ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือ 7 ครอบครัวไฟไหม้แม่ฮ่องสอน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือ 7 ครอบครัวไฟไหม้แม่ฮ่องสอน

ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือ 7 ครอบครัวไฟไหม้แม่ฮ่องสอน21 สิงหาคม 2563 – 21:44 น.

กิ่งกาชาดแม่สะเรียง ลงพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวเหยื่อไฟไหม้ ขณะที่ร้อย ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน และเครื่องอุปโภคไปมอบช่วยเหลือ

สืบเนื่องจากเมื่อ วันที่ 20 เวลา 14.30น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้าน จึงได้มีการระดมกำลัง เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย กองร้อย อส.แม่สะเรียง ร่วมกับ เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยเทศบาลแม่ยวม เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 36 เจ้าหน้าที่ ตร.ภูธรท่าตาฝั่ง ชาวบ้าน ร่วมกันเข้าสกัดควบคุมเหตุเพลิงไหม้ โดยนายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง ได้เดินทาง ตรวจพื้นที่เกิดอัคคีภัย พบบ้านเรือนถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหลังและบางส่วนรวม 7 หลังคาเรือน

ต่อมาวันนี้ นายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง นางวิลาวัลย์ คัดเชียงแสน นายกกิ่งกาชาด อ.แม่สะเรียง พร้อมด้วยสมาชิกกิ่งกาชาด ลงพื้นที่เยี่ยมสร้างขวัญและกำลังใจ พร้อมมอบสิ่งของเครื่องนุ่งห่ม ข้าวสาร  น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค และมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวราษฏร 7 ครัวเรือน ที่ประสบเหตุอัคคีภัย ครัวเรือนละ 2,000 บาท ณ หมู่บ้านห้วยโผ ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ขณะเดียวกันหลายหน่วยงานได้เดินทางเยี่ยมและให้กำลังใจกับครอบครัวราษฏรที่ประสบอัคคีภัยอย่างต่อเนื่อง

ทางด้าน พ.ต.ท.นิรันดร์ ไชยรัตน์  ผบ.ร้อย ตชด.337 แม่สะเรียง พร้อมด้วย จนท.งานกิจการพลเรือน และ กพ.จิตอาสา ร้อย ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน และเครื่องอุปโภคไปมอบช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์เบื้องต้น นอกจากนั้นยังมี ธกส. แม่สะเรียง กรมทหารพรานที่ 36 ค่ายเทพสิงห์ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแม่สะเรียง  ได้เข้าเยี่ยมให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ 7 ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย หากท่านใดมีความประสงค์จะร่วมบริจาคสิ่งของเครื่องใช้เครื่องอุปโภคบริโภคเครื่องนอนอุปกรณ์ทำครัว ติดต่อบริจาคได้ ตามเบอร์โทรศัพท์ 0817641424 และจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วนที่สุดต่อไป

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประชุมค้นหาต้นแบบหมู่บ้านแต่ละอำเภอ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประชุมค้นหาต้นแบบหมู่บ้านแต่ละอำเภอ

กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประชุมค้นหาต้นแบบหมู่บ้านแต่ละอำเภอ21 สิงหาคม 2563 – 21:43 น.

เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย พลังแผ่นดินชนะยาเสพติด จัดประชุมประธานแต่ละโซนระดมทุนจัดทำกิจกรรม ทอดผ้าป่า ขายของที่ระลึก สนับสนุนการกีฬา ค้นหาหมู่บ้านต้นแบบของแต่ละอำเภอไว้ เพื่อรองรับหน่วยงานและ องค์กรต่างๆ

เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย พลังแผ่นดินชนะยาเสพติด จัดประชุมประธานแต่ละโซนระดมทุนจัดทำกิจกรรม ทอดผ้าป่า ขายของที่ระลึก สนับสนุนการกีฬา ค้นหาหมู่บ้านต้นแบบของแต่ละอำเภอไว้ เพื่อรองรับหน่วยงานและ องค์กรต่างๆ ที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมและศึกษาดูงาน
เชียงใหม่ /ณ ที่ทำการศูนย์ประสานงานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ 10/3 หมู่ 3 ตำบลสันผีเสื้ออำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ พระอธิการชาญชัย กันตะวีโร เจ้าอาวาสวัดร้องอ้อ ที่ปรึกษา/อุปถัมภ์เครือข่าย พร้อมด้วยนายจิรพงศ์ วางวงศ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการสำนักงาน ปปส.ภาค 5 ,นายสว่าง ธาตุอินทร์จันทร์ ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ และประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน 8 จังหวัดภาคเหนือ ,นางสาวเพียงขวัญ  สงวนศักดิ์  นักพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ ผู้ประสานเครือข่าย/ ประธานโซนเหนือ/โซนกลาง/โซนใต้/ เหรัญญิก และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์เครือข่าย กองทุนแม่ของแผ่นดินได้ร่วมกันประชุม ครั้งที่  2 / 2563 เพื่อขับเคลื่อนเครือข่าย กองทุนแม่ของแผ่นดินในปีงบประมาณ 2563 ถึง ปีงบประมาณ 2565 โดยมีสมาชิกฯเข้าร่วมประชุมจำนวน 29 คน

ทั้งนี้ระเบียบวาระการประชุมที่ 1 เนื่องจากเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัด ขาดงบประมาณเพื่อดำเนินการขับเคลื่อนจึงขอหารือจากคณะกรรมการ ซึ่งถือว่าฝ่ายบริหาร ช่วยกันพิจาณาว่าเห็นสมควรทำ คือ ข้อ 1. ในปี  2563-2564 มีความประสงค์ ให้มีการประกวดหมู่บ้านเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยให้ทุกอำเภอเสนอหมู่บ้านเครือข่ายกองทุนแม่ฯ อำเภอละ 1 หมู่บ้าน โดยเครือข่ายจังหวัดจะมอบเงินให้จำนวนหนึ่งเพื่อเตรียมความพร้อม และจะมีเงินรางวัลให้อีกส่วนหนึ่ง ทั่งนี้มีความจำเป็นต้องดำเนินการค้นหาหมู่บ้านต้นแบบของแต่ละอำเภอไว้ เพื่อรองรับหน่วยงานและ องค์กรต่างๆ ที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมและศึกษาดูงาน

ข้อ 2. เนื่องจากเครือข่ายไม่มีโอกาสได้ระดมจากเครือข่ายมานานนับระยะเวลาได้ประมาณ 3 ปี จึงขอหารือ ด้วยมีการเสนอ 3 แนวทาง คือ การจัดทำบุญทอดผ้าป่า การทำเหรียญที่ระลึกกองทุนแม่ การจัดการแข่งขนกีฬา สามัคคี โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็น และเห็นชอบตามข้อเสนอแนะ จัดหาของที่ระลึกจำหน่ายในเครือข่ายและทั่วไป ในราคาไม่แพง โดยจะมีการจัดสรรเงินส่วนหนึ่งให้ผู้จำหน่าย และอีกส่วนหนึ่งนำสมทบ เครือข่ายเพื่อดำเนินการกิจกรรมการขับเคลื่อนเครือข่าย เพื่อเสนอขอสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมรวมพลร่วมกิจกรรมของเครือข่ายกองทุนแม่ฯจาก ปปส. ภาค 5 ระยะดำเนินการ ตุลาคม – ธันวาคม 2563 โดยที่ประชุมเสนอ ให้ประธานเครือข่ายขอเข้าร่วมประชุม หัวหน้าส่วนพัฒนาชุมชนจังหวัด เพื่อนำเรียนปรึกษา เกี่ยวกับการดำเนินงาน การขับเคลื่อนเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินต่อไป.

นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่

สุดซวย ยาย 77 ปี โดนผึ้งหลวงรุมต่อย ขณะเดินตลาด พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สุดซวย ยาย 77 ปี โดนผึ้งหลวงรุมต่อย ขณะเดินตลาด พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาล

สุดซวย ยาย 77 ปี โดนผึ้งหลวงรุมต่อย ขณะเดินตลาด พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาล21 สิงหาคม 2563 – 11:13 น.

ควันไฟจากร้านขายไส้กรอกอีสาน ลอยขึ้นไปรบกวนผึ้งหลวงที่ทำรังเกาะอยู่ที่หลังคาโบสถ์ ของวัดในเรืองศรี อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ จนผึ้งหลวงนับพันนับหมื่นตัวแตกรัง บินลงมาไล่ต่อยชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อของที่บริเวณภายในตลาดนัดของวัด จนต้องหนีกระเจิง

วันที่ 20 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุผึ้งหลวงที่ทำรังเกาะอยู่ที่หลังคาโบสถ์ ของวัดในเรืองศรี หมู่ที่ 1 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ แตกรัง รุมต่อย ผู้ที่มาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดนัด ที่อยู่ภายในบริเวณวัด จนได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย และมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบางรายมีอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบพื้นที่ดังกล่าวเป็นลานขนาดใหญ่ ไว้ให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านขายของเพื่อเปิดเป็นตลาดนัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายในบริเวณรั้วของวัดในเรืองศรี และอยู่ห่างจากโบสถ์ของวัดประมาณ 30-40 เมตร โดยก่อนเกิดเหตุ ได้มีร้านขายไส้กรอกอีสานมาตั้งร้านที่บริเวณดังกล่าว และทำการก่อไฟเพื่อเตรียมจะย่างไส้กรอก ปรากฏว่า ลมได้เปลี่ยนทิศพัดเอาควันไฟลอยขึ้นไปรบกวนรังผึ้งหลวงที่เกาะอยู่บริเวณหน้าของโบสถ์ จึงทำให้ผึ้งหลวงเกิดแตกรัง และบินลงมาไล่ต่อยชาวบ้านที่กำลังจับจ่ายซื้อของอยู่ที่ตลาดนัดภายในบริเวณวัด จนได้รับบาดเจ็บกันจำนวนหลายราย และต้องพากันวิ่งหนีตายกันอย่างจ้าละหวั่น

ขณะที่คุณยายหลอม เฮ้าปาน อายุ 77 ปี โชคร้ายวิ่งหนีไม่ทัน เนื่องจากขาใช้การได้เพียงข้างเดียวเพราะอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน จนต้องใช้วอคเกอร์หรือที่ช่วยพยุงเดิน ได้ถูกผึ้งหลวงจำนวนกว่า 50 ตัว บินมารุมต่อย จนมีพลเมืองดีและลูกชายช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโรง และหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ก็รีบนำตัวคุณยายส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรี เนื่องจากคุณยายยังมีอาการมึนงง ซึม และหายใจขัดตลอดเวลา โดยแพทย์ได้ให้ยาแก้แพ้ และให้นอนเฝ้าระวัง เพื่อสังเกตอาการอยู่ภายในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน จนกระทั้งเวลา 15.00 น. แพทย์จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้

น.ส.พิกุล กาลสกุล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 1 ต.บ่อรัง อ.วิเชียรบุรี แม่ค้าที่เห็นเหตุการณ์เล่าถึงนาทีที่ผึ้งแตกรังว่า เห็นคนพากันวิ่งหนีมีผึ้งบินตามมาบนหัว สาเหตุควันจากร้านขายไส้กรอกไปรบกวน จนทำให้ผึ้งแตกรังไล่ต่อยผู้คนวิ่งหนีอลหม่าน ร้านไส้กรอกต้องอุ้มลูกวิ่งหนี ขณะที่ยายถูกผึ้งรุมต่อยแต่มีคนมาช่วยโดยการใช้ผ้าคุมยายไว้ เพราะผึ้งไม่ยอมหนี ก่อนพาส่งโรงพยาบาล ส่วนตนวิ่งหนีเข้าไปหลบอยู่ในรถยนต์

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 3 หมู่ 12 ต.น้ำร้อน อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นบ้านของคุณยายหลอม เฮ้าปาน ที่ถูกผึ่งต่อย ได้เล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้เดินทางไปตลาดนัดกับลูกชาย เพื่อหาซื้อของใช้ที่จำเป็น โดยขณะเกิดเหตุคุณยายได้นั่งรอลูกชายที่กำลังหาซื้อของอยู่ จู๋ๆรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบินมาต่อย จึงเอามือปัด แต่มันไม่หนีกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตนเองจึงร้องให้คนช่วยแต่ไม่มีใครช่วย ได้แต่กระโดดไปพร้อมวอคเกอร์ที่ใช้พยุงตัว เนื่องจากคุณยายขาไม่ดี แต่ยังโชคดีที่มีผู้ใจบุญวิ่งเข้ามาช่วย และนำตัวคุณยายส่งรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโรง ซึ่งยายรู้สึกขอบคุณผู้ที่มาช่วยเป็นอย่างมาก หากไม่มีคนช่วยตนเองอาจจะเสียชีวิตไปแล้วก็เป็นได้

บุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

สนธิกำลังจับบ้านพักหรู กลางป่าสงวนบนเขาค้อ พบเป็นของภรรยาอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สนธิกำลังจับบ้านพักหรู กลางป่าสงวนบนเขาค้อ พบเป็นของภรรยาอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวง

สนธิกำลังจับบ้านพักหรู กลางป่าสงวนบนเขาค้อ พบเป็นของภรรยาอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวง21 สิงหาคม 2563 – 11:11 น.

เพชรบูรณ์สนธิกำลัง ป่าไม้ ทหาร และฝ่ายปกครอง ตรวจสอบบ้านพักหรู หลังมีผู้ร้องเรียนอยู่ในเขตป่าสงวน แถมเจ้าของเป็นภรรยาของอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวง

วันที่ 19 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพรและผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 พิษณุโลก (ผอ.สจป.4 พิษณุโลก) พร้อมด้วย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชป.ศปป.4 กอ.รมน. นายสมชาย ฉิมแย้ม หัวหน้าพัฒนาป่าไม้อำเภอเขาค้อ นำคณะเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพรร่วมกับเจ้าหน้าที่ ศปป.4 กอ.รมน. เจ้าหน้าที่ป่าไม้ สจป.4 พิษณุโลก, ทหารจากกองพันทหารม้าที่ 28  กองพลทหารม้าที่ 1 เข้าตรวจสอบบ้านพักตากอากาศบริเวณบ้านเสลียงแห้ง 1 หมู่ที่ 3 ต.สะเดาะพง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยมี นายเสาวพันธ์ โคตรกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านเสลียงแห้ง1 นำชี้และตรวจสอบ ทั้งนี้เนื่องจากที่มีผู้ร้องเรียนว่า บ้านพักหรูดังกล่าวปลูกสร้างอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาปางก่อ-วังชมภู และอยู่ในแปลงที่ดินราษฎรอาสาสมัคร(รอส.) ก่อนทางกองทัพภาค 3 จะส่งคืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้

สำหรับเจ้าของที่ดินรายนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหลักฐานพบว่า เป็นของภรรยาอดีตข้าราชการระดับสูงกระทรวงหนึ่ง โดยเข้าครอบครองที่ดินตั้งแต่ปี 2553 โดยเจ้าของที่ดินเดิมเป็นอดีต รอส. หลังจากนั้น ได้แบ่งขายให้กับรายอื่นไปส่วนหนึ่งในราคา 3.5 ล้านบาท และยังคงเหลือครอบครองจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือในการจับพิกัดวัดเนื้อที่ได้ประมาณ 5 ไร่ จากการตรวจสอบไม่พบเจ้าของบ้านและผู้ดูแลแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติติงานสำรวจที่ดินโครงการ คทช.เขาค้อมาให้ข้อมูล หลังจากพบข้อมูลว่าที่ดินแปลงนี้อยู่ในบัญชีรายชื่อการแจ้งลงทะเบียนครอบครองที่ดินเพื่อเข้าร่วมจัดสรรที่ดินตามโครงการ คทช. โดยผ่านการรับรองจากคณะอนุกรรมการ คทช.อำเภอและคทช. จังหวัดแล้ว

ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่จึงตรวจวัดแนวเขตที่ดินพบเนื้อที่ราว 5 ไร่เศษ จากนั้นทำการบันทึกการตรวจยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าว เพื่อจะรวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ เพื่อให้กล่าวโทษดำเนินคดีเจ้าของบ้านพักหรูและผู้เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนั้นระหว่างตรวจสอบพบว่า กำลังมีการก่อสร้างรีสอร์ทและบ้านพักในพื้นที่ใกล้เคียง จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้อำเภอเขาค้อหาข้อมูลเบื้องต้นพร้อมเตรียมดำเนินการเข้าตรวจสอบต่อไป

บุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

J&J plans huge vaccine study while Pfizer cites rapid enrollment #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

J&J plans huge vaccine study while Pfizer cites rapid enrollment

Health & BeautyAug 21. 2020The Johnson & Johnson logo is displayed outside the company's headquarters in New Brunswick, N.J., on Aug. 1, 2020. MUST CREDIT: Bloomberg photo by Mark Kauzlarich.
The Johnson & Johnson logo is displayed outside the company’s headquarters in New Brunswick, N.J., on Aug. 1, 2020. MUST CREDIT: Bloomberg photo by Mark Kauzlarich.

By Syndication Washington Post, Bloomberg · Robert Langreth, Cristin Flanagan · BUSINESS, US-GLOBAL-MARKETS
As the race for a covid-19 vaccine gets closer to the finish line, investors are parsing details of trial designs like never before as they handicap which is most likely to succeed.

Johnson & Johnson confirmed in an email Thursday that it plans to test its covid-19 vaccine in as many as 60,000 people, twice the number of other big trials being conducted in the U.S. The company first posted the design for the trial on Aug. 10, and it is set to begin in late September.

Meanwhile, Pfizer Inc. released favorable safety data from a Phase 1 trial of its vaccine. The New York-based company, which is developing its product with German partner BioNTech, hadn’t previously released safety data on the shot it will move into a final-stage trial.

“Investors are trying to decipher who’s going to be the winner and who might be left behind,” said Yaron Werber, a Cowen analyst, in an interview.

The Pfizer data support the company’s “slight lead” in the race, according to Werber. J&J researchers, meanwhile, “are buying themselves a lot of insurance” with an extra big trial aimed, he said, at making “sure they are coming out with positive data.”

Shares of both Pfizer and New Brunswick, New Jersey-based J&J gained on Thursday, rising 1.2% and 0.7%, respectively, in New York trading after the announcements.

There are more than 160 covid-19 vaccines being developed worldwide, and about 30 have entered human trials, according to the World Health Organization. Even before scientists know whether the inoculations will work, many of the furthest-along companies are already starting to produce the products and cutting deals to supply shots to governments worldwide.

In the U.S., two messenger RNA vaccines have entered final-stage trials, including Pfizer’s vaccine and a competing shot from the biotech company Moderna Inc.

“We can confirm that planning and recruitment is underway” for J&J’s Phase 3 trial, company spokesman Jake Sargent said in an email. The trial plan “is intended to be as robust as possible,” he said, and will be conducted in places with high rates of Covid-19, based on epidemiology and modeling data.

On the surface, the J&J trial will be about twice as big as the final-stage vaccine trial underway at Pfizer. In an interview, Philip Dormitzer, Pfizer’s vice president of viral vaccine research, said the the nation’s high infection rates means the company expects to hit the needed number of Covid-19 cases with 30,000 people or less.

If the incidence rate suddenly drops, the trial size could be increased, he said. The trial is enrolling rapidly and had more than 9,000 volunteers as of August 19th, he said in an interview.

“Things are going very quickly,” Dormitzer said. “We remain on target” to have results ready to submit to regulators in October.

The Food and Drug Administration is tentatively planning to hold an advisory panel meeting on October 22 to discuss covid-19 vaccines, according to Anand Shah, the agency’s deputy commissioner for medical and scientific affairs. Pfizer’s Dormitzer said he couldn’t say whether Pfizer would have results in time to present at this meeting.

Pfizer and BioNTech also posted Phase 1 data from its vaccine candidate on medRxiv.org, a preprint site for research results that haven’t yet been published.

The company has tested several messenger RNA vaccines in its phase 1 trial, and previously released safety results for one of them. But when it began large scale trials in late July, it used another RNA vaccine candidate that it hadn’t yet revealed early results from.

There was nothing mysterious about the switch, Dormitzer said. Pfizer got the safety data from the second vaccine candidate shortly before it began larger scale trials at the end of July. It appeared to be equally good at generating antibodies against the coronavirus as the first vaccine, but with fewer side effects.

That made the second vaccine the obvious choice to move into final-stage trials, he said. But because results were flowing in so fast and decisions were being made quickly, Dormitzer said there wasn’t time to compile and release the safety data for the second vaccine until now.

“It was a surprise,” that the second vaccine had fewer side effects, he said, calling the result a “bit of a vindication” of their strategy of testing multiple RNA vaccine candidates in Phase 1 trials, before selecting the best one for large-scale trials.

Fauci has concerns, but ‘we will return to normal’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Fauci has concerns, but ‘we will return to normal’

Health & BeautyAug 21. 2020

By The Washington Post · Geoff Edgers · NATIONAL, HEALTH, SCIENCE-ENVIRONMENT 
Every Friday and many Tuesday afternoons, national arts reporter Geoff Edgers hosts The Washington Post’s first Instagram Live show from his barn in Concord, Mass. So far, he has interviewed, among others, actress Tracee Ellis Ross, cellist Yo-Yo Ma, basketball legend Kareem Abdul-Jabbar and journalist Dan Rather. 

https://www.washingtonpost.com/video/c/embed/64a19240-75e6-4180-a281-39c8acf80c7e?ptvads=block&playthrough=false

Recently, Edgers chatted with Anthony Fauci, the director of the National Institute of Allergy and Infectious Diseases. Here are some excerpts from their conversation.

https://www.washingtonpost.com/video/c/embed/a8a7a6bf-d827-49ea-93ee-0a245549b1f9?ptvads=block&playthrough=false 

Q: Does it drive you nuts when you see photos of people crowded outside, like at the beach or a motorcycle rally? Does it make your blood boil? 

A: The answer, Geoff, is yes. But my blood evaporates when I see people indoors in a bar or in a crowded area. It’s worse being indoors in a crowd without a mask, with poor ventilation, because outdoors is always better than indoors.

Q: Another thing that’s really been on everyone’s mind is how to send kids back to school. Tell me your views on that. 

A: It really depends. First of all, I think it’s important for people to understand that college is different than elementary school because you have people coming in from all different parts of the country. In general, when you’re talking about schools, it depends on the location you’re talking about at the state, city and county level. 

https://www.washingtonpost.com/video/c/embed/9ca66162-57b0-4b5a-a389-de6160198c84?ptvads=block&playthrough=false

The Centers for Disease Control and Prevention comes out with the designation of green, yellow, red. If you are in a green zone, in general, there is a good degree of impunity, because of a lower risk of getting infected. If you’re in a red zone, then you really have to think twice about whether it’s prudent to bring the children back to school. If you’re in a yellow one, you should have a plan: Can you safeguard the health, the safety and the welfare of the children and the teachers? What do you do when a child gets infected? Do you have mask-wearing? Do you have the degree of physical separation? How long can you do outdoor classes? And what classes can you do outdoors? Can you keep children segregated when they’re outside playing? Because groups together are the things that do it, particularly indoors. So always remember outdoors, always better than indoors. Masks are very helpful. 

Q: I’m drinking from a Dr. Fauci mug. I assume you’re not receiving any residuals from all of the products out there? 

A: Absolutely not. 

Q: I don’t know if you Google yourself or look on eBay, but is it strange to you that you’re a scientist and yet you’ve become kind of a folk hero? 

A: Well, you know, I actually don’t pay attention to that because that could really be distracting. And I don’t pay attention to the death threats and the harassments either. So, yeah. We live in an extraordinary society where public health issues become so politicized and divisive that when you start talking about prudent things to do to preserve the public health, that’s actually considered by some, hopefully a really small minority, as something worthy of threatening you. I mean, that really is bizarre. 

Q: You know, I flip around the channels at night, and I find this guy, you know, Tucker Carlson. You heard of him? 

A: Yeah. He’s the guy that really loves me, right?

Q: The other night he called you Lord Fauci and said, “Has America put too much faith in just one man?” “Unelected Fauci has been leading this country” and “Fauci has made a lot of wrong predictions.” Does that get under your skin? Do you feel threatened or concerned when you see that sort of thing floating out there? 

A: Well, I’m not concerned about what he says. Though you could say that when he does that, it triggers some of the crazies in society to start threatening me, actually threatening me, which happens. 

Q: And you can’t always know everything, right? 

A: Yeah. Science is an iterative, self-correcting process. When you’re involved with a static situation that doesn’t change, then the scientific facts and what you use as evidence to make decisions and policy recommendations shouldn’t change much at all. But when you’re dealing with a moving target, an evolving pandemic with which we’ve never had any prior experience, you’ve got to make decisions and recommendations based on the data and the evidence that you have at any given time. But as the situation evolves, so too will the evidence. So too will the data. And you need to be humble enough and flexible enough to change things based on what the latest data and evidence are. That is interpreted by some people as “Science is wrong, they’re changing their minds, they’re fooling us.” No. What you’re doing is you’re being flexible enough as you learn more and more to make the data and the evidence drive your recommendations. 

Q: You hear all these stories about somebody who’s had it: “Oh, I’m fine.” I mean, my 99-year-old grandmother had it, showed no symptoms and was OK. But then you hear this heartbreaking story about a 35-year-old in perfect health who doesn’t make it or takes months and months to recover. Why are there so many variables in how people respond to the virus? 

A: That’s the most important question, because it’s at the root of the misunderstanding, the real misunderstanding about this virus. So, as you know, I’ve been chasing viruses, as it were, and responding to outbreaks now for almost 40 years, right from the beginning of the HIV/AIDS epidemic, through pandemic flu, Ebola, Zika, anthrax, all that. This is the only pathogen I’ve ever seen that has such a wide range of manifestations that you have to scratch your head. 

Q: Do you want to be back at the White House briefings? Or do you prefer to do what you’ve been doing, which is going all over the place and spreading this message? 

A: I like it this way – where I can be on a discussion without being in a situation where it’s a perfect setup to pit one against the press. When you have the president there, everybody’s watching your every move. You put your hand here, you scratch your ear. You know, it’s not the right way to educate the public. So I much prefer the kinds of things we’re doing now where you get the opportunity one-on-one in a television interview, a radio interview or a podcast, Instagram. 

Q: We haven’t spoken about voting. Do you plan to vote in-person or mail in your ballot?

A: I likely will vote in person. But only under the circumstances that I see in grocery stores, what I see at Starbucks – six or more feet apart and don’t move until the person ahead of you does. I believe that the polling stations are going to do that, but I absolutely understand people who have a concern about that and they should be able to vote by mail. 

Q: If you could, for those of us who sometimes wake up with this feeling of doom, how do we turn this around? How do we stop the suffering? Can you tell us what keeps you going and why we should be optimistic? 

A: Well, that’s a good way to end the discussion, Geoff, because this will end. I mean, when you’re in something that’s so stressful, you have to worry about despair setting in. Like, “My God, I’m in a hopeless situation.” It’s not. It will end. We will get out of this and we will return to normal. Don’t give up. Don’t despair. Don’t throw caution to the wind. We can end this. The combination of pulling together with public health measures and the scientific advances of vaccines and therapies and preventions. I will guarantee you that. 

“CPS Coffee” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด “โครนัท” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“CPS Coffee” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด “โครนัท”

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"21 สิงหาคม 2563 – 10:27 น.

“CPS Coffee” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด “โครนัท” (Cronut) ที่ผสมผสานเสน่ห์รสชาติของขนมหวาน 2 ชนิดระหว่างครัวซองต์และโดนัทเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

พร้อมเอาใจเหล่าคนรักเบเกอรี่ให้ได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อยของเมนูขนมหวานใหม่ล่าสุดจากร้าน  “CPS Coffee” คอฟฟี่บาร์ดีไซน์เท่จากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ CPS CHAPS ที่เปิดตัวเมนูใหม่อย่าง “โครนัท” (Cronut)  เบเกอรี่ที่เกิดจากไอเดียสุดสร้างสรรค์ที่ผสมผสานขนมหวาน 2 ชนิด ได้แก่ ครัวซองต์และโดนัทเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมให้ลิ้มลองรสชาติแสนอร่อยได้แล้ววันนี้

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"

CPS Coffee คอฟฟี่บาร์สุดเท่ในเครือแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของเมืองไทยอย่าง CPS CHAPS ที่พร้อมบริการให้เหล่าคอกาแฟสายแฟชั่นได้มาลิ้มลองเครื่องดื่มเมนูพิเศษที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยฝีมือ CPS Barista และเมนูเบเกอรี่คาวหวานมากมายให้ได้เลือกรับประทาน ท่ามกลางบรรยากาศค่าเฟ่สุดคูลในคอนเซ็ปต์ที่ผสมผสานระหว่างความโมเดิร์นและความเท่ผ่านการตกแต่งร้านด้วยโทนสีดำและสีคอปเปอร์ที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา แต่ทว่ายังคงความสมาร์ทในแบบฉบับ CPS CHAPS เอาไว้ได้อย่างลงตัว ซึ่งเหมาะเป็นแหล่งไลฟ์สไตล์การกินดื่มสุดชิลล์สำหรับเหล่าหนุ่มสาวแฟชั่นนิสต้ายุคใหม่
    

คุณอภิสิทธิ์ สิงห์สัจจเทศ ผู้อำนวยการแบรนด์ CPS CHAPS กล่าวถึงเมนูใหม่ล่าสุดจากร้าน CPS Coffee ว่า “โครนัท (Cronut) เป็นเมนูใหม่ล่าสุดที่ทาง CPS Coffee ได้รังสรรค์ขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ที่อยากให้เหล่าแฟนๆ CPS Coffee และเหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลองขนมหวานที่แปลกใหม่และมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม โดยครั้งนี้เราได้เลือกหยิบ 2 เบเกอรี่สุดฮิตเป็นที่ถูกปากของเหล่าคนรักขนมหวานอยู่แล้ว อย่างครัวซองต์ (Croissant) และโดนัท (Doughnut) มารังสรรค์ขึ้นใหม่ โดยผสมผสานทั้งสองเมนูนี้เข้าด้วยกัน ผ่านกระบวนการทำอย่างพิถีพิถัน อบสดใหม่ในทุกวัน เกิดเป็นเมนูที่แปลกใหม่แต่มีรสชาติที่อร่อยลงตัว ด้วยแป้งครัวซองต์กรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ด้วยครีมซอสเนื้อละมุน ท็อปปิ้งด้วยผงโกโก้และถั่วแสนอร่อย โดยมีให้ลิ้มลองถึง 2 รสชาติได้แก่ เดอร์ตี้ ดาร์ค ช็อกโกแลต โครนัท และ วานิลลา เครม คาราเมล โครนัท พร้อมให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มรสชาติความอร่อยของโครนัทได้แล้ววันนี้ที่ CPS Coffee ทุกสาขา”

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"

โดยเมนูล่าสุดที่เป็นการผสมผสานของ 2 เมนูเบเกอรี่ยอดนิยมได้แก่ ครัวซองต์ (Croissant) และโดนัท (Doughnut) ซึ่งทาง CPS Coffee ได้ดึงความโดดเด่นของ 2 เมนูนี้มาผสมผสานพร้อมความคิดสร้างสรรค์ เกิดเป็น “โครนัท” (Cronut) สุดยอดเมนูเบเกอรี่แสนอร่อย ที่มีกรรมวิธีการทำอย่างพิถีพิถัน โดยเริ่มจากการนำแป้งครัวซองต์มาวางเป็นชั้นๆ สลับกับเนย (แป้ง-เนย-แป้ง-เนย) จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการทอดแบบโดนัท ซึ่งจะได้แป้งที่มีความกรอบนุ่ม หลังจากนั้นจึงนำเข้าเตาอบตามกรรมวิธีของการทำครัวซองต์ โดยการอบร้อนนี้จะช่วยรีดความมันของเนยออกมา ทำให้ได้ขนมที่มีความมันน้อยกว่าขนมตัวอื่นๆ และหลังจากนั้นจะทำการฉีดไส้เข้าไปในตัวขนม และเคลือบด้านหน้าด้วยซอสแต่ละรสชาติ พร้อมท็อปปิ้งตกแต่งอย่างสวยงาม ซึ่งโครนัทแต่ละชิ้นของ CPS Coffee ผ่านกระบวนการทำออกมาอย่างปราณีต มีความพิถีพิถัน ทำสดใหม่ทุกวัน เพื่อให้ได้รสชาติที่กรอบอร่อยชุ่มฉ่ำด้วยซอสครีม 

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"

โดยมี 2 รสชาติให้เลือกรับประทาน ได้แก่ “เดอร์ตี้ ดาร์ค ช็อกโกแลต โครนัท” (Dirty Dark Chocolate Cronut) โครนัทสอดไส้ช็อกโกแลตสุดพรีเมียม ที่ราดด้วยซอสช็อกโกแลต (Chocolate thick sauce) พร้อมโรยด้วยผงโกโก้แท้ 100% ชนิดไม่หวาน ปิดท้ายด้วยการโรยทับด้วยเกล็ดช็อกโกแลตให้รสชาติเข้มข้น ชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นดาร์คช็อกโกแลต และ “วานิลลา ครีม คาราเมล โครนัท” (Vanilla Crème Caramel Cronut) โครนัทสอดไส้ครีมวานิลลาสูตรหวานน้อย ราดด้วยซอสคาราเมล พร้อมท็อปปิ้งด้วยถั่วลิสง (Peanut) ที่ผ่านการอบซอสซอลท์คาราเมล (Salted Caramel) เพื่อตัดรสความหวานของครีม ให้รสชาติที่กลมกล่อมไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป

ร่วมลิ้มรสความอร่อยกับเมนูใหม่ล่าสุด  “โครนัท” (Cronut) จากร้าน CPS Coffee กับ 2 รสชาติ ได้แก่ “เดอร์ตี้ ดาร์ค ช็อกโกแลต โครนัท” (Dirty Dark Chocolate Cronut ราคา 150 บาท) และ “วานิลลา ครีม คาราเมล โครนัท” (Vanilla Crème Caramel Cronut ราคา 150 บาท) ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน CPS Coffee ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ สาขาเทอมินัล 21 ชั้น M, สาขาไอคอนสยาม ชั้น 1 และ สาขาเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น G

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  20 สิงหาคม 2563 – 15:35 น.

ทวิตเตอร์ ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บริการแจ้งเตือนอัปเดตแหล่งข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ บนทวิตเตอร์เพื่อให้ทุกคนไม่พลาดทุกข่าวสารล่าสุดจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติต่างๆ และการบรรเทาสาธารณภัยในประเทศไทย

เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ภายใต้อิทธิพลประจำปีและฤดูกาลของมรสุมเขตร้อน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม ภัยแล้ง ไฟป่า และอื่นๆ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศไทยในแต่ละปี

ดังนั้นเพื่อขยายขอบข่ายฟีเจอร์การให้บริการแจ้งเตือนของทวิตเตอร์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ทุกคนสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ทวิตเตอร์จึงร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (@DDPMNews), สภากาชาดไทย (@ThaiRedCross) รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ องค์กรไม่แสวงผลกำไร และสื่อมวลชนต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการช่วยจัดการกับเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  


นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า “ปภ.ในฐานะหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ ได้มุ่งสร้างแนวทางในการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสาธารณภัยแก่สาธารณชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางทวิตเตอร์ได้มีการพัฒนารูปแบบการใช้งานใหม่ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสาธารณภัย ถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อภารกิจในด้านการเตรียมความพร้อมรับมือและป้องกันแก้ไขปัญหาภัยพิบัติในประเทศไทย ซึ่งการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวจะทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลด้านสาธารณภัยแบบเรียลไทม์จากแหล่งข้อมูลภาครัฐที่เชื่อถือได้  ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประชาชนและหน่วยงานได้อย่างทันท่วงที และเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้ประชาชนสามารถปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ทั้งยังช่วยให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยอย่างดีที่สุด”

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  


นางสาวมนรวี อำพลพิทยานันท์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะและการให้เพื่อสังคม ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวิตเตอร์ กล่าวว่า “ความโดดเด่นของทวิตเตอร์คือการเป็นศูนย์รวมของบทสนทนาระดับโลกเรียลไทม์และทันสมัยที่ทำให้ทุกคนทราบว่าในขณะนี้มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้าง คุณลักษณะที่สำคัญนี้ทำให้ทวิตเตอร์เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถสื่อสารกันได้ทันเวลาและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเวลามีภัยพิบัติเกิดขึ้น ทีมบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ทั่วโลกเห็นถึงความสำคัญนี้และใช้ทวิตเตอร์ในการติดต่อสื่อสารกับผู้คนในพื้นที่และแบ่งปันข้อมูลแบบเรียลไทม์ในการให้ความช่วยเหลือ การปฏิบัติการกู้ภัย และการตอบสนองกับเหตุฉุกเฉินต่างๆ การเปิดตัวฟีเจอร์การให้บริการนี้จะช่วยต่อยอดความมุ่งมั่นของทวิตเตอร์ในการร่วมมือกับทุกฝ่ายในการให้การสนับสนุนในกรณีฉุกเฉินเมื่อมีสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ ภาคประชาสังคม และบุคคลทั่วไป เพราะการแจ้งเตือนนี้ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของภัยพิบัติแบบเรียลไทม์และอย่างต่อเนื่อง เช่น ข้อมูลสำคัญล่าสุดบนท้องถนนและระบบสาธารณูปโภคที่ขัดข้อง และยังช่วยสร้างการเข้าถึงโดยตรงระหว่างพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกับทีมกู้ภัย”

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  

ฟีเจอร์บริการแจ้งเตือนอัปเดตแหล่งข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ ให้บริการการแจ้งเตือนข้อมูลสำคัญและส่งเสริมข้อมูลการบรรเทาสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างหรือหลังการเกิดภัยพิบัติและเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ได้เข้าถึงแหล่งข้อมูลอัปเดตล่าสุดที่เชือถือได้ที่เกี่ยวกับภัยพิบัติและเหตุการณ์ฉุกเฉินจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและสื่อมวลชน โดยเปิดให้บริการเป็นภาษาไทยบนระบบปฏิบัติการ iOS แอนดรอยด์ และ mobile.twitter.com 

ทุกๆ ครั้งที่มีคนค้นหาด้วยคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ ฟีเจอร์จะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องและแหล่งข้อมูลความช่วยเหลือบนทวิตเตอร์ การให้บริการแจ้งเตือนนี้จะได้รับการตรวจสอบเป็นระยะโดยทีมงานของทวิตเตอร์เพื่อให้แน่ใจว่าคำสำคัญที่เกี่ยวข้องจะสามารถแสดงผลการค้นหาได้ในทันที ตัวอย่างคำสำคัญที่ใช้ในการค้นหาในฟีเจอร์นี้ เช่น “ภัยพิบัติ”, “น้ำท่วม”, “แผ่นดินไหว” เป็นต้น

นอกจากนั้น ฟีเจอร์บริการแจ้งเตือนอัปเดตแหล่งข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ จะแสดงรายชื่อหน่วยงานภาครัฐและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานด้านการรับมือกับภัยพิบัติและการบรรเทาสาธารณภัยในประเทศไทย รวมถึงสื่อมวลชนที่กำลังรายงานข่าวล่าสุดเกี่ยวกับภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดขึ้นในไทย ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถ กดติดตามลิสต์ ดังกล่าว เพื่อค้นหาหน่วยงานที่ต้องการและสามารถติดต่อได้ทันท่วงที

เชียงใหม่ อสม.อาสาม้าเร็วลุยพื้นที่เข้มข้น หลังมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงใหม่ อสม.อาสาม้าเร็วลุยพื้นที่เข้มข้น หลังมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน

เชียงใหม่ อสม.อาสาม้าเร็วลุยพื้นที่เข้มข้น หลังมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน20 สิงหาคม 2563 – 09:12 น.

เชียงใหม่ อสม.อาสาม้าเร็วลุยพื้นที่เข้มข้น หลังมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน พบชุมชนสันป่าข่อยไข้เลือดออกระบาด พระ-เด็ก-เป็นผู้ป่วยแล้ว วอน จนท.แขวง-เทศบาลฯลงพื้นที่ช่วยด้วย

วันที่ 19 ส.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในชุมชนและวัดสันป่าข่อย ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่  อสม.นป่าข่อย นำโดย นางสาวฉวีวรรณ ไชยมณี นำเพื่อน อสม.ร่วมกิจกรรมป้องกันลูกน้ำยุงลาย ช่วยกันดูแลบ้านเรือน วัดให้ปราศจากน้ำขัง ตอนนี้โรคไข้เลือดออกกำลังระบาด ในชุมชน พบผุ้ป่วยแล้ว 5 รายเป็นพระในวัดสันป่าข่อย 1 ราย ชาวบ้านและเด็ก 4 ราย ที่ผ่านมาพบมีการรณรงค์ กันมาตลอด แต่ไม่มีการป้องกัน และลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบ อย่างต่อเนื่องขาดๆหาย ทั้งๆที่เป็นแหล่งโรคไข้เลือดออกเริ่มระบาดแล้ว ทะยอยพบผู้ป่วย ซึ่งชาวชุมชนได้ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวให้ทราบถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบลงพื้นที่มาตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้น และชาวบ้านที่กำลังหวาดผวากับโรคร้ายนี้

นางสาวฉวีวรรณ ไชยมณี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเป็นสมาชิก อสม.สันป่าข่อย ได้พร้อมกับเพื่อนร่วมทีม ลงพื้นที่สำรวจแบบว่าเข้มข้นร่วมมือรวมใจ พร้อมรายงานให้หน่วยงานรับผิดชอบ และนำทรายอะเบท ไปใส่ตามที่มีน้ำขัง และคว้ำ ภาชนะที่มีน้ำขัง ตรวจสอบทำลายลูกน้ำยุงลายอันเป็นพาหะ นำเชื้อโรค แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทั่วชุมชน หากทางแขวงและเทศบาลมีความเข้มข้นในการลงพื้นที่จะจะสร้างความมั่นใจให้ชาวชุมชนปลอดภัยจากโรคร้ายไข้เลือดออกได้อีกระดับหนึ่ง และขอบคุณ ประพันธ์ บูรณุปกรณ์ อดีต สว.เชียงใหม่ มอบถุงยังชีพให้กับสมาชิก อสม.สันป่าข่อย ที่เสียสละเวลาทำหน้าที่เพื่อส่วนรวมอย่างเข้มแข้ง อดทน.

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่

ซีพี จับมือเครือข่ายกลุ่มเกษตรยั่งยืนแม่วากโมเดล มอบกล้าพืชสวน 74,048 กล้า ให้ชาวอำเภอแม่แจ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ซีพี จับมือเครือข่ายกลุ่มเกษตรยั่งยืนแม่วากโมเดล มอบกล้าพืชสวน 74,048 กล้า ให้ชาวอำเภอแม่แจ่ม

ซีพี จับมือเครือข่ายกลุ่มเกษตรยั่งยืนแม่วากโมเดล มอบกล้าพืชสวน 74,048 กล้า ให้ชาวอำเภอแม่แจ่ม

20 สิงหาคม 2563 – 09:12 น.

ซีพี ผนึกเครือข่าย กลุ่มเกษตรยั่งยืนแม่วากโมเดล มอบกล้าพืชสวน 74,048 กล้า ให้ชาวอำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ สร้างอาชีพใหม่ ทางรอดหลังวิกฤตโควิด-19

วันที่ 19 สค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อโลกตกอยู่ในสถานการณ์ที่ ไม่สามารถควบคุมได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้น หลายคนทั่วโลกไม่ทันตั้งรับ หลายธุรกิจต่างปิดกิจการลงไปภายในระยะเวลาอันสั้น เหตุจากภัยไวรัสโควิด-19 ที่เข้ามาทำราย วิถีชีวิต ระบบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและหากเรามองให้ครบในทุก มิติ จะเห็นถึง บริบทของสังคมที่ยังต้องการรับความช่วยเหลือ เมื่อมีคนล้ม อีกคนต้องช่วยกันพยุงกันขึ้น ที่มาสู่การเป็นของศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้ ในพื้นที่ บ้านแม่วาก ต.แม่นาจร  อ.แม่แจ่ม  จ.เชียงใหม่  เพื่อการจ้างงานและฟื้นฟูป่า คืนการกลับมาของอาชีพ แก่ชาวบ้านและเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 จากสถานการณ์โควิด -19 ที่ผ่านมาส่งผลให้ชาวบ้านต่างได้ระผลกระทบจากการเลิกจ้างาน เป็นจำนวนมาก ตลอดในระยะเวลา 3 เดือน ที่บ้านแม่วาก ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซีพีได้มอบศูนย์เพาะชำกล้าไม้ให้เพื่อช่วยเหลือยืนหยัดเคียงข้างคนไทยสู้ภัยโควิด-19 จ้างคนตกงานเข้าทำงานที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว

นายบุญลือ ธรรมธนานุรักษ์ นายอำเภอแม่แจ่ม กล่าวว่า ขอบคุณเครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงปัญหาของชุมชนภายในพื้นที่ พร้อมทั้งยังเป็นเสมือนตัวช่วยในการขับเคลื่อนผลักดันให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง พร้อมเรียนรู้สู่ความยังยืนต่อไปในอนาคต พร้อมรับมือกับสถานการณ์ในวันข้างหน้าซึ่งในวันนี้ได้เกิดการจ้างงานของกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยการนำต้นกล้าผักจากโรงเรือนเพาะปลูกมากระจายและส่งมอบให้กับ ชุมชนและผู้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อสร้างการกลับมาของอาชีพและประกอบการใช้โยชน์ของเกษตรกรต่อไป

นายนนท์ นาคะเสถียร ผู้จัดการทั่วไป หน่วยงานพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ทางเครือมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนชุมชน สังคม ให้เกษตรกรในพื้นที่มีอาชีพและรายได้ สามารถเลี้ยงดูตนและครอบครัวอย่างมีความสุข หากการช่วยเหลือเยียวยา คือการกลับมาซึ่งความสุขของเกษตรกร เราพร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้าง ชุมชน สังคม ประเทศชาติ ให้เกิดการพัฒนามุ่งสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทางเครือฯ คาดหวังเพียงอยากให้ ชุมชน สามารถพึ่งพาตนเอง มีความเข้มแข็ง เกิดแรงขับเคลื่อนจากภายในมีความเข้าใจร่วมกัน โดยศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้แห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งการขยายพันธ์พืช ฟื้นฟูป่า เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ในชุมชนโดยภายศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฯนี้ประกอบไปด้วยโรงเรือนเพาะชำกล้าพันธุ์ไม้จำนวน 4 โรงเรือน ซึ่งสามารถเพาะชำกล้าไม้ ทั้ง ระยะสั้นและระยะยาวได้ถึง 102,500 กล้า/รอบ นอกจากนี้สถานที่แห่งนี้ยังสามารถใช้เป็นพื้นที่อรรถประโยชน์กับชุมชน ที่ได้มาจากการเพาะกล้าพืชผักระยะสั้น เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน และเพื่อการฟื้นฟูป่าเพิ่มการกลับมาของพื้นที่สีเขียว สร้างเศรษฐกิจและ สังคม ชุมชน อันนำมาซึ่งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่