มันบางมาก! เลอโนโว ‘โยก้า 900S’ อวดโฉมแล็ปท็อปใหม่ ที่งาน CES2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558236

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ม.ค. 2559 11:30

 

เลอโนโว เปิดตัวโยก้า 900S คอนเวอร์ทิเบิล แล็ปท็อป ขนาดจอ 12.5 นิ้ว บางที่สุดในโลกเพียง 0.5 นิ้ว หนัก 2.2 ปอนด์ อวดโฉมแล้วที่งาน CES2016 ที่ลาสเวกัส…

เลอโนโว กลับมาสร้างความฮือฮาให้วงการไอทีอีกครั้ง เมื่อเปิดตัวคอนเวอร์ทิเบิล แล็ปท็อป หรือโน้ตบุ๊กที่เปลี่ยนรูปทรงได้ ใช้งานได้ทั้งการเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และแท็บเล็ต รุ่นล่าสุด เลอโนโว โยก้า 900S (Lenovo Yoga 900S) ที่มากับหน้าจอขนาด 12.5 นิ้วแบบ QHD (2560×1440) รองรับการทำงานแบบสัมผัส 10 จุด ใช้ควบคู่กับปากกา พร้อมความบางของเครื่องเพียง 0.5 นิ้ว หนัก 2.2 ปอนด์ ใช้ขุมพลังประมวลผลเป็นซีพียูของอินเทล เจเนอเรชั่นที่ 2 คอร์ เอ็ม7 ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น กราฟิกการ์ดออนบอร์ดของ Intel HD Graphic อายุแบตเตอรี่ยาวนานถึง 10.5 ชั่วโมง แรม 8GB พื้นที่เก็บข้อมูลแบบ SSD ขนาด 512GB พร้อมปากกาสไตลัส ช่องเชื่อมต่อแบบ USB 3.0 และ USB 3.0 Type-C สำหรับต่อวิดีโอภายนอก ชาร์จไฟด้วยช่อง USB 2.0 ลำโพงสเตอริโอ ดอลบี้ ออดิโอ พรีเมียม

เปลี่ยนจากโน้ตบุ๊กพิมพ์งานมาเป็นแท็บเล็ตพกพาจอใหญ่ได้เพียงแค่พับจอไปอีกด้าน

คอนเวอร์ทิเบิล แล็ปท็อป ที่อ้างว่า บางที่สุดในโลก มีความหนาเพียง 0.5 นิ้ว

โยก้า 900S ถือเป็นแล็ปท็อปสมรรถนะสูงรุ่นเรือธงในปีนี้ของเลอโนโว จับตลาดกลางถึงบน สนนราคาเริ่มต้นที่เครื่องละ 1,099 เหรียญสหรัฐฯ คาดว่าจะวางจำหน่ายได้ในเดือน มี.ค.2559 นี้ โดยจะเปิดตัวอวดโฉมให้ดูครั้งแรกในงาน CES 2016 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ระหว่าง 6-9 ม.ค.2559.

ที่มา: engadget

ไม่ใช่ซุป ’ตาร์ แต่ทรงอิทธิพลบนโซเชียล! เปิดสถิติคนดังออนไลน์ (ตอนที่ 2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558034

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ม.ค. 2559 06:05

 

รวม 10 อันดับ เรื่องราวและบุคคลผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ ที่สามารถครองใจและสร้างปรากฏการณ์ให้เกิดกระแสโซเชียลสะเทือนเมืองได้…

ผ่านไปแล้วกับ 5 อันดับแรก “ไม่ใช่ซุป ‘ตาร์ แต่ทรงอิทธิพลบนโซเชียล! เปิดสถิติคนดังออนไลน์ (ตอนที่ 1)” ด้วยการรวบรวมเรื่องราวและบุคคลผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียล ซึ่งสามารถสร้างปรากฏการณ์หรือทำให้เกิดกระแสและการกล่าวขานได้กระฉ่อนเมือง

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา “ไทยรัฐออนไลน์” ขอต้อนรับวันทำงาน ด้วยอีก 5 อันดับที่เหลือ ของบรรดาผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียล ในตอนที่ 2 กันเลย…

4จี ประมูลช็อกโลก!
หากไม่นับรวมระยะเวลาข้ามวันข้ามคืนในการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ราคาของใบอนุญาตฯ ก็เป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ เพราะสามารถสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยได้เป็นอย่างดี ด้วยคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีราคาประมูลรวม 2 ใบอนุญาต อยู่ที่ 80,778 ล้านบาท และคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีราคาประมูลรวมถึง 151,952 ล้านบาท โดยบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด สามารถคว้าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ไปครองเช่นเดียวกับ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ขณะที่คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ตกเป็นสิทธิ์ของบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชัน จำกัด และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด

พิชญ์…ม้ามืดล้มยักษ์
นอกจากระยะเวลาและราคาประมูลใบอนุญาต 4จี ครั้งนี้ จะเป็นที่กล่าวถึงแล้ว… ยังทำให้เกิดผู้เล่นรายใหม่ในธุรกิจโทรคมนาคมของไทยอย่างบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ที่สามารถคว้าใบอนุญาตคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เฉือนรายใหญ่อย่างเอไอเอสและดีแทคไปได้ ยิ่งทำให้ชื่อของ “พิชญ์ โพธารามิก” ในฐานะผู้กุมบังเหียนของบริษัท ก้าวเข้าสู่ความสนใจของประชาชนในทันที เนื่องจากภาพลักษณ์ในการเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหม่

“เสี่ยตัน” ขยันแจก
คุณเชื่อหรือไม่? ว่าเพจบนเฟซบุ๊กที่มีผู้ใช้งานชาวไทยกดถูกใจและติดตามสูงสุด คือ…ตัน ภาสกรนที โดยปัจจุบันมียอดผู้กดติดตามทั่วโลกถึง 11,977,663 คน ซึ่งเป็นผู้ใช้งานชาวไทยราว 11,623,830 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ม.ค.2559) เชื่อว่าสาเหตุหนึ่งอาจมาจากการกดติดตามของขวัญรางวัลต่างๆ ที่เพจตัน ภาสกรนที นิยมสรรหามาแจกอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งกติกาการแจกรางวัลส่วนใหญ่ก็มักจะให้ผู้ร่วมสนุกลุ้นรางวัลต้องกดแชร์ภาพถ่ายผ่านเฟซบุ๊กนั่นเอง

ชมพู่ วิวาห์ร้อยล้าน!
ทั้งตะลึงและสร้างความอิจฉาให้สาวๆ และไม่สาวที่ยังโสดค่อนประเทศ กับข่าวการวิวาห์ของซุป’ตาร์ตัวจริงอย่าง “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” เพราะนอกจากสินสอดจะอลังการกว่า 108 ล้านบาท ก็ยังมีซีนหวานซึ้ง สวยงาม และหรูหรา เรียกว่าอิจฉาจนตาร้อนผ่าวทั่วทุกโซเชียล จากการส่งต่อภาพ วิดีโอ และเรื่องราวความรักที่เสมือนเทพนิยายของนางเอก(สินสอด)ร้อยล้านคนนี้

อีเจี๊ยบ เลียบด่วน
แม้จะเป็นเพจที่นำเสนอสถานการณ์ของสังคมในแนวประชดประชัน แต่เพจของ อีเจี๊ยบ เลียบด่วน กลับมีจำนวนผู้ติดตามมากกว่า 1.6 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ม.ค.2559) แถมด้วยยอดกดไลค์จากผู้ที่ชื่นชอบสไตล์การนำเสนอข้อมูลแบบดิบเถื่อนสไตล์เจี๊ยบ เลียบด่วน มากกว่า 10,000 ไลค์ เป็นประจำแทบทุกโพสต์ มิหนำซ้ำ…สื่อมวลชนส่วนใหญ่ยังนิยมหยิบยกเรื่องราวที่แฟนๆ เจี๊ยบ พากันยกตำแหน่ง “กาลกิณี” ให้จากความสามารถในการเชียร์กีฬาที่การันตีว่า เจี๊ยบเชียร์ฝ่ายไหนฝ่ายนั้นแพ้ยับเยิน อีกด้วย

ครบ 10 อันดับแล้ว มีใครทำให้คุณรู้สึกถึงคำว่าพวกเขาคือคนดังแห่งโลกโซเชียลบ้าง…?

ไม่ใช่ซุป ‘ตาร์ แต่ทรงอิทธิพลบนโซเชียล! เปิดสถิติคนดังออนไลน์ (ตอนที่ 1)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/557240

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ม.ค. 2559 06:05

 

รวม 10 อันดับ เรื่องราวและบุคคลผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ ที่สามารถครองใจและสร้างปรากฏการณ์ให้เกิดกระแสโซเชียลสะเทือนเมืองได้…

ดูเหมือนเวลา 365 วันต่อปี จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว… เช่นเดียวกับโลกออนไลน์ซึ่งสามารถแพร่กระจายเรื่องราวต่างๆ ไปได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อเป็นการรำลึกถึงสิ่งที่เป็นกระแสครึกโครมบนอินเทอร์เน็ต ใน 1 รอบปี 2558 เราจึงขอรวบรวมเรื่องราวและบุคคลผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียล ซึ่งสามารถสร้างปรากฏการณ์กล่าวขวัญได้กระฉ่อนเมือง เปรียบเสมือนการเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว! เพราะหลายเรื่องยังสามารถสร้างกระแสการกล่าวถึงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ว่าแต่ 10 อันดับที่ “ไทยรัฐออนไลน์” จัดว่าเป็นเรื่องราวและบุคคลผู้ทรงอิทธิพลจะมีใครบ้างนั้น ขอแบ่งออกเป็น 2 ตอน ให้ทุกท่านได้อ่านเพลินๆ โดยเริ่มต้นกันที่ 5 อันดับแรก กันเลย…!!!

ปฏิบัติการ F5 !

F5 พาล่ม!
กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนสื่อต่างๆ จากพฤติกรรมถล่มเว็บโดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนหนึ่งที่ร่วมด้วยช่วยกันระดมกดปุ่ม F5 ในหน้าเว็บไซต์ต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เพื่อแสดงความไม่เห็นเกี่ยวกับนโยบาย Singel Gateway ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐเคยกล่าวถึงแนวคิดดังกล่าว แม้จะยังไม่มีการชี้แจงรายละเอียดหรือความชัดเจนในการดำเนินการ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรู้สึกสูญเสียอิสรภาพในการใช้งานโลกออนไลน์ จนทำให้เกิดปฏิบัติการ F5 เพิ่มจำนวนการเข้าใช้งาน จนทำให้หลายเว็บ อาทิ กระทรวงไอซีที, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, กสท โทรคมนาคม ฯลฯ ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาหนึ่ง

ปอ ทฤษฎี

Stronger Por
แม้จะเป็นข่าวเศร้าส่งท้ายปี กับอาการป่วยของพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี แต่ชาวโซเชียลรวมถึงศิลปิน นักแสดง และบรรดาคนดัง ต่างร่วมกันส่งพลังและคำอวยพรอย่างล้นหลาม ผ่านภาพและแฮชแท็กบนโซเชียล เพื่อให้ปออาการดีวันดีคืน เพื่อกลับมาเป็นขวัญแฟนละครและกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวอย่างอบอุ่นโดยเร็ว

ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล

ปีเตอร์ หลงทาง…
เรียกว่าสร้างกระแสให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ฮือฮากันไม่น้อย กับกรณีนักร้องปากกว้าง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ไม่ยอมกลับบ้าน เนื่องจากภรรยาคนสวย พลอย พลอยพรรณ ได้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กประกาศตามสามีกลับบ้าน ทำให้เกิดกระแสข่าวเม้าท์ ข่าวลือไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งบนสื่อออนไลน์และสื่อออฟไลน์ แถมยังเป็นชนวนโยงไปพาดพิงถึงบุคคลที่ 3 4 5 ว่ามีสัมพันธ์ซับซ้อนซ่อนเงื่อนกับนักร้องพ่อลูก 2 คนนี้อีกเพียบ

อ.ช้าง ทศพร ศรีตุลา

‘อาจารย์ช้าง’ ฮิตทุกสถิติ
ไม่ได้เป็นศิลปิน นักแสดง แต่แทบทุกความเคลื่อนไหวของหมอดูจอมเก็บสถิติของ อ.ช้าง ทศพร ศรีตุลา ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้ซุปเปอร์สตาร์แถวหน้าของเมืองไทย! ไม่ว่าจะเป็นการจัดอันดับเช็กดวงชีวิต แนะนำเคล็ดลับเสริมชะตาให้รุ่งเรือง หรือแม้แต่วิธีเสริมดวงประจำวัน ฤกษ์งามยามดีต่างๆ ที่ผ่านการแนะนำจากอาจารย์ช้างก็จะมีการส่งต่ออย่างแพร่หลายบนโลกออนไลน์ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลผู้ทรงอิทธิพลของปีก็คงจะไม่ผิด

อริยะ พนมยงค์

MD ที่ทุกคนจับตา!
อาจเพราะ ไลน์ เป็นองค์กรใหญ่ที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกหลายร้อยล้านราย จึงทำให้ผู้คนต่างจับตามองว่าการมาตั้งสำนักงานของไลน์ ประเทศไทย ในกรุงเทพฯ นั้น จะมีใครได้รับหน้าที่ผู้บริหารซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทาย จนกระทั่งวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ไลน์ ประเทศไทย ได้ประกาศแต่งตั้ง “อริยะ พนมยงค์” ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย ด้วยประสบการณ์ในสายงานสื่อสารและไอทีภายใต้องค์กรชั้นนำ จึงทำให้เขาได้รับหน้าที่ในการกุมบังเหียนโซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยมของคนไทยในที่สุด

ติดตามอีก 5 อันดับคนดัง ผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียล (ตอนที่ 2) ได้เร็วๆ นี้.

โซเชียลส่งสุข! คนไทยฮิตเน็ตอวยพรคืนข้ามปี ‘กรุงเทพฯ’ แชมป์ใช้งานมากสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/556954

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ม.ค. 2559 16:52

 

ดีแทค และทรูมูฟ เอช เปิดเผยสถิติการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อสื่อสารในช่วงคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พบกรุงเทพฯ มียอดการใช้งานสูงสุด…

นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2559 ยอดการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือในเครือข่ายดีแทคเติบโตขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบจากยอดการใช้งานช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีสถิติใช้งานสูงสุดในช่วงเวลา 00.00-00.15 น. ของวันที่ 1 ม.ค. 2559 และมียอดผู้ใช้งานดาต้าสูงสุด ณ ช่วงเวลาหนึ่งประมาณ 5 ล้านราย

ส่วนแอพพลิเคชั่นที่ใช้งาน 5 อันดับสูงสุดในช่วงอวยพรปีใหม่ จากข้อมูล ณ วันที่ 1 ม.ค.2559 เวลา 07.00 น. คือ เฟซบุ๊ก (Facebook/Facebook Messenger), ไลน์ (LINE), อินสตาแกรม (Instagram), ทวิตเตอร์ (Twitter), วอสแอพ (WhatsApp) โดยนอกจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือผ่านแอพพลิเคชั่น ยังมีช่องทางอื่นๆ ที่ถูกใช้ในการอวยพร อาทิ การส่งภาพมัลติมีเดีย (MMS) ซึ่งมียอดรวม 60,000 ข้อความ และการส่งข้อความสั้น (SMS) ประมาณ 6 ล้านข้อความ โดยมีช่วงการใช้งานหนาแน่นสูงสุด เวลา 23.00-24.00 น. ของวันที่ 31 ธ.ค.2558

สำหรับ 5 จังหวัดที่มียอดการใช้งานดาต้าสูงสุดในช่วงอวยพรคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ 2.ชลบุรี 3.สมุทรปราการ 4.นนทบุรี 5.ปทุมธานี ซึ่งอยู่ในแผนที่ดีแทคได้คาดการณ์และเตรียมความพร้อมรองรับการใช้งานของลูกค้า โดยได้จัดเตรียมรถโมบายล์ อุปกรณ์เสริมเพิ่มสัญญาณ สมอลล์เซลล์ การปรับพารามิเตอร์ การเพิ่มช่องสัญญาณต่างๆ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่มีการเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลปีใหม่

นายประเทศ กล่าวอีกว่า การใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือจะเติบโตขึ้นทุกปี โดยดีแทคมีสัดส่วนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตประมาณ 60% ของลูกค้าทั้งหมด ขณะที่แนวโน้มพฤติกรรมการใช้งานบนสมาร์ทโฟนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนการใช้งาน 4จี ปัจจุบันดีแทคมียอดผู้ใช้งานรวม 2.2 ล้านเลขหมาย และมีลูกค้าที่ใช้งานอุปกรณ์รองรับ 4จี ประมาณ 3.8 ล้านเครื่อง

ด้าน นายสกลพร หาญชาญเลิศ รองผู้อำนวยการด้านนอนวอยซ์ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคนิยมอวยพรและส่งความสุขในช่วงคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ เนื่องจากแต่ละแอพพลิเคชั่นมีฟังก์ชั่นน่าสนใจ อาทิ สติกเกอร์ ข้อความเสียง ภาพวิดีโอ เป็นต้น ประกอบกับเครือข่าย 3จี และ 4จี ในปัจจุบันครอบคลุมทั่วประเทศไทย จึงสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงของขวัญสุดคุ้มที่ลูกค้าทรูมูฟ เอช สามารถใช้งานไวไฟ เพื่อเล่นไลน์และเฟซบุ๊กได้ฟรีในช่วงปีใหม่ ส่งผลให้ยอดการใช้ดาต้าในช่วงปีใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 600% จากปีที่ผ่านมา โดยกว่า 50% เป็นการใช้งานบนเครือข่าย 4จี

ทั้งนี้ ทรูมูฟ เอช คาดว่าในปี 2559 ยอดการใช้งานดาต้าจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ทั้ง 3จี และ 4จี เนื่องจากเครือข่าย 4จี ของทรูมูฟ เอช มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 80% ของประชากรไทย ทั้งยังมีการขยายฐานลูกค้าในโครงข่าย 4จี ภายใต้คลื่นความถี่ใหม่อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับเครือข่าย 3จี บนคลื่นความถี่ 850 และ 2100 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งขณะนี้ครอบคลุมพื้นที่ 97% ของจำนวนประชากร

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ ทรูมูฟ เอช ได้เตรียมความพร้อมเครือข่าย 3จี และ 4จี เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น โดยมีทีมเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง และยังขยายสัญญาณ 3จี และ 4จี ในบริเวณที่มีการจัดงานเคาต์ดาวน์และสถานที่สำคัญๆ ตลอดจนนำรถโมบายล์สำหรับเพิ่มความแรงของสัญญาณไปประจำยังพื้นที่จัดงาน เพื่อรองรับลูกค้าและนักท่องเที่ยวทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พร้อมด้วยบริการไวไฟความเร็วสูงสุด 200 Mbps ครอบคลุม 100,000 จุดทั่วประเทศ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่อีกด้วย

ส่วน นายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ปี 2558 ที่ผ่านมา ไลฟ์สไตล์ของคนไทยก้าวสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว มีความคุ้นเคยกับการใช้งานเครือข่ายดาต้าเพื่อเชื่อมต่อกับโซเชียลเน็ตเวิร์ก และเข้าถึงข้อมูลต่างๆ บนโลกออนไลน์อย่างแพร่หลายจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ดังนั้นการอวยพรปีใหม่ 2559 จึงเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ คือ คนนิยมส่งความสุข อวยพรปีใหม่ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ โดยเฉพาะไลน์, เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, วอสแอพ, ทวิตเตอร์, กูเกิล พลัส, วีแชท ฯลฯ ทำให้มีปริมาณการใช้งานดาต้า ทั้ง 3จี 4จี และไวไฟ ในช่วงเข้าสู่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นจำนวนมาก โดยมียอดใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นถึง 226% จากการค่าเฉลี่ยในการใช้งานปกติ คิดเป็นอัตราการเติบโตขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 ซึ่งแนวโน้มการใช้งานยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเช้า

ขณะที่ การใช้งาน SMS และ MMS มีปริมาณลดลง 53% แต่ก็ยังมีการใช้อวยพรปีใหม่อย่างกว้างขวางในรูปแบบที่เป็นทางการมากขึ้น โดยส่งจากคนรู้จักที่มิใช่กลุ่มเพื่อนสนิทในคอมมูนิตี้เดียวกัน (จากข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม 2559 เวลา 15.00 น.).

ห้าง-วัดยอดฮิต! คนไทยแห่เช็กอินผ่านเฟซบุ๊ก มากสุดรอบปี 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/554735

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ธ.ค. 2558 14:05

 

เปิดสถิติจากเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับสถานที่ยอดนิยมที่มีการเช็กอินสูงสุดบนเฟซบุ๊กตลอดปี 2558 เผย สยามพารากอน นำโด่งเป็นอับดับ 1 ตามด้วยวัดสมานรัตนาราม…

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า…เทรนด์การใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กในปัจจุบัน ไม่ได้มีเพียงการอัพเดตเรื่องราว ภาพถ่าย หรือสิ่งที่ทำให้เพื่อนบนสังคมออนไลน์ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของคุณ แต่ยังมีการระบุพิกัดสถานที่ เพื่อบันทึกความทรงจำแห่งการเดินทาง ขณะเดียวกันก็เปรียบเสมือนลายแทงให้เป็นต้นทางสำหรับผู้ที่ต้องการไปเยือนสถานที่นั้นเช่นกัน

และเมื่อใกล้ถึงเวลาสิ้นสุดปี 2558 เฟซบุ๊ก ก็ได้นำเสนอ 10 สถานที่ยอดฮิตของคนไทย ที่นิยมไปเช็กอินกันตลอดปีที่ผ่านมา ว่าแต่จะมีที่ไหนติดอันดับบ้าง ลองติดตามไปพร้อมกัน…

1. สยามพารากอน
มาแรงเป็นอันดับ 1 กับสถานที่เช็กอินสุดฮิตในประเทศไทย เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและสามารถเดินทางไปเยือนอย่างสะดวกสบาย มีสินค้าหลากหลายให้เลือกซื้อ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงอื่นๆ จึงทำให้ศูนย์การค้าแห่งนี้ได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ


2. วัดสมานรัตนาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา
ถือเป็นพุทธสถานที่ชาวพุทธและคนไทยให้ความนิยม เพราะมีความสวยงาม หลากหลาย ซึ่งนอกจากจะได้ไหว้พระ ก็ยังได้ทำบุญพร้อมกับเลือกซื้ออาหารและสินค้าจากร้านค้าท้องถิ่นอีกด้วย

เช็กอิน สิ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับโลกโซเชียล

3. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
แหล่งท่องเที่ยวที่ครบครันไปด้วยร้านขายสินค้าและร้านอาหารหลากหลายประเภท ภายใต้บรรยากาศติดแม่น้ำเจ้าพระยา สวยงาม โรแมนติก จึงกลายเป็นสถานที่ยอดนิยมทั้งของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ


4. ชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี 
ทะเลที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์ รถประจำทาง และยังเต็มไปด้วยความสะดวกสบายอื่นๆ ทำให้เป็นทะเลที่คนไทยนิยมเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจมากเป็นอันดับต้นๆ

5. รอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
ด้วยข้อจำกัดที่เปิดให้เดินทางไปเยือนได้เพียงไม่กี่เดือนต่อปี ทั้งยังมีความศักดิ์สิทธิ์ต่อผู้ที่มีจิตศรัทธา จึงทำให้ชาวพุทธต่างแห่แหนไปสักการะรอยพระพุทธบาท ณ เขาคิชฌกูฏ เป็นจำนวนมาก

6. ชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
อีกหนึ่งทะเลที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทย กับชายหาดที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และชีวิตชีวาของชะอำ ทำให้บรรดาคนรักทะเลต่างพากันไปเยือนสถานที่แห่งนี้

7. อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี
เพราะถูกใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ อยู่ตลอดปี จึงทำให้อิมแพ็ค อารีนา ติดอยู่ในอันดับที่ 7 ของสถานที่ที่คนไทยนิยมเช็กอินผ่านเฟซบุ๊กของปี 2558

สยามพารากอน…อันดับ 1 สำหรับการเช็กอินของคนไทย

8. เมกาบางนา ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์
ศูนย์การค้าที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และมีสินค้าหลากหลายแห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ที่นักช็อปทั้งหลายตั้งใจไปเยือน เรียกว่าไม่ได้ซื้อก็ขอให้ได้ไปเดินเล่น หรือทานอาหารอร่อยๆ ก็พอ

9. เซ็นทรัล เวิลด์ ไลฟ์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์
นอกจากจะมีร้านรวงขายสินค้ามากมาย ก็ยังมีร้านอาหารและความบันเทิงหลากหลายรูปแบบรออยู่ แถมเซ็นทรัลเวิลด์ยังเป็นแหล่งเคาต์ดาวน์คืนข้ามปียอดนิยม ทำให้สถานที่แห่งนี้ติดอันดับแหล่งเช็กอินยอดฮิตไปด้วย

10. เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก
หากอยากเดินทางไปท่องเที่ยวแบบกิน เที่ยว ช็อป ได้ครบ และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกลหรือฝ่าฟันกับเส้นทางแสนลำบาก จังหวัดนครนายกก็เป็นอีกสถานที่ที่หลายๆ คนนึกถึง รวมถึงเชื่อนขุนด่านปราการชลที่มีทิวทัศน์สวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยวและบันทึกภาพสวยๆ

นอกจากนี้ สถานที่เช็กอินยอดนิยมของคนไทย เฟซบุ๊ก ยังได้รวบรวม 10 อันดับหัวข้อสนทนาและสถานที่เช็กอินสุดฮิตจากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงรายชื่อยอดนิยมของสิ่งต่างๆ ทั้งภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ ผู้ให้ความบันเทิง นักกีฬา เกม รวมถึงสติกเกอร์ที่มีผู้ใช้มากที่สุดทั่วโลกในรอบปี ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ yearinreview.fb.com

ของขวัญอะไรที่คนไทยอยากได้? ส่องเทรนด์ช็อปออนไลน์ ฮิตอะไรส่งสุขปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/555181

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ธ.ค. 2558 06:05

 

ราคูเท็น ตลาดดอทคอม เปิดเผยพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมช็อปปิ้งเพื่อหาของขวัญในช่วงปีใหม่ กับของ 7 ประเภทที่ถูกใจผู้รับ…

ในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่เช่นนี้ นอกจากความสนุกสาน การท่องเที่ยว พักผ่อน คนจำนวนไม่น้อยก็ไม่พลาดที่จะจัดเตรียมของขวัญไปมอบให้กับบรรดาญาติมิตร ครอบครัว คนรัก และเพื่อนๆ อีกด้วย แล้วคุณรู้หรือไม่ ว่าคนไทยส่วนใหญ่นิยมซื้ออะไรเป็นของขวัญในช่วงปีใหม่นี้

ราคูเท็น ตลาดดอทคอม เว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์ ได้เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการช็อปปิ้งออนไลน์ระดับภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย โดยในส่วนของประเทศไทยนั้นเป็นการสำรวจพฤติกรรมนักช็อปออนไลน์ในประเทศไทย จากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม 500 คน เพศหญิง 250 คน และเพศชาย 250 คน อายุเฉลี่ย 20-60 ปี ซึ่งเทรนด์สินค้าออนไลน์ในประเทศไทยที่ได้รับความนิยมและขายดีที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา คือ แก็ดเจ็ต อุปกรณ์ไอทีต่างๆ รวมถึงสินค้าแฟชั่น นาฬิกา เสื้อผ้า น้ำหอม และเครื่องสำอางก็ยังเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม

7 ของขวัญที่คนไทยอยากได้ช่วงปีใหม่…
จากผลสำรวจพฤติกรรมช็อปปิ้งออนไลน์ โดยราคูเท็น ตลาดดอทคอม พบว่ามีสินค้า 7 ประเภท ที่คนไทยอยากได้รับในช่วงเทศกาลปีใหม่ คือ 1. สินค้าแฟชั่น อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า น้ำหอม เครื่องสำอาง 2. เงินสด หรือเครดิตการ์ด 3. รถ บ้าน คอนโดฯ 4. เครื่องประดับอัญมณี 5. ดอกไม้หรือของเล่นยอดฮิต 6. อาหารดีๆ ซักมื้อ 7. สมาร์ทโฟนและแก็ดเจ็ตรุ่นใหม่

ความสะดวก เป็นปัจจัยที่ทำให้การซื้อออนไลน์ได้รับความนิยม

แก็ดเจ็ตขายดี
ตั้งแต่ช่วงปลายปี ยอดขายสินค้ากลุ่มแก็ดเจ็ตก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสมาร์ตวอตช์เนื่องจากมีกลุ่มคนที่ชื่นชอบออกกำลังกายเป็นจำนวนมาก รวมถึงเทรนด์การวิ่งมาราธอนและปั่นจักรยาน

ช็อปออนไลน์ ฮิต
พฤติกรรมนักช็อปในระดับภูมิภาคอาเซียนในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ พบว่ามีแนวโน้มการช็อปปิ้งออนไลน์เพิ่มขึ้นกว่า 75% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะเดียวกันก็คาดว่ายอดการใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นราว 20% เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ช็อปปิ้งต่างพัฒนาระบบให้บริการและโปรโมชั่น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้ดีขึ้น

1,200-1,500 บาท ราคายอดฮิต
สำหรับระดับราคาสินค้าที่นักช็อปออนไลน์ชาวไทยนิยมเลือกซื้อ อยู่ที่ 1,200-1,500 บาท โดยปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ กระแสการพูดถึงสินค้านั้นบนโซเชียลมีเดีย การมีรีวิวจากผู้ใช้สินค้า ซึ่งไทยถือเป็นประเทศที่ใช้โซเชียลมีเดียประกอบการพิจารณาซื้อสินค้ามากที่สุดในกลุ่มอาเซียน ขณะที่ประเทศอื่นๆ ยังคงใช้วิธีบอกต่อแบบปากต่อปาก

ใช้เวลานาน เพื่อเลือกของขวัญให้คู่รัก!
ผลสำรวจดังกล่าวยังระบุอีกว่า คนส่วนใหญ่นิยมใช้เวลาในการเลือกของขวัญให้คู่รักหรือคู่สมรสนานที่สุด โดยใช้เวลาราว 3.7 ชั่วโมง รองลงมา ได้แก่ ตัวเอง และคนที่แอบชอบ 3.4 ชั่วโมง, ลูก 3 ชั่วโมง, แม่ 3 ชั่วโมง, สัตว์เลี้ยง 2.3 ชั่วโมง

ไม่กี่คลิกก็สามารถค้นหาสินค้าที่ถูกใจได้แล้ว…

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ตลาดดอทคอม เปิดเผยว่า สินค้าที่กำลังได้รับความนิยมคือสินค้าประเภทเทคโนโลยี โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนจากการมาของ 4จี ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้งานสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ รวมถึงแก็ดเจ็ต อาทิ สมาร์ทวอตช์ หรือ แทร็กเกอร์ เพื่อตอบโจทย์ด้านสุขภาพ ขณะที่สินค้ากลุ่มแฟชั่นก็ยังได้รับความนิยมและเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากผู้หญิงที่นิยมเลือกซื้อทางออนไลน์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคูเท็น ตลาดดอทคอม ยังคงเน้นสินค้าที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์และรุกตลาดต่างจังหวัดให้มากขึ้น โดยได้พัฒนาบริการเก็บเงินปลายทางเพื่อให้ลูกค้าได้เห็นสินค้าก่อนชำระเงิน ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสั่งซื้อสินค้า

ส่วนการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนนั้น บริษัทจะมีการปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มเว็บไซต์เพื่อเข้าสู่โกลบอล แพลตฟอร์ม เพื่อยกมาตรฐานและอำนวยความสะดวกในการใช้งานของลูกค้าทั้งในประเทศและอาเซียน ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้ค้าขายกับชาวต่างชาติได้สะดวกขึ้นอีกด้วย.

ไลน์ ประเทศไทย ปัดข่าวลือ ยืนยันใช้แอพ LINE แชท-พูดคุย ไม่เสียเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/555414

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ธ.ค. 2558 13:30

 

ไลน์ ประเทศไทย แจง กรณีการส่งแชร์ข้อความเรียกเก็บค่าใช้บริการ LINE ที่กระจายบนสังคมออนไลน์ ยืนยันชัด ไม่มีการเก็บเงินค่าบริการจาก ‘LINE’ ในการพูดคุยและส่งข้อความต่างๆ ส่วน LINE@ เป็นแอพของธุรกิจ SMEs มีทั้งฟรีและเสียเงิน…

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2558  LINE ประเทศไทย ออกแถลงการณ์กรณีการส่งแชร์ข้อความเรียกเก็บค่าใช้บริการของแอพ LINE ว่าขอยืนยันไม่มีการเก็บค่าบริการของแอพพลิเคชั่น LINE ในการพูดคุยและส่งข้อความต่างๆ

ส่วนการให้บริการ LINE@ (ไลน์แอด) อีกหนึ่งแอพพลิเคชั่นที่แยกออกมาจากแอคเคาท์ LINE ส่วนตัว เหมาะสำหรับร้านค้าและธุรกิจ SME เพื่อใช้ในการส่งข้อมูลข่าวสารเชิงธุรกิจไปยังกลุ่มลูกค้า โดยมีทั้งแบบฟรีและแบบเสียค่าบริการ

• LINE@ แบบฟรี: สามารถส่งข้อความได้เดือนละ 1,000 ข้อความ (1 ข้อความ = การส่ง 1 ข้อความต่อผู้ติดตาม 1 คน)
• LINE@ แบบเสียค่าบริการ: (ทดลองใช้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายถึงวันที่ 31 มี.ค. 2559)
◦  ราคา USD 24.99/เดือน (ประมาณ 799 บาท/เดือน*) สามารถส่งข้อความได้เดือนละ 50,000 ข้อความ (1 ข้อความ = การส่ง 1 ข้อความต่อผู้ติดตาม 1 คน)
◦ ข้อความที่เกิน คิดค่าบริการข้อความละ USD 0.006 (0.20 บาท/1 ข้อความ*)

ประกาศอย่างเป็นทางการของ ไลน์ ประเทศไทย

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://at.line.me/th/plan

ทั้งนี้ LINE ประเทศไทย ขอให้ผู้ใช้มั่นใจว่า การแชทและส่งข้อความ-รูปภาพผ่านแอพพลิเคชั่น LINE ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น.

เพื่อผู้หญิงยุคใหม่! ผุดไอเดีย ‘ซุปเปอร์แม่บ้าน’ สติกเกอร์ของแม่บ้านมือโปร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/553619

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ธ.ค. 2558 16:05

 

“ยูนิลีเวอร์ ไทย” เปิดตัวไลน์แอคเคานต์แม่บ้านมือโปร พร้อมสติกเกอร์เซตแรก หวังตอบโจทย์แม่บ้านยุคใหม่ สร้างช่องทางนำเสนอข้อมูล…

เพื่อตอบสนองการใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ในปัจจุบัน บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย ได้เปิดตัวช่องทางเพื่อเข้าถึงลูกค้าและนำเสนอข่าวสาร ผ่านไลน์แอคเคานต์ (LINE Account) “แม่บ้านมือโปร” เป็นช่องทางใหม่ในการสื่อสารกับกลุ่มแม่บ้านทั่วไทย พร้อมปล่อยสติกเกอร์น่ารักจากฝีมือการออกแบบของ แป้ง-ภัทรีดา ประสานทอง ให้ดาวน์โหลดฟรี ซึ่งช่องทางดังกล่าวจะเป็นการอัพเดตโปรโมชั่นและแนะนำเคล็ดลับเกี่ยวกับการทำความสะอาดบ้านให้ง่ายดาย เพื่อเน้นสื่อสารกับผู้หญิงยุคใหม่อายุ 25-45 ปี ที่เป็นคนตัดสินใจเลือกซื้อของใช้ในบ้าน ทั้งยังนิยมใช้มือถือเพื่อท่องโลกโซเชียลและมักจะหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงโปรโมชั่นใหม่ผ่านทางมือถืออีกด้วย

สติกเกอร์… ซุปเปอร์แม่บ้าน

นอกจากนี้ ยูนิลีเวอร์ ไทย ยังได้เปิดตัวสติกเกอร์เซตแรกในชื่อชุด ซุปเปอร์แม่บ้าน โดยใช้แบรนด์คาแรกเตอร์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่ทำงานนอกบ้านและยังต้องจัดการกับงานบ้านต่างๆ ภายใต้ผลิตภัณฑ์กลุ่มโฮมแคร์ชั้นนำของยูนิลีเวอร์ โดยสติกเกอร์ไลน์มีทั้งหมด 16 แอ็ก ทั้งคำโดนๆ ทันสมัย น่ารัก และสนุกสนาน ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา.

เอเจนซี่ออนไลน์แข่งเดือด หลัง ‘ดอทเจพีจี’ ฟ้อง ‘ดิโทโลจี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/553309

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ธ.ค. 2558 20:30

 

วิเคราะห์ตลาดเอเจนซี่ดิจิตอลออนไลน์ หลัง “ดอทเจพีจี” ฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา “ดิโทโลจี”…

จากกรณีที่บริษัท ดิโทโลจี จำกัด ถูกบริษัท ดอทเจพีจี จำกัด ฟ้องร้องในคดีละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา หมายเลขคดีดำ อ.1051/2558 และผิดจรรยาบรรณ โดยเปิดบริษัทซ้อน เนื่องจากบริษัท ดิโทโลจี จำกัด ได้นำผลงานที่ผลิตโดยบริษัทดอทเจพีจี จำกัด ไปนำเสนอเป็นผลงานของตัวเองนั้น และอ้างถึงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่มีเจตนาจะทำให้เสียหาย จนเป็นเหตุให้บริษัท ดอทเจพีจี ได้รับความเสียหาย

แหล่งข่าวจากบริษัท ดอทเจพีจี เปิดเผยว่า ปัจจุบันการละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาในธุรกิจโฆษณาสื่อดิจิตอลออนไลน์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และทำให้บริษัทเอเจนซี่ต้องจดลิขสิทธิ์ฯ มากขึ้น ขณะเดียวกันแนวโน้มการแข่งขันทางการตลาดบนออนไลน์ธุรกิจที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทำให้มีผู้สนใจทำโฆษณาสายดิจิตอลเอเจนซี่มากตามไปด้วย ส่งผลให้กลยุทธ์ทางการตลาดดิจิตอลของเอเจนซี่แต่ละบริษัทพยายามนำเสนอความแปลกใหม่และเกาะติดความต้องการในโลกออนไลน์มากขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2558 ดิโทโลจี ได้ขอรับผิดไกล่เกลี่ยและแสดงความขอโทษอย่างจริงใจด้วยความเต็มใจ โดยตัวแทนบริษัท ดิจิโทโลจี ได้ขอโทษและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และได้ชดเชยค่าเสียหายตามเหมาะสมตามกำลังอย่างเต็มใจให้กับดอทเจพีจีเป็นที่เรียบร้อย และปรับความเข้าใจกันถึงเจตนาและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลสำรวจพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ของคนไทย โดยวี อาร์ โซเชียล ของสิงคโปร์ พบว่าคนไทยมีมือถือและแท็บเล็ตรวมกว่า 97 ล้านเครื่อง หรือกว่า 149% เมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากร ทั้งยังใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันในการใช้งาน ทำให้พฤติกรรมการเสพข้อมูลจากสื่อหลักมีแนวโน้มลดลง เช่นเดียวกับบริษัทเอเจนซี่โฆษณาซึ่งต้องเปลี่ยนมาสู่ธุรกิจด้านดิจิตอล เพื่อตอบสนองการตลาดบนออนไลน์ที่ได้ขยายตัวในปัจจุบัน.

คลื่น 900MHz ราคาสูงไป! เอไอเอส ไม่หวั่นลุยต้อนลูกค้า 2G เข้าระบบ 3G

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/552676

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ธ.ค. 2558 16:55

 

เอไอเอส จับมือ ทีโอที ใช้คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ รองรับความต้องการใช้งาน ดูแลลูกค้า 38 ล้านราย พร้อมออกแคมเปญหนุนคนใช้ 2จี ย้ายสู่ 3จี 4จี ชี้ชวดประมูลคลื่น 900 MHz เพราะราคาสูงเกินไป แต่จะเอางบมาพัฒนาเครือข่ายให้ดีขึ้นแทน…

นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า หลังจากเสร็จสิ้นการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งบริษัทแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือเอไอเอสได้เข้าร่วมประมูล และไม่ได้รับใบอนุญาตในคลื่นดังกล่าว ซึ่งบริษัทตั้งมูลค่าสูงสุดในการประมูลไว้ที่ 75,000 ล้านบาท ซึ่งได้พิจารณาความเหมาะสมจากปัจจัยด้านต่างๆ เพื่อเป้าหมายในการดูแลลูกค้าให้ได้รับบริการที่ดี

“ปัจจุบันเอไอเอสมีลูกค้า 38 ล้านราย ยอมรับว่าเมื่อไม่ได้คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ทำให้แผนการให้บริการของเราไม่เป็นไปตามที่เคยวางแผนไว้ แต่ก็มีการเตรียมแผนสำรองเพื่อดำเนินการเอาไว้แล้ว ภายใต้คลื่นความถี่ทั้งบน 1800 และ 2100 เมกะเฮิรตซ์ รวมกว่า 30 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการลูกค้าทุกคน ซึ่งปัจจุบันเอไอเอสมีสถานีฐานบนคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ทั้งสิ้น 25,000 แห่ง และครอบคลุมพื้นที่กว่า 90% เพื่อให้บริการ 3จี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ยังมีคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่สามารถนำมาให้บริการร่วมกันเพื่อรองรับความต้องการใช้งานของลูกค้าได้”

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่ได้ใช้งบประมาณสำหรับการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ บริษัทจึงเตรียมใช้งบประมาณดังกล่าวเพื่อสนับสนุนให้ลูกค้า 2จี เปลี่ยนมาใช้งาน 3จี ด้วยอุปกรณ์ที่รองรับ 3จี และ 4จี ซึ่งปัจจุบันเอไอเอสมีลูกค้า 2จี จำนวน 1 ล้านราย และลูกค้าที่ยังใช้งานอุปกรณ์ 2จี ราว 10 ล้านราย รวมทั้งสิ้น 11 ล้านราย ด้วยโครงการเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่จาก 2จี เป็นเครื่อง 3จี หรือ 4จี ฟรีทั้งลูกค้าในระบบพรีเพด (เติมเงิน) และโพสเพด (รายเดือน) ภายในวันที่ 25 ธ.ค.2558 เพียงเติมเงินหรือชำระค่าบริการตามเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขยายระยะเวลาเยียวยาลูกค้าในระบบ 2จี ซึ่งควรมีเวลาในการตัดสินใจและปรับเปลี่ยนอุปกรณ์หลังจากหมดระยะเวลาสัมปทานไม่ต่ำกว่า 1 ปี

“ขอให้มั่นใจว่าเอไอเอสมีแผนรองรับการให้บริการอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังได้มีความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่างบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีความร่วมมือนานกว่า 25 ปี โดยล่าสุดได้มีความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องในธุรกิจโมบาย โดยนำคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์จากทีโอทีเข้ามาร่วมให้บริการ เพื่อมุ่งสู่การเป็นดิจิตอล เซอร์วิส โพรวายเดอร์ ตามเป้าหมายของบริษัท”

นายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสไม่ต้องการทำสงครามราคาในการให้บริการ แต่เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อมีผู้ให้บริการรายใหม่เกิดขึ้น ก็อาจทำให้มีการนำเสนอราคาที่น่าดึงดูดใจเพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้า ส่วนจำนวนคลื่นความถี่ที่บริษัทมีอยู่ 30 เมกะเฮิรตซ์นั้น เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการให้บริการหรือการแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคม เนื่องจากยังสามารถลงทุนขยายสถานีฐานเพิ่มเติม เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันได้.