ต้องเป็นมากกว่าแชต ‘ไลน์’ ลุยไลฟ์สไตล์ควบธุรกิจ หวังครองใจคนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576441

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 10:05

 

ไลน์ เผยแนวโน้ม 4 เทรนด์ผู้บริโภคชาวไทยชีวิตดิจิตอล ชู 5 สายธุรกิจตอบโจทย์การใช้ชีวิต หวังขึ้นสู่แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์และธุรกิจแห่งอนาคต…

นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ ไลน์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้มีความเคลื่อนไหวด้านดิจิตอลในเมืองไทยที่น่าจับตามองอยู่ 4 ประการ คือ 1. ยุคแห่งมือถือ (Mobile First) ซึ่งประเทศไทยเข้าสู่เทรนด์ดังกล่าวประมาณ 2 ปี ด้วยอัตราการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตถึง 40 ล้านคน ซึ่งเป็นผู้ใช้งานไลน์กว่า 33 ล้านคน และคาดการณ์ว่าภายในปี 2560 นี้ ยอดผู้ใช้โมบายอินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นเป็น 50 ล้านคน หลังจากการเปิดให้บริการ 4จี ขณะเดียวกัน พบว่าคนไทยใช้เวลากับสมาร์ทโฟนเฉลี่ย 5.7 ชั่วโมงต่อวัน โดยใช้เวลาแชตไลน์ถึง 83.7 นาทีต่อวัน และเพื่อตอบรับกับพฤติกรรมดังกล่าว ไลน์จึงเปิดบริการ Official Account (OA) สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรในการเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจโดยการสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วม ด้วยข้อมูลที่กลุ่มเป้าหมายสนใจในเวลาและช่องทางที่เหมาะสม ตลอดจนเพิ่มยอดขายให้กับองค์กรได้มากขึ้น สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีในไทยกว่า 2.8 ล้านราย ได้มีบริการ LINE@ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและขยายธุรกิจ

2. สมาร์ทโฟนเป็นช่องทางหลักในการรับชมทีวี (Smartphones are becoming the Main TV Screen) ปัจจุบันมีสัดส่วนคอนเทนต์ทีวีและวิดีโอสำหรับชมผ่านจอทีวีราว 41% ขณะที่ 31% เน้นการรับชมผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งไลน์ได้เปิดตัว LINE TV กว่า 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับชมคอนเทนต์บันเทิงฟรีจากพันธมิตรความบันเทิง

5 สายธุรกิจของไลน์ ประเทศไทย เพื่อผู้ใช้งาน

3. ผู้บริโภคหันใช้เอ็ม-คอมเมิร์ซ (m-commerce) และโซเชียล คอมเมิร์ซ (social commerce) จากการใช้งานอี-คอมเมิร์ซ (e-commerce) เป็นประจำ ทำให้ผู้บริโภคมีความคุ้นชินและมีแนวโน้มจะใช้บริการเอ็ม-คอมเมิร์ซ (ซื้อขายผ่านมือถือ) และโซเชียล คอมเมิร์ซ (การซื้อขายบนโซเชียล) ในการซื้อสินค้าและบริการ โดยจำนวนการซื้อขายออนไลน์ผ่านโมบายดีไวซ์มีสัดส่วนถึง 60% จากจำนวนการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์อัตราการเติบโตของโมบายแบงก์กิ้งว่าจะสูงถึง 33% ซึ่งไลน์มีบริการ LINE Pay แพลตฟอร์มการชำระเงินรูปแบบใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้ว 1.5 ล้านคน พร้อมกับ Pay by Official Account ฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจเปิดการขายสินค้าผ่านหน้า Official Account ของตนเองได้ทันที รวมถึง LINE GIFTSHOP บริการส่งของขวัญรูปแบบใหม่ให้เพื่อนผ่านไลน์ โดยพบว่าผู้ใช้บริการ 55% นิยมซื้อสินค้าเป็นของขวัญให้เพื่อน

4. การขยายโอกาสทางธุรกิจจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ (O2O) ถือเป็นเทรนด์ใหม่ในปีนี้ ด้วยการใช้สื่อออนไลน์ผลักดันให้เกิดยอดขายทางออฟไลน์ สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดมากมาย ซึ่งคนส่วนใหญ่ดาวน์โหลดเฉลี่ย 39 แอพต่อหนึ่งดีไวซ์ และใช้งานจริงเพียง 17 แอพ ไลน์จึงทำช่องทางการเข้าถึงบริการในชีวิตประจำวันผ่านไลน์เพียงช่องทางเดียวแทนที่การดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมากมาย ซึ่งไลน์ตั้งเป้าพัฒนาบริการในลักษณะดังกล่าว ทั้งการพัฒนาขึ้นเองและความร่วมมือกับสตาร์ตอัพในเมืองไทย

“เป้าหมายสำคัญในปีนี้ คือ การสร้างไลน์ให้เป็นมากกว่าแอพพลิเคชั่นแชต ด้วยการเป็นแพลตฟอร์มทั้งสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กรธุรกิจ โดยผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้บริการต่างๆ เพื่อเพิ่มความสุขในชีวิตผ่านไลน์ ขณะที่ลูกค้าองค์กรสามารถใช้ไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มยอดขายให้สินค้าและบริการ ทำการซื้อขายในที่เดียวผ่านไลน์ ผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท อาทิ ธุรกิจเกม (LINE GAME) ธุรกิจคอนเทนต์ (LINE TV, LINE MUSIC) ธุรกิจโซลูชั่นสำหรับองค์กร (LINE Official Account, LINE@) ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (LINE GIFTSHOP) และธุรกิจเพย์เมนต์ (LINE Pay) โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการให้เทียบเท่ากับบริการแชต และผนวกบริการที่มีอยู่เข้าด้วยกันภายใต้แอพพลิเคชั่นเดียวเป็นซิงเกิลแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่าย เข้ามาอยู่ในทุกส่วนของชีวิตประจำวันของคน นอกจากจะช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้ผู้บริโภคสะดวกสบาย เชื่อว่ายังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ไลน์เป็นที่ยอมรับ และชื่นชอบในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยอีกด้วย”

มือถือ 4G-ไฮเอนด์คือทีเด็ด! เปิดฉาก ‘โมบาย เอ็กซ์โป’ คึกตั้งแต่วันแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576135

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 18:25

 

เริ่มแล้วกับมหกรรมมือถือครั้งใหญ่ ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2016 ผู้จัดงานคาดยอดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1,700 ล้านบาท จากสงครามโปรโมชั่นที่โอเปอเรเตอร์และแบรนด์มือถือ กระหน่ำเรียกลูกค้า…

นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผู้จัดงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป เปิดเผยว่า จากความนิยมใช้งานสมาร์ทโฟนที่แพร่หลายในปัจจุบัน รวมถึงการมาของบริการ 4จี คาดว่าจะทำให้งานครั้งนี้มีความคึกคักมากขึ้น จากความต้องการเปลี่ยนมือถือให้สามารถรองรับการใช้งาน 4จี ได้

โอภาส เฉิดพันธุ์

“นอกจากผู้เข้าชมงานจะมาเลือกซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ให้รองรับ 4จี เชื่อว่ายังเป็นโอกาสที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ที่ไม่ได้เปลี่ยนเครื่องมานานจะได้มาเลือกซื้อเครื่องใหม่ด้วย ส่วนสีสันของงานครั้งนี้อยู่ที่การทำโปรโมชั่นและลดราคาเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะโอเปอเรเตอร์ที่เน้นทำตลาดสมาร์ทโฟนเพื่อรองรับ 4จี ขณะที่แบรนด์มือถือจะเน้นทำโปรโมชั่นสำหรับสมาร์ทโฟนราคาไฮเอนด์ ขณะเดียวกันภายในงานยังมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากอีกหลายค่าย จึงเชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศการซื้อภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก และสามารถสร้างยอดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1,700 ล้านบาท ด้วยจำนวนผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 7 แสนคน เพิ่มขึ้นราว 10% จากการจัดงานตลอด 4 วัน”

สำหรับการเปิดตัวสมาร์ทโฟนและแก็ดเจ็ตรุ่นใหม่ภายในงาน มีจำนวนราว 10 รุ่น จากค่ายต่างๆ เช่น ทรูมูฟ เอช, วีโว่, ออปโป้, เลอโนโว, เอซุส เป็นต้น

สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากทรูมูฟ เอช True SMART 4G Speedy 5.0

เริ่มต้นที่ “ทรูมูฟ เอช” ที่ประกาศจัดเต็มโปรโมชั่นสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริม 4จี รุ่นใหม่ภายในงาน คือ ทรู สมาร์ท 4G Speedy 5.0 (True SMART 4G Speedy 5.0) และ ทรู สมาร์ท MAX 4.0 (True SMART MAX 4.0) โดย True SMART 4G Speedy 5.0 เป็นสมาร์ทโฟน 4จี 2 ซิม หน้าจอ IPS HD ขนาด 5 นิ้ว กล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล หน่วยประมวลผล Quad-core 1 GHz ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ Lollipop ราคา 2,990 บาท และโปรโมชั่นพิเศษ รับ True SMART 4G SPEEDY 5.0 ฟรี เพียงสมัครแพ็กเกจรายเดือน พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า และใช้งานตามระยะสัญญาที่กำหนด หรือเลือกซื้อ True SMART 4G Speedy 5.0 พร้อมกับ True Cast ซึ่งเป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อหน้าจอสมาร์ทโฟนเข้าสู่จอทีวี ในราคาพิเศษเพียง 3,090 บาท ดู YouTube ฟรีสูงสุด 12 เดือน ลูกค้าแบบเติมเงินรับโบนัสค่าโทรและเน็ตฟรีรวมสูงสุด 6,000 บาทเล่นฟรี 5 แอพฮิต Facebook, Line, WhatsApp, Instagram และ HTV นาน 10 เดือน

“ออปโป้” ประกาศเปลี่ยนโลโก้จาก OPPO Smartphone เป็น OPPO Camera Phone พร้อมเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ตระกูล F ซีรีส์ สะท้อนความทันสมัยและเข้าถึงได้ ส่วนสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด ได้แก่ OPPO F1 (ออปโป้ เอฟ1) สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดโดดเด่นด้วยกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ด้วยฟังก์ชั่น Beautify 3.0 เอาใจคนชอบเซลฟี่สวยคมชัดในช็อตเดียวโดยไม่ต้องใช้แอพพลิเคชั่นเพิ่ม กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ออกแบบโดยคำนึงถึงหลักสรีรศาสตร์ หน้าจอ HD ขนาด 5 นิ้ว พร้อมขอบโค้ง 2.5 มิติที่ปกป้องทุกความแข็งแกร่งด้วย Corning gorilla glass4 ตัวเครื่องแบบเมทัลลิคดีไซน์ทั้งตัวเครื่อง แรม 3GB และรอม 16GB (เพิ่มหน่วยความจำได้สูงสุด 128 GB) ภายใต้ขุมพลัง Qualcomm MSM8939 Snapdragon 616 Octa-core 1.5GHz พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2500 มิลลิแอมป์ รองรับได้ 2 ซิมการ์ดและรองรับคลื่นความถี่ทั้ง 3จี และ 4จี พร้อมวางจำหน่ายสี Golden และ Rose Gold ในราคา 8,990 บาท

ออปโป้ เปิดตัวรุ่นใหม่ ออปโป้ เอฟ1

“เลอโนโว” นำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ Lenovo VIBE X3 และ Lenovo K4 Note ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) รองรับการใช้งานคู่กับแว่นตา 3 มิติ โดยรุ่น Lenovo VIBE X3 มาพร้อมนวัตกรรมลำโพงสเตอริโอด้านหน้าสมาร์ทโฟนเพื่อรองรับเสียงเบสทรงพลัง ดีไซน์ตัวเครื่องระดับพรีเมี่ยมทำจากวัสดุอะลูมิเนียม และเทคโนโลยีรองรับการฟังเพลงจากไฟล์ต่างๆ เพื่อรองรับความบันเทิงเต็มรูปแบบ ภายใต้ระบบประมวลผลแบบ 64-bit Qualcomm Snapdragon 808 hexa-core processor, RAM ความจุ 3GB กล้องหลังความละเอียด 21 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล หน้าจอแบบ Full HD 5.5 นิ้ว แบตเตอรี่ความจุ 3600 mAh ส่วนรุ่น Lenovo K4 Note มาพร้อมหน้าจอแบบ Full HD ขนาด 5.5 นิ้ว ให้มุมมองภาพกว้าง 178 องศา กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล พร้อมระบบออโต้โฟกัสสะดวกต่อการถ่ายเซลฟี่ แบตเตอรี่ความจุ 3300 mAh ระบบประมวลผล 64-bit Media Tek MT6753 octa-core , RAM 3GB โดยทั้ง 2 รุ่น จะวางจำหน่ายครั้งแรกภายในงานนี้ ซึ่ง Lenovo VIBE X3 มีราคาเริ่มต้นที่ 15,990 บาท และราคาพร้อมแว่น VR เริ่มต้นที่ 16,690 บาท ส่วน Lenovo K4 Note วางจำหน่ายเริ่มต้น 7,590 บาท ราคาพร้อมแว่น VR เริ่มต้นที่ 8,290 บาท

ด้าน นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ บริษัทจะสามารถขยายเครือข่าย 4จี ได้ครอบคลุมอีก 17 จังหวัด รวมเป็น 59 จังหวัด และครอบคลุม 77 จังหวัดภายในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยปัจจุบันเอไอเอสได้รับการการันตีคุณภาพจาก OOKLA ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตว่าเอไอเอสเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วและเสถียรสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย จากการทดสอบ 6 ล้านครั้ง ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา

เอไอเอสไม่ได้เปิดตัวมือถือใหม่ แต่พกโปรโมชั่นเด็ดๆ มาเรียกลูกค้าเพียบ

“ปัจจุบันเอไอเอสมีลูกค้าใช้งาน 4จี ราว 4.4-4.5 ล้านราย ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 10 ล้านราย เนื่องจากอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งาน 4จี มีมากขึ้นและมีราคาถูกลงด้วย ทำให้เกิดโอกาสในการใช้งานเพิ่ม เรียกว่าดีไวซ์และความครอบคลุมของพื้นที่ให้บริการจะเป็นปัจจัยสนับสนุน 4จี ให้มากขึ้น ส่วนแคมเปญเปลี่ยนเครื่องจากระบบ 2จี เป็น 3จี นั้น มีลูกค้าเอไอเอสลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ดังกล่าวราว 12 ล้านราย โดยมีผู้ใช้รับสิทธิ์ไปแล้ว 1.6 ล้านราย เหลืออีก 10 ล้านรายซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เรียบร้อยภายในสิ้นปีนี้ หรือหากลูกค้า 2จี ไม่ต้องการย้ายมาเป็น 3จี ก็สามารถทำได้ เนื่องจากเอไอเอสมีความร่วมมือในการโรมมิ่งเครือข่าย 2จี กับดีแทค เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง”

นอกจากนี้ ภายในงานฯ เอไอเอสได้เปิดตัวแพ็กเกจใหม่ที่คุ้มค่ากับ 4G Super Deal เพื่อมอบค่าโทรและค่าเน็ตแบบไม่ลดความเร็ว พร้อมส่วนลดสมาร์ทโฟนสูงสุด 50% สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน 4จี โดยเฉพาะ ทั้งยังได้ประกาศความร่วมมือล่าสุดกับ ทีวี ธันเดอร์ และ Turner TV ในการนำเสนอคอนเทนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมาออกอากาศบนแอพพลิเคชั่น AIS Play เพื่อพัฒนาบริการของเอไอเอสให้สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

ผู้สนใจสามารถอัพเดตเทรนด์สมาร์ทโฟนและแก็ดเจ็ตได้ตลอด 4 วันจัดงาน ตั้งแต่ 11-14 ก.พ. 2559 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์.

อินิทรีดิจิตอล ส่งแอพเกม ‘ใบ้คำหรรษา’ เปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็นเครื่องบันเทิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575822

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 08:30

 

i3play แนะนำแอพพลิเคชั่นใหม่ฝีมือคนไทย ที่จะเปลี่ยนมือถือให้กลายเป็นเครื่องสร้างสรรค์ความฮา กับแอพเกม “ใบ้คำหรรษา” เล่นได้ทุกแพลตฟอร์ม เล่นสนุกสุดท้าทาย วัดความรู้ฝึกความจำ มาพร้อมโหมดคำเยอะที่สุดในประเทศไทยกว่า 100 หมวด…

ค่าย i3play โดยบริษัท อินิทรี ดิจิตอล จำกัด (มหาชน) แนะนำเกมใบ้คำจากฝีมือคนไทย เพื่อคนไทย ‘ใบ้คำหรรษา’ แอพพลิเคชั่นสุดสนุกที่จะเปลี่ยนมือถือสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตในมือของทุกคน ให้กลายเป็นเครื่องสร้างสรรค์ความสนุก ความฮาหัวเราะท้องแข็ง ที่จะช่วยสร้างความสนุกให้บรรยากาศการรวมตัวของเดอะแก๊งคุณนั้นเปลี่ยนไป ใครที่คิดว่าใบ้คำเก่ง อยากจะสนุกกับเพื่อนๆ และอยากหาไรกวนๆ ทำเพื่อแก้เหงา ต้องลองดาวน์โหลดมาเล่นดู

วิดีโอตัวอย่างเกม

แอพพลิเคชั่นเกม ‘ใบ้คำหรรษา’ มาพร้อมโหมดคำมากที่สุดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นโหมดสุดขำ 18+ โหมดเทศกาลต่างๆ โหมดลับเฉพาะผู้หญิง โหมดรู้เฉพาะผู้ชาย และอีกมากมายกว่า 100 โหมด สนุกไม่ซ้ำใครอัพเดตโหมดใหม่ทุกเดือน ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เล่นสามารถสร้างโหมดคำที่เอาไว้เล่นกันเฉพาะก๊วนของตัวเองได้เลย ที่สำคัญรองรับทุกเครื่องสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และไอโอเอส ด้วยนะ

สำหรับกฎและกติกาในการเล่น แอพพลิเคชั่นนี้ ควรมีคนเล่นตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป เพราะถ้าเล่นคนเดียว แล้วใครจะใบ้ ใครจะทาย

เปิดแอพขึ้นมาแล้ว สามารถกด setting เพื่อตั้งค่าต่างๆ

เมื่อเริ่มแรก เปิดแอพขึ้นมาแล้ว สามารถกด setting เพื่อตั้งเวลาในการเล่น กำหนดระดับเสียงประกอบ และเสียงเอฟเฟกต์ต่างๆ

เลือกโหมดที่ใช่ โหมดที่ชอบ

เลือกโหมดแล้วรอทายคำได้เลย

ต่อมาเลือกโหมดที่ใช่ โหมดที่ชอบ ตอนเลือกก็ลองคิดดูก่อนนะ ว่าทายได้เปล่า ถ้าเอาแบบสยิวๆ สัปดน ทะลึ่งตึงตัง ขอแนะนำ หมวด 18+ เอามันเลือก Movies เอาขำเลือก social และถ้าเอาแบบเด็กฉลาดชาติเจริญ ลองเล่นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกดู รู้หมดนี่เทพเลย

เพื่อนๆ ที่เหลือก็ทำหน้าที่เป็นคนใบ้ ก็จัดเต็มลีลาท่าทางได้

หลังจากนั้นก็ได้เวลาความสนุก เลือกคนทายมาถือ เพื่อนๆ ที่เหลือก็ทำหน้าที่เป็นคนใบ้ เชื่อได้ว่าแต่ละคนคงจัดมาให้เต็มทุกท่า ทุกลีลา ทุกองค์ความรู้เลย

ตอบถูกคว่ำจอลง

ตอบไม่ได้ อยากผ่านก็เงยหน้าขึ้น เพื่อข้ามคำไป

และขั้นตอนต่อมาสำหรับคนทายที่ถือจออยู่นั้น จงท่องว่า ทายถูกคว่ำเครื่องลง (ระวังร่วง) ทายไม่ได้สักทีหงายหน้า (จอ) ขึ้น จะเป็นการข้ามคำนั้นไป

จบเกมสามารถแชร์ผลคะแนนไปอวดไว้ในเฟซบุ๊กได้

เมื่อครบกำหนดเวลา เกมจะโชว์คะแนนและคำที่ทายให้อีกครั้ง และเพื่อเป็นการโชว์ความเทพ หรือแสดงความอ่อน สามารถแชร์ผลคะแนนไปอวดไว้ในเฟซบุ๊กได้.

เปิดตัวแล้วในไทย! ‘Happn’ แอพค้นหาผู้คนบนโลกออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575803

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 07:30

 

เปิดตัวครั้งแรกในไทย Happn แอพพลิเคชั่นใหม่บนมือถือ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้ทำความรู้จักกับคนรอบข้าง ภายในรัศมี 250 เมตร ผ่านเทคโนโลยีระบุตำแหน่งของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ ให้คนที่เดินผ่านไปได้กลับมาทำความรู้จักกัน…

แอพพลิเคชั่น Happn เป็นแอพฯ แรกที่ผสานเทคโนโลยีจีพีเอสกับการใช้งานแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษให้แก่ผู้ใช้งาน นั่นคือ โอกาสครั้งที่สองสำหรับคนที่เคยเดินผ่านกันไปแล้ว สามารถกลับมาพบปะพูดคุยกันได้อีกครั้ง Happn แตกต่างจากแอพฯอื่นๆ ที่คุณจะสามารถเจอหรือพบปะผู้คน โดยการเลือกหาแบบสุ่มจากตัวเลือกที่มีอยู่ ในขณะที่ Happn นั้นใช้การระบุตำแหน่งของผู้ใช้ ภายในรัศมี 250 เมตร แบบเรียลไทม์ และแสดงโปรไฟล์ของคนที่ผ่านเข้ามาในรัศมีดังกล่าวบนหน้าแอพพลิเคชั่นของผู้ใช้งานคนอื่นๆ

Happn มีผู้ใช้กว่า 11 ล้านคน ใน 35 เมืองทั่วโลก

Happn เปิดตัวครั้งแรกที่ปารีส เมื่อปี 2557 นายดิดิเยร์ แรพพาพอทและนายแอนโทนี่ โคเฮน ผู้ก่อตั้ง Happn ตั้งใจสร้างแอพพลิเคชั่นนี้ขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงผู้คนและเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พบเจอกันอีกครั้งและไม่พลาดการติดต่อซึ่งกันและกัน แอพพลิเคชั่นนี้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายด้วยผู้ใช้กว่า 11 ล้านคนใน 35 เมืองทั่วโลก ทั้งในนิวยอร์ก ลอนดอน มาดริด ซิดนีย์ ฮ่องกง และกรุงเทพฯ เป็นเมืองล่าสุดที่ Happn จะช่วยเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ด้วยผู้ใช้ที่ทวีคูณมากขึ้นทุกๆ เดือน Happn ได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน ถึง 30 ล้านคนภายในปีนี้ และมุ่งที่จะเป็นที่หนึ่งของโลกในด้านการบริการเชื่อมโยงผู้คน ผ่านการใช้แอพพลิเคชั่นบนมือถือโดยคำนึงถึงประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้เป็นสำคัญ

นางสาวแมรี่ คอสนาร์ด ผู้อำนวยการฝ่ายเทรนด์ Happn กล่าวว่า Happn ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงตามธรรมชาติ คุณสามารถใช้ Happn ในเวลาที่คุณเจอใครบางคน และอยากที่จะเจอเขาอีกครั้ง หรือจะเป็นคนที่คุณเจอเป็นประจำแต่ไม่กล้าเข้าไปทักทาย ไม่แน่ว่าคนๆ นั้นอาจจะทำงานอยู่ในละแวกเดียวกันกับคุณก็เป็นได้ คุณสามารถหาคนที่อยู่รอบตัวคุณได้ด้วยแอพพลิเคชั่นนี้ ดังนั้น Happn เป็นแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับการสร้างความรักและความสัมพันธ์ที่ยืนยาว

นภัสสร ธีรเนตร แบรนด์แอมบาสซาเดอร์แชร์ประสบการณ์การใช้ Happn

นางสาวนภัสสร ธีรเนตร แบรนด์แอมบาสเดอร์ Happn ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันบริการนัดพบออนไลน์นั้นแตกต่างจากความเป็นจริงอยู่มาก และประสบการณ์จากการใช้งานมักไม่ค่อยนำมาสู่ความสัมพันธ์ที่แท้จริง Happn คือคำตอบที่จะช่วยให้คุณสามารถค้นหาคนที่คุณเดินผ่านไปแล้ว และอยากพบได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตามท้องถนนหรือที่งานปาร์ตี้ Happn คือแอพพลิเคชั่นที่จะช่วยให้คุณ สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริง คุณอาจจะเจอคนพิเศษที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาลเหมือนอีกหลายๆ คู่ทั่วโลก

Happn ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน จึงไม่ระบุสถานที่และตำแหน่งของผู้ใช้ โดยจะเก็บข้อมูลเฉพาะจุดที่มีการเดินผ่านกันเท่านั้น นอกจากนี้คุณยังสามารถบล็อกหรือป้องกันการติดต่อจากผู้ใช้คนอื่นที่ทำตัวไม่น่ารักและรายงานพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้ทุกเมื่อที่ต้องการแนวคิดการใช้งานแอพพลิเคชั่นพร้อมกันหลายๆ คน ยังช่วยป้องกันผู้ใช้จากสแปมและการคุกคามได้อีกด้วย ดังนั้น Happn จึงเป็นเสมือนเรดาร์ให้คุณมีโอกาสได้พบเจอกับความรักอันหอมหวานในอนาคต

ช่วงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Happn ได้ฟรี แล้วสร้างโปรไฟล์ ส่งไอคอนรูปหัวใจให้คนที่คุณสนใจ และหากคนนั้นก็ส่งหัวใจให้คุณเช่นกัน ทั้งสองคนก็จะสามารถพูดคุยทำความรู้จักกันผ่าน Happn ได้ฟรี ล่าสุดในโอกาสเปิดตัวแอพพลิเคชั่นHappn อย่างเป็นทางการในประเทศไทย Happn ขอมอบสิทธิพิเศษส่วนลดค่าอาหาร 10% ที่ร้าน Whale’s Belly Restaurant ให้ผู้ใช้ทันทีเมื่อแสดงหน้าจอแอพพลิเคชั่น Happn ของคุณที่ร้าน สิทธิพิเศษนี้มีไปจนถึง 30 มิถุนายน 2559 เท่านั้น ดาวน์โหลด Happn ได้ฟรีที่แอพ สโตร์ (App Store) เพลย์ สโตร์ (Play Store) และวินโดว์ สโตร์ (Windows Store).

สุรชัย Face off ฟีเวอร์! แนะ 5 แอพฯ แปลงโฉมหน้าสวย-หล่อแบบโลว์คอสต์มาทางนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575680

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 06:05

 

จากกระแสข่าวศิลปินรุ่นใหญ่ “สุรชัย สมบัติเจริญ” เตรียมตัวพึ่งมีดหมอ เพื่อศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้าให้ดูเด็กลงจนเหมือนมีอายุเพียง 30-40 ปี ทั้งที่เจ้าตัวมีอายุจริง 60 ปีแล้วนั้น ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่สามารถเนรมิตความสวยความหล่อได้ใจจริงๆ

แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีทุนทรัพย์ในการแปลงโฉม ยังไม่พร้อมรับความเจ็บหลังจากการผ่าตัด หรือใจยังไม่กล้าพอ…ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ขอบอกเลยว่า เทคโนโลยีล้ำสมัยในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงด้านการแพทย์ แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีปลายนิ้วบนสมาร์ทโฟน เพราะ “แอพพลิเคชั่น” ในปัจจุบันสามารถปรับเปลี่ยนได้หลายอย่าง ชนิดที่หลายคนยอมรับว่าสามารถทำผีให้กลายเป็นคนได้อย่างไม่ยากเย็น!!!

“ไทยรัฐออนไลน์” ขอเอาใจคนชอบความเรียบง่าย อยากเปลี่ยนหน้าให้เด็ก แต่งให้สวย-หล่อ หรือจะแปลงโฉมให้เป็นคนอื่น บอกเลยว่าเพียงมี 5 แอพพลิเคชั่นนี้ติดสมาร์ทโฟนคู่ใจเอาไว้ แล้วทุกอย่างก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป…!

Cymera
แอพพลิเคชั่นนี้สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี ทั้งบนระบบปฏิบัติการไอโอเอส และแอนดรอยด์ เรียกว่าตอบโจทย์คนอยากแต่งภาพให้สวยหล่อดั่งใจ หรือจะใช้เพื่อตกแต่งภาพให้มีสไตล์เป็นตัวคุณมากขึ้น แอพฯ นี้ก็ใช้ได้เพลินเชียวล่ะคุณ

Face Stealer
ชื่อเต็มของแอพพลิเคชั่นนี้คือ Face Stealer – Realtime Face Swap Booth FX เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแต่งภาพหลากหลายแนว หรืออยากสวมบทบาทเป็นคนอื่นดูบ้าง! แอพฯ นี้สามารถให้คุณเปลี่ยนตัวเองได้ทั้งแบบภาพนิ่งและวีดิโอ ดาวน์โหลดฟรีสำหรับผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการไอโอเอส

MOLDIV
ดาวน์โหลดมาใช้กันได้ฟรีทั้งไอโอเอสและแอนดรอยด์ กับแอพพลิเคชั่น MOLDIV ซึ่งมีคุณสมบัติให้ตกแต่งภาพสวย-หล่อ ผิวเนียน หน้าเรียว ตาโต เรียกว่าครบสูตรเรื่องความงาม น่าจะถูกใจคนชอบแต่งภาพให้สวยครบสูตรก่อนแชร์บนโซเชียลฯ

InstaBeauty
เป็นอีกแอพพลิเคชั่นที่ครบสูตรเรื่องการแก้ไขภาพโดยเน้นความสวยความงามของจริง! เพราะมีคุณสมบัติลบฝ้า แต่งหน้า ปรับตาโต เสริมดั้ง รวมไปถึงปรับสีผิว

ZombieBooth 2
เรียกว่าแหวกแนวกันไปเลย! กับแอพฯ แต่งภาพแนวหลอน! ซึ่งพร้อมให้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ทั้งบนไอโอเอสและแอนดรอยด์ มีให้เลือกแต่งภาพได้หลากหลายทั้งพร็อบ ฟิลเตอร์ และเทคนิคการตกแต่งอื่นๆ รับรองว่าจากหน้าสาวสวยหนุ่มหล่อก็แปลงเป็นหน้าผีได้ในไม่กี่ขั้นตอน เผื่อใครอยากลองขี้เหร่ดูสักที

ใครอยากสวย อยากหล่อ แบบไม่ต้องเจ็บตัวและเสียสตางค์ ใช้วิธีนี้ก็เข้าท่าอยู่นะ…!

อ่านเพิ่ม : ขยี้ตากี่ทีการันตีจำไม่ได้! ส่อง 5 บุคคล Face Off สะท้านโลก ไม่เหลือเค้าเดิม!

ใครว่ามือถือต้องไกลน้ำ! ส่องสมาร์ทโฟนพันธุ์ใหม่ ‘โคเม็ต’ ลอยได้ไม่มีวันจม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575181

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2559 06:05

 

ยลโฉมสมาร์ทโฟนไม่กลัวน้ำ รุ่น Comet มาพร้อมคุณสมบัติลอยน้ำแบบไม่ต้องกลัวจม พร้อมฟังก์ชั่นตรวจจับอารมณ์ผู้ใช้ และระบบความปลอดภัยขั้นสูง…

แม้จะระมัดระวังในการใช้งานอย่างดี แต่หลายคนก็ยังเคยมีประสบการณ์มือถือตกน้ำ เปียกน้ำ และแน่นอนว่าหลายกรณีก็สร้างความเสียหายให้กับมือถือเครื่องโปรดไม่ใช่น้อย แถมบางครั้งไม่ใช่แค่เสียหาย แต่อาจจะต้องสูญเสียมือถือคู่ใจไปตลอดกาล น่าเสียดายที่สุด!

แต่ดูเหมือนผู้พัฒนามือถือยุคใหม่จะรับรู้ปัญหาดังกล่าว ล่าสุดจึงมีผู้พัฒนาสมาร์ทโฟนในชื่อ “โคเม็ต” (Comet) ออกสู่ตลาด เพื่อแก้ไขปัญหามือถือต้องอยู่ไกลน้ำ เพราะเจ้าสมาร์ทโฟนโคเม็ตนี้สามารถลอยน้ำและกันน้ำได้ถึง 100% แถมยังใช้งานได้ตามปกติเมื่ออยู่ในน้ำอีกด้วย!!!

สำหรับรายละเอียดของมือถือโคเม็ต นอกจากสามารถลอยน้ำได้แล้วยังมีจุดเด่นที่ความสามารถในการแสดงอารมณ์ของผู้ใช้งานด้วยสีต่างๆ จากการตรวจจับอุณหภูมิ และระบบความปลอดภัยแบบคิว ล็อก (Q Lock) ใช้เสียงในการปลดล็อก

สีดำ ของมือถือโคเม็ต

ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ของสมาร์ทโฟนโคเม็ต ได้แก่ หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 4.7 นิ้ว แบตเตอรี่ 2800 มิลลิแอมป์ พร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 5.0 ระบบประมวลแบบ 2.5GHz ออคต้าคอร์ ควอล์คอมม์ สแนปดราก้อน 810 แรม 4GB หน่วยความจำในเครื่องมีให้เลือก 3 รุ่น คือ 32GB 64GB และ 128GB กล้องถ่ายภาพหน้าและหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช และมีเซ็นเซอร์ประเภทต่างๆ เพื่อสนับสนุนการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ได้มีการเปิดจองซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ cometcore และ IndieGogo โดยจำหน่ายราคาเริ่มต้นที่ 249 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 8,900 บาท) ด้วยตัวเครื่องให้เลือกได้ 3 สี คือ สีขาว สีทอง และสีดำ

ส่วนรายละเอียดการจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล เอาเป็นว่าใครสนใจก็ต้องลองสั่งซื้อทางออนไลน์ หรืออดใจรออีกสักระยะ…!

ลอยอยู่บนผิวน้ำ ไม่จม!!!

ใช้งานได้ปกติ แม้จะลอยอยู่บนผิวน้ำ

ชมคลิปพิสูจน์คุณสมบัติลอยน้ำของมือถือโคเม็ต ได้ที่นี่

ที่มา : cometcore

ทุ่มทุน 70,000 ล้านบาท! ดีแทค จัดซุปเปอร์ 4จี อัดค่าโทร-มือถือ เรียกลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575023

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 16:35

 

ดีแทค ประกาศลงทุนต่อเนื่อง 3 ปี ด้วยงบประมาณ 70,000 ล้านบาท เพื่อขยายโครงข่ายและทำตลาด คาดใช้งานได้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในไตรมาสที่ 2-3 ของปีนี้…

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า ภายในระยะ 3 ปีจากนี้ บริษัทจะลงทุนอย่างต่อเนื่องราว 70,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงข่ายและแคมเปญการตลาด ขณะเดียวกันก็มีการจัดแคมเปญซุปเปอร์ 4จี (Super 4G) เพื่อมอบประสบการณ์และสนับสนุนการใช้งานบนเครือข่ายดีแทค

“เราลงทุนเต็มความสามารถเพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันในตลาด ภายใต้เป้าหมายที่ต้องการสร้างการเติบโตทั้งในส่วนของลูกค้าและรายได้ เพื่อรักษาและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้พร้อมเอาชนะคู่แข่งขันรายอื่น อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าดีแทคเป็นเครือข่ายสำหรับคนไทยทุกคน แม้ว่าในอนาคตอาจมีการนำคลื่นความถี่บนย่านต่างๆ ออกมาประมูล แต่สิ่งที่ดีแทคอยากเห็นคือ ความชัดเจนในเงื่อนไขการประมูล เพื่อผลดีต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย”

ทั้งนี้ ดีแทคได้ขยายและเพิ่มคุณภาพโครงข่ายด้วยความเร็วที่มากขึ้น เพื่อให้บริการ 4จี รวม 25 เมกะเฮิรตซ์ จากคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่เพิ่มแบนด์วิธจากเดิม 15 เมกะเฮิรตซ์ เป็น 20 เมกะเฮิรตซ์ ทำให้ดีแทคเป็นผู้ให้บริการ 4จี ที่มีคลื่นความถี่มากที่สุดบนคลื่นความถี่ดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีแบนด์วิธบนคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ อีก 5 เมกะเฮิรตซ์ โดยคาดว่าบนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จะสามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ส่วนคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ ครอบคลุมการใช้งานครบ 878 อำเภอ ภายในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

นอกจากนี้ ดีแทคได้เปิดตัว 4 แพ็กเกจสำหรับค่าโทรและมือถือให้ลูกค้าเลือกใช้ ได้แก่ ซุปเปอร์ เซลล์ (Super Sale) ส่วนลดซื้อสมาร์ทโฟนสูงสุด 75% พร้อมอินเทอร์เน็ตเพิ่มอีก 24GB เมื่อสมัครแพ็กเกจตามที่กำหนด, ซุปเปอร์ เลิฟ แอนด์ โรล น็อน สต็อป (Super Love&Roll non stop) แพ็กเกจ 4จี/3จี เริ่มต้นที่ 299 บาท ใช้งานได้ 1.5GB หรือสูงสุด 1,999 บาท สามารถใช้งานได้ 80GB โดยใช้งานไม่หมดสามารถทบไปเดือนถัดไปได้, ซุปเปอร์ ท็อปปิ้ง (Super Topping) สำหรับลูกค้าแฮปปี้ (ระบบเติมเงิน) ใช้งานได้ทั้งแบบรายเดือนและรายวัน เริ่มต้นที่ 19 บาทต่อวัน ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ 500MB, ซุปเปอร์ ดีไวซ์ (Super Device) โดยบริษัทจะใช้งบประมาณราว 2,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าในระบบ 2จี เปลี่ยนมาใช้งาน 3จี หรือ 4จี แต่หากลูกค้ายังพึงพอใจที่จะใช้บริการ 2จี ก็ยังสามารถใช้งานได้ต่อไป เนื่องจากบริษัทยังมีสัมปทานคลื่นความถี่เพื่อให้บริการในระบบดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันดีแทคมีลูกค้ารวม 25.3 ล้านราย ซึ่งมีผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนราว 61% จากสัดส่วน 48% ในปีที่ผ่านมา ส่วนลูกค้าที่ใช้บริการ 4จี อยู่ที่ 2.3 ล้านราย ซึ่งดีแทคตั้งเป้าเพิ่มเป็น 4.5 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้.

