กรมชลประทานเผยความคืบหน้าโครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล

กรมชลประทานเผยความคืบหน้าโครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล

กรมชลประทานเผยความคืบหน้าโครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กรมชลประทาน โดย นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมพร้อมด้วย นายชาญณรงค์ จันทมงคล ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำโขง-ชี-มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 (หัวงานแนวผันน้ำ) ครั้งที่ 2 โดยมี นางพรทิพย์ ขามก้อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.นาคำ และ นายเจษฎา ตันติบัญชาชัย นายกเทศมนตรีตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ เข้ารับฟังข้อมูลโครงการ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านน้ำและสนับสนุนพื้นที่เกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ห้องประชุม Green Valley วารี วัลเล่ย์ รีสอร์ท จ.ขอนแก่น

Concrete Dream นิทรรศการกลุ่มของ 7 ศิลปินกราฟฟิตีจาก 3 ประเทศ

Concrete Dream นิทรรศการกลุ่มของ 7 ศิลปินกราฟฟิตีจาก 3 ประเทศ

Concrete Dream นิทรรศการกลุ่มของ 7 ศิลปินกราฟฟิตีจาก 3 ประเทศ

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                นิทรรศการ Concrete Dream นำเสนอผลงาน 7 ศิลปินกราฟฟิตีจากไทย ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ใช้ศิลปะแนวกราฟฟิตี (Graffiti Art) เป็นภาษาสากลในการถ่ายทอดเรื่องราวความฝันและการต่อสู้ดิ้นรนในท่วงทำนองของตนเอง แม้แตกต่างด้วยวัย ภูมิหลัง ประสบการณ์ และเส้นทางชีวิต แต่ “ภาษาของกราฟฟิตี” ได้กลายเป็นจุดร่วมที่นำพาศิลปินทั้งหมดให้เดินทางมาพบเพื่อปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดการทำงานร่วมกัน และพัฒนาแนวคิดจนตกผลึกเป็นนิทรรศการในครั้งนี้   

                ระหว่างเดินชมนิทรรศการ ผู้ชมจะรู้สึกราวกับเดินทางผ่านเรื่องราวชีวิตของศิลปินทั้ง 7 คน ผ่านประสบการณ์ในวันวานที่หล่อหลอมตัวตนของพวกเขาในปัจจุบัน ทั้งยังชวนตั้งคำถามถึงความไม่แน่นอนและความสับสนในวัยเยาว์ ที่เราต่างเคยพลาดพลั้งให้กับความอ่อนแอ หากแต่ทุกความผิดพลาดล้วนเป็นองค์ประกอบของการเติบโต เช่นเดียวกับสัญชาตญาณและความกล้าที่จะฝันอันสะท้อนถึงคุณค่าที่ควรค่าแก่การเก็บรักษาไว้ แม้กาลเวลาจะเคลื่อนผ่านไป

                จากชั้น 1 สู่ชั้น 2 ของ Maison JE Bangkok สถานที่จัดแสดงนิทรรศการ คุณจะสัมผัสได้ถึงเส้นทางชีวิตที่มาบรรจบกันของศิลปินทั้ง 7 คน จากการเผชิญโลกภายนอก สู่การทำความเข้าใจโลกภายในอย่างเงียบงัน จากแรงกดดันของสังคม สู่การค้นพบคุณค่าและเป้าหมายในชีวิต Concrete Dream ไม่ได้นิยามความหมายของกราฟฟิตี ไม่ได้โรแมนติไซส์ในวัฒนธรรมสตรีท หากแต่เพียงถ่ายทอด “ประสบการณ์ชีวิตในเมือง” ผ่านกราฟฟิตีและมุมมองของศิลปิน ให้เป็นพื้นที่ที่เปิดรับทุกความรู้สึก ทั้งยังเปิดกว้างเพียงพอให้ผู้ชมปลดปล่อยจินตนาการ บางผลงานอาจชวนให้นึกถึงประสบการณ์ร่วม เพื่อเข้าถึงการเติบโตภายในที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

                นิทรรศการ Concrete Dream จัดแสดงระหว่างวันที่ 20 มีนาคม – 3 พฤษภาคม 2569 ณ Maison JE Bangkok ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 11.00 – 19.00 น. (ปิดวันจันทร์) ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook: Maison JE Bangkok หรือโทร. 096 221 1646

คุณแหน: 13 มีนาคม 2569

คุณแหน: 13 มีนาคม 2569

คุณแหน: 13 มีนาคม 2569

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

ll ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และประธานกรรมการมูลนิธิ รพ.สมเด็จพระยุพราช เป็นประธานในพิธีเปิด อาคารตรวจผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) และเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านบริการสุขภาพของรพ. ณ รพ.สมเด็จพระยุพราชเวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี..๐๐

ll พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา พร้อมคณะ ร่วมประชุมหารือการพัฒนาและการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้เรียนรู้สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในพื้นที่จ.อ่างทอง โดยมี ไพบูลย์  ศุภบุญ รอง ผวจ.อ่างทอง ให้การต้อนรับ..๐๐

ll จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสาพระราชทาน มหาวิทยาลัยแห่งความจงรักภักดีเหนือเกล้า พร้อมกล่าวต้อนรับพลเอก บุญสิน พาดกลาง ที่มาร่วมกิจกรรมและบรรยายพิเศษ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ในการสร้างจิตสำนึกรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ณ หอประชุมวชิราลงกรณ ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี..๐๐

ll อนุโมทนาบุญกับ ครอบครัวจิรกิติ และบจ.สีลมอาคารและบริการ โดย ศรีสมร-อรรณพ จิรกิติ ที่บริจาคเงินเพื่อสมทบทุนโครงการศูนย์บูรณาการรักษาโรคมะเร็งครบวงจร รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย..๐๐

ll มิตรสหายยินดีกับ นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน..๐๐

ll ทวี ปิยะพัฒนา, ประภา ปูรณโชติ, ชนัญญารักษ์ เพ็ชรรัตน์, รสริน เธียรนุกุล เป็นผู้แทนเพื่อนๆ วตท. 14 ไปร่วมแสดงความเสียใจกับ วาสนา หงส์ทอง ที่สูญเสียมารดา สังวาลย์ รอดเอี่ยม..๐๐

ll พันโทหญิง ดร.ธมกร ศุภธนรังสี นายกสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย (TDPA) เปิดตัวสมาคมฯอย่างเป็นทางการ ด้วยการผนึกกำลังจากแกร็บ ลาซาด้า ไลน์แมนวงใน และช้อปปี้เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยสู่มาตรฐานสากล..๐๐

ll สุเมธ สุรบถโสภณ แจ้งเชิญเพื่อนๆ BCC 129 มางานเลี้ยงรุ่นครบรอบ 55 ปีที่เป็นเพื่อนกัน 21 มีค. 17.30 – 22.30 น. ห้อง Diamond Dome 1 ชั้นที่ 22 รร.ควีนสแลนด์

ll วสันต์-เต็มใจ สร้อยพิสุทธิ์ มอบเงินบริจาคเพื่อปรับปรุงห้องพิเศษ รพ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รับมอบโดย อ.ดร.พญ.ศิรัญญา แพเจริญ..๐๐

ll เพื่อสร้างอนาคตเด็กพิเศษอย่างยั่งยืน วรรณวนัช กันพรม ขอเชิญร่วมเป็นพลังสำคัญสนับสนุนโครงการติดโซล่าเซลล์ลดค่าไฟ ด้วยการบริจาคผ่าน ธ.กรุงไทย เลขที่ 591-6-00135-5 ชื่อบช. รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ หรือผ่านระบบ e-Donation สอบถาม โทร. 092-739-0990 ใบเสร็จลดหย่อนภาษีได้..๐๐

ll มีปัญหาเรื่องการใช้สิทธิบัตรทอง ไม่ต้องกังวล สายด่วน สปสช. 1330 พร้อมช่วยเหลือ โทรฟรี 24 ชั่วโมง โทรสอบถามได้ทันที ไม่ว่าจะกังวลเรื่อง ค่ารักษา, เจ็บป่วยฉุกเฉินควรไปที่ไหน, ต้องการเปลี่ยนโรงพยาบาลประจำตัว, ถูกเรียกเก็บเงิน, ตรวจสุขภาพ, ทำฟัน, ใช้สิทธิรักษามะเร็ง, หรือ ขอรับผ้าอ้อมผู้ป่วยติดเตียง ฯลฯ ช่องทางออนไลน์: LINE OA สปสช. ไลน์ไอดี @nhso และ Facebook สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ..๐๐

น้องใหม่

ภาพสวยไม่พอ! Ai Studio เผย 4 เช็กลิสต์ ที่คู่รักต้องเคลียร์ก่อนจ้างช่างภาพ ถ้าไม่อยากผิดหวังในวันแต่งงาน

ภาพสวยไม่พอ! Ai Studio เผย 4 เช็กลิสต์ ที่คู่รักต้องเคลียร์ก่อนจ้างช่างภาพ ถ้าไม่อยากผิดหวังในวันแต่งงาน

ภาพสวยไม่พอ! Ai Studio เผย 4 เช็กลิสต์ ที่คู่รักต้องเคลียร์ก่อนจ้างช่างภาพ ถ้าไม่อยากผิดหวังในวันแต่งงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.01 น.

AiStudio.Wedding แนะ 4 Check List คู่รักและช่างภาพต้องเคลียให้ชัดก่อนจ้างงาน เพราะธุรกิจถ่ายภาพ ไม่ใช่แค่บริการแต่คือ “ความคาดหวัง”

ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของธุรกิจถ่ายภาพงานแต่งในปัจจุบัน “ภาพสวย” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะสิ่งที่กำหนดความพึงพอใจของลูกค้าอย่างแท้จริง คือ “ความเข้าใจที่ตรงกันตั้งแต่ต้น” Ai Studio ผู้ให้บริการถ่ายภาพเวดดิ้งและพรีเวดดิ้ง (Wedding Photography and Film) เผยว่าปัญหาที่มักเกิดขึ้นหลังจบงาน ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากคุณภาพของไฟล์ภาพ แต่เกิดจาก “ความคาดหวังที่ไม่ได้สื่อสารให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน” เพราะในความเป็นจริง ธุรกิจถ่ายภาพไม่ได้มีเพียงแค่การกดชัตเตอร์ แต่คือการบริหารความคาดหวังของลูกค้าอย่างมืออาชีพ ดังนั้น ก่อนการว่าจ้าง ช่างภาพและคู่รักผู้ว่าจ้างควรเคลียร์ 4 Check List สำคัญให้ชัดเจน

บอส-อัฒมาส อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้ง บริษัท เอไอ สตูดิโอ เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า “เราเชื่อว่าธุรกิจถ่ายภาพไม่ใช่แค่การกดชัตเตอร์ แต่คือการบริหารความคาดหวังของลูกค้าอย่างมืออาชีพ หากความเข้าใจไม่ตรงกัน ต่อให้ภาพสวยแค่ไหน ก็อาจไม่ตอบโจทย์ความรู้สึกของเจ้าของงานได้ ดังนั้น ก่อนการเริ่มงานหรือก่อนการว่าจ้าง ทั้งช่างภาพและคู่รักผู้ว่าจ้างจำเป็นต้องเคลียร์เงื่อนไขการทำงานให้ชัดเจน”

1. Objective – กำหนดวัตถุประสงค์ของงานให้ชัดเจน หนึ่งในประเด็นที่พบได้บ่อย คือคำถามหลังส่งมอบงาน เช่น “ทำไมไม่มีภาพแขกท่านนั้น ท่านนี้” ทั้งที่ในความเป็นจริง บทบาทหลักของช่างภาพเวดดิ้งตามมาตรฐานของแพ็กเกจ คือการบันทึกภาพของบ่าวสาวเป็นหลัก ดังนั้น หากต้องการให้ทีมช่างภาพเก็บบรรยากาศภายในงานหรือภาพแขกเพิ่มเติม จำเป็นต้องแจ้งให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพราะอาจต้องมีการเพิ่มจำนวนทีมงาน และวางแผนการทำงานให้เหมาะสม เพื่อให้ทีมสามารถบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. Theme and Style – เลือกธีมและสไตล์ให้ตรงกัน อีกหนึ่งความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่พบได้บ่อย คือการคาดหวังให้ภาพออกมาหลากหลายสไตล์ในงานเดียว เช่น โทนอุ่นธรรมชาติ แนวแฟชั่นดาร์ก หรือโทนฟิล์มวินเทจ ในความเป็นจริง ช่างภาพแต่ละทีมมักมีเอกลักษณ์หรือ Signature Style ของตัวเอง ซึ่งสะท้อนผ่านโทนสี การจัดแสง และมุมมองในการเล่าเรื่อง ดังนั้น การเลือกช่างภาพจึงเปรียบเสมือนการเลือกมุมมอง ไม่ใช่การว่าจ้างให้เปลี่ยนตัวตน ลูกค้าควรศึกษาพอร์ตโฟลิโอของช่างภาพอย่างละเอียด และเลือกทีมที่ตรงกับความชอบตั้งแต่ต้น เพื่อลดโอกาสเกิดความผิดหวังในภายหลัง

3. Timing – ระยะเวลาในการทำงานต้องชัดเจน ระยะเวลาในการทำงานเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่อาจนำไปสู่ปัญหาได้ หากไม่มีการตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น คำถามที่ทีมงานพบได้บ่อยคือ “ทำไมไม่สามารถถ่ายเกินเวลาที่ตกลงได้ ทั้งที่งานยังไม่เสร็จ” ในทางปฏิบัติ การกำหนดจำนวนชั่วโมงการทำงานมีผลโดยตรงต่อตารางคิวงาน ค่าแรงทีมงาน และภารกิจอื่น ๆ ที่ต่อเนื่องภายในวันเดียวกัน ดังนั้น คู่รักผู้ว่าจ้างควรสอบถามรายละเอียดให้ครบถ้วนตั้งแต่ก่อนจ้างงาน เช่น หากเกิดเหตุสุดวิสัยที่ทำให้งานล่าช้า ช่างภาพสามารถช่วยเหลือได้อย่างไร สามารถต่อเวลาเพิ่มเติมได้หรือไม่ หรือมีอัตราค่าล่วงเวลาอย่างไร

4. Communication – การสื่อสารคือกุญแจสำคัญ การสื่อสารที่ชัดเจนถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกัน หากมีข้อสงสัยควรรีบสอบถามและปรึกษากันตั้งแต่เนิ่น ๆ นอกจากนี้ ควรมีการนัดหมายพูดคุยหรือประชุมก่อนวันงานประมาณ 7 วัน เพื่อสรุปรายละเอียดสำคัญอีกครั้ง เช่น ลำดับพิธี ช็อตสำคัญที่ห้ามพลาด รายชื่อบุคคลสำคัญ โทนภาพที่ต้องการ รวมถึงเงื่อนไขในการส่งมอบงาน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกัน และลดโอกาสเกิดความผิดพลาดในวันงาน
“ท้ายที่สุดแล้ว ภาพถ่ายอาจเป็นความทรงจำที่อยู่กับคู่บ่าวสาวไปตลอดชีวิต แต่ความพึงพอใจจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อความคาดหวังได้รับการบริหารอย่างมืออาชีพตั้งแต่ต้น” คุณบอส กล่าวทิ้งท้าย

เล่าผ่านภาพ! นิทรรศการภาพถ่าย ‘มนุษย์อนาคต’ เปิดพื้นที่ให้เยาวชนร่วมถ่ายทอดมุมมองต่อความหมายของมนุษย์

เล่าผ่านภาพ! นิทรรศการภาพถ่าย ‘มนุษย์อนาคต’ เปิดพื้นที่ให้เยาวชนร่วมถ่ายทอดมุมมองต่อความหมายของมนุษย์

เล่าผ่านภาพ! นิทรรศการภาพถ่าย ‘มนุษย์อนาคต’ เปิดพื้นที่ให้เยาวชนร่วมถ่ายทอดมุมมองต่อความหมายของมนุษย์

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.42 น.

ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดนิทรรศการประกวดภาพถ่ายเนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี ของคณะมนุษยศาสตร์ ภายใต้แนวคิด “มนุษย์อนาคต” เปิดพื้นที่ให้เยาวชนและผู้ที่สนใจด้านการถ่ายภาพได้ร่วมถ่ายทอดมุมมอง ความคิด และจินตนาการต่อความหมายของมนุษย์ในโลกอนาคต ผ่านผลงานภาพถ่ายในรูปแบบ Diptych ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องผ่านภาพคู่ที่สะท้อนความหมายเชิงเปรียบเทียบและการตีความที่หลากหลาย นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 10-15 มีนาคม 2569 ณ ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

โดยพิธีเปิดนิทรรศการได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.นัทธนัย ประสานนาม รองคณบดีฝ่ายวิจัยและสร้างสรรค์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานในพิธี โดยกล่าวถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ในลักษณะนี้ว่า เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิชาการกับศิลปะการถ่ายภาพ พร้อมทั้งสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างนักเรียน นักศึกษา ศิลปิน และผู้ที่สนใจในสังคมวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับองค์กรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ในหลากหลายแขนง รวมถึงด้านนิเทศศาสตร์

การประกวดภาพถ่ายในครั้งนี้ยังเกิดขึ้นจากความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ได้แก่ สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, นิตยสารอนุสาร อ.ส.ท. และ สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ซึ่งเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรม เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างวงการวิชาการและวงการวิชาชีพด้านการถ่ายภาพอย่างสร้างสรรค์

สำหรับการประกวดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และบุคคลทั่วไป โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศในรุ่นมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ นางสาวศิรดา สังขะทรัพย์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา กับผลงานชื่อ “maybe this is our future” ที่ถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับอนาคตที่มนุษย์สามารถเลือกกำหนดได้จากการกระทำของตนเอง ผ่านภาพรองเท้าบูธคู่หนึ่งที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สะท้อนประเด็นปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมได้อย่างชวนตั้งคำถาม

ขณะที่รางวัลชนะเลิศในประเภทบุคคลทั่วไป ได้แก่ นางสาวนภัสนันท์ ค้าเจริญ จากผลงาน “มนุษย์เป็ด” ซึ่งนำภาพของมนุษย์และเป็ดมาวางต่อกันอย่างแนบเนียน เพื่อสื่อถึงแนวคิดของ “มนุษย์เป็ด” ในมิติใหม่เชิงบวก ว่าการเป็นคนที่มีทักษะหลากหลาย แม้อาจไม่ได้เชี่ยวชาญเพียงด้านเดียว กลับเป็นคุณสมบัติสำคัญในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเป็นบุคลิกของมนุษย์ที่สามารถเชื่อมโยงกับอนาคตได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากผลงานที่ได้รับรางวัลแล้ว ภายในนิทรรศการยังมีผลงานภาพถ่ายอีกจำนวนมากที่ถ่ายทอดจินตนาการเกี่ยวกับ “มนุษย์อนาคต” ในมิติที่หลากหลาย รอให้ผู้สนใจได้ร่วมสัมผัสแรงบันดาลใจผ่านสายตาของช่างภาพรุ่นใหม่

ผู้ที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่รักการถ่ายภาพ ผู้ชื่นชอบงานศิลปะ หรือเยาวชนที่อยากเปิดรับมุมมองใหม่ ๆ สามารถเข้าชมนิทรรศการได้ ระหว่างวันที่ 10-15 มีนาคม 2569 ณ ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยนิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงภาพถ่าย แต่ยังเป็นเวทีแห่งการตั้งคำถามและจินตนาการถึงทิศทางของมนุษย์และสังคมในอนาคต ผ่านมุมมองสร้างสรรค์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน แล้วมาร่วมสำรวจความเป็นไปได้ของโลกวันพรุ่งนี้ไปพร้อมกับเหล่า “ผู้ออกแบบอนาคต” ผ่านเลนส์ของคนรุ่นใหม่ในนิทรรศการครั้งนี้

พม. ชวนเที่ยวเชียงใหม่ สัมผัสอัตลักษณ์ 10 ชาติพันธุ์ ในงาน “มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569” 21–23 มี.ค. นี้

พม. ชวนเที่ยวเชียงใหม่ สัมผัสอัตลักษณ์ 10 ชาติพันธุ์ ในงาน “มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569” 21–23 มี.ค. นี้

พม. ชวนเที่ยวเชียงใหม่ สัมผัสอัตลักษณ์ 10 ชาติพันธุ์ ในงาน “มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569” 21–23 มี.ค. นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.12 น.

