เดอะ ดรันเคน เลพริคอน ชิลๆ สไตล์ ไอริช ผับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 พฤศจิกายน 2558 เวลา 17:16 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/398308

เดอะ ดรันเคน เลพริคอน ชิลๆ สไตล์ ไอริช ผับ

โดย…อีตติง อาร์ต

ถ้าพูดถึงผับสไตล์ไอริชแล้วละก็ชื่อของ “เดอะ ดรันเคน เลพริคอน” (The Drunken Leprechaun) ดูจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดีและตอนนี้ “เดอะ ดรันเคน เลพริคอน” ได้เปิดตัวขึ้นในกรุงเทพฯ แล้ว (เป็นสาขาที่สองในเมืองไทยต่อจากสาขาแรกที่ภูเก็ต) เพื่อเป็นสถานที่แฮงเอาต์ให้หนุ่มๆ ที่ชอบเชียร์กีฬาได้มาสังสรรค์กัน

เมื่อก้าวเข้ามาภายในร้านจะพบกับการตกแต่งที่เน้นสไตล์ไอริชผับ หรือสปอร์ตบาร์ในโทนสีขรึมๆ โดยใช้สีดำและสีน้ำตาลเข้มเป็นหลัก พร้อมกับแสงไฟสลัวๆ ให้บรรยากาศคล้ายๆ กับกำลังนั่งอยู่ในผับแถบเกาะอังกฤษหรือไอร์แลนด์

 

ลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านจะเป็นก๊วนหนุ่มสาวชาวต่างชาติและชาวไทย ที่มักจะนัดมารวมตัวกันนั่งดื่มกินและเชียร์กีฬา เช่น ฟุตบอล รักบี้ คริกเก็ต กอล์ฟ และเทนนิส ตามทัวร์นาเมนต์ของแต่ละฤดูกาลแข่งขัน เพราะที่นี่มีทั้งทีวีจอบิ๊กสกรีนและจอเล็กติดอยู่ตามมุมต่างๆ ของร้าน

โดยทั่วไปแล้วผับสไตล์ไอริชมักจะโดดเด่นในเรื่องเบียร์จากทั่วโลก ที่ร้านจึงมีทั้งเบียร์ไอริช เยอรมนี เบลเยียม อังกฤษ ญี่ปุ่น เม็กซิโก ลาว และไทย ซึ่งมีทั้งเบียร์สดและดราฟต์เบียร์พร้อมรอให้บริการ ไหนๆ ก็ได้มาเยือนทั้งทีขอสั่งเครื่องดื่มแนะนำของร้านก่อนเลย

 

แก้วแรก “Dirty Hoe” เป็นเบียร์ค็อกเทลที่ผสมผสานเบียร์สองชนิดจนเกิดเป็นเลเยอร์ 2 ชั้นดูแปลกใหม่ ตามด้วย “Leprechaun Bomb” มีส่วนผสมของเบียร์ดำเป็นพื้นฐาน และยังมีไอริช วิสกี้+คอฟฟี่ ลิเคียวร์ ซึ่งผสมกันลงไปในแก้วเล็กๆ แล้วจึงหย่อนลงไปในเบียร์ดำอีกที ปิดท้ายด้วย “Very Berry” เบียร์ไอศกรีมรูปลักษณ์น่ารักๆ นอกจากนี้ยังมีมิลก์เชกอีก 5 รสชาติ ไว้เป็นทางเลือกสำหรับสาวๆ ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ด้วย

มาดูเมนูอาหารกันบ้าง คอนเซ็ปต์ของเมนูในร้านจะเป็นอินเตอร์เนชั่นแนลฟู้ด มีทั้งเมนูที่กินกับเครื่องดื่มและเมนูหลัก เช่น ซอสเซจ เฟรนช์ฟรายส์ ชิกเกนวิงก์ พิซซ่า สเต๊กเนื้อ สเต๊กปลา รวมทั้งพายและสตู แล้วยังมีเมนูไทยๆ อย่าง ลาบหมูทอด หมูกรอบจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด ไก่ทอด และอื่นๆ ให้เลือกเช่นกัน

 

เริ่มที่เมนูแนะนำ “Beef & Guiness Pie” พายที่เนื้อแป้งกรอบนอกนุ่มใน ไส้พายทำจากเนื้อวัวหมักเบียร์แล้วนำไปตุ๋นจนได้รสชาติที่แตกต่าง…ต่อด้วย “Smoked Salmon” เมนูนี้เป็นแซลมอนรมควันกินคู่กับครีมชีสและขนมปังโฮลเกรนถูกใจคนรักแซลมอน…ตบท้ายด้วย “Grilled Sausages Platter” เมนูที่รวมไส้กรอกหมูย่างหลายชนิดไว้ด้วยกันกินคู่กับผักดองและเบคอนได้รสชาติอร่อยเข้ากันดี นอกจากเมนูหลักแล้วยังมี Dip & Dash หรืออาหารเรียกน้ำย่อยจานเล็กๆ ตั้งโต๊ะไว้บริการฟรีระหว่างรออาหารที่สั่งไปอีกด้วย

ที่สำคัญ “เดอะ ดรันเคน เลพริคอน” ยังมีดนตรีเพราะๆ ที่บรรเลงโดยวงไลฟ์แบนในแนวเพลงที่หลากหลายหมุนเวียนกันไปในแต่ละคืน โดยวันจันทร์จะเป็นคืนเปิดไมค์แบบฟรีสไตล์ที่ลูกค้าสามารถเดินเข้ามาร่วมร้องเพลงได้ วันอังคารเป็นเพลงแนวป๊อป-ร็อกจากสองนักร้องคุณภาพ ไมเคิล สวัสดิ์เสวี และจอห์นนี่

 

วันพุธเป็นเพลงในยุค’90 รวมทั้งเพลงแนวป๊อป-ร็อกจากวง “ทรีโอ ซานโตส” วันพฤหัสบดีเป็นเพลงแนวคลาสสิกผสมเพลงร็อกที่ได้รับความนิยม วันศุกร์เป็นเพลงร็อกและเพลงคลาสสิกในตำนาน วันเสาร์จะเป็นเพลงแนวป๊อป-ร็อกจังหวะสนุกสนานและเพลงในยุค ’90 โดยไลฟ์แบนจะเริ่มเล่นตั้งแต่เวลา 20.00-23.00 น. ส่วนวันอาทิตย์จะเป็นวันสำหรับดูและเชียร์กีฬาโดยเฉพาะ

“เดอะ ดรันเคน เลพริคอน” อยู่ในซอยสุขุมวิท 15 หน้าโรงแรมโฟร์พอยต์ (60 เมตรจากปากซอย)เปิดบริการทุกวันเวลา 10.00-01.00 น. ที่ร้านมีโซนแยกสำหรับจัดงานอีเวนต์และงานไปรเวตปาร์ตี้ด้วย โทร. 02-309-3255 Facebook.com/thedrunkenleprechaunbkk, www.thedrunkenleprechaun.com

 

สตูดิโอลำ ค่ำนี้เพลงอินดี้เป็นใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 ตุลาคม 2558 เวลา 17:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/397007

สตูดิโอลำ ค่ำนี้เพลงอินดี้เป็นใจ

โดย…ลีโอ เคน

ค่ำนี้ผมเป็นสุขยิ่ง หลังจากกินอาหารมื้อค่ำกับพรรคพวก แล้วชวนมาหาที่นั่งต่อเพื่อฟังเพลง และที่นี่ล่ะคือเป้าหมายแห่งการพักผ่อนที่เราต้องการ

สตูดิโอลำ (Studio Lam) บาร์เล็กๆ ในซอยสุขุมวิท 51 ที่เจ้าของอย่าง เบน-สรวรรธน์สุวิพร และดีเจมาฟท์ไซ-ณัฐพล เสียงสุคนธ์ เจ้าของร้านขายแผ่นเสียงสุดแรงม้าและผู้ก่อตั้ง “เดอะ พาราไดซ์ แบงค็อก” วงหมอลำที่โด่งดังไปทั่วยุโรป รวมใจมาเปิดสตูดิโอที่อัดแน่นไปด้วยเพลงหมอลำและเพลงอินดี้ในยุค 60-70 ในแนวที่เขาถนัด

 

เข้ามาบาร์แห่งนี้อย่าตกใจ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวต่างชาติที่อยากมาสัมผัสความสนุกสนานแบบไทยๆ จากดนตรีสนุกๆ และเครื่องดื่มพื้นบ้านอย่างยาดองของบ้านเรา ที่นำมามิกซ์ใหม่กับเหล้าสากล กลายเป็นยาดองฟิวชั่น

ผสานกับการตกแต่งแบบง่ายๆ ใช้โต๊ะเก้าอี้เก่าให้ลุควินเทจ และประดับตกแต่งร้านด้วยแผ่นเสียงทั้งเพลงไทยและเพลงสากล มีบูธดีเจและลำโพงคู่ใหญ่ตั้งอยู่กลางร้านที่ทำผนังเป็นซี่ๆ เพื่อให้ดูดซับเสียงได้ดี

ในทุกค่ำคืนบาร์แห่งนี้จะมีดีเจมาเปิดแผ่นเพลงแนวอินดี้ ทั้งหมอลำบ้านเราที่ไปดังไกลถึงอังกฤษ และเปลี่ยนจากเสียงพิณ เสียงแคน แล้วใส่เสียงกลองและเบสลงไปฟังแล้วดูเข้าท่าเข้าทาง รวมไปถึงเพลงอินดี้จากต่างชาติทั้งอินเดีย อินโดนีเซีย ไปถึงฝั่งยุโรปในยุค 60-80

ใครที่ชอบดนตรีแสดงสด แนะนำให้มาในค่ำคืนวันพุธ เพราะบาร์แห่งนี้จะมีคอนเสิร์ตในแนว Experimental ให้ได้ซื้อตั๋วเข้าไปชมกัน

พิเศษไปกว่านั้น ในทุกค่ำคืนของวันศุกร์และเสาร์ จะมีดีเจมาเปิดเพลงแนว World Music ที่มีความหลากหลายเรื่องสัญชาติ ยิ่งฟังยิ่งกระตุ้นความสุขให้ลุกโชน

มาถึงทีเด็ดของที่นี่บาร์แห่งนี้อีกประการ ที่นอกจากมีทั้งเหล้า ไวน์ เบียร์ เสิร์ฟพร้อมแล้ว พระเอกของที่นี่ยังเป็นยาดอง ที่มีให้เลือกเกือบ 20 ชนิด แต่ละโหลใช้เวลาหมัก 1-2 สัปดาห์ โดยบาร์เทนเดอร์มากฝีมืออย่าง กฤช จิราจินต์ ที่ได้หยิบยาดองไทยขึ้นมามิกซ์กับเหล้าสากลอย่างลงตัว

 

ประเดิมแก้วแรกด้วย สตูดิโอลำ โมจิโต้ หน้าละม้ายคล้ายโมจิโต้ ทว่าได้เพิ่มความมันด้วยยาดองใบเตย น้ำตาลทรายแดง ไซรัปซินนามอน ดื่มแล้วชวนให้นึกถึงทะเล

บาร์เทนเดอร์หนุ่มนึกสนุกขยับลีลาผสมให้อีกแก้วชื่อว่า Bartender Specials ที่มีส่วนผสมของยาดองมะขาม ว่านหางจระเข้ มะนาว ไซรัปเสาวรส รสชาติสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของลมหนาว

 

อีกสักแก้วยังไม่ทันตั้งชื่อ บาร์เทนเดอร์ภูมใจเสนอ Bartender Specials อีกสูตร ยาดองสมุนไพรกำลังเสือโคร่ง ลูกกระวาน ซินนามอน เมล็ดผักชี และวอดก้าท็อปด้วยน้ำตาลทรายแดง โอวว์…จะต่ออีกแก้วคงต้องคิดก่อน

สตูดิโอลำ ซอยสุขุมวิท 51 เปิดบริการ (หยุดทุกวันอังคาร) ตั้งแต่เวลา 18.30-02.00 น. โทร. 02-661-6161

 

เดอะ บาร์ มุมพิเศษสำหรับคนพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 ตุลาคม 2558 เวลา 17:15 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/394276

เดอะ บาร์ มุมพิเศษสำหรับคนพิเศษ

โดย…คีตะ ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

ตอนนั้นเป็นเวลาใกล้เที่ยงคืน หลังจากน้ำสีสวยแก้วสุดท้ายถูกดื่มลงคอ ผู้มาเยือนเตรียมตัวกล่าวคำอำลากับสถานที่และผู้คนซึ่งแสนสวยงามภายใน “เดอะ บาร์ (The Bar)”

เมื่อ เดอะ เฮาส์ ออน สาทร (The House on Sathorn) เปิดตัวขึ้น สถานที่แห่งนี้ก็กลายมาเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ จนทำให้ใครๆ ตั้งใจจะไปเยือนให้ได้สักครั้ง นอกจากร้านอาหาร เดอะ ไดน์นิ่งรูม แล้ว ส่วนหนึ่งของ เดอะ เฮาส์ ออน สาทร แห่งโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ ยังแบ่งพื้นที่ให้สำหรับคนที่อยากจะใช้เวลาสำหรับการแฮงเอาต์ในชื่อ เดอะ บาร์

ตั้งอยู่ในอาคารสไตล์โคโลเนียลอายุ 126 ปี เดอะ บาร์ เป็นมุมพิเศษสำหรับการดื่มสังสรรค์หลังเลิกงาน หรือที่พบปะในช่วงระหว่างวัน บรรยากาศดีงามท่ามกลางการตกแต่งในสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกอันหรูหราสง่างาม ทั้งยังให้กลิ่นอายความเป็นไทยผสมผสานในรายละเอียด

 

อาคารหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในรัชกาลที่ 5 เดิมเป็นบ้านพักของครอบครัวหลวงสาทรราชายุกต์ นักธุรกิจผู้มั่งคั่งและเป็นผู้ริเริ่มขุดคลองสาทร กระทั่ง พ.ศ. 2463 ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นโรงแรมหรู โฮเทล รอยัล ต่อมาก็กลายเป็นที่ทำการสถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ต่อมาทางกรมศิลปากรเข้ามาช่วยบูรณะให้กลับมาสวยสง่าดังเดิม โดยรักษาโครงสร้างเดิมไว้

ที่ เดอะ บาร์ มีเมนูเครื่องดื่มหลากหลาย โดยเฉพาะ “คราฟท์ ค็อกเทล” สร้างสรรค์ขึ้นตามฤดูกาลจากสมุนไพรและเครื่องเทศท้องถิ่น โดยได้รับอิทธิพลทางแนวคิดเรื่องการสร้างสรรค์อาหารของเชฟ ฟาติห์ ทูทัค จากตุรกี ผู้อำนวยการด้านอาหารของ เดอะ เฮาส์ออน สาทร ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเดินทางท่องไปทั่วเอเชียและประเทศอื่นๆ ทำให้ค็อกเทลที่นี่มีกลิ่นอายความเป็นเอเชียผสมผสานอยู่ด้วย

ค็อกเทลเด่นคือ เดอะ ฟลายอิ้ง พิก (The Flying Pig) ผสมจาก จอห์นนี่วอล์กเกอร์โกลด์เลเบิ้ลกับกรองด์ มาร์นิเยร์ เสาวรส และ ซินนามอน อีกหนึ่งแก้วเป็น ดิว่า (DIVA) ผสมด้วย เบลเวเดียร์วอดก้า พาตรงซิตรง (สุรารสส้ม) น้ำมะพร้าว น้ำเชื่อมกลิ่นกุหลาบและมะลิ

นอกจากค็อกเทลแล้ว เดอะ บาร์ ยังมีแชมเปญ สาเก ไวน์ ฯลฯ พร้อมเสิร์ฟคู่กับแกล้มที่น่าลิ้มลองเพื่ออุ่นเครื่องสำหรับปาร์ตี้ในตอนดึก (ที่ อัพสแตร์ส (Upstairs) คลับเลานจ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีทั้งดนตรีสดและดีเจ) หนึ่งใน “บาร์ไบท์” ที่น่าลองคือ มูสตับไก่กับขนมปังไรย์และชัตนีย์ลูกแพร์ นอกจากนั้นยังมีอาหารรับประทานง่ายๆ สไตล์เอเชียอีกหลากหลายเมนูให้เลือกสั่ง

 

ด้วยองค์ประกอบทั้งมวลทำให้ เดอะ บาร์ เป็นมุมพิเศษสำหรับคนพิเศษ เป็นสถานที่ซึ่งเหมาะสมกับการพบปะสังสรรค์พูดคุยแบบสบายๆ ในบรรยากาศคึกคักมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะด้วยบทเพลงไพเราะ เครื่องดื่ม หรือ อาหาร ที่นี่ทำให้ผู้มาเยือนผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยเคร่งเครียดได้อย่างดี

เดอะ บาร์ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน ที่โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ ถนนสาทรเหนือ โทร. 02-344-4000 หรือ www.thehouseonsathorn.com

หลังลุกจากโซฟากว้างใหญ่หนานุ่มอย่างอาลัย เราเดินผ่านพนักงานสาวสวย เธอเอื้อนเอ่ยสวัสดีและ “แล้วพบกันอีกนะคะ…” เราตอบกลับด้วยรอยยิ้มพร้อมความมุ่งมั่นในใจที่จะสนองตอบคำเชื้อเชิญของเธออย่างจริงจัง

 

นั่งชิลในสวนหลังบ้าน ฮิดเด้น แบคยาร์ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 ตุลาคม 2558 เวลา 18:03 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/392919

โดย…ณัฐดนัย คุณกมุท

ต้องบอกเลยว่ายังไม่ทันครบปี ก็สามารถครองใจนักดื่มไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับร้านฮิดเด้น แบคยาร์ด (Hidden Backyard) แลนด์มาร์คสุดชิกแหล่งใหม่เอาใจวัยรุ่นวัยทำงาน ด้วยบรรยากาศที่แสนจะชิล สถานที่ให้ผู้คนแวะมานั่งเฮฮาอยู่ในสวนหลังบ้าน และพร้อมจะชักชวนเพื่อนฝูงมาพูดคุยกันแบบเป็นกันเอง

ด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายน่าหลงใหล งานนี้ขาดื่มจะเลือกนั่งมุมยอดฮิตในสวน หรือจะเลือกนั่งในห้องแอร์เย็นฉ่ำ ก็ได้บรรยากาศที่ดีเช่นเดียวกัน เพราะร้านนี้เขามีการตกแต่งในสไตล์คันทรี่ ลอฟท์ ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียวของต้นไม้ มองไปทางไหนก็รู้สึกสบายตา อีกทั้งมีมุมที่สามารถยกกล้องถ่ายเก๋ๆ ดูดีแบบฮิปสเตอร์สุดๆ

ร้านแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ บริเวณเอาต์ดอร์ ที่จะเน้นเป็นบรรยากาศคล้ายสวนจริงๆ ซึ่งให้บรรยากาศเหมาะกับคนที่ชอบความโล่ง และความพิเศษของบริเวณด้านนอกคือจะมีโซนริมน้ำ ที่ให้บรรยากาศความโรแมนติกอย่างมากหากพาสาวๆ มาเดท ส่วนโซนด้านในจะเน้นความดิบเท่ใช้โครงเหล็กสีดำสนิทกรุกระจกฉาบเป็นผนัง ซึ่งในโซนด้านในจะออกไปในโทนสีหม่น และด้วยการวางแสงสีส้มสลัวๆ ให้ความโรแมนติกไปอีกแบบ

สำหรับอาหารเน้นแบบฟิวชั่น ซึ่งเป็นเมนูที่คิดสูตรเองและปรุงขึ้นใหม่ รับประกันความอร่อย เริ่มกันกับจานเด็ดอย่าง “ริบอายสเต๊ก” เป็นเมนูที่สาวกเนื้อต้องยกนิ้วให้ เพราะนำเนื้อวัวคัดพิเศษไปหมักให้เครื่องเทศเข้าเนื้อก่อนนำไปย่าง เสิร์ฟมาเป็นชิ้นแบบพอดีคำคู่กับมันบด ราดด้วยน้ำเกรวี่ซอสสูตรลับยั่วยวนให้รับประทาน

 

อีกหนึ่งเมนูฮิตของทางร้านอย่าง “สลัดปูนิ่ม” เป็นการใช้ผักไฮโดรโปนิกส์มาเป็นวัตถุดิบผสมกับมะเขือเทศ พริกหวาน ให้สีสันน่ารับประทาน เสิร์ฟมาคู่กับปูนิ่มชุบแป้งทอดกรอบทั้งตัว ก่อนโรยหน้าด้วยไข่กุ้งและน้ำสลัดสูตรเฉพาะ ต่อกันที่เมนูสุดท้ายอย่าง “พาสต้ามันกุ้ง” ที่ปรุงรสกุ้งตัวโตกันมาได้อย่างกลมกล่อมกับครีมและมันกุ้งได้อย่างเหมาะลิ้นคนไทย ดีงามมากถึงมากที่สุดกับเมนูนี้

 

มาถึงเครื่องดื่มสุดพิเศษก็จะมีให้เลือกมากมาย ในส่วนของเบียร์ที่นี่มีให้เลือกดื่มมากกว่า 60 ชนิด ทั้งยังมีเบียร์สดซิกเนเจอร์จากประเทศเช็ก ที่สามารถหาดื่มได้เพียงสองร้านในประเทศนี้ นอกจากนั้นยังมีอีกหนึ่งตัวเลือกที่เป็นที่นิยม ขายดิบขายดีในหมู่นักดื่มสาวๆ นั่นคือ “Hidden Sangria” โดยที่นี่จะใช้น้ำแอปเปิ้ลผสมกับไวน์ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ผสมน้ำสตรอเบอร์รี่และเหล้าเพื่อให้ดีกรีเพิ่มเล็กน้อย

ใครที่อยากมาลิ้มลองความชิลสไตล์สวนหลังบ้านคันทรี่ ลอฟท์ แบบเฉพาะของร้านฮิดเด้น แบคยาร์ด สามารถเดินทางกันมาได้อย่างสะดวก ร้านตั้งอยู่ถนนริมคลองประปา ฝั่งแจ้งวัฒนะ อยู่ห่างจากแยกเข้าไปเพียง 200 เมตร ร้านอยู่ในซอยสังเกตป้ายให้ดี ทางร้านแอบกระซิบมาว่าวันศุกร์-เสาร์ คนจะเต็มเร็วมาก ถ้ามัวแต่ช้า อดมาชิลไม่รู้ด้วย โทร. 09-9053-7323

 

เดอะ เลานจ์ แฮงเอาต์อารมณ์รีสอร์ท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 ตุลาคม 2558 เวลา 17:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/391676

เดอะ เลานจ์ แฮงเอาต์อารมณ์รีสอร์ท

โดย…อีตติง อาร์ต

นานๆ จะมีโอกาสได้มานั่งแฮงเอาต์ท่ามกลางบรรยากาศรีสอร์ทในอารมณ์สบายๆ ณ “เดอะ เลานจ์” (The Lounge) สถานแฮงเอาต์สุดชิกแอนด์ชิล ตั้งอยู่บนโลเกชั่นริมฝั่งทะเลระยอง ที่ควรต้องลองมาสัมผัสดูสักครั้ง

ไม่ว่าคุณจะเป็นแขกที่มาพักที่โรงแรมระยอง แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา หรือคุณจะเป็นลูกค้าที่มาจากข้างนอก เพียงแค่คิดที่จะมานั่งสังสรรค์ชิลๆ ที่ เดอะ เลานจ์ คุณก็ได้รับสิทธินั้นทันที เพราะเมื่อก้าวเข้ามาด้านในจะรู้สึกผ่อนคลายไปกับบรรยากาศการตกแต่งในสไตล์เลานจ์แอนด์บาร์ ที่มีทั้งความเป็นโมเดิร์นผสมผสานกับความเป็นวินเทจ ซึ่งสังเกตได้จากรูปแบบและลวดลายของโต๊ะ เก้าอี้ และโซฟา ที่ออกแบบมาให้ลุกนั่งสบาย แถมยังหายใจได้อย่างโล่งปอดด้วยเพดานสูงโปร่งในสไตล์รีสอร์ทอีกด้วย

สำหรับสาวๆ ที่มากันเป็นก๊วนกับแก๊งเพื่อนๆ และกำลังมองหาสถานที่ดื่มชายามบ่าย ก็สามารถเดินเข้ามาจับจองมุมนั่งเมาท์ตามประสาเพื่อนสาวได้เลย เพราะที่ เดอะ เลานจ์ เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่บ่ายสองโมงเป็นต้นไป ซึ่งในช่วงบ่ายๆ จะมีชุดน้ำชา (High Tea) ไว้รอต้อนรับคุณสาวๆ อยู่แล้ว โดยชุดไฮทีนี้ประกอบด้วย ชาชั้นดี แซนด์วิชหลากหลาย ของหวานแบบฝรั่งเศส และสโคน

 

นอกจากมุมที่นั่งด้านในแล้ว ยังมีระเบียงด้านนอกที่บรรยากาศเป็นแบบโอเพ่นแอร์ ซึ่งสามารถมองวิวริมทะเลระยองในตอนกลางวัน  หรือแม้แต่วิวยามค่ำคืนพร้อมลมพัดเย็นๆ ก็ให้ความรู้สึกที่ดีไปคนละแบบ ไม่ว่าคุณจะมากับเพื่อนๆ หรือมากับคนรักก็ดื่มด่ำกับบรรยากาศอันแสนรื่นรมย์นี้ได้ตั้งแต่ตอนบ่ายๆ ไปจนถึงยามค่ำคืนเลยละ ส่วนใครที่มาเดี่ยวแล้วอยากนั่งดื่มชิลๆ คนเดียวก็สามารถเลือกนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์สุดเก๋ได้เช่นกัน

เมนูอาหารของ เดอะ เลานจ์ ส่วนใหญ่จะเป็นทาปาสหรืออาหารว่างแบบเบาๆ ที่กินคู่กับเครื่องดื่มต่างๆ ซะมากกว่า ที่นี่จะไม่เน้นเมนูหนักๆ สักเท่าไร จะเน้นฟิลลิ่งแบบนั่งดื่มชิลๆ คุยกันไป ดริงก์กันไป ฟังเพลงสากลเพราะๆ จากนักร้องอินเตอร์ฯ ที่ขนเพลงแนวอีซี่ลิสนิ่งในยุคเอทตี้ส์-ไนน์ตี้ส์ มาขับกล่อมให้เพลิดเพลินไป แค่นี้ก็ได้ความสุนทรีย์แล้วละ

เอ้า! บิลท์อารมณ์กันซะขนาดนี้ งั้นลองมาดูซิกเนเจอร์ค็อกเทลกันเลยดีกว่า ยิ่งตอนนี้แดดร่มลมตก บรรยากาศรอบข้างเป็นใจด้วยแล้ว จะมัวรีรออยู่ทำไม

เริ่มจากแก้วแรก “Phupha Life” สีขาวซ่า แก้วนี้มีส่วนผสมของวอดก้ากลิ่นส้ม ลิเคียวร์กลิ่นมินต์ และส้มซันคิสฝาน โดยเพิ่มรสชาติความหวานธรรมชาติด้วยการโรยน้ำตาลปาล์มลงไปนิดหน่อย

แก้วที่สอง “Destination” สีเหลืองใสแก้วนี้ดีกรีแรงขึ้นมาอีกนิด มีส่วนผสมของเตอกีล่า และเหล้ากลิ่นเมลอน โดยเสิร์ฟมาพร้อมกับมิกเซอร์แก้วเล็กที่มีส่วนผสมของชเวปโซดา เลมอน โรสแมรี และขิง ซึ่งมิกเซอร์แก้วเล็กนี้มีไว้เพื่อเติมลงในเครื่องดื่มแก้วหลักให้ได้รสชาติมากขึ้น

ปิดท้ายด้วย “The Closing” แก้วนี้มีส่วนผสมของโรสแมรี เหล้าวิสกี้ผสมน้ำผึ้ง และลิเคียวร์สมุนไพร ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับไอซ์บอล ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเย็นฉ่ำของเครื่องดื่มให้ยาวนานยิ่งขึ้น

“เดอะ เลานจ์” อยู่ที่โรงแรมระยอง แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.ระยอง เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 14.00-01.00 น. โทร. 038-998-000 เว็บไซต์ www.marriottrayongresort.com

 

เครซี่ แครบ ค่ำนี้ผมคลั่งปู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 กันยายน 2558 เวลา 16:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/390287

เครซี่ แครบ ค่ำนี้ผมคลั่งปู

โดย…ลีโอ เคน ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

ค่ำคืนนี้ใครที่ชอบหอย ชอบปู ชอบล็อบสเตอร์ พร้อมร่ำสุรา และฟังบทเพลงแจ๊ซขับกล่อมเบาๆ ผมว่าเรามีที่นัดหมายเดียวกันนะครับ

ผับ บาร์ และร้านอาหารทะเลน้องใหม่ เครซี่ แครบ (Crazy Crab) ของกลุ่มเจ้าของร้านอาหารวัยหนุ่มอย่าง ภูริรักษ์ วงศ์วรรณ ที่มีประสบการณ์การเป็นเจ้าของร้านอาหารไทย Grand Pu Bah ในซานฟรานซิสโก สหรัฐ มากว่า 8 ปี เลยนึกอยากนำประสบการณ์การดื่มกินแบบนิวออร์ลีนส์อันสนุกสนาน มาให้คนบ้านเราได้สัมผัสกันบ้าง

เพียงเดินขึ้นมาที่ชั้นสามของโครงการ Seenspace เราก็จะได้สัมผัสกับร้าน เครซี่ แครบ ที่ภายในตกแต่งในสไตล์รัสติกด้วยโครงเหล็กสีดำ เพดานไม้และพื้นปูนเปลือยแบบดิบๆ

 

ด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางเมืองทางร้านจึงยังคงแฝงความหรูหราเข้ากับบรรยากาศด้วยเก้าอี้เบาะหนังสีเปลือกมังคุด การจัดวางแก้วไวน์ตามแต่ละโต๊ะ ส่วนผนังใช้กระจกรอบร้านเพิ่มความโปร่งสบาย พร้อมสัมผัสกับบริเวณเอาต์ดอร์ที่เปิดไว้คอยท่าที่หน้าร้านให้นั่งชิลกันอย่างสบายใจ

เมนูอาหารที่นี่เป็นสไตล์อเมริกันเสียเป็นส่วนใหญ่ ไฮไลต์ของที่นี่จะเป็นซีฟู้ดที่เสิร์ฟมาแบบนิวออร์ลีนส์แท้ๆ โดยทางเจ้าของร้านได้สูตรมาจากร้านซีฟู้ดชื่อดังที่ซานโฮเซ

