Health News : ไวรัสโบราณล้านปี อาจช่วยรักษามะเร็งได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733551

Health News : ไวรัสโบราณล้านปี อาจช่วยรักษามะเร็งได้

Health News : ไวรัสโบราณล้านปี อาจช่วยรักษามะเร็งได้

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฟรานซิส คริคก์ นักอณูชีววิทยาชาวอังกฤษได้ค้นพบไวรัสโบราณที่หลบซ่อนอยู่ภายในพันธุกรรมของมนุษย์ ซึ่งมักเปิดเผยตัวตนออกมาขณะที่เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปทั่วจนร่างกายไม่สามารถควบคุมได้เท่านั้น โดยไวรัสนี้จะช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายค้นหาและช่วยโจมตีเซลล์มะเร็ง กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จึงต้องการที่จะควบคุมและใช้ประโยชน์ไวรัสนี้ในการสร้าง “วัคซีน” ที่ช่วยรักษาหรือป้องกันเซลล์มะเร็ง พวกเขายังได้พบว่ามีระบบภูมิคุ้มกันส่วนหนึ่งที่สามารถรอดพ้นจากเซลล์มะเร็งในปอดได้ดีกว่าภูมิคุ้มกันส่วนอื่น ๆ ผ่านการสร้างแอนติบอดี (Antibody) เพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อของร่างกาย ซึ่งภูมิคุ้มกันกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า “บีเซลล์” (B-Cells)

พันธุกรรมของมนุษย์ที่พวกเราต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีนั้น มีองค์ประกอบของไวรัสชนิดนี้มากกว่า 8% การศึกษาวิจัยยังพบว่าไวรัสโบราณบางชนิดก็ติดมากับรหัสพันธุกรรมของเราตั้งแต่เมื่อประมาณสิบล้านปีที่แล้ว และได้ร่วมวิวัฒนาการมากับพวกเราตั้งแต่สมัยยุคที่บรรพบุรุษของมนุษย์ยังคงอยู่ในวงศ์ลิงใหญ่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเซลล์มะเร็งนั้นเติบโตลุกลามมากขึ้นจนถึงระยะท้ายเกินกว่าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะสามารถรับมือได้ ไวรัสชนิดนี้ก็หายไปจากร่างกายของมนุษย์ ซึ่งผลการสังเกตนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ยืนยันได้ว่าไวรัสนี้สามารถช่วยต่อต้านการติดเชื้อจากไวรัสอื่น ๆ ที่ร่างกายรับเข้ามาได้เพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

อย่างไรก็ดี นักวิจัยโรคมะเร็งในสหราชอาณาจักรอย่าง ดร. แคลร์ บรูมเลย์ กล่าวเอาไว้ว่างานวิจัยชิ้นนี้ ต้องการการค้นคว้ามากกว่านี้ ภายในอนาคตเธอเชื่อว่ามนุษย์จะสามารถค้นพบวิธีรักษามะเร็งให้เป็นจริงได้ด้วยนวัตกรรมจากไวรัสชนิดนี้

Health News : ความเหงาทำให้เสี่ยงเสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732033

Health News : ความเหงาทำให้เสี่ยงเสียชีวิต

Health News : ความเหงาทำให้เสี่ยงเสียชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วิเวก เมอร์ธี นายแพทย์ใหญ่ของสหรัฐฯ กล่าวในการแถลงเกี่ยวกับโรคระบาดใหญ่ครั้งล่าสุดว่า ความอ้างว้างโดดเดี่ยวที่แพร่หลายในสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพหลายอย่าง หลังจากการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ชาวอเมริกันซึ่งมีส่วนร่วมกับสถานประกอบพิธีการทางศาสนา องค์กรชุมชนต่างๆ และแม้แต่กับสมาชิกในครอบครัวของตนกันน้อยลง

ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ได้รายงานว่ามีความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนครอบครัวแบบเดี่ยวเพิ่มขึ้นสองเท่าในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา แต่วิกฤตนี้ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โรงเรียนและที่ทำงานต้องปิดลง และชาวอเมริกันหลายล้านคนต้องแยกตัวจากญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงของตน ชาวอเมริกันใช้เวลากับเพื่อนๆ ประมาณวันละ 20 นาทีในปี 2020 ลดลงจากวันละ 60 นาทีเมื่อเกือบสองทศวรรษก่อนหน้า นอกจากนี้ ความเหงากำลังระบาดหนักโดยเฉพาะในหมู่เยาวชนอายุ 15-24 ปี ซึ่งมีรายงานว่ากลุ่มคนอายุนี้ใช้เวลากับเพื่อนลดลง 70% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ความอ้างว้างโดดเดี่ยวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเกือบ 30% โดยรายงานเปิดเผยว่ากลุ่มคนที่เข้าสังคมไม่ได้มีความเสี่ยงสูงต่อโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ พอๆ กับการสูบบุหรี่ถึงวันละ 12 มวน นอกจากนี้ ความโดดเดี่ยวยังทำให้มีโอกาสประสบภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และภาวะสมองเสื่อมอีกด้วย เป็นเหตุให้อุตสาหกรรมด้านสุขภาพเสียหายปีละหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Health News : สหรัฐฯ ยุติภาวะฉุกเฉินโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/730583

Health News : สหรัฐฯ ยุติภาวะฉุกเฉินโควิด-19

Health News : สหรัฐฯ ยุติภาวะฉุกเฉินโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รัฐบาลสหรัฐฯ ยุติภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขด้านโควิด-19 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังประกาศภาวะฉุกเฉินดังกล่าวครั้งแรกเมื่อกว่า 3 ปีก่อนเพื่อจัดสรรเงินทุน และทรัพยากรแก่ประเทศในการต่อสู้กับการระบาดใหญ่ระดับโลก โดยประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ขยายระยะเวลาภาวะฉุกเฉินซ้ำหลายครั้ง นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในปี 2564 กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ จัดทำแผนงานสรุปการเปลี่ยนผ่านจากภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข โดยการรักษาและการตรวจโรคโควิด-19อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเองตามประกันสุขภาพ ส่วนวัคซีนป้องกันอาจอยู่ภายใต้ความคุ้มครองอย่างน้อยไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2567 ขณะการตัดสินใจในโครงการเมดิเคดหรือโครงการประกันสุขภาพของรัฐ ขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐ

ขณะเดียวกัน การยุติภาวะฉุกเฉินนี้จะส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์บางประการ ซึ่งจะนำไปสู่แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อผู้ที่ประกันครอบคลุมน้อยหรือผู้ไม่มีประกัน

ทั้งนี้ การบังคับแบ่งปันผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการโรคโควิด-19 รวมถึงข้อมูลวัคซีนระดับท้องถิ่น และรัฐกับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ จะสิ้นสุดลงเช่นกันเมื่อภาวะฉุกเฉินสิ้นสุดลง

Health News : อินโดนีเซียผวาโควิด ‘อาร์คตูรุส’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729054

Health News : อินโดนีเซียผวาโควิด ‘อาร์คตูรุส’

Health News : อินโดนีเซียผวาโควิด ‘อาร์คตูรุส’

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานอนามัยกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เตือนว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดจะยังคงพุ่งสูงในช่วงไม่กี่วันข้างหน้านี้ หลังจากไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ อาร์คตูรุส (Arcturus) หรือ XBB.1.16 สายพันธุ์ย่อยของโควิดสายพันธุ์โอมิครอน ระบาดมากขึ้นในประเทศ พบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อาร์คตูรุสแล้ว 10 คน ตั้งแต่ตรวจพบครั้งแรกในวันที่ 23 มีนาคม

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พบว่าไวรัสอาร์คตูรุสระบาดรุนแรงกว่าสายพันธุ์ XBB.1 และ XBB.1.5 ประมาณ 1.17-1.27 และในตอนนี้ กำลังกลายเป็นสายพันธุ์ที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นในขณะนี้ โดยในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังสุด อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อโควิดทำสถิติสูงสุดมากกว่า 1,000 คน เป็นประจำทุกวันรวมตัวเลขผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 6.7 ล้านคน ตั้งแต่โควิดเริ่มระบาดในประเทศเมื่อเดือนมีนาคม 2563 คาดว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน อาจสูงกว่า 4,000 คน ภายในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ดี กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียยืนยัน สถานการณ์การระบาดของโควิดในประเทศยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม และเรียกร้องให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนก แม้ว่าจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น พร้อมกับเตือนประชาชนควรเฝ้าระวัง ด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยในที่ชุมชน และเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น

Health News : เตือน ‘ยาแก้ไอน้ำเชื่อม’ ผลิตในอินเดีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727618

Health News : เตือน ‘ยาแก้ไอน้ำเชื่อม’ ผลิตในอินเดีย

Health News : เตือน ‘ยาแก้ไอน้ำเชื่อม’ ผลิตในอินเดีย

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกคำแจ้งเตือนเกี่ยวกับยาแก้ไอน้ำเชื่อมที่ผลิตในอินเดีย โดยเน้นย้ำว่ายาแก้ไอดังกล่าวมีสารไดเอทิลีน ไกลคอล (diethylene glycol)และเอทิลีน ไกลคอล (ethylene glycol) ในปริมาณสูงเกินเกณฑ์ โดยองค์การฯรายงานการตรวจพบยาแก้ไอน้ำเชื่อมที่ปนเปื้อนประเภทนี้ชุดหนึ่งในหมู่เกาะมาร์แชลล์และไมโครนีเซีย

คำแจ้งเตือนระบุว่า ตัวอย่างของยาแก้ไอไกวเฟนิซิน ทีจี (Guaifenesin TG syrup) จากหมู่เกาะมาร์แชลล์ ถูกพบว่ามีปริมาณสารไดเอทิลีน ไกลคอลและเอทิลีน ไกลคอลปนเปื้อนสูงเกินเกณฑ์ โดยยาไกวเฟนิซินเป็นยาขับเสมหะที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บหน้าอกและอาการไอ

องค์การฯ ไม่ได้เผยรายละเอียดว่ามีผู้คนล้มป่วยหลังจากบริโภคยาแก้ไอไกวเฟนิซินทีจีหรือไม่ ทว่า เตือนว่าการบริโภคไดเอทิลีน ไกลคอลและเอทิลีน ไกลคอลมากกว่าเกณฑ์อาจนำไปสู่การเสียชีวิต ด้านรัฐบาลอินเดียยังไม่ได้ออกมาแสดงท่าทีต่อคำเตือนล่าสุดนี้แต่อย่างใด

ทั้งนี้ องค์การฯ ออกคำแจ้งเตือนข้างต้นหลังจากที่เคยรายงานความเชื่อมโยงของยาแก้ไอน้ำเชื่อมอื่นๆ ที่ผลิตในอินเดีย กับกรณีการเสียชีวิตของเด็กในแกมเบียและอุซเบกิสถานเมื่อหลายเดือนก่อน

Health News : จีนส่งออกแพทย์แผนจีน สู้โควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726065

Health News : จีนส่งออกแพทย์แผนจีน สู้โควิด-19

Health News : จีนส่งออกแพทย์แผนจีน สู้โควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จีนได้จัดส่งคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนจีน (TCM) ไปยัง 29 ประเทศทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการต่อสู้กับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ระหว่างการแพร่ระบาดใหญ่

เว่ยชุนอวี่ เจ้าหน้าที่สำนักงานกำกับดูแลแพทย์แผนจีนแห่งชาติ กล่าวว่าจีนเผยแพร่เอกสารเกณฑ์วิธีการวินิจฉัยและการรักษาด้วยการแพทย์แผนจีนฉบับหลายภาษาสำหรับการรับมือกับการติดเชื้อไวรัสฯ และได้แบ่งปันประสบการณ์การต่อสู้กับโรคดังกล่าวด้วยยาแผนดั้งเดิมแก่ประเทศและภูมิภาคต่างๆ กว่า 150 แห่ง พร้อมเสริมว่ายาสมุนไพรจีนดั้งเดิมที่ผ่านการรับรองประสิทธิภาพแล้วนั้น ได้รับการวิจัยและนำไปใช้ในหลายประเทศ

ช่วงที่เกิดการระบาดใหญ่ จีนยังจัดเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ด้วยการแพทย์แผนจีน และช่วยเหลือองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดการประชุมเพื่อประเมินบทบาทของการแพทย์แผนจีนในการรักษาโรคโควิด-19 โดยรายงานที่เผยแพร่ในภายหลังได้รับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการแพทย์แผนจีน

