เรียนฟรี.. คนล้นคลาส “สิงห์อาสา-สร้างอาชีพ” กับ 3 เชฟดัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เรียนฟรี.. คนล้นคลาส “สิงห์อาสา-สร้างอาชีพ” กับ 3 เชฟดัง

เรียนฟรี.. คนล้นคลาส "สิงห์อาสา-สร้างอาชีพ" กับ 3 เชฟดัง1 กรกฎาคม 2563 – 17:25 น.

เรียนฟรี.. คนล้นคลาส “สิงห์อาสา-สร้างอาชีพ” กับ 3 เชฟดัง ติวเข้ม สร้างตัวกับเมนู delivery จัดอีกรอบ 22 ก.ค.นี้

บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เริ่มหลักสูตรที่สาม “สร้างตัวกับเมนูเดลิเวอรี่” ในโครงการ “สิงห์อาสาอบรมสร้างอาชีพ” ช่วยเสริมทักษะให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 นำไปต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างรายได้ดูแลครอบครัว ในงานมี 3 เชฟดัง “เชฟชุมพล แจ้งไพร” เจ้าของรางวัลมิชลิน 2 ดาว จากร้าน R.HAAN

 “เชฟป้อม” ธนรักษ์ ชูโต เชฟกะทะเหล็กอาหารจีน และ “เชฟปิ๊ก” สรมย์เวท ธีระพจน์ ครีเอทีฟเชฟ จากร้าน EST. 33 มาลงมือสอนด้วยตัวเอง พร้อมให้ความรู้ด้านการเพิ่มมูลค่าของอาหารเดลิเวอรี่เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

โดยเมื่อเรียนจบคอร์สสามารถนำความรู้ไปใช้ได้ทันที โดยได้รับการตอบรับจากผู้สนใจสมัครร่วมโครงการอย่างท่วมท้น ทั้งนี้หลักสูตร “สร้างตัวกับเมนูเดลิเวอรี่” จะจัดอีกครั้งในวันที่ 22 ก.ค. 2563

หลังจากที่บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มีนโยบายเร่งด่วนในการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตโควิด-19 ด้วยการเร่งจ้างงานและสร้างอาชีพ ผ่านโครงการสิงห์อาสาทั่วประเทศ ทั้งการจ้างงานเร่งด่วนผ่านโครงการสิงห์อาสาใน 3 ภูมิภาค ในการร่วมเป็นอาสาสมัครดูแลท้องถิ่นตัวเองทั่วประเทศ คือ โครงการสิงห์อาสาสู้ไฟป่า, โครงการสิงห์อาสาสู้ภัยแล้ง และ โครงการสิงห์อาสาสู้น้ำท่วมติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2563 ที่ศูนย์นวัตกรรมด้านอาหาร Food Innovations Center จ.ปทุมธานี สิงห์อาสา โดย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ได้จัดอบรมต่อเนื่องหลักสูตรที่สาม “สร้างตัวกับเมนูเดลิเวอรี่” ครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ “สิงห์อาสาอบรมสร้างอาชีพ” ในกลุ่มทักษะวิชาชีพทางด้านอาหาร

สู่การเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งได้รับเกียรติจาก 4 เชฟชื่อดัง คือ “เชฟชุมพล แจ้งไพร” เจ้าของรางวัลมิชลิน 2 ดาว จากร้าน R.HAAN “เชฟป้อม” ธนรักษ์ ชูโต เชฟกะทะเหล็กอาหารจีน “เชฟบุ๊ค” บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต และ “เชฟปิ๊ก” สรมย์เวท ธีระพจน์ ครีเอทีฟเชฟ จากร้าน EST. 33 ร่วมวางหลักสูตร

โดยหลักสูตร “สร้างตัวกับเมนูเดลิเวอรี่” จัดให้มีการอบรมทำอาหารในหัวข้อ Authentic Thai Fusion จาก “เชฟปิ๊ก สรมย์เวท ธีระพจน์” ครีเอทีฟเชฟ จากร้าน EST. 33 ดีกรีแชมป์การแข่งขันอาหารระดับนานาชาติ ที่มาเปิดเคล็ดลับการทำอาหารให้อร่อยและน่ารับประทาน ในเมนูอาหารไทยยอดนิยมต่างๆ

ต่อด้วยในช่วงบ่ายบรรยายและสาธิตการทำอาหาร จากกูรูอาหารไทยชื่อดัง “เชฟชุมพล แจ้งไพร” เชฟรางวัลมิชลิน 2 ดาว จากร้าน R.HAAN โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมอบรมที่มาจากหลากหลายอาชีพ ด้วยความตั้งใจที่จะเรียนรู้เพื่อนำไปต่อยอดอาชีพต่อไป

ซึ่งในหลักสูตรนอกจากการให้ความสำคัญกับอาหารแล้ว ยังได้ให้ความรู้ในเรื่องการเพิ่มมูลค่าอาหาร เทคนิคการมัดใจกลุ่มลูกค้าที่นำมาซึ่งลูกค้าประจำของร้าน รวมถึงการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทางเดลิเวอรี่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจอาหารในปัจจุบันที่ผู้บริโภคนิยมใช้บริการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่มากขึ้น

สำหรับโครงการ “สิงห์อาสาอบรมสร้างอาชีพ” ในกลุ่มทักษะวิชาชีพทางด้านอาหาร สู่การเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ประกอบด้วย 3 หลักสูตร ได้แก่ “10 เมนูยอดนิยม อร่อยง่ายๆ”, “เครื่องดื่มร้อน เย็น เต็มสูตร” และ “สร้างตัวกับเมนูเดลิเวอรี่” ซึ่งทั้งสามหลักสูตร จะจัดต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม

ผู้สนใจสามารถติดตามและสมัครร่วมโครงการได้ที่เฟสบุ๊ค : Singha R-SA สิงห์อาสา จากนั้นจะจัดอบรมในกลุ่มทักษะวิชาชีพทางด้านงานช่าง และกลุ่มทักษะวิชาชีพทางด้านการเกษตร ต่อไป

โดยหากนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทั่วประเทศ ในรูปแบบต่างๆ เป็นมูลค่าการช่วยเหลือรวมกว่า 200 ล้านบาท

เรียนฟรี.. คนล้นคลาส "สิงห์อาสา-สร้างอาชีพ" กับ 3 เชฟดัง
เรียนฟรี.. คนล้นคลาส "สิงห์อาสา-สร้างอาชีพ" กับ 3 เชฟดัง
เรียนฟรี.. คนล้นคลาส "สิงห์อาสา-สร้างอาชีพ" กับ 3 เชฟดัง

ปศุสัตว์อำเภอ สุ่มตรวจสอบนมโรงเรียน กำชับเข้มงวดก่อนส่งให้เด็กดื่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปศุสัตว์อำเภอ สุ่มตรวจสอบนมโรงเรียน กำชับเข้มงวดก่อนส่งให้เด็กดื่ม

ปศุสัตว์อำเภอ สุ่มตรวจสอบนมโรงเรียน กำชับเข้มงวดก่อนส่งให้เด็กดื่ม1 กรกฎาคม 2563 – 16:27 น.

ปศุสัตว์แม่ลาน้อย สุ่มตรวจสอบติดตามนมโรงเรียนตามโครงการอาหาร เสริม(นม)โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2563 วันแรกของการเปิดเรียน

วันนี้ 1 ก.ค. 2563 นายมงคล เจริญเมือง ปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อย พร้อมด้วยนาย ไชยยศ แจ้งใจ เจ้าพนักงานสัตวบาลโครงการหลวงแม่ลาน้อย ลงพื้นที่ติดตามผลการจัดส่งนมโรง เรียนตามโครงการอาหาร เสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2563 ในวันแรกของการเปิดภาคเรียน ตามแผนการตรวจติดตามคุณภาพน้ำนมโครงการอาหารเสริม ของ อบต.ท่าผาปุ้ม จัดส่งให้โรงเรียน บ้านแม่เตี๋ย ม.5 และโรงเรียนบ้านท่าผาปุ้ม ม.4 ตำบลท่าผาปุ้ม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

นายมงคล เจริญเมือง ปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อย เปิดเผยว่า การออกตรวจในครั้งนี้ เป็นการตรวจสอบคุณภาพของนมโรงเรียนและให้คำแนะนำให้เจ้าหน้าที่ อบต.ที่รับผิดชอบในการตรวจสอบคุณภาพของนมหลังการตรวจรับก่อนที่จะให้เด็กดื่มกิน ซึ่งจะได้ดำเนินการตรวจทุกเดือนเพื่อป้องกันไม่ให้มีนมเสีย ที่ผ่านมายังไม่พบปัญหา ซึ่งทางท้องถิ่นและโรงเรียนให้ความสำคัญกับการตรวจคุณภาพนม อย่างเต็มที่ทำให้เด็กได้รับนมที่ดีมีคุณภาพ

โดยทางปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อยได้กำชับเจ้าหน้าที่ของ โรงเรียน และ อบต.ท่าผาปุ้ม ให้เข้มงวดในการตรวจสอบคุณภาพของนมโรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมที่มีคุณภาพ มีโภชนาการที่ดี ที่สำคัญจะต้องไม่มีเด็กนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากนมที่ไม่ได้คุณภาพและไม่ปลอดภัย ซึ่งในหลายพื้นที่ ที่ผ่านมาพบปัญหาในเรื่องคุณภาพของนมโรงเรียนติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ธรรมาภิบาลชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจสอบการถมดินรุกแม่น้ำท่าจีน หลังมีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ธรรมาภิบาลชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจสอบการถมดินรุกแม่น้ำท่าจีน หลังมีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อ

ธรรมาภิบาลชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจสอบการถมดินรุกแม่น้ำท่าจีน หลังมีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อ1 กรกฎาคม 2563 – 13:29 น.

ธรรมาภิบาลชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจสอบการถมดินรุกแม่น้ำท่าจีน หลังมีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อ เจ้าของที่ดินยืนยันเป็นที่ดินของครอบครัว ที่อาศัยทำกิน มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า มีเอกสารสิทธิ์ สค.1 ครอบครอง แต่มีคนเข้าใจผิด คิดว่าที่ดินของตนเป็นที่สาธารณะ

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ว่ามีการถมดิน รุกล้ำลงไปในแม่น้ำท่าจีน (สายเก่า) ในพื้นที่ ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พร้อมกับนายจุมพฎ เจตน์จันทร์ กรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดชัยนาท และนายสายัญ ดวงประทีป ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.สามง่ามท่าโบสถ์ โดยพบว่า บริเวณริมถนนเลียบแม่น้ำท่าจีน (สายเก่า) ม.5 ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา มีเครื่องจักรกล กำลังขุดดิน บนที่ดินประมาณ 20 ไร่ และมีการก่อสร้างทำคันดิน เลียบลำแม่น้ำท่าจีนสายเก่า เป็นทางยาวกว่า 200 เมตร กว้างประมาณ 4 เมตร จึงเข้าไปตรวจสอบ พบว่ามีการปักหมุดเขตที่ดิน ล้อมรอบพื้นที่ และมีการขุดดินในพื้นที่ ขึ้นไปทำคันดินเลียบแม่น้ำ โดยคันดินดังกล่าว ยังอยู่ในเขตหลักหมุด ไม่มีการรุกล้ำลงไปในแม่น้ำ ตามที่มีการร้องเรียน

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

จากการสอบถาม น.ส.กิติวรรณ ดอกกุหลาบ อายุ 62 ปี เจ้าของที่ดิน  ให้ข้อมูลว่า ที่ดินดังกล่าว เป็นที่ดินของครอบครัว ที่อาศัยทำกิน มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า มีเอกสารสิทธิ์ สค.1 ครอบครอง เมื่อที่ดินส่งต่อมาถึงรุ่นตน จึงได้มีการขอออกโฉนด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมาเกิดน้ำท่วม จึงปล่อยที่ดินทิ้งร้าง แต่เพราะที่ดินอยู่ติดกับลำน้ำเก่า จึงมีคนเข้าใจผิด คิดว่าที่ดินของตนเป็นที่สาธารณะ เมื่อตนเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ จึงมักจะมีคนร้องเรียนไปยังหน่วยงานราชการ ว่าตนนำที่ดินสาธารณะมาออกโฉนด ทำให้หน่วยราชการต้องลงมาตรวจสอบที่ดินของตนอยู่บ่อยครั้ง ขอยืนยันว่า ที่ดินนี้เป็นที่ดินของตนที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ส่วนเรื่องการทำคันดินในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นแนวเขตและป้องกันน้ำท่วมในอนาคต โดยก่อนที่จะสร้างคันดิน ได้มีการประสานไปยังสำนักงานที่ดินอำเภอหันคา ให้มาตรวจสอบ ปักหมุดแนวเขตที่ดินเรียบร้อยแล้ว โดยได้ขุดดินในที่ดินของตน ขึ้นมาทำคันดินตามแนวเขต ไม่ได้รุกล้ำลงไปในลำแม่น้ำอย่างแน่นอน

ด้านนายสายัญ ดวงประทีป ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.สามง่ามท่าโบสถ์  กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่ดินดังกล่าว พบว่าเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ และการขุดดินขึ้นมาถม เพื่อทำคันดิน ก็ยังอยู่ในเขตที่ดินของเจ้าของที่ ยังไม่มีการรุกล้ำลงไปในแม่น้ำท่าจีน (สายเก่า) ตามที่มีผู้ร้องเรียนไปยังสื่อมวลชน แต่อย่างใด    

ข่าว/ภาพ  ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยนาท

ชาวทับสะแกขึ้นป้าย ห้ามย้าย ผอ. ต้อนรับวันเปิดเทอม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวทับสะแกขึ้นป้าย ห้ามย้าย ผอ. ต้อนรับวันเปิดเทอม

ชาวทับสะแกขึ้นป้าย ห้ามย้าย ผอ. ต้อนรับวันเปิดเทอม 1 กรกฎาคม 2563 – 13:28 น.

ต้อนรับวันเปิดเทอมวันแรกชาวบ้านทับสะแกขึงป้ายห้ามย้าย ผอ.โรงเรียนอ่างทองพัฒนา และขอให้ย้ายครูผู้ช่วย 3 รายออกนอกพื้นที่

วันที่ 1 กรกฎาคม นายสถาปัตย์ ลิ้มเสรี นิติกร  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 (สพป.เขต 1) ได้เดินทางไปที่โรงเรียนอ่างทองพัฒนา หมู่ 5 ริมถนนเพชรเกษมขาขึ้น กทม. ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก เพื่อเจรจากับชาวบ้านกว่า 20 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครือญาติของกลุ่มแม่ครัวที่รับผิดชอบโครงการอาหารกลางวันนักเรียนเดินทางมาขึงป้ายผ้าที่บริเวณประตูทางเข้าโรงเรียน เพื่อประท้วงไม่ให้ย้าย นางสุภาพรรณ จูสวย ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว และขอให้ย้ายครูผู้ช่วย 3 รายออกนอกพื้นที่