ค่ำนี้เราลองสั่ง Boiling Shrimp มาดับความต้องการ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ Maine Lobster Jumbo Tiger Prawn Crawfish กุ้งแม่น้ำไซส์ใหญ่ และกุ้งขาว โดยใส่มาในถุงพลาสติกก่อนจะเทลงบนชามให้ได้หม่ำกันสนุกๆ โดยไม่ต้องกลัวเลอะเพราะทางร้านมีทั้งผ้ากันเปื้อน ถุงมือ และอุปกรณ์การกินบริการครบครัน

 

ใครที่ชอบปูไม่ควรพลาด Boiling Crab ที่มีปู 2 ชนิดให้เลือกทั้ง Dungeness Crab และ Alaskan King Crab Legs หรือหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์โดยเสิร์ฟมาคู่กับน้ำซอส 3 ชนิด น้ำซอสสีแดงที่หอมกลิ่นเครื่องเทศและมีรสออกเปรี้ยวนิดๆ แต่ถ้าใครชอบรสจัดจ้านเราแนะนำ House Special Singha Crazy Sauce ที่มีรสแซ่บคล้ายน้ำจิ้มซีฟู้ดแบบบ้านเรา แต่มีส่วนผสมของเบียร์สิงห์เพิ่มรสชาติเข้มข้นขึ้น

เมนูสุดท้ายที่เราเรียกหา Woke Wake Baby Back Rib ซี่โครงตุ๋นไวน์แดงที่นำไปทอดจนกรอบ แล้วผัดกับซีอิ๊วหวาน กระเทียมและใบโหระพา ทั้งหอม ทั้งร่อน เคี้ยวเพลินจนลืมอิ่ม

 

สำหรับเครื่องดื่มของที่นี่เข้าขั้นฟูลบาร์ มีให้เลือกหลายขนาน หลายดีกรี ทั้งไวน์ เบียร์ วิสกี้ ล้วนเข้าขากับอาหารซีฟู้ด กระทั่งเครื่องดื่มสีสวยลวงตาของที่นี่ก็มีหลายขนาน ขอแนะนำซิกเนเจอร์อย่าง Bah Bah Noom ที่ใส่เครื่องต้มยำไว้ครบครันไม่ว่าจะเป็น หอมแดง ตะไคร้ ใบมะกรูด และน้ำมะนาว ที่ลงไปผสมกับ จิน ส่วนอีกตัวที่ทางร้านแนะนำ เป็น Sly Thai ที่มีวอดก้า ลิ้นจี่ เกลือ มะนาว พริกขี้หนู

พิเศษไปกว่านั้นในทุกค่ำคืนวันพุธ-วันอาทิตย์ ที่นี่ยังมีไลฟ์แบนด์ที่ได้นักร้องเสียงดีจากเวทีเดอะวอยซ์ มาขับกล่อมย้อมอารมณ์ทุกค่ำคืน

เครซี่ แครบ ชั้น 3 โครงการ Seenspace ซอยทองหล่อ 13 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-01.00 น. โทร. 09-4174-2656

 

 

ชิลก่อนกลับบ้าน โฟร์ฮังกรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 กันยายน 2558 เวลา 16:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/388921

ชิลก่อนกลับบ้าน โฟร์ฮังกรี

โดย…โจ เกียรติอาจิณ  ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

ร้านชิลขวัญใจคนย่านอโศก ก็ตามนั้นเลย ชิลก่อนกลับบ้าน จะรีบกลับทำไม แวะชิลก่อนมั้ย เขาพร้อมต้อนรับและจัดเสิร์ฟความชิลให้

“คิดดูนะครับ ถ้าคุณทำงานย่านนี้ เลิกงาน 6 โมงเย็น รถไฟใต้ดินคนก็เยอะ บีทีเอสคนก็แน่น ขับรถรถก็ติด แวะมาที่นี่ก่อน ชิลๆ ก่อนกลับบ้านสัก 2-3 ชั่วโมง ให้คนซาให้ถนนโล่ง ค่อยกลับบ้านครับ” หุ้นส่วนบอกถึงคอนเซ็ปต์

 

คูหาเดียวของตึกที่ซุกตัวอยู่ในซอยไม่มีชื่อ (ประมาณเกือบท้ายซอย) บอกพิกัดชัวร์ๆ ก็ถ้าเดินจากตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มาทางแยกอโศก สังเกตคือมีร้านข้าวแกงอร่อยอยู่ปากซอย นั่นละถูกที่ถูกทาง ร้านอยู่ในซอยนี้

ที่บอกกันเอ๊งกันเองก็เพราะขนาดร้านมันเล็ก ใครไปใครมาทั่วถึงกันหมด โดดงาน หรือหนีแฟนมา รู้หมด ยิ่งเฉพาะใครเป็นคนดัง พรางตัวยาก มากกว่านั้นยังอบอุ๊นอบอุ่น นั่น! บก.นิตยสาร! นี่โปรดิวเซอร์รายการ นู่น! แฟชั่นสไตลิสต์ นั่งโต๊ะหลังชนกัน พอดึกหน่อยก็รวมโต๊ะ ชนแก้ว

 

เรื่องที่มาชื่อร้านหุ้นส่วนว่าจริงๆ นั้นแรกเริ่มก็มาจากการ “ฟอร์ฮังกรี” ความหมายก็ “สำหรับคนหิวข้าว” หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา ประมาณนั้น แต่พอเน้นเสียงสูงต่ำแบบฝรั่ง พูดไปพูดมา จากฟอร์ก็เพี้ยนเป็นโฟร์ และบวกกับหุ้นส่วนร้านมี 4 คน ผลจึงมาสรุปที่ “โฟร์ฮังกรี” โลโก้ก็ใส่เลขสี่ไทยซะ เก๋ไก๋นักแล

อารมณ์ร้านจะออกโทนดิบๆ ครึ้มๆ ย้อมใจให้มันเหมือนร้านแฮงที่แลดูลึกลับ จริงๆ ไม่มีอะไร แค่เขาเน้นผนังปูนเปลือย ผนังก็เต็มไปด้วยภาพวาดและข้อความที่ไร้สาระและมีสาระปะปนกัน ภาพวาดก็สวยบ้างเลอะบ้าง มองให้เป็นศิลป์มันก็เป็นศิลป์ ไม่มีอะไรให้ตีความ

 

ฝีมือการวาดการเขียนก็มาจากเหล่าเพื่อนๆ หุ้นส่วน ที่ช่วยกันออกไอเดียคนละไม้คนละมือ รวมทั้งเก้าอี้ โต๊ะ ก็มาจากของเหลือใช้ ที่บ้านไม่ใช้ ที่ออฟฟิศเป็นขยะ ก็ยกมาบริจาค ก็เข้าท่าดีไม่หยอก ต่อยอดประโยชน์ของเหลือใช้ให้กลายเป็นร้านเท่ๆ

ไปสะดุดที่โต๊ะหนึ่งอยู่ซ้ายมือ (เข้าไปเจอเลย) ระบุชัด “โต๊ะนี้กะเทยจอง” แหม! ผู้ชายทั้งแท่งมายังแหยง ขาใหญ่นะยะกล้าประกาศ (อิอิ) หุ้นส่วนร้านแอบอำ ใครนั่งโต๊ะนี้เป็นกะเทย ขำกันทั้งร้าน แต่เชื่อมั้ย โต๊ะนี้แหละใครมาก็นั่ง เพราะโลเกชั่นดีสุด หันมุมไหน องศาใด เห็นหมด (มิน่า)

 

มายกแก๊งเรียนเชิญนั่งชั้นสอง เหมาชั้นไปเลย เปิดเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ส่วนตัว เฮฮากันด้วยบทสนทนาดีๆ เครื่องดื่มพร้อม อาหารพร้อม เดี๋ยวเขาจัดยกเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ ส่วนใครมาน้อยคนและอยากผจญกับความครึกครื้นก็นั่งชั้นล่าง โต๊ะนี้กะเทยจอง ลูกศรชี้เล็งเป้า นั่งแล้วใครไม่มองให้มันรู้ไป

ที่นี่เครื่องดื่มก็มีเบียร์กับเหล้า ค็อกเทลไม่มี ที่ไม่มีเพราะไม่มีคนทำ หุ้นส่วนเลยตัดรำคาญ เหลือแค่เครื่องดื่มที่สั่งง่ายๆ โดยเอาใจนักดื่มที่คุ้นเคยเครื่องดื่มไทย เบียร์นอกก็มีนิดหน่อย เมื่อถามหาเขาก็จัดให้ แต่ส่วนใหญ่ที่มาก็เบียร์ไทย หรือไม่ก็เหล้าแบน โซดา น้ำเปล่า น้ำแข็ง แถมราคาใจดี จบข่าว!

 

ไม่ต่างกัน อาหารก็มีทั้งจานด่วนจานเดียว ประเภทกับแกล้มก็มี แต่ไม่ใช่ยาวเหยียดเหมือนร้านข้าวต้มกุ๊ย “ข้าวผัดปลาร้าหมูกรอบ” รองท้องก่อนเป็นไง เสิร์ฟร้อนๆ อร่อยแน่ เพราะฝีมือแม่ครัวการันตีว่าเข้าใจหัวอกคนหิว แถมยังให้เครื่องแน่น จานนี้หอมปลาร้า ถูกใจคนเลิฟปลาร้า ต้องลองๆๆ

“ลาบหมูทอด” วางร้อนๆ ต้องรีบซัดเลย อย่าปล่อยให้ความเย็นมาทำลายความอร่อย รสลาบครบเครื่อง ไม่เหมือนกินมันฝรั่งรสลาบที่โรยผงลาบลงไปแล้วบอกว่าแซ่บหลายเด้อ

 

แต่ที่แซ่บอีหลี ก็ต้องยกให้ “ส้มตำถาด” จัดมาถาดขนาดพอเหมาะ 2-3 คนกิน เครื่องเคราส้มตำเห็นแล้วลายตา อะไรต่อมิอะไรมากมายจนบอกไม่ถูก เป็นเมนูที่แกล้มเครื่องดื่มได้ลงตัว เผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวานนั่นแล้วแต่ชอบ เชื่อเถอะว่าจะทำให้การมาแฮงที่นี่ตาสว่าง

อ่อ! ก่อนรับประทานส้มตำถาด แนะนำว่ากรุณาคลุกเคล้าเครื่องเคราทุกสิ่งอย่างในถาดนั้นให้เป็นเนื้อคู่ตุนาหงันนะจ๊ะ ตักนี่นิด นั่นหน่อย จ้างให้ก็ไม่อร่อย มันต้องมั่วซั่วกันในถาด ขี้คร้านถาดเดียวไม่พอ ต้องเบิ้ลถาดต่อไป

 

โฟร์ฮังกรี เปิดบริการทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ (หยุดวันเสาร์และอาทิตย์) ตั้งแต่ 11 โมงเช้า ยัน 5 ทุ่ม หรือ จำง่ายๆ 11AM11PM เลขสวย ติดลมก็นั่งเพลินๆ ได้จนเที่ยงคืน โทร. 08-9617-5136

 

Roadsidedog ร้านเก๋ๆ ของคนรักหมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 กันยายน 2558 เวลา 16:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/387584

Roadsidedog ร้านเก๋ๆ ของคนรักหมา

โดย…พงศ์ พริบไหว ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

เปิดมาได้ไม่ถึงสองเดือนดี แต่ก็มีลูกค้าแน่นร้านทุกวัน สำหรับร้าน “หมาข้างถนน” (Roadsidedog) ซึ่งนอกจากชื่อร้านจะมาจากการที่อยู่ติดถนนแล้ว มีความพิเศษคือเป็นร้านกินดื่มที่สามารถพาสุนัขมาเที่ยวฟังเพลงด้วยกันได้

บรรยากาศของร้านออกแนวสดใส สามารถหามุมเก๋ๆ ถ่ายรูปได้หลายมุม วันที่ไปเยี่ยมเยือนน่าเสียดายว่าพายุเข้าพอดิบพอดี ร้านจึงดูเปียกปอนไปเสียหน่อยเพราะเป็นร้านที่เปิดโล่ง มีต้นไม้ใหญ่คอยสร้างบรรยากาศธรรมชาติๆ ร้านตั้งใจให้เป็นเหมือนหมู่บ้านในแถบยุโรป มีการออกแบบสร้างบ้านดินปั้นและปราสาทล้อมรอบร้าน ซึ่งก็ให้อารมณ์ที่ชวนแปลกแต่ก็ดูสนุกไปอีกแบบ

 

ร้านแบ่งออกเป็นสามส่วน เริ่มจากโซนชิลๆ ที่นั่งกันง่ายๆ เพราะแต่ละพื้นที่ติดกัน ให้ฟีลโต๊ะต่อโต๊ะเหมือนการได้นั่งในท่าช้างย่านดังของ จ.เชียงใหม่ ใต้แสงไฟสลัวๆ ของแต่ละโต๊ะให้อารมณ์แอบโรแมนติกหน่อยๆ ถัดไปเป็นโซนห้องคาราโอเกะที่ตั้งอยู่ภายใน และสุดท้ายกับโซนที่สามารถเหมาจัดปาร์ตี้เฮฮากันกลุ่มใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตร้านแห่งนี้จะจัดการพื้นที่ให้แล้วเสร็จในเร็ววัน และคงได้เห็นอะไรใหม่ๆ ที่ทางร้านบอกว่าจะเข้ามาเติมเต็มให้ร้านหมาข้างถนนแห่งนี้สมบูรณ์ขึ้น

อีกสิ่งที่ขึ้นชื่อนอกจากรูปปั้นสุนัขขนาดใหญ่หน้าร้าน คืออาหารของที่นี่แม้ว่าจะเป็นเมนูไทยแท้ที่คุ้นชินกัน แต่ก็มีความเฉพาะตัวในรสชาติที่จัดจ้านถึงใจ ได้เนื้อได้รสของความเป็นอาหารไทยแท้ ที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบเกรดดีจากต่างประเทศ

 

จานเด่นเหมาะกับนักดื่มคือ “เนื้อวางุจิ้มแจ่ว” ย่างสุกกำลังดีจนได้เนื้อที่นุ่มกินคู่กับน้ำจิ้มแจ่วรสจัดเหมาะเหลือเกินสำหรับเรียกน้ำย่อย ส่วนเมนูที่ห้ามพลาดอีกจาน “แซลมอนแช่น้ำปลา” เนื้อปลาสดๆ ที่ราดมากับน้ำจิ้มสูตรที่ทางร้านคิดขึ้นใหม่ถึงใจเหลือเกิน เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านอีกจาน “ยำหมาหมา” เป็นการผสมผสานระหว่างยำสามกรอบและยำไข่สุดแซ่บ เข้ากันๆ

มาที่เครื่องดื่มชื่อขำๆ “เมาเหมือนหมา” ที่มีเหล้าอยู่ในแก้วถึง 4 ตัว ค็อกเทลเซตเอาใจสาวๆ “หมาสามสหาย” สามารถเลือกรสชาติแนวผลไม้ได้สามรส

 

ร้านหมาข้างถนนจัดหนักกันกับการคัดสรรนักร้องเป็นอย่างมาก หากใครอยากนั่งฟังเพลงที่นี่ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว ยิ่งมาอยู่ในบรรยากาศสลัวๆ ใต้แสงเทียนภายในร้านแล้วก็ดูจะเคลิ้มกับบรรยากาศได้ไม่ยาก เอาเป็นว่าหากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากร้านในเมืองมีสไตล์หรูๆ แวะออกมานอกเมืองนิดหน่อยร้านแห่งนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ร้านตั้งอยู่บริเวณเลียบทางด่วนรามอินทรา อยู่ก่อนถึงซอยนวลจันทร์ โทร. 09-7162-6866

