Health News : ทำงานกะกลางคืนไม่ได้เพิ่ม ความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/240235

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

คณะผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งของสหราชอาณาจักรเปิดเผยงานวิจัยชิ้นล่าสุด ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of the National Cancer Institute ที่บ่งชี้ว่า การทำงานกะกลางคืนไม่ได้ทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น โดยทีมนักวิจัยได้ศึกษาและเปรียบเทียบข้อมูลของผู้หญิง 1.4 ล้านคน ในสหราชอาณาจักร สหรัฐ จีน สวีเดน และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีทั้งผู้ที่ไม่เคยทำงานกะกลางคืนเลย ผู้ที่ทำงานกะกลางคืนเป็นครั้งคราว และผู้ที่ทำงานกะกลางคืนต่อเนื่องกัน 20-30 ปี ผลที่ได้บ่งชี้ว่า การทำงานกะกลางคืนไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิงเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นการหักล้างคำเตือนที่องค์การอนามัยโลกระบุเมื่อปี 2550 ว่า การทำงานกะกลางคืน “อาจมีความเกี่ยวโยง” กับโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นคำเตือนที่ได้มาจากผลการศึกษาในสัตว์ทดลองและในห้องปฏิบัติการเป็นหลัก โดยชี้ว่า การทำงานกะกลางคืนเป็นการรบกวนนาฬิกาชีวภาพในร่างกายจนนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็ง

Health News : คนมีสิวจะแก่ช้ากว่าคนที่ไม่มีปัญหาผิวหน้าเลย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/239127

วันอาทิตย์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผลการวิจัยล่าสุดจากคิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอน ในฝาแฝดหญิง 1,205 คน ด้วยการวิเคราะห์ตัวอย่างเซลล์เม็ดเลือดขาวของอาสาสมัคร พบว่าคนที่มีปัญหาสิวบนใบหน้ามักมี “เทโลเมียร์” ซึ่งเป็นส่วนปลายสุดของโครโมโซมทำหน้าที่เป็นปลอกที่คอยห่อหุ้มเพื่อปกป้องยีนที่อยู่ข้างในไม่ให้เสียหาย ทำหน้าที่คล้ายกับปลายพลาสติกของเชือกรองเท้าที่ป้องกันไม่ให้เชือกหลุดลุ่ย ตามปกติเทโลเมียร์มักหดสั้นลงไปตามกาลเวลา และคนที่มีเทโลเมียร์ขนาดยาวมักมีแนวโน้มจะดูแก่ช้ากว่าคนที่มีเทโลเมียร์สั้น เพราะเมื่อเทโลเมียร์สั้นลงก็จะไปกระตุ้นการทำงานของโปรตีน p53 ที่ควบคุมให้เกิดการเสื่อมสลายของเซลล์ ซึ่งนักวิจัยพบว่า คนที่มีปัญหาสิวมักมีการทำงานของ p53 ในระดับต่ำกว่าคนทั่วไป แพทย์ผิวหนังทราบกันมานานแล้วว่าคนที่มีปัญหาสิวบนใบหน้ามักดูแก่ช้ากว่าคนทั่วไป แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่พบคำตอบของเรื่องนี้ ซึ่งดูเหมือนว่า ความยาวของเทโลเมียร์ จะเป็นปัจจัยที่ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยและดูแก่ก่อนวัย

Health News : เด็กแอฟริกันมีภูมิต้านทานเอดส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/238009

วันอาทิตย์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดของสหราชอาณาจักร เผยผลการค้นพบล่าสุดหลังศึกษาตัวอย่างเลือดของเด็กชาวแอฟริกาใต้ 170 คนที่ติดเชื้อเอชไอวีว่า เด็กในจำนวนนี้ 10% จะไม่พัฒนาไปมีอาการของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเอดส์ในภายหลัง เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายนิ่งเฉยไม่พยายามโจมตีไวรัสเอชไอวี ซึ่งอาจเป็นแนวทางไปสู่การรักษาการติดเชื้อเอชไอวีโดยอาศัยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัดได้ ทีมนักวิจัยระบุว่า การที่คนเราป่วยด้วยโรคเอดส์นั้น ไม่ได้มาจากการติดเชื้อเอชไอวีโดยตรง แต่มาจากปฏิกิริยาของภูมิคุ้มกันในร่างกายที่มีต่อเชื้อเอชไอวีในแต่ละคนมากกว่า โดยระบบภูมิคุ้มกันของเด็ก 10% จากกลุ่มตัวอย่างหลีกเลี่ยงที่จะเข้าทำลายเชื้อเอชไอวี ซึ่งเป็นวิธีป้องกันตนเองที่ถูกต้อง และเป็นกลไกเดียวกับที่พบในลิงกว่า 40 ชนิดซึ่งมีเชื้อภูมิคุ้มกันบกพร่องในลิงหรือ SIV อยู่แต่ไม่มีอาการป่วยแต่อย่างใด

Health News : ดูหนังดรามาเป็นยาแก้ปวด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/236918

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทีมผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดในอังกฤษ เปิดเผยผลการวิจัยชิ้นล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Open Science บ่งชี้ว่า การดูภาพยนตร์แนวดราม่า ที่มีเนื้อหาเรียกน้ำตาจากผู้ชมนั้นช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟิน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระงับปวดตามธรรมชาติ ที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทางร่างกายได้ โดยจัดให้กลุ่มอาสาสมัครกลุ่มแรกชมภาพยนตร์แนวดรามาเรื่อง Stuart : A Life Backwards ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายไร้บ้านที่มีชีวิตแสนรันทดในวัยเด็ก และจัดให้อาสาสมัครกลุ่มที่สองชมสารคดีเกี่ยวกับสิ่งของทั่วๆ ไปนักวิจัยใช้วิธีทดสอบความอดทนต่อความเจ็บปวดทางกาย ด้วยการให้อาสาสมัครทำท่าย่อตัวนั่งพิงกำแพงโดยที่ไม่มีเก้าอี้ให้ได้นานที่สุด เพื่อวัดระดับสารเอนโดรฟินในร่างกายทั้งช่วงก่อนและหลังจากดูหนังดรามาและสารคดี ผลการทดสอบพบว่า อาสาสมัครที่มีอารมณ์ร่วมต่อสิ่งที่ได้ชมมากที่สุดสามารถทนต่อความเจ็บปวดกล้ามเนื้อจากการย่อตัวนั่งพิงกำแพงได้มากที่สุด อีกทั้งยังมีความรู้สึกผูกพันกับสมาชิกในกลุ่มมากที่สุดด้วย

 

Health News : ไวรัสชิคุนกุนยาแพร่ระบาดในกรุงนิวเดลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/235762

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หนังสือพิมพ์อินเดียนเอ็กซ์เพรสของอินเดียรายงานข่าวการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสชิคุนกุนยาในกรุงนิวเดลีมีผู้ติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาแล้วมากกว่า 1,000 คน ส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างหลายแห่ง เนื่องจากผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นแรงงานอพยพที่เดินทางมาทำงานก่อสร้างในกรุงนิวเดลีอย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอินเดีย ยังไม่ยืนยันว่าการติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาเป็นสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจริง เนื่องจากผู้เสียชีวิตบางรายมีอาการป่วยเรื้อรังอยู่ก่อน ทั้งโรคไตวายและความดันโลหิตสูง แต่ยอมรับว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสชิคุนกุนยาในกรุงนิวเดลีถือว่าร้ายแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และเจ้าหน้าที่จะเร่งหาสาเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาด เพื่อนำไปสู่การป้องกันและควบคุมผู้ติดเชื้อในขั้นต่อไป เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ฝนตกกระหน่ำอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังจนกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงซึ่งเป็นพาหะนำโรค จึงสั่งให้ประชาชนในกรุงนิวเดลีและพื้นที่ใกล้เคียงกำจัดแหล่งน้ำขังเพื่อไม่ให้ยุงมีที่วางไข่ รวมถึงเตือนให้ประชาชนสวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกายเพื่อป้องกันการถูกยุงกัด

Health News : มลพิษจราจรสะสมในสมองได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/234655

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแลงคาสเตอร์ ของอังกฤษ ตีพิมพ์ผลการตรวจสอบตัวอย่างเนื้อเยื่อสมองของมนุษย์ลงในวารสาร PNAS โดยระบุว่า มีการสะสมของสารจำพวกแม็กนีไทต์หรือแม่เหล็กธรรมชาติจำนวนมากในสมองของผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองซึ่งมีมลภาวะทางอากาศสูง ซึ่งในกรณีนี้คือกรุงเม็กซิโกซิตีของเม็กซิโกและเมืองแมนเชสเตอร์ของสหราชอาณาจักร โดยนักวิจัยต้องการตรวจสอบต่อไปว่า มลภาวะประเภทนี้จะทำลายเซลล์สมอง และทำให้สมองเสื่อมได้หรือไม่ ศาสตราจารย์บาร์บารา เมเฮอร์ ผู้นำทีมวิจัยระบุว่า ผลการตรวจสอบนั้นน่าตระหนกอย่างยิ่ง เพราะพบอนุภาคของมลพิษจากการจราจรนับล้านอนุภาคในตัวอย่างเนื้อเยื่อสมองเพียง 1 กรัม คาดว่าอนุภาคซึ่งมีขนาดเล็กถึง 200 นาโนเมตรนี้ ซึมเข้าสู่เส้นประสาทที่เชื่อมโยงสมองกับโพรงจมูก และเข้าไปสะสมในสมองได้ในที่สุด ทีมวิจัยต้องการตรวจสอบยืนยันต่อไปว่า อนุภาคจากมลพิษจราจรนี้ จะทำลายเซลล์สมองหรือทำให้สมองเสื่อมได้หรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีผลการศึกษาที่ระบุว่า สารจำพวกออกไซด์เป็นตัวการทำลายการเชื่อมต่อสื่อสารของเซลล์สมอง ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์

Health News : WHO ชี้ไข้เหลืองระบาดยังไม่น่าห่วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/233511

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

องค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกประชุมฉุกเฉินคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุข ที่นครเจนีวาประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อพิจารณาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้เหลืองในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และอังโกลา ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ก่อนประเมินสรุปผลว่า โรคไข้เหลือง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคไข้เลือดออกที่มียุงเป็นพาหะ ยังคงมีอัตราการแพร่ระบาดในระดับต่ำในภูมิภาคแอฟริกา ไม่ถึงกับต้องประกาศเป็นภัยสาธารณสุขฉุกเฉินระหว่างประเทศ แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดยังถือว่าน่าวิตก และต้องดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาด เนื่องจากใกล้จะถึงฤดูฝนซึ่งยุงแพร่พันธุ์ได้ดี โดยหนึ่งในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่สำคัญ คือการฉีดวัคซีน นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้เหลืองครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในภูมิภาคแอฟริกาตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 400 คน ส่วนใหญ่อยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและอังโกลา

Health News : อินเดียออกกฎหมายเลิกอุ้มบุญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/232446

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รัฐบาลอินเดียผ่านร่างกฎหมายใหม่ ห้ามธุรกิจรับอุ้มท้องให้คู่สามีภรรยาที่มีบุตรยาก หรืออุ้มบุญในประเทศ แม้ว่าก่อนหน้านี้อินเดียจะเป็นแหล่งรับอุ้มบุญซึ่งเป็นที่นิยมของผู้ใช้บริการทั่วโลก จนเกิดเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีก็ตาม ร่างกฎหมายใหม่นี้ อนุญาตให้คู่สมรสชาวอินเดียที่แต่งงานกันมานาน 5 ปีขึ้นไปเท่านั้น ที่จะสามารถมีบุตรด้วยการอุ้มบุญได้ โดยต้องให้ญาติสนิทเป็นผู้รับหน้าที่แม่อุ้มบุญและไม่สามารถว่าจ้างหญิงที่ไม่มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดเป็นแม่อุ้มบุญได้ ร่างกฎหมายนี้ยังห้ามชาย-หญิงที่ไม่ได้สมรสและคู่รักเพศเดียวกันมีบุตรด้วยการใช้แม่อุ้มบุญด้วย อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ร่างกฎหมายนี้อย่างมากว่า ปิดโอกาสคู่สมรสที่มีบุตรยากให้เหลือทางเลือกน้อยลง และการสั่งห้ามอุ้มบุญเกือบทุกกรณี แทนที่จะออกมาตรการกำกับควบคุมเป็นเรื่องๆ ไปนั้น ไม่สมเหตุสมผล

 

Health News : อังกฤษเก็บภาษีน้ำอัดลมเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/231333

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทางการอังกฤษได้ดำเนินยุทธศาสตร์เพื่อควบคุมความอ้วนของเด็ก ด้วยการเก็บภาษีบริษัทที่ขายน้ำหวานอัดลมและลงทุนในโครงการที่ส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกาย นอกจากนี้รัฐบาลยังเรียกร้องบริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มให้รีบดำเนินการลดน้ำตาลในผลิตภัณฑ์ เนื่องจากเด็กอายุระหว่าง 2-15 ปี ในอังกฤษ เกือบ 1 ใน 3 เป็นโรคอ้วนหรือน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน การจัดเก็บภาษีน้ำอัดลมทำให้อังกฤษเข้าไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่เก็บภาษีน้ำอัดลมร่วมกับเบลเยียม ฝรั่งเศส ฮังการี และเม็กซิโก ที่กำหนดการเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่มีการเก็บภาษีน้ำอัดลมมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยแผนการของอังกฤษจะจัดเก็บภาษีต่อเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลเกิน 5 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร พร้อมแนะเด็กควรดื่มโคลาหรือน้ำอัดลมวันละหนึ่งกระป๋องเท่านั้นเพราะมีส่วนผสมของน้ำตาล 9 ช้อนชา

Health News : วาฬเพชฌฆาตกับการหมดประจำเดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/230245

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอ็กเซเตอร์และมหาวิทยาลัยยอร์กของอังกฤษ ติดตามศึกษาวาฬเพชฌฆาตฝูงหนึ่งที่นอกชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนเหนือมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี เพื่อศึกษาพฤติกรรมการขยายพันธุ์และการรวมกลุ่มเป็นครอบครัวในระยะยาว ที่อาจบ่งชี้ถึงความเป็นมาทางวิวัฒนาการที่ทำให้เกิดการหมดประจำเดือนในเพศเมีย ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ในสัตว์เพียง 3 ชนิดเท่านั้น ทั้งนี้ มีเพียงมนุษย์ วาฬนำร่องครีบสั้น และวาฬเพชฌฆาตเท่านั้น ที่เพศเมียมีอาการหมดประจำเดือน และหยุดการตั้งครรภ์ในช่วงกลางของชีวิต ส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทอื่นเช่นช้างหรือลิงชิมแปนซี ไม่มีลักษณะเช่นนี้ โดยนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่า เหตุใดการหมดประจำเดือนจึงพบได้เพียงในมนุษย์และวาฬบางชนิดเท่านั้น ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่า อาจเกี่ยวข้องกับความเป็นมาของวิวัฒนาการ หรืออาจเป็นลักษณะเฉพาะที่เกิดขึ้นจากการที่มนุษย์มีชีวิตยืนยาว