ขนมจีนซาวน้ำปู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575421

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2559 05:01

 

ด้วยสโลแกนประจำตัว ไม่เบิ้ม ไม่ใหญ่ ไม่โต ไม่กล้าโชว์ จึงทำให้ เมนูขนมจีนซาวน้ำของ คุณบีบี๊-ระพีพรรณ เทพคุณ แทนที่จะใช้ “แจงลอน” (เนื้อปลากรายโขลกจนเหนียว ปั้นเป็นก้อนต้มในน้ำกะทิ) แต่คุณบี๊เธอเล่นใช้ เนื้อปูก้อน ตกกิโลกรัมละ 400-500 บาทแทน ช่างสมกับสโลแกนจริงจริ๊ง แม่เจ้าประคุณ!!

คุณบีบี๊ สาวที่พลิกชีวิตจากมนุษย์เงินเดือนบริษัทขายเครื่องบิน รถถัง อะไหล่ ซัพพอร์ตกองทัพ มาเป็นฟู้ดบล็อกเกอร์ ซึ่งมีเฟซบุ๊กแฟนเพจของตัวเอง http://www.facebook.com/BeebihSociety ที่มีผู้ติดตามไม่น้อย คุณบีบี๊บอกว่า จากเดิมที่อยู่ในห้องก้นครัวพันธุ์ทิพย์ ทำอะไรก็โพสต์ไปเรื่อย เพราะเราเป็นคนชอบลอง ลองผิดลองถูกเรื่องอาหารให้กับญาติๆในต่างแดน จนสร้างชื่อโด่งดังมากในเรื่องสูตรน้ำซอสเย็นตาโฟกับสุกี้ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้คนมาแล้วหลายๆคน จนทุกวันนี้หันมาใส่ใจและให้ใจกับการทำอาหารไปเลย ทั้งอยากจะเรียนรู้ อยากที่จะอยู่กับมัน และอยากที่จะถ่ายทอดอย่างไม่หวงอีกด้วย เพราะเธอไม่อยากให้วิชาความรู้นี้ สูญหายหรือตายไปกับเธอ

อาหารที่คุณบี๊โพสต์ลงในเฟซบุ๊กจะเน้นแต่อาหารไทย ด้วยความตั้งใจที่อยากจะอนุรักษ์อาหารไทย ต้องการจะทำให้ทุกคนเห็นว่า อาหารไทยนั้นทำไม่ยากเลย จริงๆแล้วมันง่ายมาก ถ้าเรารู้จักปรับเปลี่ยนบ้าง แต่อย่าให้เพี้ยน มากเกินไปเท่านั้น อย่างเมนูขนมจีนซาวน้ำ ถ้าอยากกินก็ไม่ได้ยากเลย ขนมจีนก็อาจไปขอซื้อจากร้านส้มตำก็ได้ ส่วนสับปะรดก็ซื้อจากรถเข็นผลไม้ กะทิก็ใช้แบบกล่องก็ได้ สำหรับซาวน้ำของคุณบี๊จะต่างจากเจ้าอื่นๆตรงที่โรยถั่วลิสงคั่วบดด้วย ซึ่งทานแล้วอร่อยและเข้ากันอย่างดี โดยเธอบอกว่า อะไรที่เราทำ ชิมแล้วชอบ ก็ทำไปเถอะค่ะ บางอย่างก็อย่าไปตายตัวกับสูตร เพราะเครื่องปรุงแต่ละยี่ห้อ อย่างซีอิ๊ว น้ำปลา ก็จะเค็มไม่เท่ากัน แถมเดี๋ยวนี้ยังมีแบบโลว์โซเดียมอีก เพราะฉะนั้นใครชอบรสไหนก็เอาตามที่ตัวเอง ชอบจะดีกว่า อยากให้ลองทำอะไรใหม่ๆดูบ้าง

คุณบี๊ยังเล่าอีกว่า ตัวเธอจากที่ไม่เคยทำอาหารมาก่อนเลย และไม่สนใจอีกด้วย เพราะคุณแม่จะเป็นคนทำอาหารเก่งมาก และทำให้ลูกๆหลานๆทานมาตลอด จนติดรสมือแม่ พอวันหนึ่งคุณแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เธอก็เลยต้องลุกขึ้นมาหาสูตรอาหารที่คุณแม่เคยทำให้ทาน เพราะจะต้องลงมือทำด้วยตัวเองแล้ว และเมื่อหันมาเข้าครัว ทุกคนในบ้านก็แฮปปี้ ไม่ว่าไปไหนมาไหนร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ก็ต้องกลับมาทานข้าวบ้าน จึงมีความสุขที่สุดที่ได้ทำ ถ้าไม่ได้ทำจะรู้สึกเครียด!!

สำหรับ เครื่องปรุงขนมจีนซาวน้ำปู : ขนมจีน/หัว กะทิ/เกลือ/สับปะรด (ถ้าหวานก็ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำตาลทราย)/ขิงซอย/กระเทียมซอย/พริกขี้หนูซอย/มะนาวฝานเป็นซีกๆ/ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ/เนื้อปูก้อน หรือกรรเชียงปู/กุ้งแห้งโขลกละเอียด/น้ำปลา/น้ำตาลหรือน้ำเชื่อม

วิธีทำ นำหัวกะทิ 1 ถ้วยต่อเกลือ 1/2 ชช. ตั้งไฟกลางๆและคอยหมั่นคนไม่ให้กะทิจับตัวเป็นก้อน ส่วนเนื้อปูที่ซื้อมาให้นำมานึ่งก่อน ส่วนขนมจีนก็ขดเป็นคำๆให้ดูสวยงาม เวลาเสิร์ฟและง่ายในการหยิบหรือตักใส่จาน เมื่อจะรับประทาน ตักขนมจีนใส่จาน แล้วใส่เครื่องปรุงทั้งหมดตามลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมให้ได้ครบทุกรส ทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม

เมนูนี้ถือเป็นภูมิปัญญาคนไทยโบราณที่น่ายกย่องจริงๆ ช่างคิดประดิดประดอย จะเห็นได้ว่า ในเครื่องปรุงซาวน้ำ ถึงจะมีกะทิ ซึ่งเมื่อก่อนเชื่อว่าอุดมด้วยคอเลสเทอรอล แต่ก็มีขิงมีกระเทียมมาดับ ซึ่งคลาสสิกมาก.

SEED เมล็ดพันธุ์ใหม่จากเชฟไฮเคิล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569652

โดย Gourmet & Cuisine 9 ก.พ. 2559 16:01

 

หลังจากเชฟเทเบิล Water Library ทองหล่อปิดตัวไปด้วยเรื่องสถานที่ ครั้งนี้เชฟไฮเคิล โจฮาริ (Haikal Johari) เชฟใหญ่ของเครือวอเตอร์ไลบารี เริ่มต้นปลูกเมล็ดพันธุ์ใหม่ให้วงการอาหารอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Seed นำอาหารของเขากลับมาในแบบที่ง่ายขึ้น แต่ยังคงความเป็นไฮเคิลอยู่ ที่สำคัญเลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมากขึ้น โดยเฉพาะผักออร์แกนิกและอาหารทะเลแบบยั่งยืน

ส่วนบรรยากาศร้านจำลองเอากลิ่นอายของโรงนาเอาไว้ มีมุมเก็บเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ เก้าอี้ไม้ คานไม้ที่มีเชือกและรอกสำหรับงานในโรงนา และครัวเปิดที่ออกแบบเป็นบานพับสำหรับส่งอาหารเข้ามาในร้าน ซึ่งทำให้ที่นี่ค่อนข้างแคชชวลไดนิง แหวกแนวจากวอเตอร์ไลบารีที่หนักไปทางไฟน์ไดนิง

น่าเสียดายที่วันนี้เชฟไฮเคิลไม่ว่างมาปรุงอาหารให้เราชิม แต่ก็ส่งมือขวา เชฟจาว-ภคปัทม์ ศักดิ์ยโศ มาเป็นตัวแทน เริ่มที่ขนมปังซิกเนเจอร์ ซันดรายโตเมโตเซียบัตตา ขนมปังโฮมเมดที่เชฟจาวถนัด

จานแรกเป็น Organic Lamb Tartare เชฟเลือกเนื้อลูกแกะที่เลี้ยงแบบออร์แกนิกด้วยนมและผลไม้ ทำให้มีกลิ่นสาบไม่มากและมีรสชาติในตัวเอง ปรุงเพียงเกลือ พริกไทย และเลมอน กินกับมะเขือเทศ มายองเนสสมุนไพร และขนมปังกรอบ กลิ่นรสแกะไม่แรง แต่ได้รสชาติของมะเขือเทศและสมุนไพรมาเพิ่มความอร่อย

อีกจานเบาๆ เป็น Salmon Belly แทสมาเนียนแซลมอนปรุง 2 แบบ ชั้นล่างแซลมอนสับคลุกเคล้ากับมายองเนสรมควันและแอปเปิลเขียว ชั้นบนเป็นปลาแซลมอนปั่นเป็นมูสกับไอศกรีมไวน์ขาวและลิควิดโตเมโตที่ผ่านการกรองจนใส จานนี้ค่อนข้างครีมมี่ แต่มีรสเปรี้ยวหวานของแอปเปิลและมะเขือเทศมาช่วยตัดเลี่ยน กินกับขนมปังจะพอดีมาก

จานหลัก Pasta Whole Sea Crab พาสตาผัดมันปู พริกไทยดำ และน้ำสต๊อกอาหารทะเล กับปูดำที่ทำใหม่สดๆ เมื่อสั่ง เพื่อให้คงความหวานของเนื้อปู จานนี้แนะนำให้สั่งล่วงหน้า เพราะเชฟจะสั่งเข้ามาไม่มากเพื่อคงความสด ได้รสหวานของเนื้อปู ซอสที่เผ็ดร้อนแบบไทยๆ และเส้นที่เคี้ยวหนึบ

ปิดท้ายด้วยของหวาน French Toast ขนมปังบริออชโฮมเมดชุบไข่นาบกระทะกับลูกแพร์ตุ๋นไวน์ขาว ซอสวานิลลา และไอศกรีมกล้วยหอมรมควันสอดไส้กล้วยอบน้ำผึ้ง

บรรยากาศร้านจำลองเอากลิ่นอายของโรงนา

พิกัดความอร่อย : ถนนสุขุมวิท ซอย 39 (ซอยพร้อมจิต) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เปิดบริการ 17.30-24.00 น. (หยุดวันจันทร์)
โทร. 0-2662-3562, 09-9283-6363
ราคา 250-1,900 บาท
รับบัตรเครดิตทุกประเภท

ที่มา – Gourmet & Cuisine
www.gourmetandcuisine.com

ชิลล์ๆกับเมนูพี่มาก!! อยากฟินต้องปากดำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573638

โดย คุณชาย 1 7 ก.พ. 2559 05:01

 

The Block Black Ink Pasta (เมนูดังสุดของร้าน)

รสนิยมในการดื่ม…บ่งบอกความเป็นตัวตนของคนเราได้

สังเกตดู ผู้ที่ชอบดื่ม ชา มักเป็นคนมีเสน่ห์ ละเมียดละไมในการใช้ชีวิต บางคนเหมือนมีมนต์ขลัง สามารถทำให้ผู้ที่อยู่ชิดใกล้พลอยรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายตาม..แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ออกจะเป็นคนลังเล

เทียบกับ คอกาแฟ ส่วนใหญ่มักเป็นคนตรงไปตรงมา มีความคาดหวังในชีวิต ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงิน ยึดเหตุผล และหลักการเป็นที่ตั้ง…แต่กลับไม่ค่อยเน้นรายละเอียดในชีวิตนัก

(ซ้าย) เชฟวิชัย ศรีสักนอก (ขวา) รัฐวัฒน์ เอื้อชัยชาญ หรือคุณโต๊ด เจ้าของร้าน.

ส่วนผู้ที่ชอบดื่ม เหล้า เบียร์ หรือ ไวน์…วันนี้ขอขยักไว้ก่อน วันหน้าค่อยมาว่ากันต่อ

ใครชอบดื่มอะไรก็ว่ากันไปครับ…

แต่ถ้าชอบทานอาหารสไตล์อิตาเลียน ที่ไม่เลี่ยนตามชื่อ มีแต่ความอร่อยอัดแน่นอยู่ในจาน รีบตามมาเลย วันนี้ “ชาย 1” จะ พาไปนั่งชิลล์เอาต์กันที่ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์ ชื่อ เดอะบล็อก คาเฟ่ แอนด์ บิสโทร (The Block Cafe’ & Bistro) อยู่แถว ซ.แจ้งวัฒนะฯ 43 ปากเกร็ด นนทบุรี

พิซซ่าแป้งดำหรือ The Block Pizza เมนูอร่อย.

รัฐวัฒน์ เอื้อชัยชาญ หรือ “คุณโต๊ด” หนุ่มหล่อ อารมณ์ดี เจ้าของร้านนี้ นอกจากพอมีความรู้ในการทำครัวติดตัวแบบพอไปวัดได้ ไม่อายใครตอน 8 โมงเช้า…เขายังโชคดีที่มี วิชัย ศรีสักนอก หรือ “เชฟชัย” เป็นเชฟคู่ใจประจำร้านอีกด้วย

โต๊ดเล่าว่า เขาเพิ่งเปิดกิจการร้านนี้เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ปีที่แล้ว เดิมทีตั้งใจจะทำเป็นร้านกาแฟบนพื้นที่สี่เหลี่ยมขนาด 150 ตารางเมตร ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปบล็อก อันเป็นที่มาของชื่อร้าน

แต่ไปๆมาๆ ร้านนี้กลับได้รับความนิยมจากลูกค้าหลายกลุ่ม…ดีเกินคาด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้ใหญ่วัยมีครอบครัว ทั้งที่เป็นคอกาแฟ คอเบียร์ คอไวน์ รวมทั้งผู้ที่ชื่นชอบอาหารสไตล์อิตาเลียน

Norwegian Salmon with Dill Cream Sauce อีกเมนูนิยมและขายดี.

ร้านนี้จึงเพียบพร้อมไปด้วยเมนูอาหาร ทั้งแนวไทย-อิตาเลียน พิซซ่า วัฟเฟิล กาแฟ แพนเค้ก รวมทั้งไวน์ และเบียร์ ที่มีให้เลือกโซ้ยกันตามถนัด

…แต่ที่เป็นหมัดเด็ดน็อกคนกินราวกับโดนนะจังงังของอาจารย์ดังเป่าเข้าให้!!! ตามความเห็นของ “ชาย 1” มีอยู่ 2–3 เมนู ที่ขอยกนิ้วกดไลค์!!!

สปาเกตตีเส้นดำ หรือ The Block Black Ink Spaghetti คือ เมนูแรก ที่ “ชาย 1” มั่นใจว่า ไม่น่าทำให้ผู้ที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนต้องผิดหวัง…ก็เพราะขนาด “ชาย 1” เอง ไม่สันทัดอาหารอิตาเลียนเอาซะเลย หลังได้ลองลิ้มเมนูนี้เข้าไป ยังอยากสั่ง มาเบิ้ลต่ออีกที่..ถ้าไม่เกรงใจอีก 4 เมนู ที่รอคิวให้ชิมอยู่บนโต๊ะ!!!

Australian Tenderloin with Pepper Sauce.

ทั้งคุณโต๊ด และเชฟชัย ขยายให้ฟังว่า จุดเด่นของสปาเกตตีเส้นดำ อยู่ที่การนำเอา “น้ำหมึก” (squid ink) จากตัวปลาหมึก ซึ่งอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย วิตามิน บี 1 บี 2 ไนอะซิน และสารสำคัญ peptidoglycan ที่วงการวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ให้ผลในการยับยั้งการเกิดเนื้องอก โดยร้านนี้ได้นำหมึกดำมาสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการที่ถูกสุขลักษณะ
ในรูปของอาหาร 2 เมนูดัง คือ สปาเกตตีเส้นดำ กับ พิซซ่าแป้งดำ

ไฮไลต์ของ สปาเกตตีเส้นดำ นอกจากอยู่ที่ความหอม มัน และกลมกล่อมของตัวเส้นสปาเกตตี ซึ่งเข้ากันได้ดีกับกลิ่นและรสของเครื่องปรุงที่ผัดได้อย่างเข้าเนื้อกับกุ้ง หมึก และหอยแมลงภู่ ยิ่งเมื่อนำไปคลุกเคล้ากับไข่กุ้ง และใบเบซิล ที่ใช้โรยหน้าด้วยแล้ว ดีกรีความหอม มัน และกลมกล่อม ก็ยิ่งอัดแน่นขึ้นไปอีก!!!

จุดเด่นของเมนูนี้ยังอยู่ที่…ใครก็ตามรับประทานเข้าไป…ทั้งปากและฟันจะมีสภาพไม่ต่างกับคนแก่เคี้ยวหมาก (ปากดำปิ๊ดปี๋) สร้างความขบขันแก่ผู้พบเห็น จนลูกค้าหลายรายพากันเปลี่ยนชื่อเมนูนี้ให้ใหม่ว่า “เมนูพี่มาก…พระโขนง”

Smoked Salmon Salad.

บทที่ 1 ของการปรุง “พี่มาก พระโขนง” เริ่มจากทางร้านใช้ น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ เทลงในกระทะ ใส่ กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ กับ พริกแห้ง อีกครึ่งเม็ด ลงไปผัดคลุกเคล้ากันให้พอส่งกลิ่นหอม จากนั้นใส่ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปลาหมึก และ เนื้อกุ้ง ตามลงไป เหยาะ ไวน์ขาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำหมึก 5 ช้อนโต๊ะ ปรุงรสด้วย เกลือ กับ พริกไทย และใส่ใบ พาร์สลีย์ ลงไปเพิ่มความหอมอีกเล็กน้อย

จากนั้นก็ถึงขั้นตอนสำคัญ นำ สปาเกตตีเส้นดำ ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำหมึกแท้ ผ่านการต้มเคี่ยวกับไวน์ขาว กระเทียม ใบโรสแมรี และเกลือ จนไม่เหลือซากความคาว …โดยนำเอาเส้นซึ่งผ่านการลวกเตรียมไว้แล้ว ลงไปผัดให้เข้ากับเครื่องปรุงทั้งหมดจนได้ที่

ที่เหลือก็แค่ตักใส่จาน ตกแต่งเป็นรูปมิกกี้เม้าส์น่ารัก โรยหน้าด้วย อิตาเลียนเบซิล (โหระพาฝรั่ง) และ ไข่กุ้ง สีส้มสดใส…ทันทีที่ลูกค้าตักใส่ปาก..เหล่าพี่มากจ๋าทั้งหลายก็พร้อมแล้วที่จะออกอาละวาด!!!

Norwegian Salmon with Dill Cream Sauce หรือ สเต๊กปลาแซลมอนนอร์เวย์ในดิลครีมซอส เป็นอีกเมนูที่โอ้ว!!! แม่จ้าว…เมื่อแรกพบสบตากัน ต่อมน้ำลายของ “ชาย 1” ก็เผลอทำงานขึ้นมาซะงั้น!!

ก็ทางเดอะ บล็อกฯ เล่นใช้เนื้อปลาแซลมอน สายพันธุ์ขึ้นชื่อว่าดีสุดจากนอร์เวย์ ซึ่งให้เนื้อที่แน่น สีส้มจัด และรสชาติดี นำไปทอดในกระทะแทนการย่างในเตา ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อต้องการเน้นให้ส่วนที่เป็นหนังปลามีความกรอบ และเนื้อปลามีสีสันชวนมอง ไม่ต้องมีรอยไหม้เกรียมจากการย่างติดเนื้อปลาเป็นของแถมไง

เมนูนี้ทานคู่กับเครื่องเคียงที่ไม่ต้องออกแรงบดเคี้ยวนัก อย่าง ผักโขมผัด และ มันบด (Mashed Potato) ที่เนื้อ เนียนนุ่ม วางเรียงซ้อนกันขึ้นไปเหมือนขนมชั้น ก่อนจะราดที่พื้นจานด้วย Dill Cream Sauce สีเขียวละมุน ซึ่งมีส่วน ผสมของผักชีลาว หอมแดง เนย ไวน์ขาว วิปปิ้งครีม เกลือ พริกไทย…ที่กรองเอาแต่น้ำ

ยังมีอีกหลายเมนูอร่อย ไม่ว่าจะเป็น The Block Pizza หรือ พิซซ่าแป้งดำ สเต๊กสันในพริกไทยดำ และ สลัดแซลมอน เป็นต้น…แต่น่าเสียดายเนื้อที่โบ๋เบ๋ซะแล้ว

ทางไปร้านนี้ ถ้ามาจาก ถ.แจ้งวัฒนะ ให้เข้าทางซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 43 ถ้ามาจากเส้นเลียบคลองประปา ก็เข้าทางด้านคลองประปา (ดูตามแผนที่) ร้านเปิดบริการทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 11.00-24.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 10.00-24.00 น. ใครไปไม่ถูก ถามทางได้ที่ 0-2003-0361, 08-4545-1168 และ 09-7372-0817.

คุณชาย 1

5 เมนู ‘เป็ดย่าง’ อาหารมงคลต้อนรับตรุษจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569520

โดย Health & Cuisine 5 ก.พ. 2559 16:01

 

“เป็ดย่าง” หรือ “เยี้ยง-อะ” อาหารมงคลรสเลิศของชาวจีน เป็นหนึ่งในเมนู “ซาแซ” หรือเนื้อสัตว์สำคัญ 3 ชนิดที่ใช้ไหว้เทพเจ้า ซึ่งมีความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ ความสามารถที่หลากหลาย ความรักอันบริสุทธิ์ และความจริงใจต่อกัน…

นอกจากจะนิยมสับรับประทานเฉยๆ แล้ว ยังสามารถนำมาปรุงอาหารที่มีความหมายมงคล ผสานไอเดียลงไปให้น่าสนใจมากขึ้น ที่สำคัญหากใครได้ลิ้มลองเมนูที่ว่านี้ก็จะโชคดี เฮงๆ เซ็งลี้ฮ้อ แน่นอน

1. เกี๊ยวน้ำเป็ดย่างซุปมะนาวดอง

“ซุป” คนจีนเรียกว่า “เช็งทึง” หมายถึง ชีวิตครอบครัวหวานชื่น รักใคร่กลมเกลียว เราเลือกใช้ซุปมะนาวดองรสละมุนชุ่มคอ เสิร์ฟกับเกี๊ยวไส้เป็ดย่างรสเข้มข้นผัดกับเครื่องโขลกแบบไทย ห่อคล้ายก้อนทองของจีนเพื่อความเป็นสิริมงคล

ส่วนผสมเกี๊ยวไส้เป็ดย่าง (สำหรับ 12 ชิ้น) เตรียม 30 นาที ปรุง 60 นาที
เนื้อเป็ดย่างพร้อมหนังสับละเอียด 150 กรัม
รากผักชี 2 ราก
กระเทียม 6 กลีบ
ขิงสับละเอียด ¼ ช้อนชา
พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
น้ำมันงา 2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งเกี๊ยวซ่าสำเร็จรูป 12 แผ่น
ผักชีสำหรับโรยหน้าเล็กน้อย

ส่วนผสมซุปมะนาวดอง (สำหรับ 8-10 ถ้วย)
ซี่โครงเป็ดย่าง 1 ตัว
มะนาวดอง 1 ลูก
น้ำมะนาวดอง 1 ช้อนโต๊ะ
บ๊วยดอง 2 ลูก
น้ำบ๊วยดอง 1 ช้อนโต๊ะ
ฟักแก่ปอกเปลือกหั่นชิ้นพอดีคำ 400 กรัม
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำ 10 ดอก
กระเทียมบุบพอแตก 10 กลีบ
รากผักชีบุบพอแตก 2 ราก
พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา
น้ำเปล่า 4-6 ลิตร

วิธีทำ
1. ต้มน้ำซุปมะนาวดอง โดยใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อ ยกเว้นมะนาวดองและบ๊วย ยกขึ้นตั้งไฟกลาง พอเดือดลดไฟลง ใส่มะนาวดองและบ๊วยลงไป เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนน้ำงวดเหลือครึ่งหนึ่ง ปิดไฟ ยกลงกรองเอาแต่น้ำใส่หม้ออีกใบพร้อมกับฟักและเห็ดหอม ยกขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง พอเดือดปิดไฟพักไว้

2.ทำไส้เกี๊ยว โดยโขลกกระเทียม พริกไทย รากผักชี และขิงให้ละเอียดเข้ากัน จากนั้นนำไปผัดกับน้ำมันงาและน้ำมันพืชจนมีกลิ่นหอม ใส่เป็ดสับลงไปปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ ยกลง พักให้เย็น นำแป้งเกี๊ยวซ่ามาห่อรูปแบบตามชอบ จากนั้นนำไปลวกในน้ำเดือดให้สุก ตักขึ้นใส่ชาม

3.อุ่นน้ำซุปมะนาวดองให้ร้อน ตักใส่ชามเกี๊ยวพร้อมฟักและเห็ดหอม โรยหน้าด้วยผักชี พร้อมเสิร์ฟ

2. ผัดกะเพรากรอบเป็ดย่างกับไข่เค็มดาว

เมนูลูกผสมที่นำเป็ดย่างของจีนมาผัดกะเพรารสจัดแบบไทย โรยหน้าด้วยกะเพรากรอบเพิ่มสัมผัสเวลาเคี้ยว เคียงด้วยไข่เค็มดาว รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเข้ากันแบบลงตัว

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เตรียม 15 นาที ปรุง 30 นาที
เนื้อเป็ดย่างพร้อมหนังหั่นชิ้นพอดีคำ 200 กรัม
กระเทียมโขลก 2 ช้อนโต๊ะ
พริกจินดาหั่นแฉลบ 4 เม็ด
ใบกะเพรา 1 ถ้วย
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
น้ำมันพืชสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่เค็มดาว 2 ฟอง
ใบกะเพราทอดกรอบ 1 ถ้วย
ข้าวสวย 2 ถ้วย

วิธีทำ
ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน พอร้อนให้ใส่กระเทียมและพริกลงไปผัดให้มีกลิ่นหอม จากนั้นใส่เนื้อเป็ดลงไป ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส น้ำตาล และพริกไทย ผัดให้เข้ากัน ใส่ใบกะเพราลงไปผัดพอสุก ตักใส่จานโรยด้วยกะเพรากรอบ รับประทานกับข้าวสวยและไข่เค็มดาว

3. เป็ดย่างอบยอดผัก

เมนูเหลาที่ใครๆ ก็รู้จัก เดิมใช้เป็ดสดมาอบต้มเคี่ยวจนเปื่อย แต่เราใช้วิธีลัด นำเป็ดย่างเนื้อนุ่มมาเคี่ยวเพียงไม่นานก็ได้เป็ดอบ เสิร์ฟพร้อมยอดผักลวก ไว้รับประทานกันแล้ว

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เตรียม 20 ปรุง 60 นาที
เป็ดย่างส่วนน่องติดสะโพก หรือส่วนปีกเลาะกระดูกแล้ว 4 ชิ้น (450 กรัม)
อบเชย 1 ก้าน (ยาว 2 นิ้ว)
โป๊ยกั๊ก 2 ดอก
ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา
กระเทียมบุบพอแตก 8 กลีบ
รากผักชีบุบพอแตก 4 ราก
น้ำเปล่า 4-6 ถ้วย
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำ 8 ดอก
ยอดมะระหวานลวก 1 ถ้วย
ยอดคะน้าลวก 1 ถ้วย
ยอดกวางตุ้งลวก 1 ถ้วย
ข้าวโพดอ่อนลวก 8 ฝัก
กระเทียมเจียวสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ
1. ใส่ส่วนผสมทุกอย่าง ยกเว้นเป็ด ผักลวก และกระเทียมเจียว ลงในหม้อ คนให้เข้ากัน ใส่เป็ดลงไปแล้วยกขึ้นตั้งไฟกลาง พอเดือดลดไฟลง เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมข้นและเนื้อเป็ดเปื่อยนุ่ม ปิดไฟยกลง
2. เรียงผักลวกใส่จาน ตักเป็ดวางทับลงไปราดด้วยน้ำที่เคี่ยวในหม้อ โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว พร้อมเสิร์ฟ

4. บะหมี่แห้งเป็ดอบ

“บะหมี่” แสดงถึงความมีอายุยืนยาว และเปรียบได้กับสร้อยทองคำตามความเชื่อของชาวจีน นิยมปรุงกินกันในวันสำคัญต่างๆ เราจึงหยิบมารับประทานกับเป็ดอบ ที่ใช้เป็ดย่างมาเคี่ยวกับเครื่องปรุงรสสไตล์จีนกวางตุ้งเพียงไม่กี่นาที ก็ได้เนื้อเป็ดนุ่มๆ รสเค็มหวานหอมกลิ่นหอมกันแล้ว

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) เตรียม 20 นาที ปรุง 40 นาที
บะหมี่ไข่ลวก 4 ก้อน
เป็ดย่างส่วนน่องติดสะโพก หรือส่วนปีกเลาะกระดูกแล้ว 2 ชิ้น
กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
ขิงสับละเอียด 1 ช้อนชา
ซอสฮอยซิน 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 2 ถ้วย
ผักเบบี้ฮ่องเต้ หรือผักกวางตุ้งลวก 1 ถ้วย
เกลือและพริกไทยเล็กน้อย
กระเทียมเจียวและต้นหอมซอยสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพอร้อนใส่กระเทียมและขิงสับลงไป ผัดให้มีกลิ่นหอม จากนั้นใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงไป ตามด้วยน้ำเปล่า พอเดือดใส่เป็ดลงไป ลดไฟลง เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมงวดและข้นขึ้น ปิดไฟยกลง พักไว้
2. นำเส้นบะหมี่ใส่ชาม วางเคียงด้วยผักฮ่องเต้แล้วตักเป็ดใส่ในชาม ราดด้วยน้ำตุ๋นเป็ด โรยกระเทียมเจียวและต้นหอม พร้อมเสิร์ฟ

5. เปี๊ยะไส้เป็ดแดง

เปี๊ยะ หรือ พายสไตล์จีน ซึ่งมีความหมายมงคลว่า “ปรารถนาดีต่อกัน สมัครสมานสามัคคี” เรานำมาห่อไส้ “เป็ดแดง” ได้ไอเดียมาจากไส้หมูแดง แต่เปลี่ยนเป็นเนื้อเป็ดแทน ผัดกับผงพะโล้และเครื่องปรุงจนหอม ห่อด้วยแป้งพายบางกรอบรสเค็มกำลังดี

ส่วนผสม (สำหรับ 14 ชิ้น) เตรียม 15 นาที ปรุง 60 นาที
ส่วนผสมไส้เป็ดแดง
เนื้อเป็ดย่างหั่นเต๋าเล็ก 300 กรัม
รากผักชีโขลกละเอียด 3 ราก
ผงพะโล้ 1 ช้อนชา
ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา
พริกไทยขาวป่น ½ ช้อนชา
น้ำมันงา 2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 ถ้วย
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะละลายน้ำเล็กน้อย

ส่วนผสมแป้งพาย
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 170 กรัม
เนยเค็มหั่นเต๋าแช่เย็น 130 กรัม
น้ำเปล่า 4 ช้อนโต๊ะ
ไข่แดงสำหรับทาหน้าขนม
งาขาวสำหรับโรยหน้าขนม

วิธีทำ
1. ผัดไส้เป็ดแดง โดยตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชและน้ำมันงาลงไป พอร้อนใส่รากผักชีและผงพะโล้ลงไปผัดให้หอม จากนั้นใส่เนื้อเป็ดลงไปผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ น้ำตาล ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย ซีอิ๊วดำ และพริกไทย ผัดให้เข้ากัน เติมน้ำเปล่าลงไป พอส่วนผสมเดือด ลดไฟลง เคี่ยวสักครู่ พอส่วนผสมเริ่มแห้ง เติมแป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไป ผัดให้แป้งสุก ส่วนผสมจับตัวกันเป็นก้อน ปิดไฟยกลง พักให้เย็น
2. ผสมแป้งพาย โดยผสมเนยกับแป้งให้เข้ากันเป็นเม็ดทรายด้วยมีดสับเนยหรือส้อม จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำลงไปทีละช้อน ใช้พายยางคนผสมให้เข้ากัน แล้วเปลี่ยนมาใช้มือนวดให้ส่วนผสมเนียน ห่อด้วยพลาสติกถนอมอาหาร นำไปพักไว้ในตู้เย็นประมาณ 30 นาที
3. นำแป้งพายออกมานวดให้เป็นแผ่นบางประมาณ 0.5 มิลลิเมตร ใช้พิมพ์วงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-4 นิ้ว กดลงบนแป้ง จากนั้นตักไส้วางกลางแป้ง ทาน้ำที่ขอบแป้งโดยรอบ พับแป้งให้เป็นรูปครึ่งวงกลม ใช้ส้อมกดริมแป้งให้ติดกัน วางเรียงใส่ถาด ทาหน้าขนมด้วยไข่แดงแล้วโรยงาขาว นำเข้าอบไฟบนล่างที่อุณหภูมิ 230 องศาเซลเซียส ประมาณ 20 นาที หรือจนกระทั่งขนมสุกเหลือง นำออกมา พร้อมเสิร์ฟ

ที่มา – Health & Cuisine
www.healthandcuisine.com

กินแล้วเฮง! 8 เมนูมงคลอร่อยรับร่ำรวย ‘ตรุษจีน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569977

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 13:05

 

ใกล้ถึง เทศกาลตรุษจีน วันมงคลของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนกันแล้ว ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 8 ก.พ. 2559 พี่น้องชาวมังกรคงกำลังเตรียมตัวจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานฉลอง คงหนีไม่พ้นอาหารมงคลต่างๆ ที่ช่วยเสริมความเฮงให้มากขึ้นไปอีก

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ มีเมนูอร่อยเสริมมงคล 8 เมนู ที่การันตีโดย หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา หมอดูชื่อดังเมืองไทย คัดสรรมาให้แล้วว่าแต่ละเมนูนั้นมีความหมายดี เป็นสิริมงคล เหมาะสมกับการฉลองต้อนรับปีใหม่จีน

ตรุษจีนเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูกาล ถือเป็นช่วงเวลาของการเสริมสิริมงคลสำหรับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ให้กับชีวิต ทั้งเรื่องฮวงจุ้ย ดวง การทำบุญไหว้พระขอพร รวมทั้งการเสริมมงคลจากสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน สำหรับเรื่องอาหาร หากเราเริ่มมื้อแรกของปีด้วยอาหารที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดี และใช้วัตถุดิบที่มีความหมายมงคล ก็จะช่วยให้มีความมงคลกับชีวิตทั้งปี

หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา

คนจีนมักจะเน้นอาหารที่มีความหมายดี มีชื่อที่เป็นมงคล เพื่อให้วันตรุษจีนได้เรียกแต่สิ่งดีๆ ในปีลิงนี้เป็นปีที่มีสีโทนธาตุไฟ คือ สีแดง และสีโทนธาตุดิน คือ สีเหลืองหรือสีทอง ซึ่งนอกจากเป็นสีของความเป็นสิริมงคลแล้ว เมนูอาหารที่มีสีเหล่านี้จะช่วยเสิร์ฟความมงคล เสริมเฮงในปีลิงนี้ได้

เอาล่ะ ว่าแต่จะมีเมนูอะไรบ้าง และมีความหมายอย่างไร ตามมาดูกันดีกว่า

1. นึ่งสมปรารถนา (ปลาเก๋านึ่ง)

ปลา หมายถึง อุดมสมบูรณ์ เมนูมงคลปลาจึงเหมาะสำหรับการรับประทานช่วงตรุษจีน เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ย่อยง่ายแล้ว ยังเป็นแหล่งไขมันที่ดี มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายด้วย

นึ่งสมปรารถนา เสริมดวงเรื่องความอุดมสมบูรณ์

2. ผัดอายุมั่นขวัญยืน (ผัดเส้นหมี่ซั่ว)

เส้นหมี่ หมายถึง อายุยืนยาว จานนี้นำเส้นหมี่มาผัดกับผักหลายสี มีสรรพคุณช่วยต้านมะเร็ง

ผัดอายุมั่นขวัญยืน

3. ซุปราบรื่นโชคดี (บะกุ๊ดเต๋)

ช่วยบำรุงสุขภาพ ด้วยสรรพคุณของเครื่องยาจีนที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างอบเชย ที่ให้ความสดชื่นช่วยขับเหงื่อและแก้อาการอ่อนเพลีย โป๊ยกั๊กช่วยขับลม ขับเสมหะ ป้องกันอาการท้องอืด และตังกุย ก็ช่วยบำรุงเลือดดีต่อสตรี นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่างๆ

ซุปราบรื่นโชคดี (บะกุ๊ดเต๋)

4. เจี๋ยนมั่งมีค้าขาย (เห็ดหอมเป๋าฮื้อน้ำแดง)

เป๋าฮื้อ หมายถึง ความเหลือกินเหลือใช้ ส่วนเห็ดหอม หมายถึง ความมีชื่อเสียง จานนี้เป็นเมนูที่อุดมไปด้วยโปรตีน และวิตามินเอ เคล็ดลับความอร่อยที่ทำให้น้ำซุปมีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ คือ ปรุงน้ำซุปด้วยซอสปรุงอาหารแม็กกี้และซอสหอยนางรมตราแม็กกี้ จะได้น้ำซุปที่มีกลิ่นหอมและสีเหลืองทอง น่ารับประทาน

เห็ดหอมเป๋าฮื้อน้ำแดง

5. ทะเลรวมมิตรสุขสบาย (รวมมิตรทะเลหน่อไม้น้ำแดง)

หน่อไม้ หมายถึง ความสุขความอิ่มเอิบใจ จานนี้เน้นหลักที่หน่อไม้ และยังใส่อาหารทะเลหลากชนิด จึงให้โปรตีนและวิตามินแร่ธาตุที่หลากหลาย โดยเฉพาะแร่ธาตุไอโอดีน ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์หรือสร้างขึ้นได้เอง จำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร เสริมด้วยผักปวยเล้ง เป็นแหล่งที่ดีของแคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เหล็ก วิตามินเอ บี 1, บี 2, บี 3, บี 6 และ ซี ด้วย

รวมมิตรทะเลหน่อไม้น้ำแดง

6. ปูอบยิ่งใหญ่วาสนา (ปูอบวุ้นเส้น)

ปู หมายถึง ความยิ่งใหญ่ ก้าวหน้า ปูอบวุ้นเส้นมาเป็นคู่ช่วยเสริมมงคลชีวิตคู่ให้ราบรื่นยืนยาว เห็ดหอม ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดและช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ที่สำคัญคือมีวิตามินดี ซึ่งมีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียมให้กระดูก และยังเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่ดีอีกชนิดหนึ่ง

ปูอบ เสริมดวงความยิ่งใหญ่ เป็นนายคน

7. กุ้งกระเทียมนำพาบารมี (กุ้งทอดกระเทียม)

กุ้ง หมายถึง ยศตำแหน่ง เมื่อนำมาปรุงกับซอสปรุงอาหารคุณภาพดีจะซึมเข้าเนื้อกุ้ง เสริมให้อาหารมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม และมีกลิ่นหอมละมุนในทุกๆ คำที่รับประทาน

กุ้งทอดกระเทียม เสริมดวงเรื่องยศตำแหน่ง

8. เป็ดพะโล้การงานสำเร็จทุกประการ (เป็ดพะโล้)

เป็ด หมายถึง การทำงานและความสามารถ เมื่อกินกับผักกาดฮ่องเต้น้อย หรือกวางตุ้ง เป็นผักที่มีวิตามินสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินเอ วิตามินซี นอกจากนั้นยังมีธาตุอาหารพวกแคลเซียม ฟอสฟอรัสสูง นอกจากนี้เครื่องเทศหลากหลายชนิดยังช่วยบำรุงร่างกายอีกด้วย

เป็ดพะโล้มงคล เสริมดวงเรื่องงาน

ความหมายมงคลของวัตถุดิบแต่ละอย่าง ที่ได้รับการแนะนำจากหมอช้าง ถูกนำมารังสรรค์จนกลายเป็น 8 เมนูอร่อยรับความเฮงในวันตรุษจีน เชื่อว่าหลายบ้านคงอยากทำเมนูเหล่านี้รับประทานกันในครอบครัว เพื่อฉลองปีวอกปีนี้ให้รุ่งเรืองกว่าเดิม

แนะนำเมนูอร่อยเด็ดรับความเฮง ปี 2559

หมอช้างแนะนำเมนูมงคล 8 อย่าง รับตรุษจีน

เชื้อก่อโรค…กับเอแคลร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572595

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ก.พ. 2559 05:01

 

เอแคลร์ ของหวานสัญชาติฝรั่งเศส ที่ในความหมายของชาวต่างชาตินั้นหมายถึงขนมที่มีลักษณะเป็นท่อนยาวรีๆ มีเนื้อแป้งและไส้ข้างใน

ส่วนเอแคลร์ ที่คนไทยรู้จักนั้นเป็นขนมหวานที่มีลักษณะเป็นก้อนกลมๆ รีๆ ขนาดพอคำ และมีไส้ครีมอยู่ภายใน เปลือกของเอแคลร์ มีลักษณะคงรูป ภายในเป็นรูกลวง เพื่อใส่ไส้ต่างๆได้ตามต้องการ เช่น ไส้ครีมวานิลลา ไส้ครีมช็อกโกแลต ไส้ครีมกาแฟ

กรรมวิธีใส่ไส้เอแคลร์นั้นไม่ยาก แค่เจาะรูเล็กๆที่เปลือกแล้วบีบไส้ครีมใส่เข้าไปในช่องว่างให้เต็ม หรือผู้ผลิตบางรายอาจทำในแบบครีมพัฟ คือตัดด้านบนหรือตัดกลางผ่าครึ่ง บีบครีมใส่ลงในตัวขนมให้พูนขึ้นมา แล้ววางฝาปิดทับไปบนขนม

ความอร่อยของเอแคลร์นั้นมาจากไส้ครีม ยิ่งหากผลิตได้สะอาด และถูกสุขลักษณะด้วยแล้ว ผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็ได้ทั้งความอร่อยและความปลอดภัย

ทว่าในช่วงอากาศร้อนๆ หากผู้ผลิตไม่รักษาสุขลักษณะการผลิตให้ดีเพียงพอ ไม่รักษาความสะอาดในระหว่างการเตรียม ระหว่างผลิต และเก็บรักษาเพื่อรอขาย ก็อาจทำให้มีเชื้อก่อโรคปนเปื้อนอยู่ในเอแคลร์ได้ เช่น เชื้อ บาซิลลัส ซีเรียส

เชื้อชนิดนี้ พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ อาหารที่มักพบปนเปื้อน ได้แก่ อาหารประเภทข้าว เช่น ข้าวผัด อาหารที่มีแป้งและครีมเป็นส่วนประกอบ เช่น เอแคลร์ ขนมไส้ครีม

หากได้รับเชื้อ และสารพิษที่เชื้อสร้างขึ้นเข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ 2 ลักษณะคือ

ลักษณะแรก ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียน เกิดจากการได้รับสารพิษชนิดที่มีความคงทนมีชีวิตรอดได้ในภาวะที่มีอุณหภูมิสูง ความเป็นกรดและด่างสูง

ลักษณะที่สอง ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องร่วง ถ่ายอุจจาระเหลว เกิดจากการได้รับสารพิษชนิดที่ไม่ทนร้อน ไม่ทนกรด

วันนี้สถาบันอาหาร ได้สุ่มเก็บตัวอย่างเอแคลร์ ทั้งที่มียี่ห้อและไม่มียี่ห้อจากร้านค้าในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 5 ตัวอย่าง เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของเชื้อบาซิลลัส ซีเรียส

ผลปรากฏว่า ทุกตัวอย่างไม่พบเชื้อชนิดนี้ปนเปื้อนเลย

แม้วันนี้จะปลอดภัย แต่ขอแนะให้เลือกซื้อจากร้านที่สะอาด ผลิตสดใหม่ และขายวันต่อวันจะดีกว่า.

ผัดหมี่อายุมั่นขวัญยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572056

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 05:01

 

เทศกาลตรุษจีนถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆของชาวจีน รวมทั้งการรับประทานอาหารที่มีชื่อและความหมายที่เป็นสิริมงคล เพื่อให้โชคดีตลอดทั้งปี คุณแป๊ป-ชวพจน์ เทียนทอง ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแม็กกี้ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด จึงถือเอาช่วงเวลาแห่งความพิเศษในเทศกาลตรุษจีนนี้ แนะนำเมนูอาหารอร่อยรับเฮงในปีลิง

คุณแป๊ปบอกว่า เมนูรับเฮงปีลิงที่แม็กกี้นำเสนอ มีอาทิ ผัดหมี่อายุมั่นขวัญยืน เส้นหมี่ หมายถึง อายุยืนยาว ปูอบยิ่งใหญ่วาสนา (ปูอบวุ้นเส้น) ปู หมายถึง ความยิ่งใหญ่ ก้าวหน้า นึ่งสมปรารถนา (ปลาเก๋านึ่ง) ปลา หมายถึงอุดม สมบูรณ์ เจี๋ยนมั่งมีค้าขาย (เห็ดหอมเป๋าฮื้อน้ำแดง) เห็ดหอม หมายถึง ความมีชื่อเสียงเป๋าฮื้อ หมายถึง ความเหลือกินเหลือใช้ ทะเลรวมมิตรสุขสบาย (รวมมิตรทะเลหน่อไม้น้ำแดง) หน่อไม้ หมายถึง ความสุขความอิ่มเอิบใจ กุ้งกระเทียมนำพาบารมี (กุ้งทอดกระเทียม) กุ้ง หมายถึง ยศตำแหน่ง

คุณแป๊ปเล่าต่อว่า “ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ที่บ้านของผมจะเน้นการปรุงอาหารสดใหม่ตามฤดูกาลรับประทานทุกวัน โดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่า การทำอาหารรับประทานกันในครอบครัวเป็นความอร่อย…ที่มีความสุขมากที่สุดครับ ที่จริงผมไม่ได้ไปเรียนการทำอาหารอย่างจริงจัง เพียงแต่เป็นคนช่างสังเกต ชอบชิมและชอบทาน จึงซึมซับเทคนิคการทำอาหาร การเลือกวัตถุดิบสดใหม่ จึงทำให้ชีวิตการกินอยู่ช่วงที่ไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย (University of Virginia) ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่เรื่องยากลำบาก เลย และพอจบกลับมาก็เข้าทำงานที่เนสท์เล่ ประเทศไทย ดูแลด้านการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์แม็กกี้ สิ่งแรกที่ได้เรียนรู้คือ การเข้าครัว Nestlé Kitchen ซึ่งเปรียบเสมือนห้องทดลองปฏิบัติการด้านอาหาร การคิดค้นนวัตกรรมด้านอาหารใหม่ๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ที่ผ่านการค้นคว้าโดยนักโภชนาการและนักวิทยาศาสตร์การอาหารของเนสท์เล่ (Nestlé food specialist) การได้เข้าไปเรียนรู้กระบวนการเบื้องหลังในการคิดค้นนวัตกรรมด้านอาหารเป็นอะไรที่สนุก ได้เรียนรู้ไม่รู้จบ และที่สำคัญยังทำให้เราไม่หยุดนิ่งในการเปิดโลกการเรียนรู้ในการกิน การอยู่เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเองและทุกคนที่เรารักในครอบครัวครับ

สำหรับเครื่องปรุง ผัดหมี่อายุมั่นขวัญยืน (12 ที่) : เส้นหมี่ซั่วต้มสุก 600 กรัม / ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ 3 ช้อนโต๊ะ / ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้ 1 ช้อนโต๊ะ / กุ้งแชบ๊วยแกะเปลือกผ่าหลัง 200 กรัม / น้ำมันพืช 6 ช้อนโต๊ะ / กะหล่ำปลีซอย 2 ถ้วยตวง / เห็ดหอมแห้งแช่น้ำหั่นชิ้นพอคำ 10 ดอก / แครอทหั่นเส้นเล็กๆ 1 ถ้วยตวง / หน่อไม้ฝรั่ง 200 กรัม / น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา / พริกไทยป่น ½ ช้อนชา

วิธีทำ 1) ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ตามด้วยเห็ดหอม ผัดด้วยไฟแรง พอให้เห็ดมีสีน้ำตาลทอง 2) ใส่กุ้งลงผัดพอเกือบสุก 3) ใส่แครอท กะหล่ำปลี และหน่อไม้ฝรั่งลงผัดพอสุก 4) ใส่เส้นหมี่ซั่ว และปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย พริกไทยป่น ผัดให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟได้เลย
เคล็ดลับ เห็ดหอมแห้งก่อนใช้ ควรแช่น้ำร้อน ประมาณ ½ ชั่วโมง เพื่อล้างฝุ่นละอองที่ติดมากับเห็ดหอม และควรผัดเห็ดหอมกับน้ำมันโดยใช้ไฟแรง จะช่วยดึงกลิ่นของเห็ดหอมให้มากยิ่งขึ้น.

Osito by Chef Daniel Bucher

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/568871

โดย Gourmet & Cuisine 2 ก.พ. 2559 16:01

 

นึกสงสัยอยู่แล้วว่า เชฟแดเนียล บูเฮอร์ (Daniel Bucher) อดีตเชฟห้องอาหารรีเฟลกชันคงไม่หนีหายไปจากวงการอาหารบ้านเราแน่ๆ เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าเขาไปอยู่ที่ไหน หลังทราบข่าวว่าเขาไปร่วมหุ้นกับคุณบิลลี เบาติสตา (Billy Bautista) เจ้าของร้านลาโมนิต้า ปรับโฉมเพิ่มเติมเสน่ห์ให้กับร้าน Osito เสียใหม่ G&C ไม่รอช้ารีบไปชิมในทันที

โอซิโต้เปิดขายมาได้พักใหญ่ แต่หลังจากได้เชฟแดเนียลมาช่วยทำให้อาหารที่นี่เด่นแปลกตาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากอาหารจานเล็กเชฟใส่ความเป็นไฟน์ไดนิง เพิ่มกลิ่นอายของอาหารสแปนิชที่ทวิสต์มากขึ้น นอกจากนี้เชฟยังเลือกเอาวัตถุดิบเพื่อการกินที่ยั่งยืนและออร์แกนิกมาใช้ด้วย

เริ่มที่ Clams หรือที่เชฟเรียกว่าหอยกระป๋อง หอยตลับรมควันปรุงกับน้ำมันมะกอก กระเทียม พาร์สลีย์ น้ำจากหอย พริกไทย และปาปริกา เสิร์ฟมาในกระป๋อง เติมรสอูมามิด้วยสาหร่ายอุมิบูโด เชฟยังแอบใส่ปลาหมึกลงไปเพิ่มเนื้อสัมผัสด้วย รสจัดอร่อยดีทีเดียว ต่อกันที่ Reuben คอร์นบีฟโฮมเมดกับซาวร์เคราต์ ชีสกรูแยร์ และขนมปังข้าวไรซ์ อร่อยเต็มปากเต็มคำมาก หรือจะลองแซนด์วิชอย่างอื่นที่มีพาสตรามี่และโชริโซโฮมเมดที่อร่อยไม่แพ้คอร์นบีฟ

มาถึงจานเด่นที่เชฟแดเนียลบอกว่าเป็นริซอตโตสเปนในแบบเฉพาะตัวของเขา จริงๆ มี 2 แบบ รีซอตโตซีฟู้ดและรีซอตโตผัดน้ำมันจากขาแฮม Paella de Mariscos เชฟปรับจากการผัดแบบปาเอลญาเป็นรีซอตโต ใช้ข้าวจากสเปนกับน้ำสต๊อกกุ้งและชีสมาเชโกแทนการใช้ข้าวและชีสจากอิตาลี ข้าวกรุบอร่อยแต่เนื้อสัมผัสต่างออกไป มีกลิ่นรสของทะเลค่อนข้างมากจากน้ำสต๊อก ส่วนอาหารทะเลที่ใส่มาด้วยก็เนื้อแน่นอร่อยทีเดียว

บรรยากาศภายในร้าน

แว่วมาว่าเมนูอาหารและรูปภาพในโปรโมชันต่างๆ ก็เป็นฝีมือของเชฟศิลปินคนนี้เช่นกัน ฝีมือดีไม่แพ้การทำอาหารเลยทีเดียว เชฟยังเตรียม Weekend Latin Brunch ไว้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ 10.00-15.00 น. ที่มีเมนูอาหารยามสายให้เลือกกินจากทั้งร้านลาโมนิต้าและโอซิโต้

ใครว่างวันหยุดก็แวะมาได้

พิกัดความอร่อย : 888/23-24 อาคารมหาทุน พลาซา ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
เปิดบริการ 10.30-23.30 น.
โทร. 0-2651-4399
ราคา 160-3,000 บาท
รับบัตรเครดิต VISA และ Master Card

ที่มา – Gourmet & Cuisine
www.gourmetandcuisine.com

9 จานเด็ดต้องลอง! ร้าน ‘ณ คิดถึง’ ปักหมุดอร่อยฟินที่อัมพวา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564506

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 06:05

 

ไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาหลายหนแล้ว ก็มักจะไปฝากท้องกับร้านเดิมๆ ใช่มั้ย? แต่ถ้าคุณอยากลองทานอาหารอร่อยแบบอื่นๆ บ้าง เราขอแนะนำอาหารแนวฟิวชั่นเก๋ๆ ที่ตอนนี้มีมาเสิร์ฟให้ลองกันแล้วนะจ๊ะ กับร้านอาหาร ณ คิดถึง ที่ตั้งอยู่ในโครงการชูชัยบุรีศรีอัมพวา แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแนวไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ของเมืองอัมพวา

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปชิมความอร่อยรูปแบบใหม่ เป็นเมนูพื้นบ้านแนวฟิวชั่น ที่นำเอาวัตถุดิบหลักจากท้องถิ่นอัมพวามาปรุง และมีการออกแบบจัดจานให้สวยงามดูหรูหราระดับอินเตอร์ แต่ราคาน่าคบ รับรองว่าคุณจะได้ทานอาหารจานอร่อยง่ายๆ แบบสบายกระเป๋า งานนี้ พยุง ใจเย็น หรือเชฟน้อย เชฟประจำ ร้านอาหาร ณ คิดถึง ได้ครีเอตเมนูสูตรเด็ดด้วยตัวเอง

เชฟน้อย บอกว่า ไอเดียในการครีเอตเมนูเซ็ตนี้ มาจากแนวคิดว่า เมืองอัมพวาแห่งนี้มีวัตถุดิบชั้นดีอยู่หลายอย่าง อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารทะเล พืชผักประจำถิ่น ซึ่งหาทานได้ยากและมีรสชาติเฉพาะตัว อย่างเช่น ชะคราม ดอกอัญชัน มะพร้าว ปลา หอย กุ้งแม่น้ำ เป็นต้น ก็คิดว่าไหนๆ จะทำอาหารพื้นบ้านของคนอัมพวาทั้งที ก็จะต้องนำวัตถุดิบเหล่านี้มาปรุง และนำเสนอในแนวประยุกต์ ออกแบบให้ทันสมัยมากขึ้น จึงได้ออกมาเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านทั้ง 6 เมนู ซึ่งหารับประทานที่อื่นไม่ได้

บรรยากาศดี น่านั่ง

ส่วนจะมีอะไรแนะนำบ้าง ตามมาดูกันเลย

1. ผัดไทยทูน่า

เป็นเมนูฟิวชั่นที่น่าสนใจมาก นอกจากจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพแล้ว การคิดเมนูก็เก๋ไก๋ไม่เบา สำหรับคนที่รักสุขภาพก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการทานปลาทูน่าดีต่อร่างกาย ย่อยง่าย ไขมันต่ำ เชฟน้อยจึงรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูเย็น คล้ายกับโซบะเย็นของญี่ปุ่น แต่ประยุกต์เอาเนื้อปลาทูน่ามาหั่นซอยเป็นเส้นยาว ปรุงแบบดิบหรือซาซิมิ โดยนำมาคลุกด้วยน้ำซอสผัดไทยพร้อมผักสด ทานแบบเย็นๆ

เป็นเมนู light Healthy ที่เหมาะกับเป็นมื้อเบาๆ อาจทานคู่กับไวน์ขาวเย็นๆ สักแก้ว และเหมาะที่จะทานในหน้าร้อน เพราะทานแล้วสดชื่น อร่อยลงตัว
สนนราคา : 250 บาท

ผัดไทยทูน่า

2. ปลากะพงทอดน้ำปลา เสิร์ฟคู่ส้มตำผลไม้

เมนูนี้ใช้ปลากะพงสดๆ ทั้งตัว นำมาทอดจนเหลืองกรอบ แต่จะไม่ราดน้ำปรุงเพิ่ม เพราะจะมันเยิ้มเกินไป ความพิเศษที่แตกต่างจากที่อื่นอยู่ที่น้ำยำ ปกติปลาทอดมักจะทานคู่กับน้ำยำมะม่วง แต่จานนี้เคียงคู่มากับส้มตำไทยผลไม้เมืองร้อน เช่น สับปะรด แตงโม แก้วมังกร เป็นต้น ปรุงรสชาติเปรี้ยว หวาน เผ็ด รสชาติเด็ดลงตัว ได้ความหวานฉ่ำจากผลไม้เต็มคำ ไม่ต้องปรุงเยอะก็อร่อยแล้ว
สนนราคา : 390 บาท

ปลากะพงทอดน้ำปลา

3. ยำดอกอัญชันทอดกรอบ

ที่อัมพวามีดอกอัญชันเยอะมาก ไปที่ไหนก็จะเจอเป็นปกติ เป็นดอกไม้ที่รับประทานได้ บางคนอาจจะมองข้าม บางคนก็รู้จักคุ้นเคยเฉพาะแค่น้ำอัญชัน แต่จริงๆ แล้ว สามารถนำดอกอัญชันมาทำเมนูอาหารอื่นๆ ได้อีกหลากหลายเมนู อย่างเช่นจานนี้ เชฟน้อยนำดอกอัญชันมาชุบแป้งทอดกรอบ ราดด้วยน้ำยำเมี่ยง

โดยใช้วัตถุดิบหลักจากท้องถิ่นอย่างมะพร้าวน้ำหอม โดยเอาเนื้อมะพร้าวมาคั่วให้หอม ใส่กะปิดีจากคลองโคน เอามาเคี่ยวและปรุงรสให้เป็นน้ำเมี่ยง เพิ่มถั่วบด พริกสดซอยละเอียด ข่าซอย ตะไคร้ซอย แล้วเอามาคลุกกับอัญชันทอดกรอบ อร่อยเด็ดไม่ซ้ำใคร
สนนราคา : 120 บาท

ยำดอกอัญชันทอดกรอบ

4. หมูเค็มต้มกะทิใบชะคราม

ใบชะคราม เป็นผักประจำถิ่นของที่นี่ มีรสชาติหวานและเค็มในตัว มักขึ้นตามริมชายทะเล หรือตามป่าชายเลน พืชชนิดนี้ดูดความเค็มจากน้ำขึ้นมา ทำให้มีรสชาติโดดเด่นเฉพาะตัว เวลานำมาปรุงอาหาร ก็ไม่จำเป็นต้องปรุงรสเค็มมากเกินไป เพราะใบชะครามมีรสชาตินี้อยู่แล้ว และซึมออกมาในน้ำแกงด้วย ยิ่งนำมาแกงกับกะทิหวานๆ หอมๆ ก็ยิ่งเข้ากัน อร่อยยิ่งขึ้นไปอีก
สนนราคา : 200 บาท

ใบชะคราม นำมาแกงกะทิ อร่อยลงตัว

5. ส้มตำหัวปลี ไก่ย่างชายคลอง

นำหัวปลีใช้แทนเส้นมะละกอ มาทำเป็นส้มตำรสแซ่บ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเมื่อหัวปลีโดนน้ำมะนาวแล้วความฝาดจะลดลงไป ดังนั้นจึงเหมาะมากที่จะเอาหัวปลีมาปรุงเป็นส้มตำ ใส่มะนาว น้ำปลา พริก ซึ่งสูตรนี้ใช้พริกแห้งคั่วให้ความเผ็ดแทนพริกสด เพราะจะทำให้ได้กลิ่นหอมมากกว่า ส่วนไก่ย่างก็หมักสมุนไพรสูตรลับเฉพาะของทางร้าน ขอบอกว่าอร่อยแซ่บติดใจ
สนนราคา : 220 บาท

ส้มตำหัวปลี ไก่ย่างหอมๆ น่ากินสุดๆ

6. ต้มยำกุ้งแม่น้ำแม่กลอง

พื้นที่ริมแม่น้ำแม่กลอง เป็นแหล่งที่มีกุ้งแม่น้ำเยอะ จึงพลาดไม่ได้ที่จะต้องมีเมนูต้มยำกุ้ง ซึ่งเมนูนี้เป็นต้มย้ำแบบน้ำข้น มีความพิเศษกว่าต้มยำกุ้งทั่วๆ ไป คือใช้มันกุ้งแม่น้ำมาเคี่ยวกับน้ำซุปก่อน แล้วค่อยใส่สมุนไพร ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ปรุงรสชาติให้อร่อยครบรสแบบต้มยำด้วยพริก น้ำปลา มะนาว น้ำพริกเผา

ส่วนกุ้งแม่น้ำก็ต้องนำมาทอดให้สะดุ้งน้ำมันก่อนเล็กน้อย จากนั้นนำไปคลุกกับเครื่องต้มยำให้รสชาติซึมเข้าไปในตัวกุ้ง แล้วจึงนำมาใส่ในชามต้มยำ
สนนราคา : 250 บาท

ต้มยำกุ้งแม่น้ำ ตัวใหญ่บิ๊กไซส์

นอกจากนี้ ทางร้านยังมีเครื่องดื่มม็อกเทล 3 สูตร ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ได้แก่

1. นางพญาร้อยชู้

มีส่วนผสม คือ ใบโหระพา น้ำสับปะรด น้ำมะนาว ไซรัป ใบมินต์ ปั่นผสมรวมกัน แล้วนำมาเขย่ากับน้ำแข็ง จนได้เครื่องดื่มหอมเย็น เปรี้ยว หวาน สดชื่น

หอมมินต์ เปรี้ยวหวานสดชื่น

2. มิสอัมพวา

มีส่วนผสมจาก บลูฮาวาย น้ำมะนาว โซดา ไซรัป มิกซ์กันจนได้เครื่องดื่มสีฟ้า ซึ่งเป็นสีแห่งตำนานความรักของสาวอัมพวา จึงใช้ชื่อว่ามิสอัมพวานั่นเอง ส่วนรสชาติก็หวาน เปรี้ยว ซ่า สดชื่นดีอีกเหมือนกัน

มิสอัมพวา

3. ทางช้างเผือก

มีส่วนผสมจาก นมสด น้ำสับปะรด น้ำส้ม น้ำมะนาว นำมามิกซ์และเขย่ากับน้ำแข็งจนได้เครื่องดื่มสีนวลสวย เหมือนทางช้างเผือก รสชาติหวานนุ่มละมุนลิ้น

ทางช้างเผือก

ใครมีแพลนไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาช่วงต้นปีนี้ ก็อย่าลืมแวะไปลองเมนูเด็ดๆ เหล่านี้ได้ น่าจะทำให้มื้ออาหารของคุณและครอบครัวอิ่ม อร่อย และมีความสุขได้ไม่มากก็น้อย

ร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ ดูอบอุ่น และต้นไม้เขียวๆ สบายตา

มุมนั่งชิล

ชิคและคลาสสิก

ร้านอาหารตั้งอยู่ริมน้ำ อากาศชิล

มุมห้องอาหารสวยๆ

ด้านหน้า มีเมนูให้ดูด้วย

แกงใต้ในกรุง หรอย!สมชื่อ “ดีปลี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/570395

โดย คุณชาย 4 31 ม.ค. 2559 05:01

 

สายๆวันอาทิตย์ คุณชายสี่ตั้งใจหาร้านบรรยากาศดีๆ ราคาไม่แพง จอดรถสะดวก ขับรถเข้าไปกลางซอยรามอินทรา 14 หรือซอยมัยลาภ 1 กม. ก็เจอป้ายร้านโดดเด่นชื่อ…ดีปลี

ร้านดูสะอาดตา แต่ละโต๊ะจัดแจกันดอกดาหลาสวยงาม เจอเจ้าของร้าน 2 คน คนหนึ่ง ชื่อจริง ชัชชัย มนูญผล ชื่อเล่นเหน่ง อายุ 45 ปี อีกคน ชื่อจริง ปรีชา เสาธง ชื่อเล่น โอ๊ก อายุ 42 ปี

พี่โอ๊กคุยว่า เดิมทีเราสองคนออกแบบและผลิตเสื้อผ้าผู้หญิง 2 แบรนด์ชื่อ OAK และ THE CLOTHES เปิดร้านขายส่งอยู่ที่จตุจักร ขายปลีกที่อัมรินทร์พลาซ่า ต่อมาก็อยากเปิดร้านอาหารตามความใฝ่ฝันแต่เด็ก

หลายปีก่อน พี่โอ๊กไปกินข้าวบ้านพี่เหน่ง ที่หลังสวน จังหวัดชุมพร แม่น้อยทำอาหารอร่อยทุกอย่าง ความรู้สึกตอนนั้น อยากเอามาทำขายที่กรุงเทพฯ วันหนึ่งเจอที่ว่างอยู่ใกล้บ้านก็ไปขอเช่า

พี่เหน่งขอเล่าต่อ…เป็นคนชอบทำอาหารตั้งแต่เด็กๆ ก็ขอให้แม่ขึ้นมาสอนสูตรการทำอาหารใต้เพิ่มเติม วัตถุดิบบางอย่างเอามาจากหลังสวน เช่น กะปิ ไตปลา ใบแป้น ส่วนส้มจี๊ดแม่จะคั้นใส่แกลลอน ส่งมาให้ทางรถไฟ เพราะที่กรุงเทพฯหายาก

บางเมนูอย่างแกงส้ม น้ำพริกกะปิ ใส่ส้มจี๊ดเข้าไปเวลากินจะได้กลิ่นความสดชื่นของผลไม้

แบ่งหน้าที่ชัดเจน พี่เหน่งทำครัวแกง พี่โอ๊กทำครัวผัด ตำน้ำพริก ต้มยำ ต้มจืด เมนูนึ่ง คิดเมนูใหม่ๆ

ตีสี่พี่โอ๊กออกไปซื้อกับข้าว หกโมงเช้าน้องๆ ที่ร้านช่วยเตรียมของ ทุกอย่างพร้อม 7 โมง พี่โอ๊กกับพี่เหน่งก็เริ่มปรุง อาหารทำวันละ 20 กว่าอย่าง ทั้งผัด ทอด ต้ม ตุ๋น นึ่ง

ร้านนี้มีเอกลักษณ์เมนูหลักๆ 90% เปลี่ยนแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ เมนูเด่น หมูเค็ม แกงส้ม คั่วกลิ้ง ผัดเผ็ดเนื้อ น้ำพริก ขนมจีนน้ำยา แกงไตปลา มาทุกวันต้องเจอ เมนูนอกนั้นจะเปลี่ยนพวกผัดทอดไปเรื่อยๆ

ว่าถึงราคา ข้าวราดเริ่มที่ 40 บาท ราด 2 อย่าง 50 บาท ราด 3 อย่าง 60 บาท สั่งเป็นถ้วย 40–50 บาท หมูเค็มขีดละ 60 บาท

เริ่มเมนูแรก วิธีทำหมูเค็ม พี่โอ๊กบอกว่า เลือกหมูสามชั้นส่วนราวนม เพราะเป็นชั้นสวย แล่แค่หนังออกหั่นเป็นชิ้นยาวๆ แล้วหั่นเป็นก้อนๆขนาด 1 นิ้ว จากนั้นเอามารวนให้แห้ง พักไว้ให้น้ำในหมูหยดออกให้หมด

ก่อนทอดเอามาคลุกเกลือเสร็จแล้วตั้งน้ำมันให้ร้อนมากใส่หมูลงไป

ร้านนี้ใช้แต่น้ำมันใหม่ ทอดวันละสามสี่กิโลต่อน้ำมัน 1 ขวด คั่วไปจนได้ที่ เทน้ำมันออกเหลือไว้ 10 เปอร์เซ็นต์ รวนหมูอีกรอบเพื่อให้กรอบ พอได้สีที่ต้องการก็ปรุงรสด้วยน้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ แล้วรีบผัด 5-6 ครั้ง

พี่โอ๊กตักหมูเค็มใส่จานรองด้วยใบตอง เห็นแว่บแรกหมูเค็มสีสวยน่ากิน คุณชายสี่ตักชิม คุณเอ๊ย! อร่อยมากๆ หมูเค็มกำลังดี…สมชื่อ

เมนูต่อมาคั่วกลิ้งหมูสับ เครื่องแกงมี ตะไคร้ กระเทียม ขมิ้น กระชาย พริกขี้หนู ผิวมะกรูด เกลือนิดหน่อย เอาทั้งหมดไปปั่น จากนั้นผัดเครื่องแกงใส่กะปิอย่างดีจากหลังสวน 1 ช้อนโต๊ะ ใส่หมูสับปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำตาล พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ พิเศษใส่ไตปลา 2-3 ช้อนโต๊ะเข้าไปจะทำให้มีกลิ่นหอม

จากนั้นคั่วไฟแรง เสร็จแล้วโรยหน้าด้วยใบมะกรูดซอย

พี่เหน่งคุยว่า รสชาติจะเข้มข้นกว่าผัดหมูกับพริกแกงธรรมดา แล้วยกมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมเย้ายวนจริงๆ ชิมแล้ว กินคั่วกลิ้งที่ไหนๆ รสชาติก็สู้ร้านดีปลีไม่ได้

เมนูแกงส้ม พี่โอ๊กบอกว่า ผักตามฤดูกาล คูนหรือมะละกอกับปลาทะเล ส่วนผสมเครื่องแกง มีพริก หอม กระเทียม ขมิ้น เคล็ดลับอยู่ที่เครื่องแกงทำใหม่ทุกวัน วิธีทำ ตั้งน้ำจนร้อนใส่เครื่องแกงปรุงรสด้วยกะปิ 1 ช้อนโต๊ะ ส้มจี๊ดกับน้ำมะขาม ใส่ปลาและผักลงไป เมนูนี้ตักน้ำชิมก่อนตามด้วยคูน กรอบอร่อย ส่วนปลาทะเลสดและหวาน

เมนูสุดท้ายขนมจีนน้ำยา มี 3 ชนิด กะทิ เขียวหวานไก่ และไตปลา

น้ำยากะทิ ส่วนผสมเนื้อปลาทะเล เครื่อง แกงเหมือนผัดคั่วกลิ้ง กะทิสด วิธีทำใส่หางกะทิลงไปผัดเครื่องแกงให้หอมแล้วใส่เนื้อปลาที่ปั่นเอาไว้ เติมกะปิ ผัดจนหอม ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลปี๊บนิดหน่อย เพราะได้รสหวานจากกะทิสดแล้ว

จากนั้นใส่หัวกะทิเปิดไฟให้แรง สักพักก็ปิดไฟ เมนูนี้ต้องขอขนมจีนมาเพิ่มราดน้ำยากะทิกลิ่นความหอมของเครื่องแกงขึ้นจมูก รสชาติกลมกล่อมเค็มเผ็ดกำลังดี

พี่โอ๊กคุยถึง เขียวหวานไก่ เครื่องแกงใช้เหมือนน้ำยากะทิ วิธีทำตั้งหางกะทิผัดเครื่องแกงเติมกะปิผัดจนหอม ใส่เนื้อไก่ส่วนสะโพกไม่เอาหนัง ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลปี๊บ ต้มไปจนไก่สุก เติมหัวกะทิรอจนเดือดใส่เลือดไก่ ใส่มะเขือเปราะตามด้วยใบโหระพา ยกใส่ถ้วยมา ตักชิมแล้วทุกรสชาติหอมหวานมันอร่อย

พี่เหน่งเสริม ไตปลา วิธีทำตั้งน้ำใส่เครื่อง แกงลงไปเคี่ยวจนหอม ใส่ผักที่สุกยาก ฝักทอง หน่อไม้เต๋า ใส่ไตปลา เนื้อปลาย่าง ปรุงรสด้วยกะปิ น้ำตาลปี๊บ เกลือ พริกไทยป่น ตามด้วยใบแป้นอันนี้สำคัญมากจะให้ความเผ็ดร้อนและหอม
ลองชิมดูสมกับคำที่พี่เหน่งบอก เผ็ดเค็มนิดๆ หน่อไม้หวานกรอบ

ร้านดีปลีโดดเด่นด้วยโต๊ะผักตามฤดูกาล ตั้งอยู่กลางร้านกว่า 30 กล่องให้เลือกกิน

“คนใต้ชอบกินผักเยอะๆ” พี่เหน่งว่า “ที่นี่มีครบหมด ยอดเหลียงลวกกะทิ ผักกูดลวกกะทิ ผักต้ม ผักดอง ผักยำ เอาแบบฉบับมาจากหลังสวน”

“เรื่องกำไรเอาไว้ คิดทีหลัง” พี่โอ๊กคุย “เราอยากให้ลูกค้าอร่อยมีความสุข บางที ลูกค้าเห็นผักก็เข้ามาถาม เด็กๆไม่ทานผัก แต่สนุกกับการได้เลือกสี เราเห็นก็มีความสุข”

 

ในซึ้งหน้าร้านมีเมนูไข่ตุ๋น ห่อหมกแกง จืดฝักตุ๋นมะนาวดอง มะระหมูสับ ขาหมูต้มยำ ซุปเปอร์ขาไก่ พี่เหน่งบอกว่า หมูสะเต๊ะไว้ทานเล่น และรับทำอาหารสำหรับงานเลี้ยงบริษัท

ที่มาของชื่อร้านดีปลี พี่เหน่งอธิบาย ดีปลีเป็นภาษาใต้โบราณ แปลว่าพริก คนรุ่นย่ายายยังเรียกดีปลี แต่คนรุ่นหลังเรียกพริก พี่เหน่งชอบคำดีปลี เลยเอามาตั้งชื่อร้าน ตั้งใจให้ตรงกับรสชาติอาหารซึ่งจัดจ้าน

ใครยังไม่เคยชิม คุณชายสี่ขอให้มาลองชิม ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึงบ่ายสามโมง ปิดวันจันทร์ โทร.08-1771-6687 หรือเฟซบุ๊ก deepleesoi14 กันพลาด.
คุณชาย 4