 

 

สแปลช เอาต์ พูลปาร์ตี้ เซ็กซี่เบาๆ ริมสระน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 กันยายน 2558 เวลา 10:12 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/387177

สแปลช เอาต์ พูลปาร์ตี้ เซ็กซี่เบาๆ ริมสระน้ำ

โดย…ไนท์กาย ภาพ : G Spot Ent

ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จะมัวแต่นั่งๆ นอนๆ เป็นนางห้องอยู่แต่ในบ้านก็เซ็งแย่เลยน่ะสิ แบบนี้มันต้องออกไปปาร์ตี้กันสักหน่อย แต่ผับบาร์ก็ไปบ่อยจนน่าเบื่อ งั้นลองเปลี่ยนบรรยากาศไปงานพูลปาร์ตี้เก๋ๆ ริมสระน้ำบ้างดีกว่า ลองไปดูซิว่าบรรยากาศภายในงานจะสนุกสนานเพียงใด

“สแปลช เอาต์ พูลปาร์ตี้” เป็นปาร์ตี้ริมสระน้ำในธีมสุดเก๋ ที่ผู้มาร่วมงานจะต้องสวมใส่ชุดว่ายน้ำแบบเซ็กซี่เบาๆ ตามสไตล์ของตัวเองมาร่วมสนุกสนานในปาร์ตี้ ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันเสาร์แรกของเดือน
ณ ชั้นสระว่ายน้ำของโรงแรมดับเบิล ทรี บาย ฮิลตัน ซอยสุขุมวิท 26

 

งานนี้นอกจากจะได้เห็นผู้เข้าร่วมงานในชุดว่ายน้ำหรือกางเกงขาสั้นโชว์ความเซ็กซี่แล้ว ในงานยังมีแฟชั่นโชว์สุดพิเศษจากนายแบบและเน็ตไอดอลหน้าตาดี หุ่นเป๊ะเว่อร์มาเดินแบบโชว์ให้เป็นอาหารตาอาหารใจเป็นการสร้างสีสันให้กับงานด้วย แถมยังมีโชว์ลิปซิงก์และการเล่นเกมต่างๆ ที่สนุกสนานมากมาย โดยโชว์แรกเริ่มตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป

สำหรับใครที่ชอบแดนซ์ก็ไม่ผิดหวัง เพราะในงานยังมีการเปิดแผ่นด้วยเพลงมันส์ๆ ชวนให้แดนซ์กระจายจากดีเจชั้นนำขวัญใจชาวเราอย่าง “ดีเจ ดี ไอริช” และดีเจอื่นๆ อีกด้วย

แหมแค่ดูจากธีมของงานก็กิ๊บเก๋ไม่เหมือนใครแล้วล่ะ จึงไม่น่าแปลกใจหรอกที่งานพูลปาร์ตี้นี้จะมีทั้งคนไทย เอเชีย และฝรั่ง ซึ่งชาวเราพร้อมใจพากันตบเท้าเข้าร่วมงานกันเพียบ อ้อ! งานนี้ผู้หญิงก็สามารถมาร่วมงานได้ด้วยนะ เพราะความสนุกสนานไม่มีการจำกัดเพศอยู่แล้ว เพียงแค่คุณมั่นใจที่จะใส่ชุดว่ายน้ำและรักการแดนซ์ไปกับเสียงเพลงมันส์ๆ พูลปาร์ตี้ก็ยินดีอ้าแขนรับทุกคนเลยจ้ะ

 

ลองไปฟังคำยืนยันจาก “ต้น-พลพงษ์ พยัคฆ์มะเริง” นายแบบแนวเซ็กซี่ที่บอกว่า เขาไปร่วมงาน “สแปลช เอาต์ พูลปาร์ตี้” มาแล้วถึง 5 ครั้ง

“งานสแปลช เอาต์ พูลปาร์ตี้ เป็นปาร์ตี้ริมสระน้ำที่สนุกสนานและมีสีสันมากที่สุดงานหนึ่งในความรู้สึกของผม ผมไปงานนี้ครั้งแรกเพราะเพื่อนชวนไป พอไปหลายครั้งก็เริ่มรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ก็คุยกันมาเรื่อยๆ จนเริ่มสนิทกัน หลังจากนั้นผมก็ไปร่วมงานตลอด

อย่างที่ทราบว่างานนี้เป็นพูลปาร์ตี้ ถ้าใครหุ่นดี มีความมั่นใจ ก็สามารถนำกางเกงว่ายน้ำ หรือชุดว่ายน้ำไปเปลี่ยนเพื่อใส่เข้าร่วมปาร์ตี้ได้เลย อย่างผมด้วยอาชีพนายแบบซึ่งถ่ายแบบแนวเซ็กซี่อยู่แล้ว ผมจึงรู้สึกไม่ค่อยอายเท่าไหร่ที่จะใส่กางเกงว่ายน้ำต่อหน้าผู้ร่วมปาร์ตี้คนอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นกลุ่มเพื่อนๆ ที่รู้จักกันนั่นแหละ

 

แต่ใครที่ไม่ค่อยมั่นใจในรูปร่างตัวเอง ผู้ชายจะใส่กางเกงเซิร์ฟหรือกางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้าม และผู้หญิงจะใส่ชุดว่ายน้ำที่ไม่ค่อยโป๊มากนัก ก็ไม่มีใครว่าคุณได้ เพราะสแปลช เอาต์ พูลปาร์ตี้ ไม่มีกฎกติกาที่ตายตัว ไม่ว่าคุณจะดริงก์ จะแดนซ์ จะเมาท์มอยกับเพื่อนๆ จะมาดูแฟชั่นโชว์สุดเซ็กซี่ หรือร่วมกิจกรรมเล่นเกมสนุกๆ ขำๆ เช่น ทายเพลงแจกดริงก์ และอื่นๆ ก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องแคร์สายตาใคร

อย่างผมเองก็เคยขึ้นไปเต้นบนเวทีในงานอยู่บ่อยๆ แถมยังมีเพื่อนผู้หญิงขึ้นมาเต้นด้วยอย่างสนุกสนานอีกแน่ะ นับว่าเป็นการสร้างสีสันให้กับงานได้ดีทีเดียว ผมคิดว่าถ้าเราทำให้คนที่มาร่วมงานแฮปปี้ พวกเราก็รู้สึกแฮปปี้ไปด้วยครับ”

 

อ๊ะ! ทราบข้อมูลกันไปแล้ว ยังไงก็อย่าลืมหาโอกาสไปสัมผัสบรรยากาศจริงๆ ดูสักครั้งก็แล้วกัน เพราะมันอาจสนุกสนานเกินกว่าที่คุณคิดไว้ก็ได้นะ

“สแปลช เอาต์ พูลปาร์ตี้” จัดขึ้นทุกวันเสาร์แรกของเดือน ที่โรงแรมดับเบิล ทรี บาย ฮิลตัน ซอยสุขุมวิท 26 เริ่มตั้งแต่เวลา 14.00-20.00 น. ค่าบัตรเข้างาน 300 บาท www.GSpotEnt.com

 

อิ่มสุขริมทะเล อันดามัน บิสโทร แอนด์ บาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 กันยายน 2558 เวลา 09:29 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/386047

