ดื่ม “น้ำมะพร้าว” ช่วยเครื่่องฟิต สตาร์ทติดง่าย จริงหรือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473273

ดื่ม “น้ำมะพร้าว” ช่วยเครื่่องฟิต สตาร์ทติดง่าย จริงหรือ

7 กรกฎาคม 2564 – 15:06 น.

ดื่ม “น้ำมะพร้าว” ช่วยเครื่่องฟิต สตาร์ทติดง่าย จริงหรือ

กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมานาน เกี่ยวกับการดื่ม “น้ำมะพร้าว” เพื่อช่วยเพิ่มพลังสมรรถภาพทางเพศ เพราะในช่วงที่ผ่านมา หลังจากมีข่าวคึกโครมจนกลายเป็นกระแส กรณีคุณลุงวัย 64 อยู่กันกับภรรยามาถึง 14 ปี แต่แล้วจู่ๆ ภรรยากลับไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอเลิกกับสามี

ดื่ม "น้ำมะพร้าว" ช่วยเครื่่องฟิต สตาร์ทติดง่าย จริงหรือ

โดยมีสาเหตุหลักๆ มาจาก สามีเซ็กส์จัดเกินไป แถมขอมีเพศสัมพันธ์ถึงวันละ 4 รอบ  บางครั้งวันหยุด ขอมากถึง 5-6 รอบ ซึ่งคุณป้ารายนี้ได้อธิบายในรายละเอียดว่า เป็นเพราะสามีดื่ม “น้ำมะพร้าว” เป็นประจำทุกวัน และเชื่อว่าเป็นต้นเหตุทำให้เกิดพลังทางเพศ จนกลายเป็นเรื่องราวที่ถูกแชร์กันในโลกโซเชียล เมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมานั้น

ดื่ม "น้ำมะพร้าว" ช่วยเครื่่องฟิต สตาร์ทติดง่าย จริงหรือ

ดังนั้น ในวันนี้จึงขอย้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่าแท้จริงแล้ว การดื่ม “น้ำมะพร้าว” เป็นประจำทุกวันนั้น จะเกี่ยวข้องหรือช่วยให้เพิ่มพลังทางเพศ  ได้จริงหรือไม่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ ได้ไขคำตอบและข้อสงสัยที่เกิดขึ้นโดยระบุว่า สรรพคุณของ “น้ำมะพร้าว”  นอกจากจะใช้ล้างหน้าให้สะอาดสดชื่นแล้ว  “น้ำมะพร้าว” ยังมีสรรพคุณเป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลังทางเพศได้ด้วยนะครับ

ดื่ม "น้ำมะพร้าว" ช่วยเครื่่องฟิต สตาร์ทติดง่าย จริงหรือ

เนื่องจากใน “น้ำมะพร้าว” จะมี “ฮอร์โมนไฟโตเอสโตรเจน” (phytoestrogen) ที่มีโครงสร้างและการออกฤทธิ์คล้ายคลึงกับฮอร์โมนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) ครับ ซึ่งจะช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวนผันผวน และเหงื่อออกกลางคืนในสตรีวัยทองได้

และ “ฮอร์โมนเอสโตรเจน” ก็จะทำให้สตรี มีผิวพรรณที่ “เปล่งปลั่ง เต่งตึง อวบอูม โหนกนูน” ดูมีน้ำมีนวลขึ้นมา ฉะนั้นสาว ๆ ที่ชอบดื่ม “น้ำมะพร้าว” เป็นประจำ ก็มักจะมีหน้าตาผ่องใส ผิวพรรณเต่งตึง 

ส่วนในผู้ชายนั้น หากดื่ม “น้ำมะพร้าว” เป็นประจำ ก็จะช่วยเพิ่ม ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย แต่ไม่มาก พร้อมกับทำให้เกิดความคึกคะนองได้บ้าง ทั้งนี้ นอกจากฮอร์โมนแล้ว “น้ำมะพร้าว” ยังมีแร่ธาตุอีกเป็นจำนวนมาก ที่ช่วยเพิ่มความฟิต ไม่ว่าจะเป็น แมงกะนีส โพแทสเซียม และวิตะมินต่าง ๆ ซึ่งเป็นตัวช่วย และกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต

และการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต เนี่ยแหละครับ อาจเป็นเหตุผลหลัก ที่ทำให้ “น้ำมะพร้าว” กลายเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับคุณผู้ชายหลาย ๆ คน เพราะเมื่อเลือดไหลเวียนดี ก็จะทำให้สุขภาพแข็งแรง และจะส่งผลทำให้เกิดการตื่นตัวของน้องชายได้นะครับ

ขอบคุณข้อมูล “น้ำมะพร้าว” จาก  /  Sarikahappymen

เช็กลิสต์ด่วน อาการของ “ลูกน้อย” ป่วยเป็น โควิด-19 หรือแค่ไข้หวัดทั่วไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473258

เช็กลิสต์ด่วน อาการของ “ลูกน้อย” ป่วยเป็น โควิด-19 หรือแค่ไข้หวัดทั่วไป

7 กรกฎาคม 2564 – 13:31 น.

เช็กลิสต์ด่วน เทียบอาการชัด ๆ “ลูกน้อย” ป่วยเป็น โควิด-19 หรือแค่ไข้หวัดทั่วไป หากมีประวัติเสี่ยงร่วมด้วยควรรีบปรึกษาแพทย์

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเป็นกังวลเป็นห่วง “ลูกน้อย” ขณะที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) อาการแบบนี้ของลูกน้อย ติดเชื้อ “โควิด-19” หรือเป็น “ไข้หวัด” กันแน่ มาเช็กอาการเบื้องต้นกันก่อนเลย

อาการบ่งชี้ โควิด-19 (COVID-19)

  • มีไข้สูงมากกว่า 37 องศาเซลเซียส
  • ไอ มีเสมหะ เจ็บคอ เกิน 4 วัน
  • คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
  • หายใจลำบาก (กรณีปอดอักเสบ ปอดบวม)
  • ปวดเมื่อยตัว ทานข้าวไม่ค่อยได้

อาการบ่งชี้ ไข้หวัด ทั่วไป

  • ไข้สูง แต่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น
  • อาจมีไอ จาม
  • ไม่มีอาการท้องเสีย
  • คัดจมูก หายใจไม่สะดวก
  • อ่อนเพลีย ปวดตามตัว

สำหรับเด็กที่มีอาการทางเดินหายใจร่วมกับมีประวัติเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โควิด-19 (COVID-19) ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินความเสี่ยง หากพบว่ามีความเสี่ยงจริง แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสจากสารคัดหลั่งหลังโพรงจมูกและเอกซเรย์ปอดต่อไป

โควิด-19, เด็กน้อย, ไข้หวัด

ข้อมูล : โรงพยาบาลศิครินทร์

“ท้องไม่พร้อม” ขอ “ทำแท้ง” ได้หรือไม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473201

“ท้องไม่พร้อม”ขอ”ทำแท้ง”ได้หรือไม่ 

7 กรกฎาคม 2564 – 10:05 น.

มีข่าวให้เห็นกันอยู่เรื่อย ๆ กรณีการพบเด็กทารกถูกทิ้ง มีทั้งที่เสียชีวิตแล้วและยังมีชีวิตอยู่และแนวโน้มเรื่อง”ท้องไม่พร้อม” เพิ่มสูงขึ้นทุกปี หากผู้หญิงที่”ท้องไม่พร้อม” ขอทำแท้งได้หรือไม่

มีข่าวให้เห็นกันอยู่เรื่อย ๆ กรณีการพบเด็กทารกถูกทิ้ง มีทั้งที่เสียชีวิตแล้วและยังมีชีวิตอยู่และแนวโน้มเรื่อง”ท้องไม่พร้อม”เพิ่มสูงขึ้นทุกปี

ในช่วงการระบาดใหญ่ของ”โควิด 19″ มีหญิง“ท้องไม่พร้อม“เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

จากสถิติในเดือนพฤษภาคม 2564 มีผู้ที่ท้องไม่พร้อมจำนวน 4,461 คนเฉลี่ยวันละ 149 คน โดยเป็นหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี ถึง 26 คน มากกว่าช่วงสถานการณ์ปกติอย่างเช่นเดือนตุลาคม 2563 ซึ่งมีเพียง 2,490 คน เฉลี่ย 83 คนต่อวัน 

ขณะที่สาเหตุการท้องไม่พร้อมยังคงมาจากหลายสาเหตุและหลายปัจจัยขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ คือ

-ไม่มีการคุมกำเนิดเลย

-วัยรุ่น เยาวชน รู้วิธีการป้องกันแต่รู้ไม่จริงยังขาดความเข้าใจที่แท้จริงกับการป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์

-ไม่ได้อยู่กับคู่หรือกับแฟนเป็นประจำ การเลือกวิธีการป้องกันหรือการคุมกำเนิดจึงไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องหรือบางครั้งการคุมกำเนิดไม่เอื้อต่อการดำรงชีวิต

เช่นการคุมกำเนิดแบบรายเดือน การคุมแบบฉุกเฉินขณะที่กลุ่มเด็กวัยรุ่นนิยมใช้วิธีการหลั่งข้างนอกทำให้มีโอกาสพลาดที่จะตั้งครรภ์สูงเนื่องจากบ้านเราถุงยางอนามัยราคาค่อนข้างแพงวัยรุ่นจึงไม่นิยมเลือกใช้ถุงยางอนามัย

-วัยรุ่นมีการเรียนรู้การมีเพศสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆมากขึ้นจากเพื่อนและรุ่นพี่โดยขาดการดูแลชี้แนะในสิ่งที่ถูกต้อง

“ท้องไม่พร้อม”ขอทำแท้งได้หรื่อไม่ ผิดกฎหมายหรือเปล่า 

สำหรับพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาฉบับที่ 28 พ.ศ. 2564 ในมาตรา 301 และ 305 ระบุว่า หญิงที่ตั้งครรภ์สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีความผิดตามกฎหมายภายใต้เงื่อนไข 5 ข้อ ดังนี้

1.ปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิต

2.ตั้งครรภ์จากการกระทำความผิดอาญาเกี่ยวกับเพศ

3.เสี่ยงคลอดทารกที่มีความผิดปกติถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง

4. อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์

5. อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ ยืนยันที่จะยุติภายหลังการตรวจและรับคำปรึกษาตามกฎหมาย

10 คุณประโยชน์ที่ได้จาก “หมากฝรั่ง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473228

10 คุณประโยชน์ที่ได้จาก “หมากฝรั่ง”

7 กรกฎาคม 2564 – 09:59 น.

“หมากฝรั่ง” ผลิตภัณฑ์สำหรับเคี้ยวเพื่อให้เกิดรสสัมผัส ความเข้าใจขั้นพื้นฐานคือ  หมากฝรั่ง  ช่วยดับกลิ่นปาก ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น   แต่แท้จริงแล้วประโยชน์ของหมากฝรั่งมีมากกว่านั้น

หมากฝรั่งในตลาดบริโภคมีทั้ง  หมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล หมากฝรั่งสำหรับเลิกบุหรี่  รองรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ สำหรับ หมากฝรั่ง ไม่มีน้ำตาลนั้น ส่วนใหญ่เป็นหมากฝรั่งสำหรับเคี้ยวที่ใช้สารให้ความหวาน แทนน้ำตาล เช่น ไซลิทอล ซึ่งเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ที่มีคาร์บอน 5 อะตอม ในโครงสร้าง เพราะเชื้อแบคทีเรียในช่องปากไม่สามารถย่อยสลายน้ำตาลแอลกอฮอล์เป็นอาหารได้ จึงช่วยลดปริมาณการเกิดคราบฟัน นอกจากนี้ น้ำตาลแอลกอฮอล์ยังช่วยกระตุ้นการหลั่งของน้ำลาย และเป็นตัวกลางในการนำแร่ธาตุที่มีประโยชน์มาหล่อเลี้ยงฟัน ช่วยลดอาการฟันผุ

ประเภท“หมากฝรั่ง”  หมากฝรั่งมี 2 ชนิด   คือ   หมากฝรั่งสำหรับเคี้ยว (Chewing Gum) และหมาก ฝรั่งสำหรับเป่า (Bubble Gum)   นอกจากหมากฝรั่ง  ทั้ง 2 ชนิด ยังมี  หมากฝรั่งนิโตตินหรือหมากฝั่งเลิกบุหรี่ เป็นหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของนิโคตินสำหรับเคี้ยวเพื่อการเลิกบุหรี่ โดยการลดพฤติกรรมการสูบบุหรี่ แต่ยังได้รับสารนิโคตินที่ผสมในหมากฝั่งเหมือนเดิม แต่สารนิโคตินที่ได้รับจะมีปริมาณน้อยกว่าที่ได้รับจากการสูบจริง จึงทำให้มีแนวโน้มที่ผู้สูบบุหรี่จะเลิกการสูบบุหรี่ได้ หลังการเคี้ยวหมากฝรั่ง  มีการศึกษาถึงประโยชน์ของการเคี้ยวหมากฝรั่งที่น่าสนใจ รวม 10 ด้าน

สร้างเสริมสมาธิและความจำ การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการเคี้ยว“หมากฝรั่ง”  เพิ่มประสิทธิภาพทางจิต ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงาน เช่นความแม่นยำในความจำและการตอบสนอง  การทดสอบเคี้ยวหมากฝรั่ง สามารถเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองผ่านการเคี้ยวได้อีกด้วยซึ่งการศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้น 25-40% ว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งเพิ่มออกซิเจนไปยังสมอง เพิ่มประสิทธิภาพความจำการรับรู้และการเข้าใจ

เพิ่มความตื่นตัว จากการศึกษาพบว่า หมากฝรั่งสามารถเพิ่มความตื่นตัว การเคี้ยวของกราม ทำให้เกิดการเร้าปฏิกิริยาทางอารมณ์ และ การไหลเวียนโลหิต สิ่งนี้ช่วยให้ผู้คนรู้สึกตื่นตัวมากขึ้น  ลดความเครียดและความวิตกกังวล  หมากฝรั่งสามารถช่วยลดอาการทางประสาทและทำให้รู้สึกสงบ  การเคี้ยวหมากฝรั่งอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการกัดเล็บและการสั่นขาเมื่อรู้สึกเครียด การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยลดฮอร์โมนความเครียด

10 คุณประโยชน์ที่ได้จาก "หมากฝรั่ง"
10 คุณประโยชน์ที่ได้จาก "หมากฝรั่ง"
10 คุณประโยชน์ที่ได้จาก "หมากฝรั่ง"
10 คุณประโยชน์ที่ได้จาก "หมากฝรั่ง"
10 คุณประโยชน์ที่ได้จาก "หมากฝรั่ง"

ปกป้องฟัน  สมาคมทันตกรรมอเมริกันระบุว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาล เป็นเวลา 20 นาที หลังมื้ออาหาร   สามารถลดคราบจุลินทรีย์ช่วยส่งเสริมเคลือบฟัน ลดฟันผุและลดโรคเหงือกอักเสบ   ลดกรดไหลย้อน   การเคี้ยวหมากฝรั่งหลังจากมื้ออาหารอาจช่วยลดกรดในหลอดอาหาร การผลิตน้ำลายที่เพิ่มขึ้น เพิ่มการกลืนซึ่งจะล้างกรดได้เร็วขึ้น     ช่วยเพิ่มลมหายใจที่ดี   หมากฝรั่งบางยี่ห้อ จะช่วยฆ่าแบคทีเรียในปาก และทำให้กลิ่นปากหอมสดชื่น 

ปรับปรุงนิสัยการกิน  หมากฝรั่งสามารถช่วยลดความอยากอาหารบางอย่าง และทำให้กินอาหารได้น้อยลง    ช่วยเลิกสูบบุหรี่  ผลิตภัณฑ์เช่น Nicorette gum   คือหมากฝรั่งที่ให้ปริมาณนิโคตินที่ควบคุมได้ การเคี้ยวหมากฝรั่งสามารถช่วยลดความอยากบุหรี่ในช่องปากได้อีกด้วย  บรรเทาอาการปากแห้ง  การเคี้ยวหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลเมื่อปากแห้ง ช่วยกระตุ้นน้ำลายได้ถึง 10 เท่าของอัตราการพักตัว   บรรเทาอาการปวดหูระหว่างเที่ยวบิน  อาการปวดหูเนื่องจากความดันอากาศเปลี่ยนแปลงระหว่างการบินขึ้นและลงจอดบน  วิธีที่รองรับคือ การเคี้ยวหมากฝรั่ง วิธีนี้จะช่วยในการผลิตน้ำลายเพื่อให้กลืนน้ำลายได้มากขึ้น  สามารถช่วยให้ความกดดันในหูดีขึ้น

ข้อเสียของหมากฝรั่ง:  หมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมักทำให้เกิดอาการฟันผุได้ง่าย โดยเฉพาะการเคี้ยวในปริมาณมากในเด็ก   การเคี้ยวหมากฝรั่งมาก จะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าของกราม และการระคายเคืองของเยื่อกระพุ้งแก้ม  การเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อยๆ อาจทำให้เกิดการติดด้วยพฤติกรรม   อาจมีการกลืนกินหมากฝรั่ง ทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ซึ่งจะมีผลขัดขวางทางเดินในระบบอาหาร

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

http://johjaionline.com/    

https://www.siamchemi.com/

7 เดือน 7 “เทศกาลทานาบาตะ” กับเรื่องเล่าตำนานญี่ปุ่น “เจ้าหญิงทอผ้า” กับ “ชายเลี้ยงวัว” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473221

7 เดือน 7 “เทศกาลทานาบาตะ” กับเรื่องเล่าตำนานญี่ปุ่น “เจ้าหญิงทอผ้า” กับ “ชายเลี้ยงวัว”

7 กรกฎาคม 2564 – 09:47 น.

“เทศกาลทานาบาตะ” วันที่ 7 เดือน 7 กับเรื่องเล่าตำนานญี่ปุ่น “เจ้าหญิงทอผ้า” กับ “ชายเลี้ยงวัว”

เทศกาลทานาบาตะ” หรือ เทศกาลขอพรจากดวงดาว เป็นหนึ่งในเทศกาลอันเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 7 เดือน 7 (กรกฎาคม) ของทุกปี 

 7 เดือน 7 "เทศกาลทานาบาตะ" กับเรื่องเล่าตำนานญี่ปุ่น "เจ้าหญิงทอผ้า" กับ "ชายเลี้ยงวัว"

วัน “ทานาบาตะ” นี้ ชาวญี่ปุ่นจะเขียนคำอธิษฐานลงในกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีสีสันหลากหลาย หรือที่เรียกว่า ทังซะกุ (Tanzaku) หรือพับกระดาษให้เป็นรูปนกกระเรียนหรือรูปทรงสวยงามต่าง ๆ แล้วจึงนำไปแขวนไว้ที่กิ่งไผ่ เพื่อขอพรจากดวงดาว

ตำนานวันทานาบาตะที่คนญี่ปุ่นเชื่อถือและเล่ากันต่อ ๆ มาสู่ลูกหลานฟัง เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองตามดวงดาวของญี่ปุ่น มีต้นกำเนิดมาจากงานเทศกาลเจ็ดนางฟ้าของจีน เนื่องจากการพบกันของนางฟ้าโอริฮิเมะ (ดาวเวกา Vega) และฮิโกโบชิ (ดาวอัลแทร์ Altair) ผู้เลี้ยงวัวบนสวรรค์ โดยอ้างอิงจากตำนานในอดีตว่าทางช้างเผือกคือแม่น้ำของดวงดาวพาดผ่านท้องฟ้า ได้แยกคู่รักคือโอริฮิเมะและฮิโกโบชิไม่ให้ได้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา แต่อนุญาตให้พบกันเพียงปีละ 1 ครั้งในวันที่ 7 ของเดือน 7 ตามปฏิทินสุริยจันทรคติ เทศกาลเฉลิมฉลองมีขึ้นตอนกลางคืนของวันนั้น

เทศกาลทานาบาตะได้รับอิทธิพลจากตำนานเจ็ดนางฟ้าจากประเทศจีน ตำนานมีหลายหลายรูปแบบ บางรูปแบบได้ถูกรวมอยู่ในตำนานหมื่นใบไม้ ซึ่งเป็นหนังสือรวบรวมบทกลอนเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น

รูปแบบของตำนานที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดก็คือ นางฟ้าโอริฮิเมะ ซึ่งเป็นลูกสาวของกษัตริย์แห่งท้องฟ้า (หรือจักรวาล) ทำหน้าที่ทอผ้าอยู่ที่แม่น้ำอามาโนกาวะ ท่านพ่อชอบฝีมือการทอผ้าของเธอ แม้ว่าเธอจะทำงานอย่างหนักทุกวันแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอมีความสุข เพราะไม่ได้พบหรือได้หลงรักชายใดเลย

 7 เดือน 7 "เทศกาลทานาบาตะ" กับเรื่องเล่าตำนานญี่ปุ่น "เจ้าหญิงทอผ้า" กับ "ชายเลี้ยงวัว"

กษัตริย์แห่งท้องฟ้าผู้ห่วงใยลูกสาวเลยได้จัดการให้เธอได้พบกับฮิโกโบชิ ผู้เลี้ยงวัวอาศัยอยู่อีกฝั่งของทางช้างเผือก เมื่อทั้งคู่ได้พบกัน ไม่นานนักทั้งคู่ก็ได้หลงรักกันและได้แต่งงาน

เมื่อแต่งงานแล้วนางฟ้าโอริฮิเมะก็ไม่ได้ขยันทอผ้าดั่งที่เคย ส่วนฮิโกโบชิก็ได้ปล่อยให้วัววิ่งเพ่นพ่านไปทั่วสวรรค์ ด้วยความโกรธ กษัตริย์แห่งท้องฟ้าจึงได้แยกทั้งคู่ไม่ให้พบกัน กีดกั้นโดยทางช้างเผือก นางฟ้าโอริฮิเมะเสียใจจากการสูญเสียสามีจึงได้ขอร้องบิดาของตนให้ได้เจอกับสามีของนางอีกครั้ง บิดาพ่ายแพ้แก่น้ำตาของลูกสาวจึงยอมให้ทั้งคู่สามารถเจอกันได้ในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี แต่จะสามารถพบได้ก็ต่อเมื่อเธอทำงานอย่างหนักและทอผ้าจนเสร็จ

เมื่อถึงเวลาที่จะได้พบกันอีกครั้งแรก ทั้งคู่ไม่สามารถข้ามทางช้างเผือกมาพบกันได้ เนื่องจากไร้ซึ่งสะพานข้ามทางช้างเผือก เมื่อรู้ดังนั้น นางฟ้าโอริฮิเมะได้ร้องไห้อย่างหนักจนฝูงนกกางเขนได้เข้ามาหาด้วยความสงสารและสัญญาว่าจะสร้างสะพานโดยใช้ปีกของพวกมันช่วยกัน จนเธอสามารถข้ามทางช้างเผือกได้

มีคนกล่าวไว้ว่าถ้าในวันทานาบาตะปีไหนเกิดฝนตก เหล่าฝูงนกกางเขนจะไม่สามารถช่วยเป็นสะพานในปีนั้นได้ จะทำให้ทั้งคู่ต้องรออีกถึงปีหน้า เพื่อที่จะได้พบกันอีก

 7 เดือน 7 "เทศกาลทานาบาตะ" กับเรื่องเล่าตำนานญี่ปุ่น "เจ้าหญิงทอผ้า" กับ "ชายเลี้ยงวัว"
 7 เดือน 7 "เทศกาลทานาบาตะ" กับเรื่องเล่าตำนานญี่ปุ่น "เจ้าหญิงทอผ้า" กับ "ชายเลี้ยงวัว"
 7 เดือน 7 "เทศกาลทานาบาตะ" กับเรื่องเล่าตำนานญี่ปุ่น "เจ้าหญิงทอผ้า" กับ "ชายเลี้ยงวัว"

ข้อมูล wikipedia

เปิดสูตร..”ผัดจังโก้เนื้อ” อาหารอีสานถิ่นหนองคาย (สูตรไม่ใส่เพี้ย) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473184

เปิดสูตร..”ผัดจังโก้เนื้อ” อาหารอีสานถิ่นหนองคาย (สูตรไม่ใส่เพี้ย)

7 กรกฎาคม 2564 – 07:00 น.

เปิดสูตร..”ผัดจังโก้เนื้อ” อาหารอีสานถิ่นหนองคาย (สูตรไม่ใส่เพี้ย)

“ผัดจังโก้เนื้อ” หลายคนไม่รู้จักเพราะชื่อแปลกหู แม้จะไปขอนแก่น อุดร อุบล ก็แทบไม่คุ้น แต่หากใครได้ไปเยือนถิ่นอีสานย่านหนองคายจะเห็นได้ว่าร้านอาหารแทบทุกร้านต้องมีผัดจังโก้เนื้อเป็นหนึ่งในเมนู นิยมใช้เนื้อวัวแต่ก็มีเนื้อหมูให้เลือก หน้าตาดูคล้ายผัดฉ่านิยมแต่มีรสขมจากเพี้ย (น้ำย่อยที่อยู่ภายในลำไส้อ่อนของวัวคนอีสานมักเรียก ขี้เพี้ย) ที่มาที่ไปของชื่อจังโก้ไม่มีประวัติน่าเชื่อถือแน่ชัด ขณะที่ส่วนผสมแต่ละร้านต่างกัน บ้างใส่กระชาย บางร้านไม่ใส่ บ้างซอยตะไคร้หรือตำส่วนผสมให้พอหยาบเป็นน้ำพริกผัด บ้างก็หั่นๆ ซอยๆ พอได้เขี่ยได้เลือก แต่แบบไหนก็ถูกใจทุกครั้งและเป็นต้องสั่งเมื่อไปเยือน

ยิ่งช่วงนี้โควิด-19 ระลอกใหม่ทำให้หลายคนต้องกักตัวอยู่บ้าน พอมีเวลาเข้าครัว ว่าแล้วก็ต้องจัดผัดจังโก้เนื้ออย่างที่กล่าวมา แต่เป็นสูตรในแบบที่สะดวก เลือกเนื้อส่วนที่ชอบ คือส่วนเนื้อปั้น (เนื้อน่องลายหรือเสือร้องไห้ก็อร่อยแต่ต้องผัดครู่เดียวไม่งั้นเนื้อเหนียวเคี้ยวลำบาก) และตัดส่วนเพี้ยที่ให้รสขมออกเพราะย่านอาศัยหามีไม่ แต่ถ้าใครชอบใครมีก็เพิ่มเติมเอาโลด    

เปิดสูตร.."ผัดจังโก้เนื้อ" อาหารอีสานถิ่นหนองคาย (สูตรไม่ใส่เพี้ย)

เตรียมวัตถุดิบ “ผัดจังโก้เนื้อ” ประกอบด้วย 

  • เนื้อวัว 450 กรัม
  • พริกแดง 50 กรัม
  • หอมแดง 50 กรัม
  • กระชาย 30 กรัม
  • ตะไคร้ 30 กรัม
  • พริกไทยสด 30 กรัม
  • ใบมะกรูด 10 กรัม
  • กระเทียม 20 กรัม
  • ต้นหอม 2-3 ต้น
  • ใบโหระพา ตามชอบ

ปรุงรสด้วย ซอสหอยนางรม น้ำปลา น้ำตาล แต่ถ้าใครชอบรสขมก็เติมเพี้ยตามความชอบ

วิธีทำ ผัดจังโก้เนื้อ

  • ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดกระเทียมให้หอม
  • จากนั้นใส่เครื่องเทศที่หั่นเตรียมไว้ลงไปผัดโดยใช้ไฟกลาง ยกเว้นต้นหอมและโหระพา
  • ปรุงรสขณะผัดเครื่องเทศ ใส่น้ำมันหอยราว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลเล็กน้อย เติมน้ำลงไปอีกนิด เหตุที่ปรุงรสก่อนเพราะเราจะไม่ผัดเนื้อให้นานจนเกินไป แค่ให้พอสุกเนื้อจะนุ่มไม่เหนียว
เปิดสูตร.."ผัดจังโก้เนื้อ" อาหารอีสานถิ่นหนองคาย (สูตรไม่ใส่เพี้ย)
เปิดสูตร.."ผัดจังโก้เนื้อ" อาหารอีสานถิ่นหนองคาย (สูตรไม่ใส่เพี้ย)

นำเนื้อลงไปผัดให้พอสุก สังเกตเห็นเนื้อเป็นสีชมพูอ่อนๆ ก็ปิดไฟได้ จากนั้นใส่ต้นหอมและโหระพาลงไปผัดผสม เสร็จแล้ว ผัดจังโก้เนื้อ ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลย ชอบรสไหนเพิ่มสัดส่วนได้ตามใจ รับประทานกับข้าวเหนียวนุ่ม ๆ หรือข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อย ใครอยากลิ้มรสแบบเจ้าถิ่น เชิญเช็คอินที่หนองคายหลังหมดโควิดก่อนนะครับ..

เปิดสูตร.."ผัดจังโก้เนื้อ" อาหารอีสานถิ่นหนองคาย (สูตรไม่ใส่เพี้ย)

วัยเก๋า ควรรู้ 4 ปัญหา “ช่องปาก” ที่ต้องเจอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473171

วัยเก๋า ควรรู้ 4 ปัญหา “ช่องปาก” ที่ต้องเจอ

7 กรกฎาคม 2564 – 06:00 น.

ไม่ว่าอยู่ในช่วงวัยไหน การมีสุขภาพช่องปากที่ดี เป็นสุดยอดปรารถนาของทุกคน แต่เมื่อเข้าสู่วัยเก๋าอวัยวะหลายอย่างในร่างกายเปลี่ยนไปรวมถึงปัญหา “ช่องปาก” ที่ต้องเจอ

ช่องปากและฟันที่ขาวสะอาด เปรียบเสมือนการเปิดประตูบ้านต้อนรับแขกที่มาเยือน เพราะแน่นอนว่าการทักทายนอกจากการยกมือสวัสดี ก็จะมีการยิ้มและพูดคุยซึ่งเป็นหนึ่งการทักทายที่สร้างความประทับใจได้ไม่ยาก

การมีสุขภาพช่องปากที่ดีจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องดูแลเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันหลายคนต้องพบเจอกับปัญหาของช่องปาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่มักจะมีเยื่อบุช่องปากบางกว่าช่วงวัยอื่น ๆ หรือ บางคนก็จำเป็นต้องใส่ฟันปลอม ซึ่งปัญหาเหล่านี้จึงกลายเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนหงุดหงิดใจ

ดังนั้นจะดีกว่าไหม หากเรามองหาไอเท็มดูแลช่องปากและฟันให้สะอาด ปราศจากกลิ่น เพื่อเป็นเสน่ห์ดึงดูดผู้พบเห็นให้อยากเข้ามาพูดคุย โดยเฉพาะผู้สูงอายุหลายคนที่ชอบสังสรรค์ พบปะเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันอยู่เสมอ

ปัญหาช่องปากที่เหล่าวัยเก๋า ต้องหงุดหงิดใจ และทำให้หลายคนเสียศูนย์ หมดความมั่นใจ มีมากมาย แต่ปัญหาหลักๆ คือที่เห็นได้ชัดเจอ คือ4ปัญหาหลัก

1.ผู้สูงวัยเสี่ยงฟันผุได้ง่าย : เกิดจากเนื้อฟันถูกทำลายจนเป็นรู หรือเป็นโพรงที่ตัวฟัน ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากน้ำตาลที่ทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียในช่องปาก และแปรสภาพกลายเป็นกรดทำลายฟันด้วยการกัดกร่อน บวกกับอายุที่เพิ่มขึ้นตัวฟันหรือเคลือบฟันก็เริ่มจะหายไปและมีความอ่อนแอลงตามอายุการใช้งาน จึงมีความเสี่ยงที่จะทำให้ฟันผุ ฟันสึกได้ง่าย

2.เยื่อบุช่องปากบางกว่าช่วงวัยอื่น: ผู้สูงอายุจะมีระบบภูมิต้านทานที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นส่วนใหญ่มักมีโอกาสเยื่อบุอ่อนภายในช่องปากและรอบๆริมฝีปากอักเสบ และมีแผลที่มุมปากได้ง่าย ซึ่งจะทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บ เวลาอ้าปากหรือรับประทานอาหารมีรสเปรี้ยว เผ็ด ร้อน

3.ภาวะน้ำลายน้อยลง : ผู้สูงอายุที่มีภาวะน้ำลายน้อย เกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งปัญหาด้านสุขภาพ การใช้ยาบางชนิด เป็นต้น ภาวะนี้จะส่งผลต่อความชุ่มชื้นในช่องปาก รวมไปถึงปัญหากลิ่นปาก

4.ปัญหาจากฟันปลอม:แน่นอนว่าเมื่อฟันผุ ฟันหมดช่องปาก ทำให้ผู้สูงอายุหลายคน หันไปใช้ตัวช่วยทางเลือกในการเคี้ยวอาหาร นั่นก็คือ ฟันปลอม ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคือง หรือเจ็บช่องปากได้

เมื่อวัยเก๋าได้รับทราบถึงปัญหาช่องปากกันแล้ว ก็ไม่ควรรอช้าที่จะมองหายาสีฟันที่มาช่วยแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพื่อช่องปากและฟันที่แข็งแรง วิธีการเลือกยาสีฟันง่ายๆ คือเลือกใช้ยาสีฟันสูตรอ่อนโยน ปราศจากสารSLS, SLES, สารฟอกฟันขาว

และ สารกันเสียกลุ่มพาราเบนที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองและผงขัดอณูละเอียดที่ไม่ทำลายเคลือบฟัน และสามารถใช้ได้กับฟันปลอม รวมทั้งควรเป็นยาสีฟันที่เพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปากช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ลดกลิ่นปาก นอกจากนี้ ควรเลือกยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ในปริมาณที่มากพอเพื่อช่วยลดปัญหาฟันผุอีกด้วย

ผู้สูงอายุ อย่าเพิ่งถอดใจกับการสรรหายาสีฟัน ที่จะแก้ปัญหาให้ตรงจุดเพียงศึกษาก่อนจะซื้อเลือกยาสีฟันแต่ละยี่ห้อ อย่างน้อยควรมีส่วนประกอบสำคัญจากสารสกัดจากธรรมชาติที่หลากหลาย

ไม่ว่าจะเป็นสารสกัดเปลือกมังคุด ในรูปแบบเอนแคปซูเลท(Encapsulate)มีคุณสมบัติช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย น้ำผึ้งมานูก้า จากประเทศนิวซีแลนด์ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปากสารสกัดใบฝรั่ง สารสกัดชะเอมเทศ ช่วยดูแลเหงือก และฟันให้แข็งแรง

เปปเปอร์มิ้นท์ เมนทอล ลดกลิ่นปาก ให้ลมหายใจหอมสดชื่นยาวนาน และสารสกัดจากหญ้าหวาน ที่จะมอบรสชาติหวานจากธรรมชาติให้เหล่าวัยเก๋าไม่ต้องทนกับยาสีฟันที่ เผ็ด ซ่าและมีฟลูออไรด์ที่ช่วยป้องกันฟันผุ

เมื่อวัยเก๋ารู้ 4 ปัญหาช่องปากที่ต้องเจอ ควรเลือกใช้เพื่อดูแลช่องปากและฟัน  เพื่อจะได้กลับมามีความมั่นใจและมีรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ ได้อีกครั้ง

เที่ยวชม Res-Q Farm เกษตรกลางกรุง ค่าไฟ 0 บาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473186

เที่ยวชม Res-Q Farm เกษตรกลางกรุง ค่าไฟ 0 บาท

6 กรกฎาคม 2564 – 21:21 น.

คมชัดลึกออนไลน์วันนี้จะพาแนะนำให้รู้จักกับฟาร์มที่อยู่กลางกรุงเทพมหานคร แถมเจ้าของฟาร์มยังบริหารจัดการฟาร์มแบบวิธีง่ายๆสไตล์คนขี้เกียจแต่ไม่ได้โง่นะจ๊ะ เพราะเขามีวิธีคิดแก้ปัญหาที่ง่ายช่วยประหยัดค่าไฟไปได้เยอะ จนคนรู้จักกันดีว่าฟาร์มแห่งนี้ค่าไฟ 0 บาท

สำหรับใครที่รักในธรรมชาติและชอบเที่ยวชมต้นไม้ดอกไม้หรือกำลังคิดที่จะทำอาชีพเกษตรกร คมชัดลึกออนไลน์ขอแนะนำ ฟาร์ม 9 ไร่ กลางกรุงเทพมหานคร  71 บางชัน เขตคลองสามวา บริเวณนั้นหลายคนไม่คิดว่าจะมีฟาร์มใหญ่ๆเปิดได้ เพราะพื้นอยู่ต่ำกว่าถนนมาก แต่“พี่โบ้”เจ้าของฟาร์มได้ใช้ความสามารถที่มีบริหารจัดการพื้นที่ดังกล่าวให้กลายเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ ชื่อว่า “Rest- Q – farm”  ที่มาจาก “Rescue” แปลว่า ให้การช่วยเหลือ  โดย “พี่โบ้” อยากทำการเกษตรและใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ หลังจากที่ทำงานมาหนัก มาหลายสิบปี ซึ่งฟาร์มนี้เคยเป็นหนองน้ำไม่มีแหล่งน้ำในที่ดิน และไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่สร้างทั้งสองอย่างขึ้นมาใช้ได้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ค่าไฟ 0 บาท

เที่ยวชม Res-Q Farm เกษตรกลางกรุง ค่าไฟ 0 บาท

“พี่โบ้” ได้เอาน้ำเสียจากชุมชนปั๊มขึ้นมาใช้ทำเป็นน้ำดี โดยใช้ระบบ เขื่อน ฝาย แก้มลิง และโครงกระดูกไก่ จนมีน้ำสะอาดใช้มีระบบนิเวศที่ดีมีปลาคาร์ฟ กบ หอย อาศัยอยู่ได้ นอกจากนั้นยังนำมอเตอร์เครื่องยนต์ต่างๆจากพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า เรื่องของไฟฟ้าใช้แผงโซลาร์สร้างไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ พลังงานจากแสงแดด

เที่ยวชม Res-Q Farm เกษตรกลางกรุง ค่าไฟ 0 บาท

ซึ่ง “เรสคิวฟาร์ม” เป็นฟาร์มที่แก้ปัญหาทุกอย่างทางฟิซิเคิล หากมีปัญหาและอุปสรรคต่างๆจะค่อยๆแก้ปัญหาทีละอย่างกว่าฟาร์มแห่งนี้จะเป็นที่รู้จักใช้เวลาสร้างมานานกว่า 4 ปี ปัจจุบันอยู่ในช่วงของการขายเอากำไร จากผักผลไม้ในฟาร์มและปัจจุบันยังมีคาเฟ่ที่ขายของสดปลอดสารพิษ

และถ้าเดินเล่นชมฟาร์มแล้วหิว ทางฟาร์มได้ทำคาเฟ่เอาไว้ ชื่อว่า“Res-Q Cafe” มีอาหารเมนูเด็ดที่รังสรรค์มาจากผักผลไม้ในฟาร์ม ไม่ว่าจะเป็น พิซซ่า สปาเก็ตตี้ สลัด สเต็กหมู     อร่อยเด็ดทุกเมนู เพราะพี่โบ้บอกว่าได้คิดสูตรอาหารเอาไว้แล้วไม่ว่าจะเปลี่ยนคนทำแต่รสชาติอาหารก็จะยังคงอร่อยเหมือนเดิม

เที่ยวชม Res-Q Farm เกษตรกลางกรุง ค่าไฟ 0 บาท

งานนี้ใครอยากไปเที่ยวชมธรรมชาติและไปดูเทคนิคการทำฟาร์มของพี่โบ้ ก็ไปได้ที่ “Res-Q Farm” เปิดบริการทุกวัน 8:00 – 18:00 น. โดยตัวคาเฟ่เปิดบริการถึง 17:00 น.  หรือ สามารถติดตามชมไอเดียของพี่โบ้ได้ในรายการคมสร้างอาชีพได้ทุกวันเสาร์ ในเพจคมชัดลึกจ้า

เที่ยวชม Res-Q Farm เกษตรกลางกรุง ค่าไฟ 0 บาท
เที่ยวชม Res-Q Farm เกษตรกลางกรุง ค่าไฟ 0 บาท
เที่ยวชม Res-Q Farm เกษตรกลางกรุง ค่าไฟ 0 บาท
เที่ยวชม Res-Q Farm เกษตรกลางกรุง ค่าไฟ 0 บาท

สามารถติดตามรับชมคลิปรายการ “คมสร้างอาชีพ” ได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ https://www.youtube.com/watch?v=5TYbLpxDol4

Swap & Go สถานีสลับแบตเตอรี่ ตอบโจทย์ “ไรเดอร์” เมืองไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473183

Swap & Go สถานีสลับแบตเตอรี่ ตอบโจทย์ “ไรเดอร์” เมืองไทย

6 กรกฎาคม 2564 – 20:05 น.

เปิดตัว Swap & Go สถานีสลับแบตเตอรี่ ตอบโจทย์ “ไรเดอร์” หนุนธุรกิจเดลิเวอรีในเมืองไทย รับกระแสรักษ์โลก

“ยานยนต์ไฟฟ้า” เป็นเทรนด์ยานพาหนะยุคใหม่ของโลก โดยเฉพาะธุรกิจเดลิเวอรี ผู้ขับขี่รถส่งของในเมืองไดย หรือ “ไรเดอร์” มีความต้องการใช้ “มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า” มากขึ้น

นายนพดล ปิ่นสุภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและดิจิทัล บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การใช้รถมอเตอร์ไซค์กลายเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจ Delivery Service และแนวโน้มการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยก็เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

จึงเป็นที่มาของแนวคิดการออกแบบธุรกิจเพื่อเป็นต้นแบบนวัตกรรมด้านพลังงานให้กับประเทศ อย่าง Swap & Go บริษัทในเครือ ปตท. ที่ให้บริการสลับแบตเตอรี่สำหรับผู้ใช้งานมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแบบไม่ต้องรอชาร์จ เป็นการสร้าง Business Ecosystem ที่เพิ่มศักยภาพการใช้พลังงานสะอาด สู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สร้างการเติบโตทั้งด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน 

น.ส.อาวีมาศ สิริแสงทักษิณ กรรมการผู้จัดการบริษัท สวอพ แอนด์ โก จำกัด (Swap & Go) เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมของผู้ขับขี่ให้บริการ Delivery หรือ ไรเดอร์ พบว่า ต้องการใช้งาน “รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า” ที่สามารถรองรับการให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องเพื่อทำรายได้สูงสุด และปัญหาหลักที่ทำให้ยังไม่สามารถเปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้ คือแบตเตอรี่ที่ต้องใช้เวลานานในการรอชาร์จ ซึ่งไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริง

Swap & Go สถานีสลับแบตเตอรี่ ตอบโจทย์ "ไรเดอร์" เมืองไทย

Swap & Go เน้นออกแบบกระบวนการใช้งานให้ง่าย สะดวก และทันสมัย เพื่อตอบโจทย์ “ไรเดอร์” ผู้ใช้หลัก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้นำร่อง พัฒนาตู้แบตเตอรี่ ระบบการชาร์จไฟ และการเชื่อมต่อเครือข่ายกับผู้ผลิตและให้บริการแบตเตอรี่สวอพชั้นนำจากประเทศจีน 

– ผู้ใช้งานดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Swap & Go เชื่อมต่อกับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่รองรับการใช้งาน เพื่อตรวจสอบปริมาณแบตเตอรี่

– ค้นหาตำแหน่งสถานีสลับแบตเตอรี่ จองแบตเตอรี่ใหม่ล่วงหน้า

– มีระบบนำทางไปยังสถานี

– เมื่อไปถึงสถานีแล้ว สามารถสแกน QR code เพื่อสลับแบตเดิมที่หมดกับแบตใหม่ที่พร้อมใช้งานในตู้ชาร์จด้วยตัวเองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

เช็กที่ตั้งสถานีบริการ Swap & Go (ภายในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น 19 แห่ง)

– ปตท. สำนักงานใหญ่    

– รามคำแหง               

– มัยลาภ

– ลาดพร้าว 23                

– ประชาอุทิศ-ลาดพร้าว                

– ลาดพร้าว 71      

– สุทธิสาร                 

– ลาดพร้าววังหิน  

– เจริญราษฎร์

– สามย่าน                 

– ประชาอุทิศ 2 (แยกเหม่งจ๋าย)     

– สามแยกพิชัย

– นานาใต้                 

– สนามเป้า                

– สวัสดิการ กรมวิชาการเกษตร

– ประชาชื่น                  

– กล้วยน้ำไท       

– กำแพงเพชร 2              

– ยานนาวา

นอกสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น 3 แห่ง

– เซเว่น อีเลฟเว่น สาขาเซนหลุยส์ ซอย3

– Once Again Hostel

– สาขาที่ 3 อยู่ระหว่างพิจารณาพื้นที่ติดตั้ง

Swap & Go จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา มุ่งดำเนินธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มการสลับแบตเตอรี่ แก่ผู้ใช้งานมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าโดยไม่ต้องรอชาร์จ เพื่อรองรับการขยายตัวของผู้ใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต และช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐาน เตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคพลังงานแห่งอนาคตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ขอบคุณภาพ : Swap and Go

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

“รถ EV” จะมีในบ้านเราจริงเหรอ? 

รู้จัก “แม็ค กฤตธัช” เก่งและหล่อ หนึ่งในทีมโดรนและซีอีโอ NOVY ช่วยบินหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473178

รู้จัก “แม็ค กฤตธัช” เก่งและหล่อ หนึ่งในทีมโดรนและซีอีโอ NOVY ช่วยบินหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมี

6 กรกฎาคม 2564 – 20:01 น.

“แม็ค-กฤตธัช” หนึ่งในเบื้องหลังทีมช่วยบินโดรน เพื่อค้นหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมีที่อยู่ใต้ดิน ที่เขาอยากให้หันมาตระหนักและเห็นคุณค่าการใช้เทคโนโลยีโดรน และหุ่นยนต์กู้ภัย โดยไม่ต้องใช้มนุษย์เข้าเสี่ยงภัย พร้อมมุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีมาเพื่อช่วยประเทศไทย

ซึ่งการที่หนุ่ม แม็ค ช่วยบินโดรน ก็เพื่อค้นหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมีที่อยู่ใต้ดิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าฉีดโฟม และนักผจญเพลิงเข้าไปที่ตำแหน่งเพื่อปิดวาล์ว และภารกิจก็สำเร็จ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปิดวาล์วได้ครบและดับไฟได้ โดย “แม็ค กฤตธัช” สารทรานนท์ เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท NOVY Drone ผู้ผลิตโดรนก่อตั้งขึ้นจากเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่พัฒนาโดรนจากการใช้ในเชิงพาณิชย์ มาเป็นโดรนเพื่อการเกษตร ช่วยลดภาระงาน และเพิ่มศักยภาพให้กับผลผลิต ผ่านเครื่องโดรนพ่นปุ๋ย โดรนหว่านปุ๋ยและโดรนสำรวจ จากการลงพื้นที่จริง ประกอบกับสังคมสมัยใหม่ที่นิยมพักอยู่อาศัยในคอนโดสูง

รู้จัก "แม็ค กฤตธัช" เก่งและหล่อ หนึ่งในทีมโดรนและซีอีโอ NOVY ช่วยบินหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมี

“แม็ค กฤตธัช” เล็งเห็นถึงโอกาสและปัญหาที่โดรนของเขาสามารถตอบโจทย์และช่วยเหลือคนได้ จึงพัฒนาต่อยอดมาเป็น โดรนเพื่อการกู้ภัย เหมาะสำหรับการใช้งานในอาคารสูง เพื่อดับไฟได้ตรงจุด รูปแบบธุรกิจคือ ขายเครื่องโดรน หรือขายบริการประกันภัยให้กับอาคาร แผนการพัฒนา จะพัฒนาต่อยอดโดรนกู้ภัยเพื่อใช้สำหรับชายฝั่งทะเล หรือแม่น้ำ เพื่อส่งเสื้อชูชีพให้กับผู้ที่กำลังจมน้ำได้ทันท่วงที

โดยเมื่อวาน(5 ก.ค.64) แม็ค กฤตธัช ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “สิ่งที่พวกเราเคยคิดและอยากเตรียมรับมือ มันก็ได้เกิดขึ้นจริง ถึงเวลาแล้วครับ ที่ทุกคนจะหันมาตระหนักและเห็นคุณค่าในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีโดรน และหุ่นยนต์กู้ภัย โดยไม่ต้องใช้มนุษย์เข้าพื้นที่เสี่ยงภัย เราจะมุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีมาเพื่อช่วยประเทศของเราครับ จริงๆ มีเทคโนโลยีที่เด็กรุ่นใหม่คิดค้นแล้วใช้งานได้จริงอีกมาก แต่ขาดพื้นที่และโอกาสครับ”

แม็ค-กฤตธัช สารทรานนท์ จบการศึกษาจากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม สาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี โดยนอกจากทำธุรกิจส่วนตัว หนุ่มคนนี้ยังมีผลงานในวงการบันเทิง ทั้งงานเดินแบบ และงานละครอีกด้วย

รู้จัก "แม็ค กฤตธัช" เก่งและหล่อ หนึ่งในทีมโดรนและซีอีโอ NOVY ช่วยบินหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมี
รู้จัก "แม็ค กฤตธัช" เก่งและหล่อ หนึ่งในทีมโดรนและซีอีโอ NOVY ช่วยบินหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมี
รู้จัก "แม็ค กฤตธัช" เก่งและหล่อ หนึ่งในทีมโดรนและซีอีโอ NOVY ช่วยบินหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมี
รู้จัก "แม็ค กฤตธัช" เก่งและหล่อ หนึ่งในทีมโดรนและซีอีโอ NOVY ช่วยบินหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมี
รู้จัก "แม็ค กฤตธัช" เก่งและหล่อ หนึ่งในทีมโดรนและซีอีโอ NOVY ช่วยบินหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมี