เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เสริมคุณภาพชีวิต เช็กลิสต์สู่การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี

เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เสริมคุณภาพชีวิต  เช็กลิสต์สู่การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี

เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เสริมคุณภาพชีวิต เช็กลิสต์สู่การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่การมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แต่คือการใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ หลีกเลี่ยงความเจ็บป่วยเรื้อรัง และแข็งแรงทั้งสุขภาพกายและใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อการเป็นผู้สูงวัยสุขภาพดีแต่มักถูกมองข้ามคือ สุขภาพกล้ามเนื้อ การดูแลกล้ามเนื้อให้แข็งแรงจะช่วยให้ผู้สูงวัยสามารถเคลื่อนไหวได้ ลดความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม และปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้อย่างมั่นใจ

ผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดีที่สุดคือผู้ที่ใส่ใจและลงมือดูแลสุขภาพอย่างรอบด้านตั้งแต่เนิ่นๆ โดยยึด “สี่เสาหลักของสุขภาพ” ได้แก่ กาย ใจ สังคม และสมอง บทความนี้จะนำเสนอแนวทางง่ายๆ ที่ทำได้จริง เพื่อเสริมสร้างทั้งสี่ด้าน โดยเฉพาะการเน้นย้ำความสำคัญของการมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ ความยืดหยุ่น และการใช้ชีวิตอย่างอิสระในวัยสูงอายุ

สุขภาพกาย

การมีวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกายสำหรับผู้สูงวัย ได้แก่

การออกกำลังกาย: การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ผู้สูงวัยคงความสามารถในการเคลื่อนไหว ความแข็งแรง และการทรงตัว ควรออกกำลังกายระดับปานกลางรวม 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดิน ว่ายน้ำ ทำสวน หรือเต้นรำ และควรเสริมด้วยการฝึกฝนความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ งานวิจัยยังพบว่า ผู้ที่เดินวันละ 8,000 ก้าว มีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าผู้ที่เดินเพียง 4,000 ก้าวอย่างมีนัยสำคัญ4

โภชนาการ: โภชนาการที่ดีเป็นสิ่งจําเป็นสําหรับการเป็นผู้สูงวัยสุขภาพดี ผู้สูงวัยมีความต้องการโปรตีนต่อวันสูงขึ้น เพราะเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะสร้างโปรตีนน้อยลง (anabolic resistance)  โดยโปรตีนพบได้ในเนื้อสัตว์ ไข่ พืชตระกูลถั่ว นม และถั่วเปลือกแข็ง แต่ในผู้สูงวัยที่ไม่สามารถรับประทานโปรตีนได้อย่างเพียงพอ อาจเสริมด้วยผลิตภัณฑ์โภชนาการ เช่น เอนชัวร์ โกลด์ แอดวานซ์โปร  ที่มี HMB  และ YBG  พร้อมด้วยสารอาหารจำเป็นอื่น ๆ  เช่น แคลเซียม สังกะสี และวิตามินดี เพื่อช่วยเสริมพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นในแต่ละวัน

การประเมินสุขภาพด้วยตนเอง: ผู้สูงวัยสามารถใช้เครื่องมือออนไลน์ เช่น เครื่องคำนวณ “อายุกล้ามเนื้อ” ของแอ๊บบอต เพื่อประเมินสุขภาพของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสุขภาพที่สำคัญ และควรทําควบคู่กับการตรวจสุขภาพประจําปี เพื่อวางเป้าหมายที่เหมาะสมในการดูแลความแข็งแรงและความคล่องตัวของร่างกาย

สุขภาพจิตใจและอารมณ์

เมื่ออายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงด้านการได้ยิน การมองเห็น ความจำ และการเคลื่อนไหว อาจนำไปสู่ความเครียดได้ ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตใจและอารมณ์ ผู้สูงวัยที่สามารถจัดการอารมณ์ได้ดีจะมีความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญควบคู่กับการออกกำลังกาย หรือในบางกรณีอาจเสริมด้วยการรักษาทางการแพทย์ถือเป็นแนวทางที่มีประโยชน์ นอกจากนี้ การมีเครือข่ายคนใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือผู้ให้คำปรึกษา ก็เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่ช่วยสร้างความสุขและความมั่นคงทางใจให้ผู้สูงวัย

สุขภาพทางสังคม

การมีส่วนร่วมทางสังคมเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญสู่สุขภาพที่ดีของผู้สูงวัย จากงานวิจัยพบว่าผู้สูงวัยที่มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่กว้างกว่าจะมีการทํางานของสมองที่ดีกว่า กิจกรรมทางสังคมเช่น การเป็นอาสาสมัคร การรวมกลุ่มเรียน (เช่นการปั้นเซรามิก การวาดภาพ) เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการสร้างการสนับสนุนด้านสังคมและมีส่วนร่วมในชุมชน

สุขภาพสมองและความจำ

การรู้คิดและความจำ (Cognition) คือความสามารถในการคิด จดจำ และเรียนรู้ การกระตุ้นสมองอย่างสม่ำเสมอมีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง และช่วยทำให้ผู้สูงวัยยังคงตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและใช้ชีวิตได้อย่างอิสระกิจกรรมต่างๆ เช่น การอ่านหนังสือ การเล่นเกมปริศนา การเรียนรู้ทักษะใหม่ หรือการร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ล้วนช่วยให้สมองมีความกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ

ก้าวไปเป็นผู้สูงวัยที่มีคุณภาพ

หลังอายุ 40 ปี ร่างกายอาจสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้มากถึง 8% ในทุก ๆ 10 ปี แม้ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวสำหรับทุกคนแต่การตระหนักรู้ถึงสุขภาพของตนเอง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ อย่างสม่ำเสมอ คือสิ่งสำคัญที่สุด ลองใช้เช็กลิสต์นี้เพื่อดูว่าคุณทำได้ดีในด้านใดแล้ว และด้านใดที่ยังสามารถพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้คุณก้าวสู่การเป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานภาพวาด ‘เหมียวนำโชค’ จัดทำของที่ระลึกการกุศล ฉลอง 60 ปี ‘รามาธิบดี’ รายได้จัดซื้อเครื่องมือแพทย์

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานภาพวาด ‘เหมียวนำโชค’ จัดทำของที่ระลึกการกุศล ฉลอง 60 ปี ‘รามาธิบดี’ รายได้จัดซื้อเครื่องมือแพทย์

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานภาพวาด ‘เหมียวนำโชค’ จัดทำของที่ระลึกการกุศล ฉลอง 60 ปี ‘รามาธิบดี’ รายได้จัดซื้อเครื่องมือแพทย์

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในวาระครบรอบ 60 ปี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ปีนี้มูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางมูลนิธิรามาธิบดีฯ พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ “เหมียวนำโชค” เพื่อจัดทำเป็นของที่ระลึกการกุศล โดยรายได้ทั้งหมดสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ และช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ให้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพต่อไป

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ เพื่อนำไปจัดทำเป็นของที่ระลึกการกุศล ให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ซึ่งในปีนี้ พระองค์ท่านได้พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ‘เหมียวนำโชค’ พร้อมข้อความ ‘60 ปี รามาธิบดีฯ
ส่งมอบความสุขกาย สุขใจ ไม่สิ้นสุด’ โดยภาพ ‘เหมียวนำโชค’ ถ่ายทอดความสดใสของแมวน้อยอารมณ์ดี สีสันอบอุ่น
มีหัวใจอยู่เคียงข้าง เปรียบเสมือนการส่งต่อความสุขกายและสุขใจให้แก่ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งทุกท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ‘การให้ไม่สิ้นสุด’ ผ่านการสนับสนุนของที่ระลึกการกุศลชุดพิเศษนี้ ซึ่งออกแบบอย่างน่ารัก ใช้งานได้จริง เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเหล่าทาสแมวต้องเป็นปลื้ม เพราะดีไซน์น่ารักเต็มไปด้วยพลังบวก สามารถมอบเป็นของขวัญแทนความปรารถนาดีให้คนที่คุณรักในทุกโอกาส รวมถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ได้เช่นกัน”

ของที่ระลึกการกุศลจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ “เหมียวนำโชค” ประกอบด้วย เสื้อยืด (สีครีม น้ำเงิน โอรส), เสื้อสเวตเตอร์ (สีชมพู กรมท่า), ชุดนอนแบบเสื้อกางเกงขาสั้น (สีโอรส ฟ้า-ครีม), ผ้าพันคอ (สีโอรส), หมวกกลับด้าน (สีโอรส กรมท่า), กระเป๋าถือผ้าแคนวาส 2 ขนาด (สีเขียว-ฟ้า โอรส ฟ้า-ครีม) (สีโอรส เหลือง ฟ้า-ครีม), กระเป๋าพับเก็บ (ฟ้า-ครีม เขียว-ฟ้า), กระเป๋าผ้าไมโคร (สีโอรส กรมท่า เขียว-ฟ้า), กระบอกเก็บอุณหภูมิ (สีฟ้า-ครีม เขียว-ฟ้า), แก้วเก็บอุณหภูมิ (สีครีม)

พิเศษสำหรับเทศกาลปีใหม่ สมุดโน้ตจากคอลเลกชันนี้ด้านในมีตารางปฏิทินสำหรับจดบันทึกรายเดือนครบ 12 เดือน ช่วยให้การวางแผนงานในปีหน้าเป็นไปอย่างราบรื่น โชคดีตลอดปีเพราะมีเหมียวนำโชค เหมาะสำหรับใช้เองหรือมอบให้คนสำคัญ สมุดโน้ต (สีชมพู ครีม) รวมถึง การ์ดปีใหม่ (แบบมีกลอน และไม่มีกลอน) ที่ออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย

สำหรับผู้ที่ต้องการสั่งซื้อเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับบุคคลหรือองค์กร สามารถสั่งผลิตสกรีนโลโก้องค์กรลงบนสินค้า ได้ จำนวน 300 ชิ้น ขึ้นไป เพื่อร่วมส่งต่อ ‘คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด’ อย่างมีความหมายและงดงามในทุกโอกาส ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ที่สุขใจทั้งผู้รับและผู้ให้ ด้วยของที่ระลึกการกุศลชุดภาพวาดฝีพระหัตถ์ “เหมียวนำโชค” สามารถสั่งซื้อได้แล้ววันนี้ ที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ (โรงพยาบาลรามาธิบดี และ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2201-2222 (ในวันและเวลาราชการ) ติดตามข่าวสารได้ที่ FB • IG • LINE @RAMAFOUNDATION ช่องทางออนไลน์ เว็ปไซต์ www.ramafoundation.or.th LINE @RAMAFOUNDATION 

TOA บริจาคเงิน 10 ล้านบาท เร่งฟื้นฟูโรงพยาบาลหาดใหญ่ ส่ง ‘ทีโอเอ อาสา-วิศวกร’ ผนึกกำลังทหารช่วยพี่น้องชาวใต้เต็มพิกัด

TOA บริจาคเงิน 10 ล้านบาท เร่งฟื้นฟูโรงพยาบาลหาดใหญ่  ส่ง ‘ทีโอเอ อาสา-วิศวกร’ ผนึกกำลังทหารช่วยพี่น้องชาวใต้เต็มพิกัด

TOA บริจาคเงิน 10 ล้านบาท เร่งฟื้นฟูโรงพยาบาลหาดใหญ่ ส่ง ‘ทีโอเอ อาสา-วิศวกร’ ผนึกกำลังทหารช่วยพี่น้องชาวใต้เต็มพิกัด

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมสีทาอาคารอันดับหนึ่งของไทย และผู้เชี่ยวชาญเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง เดินหน้าโครงการ TOA ไม่ทิ้งกัน สู้ภัยน้ำท่วม อย่างต่อเนื่อง บริจาคเงิน 10 ล้านบาท เร่งฟื้นฟูโรงพยาบาลหาดใหญ่เต็มสูบ พร้อมปูพรมระดม “ทีโอเอ อาสา” ผนึกกำลังทหาร มอบถุงยังชีพบรรเทาทุกข์ และทีมวิศวกรลงพื้นที่เข้าประเมินความเสียหาย ช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้จากมหาอุทกภัย โดยเฉพาะใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด

นายประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานผู้ก่อตั้ง TOA เผยว่า จากความเสียหายอย่างหนักที่เกิดจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน และระบบสาธารณสุขโดยตรง เราจึงมีความห่วงใยและเข้าใจถึงความยากลำบากที่ทุกคนกำลังเผชิญ จึงพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน ช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่องหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลง เดินหน้า โครงการ TOA ไม่ทิ้งกัน “รวมพลังไทย ฟื้นฟูน้ำท่วมภาคใต้” ตั้งแต่การลงพื้นที่ช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนชาวใต้ ในการระดมทีม ‘ทีโอเอ อาสา’ ร่วมกับกำลังทหาร (กอ.รมอ.ภาค 4 ส่วนหน้า, กองทัพภาคที่ 4, มณฑลทหารบกที่ 42) ส่งมอบถุงยังชีพกว่า 2,000 ชุด ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ถั่วมารูโจ้ น้ำยาทำความสะอาดทีโพล์ และสเปรย์กำจัดแมลงเซนไดร้ท์ รวมทั้งสิ่งของบรรเทาทุกข์ ผ้าห่มกันหนาว เสื้อยืด น้ำดื่ม และชุดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทีโพล์ แจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชุมชนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง อาทิ ชุมชนบ้านกลางนา ชุมชนอู่ ทส. ชุมชนจันทร์วิโรจน์ ชุมชนบางแฟ้บ ชุมชนบ้านพักรถไฟ ชุมชนศิครินทร์ และชุมชนรายย่อยอื่นๆ รวมทั้งในพื้นที่จังหวัดยะลา และปัตตานี เพื่อเร่งเยียวยา ให้ความช่วยเหลือเข้าถึงทุกคนอย่างทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด

อีกทั้ง ยังมุ่งเน้นช่วยเหลือฟื้นฟูโรงพยาบาล โรงเรียน ชุมชน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะโรงพยาบาลหาดใหญ่ซึ่งเป็นโรงพยา บาลศูนย์กลางการแพทย์ระดับภูมิภาคและมีความสำคัญต่อภาคใต้ตอนล่างที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักมูลค่าเกือบพันล้านบาท โดยส่วนใหญ่เกิดกับเครื่องมือแพทย์มูลค่าสูงที่ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของอาคาร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทีมผู้เชี่ยวชาญสำรวจประเมินโดยละเอียด เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบกลางจากรัฐบาลต่อไป

TOA ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงพร้อมป็นส่วนหนึ่งในการเร่งฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน บริจาคเงิน 10 ล้านบาท เพื่อใช้ในการฟื้นฟูซ่อมแซมโรงพยาบาลหาดใหญ่ และจัดซื้อครุภัณฑ์เครื่องมือทางการแพทย์ที่เสียหายจากอุทกภัย เพื่อให้โรงพยาบาลกลับมาเปิดบริการประชาชน และช่วยเหลือผู้ป่วยได้เต็มศักยภาพโดยเร็วที่สุดภายใน 2 เดือน ตามแผนของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นแก่โรงพยาบาลรวมมูลค่าอีก 1,350,000 บาท อาทิ น้ำยาทำความสะอาดและกำจัดเชื้อโรคทีโพล์ สเปรย์กำจัดแมลงเชนไดร้ท์ และน้ำดื่มฮอกไกโด เพื่อสนับสนุนการปฏิงานของบุคลากรทางการแพทย์ ให้กลับมาเป็นเสาหลักด้านสุขภาพของพี่น้องชาวใต้ได้อีกครั้ง

ด้าน นพ. วิโรจน์ โยมเมือง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ กล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจว่า “ขอขอบคุณ TOA ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการสาธารณสุขในพื้นที่อย่างแท้จริง การบริจาคเงินจำนวนมากของ TOA ในครั้งนี้ ถือเป็นบริษัทเอกชนรายแรกที่เข้ามาช่วยเหลือโรงพยาบาลหาดใหญ่โดยตรง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการซ่อมแซมความเสียหายของอาคาร และจัดซื้อครุภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น เพื่อช่วยให้โรงพยาบาลกลับมาให้บริการประชาชนโดยเร็วที่สุด”

นอกจากนี้ TOA ยังได้ระดมกำลังทีม “ทีโอเอ อาสา – วิศวกร” ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ที่จะปูพรมลงพื้นที่เพื่อร่วมสำรวจ ประเมินความเสียหาย พร้อมให้คำแนะนำการซ่อมแซมของอาคารในเบื้องต้น โดยนำร่องที่โรงพยาบาล โรงเรียน และชุมชนสำคัญในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือเยียวยา และเร่งฟื้นฟูในลำดับต่อไป

TOA ยืนยันว่าความช่วยเหลือทั้งหมดนี้ จะถูกส่งมอบไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวใต้ สามารถฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วที่สุด

ALLY เนรมิต12 ศูนย์การค้าในเครือเป็นสวนแห่งความสุขส่งท้ายปี 68

ALLY  เนรมิต12 ศูนย์การค้าในเครือเป็นสวนแห่งความสุขส่งท้ายปี 68

ALLY เนรมิต12 ศูนย์การค้าในเครือเป็นสวนแห่งความสุขส่งท้ายปี 68

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศูนย์การค้าในเครืออัลไล (ALLY12 แห่งทั่วกรุงเทพฯ เปิดตัวแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี “ALLY Let’s Celebrate: A Place of Blooming Happiness จุดเริ่มต้นของความสุขที่เบ่งบานได้ทุกวัน” เนรมิต 12 ศูนย์การค้าในเครือให้กลายเป็น “สวนแห่งความสุข” ถ่ายทอดเรื่องราวความอบอุ่น สดใส และเปี่ยมด้วยพลังบวก ผ่านงานตกแต่งดอกไม้หลากสี แสงไฟที่อ่อนละมุน และมุมสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงอารมณ์ดีๆ ของผู้มาเยือน

กวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลไล รีท แมนเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์อัลไล กล่าวว่า “สำหรับ ALLY เราเชื่อว่าความสุขไม่ใช่เพียงปลายทาง แต่คือประสบการณ์ระหว่างทางที่ผู้คนได้สัมผัสร่วมกัน แคมเปญ ALLY Let’s Celebrate: A Place of Blooming Happiness จึงถูกสร้างขึ้นด้วยแนวคิดที่ต้องการให้ทุกพื้นที่เป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ที่มีความหมาย ผ่านงานดีไซน์ที่สร้างแรงบันดาลใจและกิจกรรมที่ชวนให้ผู้คนได้เชื่อมต่อกันมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์คือพลังในการพัฒนาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ALLY จึงตั้งใจทำให้ทุกศูนย์การค้าเป็นพื้นที่ที่เปิดรับไอเดียใหม่ๆ เติมแรงบันดาลใจ และเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขที่เบ่งบานได้ทุกวัน” 

แคมเปญนี้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวละคร “Lucky นักล่าฝัน” ผู้เดินทางออกตามหาเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขที่หายไปหลังจากผู้คนต้องเผชิญกับชีวิตที่เร่งรีบและความวุ่นวายจนลืมดูแล “สวนแห่งความสุขในใจ” ของตัวเอง ระหว่างการเดินทาง Lucky ได้ไปยังศูนย์การค้าในเครือ ALLY แต่ละแห่งด้วยภารกิจในการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นแรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่น ความอบอุ่น ความตื่นเต้น มิตรภาพ ความรัก ความทรงจำ และความสุขในทุกวัน ทำให้ศูนย์การค้าแต่ละแห่งมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว พร้อมถ่ายทอดอารมณ์และเรื่องราวที่แตกต่างกัน โดยแต่ละศูนย์การค้าจะนำเสนอเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้สึกในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) กับเมล็ดพันธุ์แห่งแรงบัน ดาลใจ ปลุกความรู้สึกที่หลับใหลในใจให้กลับคืนมาอีกครั้ง, เดอะคริสตัล (เอกมัย-รามอินทรา) กับเมล็ดพันธุ์แห่งความมุ่งมั่น ถ้าเราเชื่อในความฝัน ทุกสิ่งจะเบ่งบานออกมาในเวลาที่ใช่, เดอะคริสตัล ราชพฤกษ์ เมล็ดพันธุ์แห่งความอบอุ่น ช่วยเติมเต็มความรัก และสร้างเสียงหัว เราะ, เดอะคริสตัล ชัยพฤกษ์ เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาและการเรียนรู้ ถ่ายทอดผ่านห้องสมุดที่เปล่งแสง ทำให้รู้ว่าการเรียนรู้ที่แท้จริง คือความสนุกสนานที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ขณะที่ เพลินนารี่ เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความตื่นเต้น ทุกครั้งที่ใครหมุนวงล้อก็จะมี “ความโชคดี” ปรากฏขึ้นในรูปแบบต่างๆ, เดอะซีน เมล็ดพันธุ์แห่งจังหวะชีวิต ความสุขกลับมาอีกครั้ง กับจังหวะเพลงและดนตรีบรรเลง, แอมพาร์ค เมล็ดพันธุ์แห่งมิตรภาพ, อมอรินี่ เมล็ดพันธุ์แห่งความรัก, สัมมากรเพลส (ราชพฤกษ์, รามคำแหง, รังสิต)  และแฮปปี้ อเวนิว เมล็ดพันธุ์แห่ง “ความสุข” ถ่ายทอดความสุขเล็กๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันผ่านดอกไม้ที่บานตลอดเส้นทางเดิน

พร้อมกันนี้ ALLY ยังจัดกิจกรรมสุดพิเศษ “BLOOM JOURNEY” ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568 เชิญชวนสมาชิก ALLY SKY REWARDS ออกเดินทางเชื่อมความสุขระหว่างศูนย์การค้าในเครือ เพียงเช็กอินครบสามศูนย์การค้า รับบัตรกำนัลจากร้านค้าชื่อดังทันที นอกจากนี้ ยังเติมสีสันด้วยกิจกรรม “BLOOM STICKER” ที่มอบสติ๊กเกอร์ฮีลใจ Limited Edition จาก a.luckydoggs ให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้นำกลับไปเป็นกำลังใจในทุกวัน

คุณแหน: 10 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 10 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 10 ธันวาคม 2568

วันพุธ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ นำ บุญญนันท์ พนาพิทักษ์กุล กก.ผจก.บจ.พิทักษ์ปาล์มออยล์ พร้อมด้วยคณะผับริหาร เข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูลและบำรุงสภากาชาดไทย 29 ธ.ค. เวลา 9.00 น. ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา..

ll ชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผวจ.ร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดการแข่งขัน กีฬาวูซูสิงโตกระโดดเสาดอกเหมยนานาชาติ ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 5 ประจำปี 2568 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดโดย จ.ร้อยเอ็ด ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจ.ร้อยเอ็ด เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด มูลนิธิปึ๋งท้าวร้อยเอ็ด และสมาคมกีฬาวูซูแห่งประเทศไทย..

ll จังหวัดนครปฐมร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจ.นครปฐม รพ.นครปฐม ปชช.และภาคเอกชน ร่วมส่งมอบถังออกซิเจน 222 ถัง ยาสามัญ 1,000 ชุด น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคและบริโภค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อ.หาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง..

ll จักกนิตต์ คณานุรักษ์ นำคณะหลักสูตร LTE#6 ไปศึกษาดูงาน ณ Fintech District Milano และ Turino City Lab โดยมี ดร.สมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา, ศลิษา หาญพานิช, สันทวัฒน์ สินาเจริญ, พล.อ.ท.นพ.นพดล วีรยางกูร, ดร.จรวยพรภัทร ลีสมศิริ ประภาพรรณ พิชัยคำ, จงกลนี แก้วสด, ณรงวิทย์ ชดช้อย, อุรภา สุทธิพงษ์ชัย, มัลลิกา ภูมิวาร, วราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์, ธีรยุทธ์ นิลพัฒน์, ดร.สมศักดิ์ กวีไตรภพ, อารยา ยมนา, ฐิตกร อุษยาพร ร่วมด้วย..

ll ยามนี้ รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์ พร้อม สุขสันต์ อัครวงศธร และ ภัทธิรา หาญสกุล ไปท่องยุโรปสัมผัสอากาศหนาวเที่ยวชม Christmas Market และชิมไวน์ร้อนตามเมืองต่างในฝรั่งเศสและสวิส 9 วัน..

ll มิตรสหายร่วมยินดีกับ นพ.พลลภัตม์ เสถียร ที่ได้ลูกชายคนแรกให้ชื่อว่า ไรวิน คล้องกับลูกสาวคนโต น้องไอรีน..

ll มนตรี สุวรรณโพธิ์ศรี พาเพื่อนๆชาว LSP 3 กว่า 10 คนไปสังสรรค์รับลมเย็นที่เมืองฮานอยและซาปา 5 วัน พร้อมทั้งจัดฉลองวันเกิดให้ วันเพ็ญ ธนธรรมสิริ ด้วย งานนี้ เกียรติชาย ไมตรีวงษ์, บัณฑิต อนันตมงคล, มาริสา วงศ์ถิรวิทย์ ร่วมด้วย..

ll ณัฐพงศ์ วนวงศ์สวัสดิ์ วันเกิดปีนี้ได้ไปฉลองกับครอบครัวที่ภูเก็ตอย่างอบอุ่น..

ll เตรียมพร้อมพบกับงาน “Thailand Friendly Design, Wellness, Sport & Tourism for All Expo 2025: มหกรรมอารยสถาปัตย์ นวัตกรรมสุขภาพ กีฬาและการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 9” 11-14 ธค. เวลา 10.00-19.00 น. ณ ฮอลล์ 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค-บางนา..

รพ.ซีจีเอช พหลโยธิน ร่วมกิจกรรมจิตอาสา ‘เราทำดี ด้วยหัวใจ’

รพ.ซีจีเอช พหลโยธิน ร่วมกิจกรรมจิตอาสา ‘เราทำดี ด้วยหัวใจ’

รพ.ซีจีเอช พหลโยธิน ร่วมกิจกรรมจิตอาสา ‘เราทำดี ด้วยหัวใจ’

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.17 น.

โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน ได้เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา เราทำดี ด้วยหัวใจ” และพิธีทำบุญถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นวันสำคัญของชาติ ได้แก่ วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมจิตสาธารณะ ความสามัคคีในชุมชน และการมีส่วนร่วมในการดูแลสังคมให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ภายในงานมีพิธีทำบุญถวายพระราชกุศลเพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงอุทิศพระองค์เพื่อพัฒนาประเทศและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนไทยตลอดพระชนม์ชีพ ผู้บริหารและบุคลากรโดยหลังจากพิธีทำบุญแล้ว กิจกรรมจิตอาสาได้ดำ เนินต่อด้วยการรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกโดย หยอดทรายอะเบทในแหล่งน้ำขัง ซึ่งเป็นจุดที่มักพบบ่อย เช่น โอ่งน้ำ ,จานรองกระถาง ,ภาชนะหรือพื้นผิวที่มีน้ำขังในบริเวณวัด

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นมาตรการป้องกันที่ช่วยลดปริมาณลูกน้ำยุงลาย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก กิจ กรรมนี้ดำเนินการโดยอาสาสมัครและบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติในครัวเรือนของตนได้อย่างเหมาะสม

การมีส่วนร่วมของโรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน ในกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนงานด้านสาธารณะ ประสานความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ และการให้ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยไม่มุ่งประโยชน์เชิงพาณิชย์ การทำงานในรูปแบบนี้ช่วยเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนอย่างยั่งยืน

กิจกรรมจิตอาสา “เราทำดี ด้วยหัวใจ” ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมืออันงดงามระหว่างโรงพยาบาล หน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมทั้งร่วมกันดูแลสุขภาพชุมชนผ่านการรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลาย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

มช.คว้ารางวัลงานวิจัยจาก วช. ชูความสำเร็จทางวิชาการเพื่อสังคม ตอบโจทย์ประเทศ

มช.คว้ารางวัลงานวิจัยจาก วช. ชูความสำเร็จทางวิชาการเพื่อสังคม ตอบโจทย์ประเทศ

มช.คว้ารางวัลงานวิจัยจาก วช. ชูความสำเร็จทางวิชาการเพื่อสังคม ตอบโจทย์ประเทศ

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.55 น.

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แสดงศักยภาพด้านการวิจัยอันโดดเด่น คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมการประชุมวิชาการ นิทรรศการนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ พื้นที่สร้างการเรียนรู้ และพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้กับผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาและพัฒนาประเทศได้จริง สะท้อนบทบาทเชิงรุกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในฐานะแกนนำด้านงานวิจัยระดับประเทศและภูมิภาค

ปีนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับรางวัลจากกลุ่มผลงานที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในมิติเกษตร สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลต่างมีความโดดเด่นด้านความเป็นประโยชน์และความสามารถในการนำไปใช้จริงในพื้นที่และระดับประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้

•             รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ 1 รางวัล ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ ธีรอำพน สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ (สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์)

•             รางวัลผลงานวิจัย 5 รางวัล ได้แก่

o             ผลงานวิจัย ระดับดีมาก (สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช) ผลงานเรื่อง “การสร้างภาพเอ็มอาร์ไอสมองและปรับกลไกการกำจัดของเสียของสมองแบบ ไม่ทำลายด้วยโมเลกุลระดับนาโนของสารเชิงซ้อนเฟอรร์ริก-แทนนิก” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมชัย ปิละพงค์ สังกัดคณะเทคนิคการแพทย์ (หัวหน้าโครงการ)

o             ผลงานวิจัย ระดับดี (สาขาสังคมวิทยา) ผลงานเรื่อง “เขตเศรษฐกิจพิเศษข้ามชาติจีนในอาเซียน: ทุนเปลี่ยนรูป, ปฏิบัติการของโครงสร้างพื้นฐาน และชุมข่าย เศรษฐกิจหลากขนาด” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี สังกัดคณะสังคมศาสตร์

o             ผลงานวิจัย ระดับดี (สาขาสังคมวิทยา) ผลงานเรื่อง “โครงการพัฒนาขีดความสามารถการบริการสุขภาพผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงของเทศบาลตำบลเวียงยอง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อรัญญา ศิริผล สังกัดคณะสังคมศาสตร์ (หัวหน้าโครงการ)

o             รางวัลผลงานวิจัย ระดับดี (สาขาสังคมวิทยา) ผลงานเรื่อง “ลำเหมืองที่หายไป… ว่าด้วยการพลิกฟื้นและจัดการทุนวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นจากสายน้ำ” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สันต์ สุวัจฉราภินันท์ สังกัดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ (หัวหน้าโครงการ) 

o             ผลงานวิจัย ระดับดี (สาขาการศึกษา) ผลงานเรื่อง “การศึกษาประสิทธิผลของการดำเนินการตามโปรแกรมการฝึกทักษะชีวิตในการจัดการ ความโกรธตามวิถีพุทธในวัยเด็กตอนปลาย: โปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็น ๆ” โดย  อาจารย์ ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา สังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ (หัวหน้าโครงการ) 

•             รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น 3 รางวัล ได้แก่

o             ผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก (สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา) ผลงานเรื่อง “เอ็ม-ซีเลค” นวัตกรรมการแยกเพศอสุจิของโค ด้วยชุดแม่เหล็กที่เชื่อมต่อกับแอนติบอดี เพื่อการผลิตน้ำเชื้อโคที่ให้สัดส่วนลูกเพศเมียสูง”โดย รองศาสตราจารย์ ดร.กรวรรณ ศรีงาม สังกัดคณะเกษตรศาสตร์ (หัวหน้าโครงการ)

o             ผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดี (สาขาสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์) ผลงานเรื่อง “การวินิจฉัยโรคเมลิออยโดสิสที่รวดเร็วและแม่นยำ โดยใช้เทคโนโลยีคริสเปอร์-บีพี 34” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมสกุล วงศ์ปาลีย์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ (หัวหน้าโครงการ)

o             ผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก (สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์) ผลงานเรื่อง “แพลตฟอร์มพัฒนาแก๊สเซนเซอร์พลังงานต่ำบนพื้นฐานเทคโนโลยีแอลทีซีซี” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยกานต์ เลียวหิรัญ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ (นักวิจัยร่วม)

•             รางวัลวิทยานิพนธ์ 5 รางวัล ได้แก่

o             รางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดีเด่น (สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์) ผลงานเรื่อง “การทดลองสร้างผลึกเวลาแบบมีการสูญเสียในระบบอะตอม-โพรงแสง” สำเร็จการศึกษา University of Hamburg, สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดย อาจารย์ ดร.พัทธมน กองคำบุตร สังกัดคณะวิทยาศาสตร์

o             รางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดีมาก (สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์) ผลงานเรื่อง “ความสัมพันธ์ระหว่างผลของความสามารถในการออกกำลังกายและการแก่ของสมองโดยการกระตุ้นด้วยอาหารไขมันสูงและน้ำตาลดีกาแลคโตส, และผลของการอดอาหารและการออกกำลังกายต่อความสัมพันธ์ดังกล่าว ในหนูที่ได้รับอาหารไขมันสูงและน้ำตาลดีกาแลคโตส” โดย ดร.พัชรพงษ์ ปันทิยะ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ อาจารย์ที่ปรึกษา: ศาสตราจารย์ (เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.ทพญ.สิริพร ฉัตรทิพากร (คณะทันตแพทยศาสตร์)

o             รางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดี (สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา) ผลงานเรื่อง “การเพาะเลี้ยงเชิงกลยุทธ์ของสาหร่ายขนาดเล็กที่แยกได้ใหม่เพื่อการผลิตชีวมวลและไขมัน และการประยุกต์ใช้ในการบำบัดน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม” โดย ดร.วจีพร มณีโชติ สังกัดสำนักงานบริหารงานวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำเร็จการศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

o             รางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดี (สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา) ผลงานเรื่อง “แนวคิด Bioderivatization เพื่อการผลิตสารเคมีที่เป็นพิษหรือมีความสามารถในการละลายน้ำต่ำโดยใช้ทรัพยากรหมุนเวียน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พชร สัตยวรรธน์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำเร็จการศึกษา Imperial College London, สหราชอาณาจักร

o             รางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดี (สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์) ผลงานเรื่อง “ภาวะการระบาดของข้อมูลในวิกฤตไวรัสโคโรนากับแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทย” โดย อาจารย์ ดร.อภิภู กิติกำธร สังกัดคณะการสื่อสารมวลชน สำเร็จการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รางวัลจากเวทีนี้เป็นรางวัลสำคัญที่มอบให้ผลงานซึ่งผ่านเกณฑ์คุณภาพทางวิชาการและนำไปใช้ได้จริง ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในหลายมิติ ความสำเร็จของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปีนี้ ตอกย้ำศักยภาพของสถาบันในฐานะมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของไทย ที่มุ่งสร้างนวัตกรรมตอบโจทย์ปัญหาจริง ส่งต่อองค์ความรู้จากห้องทดลองสู่ชุมชน และสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ

-(016)

‘หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา – หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล’ เป็นประธานในพิธีเททองหล่อรูปเหมือน ‘สรพงศ์ ชาตรี’ ศิลปินแห่งชาติ

‘หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา - หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล’ เป็นประธานในพิธีเททองหล่อรูปเหมือน ‘สรพงศ์ ชาตรี’ ศิลปินแห่งชาติ

‘หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา – หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล’ เป็นประธานในพิธีเททองหล่อรูปเหมือน ‘สรพงศ์ ชาตรี’ ศิลปินแห่งชาติ

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.53 น.

ปรากฏการณ์อาทิตย์ทรงกลดขณะทำพิธีเททองหล่อรูปเหมือน “สรพงศ์ ชาตรี” ศิลปินแห่งชาติ สาขาการแสดง และผู้ก่อตั้งมูลนิธิสมเด็จพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)เมตตาบารมี เพื่อนำไปติดตั้งไว้ที่อาคารพิพิธภัณฑ์ “สรพงศ์ ชาตรี” ภายในมูลนิธิสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

มูลนิธิสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ร่วมกับประชาชนชาวสีคิ้ว ถือฤกษ์ดี วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2568 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของพระเอกผู้ล่วงลับ “เอก”สรพงศ์ ชาตรี (กรีพงศ์ เทียมเศวต) ศิลปินแห่งชาติ สาขาการแสดง ทำพิธีเททองหล่อรูปเหมือน “สรพงศ์ ชาตรี” ขนาดความสูงเท่ากับตัวจริง ซึ่งออกแบบโดย นายศิระ เลิศภูมิปัญญา โรงหล่อพระประติมากรรมประทานพร(โรงหล่ออาจารย์สุรินทร์) โดยพิธีจัดขึ้น ณ บริเวณพลับพลาทิศเหนือของมูลนิธิสมเด็จพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) บ้านโนนกุ่ม อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา 

ทั้งนี้ หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา ในหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดวงเดือน จิไธสงค์ ประธานมูลนิธิสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี , นายพิศรุตม์ เทียมเศวต และนายพัทธกฤต เทียมเศวต ลูกชายของ สรพงศ์ ชาตรี โดยมีเพื่อนพี่น้องในวงการบันเทิงมาร่วมพิธี อาทิ นัยนา ชีวานันท์, ปิยะมาศ โมนยะกุล, ฤทธิ์ ลือชา, บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ฯลฯ

เมื่อได้เวลามหามงคลฤกษ์ ประธานพิธีได้ทำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และดวงวิญญาณของพระเอกตลอดกาล “เอก”สรพงศ์ ชาตรี จากนั้นได้ทำพิธีเททองหล่อรูปเหมือน “สรพงศ์ ชาตรี” ซึ่งมีพระเถราจารย์ร่วมพิธี รวมทั้งแฟนคลับและประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาร่วมพิธี ด้วยความระลึกถึงพระเอกขวัญใจตลอดกาล “สรพงศ์ ชาตรี”

ขณะทำพิธีเททองหล่อนั้นก็ได้เกิดปรากฏการณ์อาทิตย์ทรงกลดบนท้องฟ้า สร้างความฮือฮาให้กับผู้มาร่วมพิธี ถือเป็นความศักดิ์สิทธิ์และเป็นสิริมงคลให้กับพิธีเททองหล่อในครั้งนี้ ภายหลังเสร็จพิธีทุกคนก็ยังรอคอยที่จะชมรูปหล่อของพระเอกตลอดกาล “สรพงศ์ ชาตรี” เมื่อเจ้าหน้าที่กระเทาะปูน ฉีดน้ำเผยให้เห็นรูปหล่อส่วนครึ่งตัวบน ทุกคนต่างชื่นชมในความผ่อง ความคล้าย ยิ่งทำให้ระลึกถึงพระเอกตลอดกาล “สรพงศ์ ชาตรี”  

นางสาวดวงเดือน จิไธสงค์ ประธานมูลนิธิฯ เผยว่า จากที่เตรียมการมานาน เมื่อทุกอย่างพร้อมจึงถือฤกษ์ดีวันที่ 8 ธันวาคม วันคล้ายวันเกิดพี่เอก สรพงศ์ ประกอบพิธีเททองหล่อรูปเหมือน เพื่อต่อยอดลมหายใจ ถือว่ารูปปั้นพี่เอก เป็นขวัญกำลังใจให้พวกเราได้สืบสานปณิธานคนบนฟ้าที่สร้างสรรค์ไว้”

“ขอกราบนมัสการ กราบขอบพระคุณพระคุณเจ้าทุกรูปที่เมตตามาร่วมเป็นเจ้าภาพ  ขอบพระคุณหม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา ที่เมตตามาเป็นประธานแทนองค์ท่านมุ้ย(หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล) ขอบคุณคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เป็นผู้เททองหล่อ , เอม พิศรุตม์ อั้ม พัทธกฤต เทียมเศวต ลูกชายพี่เอกที่เป็นพลังใจ และคณะส่วนราชการ อำเภอสีคิ้วทุกภาคส่วน ประชาชน กัลยาณมิตร แฟนหนังแฟนละครของพี่เอกทุกท่านที่มาร่วมเป็นพลังบุญพลังใจให้กับคนอยู่ ในนามภรรยาพี่เอก-สรพงศ์ ชาตรี ขอขอบคุณจากใจค่ะ”

ทางด้านลูกชาย พิศรุตม์ เทียมเศวต เผยถึงพิธีเททองหล่อรูปเหมือนคุณพ่อว่า “เรียกว่าอิ่มทั้งกายและจิต และก็บุญ ได้เห็นหลายคนยังคิดถึงคุณพ่อ ทั้งที่ท่านก็เสียไปนานแล้ว ขอขอบคุณหม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา, พี่เดือน-ดวงเดือน จิไธสงค์ และทางมูลนิธิฯที่จัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อระลึกคุณพ่อ รู้สึกดีที่ทุกคนยังนึกถึงคุณพ่ออยู่ และก็รู้สึกดีกับรูปคุณพ่อเวลาคนมาดูจะได้รู้สึกว่าคุณพ่อยังอยู่ที่นี่”

สำหรับการจัดสร้างรูปเหมือน “สรพงศ์ ชาตรี” นั้น เริ่มดำริมาจากหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล หรือ ท่านมุ้ย ผู้ซึ่ง “สรพงศ์ ชาตรี” รักและเคารพในฐานะผู้มีพระคุณและครูอาจารย์มาตลอด โดย ท่านมุ้ย อยากสร้างพิพิธภัณฑ์ของพระเอก “สรพงศ์ ชาตรี” เพื่อเป็นสถานที่รวบรวมผลงานการแสดงภาพยนตร์และการทำคุณประโยชน์ต่อสังคม จึงได้มีการสร้างรูปหล่อเหมือนของ “สรพงศ์ ชาตรี” เพื่อนำไปติดตั้งไว้ที่อาคารพิพิธภัณฑ์ “สรพงศ์ ชาตรี” ภายในมูลนิธิสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และภายในอาคารพิพิธภัณฑ์จะมีนิทรรศการบอกเล่าถึงชีวประวัติ ผลงานการแสดงภาพยนตร์และละคร ตลอดจนการทำคุณประโยชน์ต่อสังคม เป็นการเชิดชูศิลปินแห่งชาติ

-(016)

ไทยประกันชีวิต ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าจากอุทกภัยภาคใต้ พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัย

ไทยประกันชีวิต ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าจากอุทกภัยภาคใต้ พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัย

ไทยประกันชีวิต ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าจากอุทกภัยภาคใต้ พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัย

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.34 น.

จากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในหลายจังหวัดทางภาคใต้ ซึ่งสร้างผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ขอแสดงความเสียใจและส่งกำลังใจให้กับผู้ได้รับผลกระทบทุกภาคส่วน และเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เอาประกันภัยของบริษัทฯ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไทยประกันชีวิตจึงได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนในการช่วยหลือผู้เอาประกันภัยที่อยู่ในเขตพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฏร์ธานี ตรัง พัทลุง สตูล ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส ประกอบด้วย

การขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยออกไปอีก 60 วัน นับจากวันครบระยะเวลาผ่อนผันเดิม สำหรับผู้เอาประกันภัยที่มีกำ หนดชำระเบี้ยฯ ระหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569

สำหรับกรมธรรม์ประเภทสามัญ กรณีที่มีการนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยฯ โดยอัตโนมัติ ในระหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 หากผู้เอาประกันภัยติดต่อชำระเบี้ยฯ ภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ครบกำหนดชำระเบี้ยฯ บริษัทฯ ยกเว้นดอกเบี้ยเบี้ยประกันภัย

นอกจากนี้ ยังยกเว้นค่าธรรมเนียม สำหรับการออกกรมธรรม์ประกันชีวิต และบัตรประจำตัวผู้เอาประกันภัยที่ชำรุดหรือสูญหาย สำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดต่อบริษัทฯ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2569

ขณะเดียวกันผู้เอาประกันภัยสามารถทำธุรกรรมในการเรียกร้องสินไหมทดแทนได้ ผ่านช่องทาง TLI แอปพลิเคชัน หรือใช้บริการแฟกซ์เคลมผ่านโรงพยาบาลคู่สัญญาได้ ในส่วนสินไหมมรณกรรมสามารถยื่นเคลมผ่านแอปพลิเคชันของฝ่ายขาย TL After Plus ได้ โดยบริษัทฯ จัดเตรียมช่องทางการสอบถามข้อมูลด้านต่างๆ เพื่อให้บริการผู้เอาประกันภัย ดังนี้

  • กรณีสอบถามข้อมูลกรมธรรม์ โทร. 1124
  • กรณีสอบถามการต่ออายุสัญญากรมธรรม์และการออกกรมธรรม์สูญหาย โทร. 02247 0247 ต่อ 00160
  • กรณีสอบถามการเคลมสินไหม โทร. 02 246 5991

พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการส่งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่อย่างเร่งด่วน บริษัทฯ ได้มอบผ้าห่มจำนวน 300 ผืน พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น ผ่านกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ โดยมี พลเรือตรี ปณิธาน สิทธิโยธาคาร รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เป็นผู้รับมอบ

ไทยประกันชีวิต พร้อมดูแลให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจทุกหน่วยงาน ตามเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ในการเคียงข้างทุกวิกฤตเพื่อดูแลคนไทยทุกคน

ไทยเบฟ ได้รับรางวัล Outstanding Contributor in Sustainability จากงาน SPOTLIGHT DAY 2025

ไทยเบฟ ได้รับรางวัล Outstanding Contributor in Sustainability จากงาน SPOTLIGHT DAY 2025

ไทยเบฟ ได้รับรางวัล Outstanding Contributor in Sustainability จากงาน SPOTLIGHT DAY 2025

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.24 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล Outstanding Contributor in Sustainability องค์กรที่โดดเด่นด้านความยั่งยืน ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสู่การเติบโตอย่างรับผิดชอบต่อการดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างคุณค่าให้กับสังคม จากงาน SPOTLIGHT DAY 2025 จัดโดย Amarin TV เพื่อมอบรางวัล Outstanding Contributor ยกย่ององค์กรที่มีผลงานเป็นประจักษ์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในสาขาต่างๆ โดยมี ต้องใจ ธนะชานันท์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มงานความยั่งยืนและกลยุทธ์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์