จากนั้นได้ทำความเข้าใจว่าที่ผ่านมา ผอ.โรงเรียนมีปัญหาถูกร้องเรียนการบริหารงานภายในที่ส่อทุจริตหลายประเด็นจาการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะมีการกล่าวหาว่าจัดทำอาหารกลางวันไม่มีคุณภาพ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจากสำนักงานศึกษาธิการ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ยังไม่มีผลสรุปที่ชัดเจนคาดว่าต้องใช้เวลาสอบนานพอสมควร ขณะเดียวกันผู้บริหาร สปพ.เขต 1 ยังไม่มีคำสั่งย้ายผู้บริหารโรงเรียนแต่อย่างใด สำหรับความขัดแย้งระหว่าง ผอ.โรงเรียนกับครูผู้ช่วย 3 ราย เป็นปัญหาภายในของระบบการบริหารงานบุคคลและการแก้ปัญหาจะต้องรอผลสรุปการสอบสวนข้อเท็จจริงทุกประเด็น  ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายสถาปัตย์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งให้ครูผู้ช่วย 3 รายเดินทางไปช่วยราชการ เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวที่ สปพ.เขต 1 เพราะเกรงว่าอาจจะไม่มีความปลอดภัยหากทำหน้าที่สอนนักเรียนตามปกติ และลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างโรงเรียนกับประชาชนในพื้นที่  

ภาพ/ข่าว พอใจ จันทนา ข่าวภูมิภาค จ.ประจวบคีรีขันธ์

พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนกองทุนแม่ของแผ่นดิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนกองทุนแม่ของแผ่นดิน

พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนกองทุนแม่ของแผ่นดิน1 กรกฎาคม 2563 – 13:25 น.

พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ จัดการประชุมการขับเคลื่อนงานกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2563 เพื่อป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด ในชุมชน หมู่บ้าน อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน มีผู้นำชุมชนจำนวน 10 หมู่ บ้านเข้าร่วม

พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ จัดการประชุมการขับเคลื่อนงานกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2563 เพื่อป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด ในชุมชน หมู่บ้าน อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน มีผู้นำชุมชนจำนวน 10 หมู่ บ้านเข้าร่วม ณ ห้องประชุม กอ.รมน.จังหวัดเชียงใหม่ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายอาทร พิมชะนก พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้นายวิทยา ชุมภูคำ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางงบประมาณอุดหนุนเพื่อป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5

โดยมี นายสว่าง ธาตุอินทร์จันทร์ ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ และผู้นำชุมชน หมู่บ้านเป้าหมาย จำนวน 10 หมู่บ้านจากพื้นที่ อำเภออมก๋อย อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอดอยหล่อ อำเภอพร้าว อำเภอแม่ริม และอำเภอแม่อาย พร้อมทั้ง ประธานศูนย์การเรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านหนองปลามัน ตำบลห้วยทราย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พัฒนาการอำเภอและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 25 ราย เข้าร่วมประชุมแบบ New Normal โดยมีการคัดกรอกป้องกันการแพร่ระบาด ของโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด รัดกุมติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

โดยในการประชุมได้หารือและกำหนดแนวทางการการดำเนินกิจกรรม ดังนี้ คือ   
1.  ยกระดับหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับ C ให้เป็น B หรือ A จำนวน 10 หมู่บ้าน ในพื้นที่อำเภออมก๋อย ดอยสะเก็ด พร้าว ดอยหล่อ แม่ริม และอำเภอแม่อาย
2. พัฒนายกระดับศูนย์การเรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินเป็นศูนย์ศึกษาดูงานระดับจังหวัด จำนวน 1 แห่ง (บ้านหนองปลามัน ตำบลห้วยทราย อำเภอแม่ริม)
ทั้งนี้เพื่อนำข้อมูลปัญหาและความต้องการของชุมชนให้ชาวบ้านรับทราบปัญหาที่แท้จริง มีการระดมความคิดทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานราชการ, พัฒนาชุมชน, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน และประชาชนในการสะท้อนปัญหาที่แท้จริงและหาทางออกร่วมกันในการแก้ไขปัญหา ยาเสพติด และจัดกิจกรรม หางบประมาณ เพื่อจัดทำแผนพัฒนาชุมชนแบบยั่งยืนต่อไป

นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่

กำแพงเพชรเข้มรับเปิดเทอม ตามวิถี New Normal ใส่หน้ากาก ตรวจวัดอุณหภูมิ ก่อนเข้าเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กำแพงเพชรเข้มรับเปิดเทอม ตามวิถี New Normal ใส่หน้ากาก ตรวจวัดอุณหภูมิ ก่อนเข้าเรียน

กำแพงเพชรเข้มรับเปิดเทอม ตามวิถี New Normal ใส่หน้ากาก ตรวจวัดอุณหภูมิ ก่อนเข้าเรียน1 กรกฎาคม 2563 – 13:25 น.

โรงเรียนภายในจังหวัดกำแพงเพชร ตรวจเข้มเปิดเรียนวันแรกตามวิถี New Normal ใส่หน้ากาก ตรวจวัดอุณหภูมิ ก่อนเข้าเรียน

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามการเปิดการเรียนการสอนวันแรกของปีการศึกษา 2563 หลังมีการเลื่อนเปิดการเรียนการสอนเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิค-19 ที่โรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา เขต 41 พบว่าผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานมาส่งที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าโรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคมเป็นบางคน ส่วนมากนักเรียนจะมาโรงเรียนด้วยวิธีขึ้นรถรับส่งนักเรียนที่ผู้ปกครองจัดหาไว้ให้ ซึ่งก่อนที่จะเข้าสู่ภายในโรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม นักเรียนจะต้องทำการคัดกรองอุณหภูมิภายในร่างกายและล้างมือให้สะอาดตามจุดที่โรงเรียนได้จัดตั้งไว้ให้ โดยมีคณะครูที่รับผิดชอบคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

ดร.พัฒนา ทรงประดิษฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการดูแลนักเรียนในภาวะโรคระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 โดยการจัดทำตามวิถีทางของ สบค. และตามที่จังหวัดได้สั่งการมา รวมถึงการตรวจวัดอุณหภูมิ การใส่หน้ากาก รวมถึงการล้างมือด้วยเจล โดยมีอ่างล้างมือ ก็ช่วยกันเพื่อจะช่วยให้นักเรียนของเราปลอดภัย จังหวัดกำแพงเพชรของเราปลอดภัย และประเทศชาติของเราปลอดภัย

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ด้านตัวแทนของนักเรียนโรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม ได้เปิดเผยว่า รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เปิดเรียนเป็นวันแรก และต้องมาเจอโรคไวรัสโควิดแบบนี้ ต้องตรวจวัดอุณหภูมิตั้งแต่ทางเข้าโรงเรียนก่อนจะผ่านเข้ามาได้ ส่วนเรื่องการเรียนมีการแบ่งนักเรียนในห้องอย่างละครึ่งหนึ่ง โดยแบ่งจากเลขที่ของเด็ก คือเลขคู่และเลขคี่ ซึ่งสัปดาห์นี้เป็นทางเลขคี่ที่ได้มาเรียน ส่วนเลขคู่ที่ไม่ได้มาเรียนที่โรงเรียนจะมีการสอนทางออนไลน์

กำแพงเพชรเข้มรับเปิดเทอม ตามวิถี New Normal ใส่หน้ากาก ตรวจวัดอุณหภูมิ ก่อนเข้าเรียน
กำแพงเพชรเข้มรับเปิดเทอม ตามวิถี New Normal ใส่หน้ากาก ตรวจวัดอุณหภูมิ ก่อนเข้าเรียน
กำแพงเพชรเข้มรับเปิดเทอม ตามวิถี New Normal ใส่หน้ากาก ตรวจวัดอุณหภูมิ ก่อนเข้าเรียน

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

นายกเป้ารุดช่วยเหลือ 4 พ่อ-แม่ลูกพักอาศัยเพิงหมาแหงน ไม่มีเงินซื้อชุดนร.ให้ลูกไปโรงเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นายกเป้ารุดช่วยเหลือ 4 พ่อ-แม่ลูกพักอาศัยเพิงหมาแหงน ไม่มีเงินซื้อชุดนร.ให้ลูกไปโรงเรียน

นายกเป้ารุดช่วยเหลือ 4 พ่อ-แม่ลูกพักอาศัยเพิงหมาแหงน ไม่มีเงินซื้อชุดนร.ให้ลูกไปโรงเรียน1 กรกฎาคม 2563 – 10:32 น.

รุดช่วยเหลือ 4 พ่อ-แม่ลูกอาศัยเพิงหมาแหงนเป็นที่พัก ไม่มีเงินซื้อชุดนร.ให้ลูกไปโรงเรียน “นายกเป้า”นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ 4 แม่ลูก ก่ออิฐบล็อกเป็นเพิงหมาแหงนพักอาศัย ไม่มีเงินซื้อชุดนักเรียนให้ลูกไปโรงเรียน

เรื่องราวของสาวบ้านบึง แม่ลูก 3 ผัวทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้าง ก่ออิฐบล็อกปลูกบ้านพักเป็นเพิงหมาแหงน เนื้อที่ประมาณ 10 กว่าตารางวา อยู่ข้างสระน้ำ สภาพบ้านไม่มีประตู หน้าต่าง ไม่มีห้องน้ำ ที่หลับนอนเป็นเพียงฟูกเก่าๆ พื้นที่รอบบ้านเป็นป่ารกอีกทั้งยังบริเวณที่มีงูเห่าชุกชุม ลูกสาววัยเรียน 2 คนต้องขาดเรียนเพราะทางบ้านไม่มีเงินซื้อชุดนักเรียน ค่ารถ ค่าอาหาร เพื่อนบ้านที่พักอาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงชื่อ น.ส.ธนาธรณ์ โตบุญลม เห็นสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวสาวแม่ลูก 3 แล้วมีความสงสาร จึงได้ส่งข้อความขอช่วยเหลือผ่านเฟสบุ๊กไปยังกลุ่ม Change Chonburi พร้อมแนบเรื่องราวและภาพถ่ายบ้านพัก ไปถึง นายกเป้า นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง นายกสมาคมกลุ่มอาชีพการเกษตรชลบุรี เพื่อขอความช่วยเหลือในเรื่องทุนการศึกษา ค่าชุดนักเรียน เพื่อต้องการให้เด็กๆ ได้ไปเรียนหนังสือที่ โรงเรียนวัดหนองเขิน ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