ปัจจุบัน จีนวางแผนจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ศูนย์การแพทย์แผนจีน ศูนย์วัฒนธรรม และสถาบันทางการแพทย์ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการแพทย์แผนจีน พร้อมทั้งแนะนำประชาคมโลกให้รู้จักวัฒนธรรมจีนผ่านบริการฝังเข็ม การให้คำปรึกษาด้านการบำบัดด้วยการแพทย์แผนจีน และนิทรรศการการแพทย์แผนจีน รวมถึงโครงการริเริ่มอื่นๆ

Health News : พบผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดนก H3N8 รายแรกในจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/724524

Health News : พบผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดนก H3N8 รายแรกในจีน

Health News : พบผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดนก H3N8 รายแรกในจีน

วันอาทิตย์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO รายงานว่า พบสตรีรายหนึ่งเสียชีวิตจากไข้หวัดนกสายพันธุ์ H3N8 ในประเทศจีน เชื่อว่าจะเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกจากเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์นี้ ผู้ที่เสียชีวิตที่พบเป็นรายแรกนี้ เป็นสตรีวัย 56 ปี จากมณฑลกวางตุ้ง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เริ่มมีอาการป่วยตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ และเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลในวันที่ 3 มีนาคม จากอาการปอดอักเสบอย่างรุนแรงและมาเสียชีวิตในวันที่ 16 มีนาคม WHO กล่าวว่า สตรีรายนี้มีโรคประจำตัวหลายโรคและมีประวัติสัมผัสกับสัตว์ปีกมีชีวิตก่อนที่จะมีอาการของโรคไข้หวัดนกนอกจากนั้นยังมีประวัติว่า มีนกป่าอยู่บริเวณรอบๆ บ้านพักของเธอด้วย WHO กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ใกล้ชิดคนไข้รายนี้คนใดที่มีอาการป่วยหรืออาการติดเชื้อ

ไข้หวัดนกสายพันธุ์ H3N8 ปรากฏการระบาดตั้งแต่ปี 2022 หลังจากพบเชื้อโรคนี้เป็นครั้งแรกในนกน้ำในทวีปอเมริกาเหนือและเท่าที่ทราบสามารถติดต่อได้ในม้า สุนัขและแมวน้ำด้วย และไม่พบว่ามีการติดต่อไปยังมนุษย์จนกระทั่งมาพบผู้ติดเชื้อ2 ราย แต่ไม่เสียชีวิต ในประเทศจีนในเดือนเมษายนและพฤษภาคมปีที่แล้ว

Health News : หมาแมวทำลายสุขภาพการนอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723081

Health News : หมาแมวทำลายสุขภาพการนอน

Health News : หมาแมวทำลายสุขภาพการนอน

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Human-Animal Interactions ชี้ว่าการเลี้ยงสัตว์อย่างสุนัขและแมวมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับอาการนอนไม่หลับ รวมทั้งโรคเกี่ยวกับการนอนอีกหลายชนิด โดยทีมนักวิจัยทางการแพทย์และสาธารณสุข นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ลอเรน วิซนีสกี จากมหาวิทยาลัยลินคอล์นเมโมเรียล (LMU) ของสหรัฐฯ ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของชาวอเมริกันทั่วประเทศ ซึ่งได้มาจากฐานข้อมูลการสำรวจผลตรวจสุขภาพและโภชนาการแห่งชาติ (NHANES) ที่จัดทำขึ้นระหว่างช่วงปี 2005-2006

ทีมผู้วิจัยพยายามมองหาแนวโน้มบางอย่าง ซึ่งแสดงความเกี่ยวข้องระหว่างคุณภาพการนอนกับการมีหรือไม่มีสัตว์เลี้ยงในกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว โดยอาการที่แสดงออกถึงปัญหาในการนอนของแต่ละคนนั้น นอกจากการนอนหลับยากแล้วยังได้แก่การนอนกรน, สะดุ้งตื่นกลางดึก, ติดยานอนหลับ, รวมทั้งมีอาการขากระตุกหรือขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome – RLS)

ผลการวิเคราะห์พบว่า คนที่เลี้ยงหมาหรือแมวมักมีแนวโน้มจะนอนไม่หลับหรือมีปัญหาในการนอนสูงกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง โดยคนที่มีสุนัขอยู่ในบ้านมีความเสี่ยงต่อโรคนอนไม่หลับสูงกว่าอย่างชัดเจน ส่วนคนที่เลี้ยงแมวนั้น มีความเสี่ยงต่ออาการขากระตุกหรือขาอยู่ไม่สุขขณะนอนหลับสูงกว่า