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ แถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569” ภายใต้แนวคิด “เส้นทางพระราชา พัฒนาสายใยถัก อัตลักษณ์วิถีชาติพันธุ์ ผลักดันสวัสดิการยั่งยืน” เพื่อเปิดพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ควบคู่กับการส่งเสริมช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมชาติพันธุ์ ระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์เรียนรู้ราษฎรบนพื้นที่สูง สวนล้านนา ร.9 จังหวัดเชียงใหม่

นางสาวแรมรุ้ง กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ มีภารกิจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต “ราษฎรบนพื้นที่สูง” ผ่านการส่งเสริมอาชีพ การสร้างรายได้ และการจัดสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึง ควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยได้ยกระดับพิพิธภัณฑ์เรียนรู้ราษฎรบนพื้นที่สูง ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมชาติพันธุ์ที่สำคัญของประเทศ พร้อมน้อมนำพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ มาเป็นแนวทาง
ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน

นางสาวแรมรุ้ง กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงาน “มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569” มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจในวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เปิดโอกาสให้ราษฎรบนพื้นที่สูงนำผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจำหน่าย สร้างรายได้ที่มั่นคง และต่อยอดสู่การจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับบริบทสังคมยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นเวทีสร้างการรับรู้ถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันงดงามของประเทศไทย ปัจจุบันกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 10 ชาติพันธุ์ มีจำนวนกว่า 759,000 คน กระจายอยู่ในพื้นที่ 20 จังหวัด ของภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศ

ภายในงานรวบรวมเรื่องราวและวิถีชีวิตของชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 10 ชาติพันธุ์ ได้แก่ กะเหรี่ยง ขมุ ถิ่นหรือมัลปรัย ม้ง อิ้วเมี่ยนหรือเย้า ลัวะหรือละว้า ลาหู่หรือมูเซอ ลีซูหรือลีซอ อ่าข่าหรืออีก้อ และมละบริ ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูง และนิทรรศการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้านการส่งเสริมอาชีพให้กับชาวไทยภูเขา การจำลองวิถีชีวิตชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงและการสาธิต “ประเพณีกินข้าวใหม่ชาติพันธุ์” ซึ่งเป็นพิธีกรรมสำคัญที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อขอบคุณธรรมชาติและบรรพบุรุษ
ที่คุ้มครองให้เกิดความอุดมสมบูรณ์

นอกจากนี้ ภายในงานยังมี บูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากราษฎรบนพื้นที่สูง เช่น ผ้าทอ กาแฟ เครื่องเงิน และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมกิจกรรม Workshop สาธิตงานหัตถกรรม เช่น การทำกำไลข้อมืออ่าข่า และการทำกิ๊บติดผมคังด้งกะเหรี่ยง การแสดงศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละชาติพันธุ์ รวมถึงกิจกรรม Business Matching เพื่อเชื่อมโยงตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน และเวทีเสวนา “วิถีชาติพันธุ์กับการพัฒนาสวัสดิการอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยสีสันและเสน่ห์ของความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ในงาน “มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569” ระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคม 2569 เวลา 08.00 – 20.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์เรียนรู้ราษฎรบนพื้นที่สูง สวนล้านนา ร.9 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.dsdw.go.th และ Facebook Fanpage กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ไทยเบฟฯ เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระพันปีหลวง

ไทยเบฟฯ เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระพันปีหลวง

ไทยเบฟฯ เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระพันปีหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.02 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569

ในการนี้ ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย คณะกรรมการ ที่ปรึกษา ผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมในพิธี ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ร่วมเป็นเจ้าภาพ พิธีสวดพระอภิธรรมศพ จรัลธาดา กรรณสูต อดีตองคมนตรี

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ร่วมเป็นเจ้าภาพ  พิธีสวดพระอภิธรรมศพ จรัลธาดา กรรณสูต อดีตองคมนตรี

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ร่วมเป็นเจ้าภาพ พิธีสวดพระอภิธรรมศพ จรัลธาดา กรรณสูต อดีตองคมนตรี

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.58 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรมศพ จรัลธาดา กรรณสูต อดีตองคมนตรี และอดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธี  ในการนี้ ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา ผู้ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พร้อมด้วย ฉัตรชัย พรหมเลิศ รองประธานกรรมการ, ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ รองประธานกรรมการ, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการ คณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ร่วมพิธี เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ณ ศาลาร้อยปี วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร 

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการศพโดยตลอด

บรรพชาอุปสมบทหมู่ 93 รูป อุทิศถวายแด่พระพันปีหลวง องค์พระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ

บรรพชาอุปสมบทหมู่ 93 รูป อุทิศถวายแด่พระพันปีหลวง  องค์พระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ

บรรพชาอุปสมบทหมู่ 93 รูป อุทิศถวายแด่พระพันปีหลวง องค์พระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.22 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่โครงการพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ 93 รูป เพื่อน้อมอุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์พระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ โดย พล.อ.อ. ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี  ประธานโครงการเป็นประธานในพิธีฯ  การนี้มีคณะกรรมการมูลนิธิฯ และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ไปร่วมถวายพระราชกุศลจำนวนมาก อาทิ  กระทรวงมหาดไทย กองทัพอากาศ จังหวัดจันทบุรี ม.ร.ว.ชิษณุสรร – ม.ร.ว.พร้อมฉัตร  สวัสดิวัตน์, ชัยวัฒน์  ชื่นโกสุม,  ผศ.ดร.พรทิพย์  พุกผาสุก, อัญชลี  ชวนิชย์, ดร.ประวิช  รัตนเพียร, พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร, ดร.พรชัย  มงคลวนิช,  คณิตา  ราษฏร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และ น.อ.ทรงศักดิ์  ธรรมสาร ฯลฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ณ อาคารพระสมเด็จองค์ปฐม วัดเทพประทานอธิพร อ.สอยดาว จ.จันทบุรี  

พล.อ.อ.ชลิต  พุกผาสุข องคมนตรี ประธานโครงการ และประธานพิธีรับผ้าไตรพระราชทานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ 93 รูป นี้ จัดมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์  และวัดเทพประทานอธิพร  ด้วยความสนับสนุนจากกระทรวงมหาดไทย กองทัพอากาศ กรมประชาสัมพันธ์ จังหวัดจันทบุรี สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สมาคมแม่บ้านมหาดไทย  สมาคมแม่บ้านเหล่าทัพต่าง ๆ  สมาคมภริยาอัยการ และผู้มีจิตกุศลจำนวนมาก ฯลฯ เพื่อน้อมอุทิศถวายพระราชกุศลและถวายความกตัญญูกตเวทีด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐด้วยทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยมาช้านานโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการศึกษาของเยาวชนผู้ยากไร้  และพระปรีชาสามารถอันเป็นเลิศ  พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละ ความเพียร และพระเมตตาธรรม กับทั้งทรงเป็นแบบอย่างแห่งความศรัทธา ทรงเป็นดวงประทีป และทรงอุปถัมภ์ค้ำจุนพระพุทธศาสนา เพื่อให้มั่นคงสถาพรสืบไป

พล.อ.อ.ชลิต  พุกผาสุข องคมนตรี ถวายผ้าไตรพระราชทาน แด่  เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี  พระอุปัชฌาย์

คณะกรรมการจัดงานฯ ฉลองศรัทธาทุกคนที่สมัครบรรพชาอุปสมบท ที่ปรารถนาจะถวายความกตัญญูโดยมีส่วนร่วมบรรพชาอุปสมบทถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยรับผู้บรรพชาอุปสมบทไว้ทั้งหมดจำนวนมากเกินกำหนด 93 รูป คือจำนวน 150 คน จาก 27 จังหวัด ประกอบด้วย ข้าราชการ และประชาชนทั่วไปจากภาคธุรกิจสาขาต่างๆ  และเป็นที่น่ายินดียิ่งที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569มีมติให้ข้าราชการ อุปสมบท โดยไม่ถือว่าเป็นวันลา โครงการเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 9 มีนาคม 256 โดยผู้ร่วมโครงการฯ ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

ชัยวัฒน์  ชื่นโกสุม  รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ถวายพานสักการะ แด่พระอธิการธาตุ อธิปัญโญ  เจ้าอาวาสวัดเทพประทานอธิพร

อาคารสมเด็จองค์ปฐม สถานที่บรรพชานี้ เป็นอาคารประวัติศาสตร์ และทรงคุณค่ายิ่งเนื่องจากประดิษฐานพระสมเด็จองค์ปฐม (พระพุทธเมตตา) “หนี่งเดียวในโลก” ที่จัดสร้างเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จไปทรงประกอบพิธีสมโภชองค์พระ เมื่อเดือนมีนาคม ปีที่ผ่านมา

ขอเชิญพุทธศาสนิกชนไปกราบสักการะ พระสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา” หนึ่งเดียวในโลก ที่วัดเทพประทานอธิพร ได้ทุกวัน ในเวลาราชการ           

พล.อ.อ.ชลิต  พุกผาสุข องคมนตรี, ชัยวัฒน์  ชื่นโกสุม, ม.ร.ว.ชิษณุสรร – พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์, ผศ.ดร.พรทิพย์  พุกผาสุก, ดร.ประวิช รัตนเพียร, อัญชลี  ชวนิชย์, พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร, ดร.พรชัย  มงคลวนิช และ คณิตา  ราษฏร์นุ้ย

ชัยวัฒน์  ชื่นโกสุม, ม.ร.ว.ชิษณุสรร - พร้อมฉัตร  สวัสดิวัตน์, พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์  ธารีฉัตร, ดร.พรชัย  มงคลวนิช ,  ดร.ปราศรัย  ประวัติรุ่งเรือง,  กรรณภรณ์  วงศ์ปิยะกุล,ดร.พรทิพย์  วงษ์นครินทร์ และ พรทิพย์  แฝงยงค์

ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม, ม.ร.ว.ชิษณุสรร – พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์, พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร, ดร.พรชัย มงคลวนิช , ดร.ปราศรัย ประวัติรุ่งเรือง, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล,ดร.พรทิพย์ วงษ์นครินทร์ และ พรทิพย์ แฝงยงค์

องคมนตรี พล.อ.อ.ชลิต - ผศ.ดร.พรทิพย์  พุกผาสุข            ถ่ายภาพร่วมกับ นาวาอากาศเอก ทรงศักดิ์ ธรรมสาร   ผู้บังคับการกองบิน 3

องคมนตรี พล.อ.อ.ชลิต – ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข ถ่ายภาพร่วมกับ นาวาอากาศเอก ทรงศักดิ์ ธรรมสาร ผู้บังคับการกองบิน 3

ปฐมนิเทศต้อนรับนาคทั้งหมด ณ อาคารเฉลิมพระกียรติฯสมเด็จพระพี่นางเธอฯ

ปฐมนิเทศต้อนรับนาคทั้งหมด ณ อาคารเฉลิมพระกียรติฯสมเด็จพระพี่นางเธอฯ

พล.อ.อ.ชลิต  พุกผาสุข  องคมนตรี ประธานมอบผ้าไตร  แก่นาค เป็นรูปแรกของการมอบผ้าไตรทุกชุด พร้อมเจ้าภาพชุดละ 10 ท่าน

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานมอบผ้าไตร แก่นาค เป็นรูปแรกของการมอบผ้าไตรทุกชุด พร้อมเจ้าภาพชุดละ 10 ท่าน

พลเรือโท อุทาน  คล้ายภูผึ้ง นาคเอก และนาคทั้งหมด เข้าสู่พิธีบรรพชาอุปสมบท

พลเรือโท อุทาน คล้ายภูผึ้ง นาคเอก และนาคทั้งหมด เข้าสู่พิธีบรรพชาอุปสมบท

ญาติโยมจากกองบิน 3 ปลงผมนาคเพื่อนร่วมงาน

ญาติโยมจากกองบิน 3 ปลงผมนาคเพื่อนร่วมงาน

พระนวกะ 150 รูป เจริญจิตภาวนา ที่ ชั้น 3  หน้าพระสมเด็จองค์ปฐม

พระนวกะ 150 รูป เจริญจิตภาวนา ที่ ชั้น 3 หน้าพระสมเด็จองค์ปฐม

10.	เจ้าหน้าที่อำเภอสอยดาว / อบต. / เทศบาลทุกแห่ง สนับสนุนการจัดงาน

10. เจ้าหน้าที่อำเภอสอยดาว / อบต. / เทศบาลทุกแห่ง สนับสนุนการจัดงาน

ททท. ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวมิติใหม่ เปิดตัวโครงการ ‘Hello Strangers-เจอกันที่โฮสเทล‘ เปิดรับบทสนทนา ความสนุก มิตรภาพใหม่ๆ

ททท. ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวมิติใหม่ เปิดตัวโครงการ ‘Hello Strangers-เจอกันที่โฮสเทล‘ เปิดรับบทสนทนา ความสนุก มิตรภาพใหม่ๆ

ททท. ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวมิติใหม่ เปิดตัวโครงการ ‘Hello Strangers-เจอกันที่โฮสเทล‘ เปิดรับบทสนทนา ความสนุก มิตรภาพใหม่ๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.47 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เริ่มต้นปี 2569 ด้วยมิติใหม่ “Thailand Tourism Next” ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวผ่านกลยุทธ์ Value Over Volume ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่ามากกว่าปริมาณ มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้การท่องเที่ยวเป็นการเดินทางไปค้นพบความสุข ความสนุก ความทรงจำ และคุณค่าที่คืนกลับสู่ตัวเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมต่อยอดแบรนด์ Amazing Thailand ให้ยังคงเป็น Top of Mind ของนักท่องเที่ยว

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการกระตุ้นตลาดไทยเที่ยวไทยปีนี้ ซึ่งไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำเสนอจุดหมายปลายทาง แต่ขยายไปสู่การออกแบบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้คนและเรื่องราวระหว่างเดินทาง ผ่านโครงการล่าสุด Hello Strangers – เจอกันที่โฮสเทล ที่ชวนทุกคนก้าวออกจาก Comfort Zone ไปเปิดรับบทสนทนา ความสนุก และมิตรภาพใหม่ ๆ ซึ่งอาจกลายเป็นความทรงจำพิเศษของการเที่ยวเมืองไทยในแบบที่ไม่เหมือนเดิม

เมื่อมองลึกลงไปถึงหัวใจของกลยุทธ์ Value Over Volume ที่ ททท. นำมาใช้เป็นวิสัยทัศน์ใหม่ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปีนี้ มีนิยามความสำเร็จที่สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของนักเดินทาง ซึ่งท่านรองอภิชัยได้ให้เหตุผลว่า “เทรนด์การท่องเที่ยวในวันนี้กำลังก้าวสู่การเดินทางที่มีความหมายมากขึ้น เราจึงไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนผู้เดินทางเพียงอย่างเดียวครับ แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของความสุขและประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวได้รับ ซึ่งต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ความสนใจ และเหตุผลของการออกเดินทางในแต่ละครั้งได้จริง ทั้งหมดนี้คือแนวคิดแบบ Holistic Travel ที่มองการท่องเที่ยวแบบองค์รวม”

“New Behavior ของนักท่องเที่ยวยุคนี้ออกเดินทางอย่างมีเป้าหมาย และมองหาประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตน Holistic Travel จึงเป็นการท่องเที่ยวที่ช่วยเติมเต็มพลังทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ทำให้ได้รับความสุขและแรงบันดาลใจใหม่ ๆ กลับบ้านไปพร้อมกับความทรงจำที่มีคุณค่า” ท่านรองอภิชัยได้ขยายความถึง Holistic Travel ในโลกของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ททท. จึงได้เลือกโฮสเทลมาเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดแคมเปญสุขทันทีที่เที่ยวไทยในปีนี้เนื่องจาก “โฮสเทลไม่ใช่แค่ที่พัก แต่คือ Community Hub ที่เอื้อให้เกิดการพบปะ บทสนทนา การแลกเปลี่ยนเรื่องราว มีพื้นที่และบรรยากาศทำให้คนแปลกหน้ากลายเป็นเพื่อนใหม่ได้ นี่คือหัวใจของโครงการ Hello Strangers – เจอกันที่โฮสเทล ที่อยากให้เรื่องราวสนุก ๆ เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง เป็นความสุขและความทรงจำพิเศษของการเที่ยวเมืองไทยครับ”

ทั้งนี้ ในการดำเนินโครงการดังกล่าว ททท. มุ่งเจาะกลุ่ม Niche Market ผ่านการนำเสนอโฮสเทลใน 3 Vibes ซึ่งท่านรองอภิชัยได้ชี้ให้เห็นมุมมองว่า “เราไม่สามารถทำการตลาดในลักษณะเดียวกัน (One Size Fits All) ได้ จึงเลือกมองแต่ละกลุ่มนักเดินทาง (Niche Group) เพื่อออกแบบประสบการณ์ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ เป็นที่มาของการนำเสนอโฮสเทลใน 3 Vibes สะท้อนถึงการทำตลาดที่เข้าใจความหลากหลายของนักเดินทางในปัจจุบัน นั่นคือ
– Expressive Vibe: โฮสเทลที่มีดีไซน์โดดเด่น มีคาแรกเตอร์ และภาพจำ ตอบโจทย์สายครีเอทีฟหรือสายคอนเทนต์ที่อยากให้การเดินทางมีเรื่องราวเก๋ ๆ ชิค ๆ
– Explorer Vibe: โฮสเทลซึ่งตั้งอยู่ในย่านที่มีเสน่ห์และเป็นประตูสู่ท้องถิ่น เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิต หรือสำรวจ Hidden Gem ของย่านนั้น
– Eco-Connect Vibe: โฮสเทลที่มีแนวคิดยั่งยืน ชวนให้ผู้เข้าพักเชื่อมโยงตนเองกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความหมาย”

ไม่เพียงเท่านั้น ททท. ยังพยายามผลักดันให้ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์แบบ Face-to-Face เพื่อสร้าง Real Human Connection ท่ามกลางยุคโซเชียลมีเดียให้เกิดขึ้นจริงผ่านโครงการนี้ “โลกออนไลน์ให้แรงบันดาลใจ แต่โฮสเทลให้ประสบการณ์จริงครับ มิตรภาพดี ๆ อาจเริ่มจากการนั่งคุยสบาย ๆ ในห้องนั่งเล่นรวม ระหว่างทำอาหารง่าย ๆ อยู่ในครัวส่วนกลาง หรือเข้าร่วมกิจกรรมอย่างปาร์ตี้ เดินสำรวจชุมชน เวิร์กช็อปสร้างสรรค์ที่โฮสเทลจัดขึ้น เหล่านี้คือการเชื่อมต่อแบบ Face-to-Face ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ผ่านหน้าจอ แต่อยู่ตรงหน้าและสัมผัสได้”

รองผู้ว่าฯ อภิชัย ได้ฝากถึงนักเดินทางที่อยากลองเปิดใจเป็น Stranger ในโฮสเทล และค้นพบความหมายใหม่ ๆ ของการเดินทางว่า “Purpose is the New Pleasure “ ครับ หลายครั้งความทรงจำที่ดีระหว่างเดินทางก็เป็นเรื่องราวของการพบเจอผู้คนใหม่ ๆ หรือความรู้สึกค้นพบตัวตนเมื่อได้ก้าวออกจาก Comfort Zone ผมอยากชวนให้มองคำว่า Stranger ในมุมใหม่ ว่าแท้จริงแล้วคือเพื่อนอีกคนที่เรายังไม่รู้จัก ซึ่งโครงการ Hello Strangers สามารถตอบโจทย์เหล่านั้นได้ และเชื่อว่าโฮสเทลในวันนี้คือพื้นที่อบอุ่น ทันสมัย และปลอดภัย ที่จะเปิดโอกาสให้นักเดินทางทุกคนเชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้การเดินทางมีทั้งความหมายและความสุขไปพร้อมกัน”

เพราะการพักโฮสเทลคือการแชร์พื้นที่และโมเมนต์ดี ๆ ร่วมกับเพื่อนนักเดินทางจากหลากหลายที่มา เปิดโอกาสให้เกิดมิตรภาพใหม่ ๆ เรื่องราวสนุก ๆ และแรงบันดาลใจ เข้ามาเติมเต็มการเดินทางให้มีความหมายมากขึ้น 

Hello Strangers – เจอกันที่โฮสเทล จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ทำให้นักเดินทางรู้สึก “สุขทันทีที่เที่ยวไทย” ได้อย่างแท้จริง ต่อยอดให้มีการออกเดินทางซ้ำ กระตุ้นการเดินทางแบบพักค้างคืน และส่งเสริมการใช้จ่ายในท้องถิ่น ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสามารถเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองอันทรงพลังที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน

ติดตามเรื่องราวสนุก ๆ และดีลพิเศษจากโครงการ Hello Strangers – เจอกันที่โฮสเทล ได้ทาง Facebook: Hello Strangers Instagram: hellostrangers.th