คุณแหน : 15 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 15 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 15 ธันวาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ที่สุดของงานดอกไม้แห่งปีที่ทุกคนรอคอย 18-21 ธ.ค.ที่ปาร์คนายเลิศ  ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร  เชิญเที่ยวชมเทศกาลดอกไม้ปาร์คนายเลิศ ครั้งที่  36 ระดับอาเซียน ธีม “ Garden of Tomorrow”  งานดอกไม้กลางกรุง ชมงานไฟตอนกลางคืน  ไฮไลท์ปีนี้ สมาคมปาร์คนายเลิศ ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย จัดนิทรรศการพิเศษ ชุดไทย จากราชสำนักสู่ราชนิยม จำนวน 8 แบบ เพื่อน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  การแสดงโขน  การจัดดอกไม้ศิลปะสร้างสรรค์ งานประติมากรรมดอกไม้และการแสดงแสงสียามค่ำคืน..

คล้ายวันเกิด ลลิสา จงบารมี  21 ธ.ค.เตรียมเปิดวิลล่าบารมี ริมน้ำ จ.พระนครศรีอยุธยา ต้อนรับเพื่อนๆ ตอนบ่ายสามโมงเป็นต้นไป ฟังดนตรีในสวน ร่วมสนุกส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีเฮงๆ ร่วมกัน

ธนียา นัยพินิจ ผวจ.พิจิตร พร้อมคณะ ลงพื้นที่สังเกตการณ์ สนามสอบ “สอบท้องถิ่น 68” เพื่อความโปร่งใส ไร้การทุจริต

ยินดีกับ ดร.วัฒนา ศักดิ์ชูวงษ์ ที่ได้เป็นผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.)..

สุนันต์ อรุณนพรัตน์  นายกสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย คณะกรรมการและที่ปรึกษา ร่วมแสดงความยินดีกับ  สุพจน์ ปิยะพันธ์สุทธิ ที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่ง   นายกสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญธนบุรี..

ภูกิจ ดิศธรานนท์ ซีอีโอ บมจ.เรียล สมาร์ท บริษัทด้าน เอไอ ดาต้า เทคโนโลยี เปิดตัว 2 แพลตฟอร์ม เอไอ เรียล มีเดีย (Real Media) และ เรียล พีอาร์ อิมแพ็ค (Real PR Impact) ปฏิวัติวงการสื่อสารองค์กรและการประชาสัมพันธ์ เน้นเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล ประมวลมูลค่าข่าว และช่วยเป็นเครื่องมือในการบริหารประเด็น และจัดการวิกฤตภาพลักษณ์องค์กรและแบรนด์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น..

ญาติพี่น้องแจ้งข่าวเศร้าว่า  พล.ต.หญิงอุษณีย์ เกษมสันต์ ณ อยุธยา   มีพิธีสงฆ์ส่งร่างกลับสู่ธรรมชาติเรียบร้อยแล้ว..

ไปชมความงดงามด้วยแสงสีวิจิตรที่พิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน Night Museum  ณ วัดสุทัศนเทพวราราม   สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมเรียนรู้พระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยผ่านโบราณวัตถุ–ศิลปวัตถุอันล้ำค่า แวะไปกันได้ 19-21 ธ.ค. รอบ 17-18.30 น. และ 19.00-20.30 น. รอบละ 80 ท่าน แต่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าNight Museum @Wat Suthat-Night of Awakening..

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ริมมรคา  Along the Path” ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 10 ธ.ค.68-15 มี.ค.69 ณ ห้องนิทรรศการหลักชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรม กทม. เพื่อได้ร่วมตามรอยเสด็จและชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ระหว่างปี 2568  จำนวน 147 ภาพ

คุณแหน

Computer Vision Syndrome (CVS) โรคตายุคใหม่ วัยทำงานควรระวัง

Computer Vision Syndrome (CVS) โรคตายุคใหม่ วัยทำงานควรระวัง

Computer Vision Syndrome (CVS) โรคตายุคใหม่ วัยทำงานควรระวัง

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคปัจจุบันที่โทรศัพท์ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือประจำวันสำหรับมนุษย์ ทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะวัยทำงานที่ต้องจ้องหน้าจอมือถือต่อเนื่อง วันละหลายชั่วโมง

แพทย์หญิง ภาวินี อมรพันธางค์ แพทย์ผู้ชำนาญการพิเศษ สาขาจักษุวิทยา โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) ให้ข้อมูลว่า โรคซีวีเอส หรือ “Computer Vision Syndrome” กลายเป็นโรคตาที่พบมากในยุคโซเชียลมีเดีย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซีวีเอสไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่มีผลกระทบ ที่สร้างความลำบากแก่ร่างกายในชีวิตประจำวันได้

CVS คือ Computer Vision Syndrome (CVS) คือกลุ่มอาการทางตาและการมองเห็นที่เกิดจากการใช้สายตาจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ต่อเนื่องหลายชั่วโมงต่อวัน การดูหน้าจอในที่มืด แสงสว่างไม่เพียงพอ ระยะห่างจากตาและหน้าจอไม่เหมาะสม รวมถึงสภาพอากาศที่สามารถทำให้ตาแห้ง โดยอาการจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นตามระยะเวลาการใช้งาน

สาเหตุ : 1.การใช้สายตาในระยะใกล้ถึงกลาง กล้ามเนื้อตาจะมีการเพ่งเพื่อให้ภาพคมชัด ทำให้การกระพริบตาลดลง เกิดอาการตาแห้ง ถ้าปล่อยให้ตาแห้งมากๆอาจทำให้กระจกตาถลอกตามมาด้วย ซึ่งอาจส่งผลต่อการมองเห็น 2.สิ่งแวดล้อมในขณะใช้สายตา เช่น แสงไฟไม่เพียงพอ ระยะห่างของหน้าจอไม่เหมาะสม

ความสว่างหรือแสงสะท้อนจากหน้าจอมากเกินไป แอร์หรือพัดลม แรงและจ่อหน้า ปัจจัยเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้เกิดอาการตาแห้งและตาล้าตามมา 3. ลักษณะทางกายภาพ เช่น ท่านั่งไม่เหมาะสม ก้มหน้าหรือเงยหน้ามากเกินไป ทำให้มีอาการปวดคอบ่าไหล่และหลังได้

อาการของ CVS :  แสบตา ระคายเคืองตา ตาแดง ตาสู้แสงไมได้ ตาแห้ง ตาล้า ตาพร่า มองไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อย คอ หลัง ปวดศีรษะ ,เวียนศีรษะ

ภาวะแทรกซ้อนจาก CVS: หากปล่อยไว้เป็นระยะเวลานานโดยไม่ได้รับการแก้ไข โรคซีวีเอสอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางตาอื่น ๆ และส่งผลต่อข้อต่อ กล้ามเนื้อของร่างกาย เช่น ภาวะตาแห้ง ตาล้าเรื้อรัง อาการปวดศีรษะ จากการใช้สายตาเพ่งหน้าจอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ หลัง ซึ่งมีสาเหตุจากท่านั่งทำงานหรือดูจอ ที่ไม่เหมาะสม