Health News : ตรวจเส้นผมบีโธเฟน

Health News : ตรวจเส้นผมบีโธเฟน

Health News : ตรวจเส้นผมบีโธเฟน

วันอาทิตย์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นับตั้งแต่ ลุดวิก ฟอน บีโธเฟน นักแต่งเพลงชื่อก้องโลก เสียชีวิต ในปี ค.ศ.1827 ก็เกิดคำถามถึงอาการเจ็บป่วยและสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง 7 ปีสุดท้ายของชีวิต บีโธเฟนประสบกับอาการตัวเหลืองอย่างน้อยสองครั้ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคตับ ทำให้เชื่อว่าเขาเสียชีวิตจากโรคตับแข็ง

ล่าสุดนักวิจัยได้วิเคราะห์ดีเอ็นเอของบีโธเฟนจากเส้นผมที่เก็บรักษาไว้ และจัดลำดับจีโนมของเขาเป็นครั้งแรก โดยตัวอย่างเส้นผมทั้งห้าตัวอย่าง ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติครอบครัว ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง และปัจจัยที่อาจมีส่วนทำให้เขาเสียชีวิตเมื่ออายุ 56 ปีเพราะนอกจากการสูญเสียการได้ยินแล้ว นักแต่งเพลงคลาสสิกชื่อดังคนนี้ยังมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารซ้ำๆ ตลอดชีวิตของเขา เช่นเดียวกับโรคตับขั้นรุนแรง

โจฮานเนส เคราส์ ผู้ร่วมวิจัยจากสถาบันมักซ์พลังค์เพื่อมานุษยวิทยาวิวัฒนาการในเมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมนี ระบุว่า นักวิจัยไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนสำหรับอาการหูหนวกหรือปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารของบีโธเฟนได้ แต่สามารถค้นพบปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมที่สำคัญหลายประการสำหรับโรคตับ และยังพบหลักฐานของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในช่วงหลายเดือนก่อนที่เขาจะป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งสิ่งเหล่านี้น่าจะมีส่วนทำให้เขาเสียชีวิต

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลระบุว่า บีโธเฟนดื่มไวน์อย่างน้อยหนึ่งลิตรพร้อมอาหารกลางวันในแต่ละวันจึงเชื่อว่าการดื่มแอลกอฮอล์ บวกกับปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมสำหรับโรคตับและการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้สุขภาพของบีโธเฟนทรุดโทรมอย่างมากในช่วงสุดท้ายของชีวิต

Health News : เดนมาร์กพบโควิด-19 ใน ‘น้ำเสีย’ เพิ่มขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/712054

Health News : เดนมาร์กพบโควิด-19 ใน ‘น้ำเสีย’ เพิ่มขึ้น

Health News : เดนมาร์กพบโควิด-19 ใน ‘น้ำเสีย’ เพิ่มขึ้น

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สถาบันเซรุ่มแห่งเดนมาร์ก รายงานว่าผลการเฝ้าติดตามน้ำเสียแสดงจำนวนผู้ติดเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สายพันธุ์ใหม่ เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจในเดนมาร์ก แม้จำนวนผลทดสอบพีซีอาร์ (PCR) ที่เป็นบวก การรักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิต จะไม่เปลี่ยนแปลง

รายงานระบุว่าปัจจุบันเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์โอมิครอน ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์ย่อยเอ็กซ์บีบี.1.5 (XBB.1.5) ซึ่งแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในสหรัฐฯ เมื่อปลายปีที่แล้ว ได้ขึ้นแท่นเป็นเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์ที่พบมากที่สุดในเดนมาร์ก คิดเป็นราวร้อยละ 26 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด

เชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์โอมิครอน ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์ย่อยเอ็กซ์บีบี.1.5 เป็นเชื้อไวรัสฯ ที่มีลักษณะหลบหลีกภูมิคุ้มกัน ไม่ว่าจะเป็นหลังจากติดเชื้อหรือฉีดวัคซีน แต่ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าก่อให้เกิดอาการรุนแรงกว่าเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์โอมิครอน ชนิดกลายพันธุ์อื่นๆ หรือไม่

ทั้งนี้ สถาบัน ระบุว่าอัตราการตรวจพบเชื้อไวรัสฯ ในน้ำเสีย เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 17 ในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา