Health News : ค้นพบ ‘รสชาติที่ 6’ ในมนุษย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765725

Health News : ค้นพบ ‘รสชาติที่ 6’ ในมนุษย์

Health News : ค้นพบ ‘รสชาติที่ 6’ ในมนุษย์

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ประสาทสัมผัสที่เกิดขึ้นเมื่อลิ้นของคนเราได้ชิมรสชาติต่างๆ นอกจากรสหวาน เค็ม เปรี้ยว ขม และอูมามิแล้ว ยังมีรสพื้นฐานในธรรมชาติอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อตัวรับความเป็นกรดที่ผิวเซลล์ตอบสนองต่อสารแอมโมเนียมคลอไรด์ (ammonium chloride) หรือที่เรียกกันว่าเกลือแอมโมเนียม (ammonium salt) เป็นการรับรู้รสชาติที่ 6 ในฐานะรสพื้นฐานตามธรรมชาติ

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตดอร์นไซฟ์ (USC Dornsife) ของสหรัฐฯ ค้นพบตัวรับ (receptor) ชนิดหนึ่งที่ผิวของเยื่อหุ้มเซลล์ในลิ้น ซึ่งจะจับกับสารที่เป็นกรดได้ด้วยโปรตีน OTOP1 ตัวรับดังกล่าวเป็นชนิดเดียวกับที่รับรู้ความเป็นกรด ซึ่งทำให้คนเราสามารถรับรสเปรี้ยวของส้ม มะนาว หรือน้ำส้มสายชู แต่เมื่อมันจับกับโมเลกุลของสารแอมโมเนียมคลอไรด์ที่สัมพันธ์กับความเป็นกรด รสชาติที่เกิดขึ้นกลับแตกต่างออกไปจากรสเปรี้ยวอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ดี เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้คนทั่วไปจินตนาการได้ว่า รสชาติที่หกนี้มีลักษณะอย่างไรหรือให้ความรู้สึกเป็นแบบใดกันแน่ แต่ผู้คนในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย รวมทั้งบางส่วนของเนเธอร์แลนด์และภาคเหนือของเยอรมนี จะคุ้นเคยกับรสชาติของแอมโมเนียมคลอไรด์ดี เพราะในภูมิภาคดังกล่าวมีการบริโภคของกินเล่นที่เรียกว่า “ชะเอมเทศเค็ม (salted liquorice) ซึ่งมีส่วนผสมของแอมโมเนียมคลอไรด์ และมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ คณะนักวิจัยเชื่อว่า คนเราสามารถรับรู้รสชาติของแอมโมเนียมคลอไรด์ได้ จึงน่าจะเป็นกลไกป้องกันภัยที่มากับวิวัฒนาการ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเตือนไม่ให้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายนั่นเอง

Health News : ยอดป่วย ‘ไข้เลือดออก’ ในเวียดนามพุ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764339

Health News : ยอดป่วย ‘ไข้เลือดออก’ ในเวียดนามพุ่ง

Health News : ยอดป่วย ‘ไข้เลือดออก’ ในเวียดนามพุ่ง

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุขของเวียดนามรายงานว่าเวียดนามมีผู้ป่วยไข้เลือดออก99,639 ราย และผู้เสียชีวิต 27 ราย นับตั้งแต่ต้นปี 2023 รายงานระบุว่าจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกรายใหม่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน ทว่าจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกในกรุงฮานอยยังไม่มีแนวโน้มลดน้อยลง

นับตั้งแต่สิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ฮานอยรายงานพบผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อยู่ที่ประมาณ 2,500-2,600 รายต่อสัปดาห์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน และพบผู้ป่วยไข้เลือดออก 20,548 รายแล้ว ตั้งแต่ต้นปีนี้ สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 3 เท่า

ด้านสำนักข่าวเวียดนาม นิวส์ รายงานอ้างอิงคณะผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์รายงานว่า จำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกทั่วประเทศลดลง ขณะจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกในฮานอยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความแปรปรวนของสภาพอากาศทางตอนเหนือ ที่มีฝนตกตามมาด้วยความร้อนกินเวลายาวนานส่งผลให้วงจรยุงพัฒนาเร็วขึ้น

Health News : สูตรงีบหลับเพิ่มพลังให้คนทำงานโต้รุ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762830

Health News : สูตรงีบหลับเพิ่มพลังให้คนทำงานโต้รุ่ง

Health News : สูตรงีบหลับเพิ่มพลังให้คนทำงานโต้รุ่ง

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บทวิเคราะห์ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances เปรียบเทียบการทดลองจากงานวิจัยเบื้องต้น 3 ชิ้น ของ ดร.ซานาเอะ โอริยามะ นักวิทยาศาสตร์สาขาชีวการแพทย์ จากมหาวิทยาลัยฮิโรชิมาของญี่ปุ่น เพื่อให้ได้ “สูตรงีบหลับ” ที่ดีที่สุดสำหรับคนทำงานกลางคืนออกมา Ffp.shอาสาสมัคร 3 กลุ่ม กลุ่มละ 12-15 คน ทำงานนานติดต่อกันถึง 16 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 16.00 น.ไปจนถึง 09.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

อาสาสมัครกลุ่มแรกจะได้รับอนุญาตให้พักงีบหลับยาวๆ ได้หนึ่งครั้ง คิดเป็นเวลาทั้งสิ้น120 นาที ในช่วงสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน แต่อาสาสมัครอีกกลุ่มหนึ่งจะได้รับอนุญาตให้พักงีบหลับได้สองครั้งโดยให้นอน 90 นาที ในช่วงสี่ทุ่มครึ่งถึงเที่ยงคืน และงีบหลับสั้นๆ 30 นาทีอีกครั้ง ในช่วงตีสองครึ่งถึงตีสาม ส่วนอาสาสมัครกลุ่มสุดท้ายหรือกลุ่มควบคุม จะไม่มีโอกาสได้งีบหลับเลยตลอดทั้งคืนพบว่า ผู้เข้าร่วมการทดลองที่ได้งีบหลับสองครั้ง โดยคิดเป็นเวลานาน 90 นาที และ 30 นาทีตามลำดับ มีความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานโต้รุ่งน้อยที่สุด ทั้งยังรู้สึกว่าสมองแจ่มใสใช้ความคิดได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้นอนพักผ่อนยาว 120 นาที เพียงครั้งเดียวต่อคืน โดยอาสาสมัครกลุ่มนี้รู้สึกว่าตัวเองเฉื่อยชาและง่วงเหงาหาวนอนมากที่สุด

ดร.โอริยามะ แนะนำว่า “การงีบหลับ 90 นาทีในช่วงแรกของค่ำคืน ช่วยรักษาประสิทธิภาพการทำงานให้คงอยู่ยาวนานขึ้น ส่วนการงีบสั้นๆ ครั้งที่สอง นาน 30 นาทีในช่วงใกล้รุ่ง ช่วยลดความเหนื่อยล้าและทำให้ผู้นั้นคงปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วเอาไว้ได้ จึงถือเป็นกลยุทธ์การงีบหลับแบบผสมผสาน ที่ส่งผลให้การทำงานโต้รุ่งปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเต็มที่”

Health News : ผู้ค้นพบ ‘ควอนตัม ดอท’ คว้า ‘โนเบลสาขาเคมี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761507

Health News : ผู้ค้นพบ ‘ควอนตัม ดอท’ คว้า ‘โนเบลสาขาเคมี’

Health News : ผู้ค้นพบ ‘ควอนตัม ดอท’ คว้า ‘โนเบลสาขาเคมี’

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มวนจิ บาวองดี หลุยส์ บรูส และอเล็กซี เอกิมอฟ คือชื่อของผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ปี 2023 จากการประกาศในวันที่ 4 ตุลาคม ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน
จากความสำเร็จในการผลิต “ควอนตัม ดอท” อนุภาคที่เล็กมาก ที่ต่อมามีความสำคัญอย่างยิ่งต่องานด้านนาโนเทคโนโลยี และจะมีประโยชน์ในด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยืดหยุ่น เซ็นเซอร์ขนาดเล็กโซลาร์เซลล์ที่บางขึ้น และการสื่อสารควอนตัมแบบเข้ารหัส โดย “ควอนตัม ดอท” คืออนุภาคขนาดเล็กที่ถูกนำไปใช้ในการผลิตจอ LED ที่ถูกใช้ในหน้าจอโทรศัพท์มือถือหรือโทรทัศน์ และยังถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการช่วยชี้จุดให้กับศัลยแพทย์ในการผ่าตัดเนื้อเยื่อมะเร็งด้วย

นักเคมีทั้ง 3 คนจะได้รับเงินรางวัล 11 ล้านโครนสวีเดน (ราว 35 ล้านบาท) และมีกำหนดขึ้นรับรางวัลในพิธีที่จะจัดขึ้นในกรุงสตอกโฮล์ม ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ อันเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของอัลเฟรด โนเบล นักวิทยาศาสตร์ผู้ก่อตั้งรางวัลนี้ในปี 1895 และมีการเริ่มมอบรางวัลมาตั้งแต่ปี 1901

แม้มีบ่อยครั้งที่รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ จะได้รับความสนใจกว่าผู้ได้รับรางวัลสาขาเคมีเนื่องจากมีผู้ได้รับรางวัลชื่อดัง เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ แต่ผู้ได้รับรางวัลสาขาเคมีเองก็มีนักวิทยาศาสตร์ชื่อบันลือโลกอยู่หลายคน รวมถึงผู้บุกเบิกการค้นคว้าในเรื่องกัมมันตภาพรังสี อย่างเออร์เนสต์ รัทเธอฟอร์ด และมารี คูรี ที่ได้รับรางวัลโนเบลทั้งสาขาเคมีและสาขาฟิสิกส์

Health News : ไข้หวัดนกทำแมวน้ำ-สิงโตทะเลอุรุกวัยตาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759959

Health News : ไข้หวัดนกทำแมวน้ำ-สิงโตทะเลอุรุกวัยตาย

Health News : ไข้หวัดนกทำแมวน้ำ-สิงโตทะเลอุรุกวัยตาย

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เจ้าหน้าที่กระทรวงสิ่งแวดล้อมอุรุกวัยเผยว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ มีการพบซากแมวน้ำและสิงโตทะเลประมาณ 400 ซากบนชายหาดในกรุงมอนเตวิเดโอบริเวณริเวอร์เพลต (River Plate) ซึ่งเป็นชะวากทะเลที่เกิดจากแม่น้ำ 2 สายมาบรรจบกันแล้วไหลออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ทางกระทรวงฯ กำลังติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และว่าเจ้าหน้าที่ได้ฝังซากไปแล้ว 350 ซากเพื่อหยุดยั้งเชื้อไวรัสแพร่ระบาด

จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่คร่าชีวิตแมวน้ำและสิงโตทะเลจำนวนมากดังกล่าว แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นเชื้อไวรัสไข้หวัดนก เจ้าหน้าที่ยอมรับว่าโรคนี้ไม่สามารถควบคุมได้ ทำได้เพียงรอให้สัตว์มีภูมิคุ้มกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด และขอให้ผู้ไปเที่ยวชายหาดหลีกเลี่ยงการสัมผัสซากสัตว์ เพราะถึงแม้การติดเชื้อจากสัตว์สู่คนเกิดขึ้นยากแต่ก็เกิดขึ้นได้

อุรุกวัยเป็นประเทศในทวีปอเมริกาใต้ มีแมวน้ำและสิงโตทะเลประมาณ 315,000 ตัว

Health News : ศัลยแพทย์หญิงผ่าตัดเก่งกว่าหมอชาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758563

Health News : ศัลยแพทย์หญิงผ่าตัดเก่งกว่าหมอชาย

Health News : ศัลยแพทย์หญิงผ่าตัดเก่งกว่าหมอชาย

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดรักษาโรคจากศัลยแพทย์หญิง มีแนวโน้มจะเผชิญกับผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดน้อยกว่า ทั้งยังฟื้นตัวได้ดี โดยไม่จำเป็นต้องติดตามดูแลอย่างประคบประหงมหรือให้การพยาบาลเป็นพิเศษหลังการผ่าตัดด้วย เมื่อเทียบกับบรรดาคนไข้ที่ผ่านการลงมีดของศัลยแพทย์ชาย เป็นผลสำรวจที่ได้จากงานวิจัยสองชิ้น
ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ JAMA Surgery ที่วิเคราะห์ข้อมูลของคนไข้กว่า1 ล้านคน ในประเทศแคนาดาและสวีเดน ชี้ถึงผลการผ่าตัดที่ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญของศัลยแพทย์หญิง ซึ่งฝีมือที่ล้ำเลิศของพวกเธอ ทำให้คนไข้มีปัญหาสุขภาพที่ติดตามมาหลังการผ่าตัดน้อยมาก โดยเฉพาะการเกิดผลข้างเคียงหลังการผ่าตัด ที่อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุที่ทำให้ศัลยแพทย์หญิงรักษาคนไข้ได้ดีกว่าแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่า หมอผ่าตัดที่เป็นสตรีจะใช้เวลาทำงานในแต่ละครั้งนานกว่าศัลยแพทย์ชาย โดยการที่พวกเธอไม่เร่งรีบทำการผ่าตัดจนเกินไป ส่งผลให้มีความสุขุมรอบคอบในการทำงานสูงกว่า

Health News : ชอบแคะขี้มูกเพิ่มความเสี่ยงติดโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757032

Health News : ชอบแคะขี้มูกเพิ่มความเสี่ยงติดโควิด

Health News : ชอบแคะขี้มูกเพิ่มความเสี่ยงติดโควิด

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Vrije Universiteit Amsterdam ของเนเธอร์แลนด์ตีพิมพ์ผลการศึกษาล่าสุดลงในวารสาร PLOS One หลังได้สำรวจพฤติกรรมของบุคลากรทางการแพทย์ในชีวิตประจำวัน เพื่อประเมินถึงผลกระทบของพฤติกรรมเหล่านี้ต่อความเสี่ยงที่พวกเขาอาจติดเชื้อไวรัส SARS-Cov-2 ซึ่งก่อโรคโควิด-19 โดยให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 219 คน ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมด้านสุขอนามัยส่วนตัว เช่น ไว้หนวดเคราหรือไม่ สวมแว่นตา แคะจมูก หรือกัดเล็บเป็นประจำหรือไม่

หลังติดตามข้อมูลสุขภาพของคนเหล่านี้ในเวลาราว 6 เดือนถัดมา ทีมผู้วิจัยพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามที่ยอมรับว่าชอบแคะขี้มูกอยู่บ่อยครั้งนั้น มีอัตราการติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 สูงกว่าคนทั่วไปที่ 17% ซึ่งนับว่าสูงกว่าเกือบ 3 เท่า เมื่อเทียบกับอัตราการติดเชื้อของคนไม่แคะขี้มูกที่ 5.9%

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้ไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการแคะจมูกทำให้ติดโควิดได้ในทุกกรณี แต่ก็เป็นข้อมูลที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มความสัมพันธ์ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่า การแคะขี้มูกทำให้เชื้อโรคจากภายนอกเข้าถึงเนื้อเยื่ออ่อนภายในโพรงจมูกหรือลำคอได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทำนิสัยเช่นนี้ในสภาพแวดล้อมที่มีการแพร่กระจายของเชื้อโรคสูง

Health News : ศัลยแพทย์หญิงผ่าตัดเก่งกว่าหมอชาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755585

Health News : ศัลยแพทย์หญิงผ่าตัดเก่งกว่าหมอชาย

Health News : ศัลยแพทย์หญิงผ่าตัดเก่งกว่าหมอชาย

วันอาทิตย์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดรักษาโรคจากศัลยแพทย์หญิง มีแนวโน้มจะเผชิญกับผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดน้อยกว่า ทั้งยังฟื้นตัวได้ดี โดยไม่จำเป็นต้องติดตามดูแลอย่างประคบประหงมหรือให้การพยาบาลเป็นพิเศษหลังการผ่าตัดด้วย เมื่อเทียบกับบรรดาคนไข้ที่ผ่านการลงมีดของศัลยแพทย์ชาย เป็นผลสำรวจที่ได้จากงานวิจัยสองชิ้นซึ่งตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ JAMA Surgery ที่วิเคราะห์ข้อมูลของคนไข้กว่า 1 ล้านคน ในประเทศแคนาดาและสวีเดน ชี้ถึงผลการผ่าตัดที่ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญของศัลยแพทย์หญิง ซึ่งฝีมือที่ล้ำเลิศของพวกเธอ ทำให้คนไข้มีปัญหาสุขภาพที่ติดตามมาหลังการผ่าตัดน้อยมาก โดยเฉพาะการเกิดผลข้างเคียงหลังการผ่าตัด ที่อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุที่ทำให้ศัลยแพทย์หญิงรักษาคนไข้ได้ดีกว่าแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่า หมอผ่าตัดที่เป็นสตรีจะใช้เวลาทำงานในแต่ละครั้งนานกว่าศัลยแพทย์ชาย โดยการที่พวกเธอไม่เร่งรีบทำการผ่าตัดจนเกินไป ส่งผลให้มีความสุขุมรอบคอบในการทำงานสูงกว่า

Health News : กาแฟไร้กาเฟอีนตามธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754059

Health News : กาแฟไร้กาเฟอีนตามธรรมชาติ

Health News : กาแฟไร้กาเฟอีนตามธรรมชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์วิจัยกาแฟชั้นนำ Instituto Agronomico de Campinas (IAC) ในประเทศบราซิล ได้เริ่มกระบวนสำคัญของโครงการที่มีระยะเวลาดำเนินการสองทศวรรษ ในการพัฒนากาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าที่ไม่มีกาเฟอีนตามธรรมชาติ ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่า การพัฒนาดังกล่าวอาจมีศักยภาพทางธุรกิจที่โดดเด่นอย่างมาก

นักวิจัยจากศูนย์ IAC กล่าวว่า พวกเขากำลังเริ่มทดลองภาคสนามในระดับภูมิภาคของบางสายพันธุ์ที่พวกเขาได้พัฒนามาเป็นเวลาหลายปี ซึ่งเป็นการผสมพันธุ์กาแฟที่
แตกต่างกันและมีปริมาณกาเฟอีนต่ำโดยธรรมชาติ โดยดึงสายพันธุ์เหล่านี้มาจากธนาคารเชื้อพันธุ์ของพวกเขาเอง

หากการพัฒนานี้ประสบความสำเร็จ สายพันธุ์กาแฟที่เพาะได้อาจจะสามารถเจาะตลาดผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม ในภูมิภาคที่มีการบริโภคมหาศาล อย่างเช่น ยุโรปและสหรัฐฯ ที่ลูกค้าต้องการกาแฟไร้กาเฟอีนที่มาจากธรรมชาติ แทนที่กาแฟไร้กาเฟอีนจากหลายแบรนด์ชั้นนำในท้องตลาด ที่ต้องผ่านกระบวนการทางเคมี หรือกระบวนการทางอุตสาหกรรมเพื่อลดสารกาเฟอีน ขณะที่บริษัทที่จำหน่ายกาแฟไร้กาเฟอีน ยังจะได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ต่ำลงเนื่องจากสามารถข้ามขั้นตอนทางอุตสาหกรรมในการขจัดสารกาเฟอีนออกจากกาแฟพันธุ์ปกติไปได้

Health News : เกาหลีใต้ลดโควิดลงเท่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752549

Health News : เกาหลีใต้ลดโควิดลงเท่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

Health News : เกาหลีใต้ลดโควิดลงเท่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้เตรียมปรับลดระดับการติดเชื้อของโรคโควิด-19 ลงเป็นระดับต่ำสุดเท่ากับโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ จากที่ปัจจุบันเกาหลีใต้ให้โรคโควิด-19 มีระดับการติดเชื้อที่ระดับ 2 เท่ากับโรคสุกใสและโรคหัด เมื่อลดลงเป็นระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุด เท่ากับโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล โรคมือเท้าปาก หนองใน และซิฟิลิส ที่หน่วยงานทางการแพทย์ในประเทศสามารถรับมือและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ขณะที่หลังจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญจะดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันผู้ป่วยความเสี่ยงสูง และการให้ความสนับสนุนทางการแพทย์แก่ผู้ติดเชื้อ

ข้อมูลของสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคเกาหลี หรือเคดีซีเอ ระบุว่า ช่วงวันที่ 13-19 สิงหาคม พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 41,698 ราย ลดลงร้อยละ 16.4 หรือจำนวน 49,893 ราย อัตราการเพิ่มขึ้นเริ่มชะลอตัวลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคม ขณะที่อัตราการเสียชีวิตยังทรงตัวที่ร้อยละ 0.03