อิ่มสุขริมทะเล อันดามัน บิสโทร แอนด์ บาร์

โดย…คีตะ

ช่วงเวลาพักผ่อน (และทำงาน) ที่ภูเก็ตครั้งล่าสุดเต็มไปด้วยความสุข หนึ่งในช่วงเวลาแห่งความสุข คือ การใช้เวลาที่นี่ห่างจากสนามบิน 45 นาที ไม่กี่ก้าวจากอ่าวยนอันเงียบสงบ โรงแรมบัญดารา บีช ภูเก็ต ตั้งอยู่ตรงนั้น ณ เลขที่ 96 หมู่ 8 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต (โทร. 076-316-298) นอกจากจะเป็นที่พักแสนสะดวกสบายแล้วภายในโรงแรมแห่งนี้ยังมี “อันดามัน บิสโทร แอนด์ บาร์” ตั้งอยู่ที่ตึกบี ชั้น 2

บาร์และร้านอาหารแห่งนี้ประกอบด้วยบรรยากาศสวยงาม เหมาะสำหรับการนั่งชิลเพื่อผ่อนคลายริมสระน้ำ รวมทั้งทอดอารมณ์มองทะเลอันสดสวยเบื้องหน้า นอกจากอิ่มใจแล้วยังอิ่มท้อง ด้วยมีบริการอาหารตั้งแต่มื้อกลางวัน 11 โมง เรื่อยไปถึงมื้อค่ำ ช่วงเวลาแนะนำคือ ก่อนตะวันตกดินเรื่อยไปจนดึกดื่น (ร้านปิดเที่ยงคืน) น่ายึดไว้เป็นสถานที่สำหรับการแฮงเอาต์ยิ่งนัก

 

มาเยือนร้านนี้แล้วก็น่าจะได้ลองจิบเครื่องดื่มอันเป็นซิกเนเจอร์ของเขาที่เรียกว่า บันดารา ซันไรส์ น้ำสีส้มสดเสิร์ฟในแก้วทรงสูงเป็นเครื่องดื่มที่ผสมจากวอดก้า, ครีม เดอ บานาน่า, น้ำส้ม และเกรนาดีน นอกจากนั้นยังมี โซลาร์ อีคลิปส์ ผสมจากเบอร์เบิ้น, ออเรนจ์คูราเซา, น้ำส้ม, มะนาว, น้ำแครนเบอร์รี่ และใบมินต์ หรือจะเป็น อลาบาม่า สแลมเมอร์ สูตรนี้ได้มาจากเซาเทิร์น คอมฟอร์ต, วอดก้า, อมาเรตโต, น้ำแครนเบอร์รี่, น้ำส้ม และเกรนาดีน ผสมผสานกัน

อีกหนึ่งเมนูชื่อห้าวๆ ว่า ไทเกอร์ชาร์ค เกิดจากวอดก้า, เพอร์น็อด (อนิส), น้ำสับปะรด, น้ำมะนาว, ไซรัป และใบมินต์ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มค็อกเทลสูตรคลาสสิกมากมายให้เลือกทั้ง ลองไอส์แลนด์ ไหมไทย พินาโคลาดา สิงคโปร์สลิง มาการิตา ฯลฯ ไวน์เลิฟเวอร์ก็สบายใจได้ เพราะตัวเลือกในไวน์ลิสต์นั้นหลากหลายไม่น้อย

สาวๆ ที่นิยมเครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์ที่นี่เขามีม็อกเทลสวยๆ ให้เลือกดื่ม ไม่ว่าจะ ซินเดอเรลลา (ดื่มแล้วรู้สึกสวยเหมือนนางเอกในเทพนิยาย) ผสมจากน้ำสับปะรด, น้ำส้ม, เกรนาดีน และจิงเจอร์เอล หรือจะลองเวอร์จิ้นพิน่าที่ให้อารมณ์ทะเล้ทะเลด้วยน้ำสับปะรด, น้ำมะพร้าว และไซรัป ที่นำมาปรุงแต่งเข้าด้วยกัน หรือถ้าอยากได้สมูทตี้ก็มีให้ลองทั้งรสผลไม้อย่าง แมงโก้ดีไลท์ หรือราสพ์เบอร์รี่แมงโก้ ส่วนวานิลลาคอฟฟี่น่าจะเหมาะสำหรับคนชอบหวานๆ ขมๆ มันๆ

มีเครื่องดื่มแล้วก็ต้องแกล้มด้วยอาหาร อันดามัน บิสโทร แอนด์ บาร์ ให้บริการความอร่อยรสไทย-อินเตอร์ โดยมีกลิ่นอายท้องถิ่นภาคใต้เข้าไปผสมผสาน ไม่ว่าจะเป็นมื้อเบาๆ อย่างทาปาสหรืออาหารเรียกน้ำย่อยรับประทานง่ายๆ สะดวกๆ หรือจะเป็นมื้อค่ำแบบเต็มอิ่มท้องอิ่มตาด้วยอาหารสวยงาม เอร็ดอร่อย และน่าทึ่งในความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งดูแลโดย สกันท์ มณีพันธุ์-ซีเนียร์ เอ็กเซ็กคิวทีฟ เชฟ ผู้สั่งสมประสบการณ์จากร้านอาหารทั้งที่ออสเตรเลียและในกรุงเทพฯ มาก่อน

 

 

ค่ำนั้นเราเริ่มต้นด้วยอาหารเบาๆ เรียกน้ำย่อยอย่างแซนด์วิชเป็ดกงฟีย่างเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งสไตล์โฮมเมด ตามด้วย ชิลลี่ดับเบิ้ล คือ พริกหยวกยัดไส้ชีสเสิร์ฟมากับมูสไก่-กุ้งและซัลซ่า จานต่อไปอยากให้ลองจริงๆ กับ ออทัมน์เทมปุระ ซึ่งนำผักท้องถิ่นภาคใต้ที่หาไม่ได้ง่ายๆ มาทอดแล้วรับประทานกับน้ำจิ้มเทมปุระ แม้แต่คนที่ไม่ค่อยชอบผักยังออกปากว่าอร่อย แล้วก็มาจิ้มๆ กับดิปปิ้งแพลตเตอร์ ที่วันนั้นมีสโมกแซลมอนตาเปนาด คือ มะกอกบดผสมแซลมอนรมควัน จิ้มรับประทานกับพิต้าเบรดกรุบๆ กรอบๆ

พอน้ำย่อยทำงานเต็มกำลังก็ถึงเวลารับประทานดินเนอร์ให้เป็นเรื่องเป็นราว อาจจะย้ายที่นั่งจากกลางแจ้งริมสระเข้าสู่พื้นที่อินดอร์สบายๆ แล้วล้างปากด้วยเชอร์เบตรสเมลอนและแตงกวาเพื่อปรับลิ้น ก่อนพบกับมื้อค่ำอย่างเช่น สลัดและกุ้งคาร์ปาชโช มาพร้อมเดรสซิ่งรสจัดจ้าน อารมณ์คล้ายกุ้งแช่น้ำปลาหน่อยๆ ต่อด้วยปลากะพงแดงกับริซอตโต้มันฝรั่งและซุปมะเขือเทศมีกลิ่นอายรสชาติแบบอาหารไทยภาคใต้ผสมเข้ามา แล้วจึงเป็นกุ้งตัวโตทอดกระเทียม พริก และผักชี ตามด้วยซี่โครงแกะย่างเสิร์ฟกับซอสสีเขียวซึ่งช่วยเสริมรสและดับกลิ่นแกะได้อย่างเยี่ยม ใครชอบรับประทานข้าวก็น่าจะชอบจานนี้ คือ ข้าวหมกนกกระทา เสิร์ฟกับซอสรสจัดเล็กน้อย และปิดมื้ออร่อยด้วยไอศกรีมซันเดย์ซึ่งทุกคนสามารถที่จะตกแต่งหน้าตาและรสชาติด้วยท็อปปิ้งที่เลือกเองได้

ด้วยอาหาร เครื่องดื่ม บรรยากาศ และวิวทิวทัศน์ ทุกอย่างที่ อันดามัน บิสโทร แอนด์ บาร์ ทำให้เวลาดูเหมือนจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับความสุขที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ จนฟินสุดๆ ไปเลย