การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674408

วันที่ 31 ม.ค. 2565 เวลา 11:21 น.การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล

“เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ” ทรงถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการพัฒนาผ้าไทยจากสีย้อมธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน ในงานเสวนาวิชาการ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” ที่จังหวัดมหาสารคาม

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมผ้าทอในแต่ละท้องถิ่น พร้อมพัฒนาต่อยอดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยองค์ความรู้ใหม่ซึ่งบรรจุอยู่ในหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย หรือ THAI TEXTILES TREND BOOK Spring/Summer 2022 เล่มแรกที่ทรงมีพระราชดำริให้จัดทำขึ้น โดยทรงรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร ทรงค้นคว้า องค์ความรู้ และควบคุมการผลิตทุกขั้นตอนด้วยพระองค์เอง ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ต่อเนื่องมาถึงเล่มที่ 2 THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023

ในการนี้ได้เสด็จไปทรงเปิดงาน “THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 และงานเสวนาวิชาการ” ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2564 พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการ และทรงเป็นประธานในงานเสวนาวิชาการ ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน

และเพื่อเป็นการแบ่งปันองค์ความรู้ดังกล่าวให้แก่นักศึกษา ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่น และงานดีไซน์ ในระดับภูมิภาค ได้ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผ้าไทย จึงมีการจัดงานเสวนาวิชาการหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 2 Thai Textiles Trend Book Autunm/Winter 2022-2023 ณ จังหวัดมหาสารคาม โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นประธานงานเสวนาวิชาการ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย โดย 12 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ รวมถึงการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ผลิตภัณฑ์จากโครงการศิลปาชีพ และงานหัตถกรรมชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม สมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน เกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีในพระบรมราชินูปถัมภ์ฯ/นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ผศ.ดร.ศศิธร จันทมฤก ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ข้าราชการ และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เฝ้าฯ รับเสด็จ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มกราคม 2565 เวลา 12.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระราชดำรัสในงานเสวนาวิชาการ หัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” เกี่ยวกับเทรนด์บุ๊กเล่มที่ 2 ที่นำเสนอกลุ่มโทนสีใน 6 ทิศทางหลัก ซึ่งใช้เป็นแนวทางในการผลิตและพัฒนาผ้าไทยในตลาดยุคปัจจุบัน มีใจความสำคัญโดยสรุปว่า เทรนด์บุ๊กเล่มแรกประสบความสำเร็จมาก ในแง่ของผลตอบรับ อุตสาหกรรมสิ่งทอเกิดความกระปรี้กระเปร่าในการผลิต เกิดกระแสและพลังงานที่ดีในการออกแบบ ถือเป็นการเริ่มต้นพัฒนา ทั้งเรื่องสีและองค์ความรู้ใหม่ๆ รู้สึกปลาบปลื้มที่เรามีหนังสือวิชาการด้านแฟชั่นอย่างจริงจังเสียที ในการนำไปใช้ทำการเรียนการสอน หรือใช้ประกอบอาชีพ หนังสือเล่มนี้สีสวย ครบรส และจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

“เล่มแรกได้แนะนำเรื่องลวดลายผ้าเป็นหลัก สำหรับเล่มที่ 2 คอลเลกชั่น Autumn / Winter 2022-2023 หรือเสื้อผ้าสำหรับ ฤดูหนาวนี้ เน้นนำเสนอเกี่ยวกับโทนสีและใช้วัสดุย้อมสีจากธรรมชาติ ลดการใช้สีเคมี ดีต่อคนและสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า “Circular Colours” ซึ่งกำลังเป็นแทนด์โลก พอเรานำมาใช้จะเรียกว่า “Circular Thai” ด้วยวัสดุย้อมสีทีมีในท้องถิ่น โดยเฉพาะ “คราม” ซึ่งเป็นสีย้อมเย็นที่ทั่วโลกมีการใช้อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น อเมริกา อินเดีย เพียงแต่เฉดสีอาจแตกต่างกันไปตาม สภาพอากาศหรือภูมิประเทศ สำหรับบ้านเราครามถือเป็นราชาแห่งการย้อม ( King of Dye) และเป็นหัวใจของสีย้อมเลยก็ว่าได้ เมื่อนำไปผสมผสานกับวัสดุย้อมธรรมชาติต่างๆ เช่น ผสมกับ ครั่ง, เข, ดาวเรือง, ประดู่, เปลือกมะพร้าว, แก่นขนุน ก็จะได้เฉดสี ที่หลากหลาย จำแนกเป็นกลุ่มโทนสี 6 ทิศทาง ไม่ว่าจะเป็น ม่วงแดง น้ำเงินเข้ม เขียว น้ำตาล เหลือง และ เทา แล้วกำหนด เป็นสูตรเบอร์สีที่ตรงกับสากล ใช้ทดแทนสีเคมีได้ ซึ่งรวบรวมไว้อย่างพร้อมสรรพในเล่มนี้”

นอกจากนี้ ภายในเล่มยังแนะนำ 6 เทคนิคพื้นฐานการผลิตผ้าไทย ได้แก่ ยกดอก ขิด จก ปัก มัดหมี่ ด้น เกาะหรือล้วง และ แพตช์เวิร์ก ซึ่งปีนี้ได้เน้น 2 เทคนิคสำคัญคือ แพตช์เวิร์กและการด้น เหมาะกับการผลิตเสื้อผ้าคอลเลกชั่นฤดูหนาว อย่างแพตช์เวิร์กหรือการนำชิ้นผ้าหลากสีมาเย็บต่อเข้าด้วยกันจะพบในภาคเหนือ โดยเฉพาะชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่นิยมทำกันมาก ส่วนการด้นมือพบได้ในหลายภูมิภาค นำมาใช้ในการผลิตผ้าห่มบุนวมหรือชุดกีฬา เป็นต้น

“อุตสาหกรรมสิ่งทอและแฟชั่นเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน เทรนด์บุ๊กเล่มนี้จะสอนเรื่องการลดใช้ทรัพยากร หรือใช้แล้วต้องปลูกทดแทน ใช้วัสดุที่คุ้นเคยอย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่อลดการเกิดของเสีย ซึ่งภูมิปัญญาไทยเรื่องการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติจากวัสดุที่มาจากธรรมชาติช่วยแก้ปัญหาได้ แต่ต้องทำอย่างจริงจัง หวังว่าจะเป็นหนังสือที่อ่านแล้วเพลิดเพลินและเป็นประโยชน์กับอุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่น และดีไซน์ ก่อนจะมีเทรนด์บุ๊กเล่มต่อๆ ไป”

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีรับสั่งเป็นนิจว่า อยากให้มีการจัดงานยังภูมิภาคเริ่มจากจังหวัดมหาสารคาม พร้อมกับทรงเน้นย้ำว่าคำศัพท์แฟชั่นต้องพูดบ่อยๆ เพื่อให้นักศึกษาที่ทำงานด้านนี้หรือผู้ประกอบการได้เข้าใจ ซึมซับ และคุ้นเคยให้มากที่สุด และทั้งหมดสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเทรนด์บุ๊กเล่มนี้

สำหรับกิจกรรมสัญจรที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามในครั้งนี้ คณะที่ปรึกษาในการจัดทำเทรนด์บุ๊กตั้งแต่เล่มแรกจนมาถึงเล่มที่ 2 ไม่ว่าจะเป็น กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้กประเทศไทย ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และ วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ต่างมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อให้ออกมาอย่างดีที่สุด ซึ่งเบื้องต้นการโรดโชว์ไปยังภูมิภาคที่จังหวัดมหาสารคามมีการวางแผนดำเนินการคู่ขนานกับการ จัดงานที่กรุงเทพมหานคร แต่ด้วยปัญหาและอุปสรรคจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงมีการเลื่อนจัดงานเรื่อยมา

ชิราวุทธิ์ ยุเหล็ก นักศึกษาชั้นปีที่ 1 หลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ฝันอยากเป็นนักออกแบบแฟชั่นมืออาชีพ เผยความรู้สึกหลังจากได้ชมนิทรรศการและร่วมฟัง การเสวนว่า ปลื้มปีติที่เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงตั้งพระทัยที่จะพัฒนาผ้าไทยให้มีคุณภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น มีโอกาสติดตาม เทรนด์บุ๊กตั้งแต่เล่มแรก Spring/Summer 2022 ตอนนั้นยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เป็นหนังสือด้านแฟชั่นที่น่าสนใจมาก ได้ความรู้ใหม่ๆ พอมาเล่มที่สองนี้เป็นช่วงที่เข้ามหาวิทยาลัยพอดี เป็นตำรานอกห้องเรียนที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการนำไปต่อยอดกับสิ่งที่เรียนได้ โดยเฉพาะเรื่องเทรนด์การใช้สีย้อมจากวัสดุธรรมชาติ เพราะอย่างที่รู้ว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอหรือแฟชั่นมีส่วนทำให้เกิดของเสีย และภาวะโลกร้อน ซึ่งคนที่อยู่ในวงการนี้จำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

อาจารย์ทัศนียา นิลฤทธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาออกแบบสิ่งทอ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ หนึ่งในผู้ร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการในการผลิตเทรนด์บุ๊กเล่มที่ 2 แล้วนำองค์ความรู้ที่ได้รับ มาถ่ายทอดแก่นักศึกษา กล่าวว่า หลักสูตรของสถาบันมีวิชาที่เกี่ยวข้องกับผ้าทอพื้นเมืองค่อนข้างมาก โดยเฉพาะผ้าไหมทอมือ

ทำให้นักศึกษาได้สัมผัสผ้าพื้นเมืองมาโดยตลอด เราได้นำหนังสือเทรนด์บุ๊กมาเป็นแนวทางในการจัดการหลักสูตรเพิ่มเติม ไม่ว่า จะเป็นเรื่องสีย้อมธรรมชาติรวมถึงความรู้เรื่องเทรนด์ผ้าในตลาดสากล ซึ่งผลสำเร็จจากการนำไปประยุกต์ใช้ก็คือ นักศึกษาที่นำผลงานผ้าทอลวดลายที่ประยุกต์จากหนังสือและการย้อมสีธรรมชาติไปเข้าร่วมประกวดระดับประเทศสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ได้สำเร็จ ขณะที่ในเรื่องของเทรนด์ผ้านั้นได้นำวัฒนธรรมผ้าท้องถิ่นมาเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาต่อยอดให้มีความทันสมัย ซึ่งเทรนด์บุ๊กสามารถเป็นแนวทางให้เราทำงานง่ายขึ้น ในการผลิตให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งนี้อยากฝากข้อคิดเรื่องการย้อมสีธรรมชาติสำหรับผู้ประกอบการหรือผู้ที่อยู่ในวงการแฟชั่นว่า ควรใช้ทรัพยากรพร้อมกับปลูกทดแทนเพื่อความยั่งยืน เรื่องนี้เป็นโจทย์ที่นักพัฒนาผ้ารุ่นใหม่ต้องใส่ใจ

ด้านผู้ประกอบการผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ จุฑาทิพ ไชยสุระ จากร้าน “จุฑาทิพ” จังหวัดขอนแก่น เผยว่า หนังสือเทรนด์บุ๊กทำให้ผู้ผลิตผ้าไทยเกิดแรงบันดาลใจในการทำงานมากมาย อย่างเรื่องกลุ่มโทนสี ปกติคนในชุมชนที่ทำผ้าทอไม่ได้ ให้ความสำคัญในการแยกโหมดสี เมื่อมีการศึกษาเนื้อหาในเทรนด์บุ๊กก็ปรับเปลี่ยนวิธีทำงาน มีการแยกเฉดสีสำหรับการย้อม หรืออย่างลายผ้าบางลายเมื่อมีการชี้แนะแนวทางให้ก็มีการดัดแปลงจากลายดั้งเดิมให้สอดคล้องกับตลาด มีความร่วมสมัยยิ่งขึ้น สำหรับแบรนด์จุฑาทิพเราเน้นความร่วมสมัย วัยรุ่นใส่ได้ นอกจากนี้ยังคงแนวคิดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์เรื่องการใช้สีธรรมชาติ ในการย้อมเป็นหลัก ย้อนกลับไปเมื่อราว 8 ปีก่อนมีไม่กี่รายที่เลือกสะกัดสีจากธรรมชาติในการย้อมผ้า และเราก็เป็นหนึ่งตัวอย่างที่เลือกสีธรรมชาติ เพราะมองเห็นว่าดีต่อสุขภาพของคนย้อมผ้าและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการต้มหรือกำจัดทิ้ง ใบไม้หรือเปลือกไม้ที่นำมาย้อมก็นำไปเป็นปุ๋ยได้ด้วย และเท่าที่สังเกตผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติเมื่อนำไปวางขายมักได้ผลตอบรับค่อนข้างดี ลูกค้านิยมชมชอบ เป็นผลมาจากการดำเนินตามพระราชดำริของเจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ ที่ทรงให้แนวทางเกี่ยวกับการจัดกลุ่มเฉดสี ทำให้เราสามารถพัฒนาได้ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งเรื่องสีย้อมธรรมชาตินี้นอกจากเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมาแล้วยังเกิดจากการหัดสังเกต อย่างสีดำภูมิปัญญาดั้งเดิมได้จากมะเกลือ แต่ยุคนี้มีการทดลองพบว่าเปลือกมะพร้าวหรือใบยูคาลิปตัสก็ให้สีดำได้เช่นกัน เราพยายามปลุกเร้าชุมชนว่าวัตถุดิบมีอยู่รอบตัว เพียงนำมาทดลอง เมื่อได้ผลก็แทบไม่ต้องหาซื้อเลย ถ้ามองให้เป็นโอกาสก็จะมีทางเลือกมากขึ้น

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสือแบบ e-book ได้ทาง http://www.culture.go.th หรือที่ link  หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โทร. 02-247-0013 ต่อ 4305 และ 4319 – 4321 ในวันและเวลาราชการ

JIMMY CHOO ปล่อยภาพแคมเปญ Time to Dare เปิดตัวคอลเลกชั่น Spring 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674177

วันที่ 28 ม.ค. 2565 เวลา 11:55 น.JIMMY CHOO ปล่อยภาพแคมเปญ Time to Dare เปิดตัวคอลเลกชั่น Spring 2022

HAILEY BIEBER กลับมาร่วมงานกับ JIMMY CHOO อีกครั้ง ในแคมเปญ Time to Dare เปิดตัวคอลเลกชั่น Spring 2022

JIMMY CHOO เปิดตัวคอลเลกชั่น Spring 2022 โดยได้ซูเปอร์โมเดลสาว Hailey Bieber (เฮลีย์ บีเบอร์) กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง สำหรับแคมเปญ Spring 2022 Time to Dare ถูกนำเสนอผ่านมุมมองของผู้กำกับ-ช่างภาพชื่อดังชาวฝรั่งเศสคนเดิม Pierre-Ange Carlotti (ปิแอร์-อองช์ การ์ล็อตติ) ถ่ายทอดออกมาผ่านภาพนิ่งและวีดีโอ โดยถ่ายทำที่ลอสแองเจลิส ฉากหลังเป็นวิวเมืองลอสแองเจลิสตัดกับเส้นขอบฟ้า Hailey Bieber กับท่าโพสแสนสง่างามและเปี่ยมไปด้วยพลังความมั่นใจ มีกระเป๋า รองเท้าและเครื่องประดับข้างกาย สื่อถึงสไตล์แห่งฤดูกาลใหม่ที่เย้ายวนใจ

JIMMY CHOO คอลเลกชั่น Spring 2022 ได้ตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งความหรูหราและแข็งแกร่ง สะท้อนผ่านซิลลูเอทใหม่ของกระเป๋าสะพายรุ่น VARENNE QUAD อันเป็นเอกลักษณ์ กระเป๋า VARENNE TOTE ใบใหญ่, รองเท้าส้นเข็มรุ่น BING โดดเด่นด้วยสายรัดคริสตัลสี pop lime, รองเท้าบู๊ต รุ่น ORIEL และ กระเป๋ารุ่น JC VANITY CASE, รองเท้าบู๊ตรุ่น CORA และกระเป๋าผ้าซาตินรุ่น BONNY และรองเท้ารุ่น SATYA สะดุดสายตากับสายรัดดีไซน์ผ้าพันคอลายดอกไม้

สามารถชมวีดีโอแคมเปญ JIMMY CHOO Spring 2022 Time to Dare ได้บนช่องทาง YouTube: https://youtu.be/B3nO1GuxfTY

พบกับ จิมมี่ ชู (JIMMY CHOO) สปริง 2022 คอลเลกชั่น ได้ที่ Jimmy Choo Boutique Store ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02-160-5993, ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ โทร. 02-003-6095 และชั้น M ศูนย์การค้า สยามพารากอน โทร. 02-610-9944 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line ID @jimmychooth และ Instagram: @jimmychoo

#JimmyChoo #JimmyChooThailand

เริ่มแล้ว THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674174

วันที่ 27 ม.ค. 2565 เวลา 21:10 น.เริ่มแล้ว THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2022

สีสันการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนเริ่มต้นขึ้นแล้ว ไอคอนสยาม จัดการแสดงชุดใหญ่ “เบิกฟ้าแห่งความรุ่งเรือง” แปลงโฉม “ญาญ่า อุรัสยา” เป็นนางพญาสิงหธารา เบิกฟ้าแห่งความรุ่งเรืองบนโค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์

แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไอคอนสยาม ร่วมสืบสานเทศกาลตรุษจีนรับปีเสือ เนรมิตพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้คนไทยเชื้อสายจีนได้ร่วมเรียนรู้วัฒนธรรมประเพณี ขอพรสักการะเทพเจ้าองค์ยุวเทพ ท่ามก๋งเยี่ย จากวัดท่ามกง เพื่อความเป็นสิริมงคลเสริมความเฮงรับศักราชใหม่ของชาวจีน และชาวไทยเชื้อสายจีน พร้อมได้นางเอกสาว ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ แปลงโฉมเป็น “นางพญาสิงหธารา” ที่มาเบิกฟ้าแห่งความรุ่งเรืองบนโค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์ “THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2022” พร้อมปฏิบัติตามมาตรการ Covid-Free Setting เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ยกระดับความสะอาดตามมาตรฐานความปลอดภัย ด้านสุขอนามัย Amazing Thailand Safety and Health Administration : SHA Plus เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ

งานนี้สาวญาญ่า ที่ปรากฏกายมาในการแสดงชุด “เบิกฟ้าแห่งความรุ่งเรือง” ในลุค “นางพญาสิงหธารา” นำทัพขบวนพาเหรดเชิดมังกรและเสือมาอย่างสง่างาม ตามตำราจีนปีนี้ ตรงกับปีเสือธาตุน้ำ หมายถึงความโชคดี โชคลาภ หรือในสำนวนภาษาจีนเรียกว่า “จุ้ยสี่ไช้” สง่างามในชุดเครื่องประดับมาสเตอร์พีชในคอลเลกชั่น THE REIGN OF DIAMOND TIGER: PRESTIGIOUS HIGH JEWELY CREATIONS, THE ICON OF POWER AND BEYOND PROSPERITY จากJubilee Diamond โดยสวมใส่เครื่องเพชรที่มาพร้อมเลขดีคือ 38 กับน้ำหนักเพชรรวม 338 กะรัต มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

พร้อมด้วย “การแสดงเชิดมังกรทานตะวัน” ตัวแรกของประเทศไทย ที่ลำตัวของมังกรประดับดอกทานตะวันตลอดทั้งตัว โดยคนจีนเชื่อว่าดอกทานตะวันเป็นดอกไม้มงคลที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง ความโชคดี และเป็นสัญลักษณ์แห่งการมีชีวิตที่ยืนยาวเปี่ยมไปด้วยความสุข ส่วนมังกรจีนเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นอันหนึ่งของจักรพรรดิและวัฒนธรรมจีน เชื่อว่ามีพลังอันยิ่งใหญ่ สง่างาม มีความอุดมสมบูรณ์ สติปัญญา และสิริมงคล การเชิดมังกรเชื่อว่าจะนำความโชคดีมาให้กับผู้คน ยิ่งเชิดมังกรระยะเวลานานมากเท่าไหร่ก็จะนำความโชคดีมาให้ชุมชนมากขึ้นเท่านั้น ในปีนี้ไอคอนสยามตั้งใจส่งตรงให้มังกรทานตะวัน นำพาความมั่งมี สุขขี มามอบให้กับทุกคน

โดยนางเอกสาว ญาญ่า กล่าวถึงความประทับใจในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งความมั่งคั่ง รุ่งเรือง รับตรุษจีนให้คนไทยทุกคนว่า “สำหรับงานตรุษจีนปีนี้รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ที่ได้มาร่วมอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนปีนี้ที่ ไอคอนสยาม และรู้สึกตื่นเต้นมากๆที่ได้มาแปลงโฉมเป็น “นางพญาสิงหธารา” สำหรับเทศกาลตรุษจีนก็เป็นอีกเทศกาลที่มีความสำคัญ เป็นวันขึ้นปีใหม่จีนซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของทั้งชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน จึงอยากจะเชิญชวนทุกคนมาเริ่มต้นปีใหม่จีนเสริมสิริมงคล ด้วยการไหว้พระขอพรเทพเจ้า ท่ามก๋งเยี่ย จากวัดท่ามกง ฮ่องกง พร้อมเสี่ยงเซียมซี 64 คำทำนาย ซึ่งผู้คนที่เคารพนับถือต่างกล่าวขานถึงความแม่นยำ จึงขอเชิญชวนทุกท่าน มาร่วมสักการะและขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่จีนปี 2565”

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงและกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมจีน อาหารและสินค้ามงคลต้อนรับตรุษจีนอีกมากมาย ที่จะนำพาความมั่งคั่งมามอบแก่ทุกท่าน ในเทศกาลตรุษจีน รับความสำเร็จ ราบรื่น รุ่งเรือง ตลอดปีเสือ ณ โค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์ “THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2022” ตั้งแต่วันนี้ – 2 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ www.iconsiam.com

ฉลองรับตรุษจีนปีขาลกับ 8 พยัคฆ์สีมงคล ตัวแทนความโชคดี 8 ด้าน @เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674169

วันที่ 27 ม.ค. 2565 เวลา 19:55 น.ฉลองรับตรุษจีนปีขาลกับ 8 พยัคฆ์สีมงคล ตัวแทนความโชคดี 8 ด้าน @เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ฉลองรับตรุษจีนปีขาล นำ ‘เสือมงคล’ ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกยาวกว่า 6 เมตร กับเหล่า 8 พยัคฆ์สีมงคล เสริมพลังชีวิต ในงาน “Chinese New Year 2022”

โชคดี เฮงๆ รับตรุษจีนปีเสือทอง และร่วมเฉลิมฉลองครบ 8 ปี ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี มอบความสุขและความเป็นสิริมงคลให้กับลูกค้าเสริมชีวิตปังตลอดปี พร้อมจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษให้ชวนช้อป รับทรัพย์ อิ่มรับโชค ในงาน Chinese New Year 2022: Leap into the Year of the Tiger with a streak of fortune รวมรางวัลมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท เมื่อใช้จ่ายครบตามเงื่อนไข ระหว่างวันนี้ – 28 ก.พ. 2565 พร้อมขานรับแคมเปญภาครัฐ “ช้อปดีมีคืน” วันนี้ – 15 ก.พ. 2565 เพื่อเป็นการช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยให้กลับมาพลิกฟื้นได้โดยเร็ว

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยสีสันที่ชวนทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีขาลมหาเฮง ไปด้วยกัน ในคอนเซ็ปต์ The Union of 8 Fortune Tigers  เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและแสดงให้เห็นถึงการรวมตัวกันของบรรดาเหล่าพยัคฆ์ โดยเริ่มต้นเสริมพลังชีวิตและความเป็นสิริมงคลตลอดปี กับ ‘เสือมงคล’ ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ยาวกว่า 6 เมตร สัญลักษณ์ของผู้ทรงอำนาจ ผู้นำเสริมบารมี ส่งเสริมธุรกิจการเจรจาให้สำเร็จลุล่วงราบรื่น ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ลูกค้าและผู้พบเห็น ที่บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าฯ ระหว่างวันที่ 25 ม.ค. – 13 ก.พ. 65

พร้อมเสริมความโชคดี เสริมอำนาจบารมี ครั้งแรกกับการรวมตัวของเหล่า 8 พยัคฆ์สีมงคล ถือเป็นตัวแทนของความโชคดี 8 ด้าน ด้วยเชื่อว่ามีความหมายดี และช่วยเสริมสิริมงคลในด้านต่างๆ ให้แก่ผู้พบเห็น ไม่ว่าจะเป็น

  • ‘Ruby Red Bengal Tiger’ เสือโคร่งเบงกอลสีแดงทับทิม เสริมโชคด้านชื่อเสียง
  • ‘Han Blue Snow Leopard’ เสือดาวหิมะสีน้ำเงิน เสริมพลังด้านสติปัญญา
  • ‘Jade Green Siberian Tiger’ เสือโคร่งไซบีเรียสีเขียวหยก เสริมพลังสร้างสุขในครอบครัว
  • ‘Golden Yellow Cheetah’ เสือชีตาห์สีเหลืองทอง เสริมพลังสร้างสุขภาพ
  • ‘Mandarin Orange Leopard’ เสือดาวสีส้มจีน เสริมพลังความเจริญก้าวหน้า
  • ‘Pink Peony Jaguar’ เสือจากัวร์ ดอกโบตั๋นสีชมพู เสริมมงคลด้านความรัก
  • ‘Han Purple South China Tiger’ เสือโคร่งจีนใต้สีม่วง เสริมพลังแห่งความรุ่งโรจน์ มั่งคั่ง มั่งมี
  • ‘Golden Brown Sumatran Tiger’ เสือโคร่งสุมาตราสีน้ำตาลทอง เสริมพลังปกป้องคุ้มครองและสร้างความปรองดอง

ยกขบวนมาร่วมอำนวยพรให้ลูกค้าทั่วศูนย์การค้าฯ ในวันที่ 29 – 30 ม.ค. และ 1 ก.พ. 65 วันละ 2 รอบ เวลา 13.00 น. – 13.30 น. และ 17.00 น. – 17.30 น. เพื่อนำทุกคนสู่ปีที่เต็มไปด้วยความโชคดีแบบก้าวกระโดดไปด้วยกัน

รวมไปถึงอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด นั่นคือ ‘ถ้ำเสือแห่งโชคลาภ’ ที่บริเวณทางเชื่อมเซ็นทรัล เอ็มบาสซี กับ เซ็นทรัล ชิดลม สะดุดตากับสีสันและการตกแต่งด้วยผ้าและลายกราฟิกเสือตลอดทั้งแนว ซึ่งหากใครเดินแวะมาถึงจุดนี้ ต่างอดใจไม่ได้ที่จะเซลฟี่หรือเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก ถือเป็นอีกมุมถ่ายรูปสุดปังที่รับรองว่าได้รูปสวยๆ เท่ๆ เอาไว้อัพลงโซเชียลต้อนรับปีขาลนี้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมมากมายภายในศูนย์ฯ ให้ร่วมสนุก ที่บริเวณชั้น 5 อาทิ แวะมาทำนายดวงชะตาออนไลน์ ฟรี! ทุกวัน ที่ Chi-Chi Stick Booth x Mutaeworld เพียงแสกน QR Code ก็เริ่มเสี่ยงเซียมซีดิจิตอลได้เลย อีกทั้งเลือกช้อปของขวัญ เครื่องรางนำโชคของจีน รวมไปถึงสินค้าอื่นๆ มากมาย ในโซน China Town Market วันที่ 25 ม.ค. – 6 ก.พ. เวลา 10.00 น. – 21.00 น. และมาเพิ่มความเฮงไปกับเวิร์กช็อปเขียนอักษรจีนมงคลด้วยพู่กันจีน กับอาจารย์ เกงอุ้ย แซ่เฮ้ง วันที่ 29 – 31 ม.ค. และ 1 ก.พ. 65 เวลา 12.00 น. – 17.00 น. สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมเวิร์กช็อปสามารถนำใบเสร็จซื้อสินค้าหรือรับประทานอาหารจากร้าน ที่ร่วมรายการ ขั้นต่ำ 3,000 บาท เพื่อรับสิทธิ์ร่วมเวิร์กช็อปฟรี (1 ท่าน/1 สิทธิ์)

ถัดมาที่ OPEN HOUSE ชั้น 6 ยังมีมุมเรียนรู้สำหรับเด็กกับการประดิษฐ์ของเล่นในเทศกาลตรุษจีน วันที่ 29 ม.ค. – 1 ก.พ. 65  เวลา 11.00 น. – 19.00 น. ที่ผู้ปกครองสามารถพาเด็กๆ มาทำกิจกรรมเพื่อสร้างความสนุกและเสริมสร้างจินตนาการให้กับลูกน้อยได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ยังเตรียมเชื่อมต่อเดือนแห่งความรักด้วย Love Is Love OPEN Market สำหรับคนที่กำลังหาของขวัญเนื่องในวันวาเลนไทน์ วันที่ 10 – 14 ก.พ. 65 เวลา 10.00 – 19.00 น.

จากนั้นแวะมาต่อกันที่ Eathai ชั้น LG ได้คัดสรรหลากเมนูอาหารจีนมากมายให้กินดีมีโชคและสัมผัสรสชาติความอร่อยแบบฉบับต้นตำรับร้านดัง อาทิ ร้านสุกี้โบราณ เอี้ยว – ฮั้ว กับเมนูหมี่ผัดผักกระเฉดรสเข้มข้น จัดจ้าน, ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดเฮียเม้ง พิเศษด้วยน้ำซุปสมุนไพรสูตรพิเศษจากทางร้าน, ข้าวมันไก่ประตูน้ำ ข้าวมันไก่เลื่องชื่อของเมืองกรุง, ร้านกุยช่ายคุณแม่ แป้งบาง เหนียวนุ่ม ไส้เยอะ และทำสดใหม่วันต่อวัน ให้ลิ้มลองความอร่อย อีกทั้งพบกับกิจกรรมมงคลรับโชคเฮงเฮง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก สนุกสนาน จากแป๊ะยิ้มที่มาสร้างสีสันร่วมแจกอั่งเปาต้อนรับเทศกาลตรุษจีน และการแสดงกู่เจิง มาสร้างความอิ่มเอม ในวันที่  25, 29 – 30 ม.ค. และ 1 ก.พ. 65 เวลา 12.00 – 14.00 น. พิเศษสุดๆ เพียงรับประทานอาหารและเครื่องดื่มครบ 300 บาทรับฟรี! คูปองเงินสดจากอีทไทย มูลค่า 100 บาท (จำนวนจำกัด) วันที่ 1 ก.พ. 65 วันเดียวเท่านั้น! ห้ามพลาดเมนูอาหารมงคลและกิจกรรมมากมาย จนถึง 1 ก.พ. 65 ภายใต้ 13 มาตรการสำคัญ ตอบโจทย์การรับประทานอาหารแบบ New Normal เพื่อเพิ่มความมั่นใจ และความปลอดภัยสูงสุดให้กับลูกค้าที่มาทานอาหารและใช้บริการ

ตลอดจนชวนลูกค้าช้อปรับทรัพย์ อิ่มรับโชค กับโปรโมชั่นสุดพิเศษรับตรุษจีน รับทันทีบัตรกำนัล หรือบัตรรับประทานอาหาร เงินคืน และของรางวัลอื่นๆ มากมาย รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท เมื่อใช้จ่ายครบตามเงื่อนไข และจะกินหรือช้อป พกบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน บัตรเดียวคุ้ม รับสิทธิประโยชน์รวมสูงสุด 88,000 บาท หรือรับข้อเสนอสุดพิเศษจากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ พิเศษเฉพาะวันที่ 1 ก.พ. 65 วันเดียวเท่านั้น! รับ Central Embassy Voucher มูลค่า 3,000 บาท เมื่อช้อปสินค้าร้านค้าหมวด Luxury ครบ 30,000 บาท ขึ้นไป/ใบเสร็จ (จำกัด 80 รางวัล) หรือรับ Central Embassy Voucher มูลค่า 500 บาท เมื่อช้อปสินค้าร้านค้าหมวด Street และ Lifestyle ครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ (จำกัด 80 รางวัล) รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับ บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน เดอะแบล็ค แบล็ค และลักซ์ Weekend Super Burn ทุกวันเสาร์- อาทิตย์แรกของเดือน รับ Central Voucher มูลค่าสูงสุด 30% เมื่อแลกคะแนนเดอะวัน และรับเพิ่ม Central Group Magic Gift Card มูลค่า 80,000 บาท สำหรับ  3  ท่านแรก ที่มียอดใช้จ่ายสะสมสูงสุด และมียอดใช้จ่ายสะสมตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป อีกทั้งรับเพิ่มภาพวาดผลงานศิลปะรูปเสือนำโชค จากพุฒิพงศ์ ปรารถนะวณิช มูลค่า 100,000 บาท สำหรับผู้ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดท่านแรก

พิเศษสุดเฉพาะสมาชิก The Embassy Club และ Central Diamond Society สำหรับ Top Spender ที่มียอดช้อปสูงสุด 3 ท่าน และมียอดช้อปสะสม 2 ล้านบาทขึ้นไปตลอดรายการ รับฟรี เครื่องประดับแหวนเพชร 0.97 กะรัต จาก Blue River มูลค่า 103,000 บาท (จำกัด 1 รางวัล), กระเป๋า Givenchy รุ่น Small 4G Bag Padded Leather in Lilac ที่มีเพียง 2 ใบในประเทศไทยเท่านั้น มูลค่า 66,000 บาท (จำกัด 2 รางวัล) และรับเพิ่ม Central Embassy Voucher สูงสุด 50,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข (จำกัด 18 รางวัล)

พร้อมมาอิ่มรับโชคฉลองตรุษจีนกับอาหารจีนมงคลเลิศรสจากร้านอาหารชื่อดังภายในศูนย์ฯ รับฟรี Voucher รวมสูงสุด 1,100 บาท เมื่อรับประทานอาหารครบตามเงื่อนไข (จำกัดรวม 2,350 รางวัลตลอดรายการ) และเมื่อช้อป หรือ รับประทานอาหารครบทุก 3,000 บาทขึ้นไป ลุ้นรับของรางวัล รวมมูลค่ากว่า 164,000 บาท จำนวน 7 รางวัล ได้แก่ บัตรกำนัลรับประทานอาหารและเมนูพิเศษ สำหรับ 4 ท่าน จาก The Table By Chef’s Pam, POTONG Chef’s Tasting, Hong Bao, Muteki By Mukendi (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ร้านกำหนด) ตลอดจนสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิต ที่ร่วมรายการสูงสุด 22% หรือผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 6 เดือน อีกทั้ง รับฟรีเซตซองอั่งเปาสุดพิเศษ สำหรับสมาชิก The Embassy Club และ Central Diamond Society 50 ท่านแรกเท่านั้น และสำหรับลูกค้าทั่วไป รับฟรีเซตซองอั่งเปา เพียงแสดงใบเสร็จโดยไม่มีขั้นต่ำ ที่ Concierge ชั้น G

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมขานรับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย สำหรับบุคคลที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยนำจำนวนเงินที่ซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี มาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนที่จ่ายจริง ซึ่งรวมกันไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน วันนี้ ถึง 15 ก.พ. 65 (เงื่อนไขเป็นไปตามข้อกำหนดของภาครัฐ)

#CentralEmbassyCNY22

#CentralEmbassy

ร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพผ่าน “นิทรรศการภาพวาดลายพระหัตถ์ สิริศิลปิน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674089

วันที่ 27 ม.ค. 2565 เวลา 11:05 น.ร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพผ่าน “นิทรรศการภาพวาดลายพระหัตถ์ สิริศิลปิน”

ชวนคนไทยร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพผ่าน “นิทรรศการภาพวาดลายพระหัตถ์ สิริศิลปิน” ในสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในงาน “2022 POWER OF THE GREAT TIGER” สัมผัสประสบการณ์ Digital Art Experience ตระการตา ณ เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัล โคราช และเซ็นทรัล อุดรธานี

เซ็นทรัลพัฒนาฉลองครบรอบ 40 ปี เปิดศักราชใหม่ ฉลองตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ ต้อนรับปีขาลชวนประชาชนร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านงานศิลปะผ่าน “นิทรรศการภาพวาดลายพระหัตถ์ สิริศิลปิน” ในสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ภายใต้แนวคิด “Nature reign Supreme in the World. Art is having Freedom in one self.” “ธรรมชาติเป็นใหญ่ในโลก ศิลปะมีอิสรภาพในตัวเอง” รวบรวมพระอัจฉริยภาพด้านงานศิลปะ อันได้แก่ ผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และสื่อผสม พร้อมเพลิดเพลินกับ Digital Art Exhibition โดยจะจัดแสดงภายในงาน “2022 POWER OF THE GREAT TIGER” ณ 3 ศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนา ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ (25 ม.ค.- 28 ก.พ. 65), เซ็นทรัล อุดรธานี (24 ม.ค.- 31 ม.ค. 65) และ เซ็นทรัล โคราช (28 ม.ค.- 6 ก.พ. 65)

นอกจากจะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านงานศิลปะ ในรูปแบบงานศิลปะเหนือจิตนาการ ผสมผสานกับลักษณะของงานศิลปะแบบนาอีฟ (Naive Art) ที่สร้างสรรค์ตามสัญชาตญาณ และความรู้สึกภายในจิตใต้สำนึก ในรูปแบบงานผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และสื่อผสมแล้ว ภายในงานยังพบกับ Digital Art Exhibition โดยต่อยอดมาจากผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ที่นำมาพัฒนาด้วยเทคโนโลยี AR ปลุกชีวิตให้ภาพวาดออกมาโลดแล่นอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อนำเสนอผลงานในรูปแบบ 3 มิติ พร้อมภาพเคลื่อนไหว เสมือนจริง รวมถึงมีการใช้เทคโนโลยี AR Filter แสกน QR Code ผ่านทางแอพพลิเคชั่น Instagram @sirisinlapin ให้ทุกคนได้ภาพถ่ายคู่กับภาพผลงานไว้แชร์ลงโซเชียล พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับนิทรรศการศิลปะรูปแบบ Animation ที่ได้นำเสนอ Visual Art ทั้งงานจิตรกรรมจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ งานภาพยนตร์ และงานกราฟฟิค มาผสมผสานกันอย่างลงตัวให้ทุกท่านเพลิดเพลินไปกับการชื่นชมนิทรรศการศิลปะในครั้งนี้

สำหรับนิทรรศการภาพวาดลายพระหัตถ์ “สิริศิลปิน” มีความหมายว่า “ศิลปินผู้ทรงสร้างสรรค์งานศิลปะงดงามหลากหลายแขนง อันเป็นศรี เป็นมิ่งขวัญ และเป็นมงคลยิ่ง” ทรงใช้ “เสือ” แทนสัญลักษณ์ ของเจ้าป่า หรือพระราชา ซึ่งเปรียบเสมือนพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ราชาผู้ปกครองแผ่นดินด้วยพระเมตตา ห่วงใยทุกข์สุขของอาณาประชาราษฎร์ตลอดเวลา โดยลวดลายของเสือมีการใช้ตัวอักษรต่างๆ และสัญลักษณ์ DNA หรือชื่อย่อทางสารพันธุกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ ทางด้านวิทยาศาสตร์ อันเป็นพระประสบการณ์ในด้านวิทยาศาสตร์ ของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี มาผสมผสานกับจินตนาการ ตามบริบทแวดล้อม เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกผ่านรูปทรงและความหมายของพื้นที่ต่างๆ ที่ทรงคุ้นเคยได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีชีวิต มีลมหายใจ ซื่งเป็นการสานต่อความฝัน ความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความรักต่อตนเอง ครอบครัว ราษฎรชาวไทยไปจนกระทั่งผู้คนในโลกนี้ได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยแบ่งรูปแบบการจัดแสดงออกเป็น 3 ส่วน

ได้แก่ 1. ผลงานจิตรกรรมคอลเลคชั่นชุด “เสือ” ในสภาพแวดล้อมและอิริยาบถต่างๆ 2. ผลงานประติมากรรม และสื่อผสม ที่ถอดแบบจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ 3. ผลงาน Digital Art Exhibition ในรูปแบบของสื่อร่วมสมัย อาทิ Interactive art หรือ 3D โมเดล “เสือ” พร้อมภาพเคลื่อนไหว

พร้อมกันนี้ยังสามารถพบร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกจากผลงานที่ต่อยอดจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ อาทิ เสื้อ แก้วน้ำ พวงกุญแจ เครื่องหนัง เครื่องประดับอัญมณี และน้ำหอม จาก บริษัท สยาม กลิตเตอร์ 1957 หรือผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็ปไซต์ http://www.siamglitters1957.com หรือจากมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ ผ่านทางเว็ปไซต์ www.chulabhornhospital.com

มาสัมผัสประสบการณ์มงคล ต้อนรับปีเสือ กับ “นิทรรศการภาพวาดลายพระหัตถ์ สิริศิลปิน” ณ เซ็นทรัลเวิลด์ (วันนี้ – 28 ก.พ. 65), เซ็นทรัล อุดรธานี (วันนี้ – 31 ม.ค. 65) และ เซ็นทรัล โคราช (28 ม.ค.- 6 ก.พ. 65) ทั้งนี้ทางศูนย์การค้ายังคงคุมเข้มกับมาตรการความสะอาดและปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ด้วยมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+” เพื่อให้ได้รับทั้งความสะดวก และปลอดภัยตลอดเทศกาลตรุษจีนนี้

Honour Collection เติมเต็มความสุขทุกมื้อให้ผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674061

วันที่ 27 ม.ค. 2565 เวลา 09:31 น.Honour Collection เติมเต็มความสุขทุกมื้อให้ผู้สูงอายุ

ใส่ใจในทุกรายละเอียด “ภัทรา พอร์ซเลน” เปิดตัว “Honour Collection” ชุดรับประทานอาหารที่จะเติมความสุขให้แก่ผู้สูงอายุ

ผู้นำด้านการผลิตและจัดหน่ายเครื่องใช้สำหรับโต๊ะอาหารประเภทพอร์ซเลน (Porcelain) และโบนไชน่า (Bone China) บริษัท ภัทรา (PATRA) พอร์ซเลน จำกัด พัฒนาเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารประเภทจาน ชาม และแก้วน้ำสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่ประสบปัญหากล้ามเนื้อมือหรือแขนอ่อนแรง ให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและรู้สึกมีคุณค่าในตนเองมากขึ้น โดยใช้เวลาวิจัยและพัฒนานานกว่า 4 ปี

“ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุคของสังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Society ดังนั้น เราจึงควรมีการเตรียมความพร้อมในการเสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้สูงวัยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสามารถในการดูแลตนเองและดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติ รวมไปถึงการสร้างทัศนคติในสังคมที่มีต่อผู้สูงวัยก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ ที่เราควรมองว่าผู้สูงวัยนั้นมีศักยภาพ ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นเราก็ต้องสร้างทัศนคติของผู้สูงวัยที่มีต่อตนเองก่อน การเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางสังคมดังกล่าว ทำให้เราต้องหันมาพิจารณาถึงการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่คนกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี สาธารณูปโภค ตลอดจนของใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้พวกเขาดูแลตัวเองได้ เกิดความภาคภูมิใจ รู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น นั่นเป็นที่มาของชื่อโครงการ HONOUR” นายเรย์มอนด์ ฮาน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ภัทรา พอร์ซเลน จำกัด กล่าว

การรับประทานอาหารคือหนึ่งในกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐานที่เราทุกคนควรช่วยเหลือตนเองได้ แต่ด้วยวัยที่มากขึ้น ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับภาวะต่าง ๆ ทั้งทางด้านกายภาพและจิตภาพ รวมไปถึงโรคต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว เช่น อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ซึ่งมีผลกับการเคลื่อนไหวในอิริยาบถต่าง ๆ ทำให้มีปัญหาในการหยิบจับสิ่งของหรือภาชนะ ที่จะตกหล่นหรือทำอาหารหกออกมาข้างนอก ส่งผลให้ผู้สูงอายุรับประทานได้น้อยลง ดังนั้นเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารจึงควรออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาในด้านนี้ ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์รูปแบบดังกล่าวยังไม่มีให้เลือกมากนัก ภัทรา ตระหนักถึงปัญหาในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุในด้านนี้ และเรามีความเชื่อมั่นว่าด้วยเทคโนโลยีในการผลิตอันทันสมัย บวกกับความชำนาญของภัทรา จะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุรวมไปถึงผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าวได้ ชุดจานชาม Honour จึงถูกผลิตภัณฑ์จากความมุ่งมั่นของภัทรา ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของบริษัทฯ ที่ว่า We make good life possible Honour ใช้เวลากว่า 4 ปี ในการวิจัยและพัฒนาออกแบบอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารสำหรับผู้สูงวัย เราศึกษา ทดลอง และทดสอบจนมั่นใจว่าภาชนะทั้งหมดจะสามารถส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยรวมถึงผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงหลักสรีระศาสตร์ของผู้สูงวัย จนได้ชุดอุปกรณ์สำหรับรับประทานอาหารจำนวน 12 ชิ้น ประกอบด้วย 

  • ชุดจานขนาด 23.5 ซม. พร้อมฝาครอบ
  • ชุดจานขนาด 20 ซม. พร้อมฝาครอบ
  • ชุดชามขนาด 20 ซม. 500 ซีซี พร้อมฝา
  • ชุดชามขนาด 16.5 ซม. 350 ซีซี พร้อมฝา/จานรอง
  • ชุดชามขนาด 13 ซม. 270 ซีซี พร้อมฝา/จานรอง
  • ชุดแก้วหูจับ ขนาด 300 ซีซี พร้อมฝา/จานรอง

ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานของชุดถ้วยชาม HONOUR ที่ได้รับการออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์อย่างพิถีพิถัน ทั้งชามที่มีองศาความโค้งของถ้วยที่ช่วยในด้านการตักอาหาร (Scooping Curve) ทำให้ผู้ใช้สามารถตักอาหารได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ขอบป้องกันการหก (Anti-spill Rim) ขอบสำหรับการยกหรือประคอง (Holding Rim) ฝาที่สามารถใช้สำหรับปิดหรือเป็นจานรอง แก้วที่มีหูจับขนาดใหญ่จนผู้ใช้สามารถสอดมือเข้าไปเพื่อประคองการถือหรือยกได้อย่างมั่นคง และไม่เพิ่มภาระให้กับข้อมือ นอกจากจะใส่ใจในรายละเอียดของการใช้งานจริงขณะรับประทานอาหารแล้ว HONOUR ยังถูกออกแบบให้จัดเก็บได้ง่าย โดยสามารถวางซ้อนกันได้อย่างมั่นคง (Stacking Lock) เหมาะสมกับการจัดวางบนถาดอาหารที่สามารถวางซ้อนกันได้ ด้วยการออกแบบฝาแบบมีวงแหวน Foot Lock ซึ่งสามารถตอบโจทย์ระบบรถเข็นส่งอาหารทั้งในโรงพยาบาล สถานดูแลคนชรา ตลอดจนโรงแรม และร้านอาหาร นอกจากนี้ด้วยวัสดุพอร์ซเลนอย่างดีทำให้ชุดภาชนะบนโต๊ะอาหารนี้ดูแลรักษาง่าย เป็นรอยได้ยาก และสามารถใช้งานกับไมโครเวฟได้

ชุดถ้วยชาม HONOUR จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2565 ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือลูกค้าองค์กรสามารถสั่งซื้อผ่านทางอีเมลได้ที่ info@patraporcelain.com ดูข้อมูลเพิ่มเติมของภัทราและขอรับแคตตาล็อกได้ที่: https://www.facebook.com/PatraPorcelain หรือ www.patraporcelain.com

Love is in the air ส่งต่อความรักความห่วงใย ของขวัญแทนใจยิ่งให้ยิ่งได้บุญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673981

วันที่ 26 ม.ค. 2565 เวลา 08:20 น.Love is in the air ส่งต่อความรักความห่วงใย ของขวัญแทนใจยิ่งให้ยิ่งได้บุญ

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ชวนดับเบิลความสุข ส่งต่อความรักและความห่วงใย แถมได้บุญ กับของที่ระลึกการกุศลคอลเลกชั่น “Love is in the air” พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้

เพราะเชื่อในพลังของ “คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด” มูลนิธิรามาธิบดีฯ เดินหน้าก้าวสู่ศักราชใหม่ ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชั่นของที่ระลึกการกุศลชุดใหม่ Love is in the air เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ที่กำลังมองหาของขวัญแทนใจในการส่งต่อความรักและความห่วงใยไปยังคนรอบข้างได้อิ่มเอมและมีความสุขกว่าที่เคย เพราะนอกจากจะได้ของที่ระลึกสุดน่ารักเป็นตัวแทนส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ไปยังผู้รับแล้ว ยังเป็นการร่วมทำบุญช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ และสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์กับมูลนิธิรามาธิบดีฯ อีกด้วย ถือเป็นการดับเบิลความสุขจากการให้แบบคูณสอง

โดยแรงบันดาลใจของคอลเลกชั่น Love is in the air ได้ตีความหมายจากความรักที่มีอยู่รอบตัวเพื่อเราจะพบกับความสุขได้จากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ประจำวัน ผ่านโทนสีที่ให้ความสดชื่น และอบอุ่นใจให้แก่ผู้ที่ได้พบเจอ ความรู้สึกพิเศษนี้สามารถส่งต่อให้กับคนรักของเราได้อีกด้วย ลายพิมพ์ดอกไม้ผสมผสานกับลายเส้นรูปหัวใจอินฟินิตี้ สัญลักษณ์ประจำมูลนิธิรามาธิบดีฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของความรักที่ไม่สิ้นสุด ท่ามกลางภาวะต่าง ๆ ที่ต้องเจอตอนนี้ ให้ความรัก กำลังใจ และความอบอุ่นโอบล้อมรอบเราไว้ เพื่อส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ให้แก่ตัวเราและคนรอบข้าง

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า ในแต่ละปี มูลนิธิรามาธิบดีฯ จะจัดทำคอลเลกชั่นของที่ระลึกการกุศล เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสเลือกทำบุญของที่ระลึกที่ถูกใจ สำหรับเป็นของขวัญแทนใจ โดยคอลเลกชั่นแรกของปีนี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ นำเสนอคอลเลกชั่น “Love is in the air” ที่นำลายเส้นรูปหัวใจอินฟินิตี้ ซึ่งเป็นตัวแทนของความรักที่ไม่มีที่สิ้นสุดมาเป็นสื่อกลางในการสะท้อนถึง “คำว่าให้… ไม่สิ้นสุด” ผ่านของที่ระลึกในหลากหลายรูปแบบ ที่คำนึงถึงประโยชน์จากการใช้งานสำหรับชีวิตประจำวันด้วย

เพื่อให้ของที่ระลึกการกุศลจากมูลนิธิรามาธิบดีฯ เปี่ยมไปด้วยความหมาย สมกับเป็นตัวแทนแห่งการให้ไม่สิ้นสุด ทางมูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงตั้งใจพัฒนาของที่ระลึกออกมาด้วยความตั้งใจ ให้ความสำคัญตั้งแต่การออกแบบลวดลายและของที่ระลึกให้มีความหลากหลาย มีคุณภาพ และมีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน เพราะการร่วมสนับสนุนของที่ระลึกจากมูลนิธิรามาธิบดีฯ มีความหมายลึกซึ้งกว่าการส่งต่อความสุข ความรักและความห่วงใยผ่านสิ่งของไปยังคนรอบข้าง แต่เป็นการร่วมเติมเต็มโอกาส และคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ผู้ป่วยยากไร้อีกหลายชีวิต

คอลเลกชั่น Love is in the air ประกอบด้วยของใช้ที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ได้แก่ เสื้อยืด ผ้าพันคอ หมวกปีกกว้างพร้อมโบว์ผูกในตัว กระเป๋าสะพายใส่โทรศัพท์มือถือและการ์ด กระเป๋าคล้องมือกระเป๋าสะพายข้าง รวมถึงไอเทมพิเศษ ครั้งแรกที่มีการสร้างสรรค์ชุดนอนแบบเสื้อ-กางเกงและชุดนอนแบบเดรสกระโปรง ราคาเริ่มต้น ตั้งแต่ 199 – 659 บาท

ร่วมส่งต่อความรักและการให้ให้อบอวลอยู่รอบตัว พร้อมดับเบิลความสุขรับศักราชใหม่ไปด้วยกัน ด้วยการสนับสนุนสินค้าที่ระลึกการกุศล “Love is in the air” เริ่มวางจำหน่ายนี้เป็นต้นไป ณ จุดจำหน่ายของที่ระลึกของมูลนิธิรามาธิบดีฯ หรือสั่งซื้อออนไลน์ ผ่าน www.ramafoundation.or.th และ LINE SHOPPING  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ LINE @ramafoundation หรือโทร. 02 201 2222  

“คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด”

G2000 คอลเลคชั่นใหม่ ผสานลุคทำงานเข้ากับสไตล์ที่ใช่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673875

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 08:18 น.G2000 คอลเลคชั่นใหม่ ผสานลุคทำงานเข้ากับสไตล์ที่ใช่

ส่อง G2000 คอลเลคชั่นล่าสุด ความแคชวลในรูปแบบใหม่ หล่อ-สมาร์ท-ทรงพลัง พร้อมความคล่องตัวในชุดทำงานของสุภาพบุรุษ เสริมลุคให้สง่างามเข้ากับฟังก์ชั่นและสไตล์ที่ใช่ในทุกวันเพื่อสุภาพสตรี

คอลเลคชั่นใหม่สำหรับผู้ชาย ความแคชวลในรูปแบบใหม่ หล่อ-สมาร์ท-ทรงพลัง พร้อมความคล่องตัวในชุดทำงาน

อยากได้รูปร่างที่ดูสูงเพรียวขึ้นในชุดทำงาน ขอแนะนำชุดสูทและเบลเซอร์รุ่นใหม่ Smart Fit

อัพเกรดให้กับชุดสูทและเบลเซอร์ในซีซั่นใหม่ด้วย Smart Fit ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเรือนร่างชาวเอเชีย โดยเบลเซอร์ได้มีการปรับความยาวให้พอดีตัวและแขนที่สั้นพอดีตัวมากขึ้น รวมถึงช่วงไหล่ที่บางลงพอเหมาะกับความกว้างของไหล่ พร้อมทั้งยังเปิดช่วงผ่าด้านหน้าให้ลึกขึ้นเพื่อพรางตาให้รูปร่างแลดูสูงเพรียวยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังขอแนะนำสูทกระดุมเม็ดเดียวที่มีความแคชชวลด้วยเม็ดกระดุมในตำแหน่งที่ต่ำลง ซึ่งเป็นอีกเทคนิคเพื่อรูปร่างที่ดูสมส่วนยิ่งขึ้น

เสื้อเชิ้ตสำหรับทุกโอกาส ไม่ว่าจะทำงานที่บ้านหรือออกไปทำกิจกรรมอื่นใด

มีเสื้อเชิ้ตหลากหลายแบบในคอลเลคชั่นนี้ พร้อมฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันเพื่อปรับให้เข้ากับทุกลักษณะวันทำงานของคุณ ไอเท็มที่ขายดีที่สุดอย่างเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายแบบไม่ต้องรีดก็ได้รับการอัพเกรดไปอีกขั้นด้วยความยืดหยุ่นที่ช่วยให้สวมใส่สบาย ด้วยการใช้เทคโนโลยีพิเศษช่วยให้เสื้อยังคงเรียบ ไม่มีรอยยับตลอดทั้งวันไม่ว่าจะขยับเคลื่อนไหวตัวยังไงก็ตาม รวมถึงเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายแบบไม่ต้องรีดที่มีการเพิ่มดีเทล เพื่อให้ลุคดูหรูหราและสมาร์ทยิ่งขึ้น ในขณะที่ไลน์ TECH WORK นั้นยังคงเป็นหนึ่งในไลน์โปรดของหนุ่มๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าฝ้ายแท้แบบไม่ต้องรีดที่มีน้ำหนักเบา ไม่มีรอยยับ ผสานผ้าฝ้ายเข้ากับ Easy-care Cotton Blend ที่ให้สัมผัสนุ่ม สวมใส่สบาย

เสื้อโปโล นิยามใหม่ของเสื้อเชิ้ตสไตล์แคชวล

เสื้อโปโล เป็นไอเท็มที่หลายๆ คน หยิบมาใส่แบบไม่ต้องคิด ซึ่งในฤดูกาลนี้เราขอแนะนำ Double Mercerized Cotton Blend Polo เสื้อโปโลที่มีสัมผัสนุ่มลื่นสบายผิวและยังดูสมาร์ท เหมาะกับสวมใส่ในการทำงาน รวมถึง  Quick Dry Polo เสื้อโปโลแบบแห้งไวที่เหมาะสมทั้งสไตล์และฟังก์ชั่นการดูแลที่แสนสะดวก

 

คอลเลคชั่นใหม่สำหรับผู้หญิง ผสานลุคทำงานเข้ากับฟังก์ชั่นและสไตล์ที่ใช่ในทุกวัน

G2000 คอลเลคชั่นล่าสุด ที่ผสานลุคทำงานเข้ากับสไตล์ที่ใช่ พร้อมโทนสีเมเปิลและมอคค่าที่ถ่ายทอดอารมณ์และเฉดสีของฤดูกาลได้อย่างชัดเจนเจือไปด้วยความอบอุ่นที่ดูน่าหลงใหล ในขณะที่สีควันบุหรี่และฟ้าอ่อนช่วยดึงลุคสาวทำงานให้ดูหรูหราสง่างามขึ้น แซมด้วยสีขาว ดำ และเทาอันแสนคลาสสิคเข้าได้กับทุกลุค แมทช์ได้ทุกชิ้น อีกทั้งเนื้อผ้า คัตติ้ง และฟังก์ชั่นต่างๆ ก็เลือกสรรมาให้เหมาะสม ตอบโจทย์กับชีวิตประจำวันได้อย่างยอดเยี่ยม

การผสมผสานของเนื้อผ้าที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมลุคให้สง่างาม

การออกแบบในซีซั่นนี้ เน้นที่ทั้งความคลาสสิคและทันสมัย เนื้อผ้าที่เลือกใช้ย่อมต้องมีคุณภาพสูงอย่างซาติน ลายพรินต์ดอกไม้ ลายตาราง ผ้าทวีด และลูกไม้ ซึ่งในฤดูกาลนี้เดรสของเรามาในหลากหลายเนื้อผ้า มอบสัมผัสสดชื่นแปลกใหม่ให้กับทุกๆ วันของคุณ

ชุดทำงานแสนสมาร์ทที่ตอบความต้องการคุณด้วยฟังก์ชั่นใหม่ Anti-bacterial & COOLMAX® Technology

คอลเลคชั่นใหม่ของ G2000 นี้เน้นการดีไซน์ที่เปี่ยมด้วยฟังก์ชั่นอันแสนฉลาด Anti-bacterial ที่ขจัดและยับยั้งแบคทีเรียได้ถึง 99% เพื่อให้เสื้อผ้าของคุณสะอาดและช่วยให้รู้สึกสดชื่นอยู่เสมอ อีกทั้งสอดรับกับภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก ด้วยเทคโนโลยี  COOLMAX® ช่วยให้คุณสวมใส่ชุดโปรดได้อย่างไม่ต้องกังวล เพราะด้วยเนื้อไฟเบอร์ไม่ว่าจะในเบลเซอร์สูทหรือไอเท็มใดก็ถูกออกแบบมาให้ระบายความชื้นได้ดี ช่วยให้รู้สึกแห้งและเย็นสบายได้เสมอ พร้อมสไตล์ที่ใช่ในทุกๆ วัน

ชิ้นเด่นประจำฤดูกาล – Boyfriend Fit

สำหรับฤดูกาลนี้ อะไรจะอินไปกว่าเบลเซอร์สูทและกางเกงรุ่น Boyfriend Fit ที่นำเสนอสไตล์ชุดโอเวอร์ไซส์ในแบบที่ช่วยส่งเสริมรูปร่างให้ดูเพรียวขึ้นด้วยคัตติ้งเทคนิคอันชาญฉลาดอย่างช่วงไหล่ที่กว้างขึ้น เสื้อคอวีที่ลึกขึ้น ฯลฯ Boyfriend Fit จะช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับชุดทำงานของคุณได้อย่างสนุกสนานและมีสไตล์ ให้ฟีลลิ่งคล้ายๆ ยืมชุดแฟนมาใส่ ปรับดีเทลหญิงๆ เพิ่มเข้าไปเพื่อให้ลุคดูลงตัวมากขึ้น อาจเป็นเข็มขัดที่ช่วยเน้นช่วงเอวของหญิงสาว เป็นต้น นอกจากนี้ตัวเบลเซอร์สูทและกางเกงยังมีรูปทรงที่หลากหลายขึ้นทั้ง Fashion Slim Fit, Easy Fit และ Relax Fit รวมถึงเบลเซอร์สูททรง Slim fit, Fashion Slim Fit, Regular Fit และ Easy Fit shirts เรียกได้ว่าหลากหลายอย่างแท้จริงเพื่อตอบรับทุกความต้องการของสาวๆ ทุกรูปร่าง

กางเกงหลากหลายคัตติ้งเพื่อความสนุกในการมิกซ์แอนด์แมทช์

ไม่ว่าจะกางเกงขากว้างหรือขาบานพลิ้วในทรงหลวมซึ่งล้วนแต่สวมใส่สบายและยังคงดีไซน์ที่สวยหรู สง่างาม หรือจะเป็นทรงที่เล็กกระชับพอดีร่างขึ้นอย่าง Slim Boot Cut และ Tapered Cut ก็จะช่วยพรางตาให้ช่วงตาดูเรียวยาวน่ามอง หลากหลายรูปทรงและไอเดียที่ช่วยให้คุณสนุกสนานกับสไตล์ที่ใช่อย่างไม่รู้เบื่อ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.g2000.co.th

Facebook: G2000Thailand    

Instagram: G2000Thailand

Line Official : @G2000Thailand

เปิดเทรนด์ 3 เรียวปากยอดฮิตหญิงไทย พร้อมทริคเมคอัพสร้างรอย “คีสส์” (จูบ) เสริมความมั่นใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673873

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 07:45 น.เปิดเทรนด์ 3 เรียวปากยอดฮิตหญิงไทย พร้อมทริคเมคอัพสร้างรอย “คีสส์” (จูบ) เสริมความมั่นใจ

การมีริมฝีปากเรียวสวยเอิบอิ่มดูสุขภาพดี เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกวัยล้วนปรารถนา แต่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในปัจจุบันอาจจะทำให้หลายคนละเลยในเรื่องการดูแลริมฝีปาก หรือแม้แต่อายุที่มากขึ้น ก็อาจทำให้ปัญหาเรื่องรูปทรงของปากกลายเป็นความกังวลและไม่มั่นใจของใครหลาย ๆ คน

แต่ก็ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะตอนนี้กัลเดอร์มา (Galderma) ผู้รังสรรค์นวัตกรรมความงามระดับโลก และผู้นำเข้าสารเติมเต็มชื่อดัง RESTYLANE (เรสติเลน) จากประเทศสวีเดน ได้เปิดตัว “KYSSE” สารเติมเต็มที่ถูกคิดค้นและออกแบบมาสำหรับแก้ไขปัญหาเรียวปากโดยเฉพาะ พร้อมเผยเทรนด์ 3 เรียวปากยอดฮิตสำหรับหญิงไทย ทั้งแบบ Classy KYSSE สวยธรรมชาติ ดูสุขภาพดี Cherry KYSSE สวยสายเกา ดูฉ่ำวาว และ Sexy KYSSE สวยสาย ฝ. อวบอิ่ม ลุคอินเตอร์

เภสัชกรหญิงญาดา เนติโสภากุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดแผนกความงาม บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปัจจุบันมีผู้หญิงไทยจำนวนมากหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างเรียวปากสวยด้วยฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มกันเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง กัลเดอร์มา จึงได้คิดค้นนวัตกรรมระดับพรีเมียมเพื่อเรียวปากครั้งแรกในประเทศไทย กับ “KYSSE” สารเติมเต็มที่ถูกคิดค้นและออกแบบมาสำหรับแก้ไขปัญหาเรียวปากโดยเฉพาะ เติมเต็มริมฝีปากให้ดูอิ่มเอิบและสร้างรูปปากให้ชัดเจนไปได้พร้อมกัน อีกทั้งสามารถช่วยปรับสีปากให้ดูสดใสมีสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกเรียวปากสาวไทย”

ทางด้าน นพ.กัมพล โซ่เจริญธรรม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า กล่าวว่า “การเติมฟิลเลอร์ปากถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ความงามที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ เพราะนอกจากจะช่วยให้ใบหน้าดูสวยได้รูปแล้ว ยังช่วยสร้างบุคลิกที่ดีอีกด้วย  โดยจากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่า ทรงปากที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 3 อันดับ คือ แบบ Classy KYSSE เรียวปากสวยแบบธรรมชาติ  เรียบเนียนไร้ริ้วรอย และ Cherry KYSSE เรียวปากอวบอิ่มสไตล์เกาหลี โดยริมฝีปากล่างจะเป็นทรงกลมเหมือนลูกเชอร์รี่ รวมถึงแบบ Sexy KYSSE ให้ลุคสาวอินเตอร์ ด้วยริมฝีปากอวบอิ่มเท่ากันทั้งด้านล่างและด้านบน”

ส่วนนางเอกสาวสวย แมท-ภีรนีย์ คงไทย เล่าว่า “เรียวปาก เป็นเรื่องสำคัญกับผู้หญิงเพราะการมีเรียวปากสวยได้รูปจะช่วยเสริมความมั่นใจ โดยปัจจุบันมีนวัตกรรมความงามมากมายที่จะช่วยสร้างเรียวปากให้สวยได้ตามความต้องการ ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ ซึ่งส่วนตัวแมทเองก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะเป็นคนที่ริมฝีปากบางสไตล์ลูกครึ่งทั่วไป เวลาออกงานหรือไปเที่ยวกับเพื่อนๆ จึงต้องอาศัยเทคนิคการแต่งหน้าเข้ามาช่วยเพิ่มให้ปากของเรามีมิติมากขึ้น”

ป้อม-วินิจ บุญชัยศรี เมคอัพอาร์ติสชื่อดัง บอกเคล็ดลับว่า “จุดสำคัญบนใบหน้ารองจากดวงตา คือ “ปาก” ซึ่งหากมีทรงปากที่สวยได้รูป สุขภาพริมฝีปากดี ก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง ทำให้การแต่งหน้าง่ายขึ้น และหากเลือกใช้ทริคการแต่งเติมสีสันที่ทำให้เรียวปากดูโดดเด่นชวนมองมากขึ้น ก็จะยิ่งเสริมลุคให้ดูสวยมั่นใจได้ขึ้นไปอีก

โดยสำหรับคนทรงปากแบบ Classy KYSSE คือ ลองเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลิปสติกเนื้อกึ่งแมท หรือ Semi-matte โทนสีสามารถใช้ได้ตั้งแต่โทนธรรมชาติไปจนถึงสีแดงสด ทริคในการลงสีเพื่อให้ริมฝีปากดูสวยเป็นธรรมชาติ คือ สามารถใช้นิ้วมือในการลงสีได้เลย และเพิ่มความอิ่มฟูให้เรียวปากด้วยการเติมลิปกลอสเล็กน้อย

ส่วนสาวเรียวปากแบบ Cherry KYSSE สามารถใช้ลิปสติกได้มากกว่า 2 สี ด้วยการใช้ลิปสติกสีอ่อนลงไปให้ทั่วริมฝีปากทั้งด้านล่างและด้านบน แล้วเพิ่มสีเข้มด้านในของริมฝีปาก ส่วนทริคสำคัญคือ การเติมไฮไลต์ให้เรียวปากดูฉ่ำวาวสุขภาพดี โดยใช้ลิปกลอสเน้นที่บริเวณขอบริมฝีปากบน

สุดท้ายสาวสไตล์ Sexy KYSSE แนะนำให้เลือกลิปสติกที่เป็นเนื้อแมท หรือจะใช้เนื้อแบบครีมแตะบริเวณกลางปากเพื่อให้เรียวปากดูสุขภาพดี ทริคสำคัญควรใช้พู่กันเพื่อเก็บขอบปากให้คม และไม่ควรทาสีเกินริมฝีปากล่าง เพราะจะทำให้คางดูสั้นทันที

รูปทรงปากของใครเป็นแบบไหนก็นำทริคของเมคอัพอาร์ติสชื่อดังไปใช้ได้เลย และหากใครที่อยากเสริมลุคเรียวปากสวย 3 รูปทรงยอดฮิตด้วย KYSSE สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันความงามชื่อดังทั่วประเทศ รับรองว่ารอย “คีสส์” (จูบ) ครั้งต่อไปสร้างความประทับใจอย่างแน่นอน

แรงบันดาลใจจากรุ่นยอดนิยมในยุค 60 สู่ MIDO Commander Thailand Colours Limited Edition

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673814

วันที่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 13:50 น.แรงบันดาลใจจากรุ่นยอดนิยมในยุค 60 สู่ MIDO Commander Thailand Colours Limited Edition

MIDO แบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิส เปิดตัวเรือนเวลารุ่นพิเศษสำหรับประเทศไทย Commander Thailand Colours Limited Edition แรงบันดาลใจจากรุ่นยอดนิยมในยุค 60 บนดีไซน์ที่มีความโฉบเฉี่ยว ทรงพลัง เหนือกาลเวลา

สร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าคนรักนาฬิกาเป็นอย่างมาก เมื่อ มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษรับต้นปี ที่ทำให้เหล่าแฟนคลับแบรนด์จะต้องหลงรัก กับคอลเลกชั่น Commander Thailand Colours Limited Edition ที่ถูกออกแบบมาสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะเพียง 200 เรือนเท่านั้น จากการนำเอาเอกลักษณ์งานดีไซน์ของรูปทรงคลาสสิกเหนือกาลเวลาจากนาฬิกาคอมมานเดอร์คอลเลกชั่นแรกในปี 1959 มาผสมผสานเข้ากับความทันสมัย และสีสันแห่งความสนุกสนาน ถ่ายทอดสู่นาฬิกาดีไซน์โฉบเฉี่ยวที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของหนุ่มๆ ผู้หลงใหลในแฟชั่นได้เป็นอย่างดี

MIDO แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน

สำหรับ Commander Thailand Colours Limited Edition โดดเด่นด้วยสีสันอันสดใสที่ถูกนำมาใช้แทนตัวเลขการอ่านค่าเวลา ซึ่งตัดกับหน้าปัดสีดำเข้มเคลือบเงาได้อย่างงดงาม โดยได้รับแรงบันดาลใจในการดีไซน์ตัวเรือนมาจากนาฬิกาคอมมานเดอร์ปี 1959 ซึ่งมีคอนเซ็ปต์การออกแบบโครงสร้าง และรูปทรงมาจากหอไอเฟล สัญลักษณ์แห่งความงดงามเหนือกาลเวลา โดยนาฬิกาคอมมานเดอร์รุ่นพิเศษนี้ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ในการดีไซน์ตัวเรือนเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นตัวเรือนขัดเงาทรงกลมที่ใช้เทคนิคการผลิตแบบชิ้นเดียว (Monocoque) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 37 มิลลิเมตร โดยมีการปั๊มโล้โก้ MIDO ดีไซน์ต้นฉบับ และครอบหน้าปัดด้วยกระจกคริสตัลอะคริลิค พร้อมกับสายเหล็กเคลือบซาตินที่ช่วยให้สวมใส่สบาย และยังมีความสปอร์ตเหมาะสำหรับเหล่าสุภาพบุรุษ สำหรับเข็มชั่วโมง และเข็มนาที ปลายเข็มได้ถูกเจียรให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ม พร้อมเคลือบสารสะท้อนแสงซูเปอร์ ลูมิโนวา บนตัวเข็ม และบนโทนสี 12 จุดที่ใช้แทนการอ่านค่าเวลา เพื่อช่วยให้การอ่านค่าง่ายขึ้นทั้งในเวลากลางวัน และกลางคืน อีกทั้งยังมีช่องอ่านวันที่ขนาดใหญ่อยู่ในตำแหน่ง 3 นาฬิกา เพื่อเป็นการรำลึกถึงรุ่นดั้งเดิมในปี 1959 และมีการสลักคำว่า Limited Edition พร้อมหมายเลขประจำเครื่องบริเวณด้านหลังอีกด้วย โดยนาฬิการุ่นนี้นั้นขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ ที่ภายในตกแต่งด้วยลวดลายเจนีวา สไตรป์ส และสามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 38 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชั่นดำน้ำลึกในระดับ 50 เมตร

นอกจากนี้ MIDO ยังได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาสำหรับเหล่าสุภาพบุรุษที่ชื่นชอบในแฟชั่นว่า โดยปกติแล้วผู้ชายมักจะเลือกนาฬิกาจากฟังก์ชั่นเป็นอันดับแรก แต่จริงๆ แล้วดีไซน์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมันจะช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งสำหรับหนุ่มๆ ที่พิถีพิถันด้านการแต่งตัวเป็นพิเศษควรเลือกนาฬิกาที่รูปทรงมีความคลาสสิก เหนือกาลเวลา เพราะจะสามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส แต่ในขณะกันก็ต้องมีความทันสมัยด้วย เพราะมันจะช่วยสะท้อนถึงคาแรคเตอร์ที่ชื่นชอบแฟชั่นได้เป็นอย่างดี โดยอาจจะเลือกนาฬิกาหน้าปัดทรงกลมที่มีความบาง พื้นหน้าปัดเป็นสีดำที่ช่วยให้ดูสุขุมน่าค้นหา บนหน้าปัดมีลูกเล่นเป็นโทนสีสว่างเล็กๆ เพื่อบ่งบอกถึงความสนุกสนาน เพิ่มความสปอร์ตด้วยสายเหล็กเคลือบซาตินเพื่อให้สวมใส่สบายได้ตลอดวัน

พบกับ Commander Thailand Colours Limited Edition นาฬิกาคอลเลกชั่นพิเศษ คุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ “มิโด” (Mido) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์ www.midowatches.com และ Facebook: Mido Watches หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-610-0299