Health News : ผู้หญิงจะตั้งท้องง่ายขึ้นถ้า…

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/229182

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผลการวิจัยเป็นเวลา 15 ปี จากมหาวิทยาลัยดันดี ในสกอตแลนด์ วิเคราะห์ข้อมูลของผู้หญิงอังกฤษกว่า 500,000 คนบ่งชี้ว่า สตรีในวัยเจริญพันธุ์ที่ผ่าตัดเอาไส้ติ่งและต่อมทอนซิลออกไป มีแนวโน้มจะมีภาวะการเจริญพันธุ์ที่ดีและสามารถตั้งท้องได้ง่ายขึ้น คาดว่าอาจเป็นเพราะอวัยวะทั้งสองทำให้ระดับการอักเสบในร่างกายเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อรังไข่และมดลูก ส่วนข้อสันนิษฐานอีกประการอาจมาจากพฤติกรรมของผู้หญิงเอง เช่น ผู้หญิงที่ชอบมีกิจกรรมทางเพศอย่างเสรี หรือมีคู่นอนหลายคนมักมีแนวโน้มสูงขึ้นที่จะตั้งครรภ์ หรือเกิดภาวะอักเสบติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ซึ่งจะนำไปสู่การผ่าตัดเอาไส้ติ่งออกไปนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้จะเป็นผลการศึกษาที่น่าสนใจ แต่ไม่แนะนำให้ผ่าตัดเอาไส้ติ่งและต่อมทอนซิลออกเพื่อกระตุ้นการเจริญพันธุ์โดยเฉพาะ

Health News : ชายชาวดัทช์-หญิงลัตเวียสูงที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/228089

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในเว็บไซต์อีไลฟ์ (eLife) วิเคราะห์ผลการศึกษาประชากร 1,472 ชิ้นที่มีการวัดส่วนสูงของคนกว่า 18.6 ล้านคน ของผู้ที่เกิดระหว่างปี 2439-2539 ใน 200 ประเทศ พบว่า ชายชาวดัทช์และสตรีชาวลัตเวียมีส่วนสูงที่สุดในโลกเฉลี่ย 183 เซนติเมตร และ 170 เซนติเมตร ตามลำดับ ส่วนชายชาวติมอร์เลสเตและสตรีชาวกัวเตมาลามีส่วนสูงน้อยที่สุดในโลกเฉลี่ย 160 เซนติเมตรและไม่ถึง 150 เซนติเมตร ตามลำดับ ขณะที่ชายชาวอิหร่านและสตรีเกาหลีใต้มีส่วนสูงเพิ่มขึ้นมากที่สุดในช่วง 100 ปี โดยสูงขึ้นกว่า 16 เซนติเมตรและ 20 เซนติเมตรตามลำดับ สวนทางกับคนในเอเชียใต้และทางใต้ของทะเลทรายซาฮาราที่สูงขึ้นเพียง 1-6 เซนติเมตรเท่านั้น นักวิจัยระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนมีความสูงเพิ่มขึ้นไม่ใช่ยีน แต่เป็นสิ่งแวดล้อมซึ่งประกอบด้วยการมีสาธารณสุข สุขอนามัย และโภชนาการที่ดี รวมถึงสุขภาพและโภชนาการของมารดาขณะตั้งครรภ์ ผลการศึกษาพบว่า คนตัวสูงมักมีอายุยืน เสี่ยงเป็นโรคหัวใจต่ำ แต่เสี่ยงเป็นมะเร็งบางชนิดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าคนตัวสูงมักมีการศึกษาและรายได้สูงด้วย

 

Health News : กลิ่นตัวไก่ช่วยไล่ยุงพาหะไข้มาลาเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/226991

วันอาทิตย์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Malaria Journal โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอดดิสอาบาบา ของเอธิโอเปีย และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ของสวีเดน ทำการทดลองเรื่องกลิ่นตัวของไก่ที่มีชีวิต มีสารบางอย่างที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วยไล่ยุงที่เป็นพาหะนำเชื้อมาลาเรียได้ในพื้นที่ภาคตะวันตกของเอธิโอเปีย ด้วยการจับไก่ใส่กรงตั้งไว้ใกล้กับจุดที่อาสาสมัครนอนอยู่ในมุ้งแล้ววางกับดักยุงไว้ใกล้ๆ ปรากฏว่ากลิ่นจากไก่ช่วยให้ยุงบริเวณดังกล่าวลดลงไปอย่างมาก นักวิจัยบอกว่า ยุงมักใช้ประสาทรับกลิ่นในการหาตำแหน่งเหยื่อที่มันจะดูดเลือด ซึ่งผลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้พบว่า ไก่และสัตว์ปีกอื่นๆ มีกลิ่นเฉพาะตัวที่ทำให้ยุงไม่อยากเข้าใกล้ นักวิจัยจึงนำขนไก่มาสกัดสารที่มีคุณสมบัติพิเศษนี้ เพื่อทดลองใช้เป็นสารไล่ยุง และพบว่ามันมีประสิทธิภาพในการไล่ยุงเทียบเท่ากับการใช้ไก่มีชีวิต ข้อมูลจากสหประชาชาติระบุว่า เมื่อปีก่อนไข้มาลาเรียคร่าชีวิตผู้คนในแอฟริกาไปเกือบ 400,000 คน และแม้อัตราการตายจากโรคชนิดนี้จะลดลง แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังคงมองหาวิธีการใหม่ๆ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคชนิดนี้

 

Health News : ผู้ชายอ้วนเสี่ยงตายเร็วมากกว่าผู้หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/225921

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

งานวิจัยครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Lancet ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างโรคอ้วนและอัตราการเสียชีวิต โดยคณะนักวิทยาศาสตร์ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัย 189 ชิ้นทั่วโลก ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาเกือบ 4 ล้านคนซึ่งคนเหล่านี้เป็นผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่และไม่มีปัญหาการเจ็บป่วยเรื้อรังมาก่อน ผลการศึกษาที่ได้บ่งชี้ว่า ผู้ชายที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเกิน หรือเป็นโรคอ้วนมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิงที่จะป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคไขมันพอกตับ โดยพบว่า ผู้ชายในทวีปอเมริกาเหนือที่มีสุขภาพดีแต่มีน้ำหนักตัวเกิน มีความเสี่ยงราว 29% ที่จะเสียชีวิตก่อนอายุ 70 ปี เมื่อเทียบกับผู้ชายน้ำหนักตัวปกติที่มีอัตราเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพียง 19% ส่วนผู้หญิงนั้นจะมีความเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เพิ่มขึ้นเป็น 14.6% หากเป็นโรคอ้วนระดับปานกลาง เมื่อเทียบกับคนน้ำหนักตัวปกติ ซึ่งมีความเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพียง 11% นักวิจัยยังพบด้วยว่ายิ่งมีน้ำหนักตัวเกินมากเท่าใดก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากขึ้นเท่านั้น แต่ในทางกลับกัน คนที่มีปัญหาน้ำหนักตัวต่ำกว่าปกติก็มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพิ่มขึ้นด้วย

Health News : หนึ่งในวิธีเพิ่มความสำเร็จ ในการทำเด็กหลอดแก้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/224817

วันอาทิตย์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

งานวิจัยชิ้นล่าสุดของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดในอังกฤษชี้ว่า การตรวจ “ไมโทคอนเดรีย” ซึ่งเป็นแหล่งสร้างพลังงานของเซลล์ในตัวอ่อนมนุษย์ จะช่วยให้การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น การทำเด็กหลอดแก้วโดยทั่วไปนั้น ผู้เชี่ยวชาญจะคัดเลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์และแข็งแรงที่สุดใส่เข้าไปในมดลูกของหญิงที่ต้องการตั้งครรภ์ โดยจะใส่ตัวอ่อนเข้าไปพร้อมกันคราวละหลายตัวเพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ตัวอ่อนเหล่านี้จะดูปกติดี แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะประสบความล้มเหลว โดยพบว่าหากกิจกรรมของไมโทคอนเดรียอยู่ในระดับสูงผิดปกติ แสดงว่าโอกาสในการตั้งครรภ์จากตัวอ่อนนั้นเป็นศูนย์ แม้ว่าตัวอ่อนจะดูสมบูรณ์เป็นปกติก็ตาม หนึ่งในทีมวิจัยบอกว่า แม้ปัญหาตัวอ่อนที่มีไมโทคอนเดรียผิดปกติจะมีอยู่เพียงราว 10% แต่การค้นพบครั้งนี้ก็ช่วยให้แพทย์สามารถเลือกตัวอ่อนที่เหมาะสมได้ดีขึ้นและเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น

Health News : อินเดียเผชิญวิกฤติน้ำดื่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/223629

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สถาบันทรัพยากรน้ำโลกเผยว่า อินเดียกำลังเผชิญวิกฤติน้ำดื่มไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แห้งแล้งหรือพื้นที่ที่มีฝนตก เนื่องจากไม่มีการบริหารจัดการระบบน้ำกินน้ำใช้ให้ปลอดภัย ปัจจุบัน ชาวอินเดียกว่า 130 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั้งหมด 1,326 ล้านคน หรือราว 1 ใน 10 อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่น้ำใต้ดินปนเปื้อนสารพิษอย่างน้อย 1 ชนิด เช่น สารหนู ไนเตรต ขณะที่อีก กว่า 20 ล้านคน อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่น้ำใต้ดินปนเปื้อนสารพิษอย่างน้อย 3 ชนิด ซึ่งถือว่าเกินมาตรฐานความปลอดภัย รัฐบาลนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีรับปากจัดสรรงบประมาณจำนวนมากทำความสะอาดแม่น้ำคงคา ควบคู่ไปกับการห้ามปรามไม่ให้ประชาชนและโรงงานอุตสาหกรรมทิ้งขยะและน้ำเสียลงในแหล่งน้ำ แต่ผู้เชี่ยวชาญศูนย์วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมเตือนว่า แหล่งน้ำใต้ดินในหลายพื้นที่ขาดการบริหารจัดการมานาน ทันทีที่ปนเปื้อนก็ยากจะฟื้นฟูให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก ขณะเดียวกันฝนที่ตกหนักในช่วงฤดูมรสุมก็ไม่สามารถแก้ไขวิกฤติน้ำดื่มในอินเดียได้หากยังขาดการบริหารจัดการที่ดี

Health News : ฟิลาเดลเฟียผ่านร่างกฎหมายภาษีน้ำอัดลม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/222473

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
สภาท้องถิ่นเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ของสหรัฐ ลงมติ 13 ต่อ 4 ผ่านกฎหมายเก็บภาษีน้ำอัดลมและมีบังคับใช้ในเดือน ม.ค.ปีหน้า ถือเป็นเมืองใหญ่เมืองแรกในสหรัฐที่ได้มีการลงมติผ่านร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลทุกชนิด และะมีผลต่อสุขภาพของประชาชน 1,500,000 คน ในฟิลาเดลเฟีย

กฎหมายดังกล่าวไม่เพียงแต่จะจัดเก็บภาษีจากเครื่องดื่มน้ำอัดลมเท่านั้น ยังรวมไปถึงเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่ผสมสารให้ความหวาน หรือน้ำตาลเทียมด้วยโดยกำหนดจัดเก็บภาษี ในอัตราลิตรละ 50 เซนต์ (ราว 18 บาท) แต่จะได้รับการยกเว้น หากเครื่องดื่มดังกล่าวมีส่วนผสมของนม ผลไม้สด หรือผักสด อย่างน้อย 50% ก่อนหน้านี้ เมืองเบิร์กลีย์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีประชากรเพียง 120,000 คน เป็นเมืองเดียวในสหรัฐที่ให้การรับรองกฎหมายจัดเก็บภาษีน้ำอัดลม ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้ประชาชน เป็นโรคอ้วนกันมากขึ้น

Health News : อดอาหาร 3 วันฟื้นภูมิคุ้มกันร่างกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/221323

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาธ์เทิร์นแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ เผยผลการทดลองอดอาหารในกลุ่มตัวอย่างเป็นรอบระยะเวลาสั้นๆ เพียง 3 วัน ซึ่งมีการทำซ้ำหลายครั้งตลอดช่วงการทดลอง 6 เดือน พบว่าการอดอาหารในรูปแบบดังกล่าวส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกลับฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาใหม่ โดยมีการกำจัดเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เสื่อมสภาพ และสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวใหม่ขึ้นมาจำนวนมาก ซึ่งวิธีนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนชราและผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันถูกทำลายจากการบำบัดมะเร็ง ทำให้ไม่ติดเชื้อและป่วยง่ายอีกต่อไป วิธีนี้ยังจะช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งที่ภูมิคุ้มกันถูกทำลายจากเคมีบำบัด สามารถฟื้นฟูภูมิคุ้มกันของตนเองและหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่รุนแรงจากเคมีบำบัดได้ การอดอาหารในรูปแบบดังกล่าว ยังลดการผลิตเอ็นไซม์ PKA ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกระบวนการชราภาพและการกระตุ้นให้เกิดมะเร็งอีกด้วย

Health News : ผ่าคลอดทารกจากแม่สมองตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/220202

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
คณะแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงลิสบอนของโปรตุเกส แถลงผลสำเร็จการผ่าตัดคลอดทารกเพศชายจากแม่ของเด็กที่อยู่ในสภาพสมองตายนานเกือบ 4 เดือน เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งแพทย์ระบุว่าทารกแข็งแรงดี และมีน้ำหนักแรกคลอด 2.35 กิโลกรัม รายงานข่าวระบุว่าแม่ของเด็กเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลดังกล่าวด้วยอาการเลือดออกในสมอง และแพทย์ลงความเห็นว่าผู้ป่วยสมองตายเมื่อวันที่ 20 ก.พ. แต่ผลตรวจร่างกายพบว่าทารกในครรภ์ยังมีพัฒนาการเกิดขึ้น พ่อของเด็กจึงอนุญาตให้แพทย์ใช้เครื่องช่วยหายใจแก่แม่ของเด็กต่อไป เมื่อทารกอยู่ในครรภ์จนถึง 8 เดือน แพทย์จึงผ่าตัดเพื่อทำคลอดเด็กได้อย่างปลอดภัย แพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดครั้งนี้เปิดเผยด้วยว่าทารกคนดังกล่าวมีชีวิตรอดในครรภ์แม่ที่มีสภาพสมองตายได้นานที่สุดเท่าที่เคยพบในโปรตุเกส แต่ข่าวไม่ได้ระบุว่าแม่ของเด็กจะถูกถอดเครื่องช่วยหายใจหรือไม่

Health News : โรงพยาบาลอินเดียทำคนติดเชื้อเอชไอวีเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/219099

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นายเชตัน โคธารี นักเคลื่อนไหวทางสังคมชาวอินเดีย ซึ่งยื่นเรื่องร้องเรียนให้องค์การควบคุมโรคเอดส์แห่งชาติ (NACO) เปิดเผยข้อมูลผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี โดยเป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมายการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศ เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่อย่างน้อย 2,234 คน จากการถ่ายเลือดในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วอินเดีย ขณะที่สถิติผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ทั่วประเทศอินเดียคาดว่ามีมากกว่า 2 ล้านคนในปัจจุบัน ข้อมูลดังกล่าวเป็นสถิติอย่างเป็นทางการของรัฐบาลที่รวบรวมโดยองค์กร NACO แต่คาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริงอาจสูงกว่านั้นถึง 3 เท่า และถือเป็นปัญหาร้ายแรงที่ต้องเปิดเผยอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ กฎหมายอินเดียบังคับให้โรงพยาบาลเป็นผู้ตรวจสอบและคัดกรองผู้บริจาคเลือดว่าจะต้องไม่เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี, ไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซีรวมถึงพาหะของโรคมาลาเรียและโรคติดต่ออื่นๆ แต่ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบและคัดกรองแต่ละครั้งคิดเป็นเงิน 1,200 รูปี (ราว 630 บาท) โรงพยาบาลส่วนใหญ่ไม่มีเครื่องมือตรวจสอบ ไม่เว้นแม้แต่โรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่