กลุ่มเสี่ยงของโรค CVS มีใครบ้าง : กลุ่มคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

กลุ่มคนตัดต่อกราฟฟิก ตัดต่อวิดีโอ นักเขียน กลุ่มพนักงานออฟฟิศ นักเรียน นักศึกษาที่ต้องอ่านหนังสือและใช้หน้าจอในการเรียน กลุ่มที่ทำธุรกิจผ่านมือถือ เช่น แม่ค้าออนไลน์ ประชุมออนไลน์

การป้องกันและรักษา : CVS เป็นโรคที่สามารถป้องกันโดยการปรับพฤติกรรมได้ การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ที่สม่ำเสมอสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคได้ง่ายๆด้วยวิธีดังนี้ กฎ 20-20-20 พักสายตาจากการใช้งานหน้าจอทุกๆ 20 นาที พัก 20 วินาที มองไกล 20 ฟุต หรือหลับตา ปรับระยะจากสายตาและหน้าจอให้เหมาะสม ไม่ใกล้หรือไกลเกินไป ปรับแสงหน้าจอให้มีความสว่าง คมชัดพอดี เลี่ยงการใช้หน้าจอในที่มืด การกระพริบตาสม่ำเสมอ ช่วยรักษาความชุ่มชื่นของดวงตา หยอดน้ำตาเทียม เพิ่มความชุ่มชื้นของดวงตา ปรับท่านั่งให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ตรวจสายตาและพบจักษุแพทย์เป็นประจำทุกๆ 6 เดือน และทุกๆ 2 ชม.ควรหยุดพัก15 นาที เพื่อลดการจ้องหน้าจอ

CVS อาจไม่ใช่โรคอันตรายที่เกิดผลทันที แต่หากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข ก็สามารถสร้างปัญหาระยะยาวต่อสุขภาพได้ การดูแลสายตาและปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับคำแนะนำของจักษุแพทย์ ก็จะช่วยถนอมและยืดอายุการใช้งานของดวงตาให้อยู่กับเราได้นาน

บลู เอเลเฟ่นท์ ฉลอง 45 ปีกับเมนู ‘Golden Symphony’ ค่ำคืนส่งท้ายปี รังสรรค์รสชาติแห่งความสุข เคล้าท่วงทำนองแห่งศิลปะอาหารไทยต้นตำรับ

บลู เอเลเฟ่นท์ ฉลอง 45 ปีกับเมนู ‘Golden Symphony’ ค่ำคืนส่งท้ายปี รังสรรค์รสชาติแห่งความสุข เคล้าท่วงทำนองแห่งศิลปะอาหารไทยต้นตำรับ

บลู เอเลเฟ่นท์ ฉลอง 45 ปีกับเมนู ‘Golden Symphony’ ค่ำคืนส่งท้ายปี รังสรรค์รสชาติแห่งความสุข เคล้าท่วงทำนองแห่งศิลปะอาหารไทยต้นตำรับ

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลุ่มบลู เอเลเฟ่นท์ (Blue Elephant Group) เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 45 ปีแห่งความเป็นเลิศด้านศิลปะการปรุงอาหารไทย ด้วยงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีสุดพิเศษ “Golden Symphony New Year’s Eve Celebration” ค่ำคืนอันเปี่ยมด้วยความสุข เสียงหัว เราะ และรสชาติอันวิจิตรงดงามของอาหารไทยแท้ที่ถ่ายทอดด้วยหัวใจแห่งความเป็นไทย

ภายใต้การกำกับดูแลของ มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ และ คาร์ล สเต็ปเป้ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบลู เอเลเฟ่นท์ เมนูพิเศษ Golden Symphony” ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของวัฒนธรรมไทยในแต่ละภูมิภาค ถ่ายทอดผ่านเมนูรังสรรค์สุดประณีตที่คัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นระดับพรีเมียม โดยเฉพาะวัตถุดิบที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อยกระดับคุณค่าของผลิตผลไทย และสืบสานแนว ทางตามพระราชดำริของโครงการหลวง

มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้  กล่าวว่า “สำหรับปีแห่งความทรงจำนี้ เราต้องการรังสรรค์เมนูที่สะท้อนทั้งรากเหง้าและวิวัฒนาการของอาหารไทย ถ่ายทอดเรื่องราวของภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัตถุดิบไทยอันทรงคุณค่า ผสมผสานกับแนวคิดร่วมสมัยอย่างกลมกลืน เพื่อสร้างประ สบการณ์แห่งรสชาติที่ทั้งงดงาม มีความหมาย และเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณของความเป็นไทย”

ค่ำคืนแห่งความหรูหราเริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย Andaman Dream -หอยเชลล์ย่างเนยหอมละมุน เคล้าพริกไทยตรังและกระเทียมเชียง ราย เสิร์ฟคู่โฮมเมดซอสพริกหวาน เกี๊ยวปูม้าสุราษฎร์ธานีเนื้อนุ่ม และ “กุ้งห่มผ้า” กรุบกรอบ เสมือนพาผู้ลิ้มรสล่องสู่ความฝันแห่งอันดามัน ต่อด้วย Starter เมนู Fulham Broadway Favorite – ยำวุ้นเส้นกุ้งล็อบสเตอร์ ยำครบรสพร้อมกุ้งมังกรตัวโต ถ่ายทอดเสน่ห์ของครัวไทยร่วมสมัยอย่างลงตัว French Cancan – ตับห่านฝรั่งเศสเนื้อเนียนละมุน ราดซอสน้ำมะขาม GI เพชรบูรณ์ และน้ำตาลโตนด GI เพชรบุรี เพิ่มมิติรสชาติหวานเปรี้ยวอย่างประณีต และ Aile de Poulet Farcie – ปีกไก่คลองไผ่ยัดไส้ผักและเห็ด เมนูซิกเนเจอร์จากร้านแรกของบลู เอเลเฟ่นท์ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ตามด้วยเมนูซุป Boat Noodle Consommé — ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำใสรสกลมกล่อมสมัยลอนดอน ใช้เนื้อวัว และหางวัวเกรดพรีเมี่ยมจากสกลนคร  ส่วนเมนูจานหลัก ประกอบด้วย Crispy Crab Soufflé — ห่อหมกปูทอด เนื้อปูม้าก้อนจัมโบ้จากสุราษฎร์ธานีและไข่ออร์แกนิกจากชาวเขา ถ่ายทอดความละเมียดละไมของรสชาติไทยอย่างร่วมสมัย  Bangkok Fish — ปลากะพงเนื้อแน่นราดซอสพริกสูตรโฮมเมด สับปะรด GI ภูเก็ต และกระเทียม GI เชียงราย เติมมิติของรสหวาน เปรี้ยว เผ็ดอย่างลงตัว  Beef Cococaban — แกงเขียวหวานเนื้อวากิวไทยคุณภาพจังหวัดสกลนคร เสิร์ฟในลูกมะพร้าวอ่อน สูตรยาวนานกว่า 45 ปี ได้แรงบันดาลใจจากคุณคาร์ล สเต็ปเป้ ผู้ตกหลุมรักมนต์เสน่ห์ของเกาะสมุย ที่ Blue Elephant 1980’s Famous Grilled Spare Ribs — ซี่โครงหมูย่างสูตรลับ หมักด้วยน้ำผึ้งโครงการหลวงนานกว่า 48 ชั่วโมง ก่อนย่างจนหอมกรุ่นนุ่มละลาย เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วอีสานรสเข้มข้น และ Sri Saket Jasmine Rice — ข้าวหอมมะลิศรีสะเกษหุงอย่างพิถีพิถัน เคียงจานหลักอย่างลงตัว ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน Blue Moon Pearl — ขนมไทยรวมรสตำรับดั้งเดิมในสไตล์บลู เอเลเฟ่นท์ จัดเรียงอย่างวิจิตรดุจอัญมณีแห่งค่ำ คืน ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยรสหวานละเมียดละไมและความทรงจำแสนประ ทับใจ

เมนูพิเศษ “Golden Symphony” ฉลองส่งท้ายปี 2568 ราคา 6,800++ บาท (สุทธิ 8,003.60 บาท) ต่อท่าน ในวันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 – 22.00 น. ณ ภัตตาคาร บลู เอเลเฟ่นท์ ทั้ง 3 สาขา – กรุงเทพฯ (สาทร และสุขุมวิท) และภูเก็ต

“ค่ำคืนนี้ไม่เพียงเป็นการต้อนรับศักราชใหม่ แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองมรดกอาหารไทยที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น อาหารไทยคือศิลปะ วัฒนธรรม และหัวใจของความเป็นไทยที่เชื่อมโยงผู้คน เราจึงตั้งใจให้ค่ำคืนนี้เป็นบทบรรเลงแห่งความสุข ที่สะท้อนอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของอาหารไทยอย่างงดงาม” คาร์ล สเต็ปเป้  กล่าวทิ้งท้าย

สำรองที่นั่งได้ที่บลู เอเลเฟ่นท์ กรุงเทพฯ (สาทร) โทร.+66 (0)2 673 9353–8 อีเมล์ cooking.school@blueelephant.com  บลู เอเลเฟ่นท์ ภูเก็ต โทร. +66 (0)76 354 355 อีเมล์ phuket@blueelephant.com และบลู เอเลเฟ่นท์ สุขุมวิท 13 (Blue Elephant Express) โทร. +66 (0)2 258 1879 อีเมล์ sukhumvit@blueelephant.com หรือ เฟซบุ๊คส์: www.blueelephant.com หรือ Line Official: @blueelephantbkk

มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้

มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้

‘Thailand Biennale 2025’ เนรมิตภูเก็ตสู่เมืองศิลปะระดับโลก ชวนไขปริศนาแห่ง ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ ผลงาน 65 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก

‘Thailand Biennale 2025’ เนรมิตภูเก็ตสู่เมืองศิลปะระดับโลก ชวนไขปริศนาแห่ง ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ ผลงาน 65 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก

‘Thailand Biennale 2025’ เนรมิตภูเก็ตสู่เมืองศิลปะระดับโลก ชวนไขปริศนาแห่ง ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ ผลงาน 65 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประกาศเปิดม่าน “Thailand Biennale, Phuket 2025” มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ครั้งที่ 4 อย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต พลิกโฉมเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นของโลกให้กลายเป็นหมุดหมายทางศิลปะแห่งใหม่ของเอเชีย (World Class Art Destination) โดยระดมผลงานจากศิลปินชั้นนำกว่า 65 ชีวิต จาก 25 ประเทศทั่วโลก มาจัดแสดงภายใต้แนวคิด “นิรันดร์ [กัลป์]” เพื่อเปลี่ยนเกาะภูเก็ตให้เป็นพื้นที่แห่งศิลปะ การตั้งคำถาม และการเรียนรู้ พร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกตั้ง แต่วันนี้ จนถึง 30 เมษายน 2569

Thailand Biennale: มหกรรมศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ

Thailand Biennale คือ มหกรรมศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นทุกสองปี โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม มีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนวงการศิลปะไทยสู่เวทีโลก สำหรับปี 2025 นี้ จังหวัดภูเก็ตได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะเนรมิตภูเก็ตสู่ “เมืองศิลปะระดับโลก” อย่างเต็มรูปแบบ โดยการผนวกศักยภาพของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำเข้ากับพลังความคิดสร้าง สรรค์ทางศิลปะ เพื่อสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่และแตกต่าง พร้อมขับเคลื่อนทุนวัฒนธรรมของประเทศให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

ปริศนาแห่งกาลเวลา: ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ (Eternal Kalpa)

ไฮไลต์สำคัญที่ทั่วโลกจับตามอง คือแนวคิดหลักของงาน “นิรันดร์ [กัลป์]” (Eternal  [Kalpa]) ซึ่งแนวคิดนี้มารากจากคติพราหมณ์โบราณ หมายถึงห้วงเวลาอันยาวนานมหาศาล สื่อถึงวัฏจักรของการสร้าง การทำลาย และการกำเนิดใหม่ เปรียบดั่งภาพดวงอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ศิลปะในครั้งนี้จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางชวนผู้ชมตั้งคำถามเรื่อง “การอยู่ร่วมกัน” ท่ามกลางวิกฤตโลก (Polycrisis) ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อนำไปสู่การค้นพบ ‘วิถีแห่งการอยู่รอด’ ครั้งใหม่ ที่เราจะเรียนรู้การเคารพธรรมชาติและแบ่งปันช่วงเวลาให้แก่กันด้วยความเมตตา อันเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขประตูสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยใช้ศิลปะเป็นสื่อสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกธรรมชาติ ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนภูเก็ตสู่เมืองศิลปะที่เติบโตอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนในอนาคต

Artists & Curators: กว่า 65 ศิลปินชั้นนำระดับโลก

พลิกโฉมภูเก็ตสู่เวทีโลก เพื่อให้สมศักดิ์ศรีของงานศิลปะระดับนานาชาติ Thailand Biennale 2025 ครั้งนี้ได้ระดมทัพศิลปินกว่า 65 คน จาก 25 ประเทศทั่วโลก มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานภายใต้บริบทเดียวกัน โดยมีทีมภัณฑารักษ์นานาชาติ ประกอบด้วย อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินร่วมสมัยดีเด่น เจ้าของรางวัลศิลปาธร สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี 2563, เดวิด เทห์ ผู้มีประสบการณ์ด้านภัณฑารักษ์ในงานเบียนนาเล่ต่าง ๆ ทั้งในยุโรปและเอเชีย, พร้อมด้วย มาริสา พันธรักษ์ราชเดช, และ เฮร่า ชาน ภัณฑารักษ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย มาร่วมกำกับทิศทางการแสดงงานศิลปะอย่างใกล้ชิด ผลงานที่จัดแสดงครอบคลุมศิลปะหลากหลายแขนง ทั้งงานจัดวางขนาดใหญ่ (Installation Art), ประติมากรรม (Sculpture), ศิลปะการแสดง (Performance Art), และสื่อผสม (Mixed Media) ที่ไม่ได้เพียงแค่นำมาวางโชว์ แต่เป็นการเปิดบทสนทนาข้ามวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงเรื่องราวท้องถิ่นเข้ากับประเด็นสากล สะท้อนให้เห็นว่าศิลปะสามารถเป็นภาษาที่ทรงพลังที่สุดในการสื่อสารความรู้สึกของมนุษยชาติ

Phuket as a Host City: จากเมืองท่องเที่ยวสู่เมืองศิลปะระดับโลก

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า “การเลือกปักหมุดที่ “ภูเก็ต” ในปีนี้ มีนัยสำคัญมากกว่าการโปรโมตการท่องเที่ยว เพราะภูเก็ตคือเมืองที่มีเรื่องราวซับซ้อนและงดงาม เป็นพื้นที่แห่ง “การฟื้นคืน” (Resilience) ที่ผ่านบทเรียนทั้งจากภัยธรรมชาติและโรคระบาด ซึ่งสอดคล้องกับแก่นของงานที่พูดถึงวัฏจักรชีวิต ความพิเศษที่สุดคือรูปแบบงานศิลปะที่เป็น Site-specific หรือศิลปะที่ยึดโยงกับพื้นที่จริง โดยกระจายตัวอยู่ใน 20 จุดแลนด์มาร์กสำคัญทั่วเกาะ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสในย่านเมืองเก่า ไปจนถึงหาดทรายขาวและโขดหินริมทะเล ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสงานศิลปะที่ “สนทนา” กับวิถีชีวิตและธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง เปลี่ยนมุมมองการท่องเที่ยวภูเก็ตให้กลายเป็นการสำรวจเมืองในมิติใหม่ที่ไม่เคยมีใครสัมผัสมาก่อน”

สัมผัสปรากฏการณ์ศิลปะระดับโลกที่คุณต้องไม่พลาด!

งานนี้ไม่ใช่เพียงนิทรรศการทั่วไป แต่คุณจะมีโอกาสสัมผัสผลงานมาสเตอร์พีซจาก 65 ศิลปินระดับโลก เป็นประสบการณ์ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” ที่หาไม่ได้จากที่ไหน โดยเทศกาลจะจัดต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 เดือน ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569 เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสำรวจ พร้อมอัดแน่นด้วยกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งเวทีเสวนา เวิร์กช็อป และโปรแกรมการเรียนรู้ตลอดเทศกาล  ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกา ยน 2568 – 30 เมษายน 2569 จัดแสดง 20 จุดทั่วเกาะภูเก็ต (อาทิ ย่านเมืองเก่า, สะพานหิน, เมืองกะทู้, แหลมพรหมเทพ ฯลฯ)

ติดตามรายละเอียดและตารางกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์ https://www.thailandbiennale.org/ หรือทาง Facebook Thailand Biennale และ Instagram thailand_biennale

#EternalKalpa  #ThailandBiennalePhuket2025 #ThailandBiennale


ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วธ.

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วธ.

ผู้ป่วยเปราะบางจะรับมือภาวะอากาศเลวร้ายอย่างไร

ผู้ป่วยเปราะบางจะรับมือภาวะอากาศเลวร้ายอย่างไร

ผู้ป่วยเปราะบางจะรับมือภาวะอากาศเลวร้ายอย่างไร

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ระยะนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศแปรปรวน ในช่วงการเปลี่ยนฤดูฉับพลัน ส่งผลให้อุณหภูมิลดลงรวดเร็ว และมีฝนตกสลับกับอากาศร้อน เมื่อเป็นแบบนี้ คนที่มีความเปราะบางด้านสุขภาพจะรับมืออย่างไรเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง เพราะคนกลุ่มนี้มักมีภูมิต้านทานต่ำ ร่างกายปรับตัวได้ช้ากว่าคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรง

กลุ่มคนสุขภาพเปราะบาง คือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคเบาหวาน เป็นต้น การดูแลกลุ่มคนกลุ่มนี้จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะเมื่อเจ็บป่วยมักจะมีอาการรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนสูง

เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง จะส่งผลต่อโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ จึงเป็นปัญหาที่พบบ่อย เมื่ออากาศเย็นลง หรือชื้นมากขึ้น จะทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจอ่อนแอและติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยเปราะบาง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ รวมถึงในคนที่มีโรคประจำตัว อย่างโรคภูมิแพ้อากาศ โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง อาการมักรุนแรงกว่าคนทั่วไป และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น โรคปอดอักเสบ หรือ ปอดบวม ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญในกลุ่มเสี่ยง หากมีไข้สูง ไอหนัก มีเสมหะ และหายใจหอบเหนื่อยต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

อีกปัญหาหนึ่งคือ โรคเรื้อรังที่เป็นอยู่แล้วเกิดกำเริบ จนอาการแย่ลง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง โรคปวดข้อเรื้อรัง เช่น เกาต์ โรคข้อรูมาตอยด์ การดูแลกลุ่มผู้ป่วยเปราะบางในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงจึงต้องเน้นการสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย และต้องป้องกันการติดเชื้อเป็นหลัก วันนี้จึงขอเสนอ 4     

แนวทางง่าย ๆ เพื่อป้องกันการเกิดโรค ดังนี้

1. สร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง ต้องแต่งกายที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงสถานที่อากาศเย็นจัด

2. ดูแลโภชนาการและการพักผ่อนที่เหมาะสม ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน โดยเน้นอาหารที่ปรุงสุกใหม่และเป็นอาหารร้อน ดื่มน้ำอุ่นสะอาดอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือต้องพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟู และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

3. เน้นเรื่องสุขอนามัยและสภาพแวดล้อมที่ดี การป้องกันการติดเชื้อทำได้โดยหมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หรือบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก สำหรับผู้สูงอายุ ควรระวังเรื่องผิวแห้งเมื่ออากาศเย็น ไม่ควรอาบน้ำแล้วฟอกสบู่ที่มีความแรงของสารเคมีมาก ๆ และต้องเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัดเกินไป ควรทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง

4. ดูแลโรคประจำตัวอย่างดี ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังจำเป็นต้องรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดยาเอง และควรเตรียมยาประจำตัวให้พร้อม หากมีอาการของโรคประจำตัวกำเริบ หรือคุมไม่ได้ หรือมีอาการผิดปกติที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อรุนแรง เช่น ไข้สูง หายใจหอบเหนื่อย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ท่านที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ควรตรวจสอบยาให้พร้อม สำรองยาประจำตัวให้เพียงพอในช่วงวันหยุดยาว หรือช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน เพราะอาจเดินทางไปโรงพยาบาลได้ลำบาก หากมีอาการหวัด หรือเจ็บป่วยอื่นๆ และต้องการใช้ยาบรรเทาอาการ ควรแจ้งเภสัชกร หรือแพทย์ทราบถึงยาประจำตัวทั้งหมดที่กำลังใช้อยู่ เพราะยาตัวใหม่บางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับยาเดิมได้ ดังนั้นแพทย์และเภสัชกรจะเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วย

ถ้าหากผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางเจ็บป่วย มีไข้สูงเกิน 2 วัน แล้วไข้ไม่ลด แต่มีอาการไอหนัก หรือไอมีเสมหะสีผิดปกติ หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ปวดศีรษะรุนแรง อ่อนเพลียมาก รับประทานอาหาร หรือดื่มไม่ค่อยได้ ต้องไปพบแพทย์โดยเร็ว

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘วุ้นเส้นต้นสน’ เปิดตัว ‘น้ำจิ้มสุกี้-ซอสผัดไทย’ เกาะเทรนด์ Home Cooking ผู้บริโภคยุคใหม่

'วุ้นเส้นต้นสน' เปิดตัว 'น้ำจิ้มสุกี้-ซอสผัดไทย' เกาะเทรนด์ Home Cooking ผู้บริโภคยุคใหม่

‘วุ้นเส้นต้นสน’ เปิดตัว ‘น้ำจิ้มสุกี้-ซอสผัดไทย’ เกาะเทรนด์ Home Cooking ผู้บริโภคยุคใหม่

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.30 น.

“วุ้นเส้นต้นสน” เดินหน้าขยายไลน์สินค้ากลุ่มซอสปรุงรส ภายใต้แบรนด์ “ต้นสน” ตอกย้ำแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เปิดตัว “น้ำจิ้มสุกี้-ซอสผัดไทย” ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ และหันมาทำอาหารเองที่บ้านมากขึ้น ลุยทำตลาด-วางขายสินค้าช่องทางออนไลน์ในช่วงแรก มุ่งเจาะคนรุ่นใหม่ ตั้งเป้ามาร์เก็ตแชร์ 1-2% ของมูลค่าตลาดซอสปรุงรส 3.5 หมื่นล้าน ภายใน 1 ปี

คุณพรรณา ปัญจวีณิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิทธินันท์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราต้นสน เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทฯ มีการรุกตลาดครั้งสำคัญ เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ น้ำจิ้มสุกี้ ซึ่งเป็นซอสยอดนิยมของผู้บริโภค และซอสผัดไทย เมนูยอดนิยมของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งถือเป็นการขยายไลน์สินค้าภายใต้แบรนด์ “ต้นสน” ซึ่งมีความแข็งแกร่ง โดยเป็นแบรนด์วุ้นเส้นอันดับ 1 ที่น่าเชื่อถือและอยู่ในใจคนไทยมาอย่างยาวนาน การันตีด้วยผลสำรวจและรางวัลระดับประเทศที่ได้รับ ทั้งรางวัล Superbrands ต่อเนื่อง 7 ปี และรางวัล No.1 Brand Thailand 2025 จึงมองเห็นถึงโอกาสที่จะต่อยอดไปสู่กลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพ และมีความเชื่อมโยงกับสินค้าหลัก

ทั้งนี้ มองโอกาสทางธุรกิจของ 2 ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จากแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ และนิยมทำอาหารรับประทานเองมากขึ้น โดยมองหาการมีตัวช่วยที่ทำให้การทำอาหารง่าย สะดวก สะอาด ปลอดภัย ใครทำก็อร่อย สะท้อนจากตลาดซอสปรุงรสที่เติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสในการขยายตลาดส่งออก จากความนิยมของอาหารไทยที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งทำให้มีการขยายตัวของร้านอาหารไทย รวมถึงคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศจำนวนมากที่นิยมทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน ช่วยเพิ่มความต้องการสินค้ากลุ่มซอสปรุงรสของไทย โดยเฉพาะเมนูผัดไทยและสุกี้ที่ถือเป็นเมนูยอดนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของซอสปรุงรสทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ มุ่งเจาะทั้งกลุ่มครัวเรือนและกลุ่ม HoReCa (โรงแรม ร้านอาหาร และบริการจัดเลี้ยง) โดยจะเน้นไปที่ กลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มครอบครัวที่นิยมทำอาหารเอง ไปจนถึงกลุ่มร้านอาหารขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ร้าน Street Food พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ตามบ้านหรือคอนโดทำอาหารจำหน่ายในช่องทาง Delivery ที่ต้องการตัวช่วยให้ทำอาหารได้ง่ายขึ้น รวดเร็ว ประหยัดเวลา และอร่อยเหมือนกันทุกจาน  โดยให้ความสำคัญกับการเลือกวัตถุดิบที่ใช้นำมาปรุงอาหาร ที่มีความสะอาด ปลอดภัย ซึ่งซอสปรุงรสของต้นสนตอบโจทย์ด้วยการผลิตและบรรจุที่ได้มาตรฐาน เน้นใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีในการแต่งสีและกลิ่น ไม่ใช้วัตถุกันเสีย และซอสผัดไทยยังไม่มีผงชูรสอีกด้วย

ปัจจุบันภาพรวมตลาดซอสและเครื่องปรุงในไทย มีมูลค่ารวมกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 5-7% ต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มซอสพร้อมปรุงและน้ำจิ้ม ในส่วนของตลาดซอสผัดไทย ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มซอสพร้อมปรุงที่มียอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีการเติบโตเฉลี่ย 6-8% ต่อปี กลุ่มเป้าหมายคือ คนรุ่นใหม่ และกลุ่มลูกค้าในต่างประเทศ ที่ต้องการรสชาติไทยแท้ ใช้เครื่องปรุงน้อย และสามารถทำเองได้ง่ายๆ เนื่องจากผัดไทยเป็นอาหารที่คนทั่วโลกชื่นชอบ จึงมีศักยภาพสูงในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดออนไลน์และของฝาก ขณะที่ตลาดน้ำจิ้มสุกี้ มีการเติบโตเฉลี่ย 5-10% ต่อปี โดยได้รับความนิยมจากเทรนด์อาหารหม้อไฟ-สุกี้ ที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในครัวเรือน โดยเฉพาะในช่องทางค้าปลีกและออนไลน์ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมองหาแบรนด์ที่มีชื่อเสียง และมั่นใจในคุณภาพของสินค้า

คุณพรรณา กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดขายของทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์คือ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่คำนึงถึงความสวยงามสะดวกใช้ และสะอาด ปลอดภัย ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูพรีเมียม ทันสมัย สร้างความโดดเด่นเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ โดยมีฟิล์มสีทองหุ้มฝาปิดยาวถึงคอขวดมั่นใจได้เรื่องความสะอาด ทรงขวดจับถนัดมือ ปากขวดกว้าง เทสะดวก พร้อมจุดขายเรื่องรสชาติที่โดดเด่น โดยมีการพัฒนาซอสสูตรพิเศษเฉพาะต้นสนที่มีรสชาติ อร่อยกลมกล่อม เพิ่มจุดเด่นของวัตถุดิบเข้าไปกับซอสแต่ละรสชาติ โดยน้ำจิ้มสุกี้จะมีความหอมงา ที่สามารถเห็นเนื้องาชัดเจนตั้งแต่ในขวด และซอสผัดไทย ที่มีความหอมและเปรี้ยวจากมะขามแท้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อร่อยง่ายๆ มัดใจทุก Gen”

ทั้งนี้ ในช่วงเปิดตัวเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงผู้บริโภคให้มากที่สุด บริษัทฯ จึงเน้นทำการตลาดไปที่ช่องทางออนไลน์ในแพลตฟอร์มหลักๆ อาทิ Facebook Tiktok ตลอดจนสื่อสารผ่าน Influencer ที่ได้รับความนิยม นอกจากนี้ยังมีการออกบูธในงานแสดงสินค้าและกิจกรรมการแข่งขันกีฬาระดับประเทศ ที่มีผู้ร่วมงานจำนวนมาก อาทิ งาน THAIFEX, การแข่งขันวอลเลย์บอลระดับประเทศ โดยมีการแจกชิมเมนูจากน้ำจิ้มสุกี้และซอสผัดไทยให้ผู้บริโภคได้ทดลองชิมฟรี เพื่อให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์และได้รับรู้ความอร่อยของสินค้า จนทำให้เกิดการบอกต่อ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีจัดกิจกรรมร่วมกับร้านอาหารย่านบรรทัดทอง โดยการแถมน้ำจิ้มสุกี้ให้กับลูกค้าที่สั่งเมนูวุ้นเส้นต้นสนผ่านช่องทาง Delivery

ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ในช่วงแรกเน้นนำเสนอไปยังร้านค้าส่งขนาดใหญ่ที่มีหน้าร้าน และซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ตลอดจนร้านค้าช่องทางออนไลน์ของบริษัททั้ง Shopee Lazada Tiktok ซึ่งที่ผ่านมามีผลตอบรับค่อนข้างดี และล่าสุดได้ขยายช่องทางจำหน่ายมายังโมเดิร์นเทรด อาทิ Tops, Foodland, Villa และร้านค้าทั่วไปในกรุงเทพและต่างจังหวัด ส่วนแผนในอนาคตจะเดินหน้าขยายเข้าไปในช่องทางและร้านค้าอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น  

ทั้งนี้ แผนงานในช่วง 1 ปีแรก บริษัทฯ จะเน้นสร้างให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักและกระจายไปสู่ผู้บริโภคอย่างทั่วถึง ทำให้เกิดการทดลองใช้และกลับมาซื้อซ้ำ โดยตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งตลาดใช่วงเปิดตัวปีแรกที่ 1-2% ของมูลค่าตลาด และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างน้อย 2-3% เมื่อสินค้ากระจายไปถึงผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึงแล้ว

ส่วนแผนในอนาคต บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มซอส หรือสินค้าอาหารในกลุ่มอื่นๆ ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสาร โปรโมชั่น สินค้าใหม่ๆ ของครอบครัวต้นสนได้จากช่องทาง เว็บไซต์ http://www.tonsonfamily.com facebook : วุ้นเส้นตราต้นสน Line OA : TonsonFamily  และช่องทางสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ Tonson Family Store ครอบคลุมทั้ง Shopee Lazada Tiktok 

ออนิกซ์ฯ ชวนคุณออกเดินทาง เติมความสุขส่งท้ายปลายปี กับเส้นทางพักผ่อนมาเลเซีย – และศรีลังกา

ออนิกซ์ฯ ชวนคุณออกเดินทาง เติมความสุขส่งท้ายปลายปี กับเส้นทางพักผ่อนมาเลเซีย - และศรีลังกา

ออนิกซ์ฯ ชวนคุณออกเดินทาง เติมความสุขส่งท้ายปลายปี กับเส้นทางพักผ่อนมาเลเซีย – และศรีลังกา

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.26 น.

“บินใกล้ พักสบาย งดงามเหนือความคาดหมาย” ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ชวนคุณออกเดินทาง เติมความสุขส่งท้ายปลายปี กับเส้นทางพักผ่อนมาเลเซีย – และศรีลังกา

หากคุณกำลังมองหา “ทริปปลายปีที่คุ้มค่า และพิเศษกว่าการพักผ่อนทั่วไป” ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป บริษัทบริหารจัดการโรงแรมชั้นนำที่มีชื่อเสียงในระดับภูมิภาค ชวนคุณออกเดินทางสู่จุดหมายยอดนิยมใกล้ประเทศไทย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขไปกับครอบครัว เพื่อนฝูงและคนที่คุณรัก สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสานความสบาย บรรยากาศอันงดงาม การบริการที่อบอุ่นเหนือระดับ และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าหลงใหลและเต็มไปด้วยเรื่องราว เนรมิตวันหยุดปลายปีของคุณให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม

เริ่มต้นทริปด้วยการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่จุดหมายปลายทางที่ประเทศมาเลเซีย กับเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างปีนัง และยะโฮร์บาห์รู ก่อนเดินทางต่อไปยังโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา โดยทุกจุดหมายสามารถเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงใช้เวลาเพียง 1–3 ชั่วโมง เหมาะกับไลฟ์สไตล์นักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนให้คุ้มค่าสำหรับทริป 7–10 วัน ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ครบทั้ง เสน่ห์ของวัฒนธรรม ความมีชีวิตชีวาของเมือง และความสงบของธรรมชาติ ในคราวเดียวกัน

ปีนัง ประเทศมาเลเซีย สัมผัสเสน่ห์มรดกโลกกับที่พักที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เปิดประสบการณ์พักผ่อนที่ปีนังด้วย 2 โรงแรมในเครือ ออนิกซ์ฯ ที่พร้อมมอบความสบายในทำเลคุณภาพ

โรงแรมอมารี สไปซ์ ปีนัง โรงแรมระดับหรู ซึ่งตั้งอยู่ติดกับศูนย์การประชุม SPICE Convention Centre และ SPICE Arena อยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติปีนังเพียง 5 กม. โดดเด่นด้วยห้องพักกว้างขวาง สระว่ายน้ำและฟิตเนสทันสมัย พร้อมห้องอาหารและบาร์ 5 แบบ 5 สไตล์ให้คุณได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ท่ามกลางความสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนอย่างมีระดับ

โรงแรมคอนเซปต์สนุก ๆ อย่าง โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง ตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่า จอร์จทาวน์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ให้คุณได้เดินเล่น เก็บภาพประทับใจ และเพลิดเพลินกับคาเฟ่สุดชิค รวมถึงสตรีทฟู้ดชื่อดังอย่าง Char Koay Teow และ Asam Laksaที่พักแห่งนี้ตอบโจทย์นักเดินทางที่หลงใหลใน งานศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์เมือง

จากนั้นเดินทางต่อสู่ ยะโฮร์ บาห์รู เมืองแห่งความสนุกและไลฟ์สไตล์ครบครัน เมืองท่องเที่ยวใกล้สิงคโปร์ที่ผสานความทันสมัยและความสะดวกสบายไว้ในที่เดียว กับ 4 โรงแรมในเครือออนิกซ์ฯ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

เริ่มด้วยโรงแรมเปิดใหม่อย่าง “โอโซ่ เมดินี” (OZO Medini) โรงแรมดีไซน์ทันสมัย เหมาะกับสายแอคทีฟและนักเดินทางรุ่นใหม่ พร้อมให้คุณออกค้นหาความสนุกของเมือง ตามคอนเซปต์ Unpack.  Good. Vibes.

“โรงแรม อมารี ยะโฮร์ บาห์รู (Amari Johor Bahru)” โรงแรมระดับ 5 ดาวตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ เดินถึงแหล่งช็อปปิ้ง ร้านอาหาร บาร์ และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และเดินทางไปแลนด์มาร์กสำคัญอย่างเส้นทางมรดกยะโฮร์บาห์รู ภายใน 25 นาที อีกทั้งยังใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติเซนัย (Senai International Airport) และ ท่าอากาศยานชางงีสิงคโปร์ (Singapore Changi Airport) อีกด้วย

หรือจะเลือกพักที่ “ชามา เมดินี (Shama Medini)” เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่จะมอบความอบอุ่นเสมือนบ้านหลังที่สอง ด้วยห้องพักกว้าง พร้อมพื้นที่ใช้สอยครบครัน เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชื่นชอบการพักผ่อนสบาย ๆ ราวกับอยู่บ้านของตัวเอง ในระหว่างการท่องเที่ยว

“ชามา ซัวซานา ยะโฮร์ บาห์รู” (Shama Suasana Johor Bahru) ที่พักพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้วยโลเคชั่นที่ใกล้กับ LEGOLAND Malaysia Resort แหล่งช็อปปิ้งอย่าง Mid Valley Southkey หรือ Johor Premium Outlets ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการพักผ่อนควบคู่กับไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง

ปิดท้ายการเดินทางอย่างสวยงามที่ไข่มุกแห่งเอเชียใต้ นครโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ด้วยการเลือกพักผ่อนที่ “อมารี โคลัมโบ” (Amari Colombo Sri Lanka) โรงแรมที่ผสานความหรูหราเข้ากับบรรยากาศของเมืองชายทะเลได้อย่างกลมกลืน มอบวิวมหาสมุทรอันกว้างสุดสายตา ให้คุณดื่มด่ำกับช่วงเวลาของการพักใจ พร้อมซึมซับวัฒนธรรมอันงดงามและเสน่ห์เฉพาะตัวของศรีลังกาอย่างเต็มอารมณ์

ร่วมออกแบบทริปเดินทางในช่วงปลายปีของคุณที่ประเทศมาเลเซีย และศรีลังกา กับประสบการณ์พักผ่อนที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ บินสั้น เดินทางง่าย เต็มไปด้วยรายละเอียดแห่งความประทับใจ ทั้งที่พัก บริการ วัฒนธรรม และธรรมชาติอันงดงาม กับโรงแรมในเครือออนิกซ์ฯ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) กรุณาเข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.onyx-hospitality.com

‘ไอริส โอยามะ’ ส่งความสุขด้วยพัดลมตั้งโต๊ะรุ่นยอดฮิต 2 สีลิมิเต็ด เติมเต็มทุกช่วงเทศกาล

'ไอริส โอยามะ' ส่งความสุขด้วยพัดลมตั้งโต๊ะรุ่นยอดฮิต 2 สีลิมิเต็ด เติมเต็มทุกช่วงเทศกาล

‘ไอริส โอยามะ’ ส่งความสุขด้วยพัดลมตั้งโต๊ะรุ่นยอดฮิต 2 สีลิมิเต็ด เติมเต็มทุกช่วงเทศกาล

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.22 น.

IRIS OHYAMA (ไอริส โอยามะ) แบรนด์ wellness & lifestyle ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน และ ครัวเรือน ที่ทุกครอบครัวในญี่ปุ่นไว้วางใจมากว่า 60 ปี พร้อมส่งความสุขในช่วงเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่นี้ ด้วยพัดลมตั้งโต๊ะไอเท่มยอดฮิตในไทย กับ  2 สีลิมิเต็ดใหม่ล่าสุด Forest Green และ Burgundy รุ่น MKM18 อีกหนึ่งไอเท่มประดับตกแต่งที่จะให้บรรยากาศในบ้านช่วงเทศกาลเติมเต็มไปด้วยความสงบ อบอุ่น แต่ยังคงความเรียบหรู และสีสันแห่งของการเฉลิมฉลอง ในสไตล์ที่ลงตัว

พัดลมตั้งโต๊ะ รุ่น MKM18  มีสีให้เลือก (รวมถึง 2 สีลิมิเต็ด) ถึง 8 สี  ดีไซน์กระทัดรัด และน้ำหนักเบาเพียง 2.1 กิโลกรัม จัดวางประดับทุกมุมในบ้านไม่ว่าจะห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก หรือห้องนอนได้โดยไม่กินพื้นที่ และยังพกพาติดตั้งสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งได้สะดวกอีกเช่นกัน ตัวพัดลมปรับระดับความแรงลมได้ถึง 3 ระดับ หมุนพัดได้รอบทิศ ขึ้น-ลง 90 องศา และ ซ้าย-ขวา 65 องศา เสียงเงียบ ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน พิกัดกำลังไฟฟ้าเพียง 49 วัตต์ ประหยัดไฟ และ รับประกันการใช้งานถึง 3 ปี

พบกับพัดลมตั้งโต๊ะ IRIS OHYAMA (ไอริส โอยามะ) กับ 2 สีใหม่  Forest Green และ Burgundy ได้ทุกช่องทางการขาย ทางออนไลน์ที่ IRIS OHYAMA Official Store (Lazada Shopee และ TikTok) และ ป๊อฟอัพ ที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอล โฮมโปร และ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา

-(016)

คุณแหน : 13 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 13 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 13 ธันวาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● งานกาชาดปี 2568 ภายใต้ชื่องาน “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” จัดระหว่างวันที่ 11–21 ธ.ค. ณ สวนลุมพินี…ซึ่งปีนี้ อิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด และ เกษร แก้วทิพย์ นายกสมาคมภริยาอัยการ เชิญชวนประชาชนแวะบูธ 319 ประตู 3 เพื่อร่วมกิจกรรมของสมาคมฯ อาทิ ปรึกษาด้านกฎหมายกับอัยการ ชิงโชค สอยดาว ฯลฯ ณ ร้านของสำนักงานอัยการฯ…

●● ขอแสดงความยินดีกับ วาสินี ศุขะวณิช ที่มีหลานย่าคนเก่ง ดมิสา นักเรียนชั้น ป.5 วัฒนาวิทยาลัย ได้รับรางวัล Golden Medal Award แข่งขันเปียโน ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เมื่อเร็วๆ นี้
…●● เมื่อคราวมหาอุทกภัยที่หาดใหญ่ สำนักงานท้องถิ่น จ.ฉะเชิงเทรา ได้จัดส่งขนมปัง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยใน จ.สงขลา จำนวน 5,000 ชิ้น ธนกฤต รัตนพันธ์ ข้าราชการส่วนปกครองท้องถิ่น จ.ฉะเชิงเทรา ส่งข่าวมา ลงให้ช้าแต่ชัวร์…

●● แม้ว่าจะเข้ารับการผ่าตัดอาการกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทไปตั้งแต่ ก.ย.แล้วก็ตาม แต่ คุณแม่ สินี จงจิตต์ ยังต้องอยู่ในการดูแลเอาใจใส่จากลูกๆ ดร.ภัทรวัณย์-พิชญภัทร-ศุภศิษฎ์ จงจิตต์ ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเฝ้าไข้คุณแม่เป็นประจำหลังการผ่าตัด…เรื่องนัดสัง สรรค์กับมิตรสหายจึงต้องขอพักไว้ก่อนชั่วคราว…

●● เพราะโทรศัพท์ของสองคน ตา-ยาย สมศักดิ์-วาณี ชูวาธิวัฒน์ พร้อมใจกันขัดข้อง ทำเอาเพื่อนๆ น้องๆ ตกใจหมดเลย ด้วยทุกคนโทร ไปหา ไม่มีผู้รับสาย ร้อนถึงน้องคนสนิทต้องรีบบึ่งไปดูที่บ้าน…เมื่อพบว่า ผู้อาวุโสทั้งสองยังอยู่ดี-มีสุข ก็พากันเบาใจหายห่วง…

●● เว้นว่างจากการเดินทางไปพักผ่อนที่บ้านมวกเหล็กนานกว่าครึ่งปี เพราะต้องพักรักษาตัวเกี่ยวกับโรครูมาตอยด์ แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รศ.ดร.นันทนา รณเกียรติ เปิดบ้านสวยที่นั่น ยินดีต้อนรับคณะเพื่อน (สมัยเรียนเขมะสิริ) กลุ่มใหญ่ ให้ไปสังสรรค์สโมสรกัน นัยว่าเพื่อเป็นการให้กำลังใจเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มที่เพิ่งผ่านพ้นการป่วยไข้ไม่สบายอย่างหนัก…มิตรแท้จึงมิใช่มีแต่ประกันภัยเท่านั้น…

●● คล้ายวันเกิด เมื่อพุธที่ผ่านมาของ เต็มภักดิ์ จารุประกร ได้รับพรจากมวลมิตรอย่างล้นหลาม เพราะเธอเป็นศูนย์กลางในการช่วยเพื่อนๆ กลุ่มที่ตกทุกข์ได้ยากและเดือดร้อนตลอดเวลา…เรียกว่า นางฟ้ามาเกิดชัดๆ…

●● คราวก่อน ใส่ชุดอินเดียไปกินอาหารจีน มาคราวนี้นัดใส่ชุดอินเดียไปกินอาหารเวียดนาม…เป็นเรื่องราวของชาววัฒนาวิทยาลัย 93 อันได้ แก่ รุ่งนภา จักรพันธุ์ฯ, กัลยาณี วสุวานิช และ ดารณี ลิมปอมร เป็นต้น…เป็นคนสวยทำอะไรไม่มีผิด…

●● ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร ไปสังสรรค์กับเพื่อนวัฒนาฯ แต่ทว่าบังเอิญไปเจอเพื่อนๆ นักเรียนเก่าจากอิลลินอยด์ มากินอาหารเวียดนามที่ร้านหอมรัญจวน ในวันและเวลาเดียวกันพอดี เลยได้ชื่นชุมนุมสามัคคีกับเพื่อนทั้งสองกลุ่ม แบบไม่เสียเที่ยว…

●● สวัสดิ์เกียรติ-แสงเดือน โรจนสุวรรณ ส่งข่าวจากสหรัฐฯให้ญาติสนิทมิตรรักว่า ย้ายนิวาสสถานจากบอสตันไปอยู่ฟลอริด้าเรียบร้อยแล้ว ได้เป็นเพื่อนบ้านกับประธานาธิบดีทรัมป์ อีกต่างหาก…

●● ผศ.นาฏยา ตนานนท์ กลับจากทริปญี่ปุ่นแล้วในวันนี้ โดยร่วมคณะไปกับ ขจรศิริ มุสิจรัล พี่สาวและหลานๆ ขชล และ ชนน ไปเมืองฟุกุโอกะ และเมืองคุมาโมโตะ (หลานไปตามเก็บ(ซื้อ)ตุ๊กตาเรื่อง One piece) แล้วขับรถขึ้นเขาต่อไปเมือง Beppu เมืองของออนเซ็น…ผศ.นาฏยา เล่าว่า ทริปนี้แสนคุ้ม ที่ได้ชมทุ่งหญ้าสีเหลือง ทั้งเขาสลับกับการปลูกป่าสน ซึ่งทำให้เข้าใจถึงการจัดการของรัฐบาลญี่ปุ่นที่เอาจริงเอาจังกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นอย่างน่าทึ่ง  และเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างไม่ต้องแสร้งประดิษฐ์…จริงแท้แน่เทียวค่ะ อาจารย์ !! …●●

บารอนเนส

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ ฐาปน สิริวัฒนภักดี

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ ฐาปน สิริวัฒนภักดี

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ ฐาปน สิริวัฒนภักดี

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.56 น.

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Benemerenti จากสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 โดยมี อาร์ชบิชอป ปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์ เอกอัครสมณทูตแห่งนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนในพิธีมอบ ในโอกาสนี้ยังมี อาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประมุขแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ปภัชญา สิริวัฒนภักดี พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาและผู้บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดีในพิธีดังกล่าว ณ สถานเอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ Benemerenti เป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติที่พระราชทานแก่คริสตชนฆราวาสและนักบวชผู้ประกอบคุณงามความดีต่อพระศาสนจักรและสังคม การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้แก่พุทธศาสนิกชนจึงถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง สะท้อนถึงการยกย่องคุณงามความดีในการเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างคริสต์ศาสนาและพระพุทธศาสนา ตลอดจนการส่งเสริมสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างนครรัฐวาติกันและประเทศไทย