ไม่ใช่เรื่องจริง! ‘ดีแทค’ แจงข้อความคืนเงินว่อนเน็ต เป็นข่าวลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575030

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 15:12

 

ดีแทค ชี้แจงข้อความที่ถูกส่งต่อทั่วโซเชียล เกี่ยวกับการรับเงินหรือส่วนลดคืนเนื่องจากแพ้คดี ไม่เป็นความจริง เผย เป็นเพียงเบอร์ขอรับสิทธิ์ส่วนลดซื้อมือถือใหม่…

นางสาวปริศนา รัตนสุวรรณศรี ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดธุรกิจโพสต์เพด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า ตามที่มีการส่งต่อข้อความผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ โดยระบุว่า ดีแทคแพ้คดี กทค.สั่งดีแทคจ่ายคืนเงินส่วนเกินที่เก็บเกินผู้บริโภค 99 สตางค์ พร้อมดอกเบี้ย ใครใช้ดีแทคกด *234*9# วันสุดท้ายแล้ว จะได้รับเงินคืนหรือส่วนลด

“ดีแทคขอชี้แจงว่าข้อความที่ถูกส่งต่อกันมาไม่เป็นความจริง และทำให้เกิดการเข้าใจผิดในวงกว้าง ไม่มีเหตุการณ์ในกรณีคืนเงินส่วนเกินหรือการแพ้คดีแต่อย่างใด”

สำหรับกรณีลูกค้าดีแทคที่กด *234*9# และได้รับข้อความตอบกลับมานั้น คือการกดเพื่อขอรับสิทธ์ิในแคมเปญยิ่งอยู่นานยิ่งรักกันเป็นภาษาอังกฤษ คือส่วนลดในการซื้อมือถือ ซึ่งจะได้รับสูงสุด 2,500 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนปีที่เป็นลูกค้าดีแทค) หรือสามารถกดรับสิทธิ์ในแคมเปญภาษาไทยได้ที่ *234# ซึ่งขอรับสิทธิ์ได้ถึง 29 ก.พ. 2559.

ถามใจให้ดี! ทบทวน 5 เทคนิค คิดให้ครบก่อนตัดสินใจซื้อมือถือใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574623

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 14:35

 

แนะนำ 5 เทคนิคสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อมือถือเครื่องใหม่ พิจารณาให้รอบคอบด้วยเรื่องใกล้ตัว อย่าลืมให้ความสำคัญก่อนตัดสินใจ…

นับถอยหลังเพียง 2 วัน ก็จะถึงคิวเปิดม่านงานใหญ่แวดวงมือถืออย่าง “ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-14 ก.พ.นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งแน่นอนว่าภายในงานจะมีมหกรรมลด แลก แจก แถม กันอย่างจุใจ ไม่นับรวมถึงโปรโมชั่นบัตรเครดิต บัตรเงินผ่อน สำหรับซื้อสินค้าอีกหลากหลาย เรียกได้ว่า…ล่อตาล่อใจผู้เข้าชมงานกันเต็มที่

แต่สำหรับผู้ที่คำนึงถึงความคุ้มค่าในการเลือกซื้อเป็นหลัก เราจึงขอนำเสนอ 5 เทคนิคที่คุณควรพิจารณาให้ครบถ้วน ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อมือถือใหม่ซักเครื่อง!

1. งบประมาณ ทุ่มได้เท่าไหร่?
แม้ว่าปัจจุบันจะมีบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือบัตรสินเชื่อเพื่อซื้อแบบผ่อนชำระ หลากหลายบัตรก็ตามที แต่ก่อนที่คุณจะยื่นบัตรให้พนักงานนำไปรูดปรื้ดดด ขอให้คิดถึงงบประมาณที่คุณจะสามารถจ่ายหรือผ่อนไหวเอาไว้ก่อน ไม่ใช่คิดก่อนจ่าย…แต่ต้องเป็นการคิดเตรียมไว้ในใจ ตั้งแต่ตอนเลือกรุ่นที่ต้องการซื้อเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะทำให้รู้ว่ามีกำลังซื้ออยู่ที่เท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้การตัดสินใจเลือกมือถือหรือสินค้าอื่นๆ นั้นง่ายขึ้นด้วย จากการเลือกตามงบประมาณ มีน้อยก็ซื้อแบบถูกก่อนได้ หรือใครจะมีมากแต่อยากซื้อน้อยก็ไม่ว่ากัน

2. สเปก ต้องแรงแค่ไหนถึงจะถูกใจ?
สำหรับเรื่องสเปกเครื่องนั้น ถือเป็นปัญหาที่หลายคนเอ่ยปากบอกว่ากังวลใจ เนื่องจากต้องการประสิทธิภาพแรงๆ มารองรับการใช้งาน แต่แท้จริงแล้ว…คุณสามารถพิจารณาได้ตั้งแต่ตอนเลือกซื้อ อย่าเกรงใจคนขายที่จะสอบถามรายละเอียด เปรียบเทียบกับรุ่นหรือแบรนด์อื่น หรือทดลองใช้งานเครื่องที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ เพราะนั่นถือเป็นด่านแรกที่จะทำให้คุณมีโอกาสใช้งานจริง แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ ก็ตาม นอกจากนี้ เรามีคำแนะนำเรื่องหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากได้สมาร์ทโฟนสเปกแรง ขอแนะนำให้เลือกสเปกแบบ Octa-core พร้อมแรมมากกว่า 1.5 GB เพราะจะทำให้ตัวเครื่องมีความลื่นไหลเมื่อรองรับการใช้งาน

พิจารณาให้ถ้วนถี่ก่อนเลือกซื้อ

3. ซิมการ์ด ไซส์ไหน?
อาจไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคอไอทีทั้งหลาย แต่ขอบอกว่าประเด็นดังกล่าวอาจสร้างปัญหาให้กับผู้ที่ไม่เคยใช้สมาร์ทโฟนมาก่อน เนื่องจากมือถือเครื่องใหม่อาจไม่รองรับซิมการ์ดขนาดเดียวกับรุ่นก่อนหน้าที่เคยใช้ แถมบางคนยังจัดเก็บข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อเอาไว้ในซิมการ์ดอีกด้วย ทางออกก็คือ คุณสามารถสอบถามจากพนักงานขายว่ามือถือรุ่นที่คุณสนใจนั้นใส่ซิมขนาดใด จากปัจจุบันที่มี 3 ขนาด คือ ซิมมาตรฐาน ไมโครซิม นาโนซิม หากไม่ใช่ซิมการ์ดประเภทเดียวกับที่คุณใช้อยู่ ก็สามารถติดต่อเปลี่ยนซิมได้จากผู้ให้บริการเครือข่ายที่ใช้งาน จะอย่างไรก็รอให้เปลี่ยนและโอนย้ายข้อมูลให้เรียบร้อย ก่อนเปลี่ยนเป็นมือถือเครื่องใหม่เท่านั้นเอง

4. เครือข่าย รองรับคลื่นความถี่ใด?
สำหรับมือถือที่เป็นรุ่นใหม่ ราคาระดับกลาง-บน อาจไม่ต้องกังวลกับประเด็นดังกล่าวเลย แต่หากมือถือที่คุณสนใจเป็นสมาร์ทโฟนราคาเบาๆ หรือเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาด อาจต้องสอบถามกันซักหน่อย เพราะสมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่น มีข้อจำกัดในการรองรับคลื่นความถี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ผู้ให้บริการกำลังเร่งขยายพื้นที่ 4จี บนหลากหลายคลื่นความถี่ ยิ่งทำให้คุณควรใส่ใจหรือศึกษาดูให้ดีว่าสมาร์ทโฟนที่หมายตานั้นรองรับการใช้งาน 3จี หรือ 4จี บนเครือข่ายที่คุณใช้งานอยู่หรือไม่ จะได้ไม่ต้องมานึกเสียดายภายหลังว่าเลือกมือถือเครื่องใหม่มาใช้ไม่คุ้มราคา

5. บริการหลังขาย พร้อมให้บริการหรือไม่?
เป็นอีกประเด็นที่หลายคนอาจหลงลืมใส่ใจ แต่เนื่องจากปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนเกิดใหม่หลายแบรนด์ หลากรุ่น ทั้งชื่อยี่ห้อคุ้นหูหรือฟังดูแปลกก็ตามที คุณควรสอบถามรายละเอียดให้แน่ใจ ว่าหากเครื่องมีปัญหาขึ้นมาแล้วจะสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กหรือซ่อมแซมจากศูนย์บริการหลักที่ใด เพราะไม่ใช่หน้าที่ของลูกค้าที่จะต้องวิ่งหาร้านซ่อมเองทั้งที่สินค้ายังอยู่ในช่วงเวลารับประกัน จริงมั้ย?

คุ้มค่าทุกบาท หากตัดสินใจให้ดีก่อนควักกระเป๋า

รับรองว่าเช็กให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อมือถือ ครบทั้ง 5 ข้อนี้ มีแต่คุ้มค่าและไม่ต้องเสียใจภายหลัง…!

ที่มา : whatphone

ของใหม่ ฟูจิ ส่งกล้องมิร์เรอร์เลส X-Pro2 รุ่นใหม่ชัดสมจริงเอาใจมืออาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574730

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 07:30

 

ฟูจิฟิล์ม เปิดตัวกล้องดิจิตอลมิร์เรอร์เลสรุ่นใหม่ X-Pro2 สู่เมืองไทย หวังดันส่วนแบ่งตลาดเป็น 50% ชูจุดเด่น เซ็นเซอร์ X-Trans CMOS III APS-C ความละเอียดถึง 24.3 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัสไว คมชัด ด้วยรูปทรงสวยคลาสสิก…

นายไทสุเกะ ทารุมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมานี้ฟูจิฟิล์มประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดกล้องมิร์เรอร์เลส โดยฟูจิฟิล์มก็ได้เปิดตัวกล้องดิจิตอล X-A2 ที่โดดเด่นด้วยการถ่ายภาพเซลฟี่ และกล้อง X-T10 คุณภาพที่ยอดเยี่ยมระดับพรีเมียม ในกล้องตระกูล X Series ซึ่งถือว่าได้ประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง โดยเป็นผู้นำตลาดกล้องมิร์เรอร์เลส ครองมาร์เก็ตแชร์มากกว่า 40% ล่าสุด ฟูจิฟิล์มได้เปิดตัวกล้องดิจิตอล รุ่นหลักตัวใหม่ล่าสุด เพื่อจับตลาดผู้ใช้งานระดับไฮเอนด์ คือ X-Pro2 สมาชิกล่าสุดในตระกูล X-Series

ด้านหน้าของ กล้องฟูจิ X-Pro2 รูปทรงคลาสสิคย้อนยุคถูกใจคนถ่ายภาพ

กก.ผจก.บริษัทฟูจิฟิล์ม กล่าวต่อว่า X-Pro2 มีเทคโนโลยีเฉพาะของฟูจิฟิล์ม เพื่อให้คุณภาพที่ยอดเยี่ยมระดับไฮเอนด์ และให้คุณภาพของภาพที่ละเอียด และมีความคมชัดสูง ในรูปลักษณ์ที่ลงตัวแบบคลาสสิก อันเป็นจุดเด่นของกล้องในตระกูล X Series ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฟูจิฟิล์มได้ตระหนักถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คุณภาพที่ดีที่สุด ซึ่งถือเป็นปรัชญาของบริษัทฟูจิฟิล์ม ดั่งสโลแกน “นวัตกรรมอันทรงคุณค่า” (Value from Innovation) ซึ่งหมายความว่า ฟูจิฟิล์ม ได้มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีชั้นสูง พัฒนาสินค้าและบริการที่ดีที่สุดสู่ผู้บริโภค และเป็นการรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในอนาคตอีกด้วย โดยเชื่อว่าฟูจิฟิล์มจะมีส่วนแบ่งตลาดกล้องดิจิตอลถึง 50% ในปี 2559 นี้แน่นอน

สวยน่าจับ อยากจะรับไปใช้ที่บ้านกันแน่นอน

ด้านหลังของ กล้องฟูจิ X-Pro2

กล้อง X-Pro2 มากับเซ็นเซอร์ X-Trans CMOS III แบบ APS-C ความละเอียด 24.3 ล้านพิกเซล รองรับการ์ดความจำแบบ SD memory card(up to 2GB) / SDHC memory card(up to 32GB) / SDXC memory card( to 256GB) UHS-I/UHS-II รองรับค่าความไวแสง ISO สูงสุด 100-25600 ดัน ISO ได้สูงสุดที่ ISO 51200 ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 8 ภาพต่อวินาที จอภาพแสดงผลขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1.62 ล้านจุด ถ่ายวิดีโอความละเอียด Full HD ที่ 1080p ที่ 60fps แบตเตอรี่ชาร์จเต็ม 1 ก้อน สามารถถ่ายภาพได้ประมาณ 250-350 ภาพ เมื่อใช้แบตเตอรี่แบบ NP-W126 Li-ion ที่มากับกล้อง.