเมนูใหม่โดยคิดสูตรร่วมกันกับน้องที่เรียนจบจากโอแฮป ทำให้อาหารมีความซับซ้อน ชวนว้าว และมีความเป็นไทยเพิ่มขึ้น ฉีกรูปแบบจากร้านเดิมที่อร่อยง่ายๆ และมีรสชาติตรงไปตรงมา อย่างการจับขนมไทยมาคู่กับไอศกรีมรสชาติต่างๆ เราว่าคุณจอยทำออกมาได้ผ่านฉลุย

จานที่ยกให้เป็นนัมเบอร์วันคือ ไอศกรีมมะพร้าวอัญชันเสิร์ฟกับข้าวตอกตั้ง ไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอมรสละมุนผสมกับน้ำอัญชัน กินกับข้าวตอกตั้งเหนียวหนึบ แนะนำว่าให้ตักไอศกรีมเข้าปากสลับกับขนม รับรองว่ากินเพลินจนคำสุดท้าย ต่อด้วยไอศกรีมงาดำและงาขาวกินกับบัวลอยมันหวาน ไอศกรีมงาดำและงาขาวรสหวานหอม เข้ากันกับบัวลอยหวานมันเคี้ยวหนึบหนับ ราดน้ำกะทิรสเค็ม ไอศกรีมถั่วแระญี่ปุ่นก็อร่อยไม่เป็นรองเมนูไหน ถั่วแระญี่ปุ่นเค็มๆ มันๆ ผสมกับไอศกรีมวานิลลากลิ่นหอม กินแล้วสดชื่น หรือใครอยากอิ่มท้องขึ้นมาหน่อยต้องสลัดไก่อบ ไฮไลต์จานนี้นอกจากผักสลัดสีสวยปลอดสารแล้ว ไก่อบเนื้อนุ่มและน้ำสลัดข้าวหอมมะลิส่งตรงจากเชียงใหม่ก็ทำให้ใจละลายไปไม่น้อยกว่ากัน

ปิดท้ายด้วยกาแฟเฟรนช์เพรส เมล็ดกาแฟออร์แกนิกจากเชียงใหม่ กลิ่นหอม รสเข้มกำลังดี ดื่มอุ่นๆ ช่วยผ่อนคลาย เป็นการจบมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบสำหรับร่างกายและจิตใจจริงๆ

พิกัดความอร่อย: 15 ซอยท่ากลาง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เปิดบริการ 11.00-21.00 น.
โทร. 0-2004-8771
ราคา 52-112 บาท
ไม่รับบัตรเครดิต

ที่มา – Gourmet & Cuisine
www.gourmetandcuisine.com

“ก้อยกุ้ง” ทีเด็ด “น้ำสะเออะ” มื้อพิเศษที่สถาบันอาหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/580008

โดย คุณชาย 3 21 ก.พ. 2559 05:01

 

“ก้อยกุ้ง” ทีเด็ด “น้ำสะเออะ”.

ยังอยู่ในบรรยากาศเดือนแห่งความรัก… “กุมภาพันธ์” คุณชายตะลอนชิมฉบับนี้ขอ ย้อนรอยเส้นทางเมนูกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน พิกัด…โรงเหล้าเตากลั่นบางยี่ขัน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

“หรุ่ม”…“ล่าเตียง”…“ช่อม่วง”…ของว่างคาว.

เมนูแรก…เปิดด้วยอาหารว่าง ที่เรียกว่า “หรุ่ม”…ลักษณะสี่เหลี่ยมห่อด้วยไข่เป็นร่างแหกรอบ บางทีก็เรียกว่า “ล่าเตียง”…หลายคนอาจจะไม่รู้จัก เห็นรูปแล้วจะร้องอ๋อ ตามติดชิดมากับ “ช่อม่วง”…ของว่างคาวที่คุ้นเคย

ยำใหญ่…สลัดแบบไทย น้ำยำสุดแซ่บ.

คั่นด้วยยำใหญ่…สลัดแบบไทย มีหมู กุ้ง ไข่ คล้ายๆสลัดเมืองนอกแต่ปรุงรสด้วยน้ำยำ รสชาติออกไทยแท้ เผ็ด เปรี้ยว แซ่บ…อย่าบอกใคร แล้วก็มาถึงเมนูเซตที่สาม น้ำพริก เครื่องจิ้ม เรียกว่า “ก้อยกุ้ง” หากินยากสุดๆ

คนโบราณสมัยก่อนตามหัวเมืองต่างๆเมนูชาวบ้านแท้ๆจริงๆกิน…ปรุงกันแบบดิบๆสุกๆ พอมาปรุงตำรับชาววังทุกอย่างก็จะต้องพิถีพิถันที่สุด มีการทำ เครื่องน้ำจิ้ม ทำเครื่องกุ้ง ทำผักแกะสลัก รายละเอียดทุกอย่าง วิจิตร งดงาม ตระการตา ไม่ใช่แค่ว่าจะอร่อยลิ้นเพียงอย่างเดียว

ชุดอาหารคาว จะมีข้าวหุงปรุง อย่างเทศ ความพิเศษของข้าวหุงที่ว่านี้จะคล้ายๆกับข้าวหมก แต่จะอบด้วยเครื่องเทศ กลิ่นลักษณะพิเศษก็คือ “ลูกเอ็น” ที่ให้กลิ่นเฉพาะ คนไทยเรียกเพี้ยนมาเป็นแบบนี้ ที่จริงแล้วเรียกว่า “ลูกเฮ้น” หรือ “กระวานเทศสีเขียว” แล้วก็ใส่เห็ด มะเขือเทศเข้าไปอบด้วย

“แกงคั่วหมู”…เมนูกินกับข้าว ตำรับโบราณจริงๆจะต้องเป็นแกงคั่วหมูใส่ระกำ แล้วก็ใส่ปลากรอบเข้าไปเพื่อให้หอมชวนกิน กลิ่นยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ส่วน “มัสมั่นหมู”…ใช้มันเทศเพิ่มความหวานของแกงมัสมั่น ตามด้วย…“รังนก” แบบคาว ใช้รังนกอย่างดีไปตุ๋นแล้วใส่ไก่ฉีก เหมือนซุป ทานแล้วสดชื่น อร่อยลึกเข้าไปถึงหัวใจ

“บัวลอยโบราณ”-“ส้มฉุน”…เครื่องหวานผลไม้ลอยแก้ว.

มาถึงเมนูของหวาน แน่นอนขนมไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก “บัวลอยโบราณ” เอกลักษณ์ของเมนูนี้มาจากกลิ่นของแป้ง และมะพร้าวกะทิโรยด้วยงาขาวคั่ว หอมหวานเกินกว่าที่จะบรรยายได้เป็นตัวอักษร อีกถ้วยคือ “ส้มฉุน”…เป็นเครื่องหวานผลไม้ลอยแก้ว มีกลิ่นหอมของตัวน้ำเชื่อมใช้ส้มซ่าใส่เข้าไป เพื่อให้มีเอกลักษณ์พิเศษ แล้วตัวส้มฉุนถ้าพิจารณาถึงกาพย์เห่ดีๆ ไม่ได้หมายถึงตัว “ส้ม”

แต่พระองค์ท่านฯ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 พระราชนิพนธ์ว่า… “ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่น เรียกส้มฉุนใช้นามกร” เอกลักษณ์ของเมนูนี้คือความเป็นลิ้นจี่ สมัยก่อนอาจจะมีรสชาติละมุนละไมหอมหวาน บางคนเข้าใจผิดว่าเป็นส้มซ่าก็ไม่ใช่อีก ก็คือการแทนผลไม้ตัวหนึ่ง

ทุกเมนูมีความยากง่ายไม่เท่ากัน ถ้าจะพูดถึงความยากในการประดิดประดอยก็ต้องยกให้เครื่องว่าง…เพราะกว่าจะได้แต่ละดอกแต่ละชิ้นใช้เวลาและยากทีเดียว พวกแกงก็ยาก ต้องมีเสน่ห์ในความเป็นไทย

กลิ่นหอมเครื่องแกงโดดเด่น ครบเครื่องเอกลักษณ์เด่นของแต่ละเมนูที่มีลักษณะเฉพาะตัว แกงคั่ว ก็ต้องหอมเครื่องแกง…กลิ่นปลากรอบ มัสมั่นต้องกลิ่นออกแกงแขก มีรายละเอียดเทคนิคการปรุงเฉพาะ

เปิดเคล็ดลับ “ก้อยกุ้ง” เมนูนี้ประยุกต์ใช้กุ้งแม่น้ำ เอามาแต่เนื้อ จะทำให้อร่อยต้องมีเทคนิค สมัยก่อนอาจจะเอากุ้งไปย่างแล้วก็เอามาฉีก ก็มีน้ำสะเออะ…โดยเอากุ้งที่ทำสุกๆดิบๆมาบีบน้ำมะนาว รอสักประเดี๋ยวจะมีน้ำออกมา นี่แหละที่เรียกกันว่า “น้ำสะเออะ”

พีระโรจน์ ศิริปัญจนะ หนึ่งในทีม “เชฟ จากัวร์ สตูดิโอ” บอกว่า กระบวนการที่ได้น้ำเหมือนกรดไปกัดโปรตีน เนื้อกุ้งจะขาว สุกๆดิบๆ น้ำที่ออกมาจะหอมกลิ่นมะนาว กระบวนการทำจะแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก…ส่วนที่เป็นตัวกุ้งมาคลุกกับสมุนไพร กับส่วนที่สองน้ำจิ้มเอาเนื้อกุ้งมาโขลกกับน้ำพริกเผาแบบโบราณแล้วเอามาราด

เริ่มทำเอากุ้งมาแบ่งเป็นสองส่วน เนื้อกุ้งสดไปโขลกตำกับเครื่องพริกเผาแล้วก็เอามาปรุงรสกับกะทิ ทำเป็นเครื่องน้ำจิ้มเตรียมเอาไว้ จากนั้นก็เอาเนื้อกุ้งส่วนที่สองจะไปย่างหรือรวนก่อนก็ได้แล้วเอามาซอยสับแล้วก็ใส่พวกเครื่องสมุนไพรไทย ตะไคร้ ใบมะกรูดซอย กะทิ น้ำปลา น้ำมะนาวลงไป

เทคนิคเคล็ดลับ “กุ้ง” ต้องไม่สุกมากเพื่อคงความหวานเอาไว้ พอคลุกเคล้าเข้าด้วยกันแล้วก็อาจจะเอาหนังหมูสามชั้นสุกซอย เคล้าเครื่องสมุนไพรอีกที ในนี้อาจจะใช้น้ำมะนาวปรุงด้วยเกลือใส่ไปด้วย จัดเสิร์ฟเป็นจานโรยหน้าก้อยกุ้งด้วยใบสะระแหน่นิดหน่อยแล้วก็จะมีขมิ้นขาว ผักสดแนม จัดเสิร์ฟให้น่ากิน

เมนูกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นมื้อพิเศษที่ ยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร จัดเลี้ยงปีใหม่ ประกิต หลิมสกุล และทีมงานสกู๊ปหน้า 1 นสพ.ไทยรัฐ ความยากนอกจากจะอยู่ที่กระบวนการปรุงแล้ว ยังมีความยากในการหาวัตถุดิบทดแทนบางอย่างที่ไม่มี ปรับให้เข้ากันได้

อาหารไทยชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เชิญท้าพิสูจน์ได้ที่ “ศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย (THAI FOOD HERITAGE)” มีทั้งหมด 3 โซน…โซน 1 “สุวรรณภูมิดินแดนอุดมสมบูรณ์” แผ่นดินทอง…ทุ่งข้าว ชาวนา พระบารมีแผ่ไพศาล โครงการพระราชดำริ ดินแดนอันอุดม ทุกแห่งหนคือความสมบูรณ์

โซนที่ 2 “ครบเครื่อง ครัวไทย” พระอัจฉริยภาพแห่งความอร่อยของสมเด็จพระเทพฯ แหล่งสรรค์สร้างภูมิปัญญาไทย โถงรับรองด้านหน้าร้านอาหารบ้านไทย…บรรยากาศจำลองภายใน สู่โลกนวัตกรรม

โซนที่ 3 “นวัตกรรมอาหารไทยสู่ครัวโลก” นวัตกรรมแห่งผลผลิตไทย อาหารพันธุ์ไทย 50 สุดยอดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารบนโต๊ะ แล้วก็ปิดท้ายด้วย “ร้านอาหาร” จริงๆที่เอาไว้รับรองผู้มาเยือนเป็นกรณีพิเศษ จัดเลี้ยง สัมมนา อบรม ในบรรยากาศสวนสวยๆ เพลิดเพลินใจ ใกล้ชิดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

อยากรู้ว่าพิเศษแค่ไหน สิบปากว่าไม่เท่าตาดู…สิบตาดูไม่เท่ามาลองด้วยตัวเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเข้าเยี่ยมชม ประชุมสัมมนาได้ที่ โทรศัพท์ 0-2886-8088 เว็บไซต์ www.nfi.or.th
คุณชาย 3

เชื้อก่อโรค…กับขนมจีนแป้งสด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579112

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 19 ก.พ. 2559 05:01

 

นอกจากเส้นก๋วยเตี๋ยวและเส้นหมี่แล้ว ขนมจีนนับเป็นอาหารประเภทเส้นอีกชนิดที่ชาวเอเชียคุ้นเคยดี

เส้นขนมจีน ทำมาจากแป้งข้าวเจ้า มีด้วยกันสองชนิดคือ ขนมจีนแป้งสด เส้นจะขาวนุ่ม อุ้มน้ำ ไม่เหนียว หอมกลิ่นแป้ง และขนมจีนแป้งหมัก เส้นจะออกสีหม่น เหนียว เก็บค้างคืนได้โดยไม่บูด หรือเน่าเสียง่ายเท่าขนมจีนแป้งสด

ขนมจีนแป้งหมัก มีข้อด้อยตรงที่กระบวนการผลิตซับซ้อน ให้เวลานาน และใช้แรงงานสูง ปัจจุบันคนจึงหันมานิยมขนมจีนแป้งสดมากขึ้น อาจเพราะเส้นมีสีขาวน่าทาน

วิธีการทำก็รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาหมักแป้ง เพียงแค่นวดให้ได้ที่แล้วบีบลงในน้ำร้อนก็นำมาทานได้แถมยังเพิ่มสีสันเส้นให้สวยงามด้วยการผสมสีจากธรรมชาติ เช่น สีเขียวจากใบเตย สีส้มจากแครอท สีม่วงจากดอกอัญชัน ดูน่าทาน

ทว่า หากอุปกรณ์ที่ใช้ทำเส้นสดไม่สะอาด รวมทั้งผู้ที่ผลิตขนมจีนไม่รักษาสุขลักษณะส่วนบุคคลให้สะอาดและดีเพียงพอ ก็อาจทำให้ขนมจีนปนเปื้อนเชื้อก่อโรค เช่น เชื้อซาลโมเนลลาได้

ซาลโมเนลลา มักพบปนเปื้อนในอาหารสุกๆดิบๆที่ไม่ปรุงให้สุก ไม่ว่าจะเป็น แหนม ลาบ ก้อย รวมถึงผักสดต่างๆ

โดยเชื้อชนิดนี้ พบได้ในลำไส้คนหรือสัตว์ที่ป่วย หรือเป็นพาหะถูกขับออกมากับอุจจาระ หรือมูลสัตว์เมื่อมีการสัมผัส และไม่ทำความสะอาดหลังจากขับถ่าย หรือไม่ได้ล้างมือก่อนหยิบจับอาหารก็มีโอกาสสูงที่เชื้อซาลโมเนลลาจะเข้าสู่ร่างกาย จนทำให้เกิดโรคท้องร่วง หรืออาหารเป็นพิษได้

วันนี้ สถาบันอาหาร ได้สุ่มตัวอย่างขนมจีนแป้งสดจำนวน 5 ตัวอย่าง จากร้านค้าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเพื่อนำมาวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของเชื้อ ซาลโมเนลลา

ปรากฏว่า ไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อ ซาลโมเนลลา ในขนมจีนแป้งสดเลย วันนี้ผู้ที่ชื่นชอบทานขนมจีนสามารถทานได้อย่างสบายใจ.

บุ๋นเรียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578611

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ก.พ. 2559 05:01

 

บุ๋นเรียว หรือขนมจีนทรงเครื่อง อาหารเวียดนามยอดนิยมของเมืองดาลัด ซึ่งหาทานได้ตามตลาดสดทั่วๆไป จะมีขายตั้งแต่เช้ายันค่ำ ดาลัด ได้ชื่อว่าเป็น A Little Paris หรือปารีสเอเชีย เนื่องจากฝรั่งเศสได้เข้ามาฟื้นฟูสมัยที่ยึดเวียดนามเป็นอาณานิคม เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงทางตอนใต้ของเวียดนาม ภูมิประเทศส่วนใหญ่จะเป็นไหล่เขา บ้านเรือนก็ปลูกสร้างแบบวิลลาและทาสีพาสเทลสวยงาม อากาศที่นี่จะเย็นสบายตลอดทั้งปี ชาวเมืองดาลัดจึงนิยมทานอาหารที่มีน้ำซุปร้อนๆอย่าง บุ๋นเรียว

คุณขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู้ดสไตลิสต์ผู้คร่ำหวอดในวงการศิลปะและอาหารมากว่า 19 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ขาบสไตล์ จำกัด ให้บริการด้านการสร้างภาพลักษณ์และแบรนดิ้ง รวมทั้งงานออกแบบแนวคิด (Concept Designer) ให้กับธุรกิจอุตสาหกรรมอาหาร เป็นผู้หนึ่งที่ชื่นชอบเมืองดาลัดเป็นการส่วนตัว ด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเมืองดาลัด และยังคงรักษาไว้เป็นเอกลักษณ์ มีตลาดสดที่คนไปเดินจับจ่ายของกินของใช้ โดยตอนเช้าจะขายอาหารสด สายๆเป็นตลาดของฝาก ที่ขึ้นชื่อคือ อาร์ติโช๊ค (Atiso หรือ Artichokes) พืชที่มีคุณค่าทางอาหาร และมีสรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงตับ และมีสารออกฤทธิ์ชื่อไซนาริน-Cynarin ช่วยลดไขมันในเลือด ซึ่งจะมีทั้งสดและแห้ง แบบสไลด์ตากแห้งเพื่อชงเป็นชา และบดละเอียด รวมถึงผักแปรรูปอื่นๆ ตอนเย็นก็จะเป็นตลาดขายเสื้อกันหนาว เพราะมีภูมิอากาศที่เย็นตลอด บางครั้งใน 1 วันจะเจอถึง 4 ฤดูด้วยกัน ตอนเช้าฟ้าใส ใกล้เที่ยงจะอุ่นขึ้น ช่วงบ่ายอากาศจะครึ้มๆ ตกเย็นก็จะเริ่มหนาว

คุณขาบเล่าว่า ที่เขาผูกพันกับเมืองดาลัด ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเขาเกิดที่หนองคาย และเติบโตมาในชุมชนอินโดจีน ที่มีทั้งคนเวียดนาม ลาว และไทยอาศัยอยู่ด้วยกัน เช่นเดียวกับการทำอาหาร เพราะชีวิตอยู่กับอาหารมาแต่เด็ก ช่วยแม่อยู่ในครัว และพี่สาวก็ทำร้านอาหาร ส่วนคุณพ่อก็ค้าขายพืชไร่ทางการเกษตร เขาจึงมีอาชีพที่วนเวียนกับเรื่องอาหารและพืชไร่ จึงอยากจะช่วยสร้างภาพลักษณ์สินค้าทางการเกษตรของไทยเพื่อให้สินค้าเกษตรอยู่ได้อย่างยั่งยืน และเกษตรกรไทยจะอยู่อย่างสมาร์ทตลอดไป

สำหรับอาหารยอดนิยมบุ๋นเรียว เครื่องปรุง : ขนมจีน / ซี่โครงกระดูกหมูล้างสะอาด 1/2 กิโลกรัม / เนื้อหมูบด 300 กรัม / เลือดหมูหั่นชิ้น 300 กรัม / เนื้อปู 200 กรัม หอมแดงสับละเอียด 20 กรัม / หอมแดงปอกเปลือก 20 กรัม / ไข่ไก่ 1 ฟอง / มะเขือเทศหั่นชิ้น 5 ลูก / กุ้งแห้ง 80 กรัม / เต้าหู้หั่นชิ้นทอด 1/2 ถ้วย / ลูกกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ (จะมีขายเฉพาะที่เมืองดาลัด อาจใช้แบบผงแทนได้) / น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ / กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ / ต้นหอม 5 ต้น / เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ / กะปิ 1/2 ช้อนชา (ขาดไม่ได้เลย) / น้ำตาล 1 ช้อนชา / พริกไทยดำป่น 2 ช้อนโต๊ะ / ถั่วงอก 1 ถ้วย / พืชผักสมุนไพรพื้นบ้านหั่นหยาบ ตามชอบ

วิธีทำ 1) เริ่มด้วยต้มน้ำซุป โดยต้มน้ำประมาณ 1/2 หม้อ จนเดือด 2) จึงใส่ซี่โครงกระดูกหมูและหอมแดง และต้มต่อไปอีกประมาณ 20 นาที 3) ระหว่างนั้นทำหมูทรงเครื่อง โดยผสมเนื้อหมูบด เนื้อปู กุ้งแห้งโขลกละเอียด, หอมแดงสับ และไข่ไก่ ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วปั้นเป็นก้อนกลมใหญ่พอๆกับลูกปิงปอง ใส่ลงในหม้อน้ำซุป 4) ต่อมาเจียวกระเทียมสับ พอส่งกลิ่นหอม จึงใส่มะเขือเทศลงผัด พอมะเขือเทศยุบตัวค่อยเทลงในหม้อน้ำซุป แล้วปรุงรสด้วยเกลือ, กะปิ, น้ำตาล และพริกไทยดำ ให้ได้รสชาติกลมกล่อม 5) จากนั้นผัดน้ำมันกับลูกกะหรี่ ให้สีเหลืองกระจาย แล้วเทเฉพาะน้ำมันลงในหม้อซุป 6) ใส่เลือดหมูและเต้าหู้ทอด และต้นหอมเฉพาะส่วนโคนสีขาวลงในหม้อน้ำซุป ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วปิดไฟ เมื่อจะรับประทาน ค่อยหยิบจับขนมจีนใส่ชาม แล้วตักน้ำซุปที่ปรุงไว้ราดบนขนมจีน โรยหน้าด้วยใบต้นหอมซอย ทานคู่กับผักสมุนไพรพื้นบ้าน (ใบยี่หร่า……..และถั่วงอก) หากชอบรสจัดจ้านให้เติมพริกสดซอยและบีบมะนาวตาม.

Somtum Der ควันหลงส้มตำรางวัลมิชลิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575604

โดย Gourmet & Cuisine 16 ก.พ. 2559 16:01

 

“ส้มตำเด้อแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณความเป็นอีสานแบบสมัยใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม Michelin Guide New York City 2016 พูดถึงร้านส้มตำเด้อ นิวยอร์ก ไว้แบบนั้นครับ” คุณเอ้-ธนฤกษ์ เหล่าเราวิโรจน์ หนึ่งในหุ้นส่วนร้านเล่าให้ฟังถึงความสำเร็จ

คุณเอ้บอกว่า Somtum Der เป็นร้านอาหารอีสานรสชาติแบบคนขอนแก่น เป็นรสชาติที่คนอีสานกินและคุ้นเคย ไม่เผ็ดแต่รสจัดจ้าน เริ่มต้นโดยคุณเอ้ และคุณกร-กรณ์ธนัท ทองนำ ก่อนร่วมหุ้นกับคนไทยในนิวยอร์กขยายเป็นส้มตำเด้อ นิวยอร์ก ในย่านอีสต์วิลล์ ซึ่งยกเอาคอนเซปต์ตกแต่งของส้มตำเด้อไปทั้งหมด อาทิ บาร์ส้มตำทำจากไม้ลัง โถวัตถุดิบส้มตำ กระติบ แชนเดอเลียร์ สุ่มและหวด

ส่วนอาหารเพิ่มอาหารไทยจานเดียวเข้าไปด้วย หลังจากได้รางวัลส้มตำเด้อกลายเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกในนิวยอร์กที่ได้ดาวมิชลิน เร็วๆ นี้ส้มตำเด้อยังมีแผนขยายไปเปิดในเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม คุณเอ้ยังบอกถึงปัจจัยที่เลือกลงทุนในต่างประเทศว่าอาศัยดูจากไลฟ์สไตล์การกินข้าวนอกบ้านและความยากง่ายในการหาวัตถุดิบของแต่ละเมือง

หลังจากได้ดาวมิชลิน 1 ดวงมาครอง ทำให้ส้มตำเด้อ กรุงเทพฯ กลายเป็นที่สนใจของบรรดานักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังกรุงเทพฯ ส่วนที่นิวยอร์กไม่ต้องพูดถึง เพราะคิวจองยาวนานนับเดือนแล้ว คุณเอ้แนะนำให้เราชิมสะโพกไก่ทอดเด้อ อาหารจานเด่นติดอันดับท็อปเทนของไก่ทอดในนิวยอร์ก เราไม่สงสัยเลยว่าเพราะเหตุใด ด้วยหนังที่กรอบและเนื้อในที่ยังนุ่มชุ่มฉ่ำ รวมถึงรสชาติที่ผ่านการหมักจนออกรสออกชาติ หมูปิ้งกะทิสดก็เป็นอาหารชูโรงให้กลิ่นรสคล้ายหมูสะเต๊ะ แต่เนื้อสัมผัสแบบหมูปิ้ง กินกับเส้นหมี่และแจ่ว

ส่วนที่ห้ามพลาด ตำซั่วสกลนคร รสจัดจ้าน ใส่มาสารพัดสิ่ง โดยเฉพาะปลาร้าต้มที่หอมชวนกิน จานนี้ทำให้ตำไทยไข่เค็มรสชาติธรรมดาไปเลย อีกจานแนะนำที่ดังไกลระดับมิชลิน ซุปเปอร์ปีกไก่ รสหวานน้ำต้มกระดูกไก่ ตามด้วยรสเปรี้ยวและเผ็ดจากพริกลูกโดด ส่วนเนื้อไก่เปื่อยล่อน
สมแล้วที่ได้ดาวมาครอง

พิกัดความอร่อย: 5/5 ถนนศาลาแดง แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
เปิดบริการ 11.00-14.30 และ 16.30-23.00 น.
โทร. 0-2632-4499
ราคา 60-150 บาท
รับบัตรเครดิต VISA และ Master Card

ที่มา – Gourmet & Cuisine
www.gourmetandcuisine.com

หลบรถติดแวะนั่งชิล! กินแล้วร้องว้าว ลิ้มลองรสชาติที่คุณคุ้นเคย ‘COBALT’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566118

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 14:05

 

หลังเลิกงานอยากหาร้านอาหารนั่งชิลดีๆ สักร้าน ยังไม่รู้ไปไหนดี คู่มือคนเมือง ไทยรัฐออนไลน์ พาไปพบกับหนึ่งทางเลือกในการพักผ่อนสำหรับชาว Urbanista ทั้งหลาย คงจะหนีไม่พ้นการมองหาร้านอาหารบรรยากาศดีๆ สักแห่ง เพื่อเข้าไปใช้เวลาหลบเลี่ยงรถรา และความวุ่นวายบนท้องถนน พร้อมดื่มด่ำไปกับอาหารรสชาติเยี่ยม เติมพลังให้ตนเองกลับมาสดชื่นอีกครั้ง…

COBALT Created by Seefah ร้านอาหารรูปแบบใหม่ที่นำเสนอเมนูที่ผสมผสาน เมนูอาหารต้นตำรับที่ยังคงความอร่อยแบบดั้งเดิมของ “สีฟ้า” จากประสบการณ์แบบมืออาชีพที่หมั่นคอยดูแลรสชาติอาหาร และเครื่องดื่มมากว่า 80 ปี มาผสมผสานความทันสมัยในเมนูอาหารร่วมสมัยได้อย่างลงตัว พร้อมตอบสนอง Lifestyle สมัยใหม่ของเหล่า Urbanista อย่างแท้จริง ตั้งแต่บรรยากาศตกแต่งของร้านที่ออกไปทางสไตล์ Industrial Loft ที่เน้นความเรียบง่ายของวัสดุที่ใช้ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้ และสีสันของตกแต่งต่างๆ ที่มาในแบบ earth tone สบายตา เหมาะกับสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความเรียบง่ายน้อยๆ แบบ minimal แต่เน้นหนักในเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกสมจริง ทำให้บรรยากาศของที่นี่น่าจะตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างดี

COBALT Created by Seefah

นอกเหนือจากบรรยากาศที่ถูกตกแต่งออกมาในรูปแบบที่เรียบง่าย ผสมผสานดีไซน์ความสดใหม่ที่แสนทันสมัยเพิ่มเข้าไป จนน่าจะถูกใจใครหลายๆ คนแล้ว เมนูอาหารต่างๆ ที่ถูกคัดสรรมาเติมแต่งให้เห็นความเป็น COBALT ได้อย่างชัดเจนเพิ่มมากขึ้น จึงเริ่มต้นด้วยเมนูอาหารจานหลักระดับคลาสสิก ที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยลิ้มชิมรสกันมาแล้ว อย่าง บะหมี่แห้งปูหมูหวาน หมูสะเต๊ะ ขนมจีบ ข้าวอบหม้อดินเมนูต่างๆ หรือความพิเศษจากเมนูอาหารนานาชาติ ทั้ง โคบอลต์เบเกอร์ ลาบปลาแซลมอนสไตล์โคบอลต์ พิซซ่าไก่บาร์บิคิว ซีซ่าสลัด ฯลฯ ตอบโจทย์ความชอบที่หลากหลายของ Urbanista ได้อย่างลงตัว

บรรยากาศน่านั่ง

แน่นอน ความโดดเด่นของ COBALT Created by Seefah ก็ไม่ได้อยู่ที่เมนูอาหารจานหลักเท่านั้น เพื่อตอบสนอง Lifestyle ในทุกช่วงเวลาของคนรุ่นใหม่ แม้แต่วันสบายๆ ก็สามารถนั่งพักผ่อนในบรรยากาศชิลๆ พร้อมรับประทานอาหารและเครื่องดื่มรสชาติเยี่ยมแบบไม่หนักท้องอีกหลากหลายเมนูให้คุณได้เลือกสรร ทั้งอาหารทานเล่น อย่าง เกี๊ยวกรอบ สันคอหมูย่างจิ้มแจ่ว หรือจะเป็นของหวานรสชาติถูกปากอย่าง ข้าวเหนียวทุเรียน ไอศกรีมกับบราวนี่ ซึ่งหากสั่งพร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้วมานั่งจิบ ก็จะช่วยเติมความสดชื่นให้คุณได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แถมที่นี่ยังมีเครื่องดื่มหลากหลายชนิดที่พร้อมจะมาเติมความสดชื่น และช่วงเวลาที่แสนพิเศษของคุณได้อย่างสมบรูณ์

เครื่องดื่มหลากหลาย

ทดสอบ 5 เมนูเด็ดจาก COBALT Created by Seefah 

เมนูแรก : บะหมี่แห้งอัศวิน 

บะหมี่แห้งอัศวิน

ทดสอบ : เมนูนี้บอกเลยว่าต้องถูกอกถูกใจใครหลายๆ คน เป็นเมนูคลาสสิกของสีฟ้า กับบะหมี่ไข่โฮมเมด เส้นเล็กๆ แบนๆ เหนียวนุ่ม ทั้งยังมีเครื่องให้อีกมากมาย เข้ากันได้อย่างลงตัวทั้ง เซี่ยงจี๊ กุ้ง หมูแดง หมูหวาน ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง ฮือก้วย เนื้อไก่ และก้ามปู

เมนูที่ 2 : อีหมี่ 

อีหมี่

ทดสอบ : อีกหนึ่งเมนูต้นตำรับ 80 ปีจากสีฟ้า เมนูนี้พิเศษสุดๆ พ่อครัวจะต้องนำเส้นบะหมี่ไข่ที่สีฟ้าที่ทำขึ้นเองมาทอดให้เหลืองและกรอบ จากนั้นจึงนำลงหม้อดิน ใส่แฮม และไก่ฉีก แล้วราดด้วยน้ำซุป แล้วนำไปอบต่ออีก 15 นาที จนน้ำซุปซึมเข้าเส้น อีหมี่หม้อนี้จึงให้ทั้งความหอม ความนุ่ม และความกรอบของเส้นบะหมี่ รับรองว่าคุ้มค่ากับ 15 นาทีที่รอคอยอย่างแน่นอน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบรับประทานอาหารร้อนๆ ต้องไม่พลาดเมนูหม้อดินของ COBALT

เมนูที่ 3 : ลาบปลาแซลมอนรมควันสไตล์โคบอลต์  

ลาบปลาแซลมอนรมควันสไตล์โคบอลต์

ทดสอบ : “ลาบปลาแซลมอนรมควันสไตล์โคบอลต์” จากส่วนผสมเนื้อแซลมอนเพื่อสุขภาพที่อุดมไปด้วยคุณค่าโภชนาการทางอาหารจากปลาอย่างแท้จริง มาพร้อมเทคนิคการปรุงสไตล์โคบอลต์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่ หวานนุ่มละมุนลิ้นของเนื้อแซลมอนรมควันที่ผ่านการหั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ คลุกเคล้ากับน้ำลาบรสชาติเข้มข้น ครบรส เปรี้ยว เค็ม เผ็ดนิดหน่อย

เมนูที่ 4 : ช็อกโกแลตเบอร์เกอร์ 

ช็อกโกแลตเบอร์เกอร์

ทดสอบ : ใครที่กำลังมองหาเบอร์เกอร์รสชาติใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาช็อกโกแลตรสชาติเข้มข้นมาผสมผสานในเนื้อขนมปังที่หนานุ่ม แต่หอมอวลไปด้วยกลิ่นหอม และรสชาติดิบๆ ตามแบบของดาร์กช็อกโกแลต สอดไส้ด้วยเนื้อบดหนานุ่มชุ่มฉ่ำด้วยซอสบาร์บีคิว ที่ย่างสุกบนเปลวไฟตามสูตรเฉพาะโคบอลต์ พร้อมเบคอนทอดกรุบกรอบ และเชดด้าชีสแบบเน้นๆ สอดแทรกด้วยความกรอบอร่อยของผักสดและย่างที่ให้รสชาติกลมกล่อม เป็นเอกลักษณ์สไตล์โคบอลต์อย่างแท้จริง ขอบอกว่าคุณต้องมาลองสักครั้ง

เมนูที่ 5 : กริลล์ปลาแซลมอนกับมะม่วงซัลซ่า 

กริลล์ปลาแซลมอนกับมะม่วงซัลซ่า

ทดสอบ : ปลาแซลมอนย่างกับซัลซ่ามะม่วงทานคู่กับผักสด เป็นเมนูที่อยากให้ทุกคนได้ลองอีกหนึ่งเมนู บอกเลยว่าใครที่รักแซลมอนและชอบทานมะม่วง คุณจะโปรดปรานเมนูนี้มากเป็นพิเศษ ด้วยความสดรสชาติดีของเนื้อปลา และความหอมหวานของมะม่วง ทานคู่กันเป็นอะไรที่ลงตัวทีเดียว

นอกจาก 5 เมนูนี้แล้ว ยังมีเมนูน่าสนใจอีกมากมาย

ซีซาร์สลัด

ข้าวไข่ข้นกระเพราเป็ดย่าง

ข้าวเหนียวมะม่วง

หากใครอยากลองสัมผัสความแปลกใหม่ที่ดูเรียบง่าย แบบมีสไตล์ กับรสชาติอาหารที่แสนคุ้นเคยของ COBALT Created by Seefah แบบนี้แล้วล่ะก็ สามารถไปค้นหาความรื่นรมย์ที่ลงตัวได้ที่ The Ninth Tower ชั้น G ถนนพระราม 9 ร้านเปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 10.00 – 22.00 น. หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 0017 388 หรือ www.cobaltbyseefah.comและ www.facebook.com/cobaltbyseefah

เดียวดายแล้วจะทำไม? อร่อยไม่ง้อคู่ ฉีกแนววาเลนไทน์คนโสด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576657

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.พ. 2559 12:05

 

ธุรกิจน้อยใหญ่ ห้างร้านต่างๆ พากันเกาะกระแสเทศกาลแห่งความรัก “วันวาเลนไทน์” จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เจาะกลุ่มคู่รักกันอย่างล้นหลาม ทั้งสินค้าที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับคู่รักโดยตรง แต่ก็มีคนสวนกระแส เอาใจคนโสด ไม่ให้นั่งเหงา เดียวดายในวันแห่งความรักอีกต่อไป

งานนี้ร้านอาหารญี่ปุ่น Akari จัดโปรโมชั่นเอาใจคนโสด ให้ส่วนลดครึ่งราคากันไปเลย ภายใต้ชื่อแคมเปญ “Akari Valentine’s Day Special” พร้อมกับแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก เพียง 3 วัน ยอดไลค์ยอดแชร์ ทะลุพัน ไทยรัฐออนไลน์จึงส่งสาวโสด ลองไปใช้สิทธิ ทำตามเงื่อนไขเป๊ะ ไปคนเดียว นั่งทานคนเดียว เเละนั่งโต๊ะเดี่ยว เจ้าของร้านบอกว่า จะมาเป็นกลุ่มก็ได้ เเต่ต้องนั่งเเยกโต๊ะกัน

“ปวีณา คงคา” เจ้าของร้าน Akari บอกว่า เห็นคนโสดแล้วรู้สึกว่า อาจจะกลัวกับวันวาเลนไทน์ กลัวเหงา หรือกลัวการทานข้าวคนเดียวในวันแห่งคู่รัก เลยอยากรู้ว่า ออกมาได้นะ คนเดียวก็มีอะไรดีๆ ได้ และเล็งเห็นว่า ไม่มีใครที่ทำโปรโมชั่นสำหรับคนที่มาคนเดียวจริงๆ บรรดาคนโสดจะได้รับสิทธิ์ทานเมนูซูชิและซาซิมิมากกว่า 30 เมนูของทางร้าน โดยจ่ายเพียงเเค่ครึ่งราคาจากราคาเต็ม ระหว่างวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ ทางร้านจะขยายเวลาเปิดบริการตั้งเเต่ 11 โมงครึ่ง ถึง 4 ทุ่ม เพื่อรองรับลูกค้าที่คาดว่าจะมาเพิ่มมากขึ้น

เจ้าของร้านบอกด้วยว่า ทางร้านจัดทำโปรโมชั่นสำหรับคนโสดที่มาคนเดียว เนื่องจากร้านมีรูปแบบบรรยากาศที่เรียบง่าย มีโต๊ะเดี่ยวแบบซูชิบาร์ ปกติกลุ่มลูกค้าส่วนหนึ่งจะมาทานคนเดียวอยู่แล้ว จึงคิดต่อยอดมาเป็นโปรโมชั่นนี้เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าเดิม เเละขยายฐานลูกค้าใหม่ที่รู้จักโปรโมชั่นของร้านจากเฟซบุ๊ก

ส่วนลูกค้าที่ฉายเดี่ยวก็ปลื้มกับโปรโมชั่นนี้ รู้สึกว่าแปลกใหม่ดี แถมดึงดูดคนโสดที่ไม่อยากออกจากบ้าน และอยู่อย่างเหงาๆ เพราะปกติทานข้าวคนเดียวอยู่เเล้ว ใครไม่อยากเหงา ลองแวะเวียนไปทานดูที่ซอยสุขุมวิท 23.

รสปลาทูแม่กลองของแท้ ที่ ร้านเจ๊เก๊กฮวย แม่กลอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576938

โดย คุณชาย 2 14 ก.พ. 2559 05:01

 

ปลาทูแม่กลอง ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ว่าอร่อยอย่างไร

“คุณชาย2” ตามเสียงลือและกลิ่นปลาทูมาถึง “ร้านเจ๊เก๊กฮวย” ตั้งอยู่ริมถนนธนบุรี-ปากท่อ บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ขับรถจากกรุงเทพฯไป เห็นสะพานข้ามแม่น้ำเลียบลงซ้าย ช่วงเลี้ยวยูเทิร์นกลับ จะจ๊ะเอ๋กับร้านตรงหน้าเลย

เมนูยอดฮิตมี ปลาทูทอดน้ำปลา ปลาทูต้มมะนาว และปลาดุกทะเลผัดฉ่า เป็นต้น “คุณชาย2” เป็นคนว่านอนสอนง่าย ขอค้นหาความอร่อยในอาหารแต่ละอย่างตามคำเล่าลือ เมื่อบริกรวางบนโต๊ะก็ตักปลาทูร้อนๆ 1 ตัวใส่จานข้าวสวย ขออนุญาตกระซิบว่า การรับประทานปลาทู ถ้าจำนวนปลาทูเพียงพอกับคนนั่งรอบโต๊ะ ควรยกมาทั้งตัว เพื่อจะได้ไม่ทิ้งก้างเกะกะระรานคนอื่นๆ การทำอย่างนี้จะเรียกว่าอร่อยอย่างมีมารยาทก็ตามใจ

ปลาทูทอดน้ำปลาร้อนๆส่งกลิ่นท้าทายให้ลิ้มลอง บรรจงเซาะเนื้อออกมา 1 ซีก เพียงใช้ช้อนเซาะบริเวณหางให้เนื้อเปิดออก เอานิ้วหนีบให้เนื้อที่เปิดออกนั้นติดไว้กับช้อนแล้วยกขึ้น เนื้อปลาทูทั้งซีกก็แยกออกมาจากร่างอย่างง่ายดาย ชิมเนื้อปลาทูเปล่าๆพิสูจน์รสชาติก่อน พบว่าเนื้อปลาทูนุ่มนวล หอมกลิ่นเนื้อผสมกับน้ำปลาที่ราดรดมาอย่างพอเหมาะ แม้จะเค็มนิดๆ แต่เมื่อตามด้วยข้าวสวย 1 ช้อน รสเค็มนั้นหายไปทันที เหลือก็แต่เพียงความอร่อยของเนื้อปลาทูแท้ ปลาทูแม่กลอง

เอกลักษณ์ของปลาทูแม่กลองคือ “หน้างอ คอหัก” รสชาติอร่อยไม่เหมือนถิ่นใด เนื่องจากสภาพพื้นที่เหมาะสมและอาหารปลาอุดมสมบูรณ์ ถ้าจับมาอย่างอ่อนโยน คือไม่ทำให้ปลาตกใจถึงกับช็อกตายด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มรสอร่อยไปอีกหลายเท่าตัว

การทอดปลาทู คุณเนาวรัตน์แม่ครัวและเจ้าของร้านบอกว่า น้ำมันต้องไม่เยิ้ม ต้องกรอบ และเนื้อปลาทูต้องนุ่ม การทำอย่างนี้ได้ต้องอาศัยความชำนาญ เมื่อทอดสุกแล้วค่อยราดน้ำปลาลงไปในปริมาณที่พอเหมาะพอดี มากไปก็เค็มน้อยไปก็จืด

ลิ้มรสปลาทูทอดน้ำปลาแล้ว “คุณชาย2” หันไปชิมปลาทูต้มมะนาว

ซดน้ำใสๆไป 1 โฮก สัมผัสได้ว่ามีเปรี้ยวนำนิดๆ หอมเนื้อปลาทูสดเข้าจมูกหน่อยๆ มองไปยังเครื่องปรุงพบว่ามีน้อยมาก แต่ทำอย่างไรรสถึงได้กลมกล่อมนัก ซดตามไปอีก 1 โฮกเพื่อละลายข้อสงสัย รู้สึกคล่องคอ ตาสว่างกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที เนื่องจากความเปรี้ยวของน้ำมะนาวทำให้สดชื่น

น้ำซุปร้อนๆทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย พลันแว่วเสียงคุณเนาวรัตน์กระซิบว่า ความหอมของปลาทูมาจากความสด

พลันย้ำว่า “เราใช้ ปลาทูที่ขึ้นจากทะเลชนิดวันต่อวัน ไม่มีปลาทูค้าง คืน” และที่สำคัญ “เราไม่ใส่เครื่องปรุงมาก ถ้าใส่มากไปรสชาติปลาทูแท้ๆจะเสียหมด”

กระจ่างแล้วใช่ไหมว่า ทำไมปลาทูต้มมะนาวจึงใส่เครื่องปรุงน้อย

เคล็ดไม่ลับอีกประการหนึ่งคือ การเลือกปลาทู ร้านเจ๊เก๊กฮวยจะเลือกปลาทูขนาด 13-14 ตัวต่อกิโลกรัม เลือกสดๆที่ขึ้นจากทะเล ไม่เอาปลาทูแช่แข็งอย่างเด็ดขาด ความเชี่ยวชาญในการเลือกนี้ไม่มีใครมาตบตาได้ เพราะคนจ่ายตลาดคือสามี ที่อดีตเป็นไต้ก๋งเรือมาก่อน

ถ้าปลาทูไม่สด “นำมาต้มเนื้อจะเละ น้ำขุ่นและไม่อร่อย” คุณเนาวรัตน์สรุปประสบการณ์กว่า 30 ปีให้ฟังอย่างยิ้มแย้ม ท่ามกลางลูกค้าที่ทยอยเข้ามาสั่งอาหาร และบางโต๊ะก็จ่ายเงิน หลังจากพกพาความอิ่มอร่อยไปเต็มกระเพาะ

คนชอบอาหารรสจัด ถ้ามาร้านเจ๊เก๊กฮวยจะรับประทานอะไรดี

คำตอบของคุณเนาวรัตน์คือ ปลาดุกทะเลผัดฉ่า

กลิ่นเครื่องปรุงโชยมาแต่ไกล ในจานเห็นพริกไทยสด พริกสด กะเพรา ใบมะกรูดเขียวสดโรยมาประปราย ช้อนแรกลิ้มเนื้อปลาดุกเนื้อแน่นแต่มีความนุ่ม รสเผ็ดไม่โดดเด่นขนาดน้ำตาเล็ดน้ำตาไหล รสเผ็ดอยู่ในระดับปานกลาง “ถ้าต้องการเผ็ดมากก็บอกเราได้ เราทำอ่อนเผ็ดไว้เผื่อคนรับประทานเผ็ดไม่ได้” คุณเนาวรัตน์บอก

อาหารขึ้นชื่อของร้านยังมีปลากะพงผัดฉ่า ต้ม ยำ แกงอีกสารพัด แต่อาหารยอดนิยมไม่พ้นมีส่วนประกอบเป็น “ปลาทู”

คุณเนาวรัตน์บอกว่าร้านเปิดมาแล้ว 35 ปี ยืนหยัดอยู่ใต้สะพานริมแม่น้ำแม่กลองเสมอมา เสน่ห์ของอาหารไม่มีอะไรอื่นนอกจากปลาทูแม่กลอง และความสดใหม่ของปลา ทุกวันต้องตื่นไปซื้อตั้งแต่เช้ามืด กลับมาก็เปิดขายอาหารเช้า มีข้าวต้มปลากะพงและอีกหลายรายการ

การบริการนั้น “เราขายกันเอง ช่วยกันเฉพาะคนในครอบครัว ทั้งร้านมีลูกจ้างคนเดียว คือคนล้างจาน นอกจากนั้นเราช่วยกันทำทั้งหมด”

เมื่อถามถึงคนสืบทอด คุณเนาวรัตน์บอกว่า ลูกๆหลานๆไม่มีใครสืบต่อ เรียนจบก็เข้าไปทำงานในกรุงเทพฯกันหมด ถ้าสิ้นยุคพ่อแม่ก็เป็นอันว่าสิ้นร้านเจ๊เก๊กฮวยไปด้วย “เราจะทำต่อไป ตราบที่เรายังทำไหว” เจ้าของร้านเอ่ย พลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

ลูกค้าประจำมองอย่างไร นายสุรจิต ชิรเวทย์ อดีต ส.ว.จังหวัดสมุทรสงคราม ตีตั๋วลูกค้าประจำมานานปีบอกว่า “เฮียเขาเป็นไต้ก๋งมาก่อน ท่านดูของเป็นว่าที่ดีนั้นมันดีอย่างไร อย่างปลาทูต้มมะนาวรสชาติเขาไม่แซ่บเหมือนไทยๆ แต่ก็เหมาะกับคนไม่ชอบอาหารรสแรงร้อน”

พร้อมบอกว่า “คนทะเลจะเน้นเรื่องความสด จับโดยใช้อวนดำ อวนติด ใช้วัตถุดิบจากเครื่องประมงพื้นบ้าน มีปลากะพงก็เป็นปลาตก ปลาทะเล ไม่ใช่ปลาเลี้ยง ส่วนการปรุงเขาเป็นคนทะเล เขาทำพอดีสุก ไม่สุกเกิน เพื่อให้ความหวานในเนื้อปลายังอยู่ ทำให้คนที่เข้ามารับประทานเข้าถึงรสชาติอันแท้จริงของปลา”

“ร้านเจ๊เก๊กฮวย” เปิดขายทุกวัน ระหว่างเวลา 07.00-15.00 น. ติดต่อได้ที่เบอร์ 0-3471-1964 และ 08-7155-1694

อยากรู้ว่าความอร่อยของปลาทูแม่กลองเป็นอย่างไร สัมผัสได้ที่ร้าน “เจ๊เก๊กฮวย”.

คุณชาย 2

ผักบุ้งจีน…กับยาฆ่าแมลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575902

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.พ. 2559 05:01

 

หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “กินผักบุ้งช่วยบำรุงสายตา” กินผักบุ้งจะช่วยไม่ทำให้ปวดตา สายตาสั้น แสบตาหรือตาแห้ง

ที่เป็นเช่นนี้เพราะผักบุ้งมีสารที่เปลี่ยนไปเป็นวิตามิน A ที่เรียกว่า เบต้า-แคโรทีน จำนวนมาก และวิตามิน A นี้เอง เป็นสารที่ช่วยบำรุงสายตา และช่วยให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยง ไม่แสบ ไม่แห้ง

นอกจากเป็นแหล่งวิตามิน A แล้ว ผักบุ้งยังมีวิตามิน C มีเกลือแร่ มีธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน และมีใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่ายอีกด้วย

แม้ผักบุ้งจะเป็นผักที่มีคุณประโยชน์มากมาย และเหมาะกับทุกเพศทุกวัย ทว่า วันนี้อาจต้องระวังกันสักนิดเพราะในผักบุ้งจีนก็อาจมี “มัน” คือ ยาฆ่าแมลง ตกค้างอยู่ได้

ยาฆ่าแมลงที่ว่านี้ อาจปนเปื้อนมาจากแหล่งดิน และแหล่งน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูกผักบุ้ง หรืออาจตกค้างจากการใช้ในระหว่างการเพาะปลูกผักบุ้งของเกษตรกร

ปกติยาฆ่าแมลงที่เกษตรกรมักใช้ในการเพาะปลูกมีอยู่ 4 กลุ่มคือ กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต, กลุ่มออร์กาโนคลอรีน, กลุ่มคาร์บาเมต และกลุ่มไพรีทรอยด์ แต่ละกลุ่มจะมีอันตรายแตกต่างกันไป

วันนี้สถาบันอาหารสุ่มเก็บตัวอย่างผักบุ้งจีน จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์ยาฆ่าแมลงตกค้าง 4 กลุ่มข้างต้น จำนวนรวม 58 ชนิด

ผลปรากฏว่า มีผักบุ้ง 2 ตัวอย่าง ที่พบการตกค้างของยาฆ่าแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ สาร Cyfluthrin และสาร Cypermethrin

เห็นผลเป็นอย่างนี้แล้ว ขอแนะว่าควรล้างน้ำให้สะอาด โดยล้างให้น้ำไหลผ่านหลายๆครั้ง หรือใช้เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 4 ลิตร แช่นาน 10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด

แล้วจึงนำไปปรุงอาหาร หรือนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดปริมาณสารพิษที่ตกค้างและทานผักบุ้งกันได้อย่างปลอดภัย.

เห็นแล้วหิวหนักมาก! 5 ห้องอาหาร ‘เรเนซองส์’ เสิร์ฟครบไทย จีน อิตาเลียนฟู้ด!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574553

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 14:05

 

พูดถึงอาหารโรงแรม หลายคนคงนึกถึงแต่บุฟเฟ่ต์ บุฟเฟ่ต์ แล้วก็…บุฟเฟ่ต์ แต่คุณจะเปลี่ยนความคิดใหม่ เมื่อได้มาลิ้มลองอาหารหลายรสหลากสไตล์ ที่โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ เพราะที่นี่เขามีห้องอาหารให้คุณได้เลือกชิมถึง 5 ห้อง

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาคุณไปทัวร์ห้องอาหารทั้ง 5 ของโรงแรมสุดหรูแห่งนี้ แอบกระซิบให้ฟังก่อนว่าเขามีทั้งอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ อาหารจีน อาหารไทยประยุกต์ อาหารอิตาเลียนแท้ๆ พร้อมด้วยโซนเบเกอรี่แสนอร่อย เอาเป็นว่า อย่ารอช้า ตามมาดูกันเลยดีกว่า

1. ห้องอาหาร Fei Ya

ห้องอาหารเฟยยาเป็นห้องอาหารจีน ที่มีโลโก้คือรูปเป็ดบิน เนื่องจากที่นี่เขาโด่งดังเรื่องเป็ดปักกิ่งมากๆ เป็นสูตรเด็ดที่อร่อยไม่เหมือนใคร ด้วยการอบเป็ดจนหนังกรอบด้วยไม้ลิ้นจี่ ทำได้มีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ ใครที่ได้มาชิมเป็นต้องติดใจ อีกอย่างคือคำว่า เฟย ยา แปลเป็นภาษาไทยได้ตรงตัวว่า เป็ดบิน

เป็ดปักกิ่งสูตรพิเศษ

เป็ดปักกิ่งของที่นี่ มีเครื่องเคียงคือ ลิ้นจี่อบแห้ง กระเทียมสับ ต้นหอม หลังจากเลาะเอาหนังกรุบกรอบออกไปแล้วก็สามารถนำไปปรุงเป็นอาหารจานอื่นได้อีก ได้แก่ เมี่ยง ข้าวผัดเนื้อเป็ดและกานาฉ่าย เนื้อเป็ดผัดเกลือพริกไทยและกระเทียมกรอบ ซุปเนื้อเป็ดบ๊วยเค็มมะเขือเทศ และเนื้อเป็ดผัดซอสพริกขิง (ต้องโทร.สั่งล่วงหน้า)

ติ่มซำน่าทาน

และที่พลาดไม่ได้อีกอย่าง ก็คือ ติ่มซำ โดยเฉพาะช่วงนี้มีโปรโมชั่น All You Can Eat ราคา 788 บาทถ้วน รวมเครื่องดื่ม คุ้มค่าทั้งความอร่อยและราคา ที่สำคัญยังมีบริการ Tea Ceremony ชงชาตามตำรับโบราณ ซึ่งมีใบชาให้เลือกชิมมากกว่า 30 ชนิด ที่นี่สามารถรองรับลูกค้าได้ 90 ที่นั่ง และมีห้องส่วนตัวที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามอีก 2 ห้อง สำหรับ 8-10 ท่าน เปิดบริการเวลา 11.30-14.30 น. และ 18.00-23.00 น. สอบถามโทร. 0-2125-5030

ห้องอาหารเฟยยา

2. ห้องอาหาร Flavor

เฟลเวอร์ เป็นห้องอาหารที่รวบรวมรสชาติอาหารไว้อย่างครบถ้วน ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ด โดยจะมีเมนูอาหารให้เลือกตั้งแต่อาหารไทย อิตาเลียน ญี่ปุ่น อินเดีย ไปจนถึงสลัด บุฟเฟ่ต์นานาชาติ ประกอบไปด้วย หอยนางรมสด ปูอะแลสกา ล็อบเตอร์ ซูชิ ซาซิมิ เนื้อแกะนิวซีแลนด์ ตับห่าน เนื้อออสเตรเลีย และไอศกรีมโฮมเมด ซึ่งมีให้เลือกกว่า 4 ชนิด

ภายในตกแต่งในรูปแบบสวน เน้นการใช้โทนสีเขียวและหินอ่อนเป็นหลัก ซึ่งเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัว และในรูปลักษณ์ที่เป็นธรรมชาตินี้จะสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง และเป็นที่ดึงดูดใจของลูกค้า เปิดให้บริการทุกวัน โดยบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันเวลา 11.30-14.30 น. ส่วนบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำเวลา 18.00-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2125-5010

บุฟเฟ่ต์หอยนางรมสด

อาหารน่าลิ้มลอง

3. R Bar

อาร์ บาร์ เป็นบาร์เครื่องดื่มพร้อมที่นั่งชิลๆ เน้นความเป็นสไตล์คอนเทมโพรารี่ที่ดูหรูหรา ทันสมัย ที่นั่งภายในร้านได้รับการออกแบบและจัดวางได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ เหมาะสำหรับการนัดพบปะลูกค้า มาสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนสนิท

ใครอยากจะจิบน้ำชายามบ่าย ชิมขนมหวานเลิศรส หรือรับประทานอาหารว่างอร่อยถูกปาก ต้องมาลองที่นี่ ทั้งยังมีการเสิร์ฟพร้อมกับไฮด์ ที เวลา 14.00 – 17.00 น. เริ่มต้นที่ ราคา 450++ บาทต่อท่าน และ 750++ บาทสำหรับ 2 ท่าน

Edison’s Poison

เมนูเด็ด ได้แก่ พานีนี่สอดไส้ไก่ เบคอน อโวคาโดและชีส และ อาร์บาร์ ทาปาส ซึ่งเป็นเมนูทาปาส 2 ชนิดสามารถทานคู่กับไวน์ชั้นดี หรือเครื่องดื่มประเภทค็อกเทล มีให้เลือกหลายเมนู อาทิ Edison’s Poison, Suit&Tie ราคาค็อกเทลเริ่มที่ 290-350 บาท, ทาปาสเริ่มที่ 220-410 บาท และสุดคุ้มกับแฮปปี้อาร์ว เวลา 17.00 – 20.00 น. ซื้อค็อกเทล 1 แก้วแถมค็อกเทล 1 แก้วและเฮาส์ไวน์ราคาพิเศษ เปิดบริการ 10.00-01.00 น. สอบถาม โทร. 0-2125-5105

มีเครื่องดื่มค็อกเทลสูตรพิเศษอีกเพียบ

อาร์ บาร์

หน้าเคาน์เตอร์ที่อาร์บาร์

4. ห้องอาหาร LaTavola & Wine Bar

ห้องอาหารลาทาโวล่า แอนด์ ไวน์ บาร์ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ไวน์ บาร์ ซึ่งเป็นห้องเก็บไวน์ขนาดย่อม มีไวน์หลากหลายรสชาติจากหลายประเทศชั้นนำด้านไวน์ เช่น ฝรั่งเศส ชิลี ออสเตรเลีย เป็นต้น ด้านบนเพดานของห้องอาหารตกแต่งด้วยปูนปั้นลวดลายดอกไม้ประจำชาติอิตาลี (แมคโนเลีย) และอีกด้านหนึ่งเป็นห้องอาหารพร้อมครัวเปิด

ลา ทาโวล่า แอนด์ ไวน์ บาร์ มาจากภาษาอิตาเลียน แปลว่าโต๊ะอาหาร สามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 90 ที่นั่ง พร้อมเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนแท้ๆ ให้คุณ โดยเฉพาะชีส โคลคัท และพาสต้าต่างๆ เปิดให้บริการ อังคาร – อาทิตย์ เวลา 11.30-14.30 น. และ 18.00-23.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2125-5020

ที่นี่เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนแท้ และแบบประยุกต์

ห้องอาหาร LaTavola & Wine Bar

อาหารยุโรปผสมผสานรสชาติไทยๆ

5. The One by Renaissance

ปิดท้ายกันที่ ร้านเบเกอรี่น่ารักๆ สไตล์นิวยอร์ก เดอะ วัน บาย เรเนซองส์ การันตีความอร่อยของขนมหวานทุกเมนู ตัวร้านดีไซน์ออกมาเป็นทรงกลมล้อมรอบด้วยกระจกใส ทำให้ร้านดูโปร่งน่านั่งมากยิ่งขึ้น เมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นได้ชัดเจนว่าคล้ายกับทรงโดนัท เป็นไฮไลต์อีกแห่งหนึ่งของโรงแรมเรเนซองส์

เมนูเด็ด ได้แก่ ซิลค์ เค้ก เป็นการผสมกันระหว่างไวท์และดาร์กช็อกโกแลต กับถั่วพิทาชิโอ้ซึ่งอยู่ด้านล่าง ตามด้วยโดนัทหลากรส ไม่ว่าจะเป็น ชาเขียว สตรอเบอร์รี่ เค้กหน้าต่างๆ โดยเฉพาะหน้าลาเวนเดอร์ที่กลิ่นหอมเนื้อเค้กนุ่มลิ้น ทานคู่กับคาปูชิโนรสชาติที่เข้มข้น ของหวานและเครื่องดื่ม ราคาเริ่มตั้งแต่ 35 – 150 บาท พิเศษ! ลด 50 % สำหรับโดนัท แซนด์วิช สลัด ขนมปัง และครัวซองต์ ตั้งแต่เวลา 19.00 – 20.00 น. เปิดให้บริการ เวลา 07.00-20.00 น. สอบถามโทร. 0-2125-5111

ขนมหวานรับวาเลนไทน์

The One by Renaissance