นายกเป้ารุดช่วยเหลือ 4 พ่อ-แม่ลูกพักอาศัยเพิงหมาแหงน ไม่มีเงินซื้อชุดนร.ให้ลูกไปโรงเรียน

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 30 มิถุนายน 2563 “นายกเป้า”นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง หัวหน้ากลุ่ม Change Chonburi ได้มอบหมายให้ กำนันปาย นายวีรวุฒิ สิงห์โตทอง กำนันต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรีพร้อมด้วย สท.จี๊ด นายวิรัตน์ เนื่องจำนงค์ สท.หนองชาก และทีมงาน ผู้ใหญ่บ้าน ม.4  ลงพื้นที่ไปที่หมู่บ้านบังเอิญ บ้านเลขที่ 153 ม.4 ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เพื่อไปให้ความช่วยเหลือ สาวบ้านบึงแม่ลูก 3 ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าว เนื่องจากได้รับแจ้งว่าขาดเงินทุนการศึกษาให้กับลูก ๆ ที่จะไปโรงเรียน อีกทั้งสภาพบ้านเรือนที่พักอาศัย มีสภาพชำรุด อาจจะเกิดอันตรายต่อเด็ก ๆ ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

พบ นางดา (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี สาวบ้านบึงลูก 3 กำลังอุ้มลูกวัย 2 ขวบ และยังมีลูกสาวอีก 2 คน วัย 8 ขวบ และ 10 กว่าขวบ นั่งอยู่ที่บริเวณบ้าน จึงได้สอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่ รวมถึงการประกอบอาชีพ โดยนางดา เล่าว่า สามีมีอาชีพเป็นกรรมกรก่อสร้าง มีรายได้วันละประมาณ 300-400 บาท ก่อนหน้าตนเองก็ได้ไปช่วยสามีทำงานด้วย แต่พอมีลูกเล็ก จึงไม่สามารถไปทำงานได้เพราะไม่มีคนเลี้ยงลูก อีกทั้งบริเวณบ้านพักก็ปลูกอยู่ ติดกับสระน้ำกลัวว่าถ้าปล่อยลูกให้พี่ๆ ดูแลอาจพลัดตกน้ำ จึงจำเป็นต้องให้สามีไปทำงานคนเดียว โดยตนเองเลี้ยงดูลูกอยู่ที่บ้าน ทำให้เงินทองที่หาได้ไม่พอใช้ ลูกๆ ที่เคยไปโรงเรียนก็ไม่ได้ไป

นายกเป้ารุดช่วยเหลือ 4 พ่อ-แม่ลูกพักอาศัยเพิงหมาแหงน ไม่มีเงินซื้อชุดนร.ให้ลูกไปโรงเรียน

ส่วนบ้านพักที่เห็นอยู่ก็ปลูกไปตามมีตามเกิด  กำนันปาย จึงได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น จำนวน 3,000 บาท และยังมอบเงินให้ไปซื้อชุดนักเรียนอีก 2,000 บาท ส่วนบ้านที่มีสภาพเป็นเพิงหมาแหงน ชำรุดทรุดโทรมกันฝนกันน้ำไม่ได้นั้นก็จะให้ช่างมาซ่อมแซมให้ทันที โดยติดตั้งประตู หน้าต่าง รวมทั้งทำห้องน้ำให้แน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้ สัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง เข้าไปทำอันตรายได้ เพราะในพื้นที่บริเวณดังกล่าวได้รับการบอกกล่าวจากชาวบ้านว่าเป็นพื้นที่ ๆ มีงูเห่า ชุกชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจาก นางดา นามสมมุติ ได้รับเงินช่วยเหลือจาก กำนันปาย เพื่อนบ้านก็ไปพาไปซื้อชุดนักเรียน พร้อมของกินของใช้ ที่ตลาดบ้านบึง เพื่อเตรียมพร้อมที่จะให้ลูกสาวทั้ง 2 คนได้ไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดหนองเขิน ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ที่จะเปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ทันที โดยเพื่อนบ้านได้โพสต์เฟสบุ๊กขอบคุณในน้ำใจของ นายกเป้าและ กำนันปาย ที่ให้ความช่วยเหลือทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนหนังสือ

นายกเป้ารุดช่วยเหลือ 4 พ่อ-แม่ลูกพักอาศัยเพิงหมาแหงน ไม่มีเงินซื้อชุดนร.ให้ลูกไปโรงเรียน
นายกเป้ารุดช่วยเหลือ 4 พ่อ-แม่ลูกพักอาศัยเพิงหมาแหงน ไม่มีเงินซื้อชุดนร.ให้ลูกไปโรงเรียน

ธนา ธรรมวาจา/เจียรพรรณ สุรนันท์ ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี

เปิดเทอมวันแรก “พะเยาพิทยาคม” เข้มตั้งแต่ประตูทางเข้าจนหลังเลิกเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดเทอมวันแรก “พะเยาพิทยาคม” เข้มตั้งแต่ประตูทางเข้าจนหลังเลิกเรียน

เปิดเทอมวันแรก "พะเยาพิทยาคม" เข้มตั้งแต่ประตูทางเข้าจนหลังเลิกเรียน1 กรกฎาคม 2563 – 09:48 น.

พะเยาพิทยาคม เป๊ะมาตรการป้องการการระบาดโควิด 19 ในสถานศึกษา เน้นตั้งแต่หน้าโรงเรียนจนถึงเดินทางกลับ เรียนวันเว้นวัน

วันนี้ (1 กรากฎาคม 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่กระทรวงศึกษาธิการให้เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป ปรากฏว่าสถานศึกษาในจังหวัดพะเยาตั้งแต่ระดับอนุบาล – อุดมศึกษา ต่างก็มีการตื่นตัวและซักซ้อมทั้งการเรียน การสอน อาคารสถานที่ เช่นที่โรงเรียนพะเยาพิทยาคม ได้มีการเตรียม นักเรียน ผู้ปกครอง ออนไลน์ตั้งแต่ยังไม่มีการเปิดเรียน จนกระทั่งเปิดเรียน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ปลอดเชื้อโควิดตามวิถีทาง New Normal

นายพิเชษฐ์  สมฤทธิ์ ผอ. ร.ร.พะเยาพิทยาคม เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนได้พยายามสื่อสารกับ นักเรีรยน ผู้ปกครอง เรื่องการป้องกันการระบาดของโควิด 19 ตั้งแต่ยังไม่เปิดการศึกษาเพื่อให้ทุกฝ่ายปฏิบัติได้ถูกต้องตรงกัน เมื่อถึงเวลาจริงทำให้การปฏิบัติง่ายขึ้น ถูกต้อง โดยนักเรียนคณะครู และจทน.ทุกคนที่จะผ่านเข้าโรงเรียนจะต้องรักษาระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร วัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ สแกน QR Code หรือลงลายมือชื่อในสมุดกรณีไม่มีสมาร์ทโฟนก่อนที่จะเข้าอาคารเรียนติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ในส่วนของการเรียนการสอนได้แบ่งให้นักเรียนชั้นมัธยมต้นเรียน เรียน จันทร์ พุธและศุกร์ ส่วน นักเรียนมัธยมปลาย เรียนอังคาร พฤหัส เสาร์ โดยแต่ละห้องแบ่งออกเป็นสองกลุ่มๆละ 20 คน จัดโต๊ะเรียนห่างกัน 1 เมตร และมีการสอนออนไลน์เสริมในวิชาหลักๆสำหรับ นักเรียนที่หยุด ส่วนการรักษาระยะห่างในเวลารับประทานอาหารจะให้การเหลื่อมคาบเรียนห่างกัน 1 คาบหรือประมาณ 50 นาที ซึ่งจะลดจากแออัดยัดเยียดของ นักเรียนได้เป็นอย่างดีและโรงอาหารของโรงเรียนก็กว้างพอ จึงขอให้ผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานมาให้โรงเรียนดูแลให้มั่นใจว่าทางโรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 อย่างดีที่สุดตามมาตรฐานของทางราชการกำหนด

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จงพะเยา

ชาวนาสุโขทัย เสี่ยงหว่านแห้งรอฝน หลังเลยฤดูทำนาปีมาเกือบ 3 เดือน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวนาสุโขทัย เสี่ยงหว่านแห้งรอฝน หลังเลยฤดูทำนาปีมาเกือบ 3 เดือน

30 มิถุนายน 2563 – 18:27 น.

ชาวนาสุโขทัย เสี่ยงหว่านแห้งรอฝน หลังเลยฤดูทำนาปีมาเกือบ 3 เดือน หากฝนไม่ตกข้าวอาจเสียหายได้

ชาวนาในพื้นที่ตำบลทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ต่างพากันไถปรับหน้าดิน และหวานเมล็ดข้าวบนผืนดินที่แห้ง ซึ่งชาวนาเรียกวิธีนี้ว่า หว่านแห้ง ในพื้นที่นาของตน หลังจากที่เข้าสู่ช่วงฤดูทำนาปีมาเกือบ 3 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีน้ำเพียงพอในการปลูกข้าว เนื่องจากปีนี้ฝนทิ้งช่วงนานจึงทำให้น้ำในคลองธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำต่างๆ เหลือน้อย โดยเฉพาะน้ำแม่น้ำยมซึ่งเป็นเหมือนเส้นเลือดหลักของชาวสุโขทัย ที่ปัจจุบันแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามได้

นางสำอาง ศรีทรัพย์ อายุ 65 ปี ที่อยู่ ต.ทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า ทุกปีจะตนหว่านข้าวนาปีตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน แต่ปีนี้ฝนทิ้งช่วงนานทำให้น้ำในคลองต่างๆ แห้งขอด ไม่สามารถสูบขึ้นมาบนที่นาเพื่อใช้ในการทำนาได้ แต่หากรอนานกว่านี้ก็จะเก็บเกี่ยวไม่ทันฤดูเก็บเกี่ยว  ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

จึงตัดสินใจหว่านแห้ง และเสี่ยงรอฝนที่อาจจะตกลงมาบ้างในช่วงนี้ นางสำอาง กล่าวอีกว่า รู้ว่าเสี่ยงมากแต่ก็ต้องลองดู โดยในปีนี้ตนปลูกข้าวจำนวน 15 ไร่ ลงทุนไปกว่า 20,000 บาท ซึ่งเมล็ดข้าวที่หว่านลงไปจะทนแล้งอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือนครึ่ง ถ้าไม่มีฝนตกลงมาคาดว่าข้าวที่หว่านไว้จะต้องเสียหายแน่นนอน

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435628/36223/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435628/36224/news

ผู้ปกครองมั่นใจ หลัง รร.เรียกประชุมชี้แจ้งมาตรการป้องกันโควิด ก่อนเปิดเทอม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผู้ปกครองมั่นใจ หลัง รร.เรียกประชุมชี้แจ้งมาตรการป้องกันโควิด ก่อนเปิดเทอม

ผู้ปกครองมั่นใจ หลัง รร.เรียกประชุมชี้แจ้งมาตรการป้องกันโควิด ก่อนเปิดเทอม30 มิถุนายน 2563 – 17:46 น.

ผู้ปกครองมั่นใจ หลัง รร.เรียกประชุมชี้แจ้งมาตรการป้องกันโควิด ก่อนเปิดเทอม โรงเรียน ไทยรัฐวิทยา 33 บ้านทุ่งพร้าว ประชุมผู้ปกครอง แจ้งมีความพร้อมเปิดเรียน มีมาตรการป้องกันโควิด-19 สร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองเมื่อส่งลูกมาเรียน

วันนี้ 30 มิ.ย.2563 นายเรืองศักดิ์ ขาวสะอาด ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 33 บ้านทุ่งพร้าว พร้อมด้วยคณะครู ได้จัดประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน ให้ความรู้เพื่อแจ้งการเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ โดยได้รับความร่วมมือกับผู้ปกครองได้เดินทางมาร่วมประชุมกับทางโรงเรียนเป็นจำนวนมาก ก่อนเข้าประชุมได้มีมาตรการป้องกันตรวจวัดไข้ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ สวมใส่หน้ากากเข้าที่ประชุม โดยจัดสถานที่ให้มีสภาพอากาศปลอดโปร่งโล่ง ใต้ถุนอาคาร รร.ไทยรัฐวิทยา 33 บ้านทุ่งพร้าว อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

โดยทางโรงเรียนได้แจ้งเรื่อง การเปิดการเรียนการสอนซึ่งมีความพร้อม สำหรับการดูแลนักเรียน ให้ผู้ปกครองมาส่งได้บริเวณประตู รร.เท่านั้น จากนั้นจะมีครูผู้ดูแลจะรับนักเรียนไปส่งตามห้องเรียนต่างๆ โดยอาคารเรียน ห้องเรียน ได้มีข้อกำหนดชัดเจน ในแต่ล่ะห้องเรียนจะมีจำนวนนักเรียน 23 – 25 คนเท่านั้น จัดห้องเรียนโดยเว้นระยะห่างของโต๊ะนักเรียนประมาณ 1.5 – 2 เมตร ตามมาตรการการควบคุม การระบาดของโรคไวรัสโควิด-19  สำหรับชุดพื้นเมืองประจำวันศุกร์ ทางโรงเรียน ได้จัดเตรียมชุดประจำชนเผ่า หรือ ชุดพื้นเมืองไว้ให้เด็กนักเรียนอยู่แล้ว โดยผู้ปกครองไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย ซึ่งผู้ปกครองต่างพึงพอใจกับมาตรการลดภาระและมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในโรงเรียนเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ทางโรงเรียน ยังเปิดห้องเรียนให้ผู้ปกครองได้เยี่ยมชม และ แนะนำพบปะครูที่ปรึกษาแต่ละห้องเรียน เพื่อสอบถามปัญหาของเด็กนักเรียนได้อย่างใกล้ชิด โดยภายในห้องเรียนได้มีการจัดโต๊ะเรียนเว้นระยะห่าง มีเจลล้างมือ นักเรียนทุกคนสวมใส่หน้ากากเฟสชิว แต่ละอาคารเรียนจะมีจุดล้างมือและเจลไว้ให้นักเรียน การเดินทางเข้าออกโรงเรียนใช้เส้นทางเดียว มีระบบคัดกรองตามมาตรการการป้องกันโรคโควิด19 ลดความกังวลของผู้ปกครองลงได้เป็นอย่างมาก

สำหรับโรงเรียน ไทยรัฐวิทยา 33 บ้านทุ่งพร้าว ปีการศึกษา 2563 เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษา 41 คน จำนวนนักเรียน ชั้นอนุบาล ชาย 39 คน หญิง 24 คน รวม 63 คน ชั้นประถมศึกษา ชาย 75 คน หญิง 63 คน รวม 138 คน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ชาย 165 คน หญิง 163 คน รวม 328 คน รวมมีนักเรียนทั้งหมด ชาย 279 คน หญิง 250 คน รวมทั้งหมด 529 คน เป็นนักเรียนพักนอน 228 คน ขณะที่ในวันนี้ก็จะมีผู้ปกครองทะยอยเดินทางมาส่งลูกหลานเข้ามาอยู่หอพักกินนอนของโรงเรียน สำหรับนักเรียนที่อยู่หมู่บ้านไกลๆ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน