อิ่มท้อง อิ่มใจ ‘บอย–เจี๊ยบ’ ขับรถกับข้าวบุก โรงเรียนวัดจันทาราม จังหวัดปทุมธานี จัดเต็มอาหารมื้อพิเศษ

31 สิงหาคม 2569 เวลา 11:22 น.

เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่เห็นแล้วอบอุ่นหัวใจ สำหรับ บอย อนุวัฒน์ และ เจี๊ยบ พิจิตตรา ที่ยังคงเดินหน้าส่งต่อความสุขผ่าน “รถกับข้าวบอยเจี๊ยบ” ล่าสุดทั้งคู่เดินทางไปเยี่ยมน้องๆ ที่ โรงเรียนวัดจันทาราม จังหวัดปทุมธานี พร้อมยกขบวนอาหารมื้อพิเศษตามคำรีเควสของเด็กๆ มาแบบจัดเต็ม ทั้งไก่ทอด ส้มตำ ข้าวเหนียว ของทอด ข้าวผัด ขนม และไอศกรีม ทำเอาบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข

โดยโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เด็กนักเรียนหลายคนมาจากครอบครัวที่มีข้อจำกัดด้านฐานะ รวมถึงมีเด็กพิเศษเรียนร่วมอยู่ด้วย นอกจากจะตั้งใจมาเติมความอิ่มอร่อยให้เด็กๆ แล้ว เมื่อ “บอย–เจี๊ยบ” ได้ทราบจากคุณครูว่า อาคารเรียนไม้ของโรงเรียนมีอายุกว่า 92 ปี และอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม โดยเฉพาะช่วงฝนตกที่มีน้ำท่วมบริเวณห้องเรียนจนบางครั้งเด็กๆ ไม่สามารถเรียนหนังสือได้ ทั้งคู่จึงร่วมมอบทุนส่วนหนึ่งเพื่อช่วยซ่อมแซมอาคาร พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนให้กับน้องๆอีกด้วย

 งานนี้ บอย ยังได้ขอบคุณผู้ชมทุกคนที่ร่วมส่ง “ทิป” เข้ามา รวมถึงผู้ใหญ่ใจดีที่ฝากน้ำใจมาร่วมแบ่งปัน เพราะทุกบาทได้ถูกส่งต่อกลายเป็นทั้งอาหาร อุปกรณ์การเรียน และโอกาสในการปรับปรุงพื้นที่การศึกษาให้เด็กๆ

เรียกว่าไม่ใช่แค่ “รถกับข้าว” ที่พาความอร่อยไปถึงโรงเรียน แต่ยังขนทั้งรอยยิ้ม กำลังใจ และน้ำใจไปเต็มคันรถ เพราะสำหรับเด็กๆ แล้ว มื้ออาหารดีๆ อาจสร้างความสุขได้หนึ่งวัน แต่ห้องเรียนที่แข็งแรงและปลอดภัย อาจกลายเป็นพื้นที่สร้างอนาคตให้พวกเขาได้อีกหลายปี

 #รถกับข้าวบอยเจี๊ยบ #บอยพีซเมคเกอร์ #เจี๊ยบพิจิตตรา #BoyJeab

‘บี้-กุ๊บกิ๊บ’ เปิดสูตรรัก 10 ปี จากคู่ชีวิตสู่ทีมเลี้ยงลูกและเพื่อนสนิท

31 สิงหาคม 2569 เวลา 11:08 น.

จากคู่รักสู่พ่อแม่ลูกสองแต่ “บี้ ธรรศภาคย์ – กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์” ยืนยันว่า 10 ปีที่ผ่านมาสิ่งที่ห้ามหายไปเด็ดขาดคือความเป็นแฟน เปิดกฎเหล็กชีวิตคู่ต่อให้ทะเลาะกันหนักแค่ไหนก็ห้ามท้าเลิก ในรายการ WandOland พร้อมเผยวิธีรักษาความสัมพันธ์ให้ยังเป็นทั้งคู่ชีวิต เพื่อนสนิท และทีมเลี้ยงลูกที่เดินไปด้วยกัน เพราะสำหรับทั้งคู่การมีลูกไม่ได้แปลว่าต้องหยุดรักกันในฐานะแฟน 

ความเป็นทีมเวิร์กในการเลี้ยงลูกและการเป็นคู่รักของคุณเป็นยังไง ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: กิ๊บบอกเลยว่าบ้านเราเป็นทีมเวิร์กที่แน่นมาก เราแบ่งหน้าที่กันค่อนข้างที่จะชัดเจน ลูกเคยพูดอันนี้ไม่ได้มาจากกิ๊บ เขาบอกว่าเวลาเขาอยู่กับบี้ เขาจะรู้สึกว่าเขาได้ทำนั่นทำนี่ อะไรที่มันเข้มแข็ง ที่มันสนุก ที่มันเพลิดเพลิน จะอยู่กับพ่อได้เลย แต่พอเป็นแม่ก็จะเป็นแบบปลอบประโลม พูดคุย สนุกสนาน ความเป็นผู้หญิง พูดคุยสัพเพเหระ รับฟัง หัวเราะสนุก เขาบอกว่า วันหนึ่งที่อยู่แยกกัน หนูเลือกไม่ได้เลยว่าจะอยู่กับใคร เพราะรู้สึกว่าต้องมีทั้งคู่ พ่อแม่ห้ามแยกกันนี่คือสิ่งที่ลูกพูดกับกิ๊บ พออยู่ด้วยกันรู้สึกว่าครอบครัวของเรามันคือดีที่สุดมากสำหรับหนู เราฟังแล้วเรารู้เลยว่า งั้นแสดงว่าเราสองคนก็แบ่งตามความชอบ ตามความถนัด

บี้ ธรรศภาคย์: จริง ๆ นิสัยสองคนมันต่างกันมากด้วยครับ มันเลยกลายเป็นทีมเวิร์กได้ คุณถนัดตรงนี้ก็ให้คุณดูแลลูกตรงนี้

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: แต่ต่อให้อีกด้านหนึ่ง อีกคนหนึ่งไม่ถนัด ก็พยายามทำความเข้าใจและปรับตัวเข้าหากันไปด้วย หมายถึงทำตัวให้กลมกลืน คิดว่าความเป็นทีมเวิร์กมันเกิดจากการสื่อสาร การพูดคุย และการที่เราไม่ใช่น้ำเต็มแก้ว เราปรับตัวกับลูกกับสิ่งใหม่ ๆ ที่เราได้ยินหรือได้เรียนรู้ตลอด ลองวิธีนี้แล้วอาจจะไม่ค่อยได้ผล เรามาคุยกันและปรับหน่อยดีกว่า เธอต้องปรับ ฉันต้องปรับ

บี้ ธรรศภาคย์: สำหรับผมเรียนรู้เยอะมาก เพราะอย่างลูกสาวสองคนเป็นผู้หญิง มันจะมีรายละเอียดที่ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเจอเลยว่า เป็นอย่างนี้เหรอ มันจะเป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงโดยที่ผมไม่เคยรู้ มันต้องละเอียดขนาดนี้เลยใช่ไหม

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: คิดว่าความน่ารักของบี้คือ บี้เป็นคนที่เข้าใจและพยายามเข้าใจ กิ๊บก็พยายาม ทุกวันนี้ 10 ปีแล้ว

 การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในบ้านให้กับลูก ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: แต่หนึ่งสิ่งที่เราคุยกันตลอดแล้วกิ๊บคิดว่าอยากจะแชร์ เวลาเราพูดอะไรกิ๊บไม่อยากให้ทุกคนรู้สึกว่าเราเป็นคนมาสอน เราแค่แชร์ในมุมมองของบ้านเรา แต่หนึ่งสิ่งที่กิ๊บรู้สึกแล้วมันได้ผลจริง ๆ และลูกเราตอบรับกลับมา เขาจะเล่าถึงความรู้สึกว่าบ้านนี้ต้องเป็นบ้านของเขา หลายคน พ่อแม่ตกหล่นตรงที่คิดว่านี่คือบ้านฉัน ฉันซื้อ บ้านที่ฉันสร้าง เด็กเป็นผู้อยู่อาศัยความจริงแล้วไม่ใช่นี่คือบ้านของเราทุกคน เราทุกคนต้องเป็นตัวเองได้ เด็กต้องสามารถรู้สึกว่าที่นี่คือพื้นที่ปลอดภัย ที่เขาจะเป็นตัวเองได้ เขาจะกล้าคิด กล้าพูด กล้าทำผิด กล้าทำอะไรก็ได้ โดยที่ไม่โดนใครในบ้านตัดสิน แต่จะค่อย ๆ ปรับให้เข้าร่องเข้ารอย หรือค่อย ๆ แนะนำหรือสอน กฎในบ้านที่ทุกคนปฏิบัติตามเท่ากัน ไม่ใช่ว่าลูกอยู่ที่นี่แล้วลูกไม่มีสิทธิ์ และเราสองคนจะเตือนกันอยู่ตลอดว่าบ้านนี้จะเป็นอย่างไรไม่ใช่คุณเป็นคนกำหนดไม่ใช่ฉันเป็นคนกำหนด เราทุกคนต้องเดินเข้ามาแล้วทำให้สภาพแวดล้อมของบ้านหลังนี้คงที่เป็นที่ปลอดภัย เพราะฉะนั้นเด็กจะไม่รู้สึกอยากออกไปจากบ้านหลังนี้เพราะนี่คือบ้านฉันไม่ใช่บ้านพ่อแม่  

บี้ ธรรศภาคย์: บางทีเราต้องไม่เอามาตรฐานของผู้ใหญ่ที่เราเรียนรู้มา ที่สมองของเราที่มันสมบูรณ์แบบแล้ว มาคิดว่าเขาน่าจะเข้าใจ คิดว่าเขาน่าจะเป็นเหมือนเรา คิดว่าสมองของเขาน่าจะเติบโตสมบูรณ์แบบเหมือนเรา คือบางอย่างเรามีเกินเลยไปบ้าง เป็นอะไรที่เราต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน

คุณภาพความสัมพันธ์มาจากการเลี้ยงดูและการโตมาในบ้านจริงไหม ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: ใช่ จริง ๆ มันเป็นแบบนั้น วันหนึ่งคิดว่าเด็กเขาก็มีบุคลิกภาพของเขา เลี้ยงเหมือนกัน ลูกก็นิสัยต่างกัน

บี้ ธรรศภาคย์: แต่ผมแค่รู้สึกว่าเรื่องปู่ย่าตายาย เราไม่ได้นำทั้งหมดที่สอนมาส่งต่อให้ลูกหมด

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: เราจะท่องกันว่า “We are new generation”

บี้ ธรรศภาคย์: บางอย่างที่เราก็จะมีจุดยืนของเราว่า เลี้ยงแบบนี้ดีกว่า สอนแบบนี้ดีกว่าในยุคสมัยนี้

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: พวกเราชอบเล่ามากกว่า สมมติเขาเล่าปัญหา พ่อจะเล่า ตอนเด็ก ๆ พ่อเป็นอย่างไร กิ๊บเป็นอย่างไร แต่เราจะบอกว่า แต่นี่คือพ่อ นี่คือแม่ เรานิสัยต่างกัน แต่หนูคือตัวหนู หนูลองไปชั่งน้ำหนักดูว่าหนูคิดว่าอยากจะตัดสินใจอย่างไร พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วย แต่ว่าเราแชร์ให้ฟังว่าเราผิดพลาดอะไรมา สมมตินิสัยเราเคยทำนิสัยไม่ดีแบบนี้แล้วมันผิดพลาดมาแบบนี้ เราสองคนไม่ต้องการให้ลูกเป็นเหมือนเรา แต่เราต้องการให้เขามีทัศนคติ หรือการใช้ชีวิตที่ดีในแบบของเขา เพราะฉะนั้นเขาไม่ต้องเหมือนเราก็ได้

คิดว่าเขาชอบเวลาที่คุณทำตัวแบบไหนมากที่สุด ?

บี้ ธรรศภาคย์: ทำตัวน่ารัก เพราะผมชอบแกล้งเขา เขาจะชอบเวลาผมทำตัวน่ารัก

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: มันเขี้ยวเขา

บี้ ธรรศภาคย์: เพราะนิ้วผมสั้นด้วย เวลาทำอะไรเขาก็จะแกล้ง

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: มันดูขัดกันดี กิ๊บว่าเป็นความแมน ๆ เวลาเห็นทำท่าแบ๊ว ๆ น่ารัก ๆ แบบนี้แล้วชอบ เพราะตอนที่เขามาจีบก็แบ๊วมาก ไม่เคยเจอผู้ชายทำแบ๊วขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

บี้ ธรรศภาคย์: เวลาอยู่ข้างนอก ถ้ามีผู้คน เราจะเก๊ก ๆ หน่อย แต่เวลาทำท่าน่ารัก กิ๊บจะหัวเราะ

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: เวลาจะโกรธ พอเห็นหน้าเขา จะบอกให้เขาทำอะไรตลก ๆ น่ารัก ๆ

บี้ ธรรศภาคย์: สรุปของผมคือการเล่นตลก ทำให้เขาหัวเราะได้ น่าจะเป็นช่วงที่เขาชอบผมที่สุด มันเป็นนิสัยผมอยู่แล้ว ผมจะทำอะไรให้คนในบ้านตลก ขำตลอดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะกับลูกหรือกับเขา ถ้ามีช่องทางไหนทำให้คนหัวเราะได้ ผมทำหมด

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: เราเคยคุยกันว่า คู่รักถ้าได้หัวเราะด้วยกันทุกวันจะดีมาก ซึ่งกิ๊บบอกว่าเราหัวเราะกันมากเกินไปแล้ว

บี้ ธรรศภาคย์: เพราะขากลับขับรถกลับบ้านประมาณชั่วโมงครึ่ง คุยหัวเราะกันจนถึงบ้าน และมาคุยกันว่าที่คุยกันมาไม่มีสาระเลย คือผมมีเพื่อนสนิทน้อยมาก วัน ๆ คุยอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งผมรู้สึกโชคดีมาก ผมจะบอกเขาตลอดว่า กิ๊บเป็นทั้งคู่รักและเพื่อนสนิท ที่คุยอะไรกันไม่รู้ในแต่ละวัน และหัวเราะไปแบบไม่มีสาระ

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: แต่เราไม่ใช่แค่เพื่อนกันคุยกันได้ทุกเรื่องแต่เราเป็นคู่รัก บางคนเป็นเพื่อนกันไปเลยจนลืมความเป็นคู่รักหรือความหวือหวา แต่เราไม่มี เราสองคนดูแลตัวเองอย่างดีและแสดงความรักผ่านการสัมผัส เรายังมีความรักตรงนั้นอยู่

ตอนไหนที่คุณรู้สึกว่าถูกละเลยจนรู้สึกไม่สำคัญเหมือนเดิมบ้างไหม ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: ถ้าเรื่องจริงจังไม่มีเลย แต่ชอบมีล้อเล่น เพราะตั้งแต่มีลูก เขารักลูกมาก กอดลูกตลอด หอมลูกตลอด เอาลูกมานอนกั้นกลางตลอด จนกิ๊บต้องบอกว่า “หอมลูก แต่ยังไม่หอมฉันเลย เธอเปลี่ยนไป” เขาก็จะรีบมาหอม คือเราตื่นเช้ามา จะมี Morning Kiss กัน จุ๊บกันก่อนนอน แต่ระหว่างวันเราแค่อยากได้ตลอดเวลาเฉย ๆ จะชอบแกล้งเวลาเขากอดหอมลูก เราจะบอกว่า เปลี่ยนไปแล้วใช่ไหม เขาก็จะรีบมา คือกิ๊บชอบพูดว่าทุกครั้งก่อนออกไปทำงานต้องหอมกัน ความน่ารักของเขาคือกลัวกิ๊บตื่น แต่ความรู้สึกของเราคือ บี้ต้องเดินทางตลอด ออกไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เราไม่มีวันรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะกลับมาหรือไม่กลับมา หรือใครอีกคนหนึ่งจะเป็นอะไรไหม ไม่อยากทำให้รู้ว่าวันนั้นน่าจะทำแบบนั้นแบบนี้ กิ๊บกับบี้จะพยายามใช้ชีวิตให้ทุกวันถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้าย เราทำเต็มที่แล้ว ทุกอย่างเต็มที่แล้ว

การทำเสมอต้นเสมอปลายและการสื่อสารเพื่อไม่ให้ห่างกัน ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: กิ๊บคิดว่าการสื่อสารสำคัญ สิ่งที่ทำให้บ้านเรายังเป็นทีมเพราะพูดแล้วอีกคนตอบรับทันที พอพูด บี้จะรู้ตัวทันที แล้วรีบมาหา มันเลยทำให้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แน่นเหมือนเดิม มันเป็นการเชื่อมต่อกัน ห้ามขาดการเชื่อมต่อกันโดยเด็ดขาด อย่าเพิ่งมีข้ออ้าง คนนี้พูด คุณไม่ต้องอ้าง ให้เข้ามาทำก่อน แล้วค่อยอธิบายทีหลัง เขาจะชอบให้ไปไหนก็จะจับมือแตะเนื้อต้องตัว ต่อให้เรานอนห่างกันแบบมีลูกนอนคั่นไว้แต่ขาต้องแตะกันไว้เสมอ ก่อนนอนก็ต้องคุยกัน มีอยู่วันหนึ่งกิ๊บไม่สบายหลับไปก่อน เขากลับมาประมาณสี่ทุ่มบอกว่าเหงามาก ไม่รู้จะคุยกับใคร เราเลยรู้ว่าต่างฝ่ายต่างสำคัญต่อกันมาก แม้ทั้งวันจะคุยกันเยอะมากแล้วก็ตามเราต้องเชื่อมต่อกันตลอด

มาถึงจุดนี้แม้จะมีลูกแล้วยังเช็กความฝันของกันและกันไหม ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: ตลอดค่ะ

บี้ ธรรศภาคย์: แต่ความฝันของกิ๊บ คือการมีครอบครัวที่สมบูรณ์และมีความสุข นี่คือความฝันของกิ๊บ แต่ของบี้ก็ยังมี

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: ถามเขาตลอด ว่ายังเหมือนเดิมไหม ยังทิศทางเดิมไหม ที่ทำยังเพราะสิ่งนี้ไหม เพื่อฝันนี้ไหม เขาจะบอกว่าบางทีก็เปลี่ยนเพื่อลูก เพื่อเงิน หรือยังอยากทำตรงนี้ ลึก ๆ เขายังอยากทำเพลง กิ๊บก็จะสนับสนุน ถ้ามันเป็นการงอกเงยและหาเงินต่อได้ และเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ทำตอนนี้จะทำตอนไหน ต้องทำ เขาจะขอบคุณเราตลอด

การเติมพลังบวกด้วยคำชมสร้างความมั่นใจให้ลูก

บี้ ธรรศภาคย์: ชีวิตผมมั่นใจมากเพราะแม่เลยครับ แม่พูดกับผมมาตั้งแต่เด็กว่า ทำดีมาก เก่งมาก ร้องเพลงดีมาก ทั้ง ๆ ที่ร้องไม่ดี แต่เขาจะบอกว่า ดีมาก ลูกเก่งมาก มันเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้เรามั่นใจมาก กล้าที่จะไปทำอะไรที่สำหรับคนอื่นมองว่าน่าตื่นเต้น แต่สำหรับเราไม่ใช่ เราชอบ บี้เพิ่งคุยกับกิ๊บเมื่อไม่นานมานี้เองเรื่องการแสดงเจตจำนง (Manifest) เหมือนเราได้ยินแบบนี้มาตลอด นั่นคือสิ่งที่เราเป็น ว่าเราต้องป้อนพลังบวกแบบนี้ให้ลูก

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: บางคนอาจจะมีความเห็นต่างว่าการชมลูกมากเกินไปอาจจะไม่ดี แต่คิดว่าชมเถอะ เขากำลังจะโต เวลาเขาออกไปข้างนอก ในหนึ่งวันเขาจะได้ยินคำชมสักกี่คำเขาจะเก็บสะสมคำชมมาสร้างเป็นความมั่นใจและความพยายาม เราต้องชมเขาอย่างมีเหตุผล ไม่ว่าอย่างไรต้องสร้างความมั่นใจให้เขาเพราะนี่คือแหล่งพลังงานชั้นดี กิ๊บอยู่กับครอบครัวเขาแล้วรู้เลยว่าแม่เขาชมเขาตลอด กิ๊บชอบแซวว่า ยอดวิวเพลงใน YouTube ที่ขึ้นสูง ๆ เพราะแม่กับพ่อช่วยกันดู ฟังเพลงทั้งวัน

บี้ ธรรศภาคย์: บางทีลูกสาวอย่างน้องเป่าเป้ย์ชอบเต้น เวลาอยู่ซูเปอร์มาร์เก็ต กิ๊บก็จะมองว่าแปลก ๆ แล้วบอกลูกว่า อยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ต้องเต้น แต่ผมจะมองต่างออกไป เพราะเราเคยเป็นแบบนั้น เราอยู่ตรงไหนเราก็เต้น ไม่เป็นไรหรอก ให้เขาซ้อมไป แม้จะดูแปลกนิดหน่อย

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: เราแค่บอกว่าต้องดูความเหมาะสม ไม่เคยห้ามลูกเป็นตัวเอง แต่เราต้องรู้ว่าที่ไหนเราเป็นตัวเองได้กี่เปอร์เซ็นต์ ที่ไหนเราควรเป็นแบบไหน อยู่บ้านเราเป็นไหน ทุกคนมีหลายสิบหน้า อย่าบอกว่าเรามีตัวตนเดียว เราทุกคนมีหลายบทบาท สิ่งเดียวที่เด็กควรเรียนรู้คือ เวลาไหนควรทำอะไร เราเองเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องรู้ว่าอะไรเหมาะอะไรไม่เหมาะ คุณต้องฉลาดสังเกตและวางตัวให้ถูก เลี้ยงลูกแต่ละคนก็มีวิธีจัดการต่างกัน

วัยเด็กคือตัวกำหนดคุณภาพชีวิตและการลดปมในใจลูก ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์:  เราพยายามคุยกันสองคนว่า สิ่งหนึ่งที่เราจะพยายามทำให้ได้ดีที่สุดคือทำอย่างไรก็ได้ให้เด็กสองคนนี้มีปมในใจตอนเด็กน้อยที่สุด เพราะว่าถ้าเขาไม่มีบาดแผลทางใจมาก คิดว่าเขาจะเติบโตได้อย่างดี และผ่านพ้นปัญหาต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี ความทุกข์อยู่กับเราไม่นาน บ้านเราพยายามสลัดความทุกข์ออกรวดเร็วทันใจสุด ๆ

ความเป็นคู่รักที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทช่วยก้าวผ่านอุปสรรคในชีวิต ?

บี้ ธรรศภาคย์: นอกจากจะเป็นคู่รักแล้ว ความสัมพันธ์ของผมกับกิ๊บยังเหมือนเพื่อนสนิทด้วย พอเป็นเพื่อนสนิทกัน มันจะมีทั้งการพูดเสียงดังใส่กัน ว่ากัน หรือทำอะไรที่บ้า ๆ เพื่อเป็นการระบายความเครียดจากสิ่งอื่น เวลาที่เราเจอเพื่อนสนิท ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไร การได้ทำอะไรบ้า ๆ ด้วยกัน มันทำให้เราลืมบางอย่างที่ไม่ดีไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมกับกิ๊บเป็นกันอยู่ตลอด เวลาเจออุปสรรคหรือเรื่องเครียด มันจะสลับและช่วยให้ลืมไปได้เยอะ ผมรู้สึกดีใจมากที่เราเป็นทั้งคู่รักและเพื่อนสนิทที่เมื่อเจอกันแล้ว อุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตมันละลายหายไปหมด เป็นสิ่งสำคัญมาก ในชีวิตคนเราที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ คนรอบข้างอาจค่อย ๆ น้อยลง เพราะเราโฟกัสบางอย่างมากขึ้น และเพื่อน ๆ อาจไม่ได้เดินเส้นทางเดียวกับเรา ทำให้โอกาสเจอกันน้อยลง การได้เป็นทั้งคนรักและเพื่อนรักจึงเป็นเรื่องที่โชคดีมาก

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: หลัก ๆ คืออย่าตัดสินกัน เพราะเราไม่มีวันรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร บางครั้งเราตัดสินจากมุมของเราโดยไม่ได้ไปยืนในมุมของเขา หลายครั้งที่กิ๊บเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองและคิดว่าถูกแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่บี้คิดกลับถูกต้องกว่า หากทำตามที่บี้คิดตั้งแต่แรก กิ๊บอาจจะสบายใจหรือถูกต้องมากกว่านี้ กลายเป็นว่าเราไม่ตัดสินกัน เขาได้เป็นตัวของตัวเอง กล้าที่จะบอกเล่าเรื่องราวที่เศร้า เสียใจ หรือปัญหาต่าง ๆ ให้ฟัง โดยไม่ต้องรู้สึกว่าโดนจับจ้อง สามารถพูดคุย ปรับเปลี่ยน และว่ากันไป ทำให้เกิดความสบายใจ กิ๊บเองก็สามารถพูดกับเขาได้ทุกเรื่องโดยรู้ว่าเขาจะไม่ตัดสิน บางครั้งเขาแค่นั่งฟัง ไม่ได้ให้แนวทางหรือช่วยอะไร แต่เขาก็อยู่ตรงนั้นและรับฟัง เพื่อนสนิทก็คือการนั่งฟังและรับฟัง เรื่องการเลี้ยงลูกก็เช่นกัน เมื่อลูกมาเล่าให้ฟัง เราก็แค่นั่งรับฟังโดยไม่ได้สั่งสอนอะไร ในฐานะสามีภรรยาก็เช่นเดียวกัน คือพร้อมที่จะรับฟังกันและกัน

ตอนทะเลาะกัน อะไรคือกฎที่ตกลงกันว่าจะไม่ทำเด็ดขาด?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: สิ่งหนึ่งที่เราสองคนไม่เคยทำเลยตลอด 10 ปี คือไม่เคยพูดคำว่า “เลิกกัน” ไม่เคยท้าเลิก บอกเลิก หรือพูดคำอะไรแบบนี้เลย นี่คือสิ่งที่กิ๊บกับบี้ไม่เคยทำตลอด 10 ปี ไม่เคยมีคำนี้ออกมาจากปากเลยสักครั้งเดียว เต็มที่ก็แค่เงียบไม่คุยกัน แต่แป๊บเดียวก็กลับมาคุยกันอยู่ดี ยิ่งพอมีลูก ก็ไม่อยากให้ลูกรู้สึกถึงบรรยากาศแบบนั้น แป๊บเดียวก็ต้องคุยกัน

มีกฎที่ตกลงกันไหมว่าเวลาทะเลาะกันห้ามทำอะไรต่อหน้าลูก?

บี้ ธรรศภาคย์: สิ่งที่ไม่ทำคือ ไม่ออกจากบ้าน อย่างมากก็ต่างคนต่างไป เงียบและห่างกันสักพัก แล้วค่อยกลับมาคุยกัน

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: มีกฎหนึ่งคือ ห้ามด่าล่อแม่ จะไม่มีการพูดจาทำร้ายน้ำใจกัน เพราะมันไม่สามารถดึงคำพูดกลับคืนมาได้ และพ่อแม่ใคร ใครก็รัก ไม่ว่าปัญหานั้นจะเกิดจากตรงนั้นหรือไม่ ก็จะไม่นำมาพูดถึงเด็ดขาด จะไม่มีการพูดขึ้นมาแน่นอน 100% ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่

คุณคิดว่าลึก ๆ แล้วคู่ของคุณมีความกลัวอะไรที่ไม่เคยพูดออกมา ?

กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์: สุดท้ายแล้ว สุขภาพสำคัญที่สุด ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าสุขภาพร่างกาย เราพูดกันตลอดว่า ไม่ว่าจะมีความฝัน มีเงินทองมากมายแค่ไหน ถ้าสุขภาพไม่ดี ทุกอย่างจบเลย บ้านเราพยายามให้เรื่องสุขภาพมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ

‘เลยดูดี’ จัด ‘HELLO FRI3NDSSS’เสิร์ฟแฟนไทย สุดปัง รวมพลัง PROXIE – ATLAS – PERSES จัดเซอร์ไพรส์ให้ว้าวกว่าเดิม! ปิดโปรเจกต์ HELLO BOYSSS

31 สิงหาคม 2569 เวลา 10:47 น.

หลังจากสร้างความฮือฮาให้แฟนๆ มาแล้วถึง 3 ประเทศในเอเชียกับโปรเจกต์ HELLO BOYSSS ที่ผู้จัดมาก ความสามารถอย่าง บริษัท เลยดูดี สตูดิโอ จำกัด กับ ครั้งแรกของการพา T-Pop ไทย สู่ตลาดโลกเต็มรูปแบบอย่างเป็น ทางการโดยผู้จัดคนไทย ครั้งนี้ขอกลับมาปิดโปรเจกต์ที่บ้านเกิดกับงาน “HELLO FRI3NDSSS” Thank You Party กลับบ้านทั้งทีจะธรรมดาได้ยังไง!

สำหรับงาน “HELLO FRI3NDSSS” Thank You Party ที่เพิ่งผ่านไปนั้น เป็นงานปิดท้ายโปรเจกต์ HELLO BOYSSS อย่างเป็นทางการ งานนี้ทั้งผู้จัดและหนุ่มๆทั้ง 3 วง  PROXIE – ATLAS – PERSES จึงตั้งใจพาโมเมนต์ จากเอเชียทัวร์ กลับมาเสิร์ฟให้แฟนไทยได้สัมผัสกันแบบใกล้ชิด และเพิ่มความพิเศษให้มากกว่าเดิม ซึ่งก็ได้รับการ สนับสนุนจากเหล่า ALIS, PIECES และ USER จนบัตร Sold Out ภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยบรรยากาศในงาน เต็มไปด้วยเสียงกรี๊ด รอยยิ้ม และโมเมนต์ที่แฟนๆ ได้ใกล้ชิดกับศิลปินแบบเต็มอิ่ม เพราะงานนี้ถูกออกแบบให้เป็น มากกว่า Thank You Party แต่เป็นค่ำคืนส่งท้ายของ HELLO BOYSSS ที่รวมเอาความสนุก ความใกล้ชิด และ เซอร์ไพรส์มาไว้ในเวทีเดียว โดยทั้ง 3 วงตั้งใจจัดโชว์เสิร์ฟความมัน ความน่ารักกันแบบ Non-Stop เปิดเวทีด้วย PROXIE ตามด้วย ATLAS และ PERSES ที่ต่างขนเพลงฮิตและ Performance ที่เตรียมสำหรับค่ำคืนนี้ โดยเฉพาะ มามอบให้กับแฟนๆทุกคนอย่างเต็มที่ รวมถึง Fan Project และช่วงถ่ายภาพร่วมกับแฟนๆ ที่ทำให้บรรยากาศตลอดงาน เป็นกันเอง อบอุ่น และเต็มไปด้วยความประทับใจ

ไฮไลต์ที่ทำเอาว้าวกันทั้งฮอลล์ ต้องยกให้โชว์สุดพิเศษ ในเพลง “CAN’T STOP THE FEELING” ของ Justin Timberlake ที่ทั้ง 17 หนุ่ม จาก PROXIE, ATLAS และ PERSES รวมพลังบนเวทีเดียวกันเป็นครั้งแรกเพื่อเซอร์ไพร์ส แฟนๆในงานนี้โดยเฉพาะ โดยโชว์ครั้งนี้ได้รับการ ออกแบบท่าเต้นโดย  Back Kooyoung ผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบ ท่าเต้นให้ศิลปินชื่อดังระดับ K-Pop อาทิ The Boyz, SEVENTEEN และ EXO เรียกได้ว่าโชว์นี้สร้างปรากฏการณ์ เสียงกรี๊ดสุดสนั่นและยาวนานจนฮอลล์สะเทือนกันเลยทีเดียว จากนั้นความสนุกยังเดินหน้าต่อ แบบไม่มีพัก เมื่อเข้าสู่ช่วง FAN CAM ที่ชวนแฟนๆ ร่วมสนุกผ่าน 5 คาแรกเตอร์ ได้แก่ Cutie Cam, Cool Cam, Kitty Cam, Sexy Cam และ Mami Cam ก่อนที่ทั้ง 17 หนุ่มจะกลับขึ้นเวทีมาเจอกันอีกครั้งในช่วงพูดคุยและเกมสุดฮา โดยมี ดีเจอ๋อง เขมรัชต์ สุนทรนนท์  รับหน้าที่พิธีกร ที่เหมือนฟีลพี่เลี้ยงมาคุมเด็กๆ โดยการพาสมาชิกทั้ง 3 วงมาคละทีมกันในเกม   “เป่ายิงฉุบตีหัว” สร้างทั้งเสียงหัวเราะและช็อตน่ารักๆ ให้แฟนๆ ได้เก็บเป็นความทรงจำ ซึ่งหนุ่มๆ ATLAS ได้ทำสัญญา อย่างเป็นทางการ หรือ MOU กับแฟนๆของตัวเองรวมถึงของ PERSES และ PROXIE ว่าจะช่วยซัพพอร์ตกันตลอดไป เป็นอีกโมเมนต์ สุดประทับใจจนกลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์เลยทีเดียว ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนแห่งความประทับใจนี้ ด้วยคำขอบคุณจาก 17 หนุ่มถึงแฟนๆ ทุกคน ที่เดินทางมาร่วมสร้างปรากฏการณ์ในค่ำคืนนี้ พร้อมความตั้งใจที่จะเติบโต และเดินหน้าสร้างผลงานต่อไป

โดย เมย์ วาสนา เนกขัมม์ ผู้บริหารคนเก่งของ บริษัท เลยดูดี สตูดิโอ เผยความรู้สึกในฐานะผู้จัดไว้ว่า

“หลังจากได้พาน้องๆ ทั้ง 3 วง ไปเอเชียทัวร์ กับ โปรเจกต์ HELLO BOYSSS มาแล้วใน 3 ประเทศที่ผ่านมา ได้รับการต้อนรับและการตอบรับอย่างดี มากๆจนคาดไม่ถึง ก็รู้สึกว่าแฟนๆ ชาวไทยก็ควรได้สัมผัสบรรยากาศ และความรู้สึกแบบเดียวกันด้วย เพราะเมื่อกลับมาถึงบ้านเราแล้ว ไม่อยากให้เป็นแค่ งานที่มาพบกันแล้วจบไป แต่อยากให้ทุกคนได้ใกล้ชิดกับน้องๆ ได้เห็นพวกเขาในมุมที่เป็นธรรมชาติ ได้สนุก ได้เล่น และได้สร้างความทรงจำ ร่วมกันจริงๆ

ซึ่งสิ่งที่ดีใจมากๆในฐานะผู้จัด คือการได้เห็นน้องๆ ทั้ง 3 วงเติบโตขึ้น และมีความตั้งใจที่จะช่วยกันปักธง T-Pop ให้เดินหน้าต่อไป พวกเขาเป็นอีกหนึ่ง กำลังสำคัญของ T-Pop ในวันนี้ และอยากเห็นพลังนี้ถูกส่งต่อไปยังศิลปิน รุ่นต่อไปด้วย สำหรับ เลยดูดี สตูดิโอ เรากำลังเตรียมทำงานกับวงใหม่ๆ และศิลปินรุ่นใหม่ๆ ต่อไป เพื่อช่วยผลักดัน และเผยแพร่ T-Pop ให้เดินทางไปได้ไกลยิ่งขึ้น ด้วยความตั้งใจที่จะพา T-Pop ไปสู่ตลาดโลกให้สำเร็จให้ได้”

#HELLOFRI3NDSSSTH #LeayDoDee

#PROXIEth #ATLAS_th #ATLAS #PERSES #PERSES_TH

‘มุกดา’โสดมาก ‘หนิง ปณิตา’ลั่นอยากมีหลาน ถึงกับยกหูหา ‘ดู๋ สัญญา’ กับ ‘เอม สรรเพชญ์’ จิ้นหรือจริง!

31 สิงหาคม 2569 เวลา 10:35 น.

แม้จะไม่ได้คลอดออกมากับมือ แต่ความสัมพันธ์กันก็คือแม่ลูกผูกจิต สำหรับ “หนิง ปณิตา“ กับ “มุกดา นรินทร์รักษ์“ ที่ผูกพันถึงขั้นเรียกกันเป็นแม่ทูนหัว งานนี้ควงคู่มาออก คุยแซ่บShow ทางช่องOne 31 นอกจากจะมาเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่สนิทกัน จนหนิง ปณิตาออกปากว่า ฉันอยากให้เด็กคนนี้ดัง พร้อมเผยว่า ได้ยกหูหา ”ดู๋ สัญญา“ สรุปแล้ว กับ “เอม สรรเพชญ์” จิ้นหรือจริง!!

สนิทกันจนเรียกกันว่าเป็นแม่ทูนหัว? 

มุกดา : สนิทกันตอนที่ไปเล่นละครที่พี่หนิงเป็นคนจัด

หนิง : ตอนนั้นที่เลือกมุกดามาเป็นนางเอก ส่วนหนึ่งผู้ใหญ่เป็นคนคัดสรรมาให้ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งขอเป็นเรื่องส่วนตัว ขอไม่ตอบแล้วกัน มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว และเราไม่อยากพูด อีกส่วนหนึ่งเราก็ถูกชะตา เราตั้งไว้เลยว่าเราต้องทำยังไงก็ได้ให้เด็กคนนี้ดัง

ไอ้เรื่องส่วนตัวที่ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของใคร ?

หนิง : มันเป็นเรื่องส่วนตัวของ เรื่องของน้อง บางเรื่อง ที่หนิงไปได้ยินมา แล้วหนิงรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับน้อง เด็กคนนี้เป็นเด็กดี น่ารัก ฉันต้องทำให้เด็กคนนี้ดัง ซึ่งเรื่องนั้นบอกไม่ได้ว่าคือเรื่องอะไร 

แต่ก่อนจะดัง  ละครเรื่องนี้อุปสรรคเยอะมาก?

หนิง : เป็กก็รู้เรื่องนี้เหมือนกันนิ 

มุกดา : มันเป็นอุปสรรคภายในที่พบเจอกันได้ในกอง เรื่องการถ่ายทำ แต่พี่หนิงเค้ามีความที่ว่าฉันต้องทำให้ได้ ฉันต้องทำให้สำเร็จ มันก็เลยกลายเป็นความกดดันแบบนั้นมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้กดดัน เพราะว่าหนูชอบ ถ้างานออกมาดี หนูเหนื่อยไม่เป็นไร หนูเชื่อว่าความตั้งใจมันทำให้ทุกอย่างออกมาดี 

หนิง : การทำงานในเรื่องของละคร มันวุ่นวายทุกอย่าง รวมไปถึงการลงเสียง ซึ่งถามว่าทำไม เราเอ็นดูเขาเหมือนลูกสาว เพราะว่าเค้าเป็นเด็กที่ทุ่มเทเหมือนกับเรา เค้ารู้ว่าสิ่งที่เราต้องการทำไปเพื่ออะไร และในตอนนั้นงานที่เราทำ เราฉีกกฎอะไรบางอย่างที่ชาวบ้านเค้าไม่ทำ โดนตีตราว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วนี่ตัวละครเล่นเป็นคนรวย เราก็ต้องโถมแบรนด์เนมเข้าไป จนกลายเป็นดราม่า 

มุกดา : ทุกอย่างต้องเต็ม ต้องเป๊ะ ต้องของแท้

หนิง : เราไม่อยากให้ของปลอมมาอยู่ในละครเรา และที่โดนดูถูกสุด ประเด็นคือตอนที่เราไปกอง เราเป็นคนชอบแต่งตัว เราก็แต่งตัวเหมือนที่ออกรายการไปทำงาน เค้าเลยมองว่าเราทำงานไม่เป็นเพราะแต่งตัวแบบนี้ สวยอย่างเดียว 

สิ่งที่เราประทับใจในตัวมุกดาคืออะไร?

หนิง : ทั้งหมดทั้งมวลตั้งแต่ตอนทำงาน ตอนที่ยังไม่ได้เริ่มสนิทกัน จนมาถึงวันนี้เราพูดได้เต็มปากว่า เรามองเด็กคนนี้ไม่ผิด แล้วช่วงที่เราเกิดปัญหาอะไร เด็กคนนี้ไม่เคยทิ้งเรา และลึกๆ เค้ามีความห่วงใยลูกสาวเรา แบบจริงๆ และเข้าใจ ข้างในเค้าเป็นเด็กกตัญญู

มุกดา : ก็คือเราจะดูน้องณิรินในแบบ นิสัยของหนู ไม่ใช่คนโทรหาตลอดเวลา แต่ถ้าเรารู้สึกว่าวันไหนมันมีเรื่อง หรือเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น วันนั้นหนูจะเข้าไป และการที่หนูเข้าไปปลอบใจณิริน ก็คือการให้น้องไปสนใจสิ่งอื่น เพราะด้วยตอนนั้น เขาอาจจะไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่เขากำลังเจอ การที่เค้าจะเดินออกมาจากตรงนั้น แล้วเค้าได้มาโฟกัสกับเพื่อน กับพี่ ไปวัด ให้มันพ้นกับสถานการณ์ที่ไม่ดีไป เราไม่อยากให้น้องคิดอะไรมาก 

หนิง : ซึ่งเราก็เข้าใจว่าสิ่งที่ลูกเรากำลังเจอในตอนนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พี่ๆ ทุกคนเข้าใจ

มุกดา : เราก็เคยบอกน้องไปว่า พี่เป็นคนไม่ค่อยพูด แต่ถ้ามีอะไรที่ต้องการพี่ ให้โทรมาได้เลย แต่กับเข้มคือณิรินจะโทรบ่อย เพราะว่าจริตเข้ม กับณิริน คือเข้ากันดี บ้าๆ บอๆ แต่สำหรับหนูก็บอกเค้าไปว่าถ้าเบื่อหรืออะไรให้โทรมาเลยเพราะว่าบ้านเราอยู่ใกล้ๆ กัน 

หนิง : หนิงพูดกับทุกคนในวงการบันเทิง ว่าเวลามีคนมาถามว่าทำไมหนิงถึงรักมุกดากับเข้มมาก มันจะมีสักกี่คนในวงการบันเทิงที่จะเป็นเหมือนเด็กสองคนนี้ เพราะเรารู้สึกว่าสิ่งที่เราให้เขา เราให้เขาด้วยใจ แต่สิ่งที่เขาตอบกลับมา เค้าให้มาด้วยใจเช่นกัน หญิงโคตรโชคดีเลยที่เด็กสองคนนี้อยู่ในชีวิต แล้วก็มีน้องเปรี้ยว ทัศนียาอีกคนด้วย 

สนิทกันแค่ไหนแต่เราก็มี space ให้กันและกัน ?

มุกดา : เราชัดเจนในเวที่เรารัก และเป็นห่วงซึ่งกันและกัน เค้าก็ปล่อยให้ลูกได้เติบโตในวันที่เขาต้องเดิน แต่ถ้าใครเดินแปลกๆ พี่หนิงก็จะสะกิดให้เดินตรงๆ มันเป็นการสอนแบบเบาๆ แล้วเราก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่องของพี่หนิง แต่เวลาพี่หนิงเจอปัญหา เราจะมาบาลานซ์ว่า เรื่องที่เค้าเจอ บางทีมันก็หนักกว่านี้ อันนี้เฉยๆ และแม่ก็เป็นคนที่มีเรื่องเข้ามาตลอด เพราะเราก็มองว่าบางเรื่องก็ไม่ได้หนักมาก อาจจะเป็นสีสันของแม่เขา อย่างบางเรื่องที่เครียดก็เครียดเลย เราจะส่งกำลังใจไปหรือว่าส่งข้อความไปที่เรารู้สึกว่าแม่ดาวน์มากๆ

แล้วมันเป็นจังหวะไหนบ้าง?

หนิง : อันนี้มันก็เป็นอีกหนึ่งเรื่อง ที่เรายังไม่เข้าใจ เพราะเวลาเค้าแมสเสจมา มันคือช่วงที่เราดาวน์จริงๆ เรารู้สึกว่าเค้ารู้ได้ไง 

มุกดา : มันจะมีอยู่ไม่กี่เรื่องที่เขารู้สึกว่าเค้าปล่อยไม่ได้ เพราะบางเรื่องมันปล่อยยาก เราก็แค่พิมพ์ไปว่าฉันยังอยู่นะ เราเป็นคนที่แสดงออกไม่เก่ง เพราะว่าพูดไปเดี๋ยวเราจะร้องไห้ หรือแค่ให้เราไปนั่งเฉยๆเป็นเพื่อนก็ได้นะ 

ส่วนคุณหนิง ก็เป็นสายฟาด ใครอย่ามายุ่งลูกฉัน?

มุกดา : เมื่อก่อนคือบู๊แหลก

หนิง : ถ้าใครมาว่าเด็กสองคนนี้นะ สู้หมดเลย คอมเม้นต์มา คอมเม้นต์กลับ แต่ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้ก็จะนิ่งๆ เฉยๆ ถ้ามันล้ำเส้นจนไม่ให้เกียรติกัน เราก็ไม่ทน แล้วก็มีดีเอ็มเข้ามา อย่างเมื่อเช้าก็ยังมีเข้ามา เข้มไปเกาหลี ก็มาถามว่าทำไมมุกไม่ไป เราก็ตอบไปว่าขอโทษนะคะวันนี้ยังไม่ว่างตอบ แล้วก็จะมีการแอบถ่ายมุก ว่าไปใช้ชีวิตกับใคร แล้วก็มาฟ้อง ถามว่าทำไมเราไม่จัดการ เมื่อก่อนก็อธิบายอย่างสุภาพ แต่เดี๋ยวนี้ตอบจ๊ะ จะให้ทำอะไรล่ะจ๊ะ แต่เราก็ต้องขอบคุณทุกคน ที่เมตตาเขา และเราก็ยังอยากให้ทุกคนเมตตาเขา 

เหตุผลอะไรที่หนูอยากดูแลแม่เขาขนาดนี้?

มุกดา : หนูรู้สึกว่า มันเริ่มจากการที่เราร่วมงานถ่ายละครด้วยกัน และการที่เราใช้เวลาร่วมกัน สิ่งที่พี่หนิงสอน สิ่งที่เขาเป็นห่วง มันเป็นความสนิทโดยที่ไม่รู้ตัว แล้วเราก็ไม่คิดว่าคนที่สอนเราได้ขนาดนี้เราจะได้เจอคนแบบนี้อีกไหมในชีวิตของเรา ตอนนั้นเอาจริงๆ เค้าเป็นห่วงเรา โดยที่เราก็ไม่ได้มีอะไรในชีวิตของเขาเลย คุณเป็นห่วงเราขนาดนี้ได้ยังไง คือเรารับเต็มๆ เค้าเป็นห่วงเรานะ เรารู้สึกว่าเขาจริงใจกับเรา ทำให้เราค่อยๆ เปิด ได้เห็นในแง่มุมหลายๆ อย่าง ในมุมของผู้หญิงคนนี้ อยากมีเขาในชีวิตตลอดไป หนูเป็นคนไม่ค่อยโชว์ด้านซอฟท์ให้คนอื่นเห็น พี่หนิงเองก็ยังไม่เคยเห็น (แล้วก็มอบพวงมาลัยให้กับหนิง กลางรายการ) เราก็รู้จักกันมาประมาณหกปีแล้ว ขอให้แม่มีสุขภาพที่แข็งแรง ตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่มีวันไหนที่แม่ไม่หยุดทำงานเลย อยากให้เอ็นจอยกับชีวิต มีความสุขกับมันบ้าง ดูแลตัวเองให้แข็งแรง (หนิ่งน้ำตาคลอ)

หนิง : เรารู้อยู่แล้วว่า เค้าเป็นห่วงเรา แต่ทั้งหมดทั้งมวล แม้เราจะไม่ได้เจอกันแต่เราก็คอยติดตาม แอบสืบ เราจะดูแลเขาแบบห่างๆ แล้วเคยพูดกับเขาว่า มุกดา เป็นลูกที่ทำให้เรารู้สึกไม่ต้องห่วงมาก หนิงอยากให้มีคนกรี๊ดเค้าเยอะๆ เค้าดูแลตัวเองได้ดีในทุกงาน ก็รักอ่ะ ตอนนี้อยากมีเวลาที่อยู่ด้วยกันสมัยก่อน แต่ตอนนี้ด้วยภาวะที่มันบีบคั้นให้เราต้องทำงานเยอะมาก 

มีข่าวว่า มุกดา กับ น้องเอม มันยังไงกันแน่?

หนิง : หนิงก็ไม่รู้ แต่ก็ยกหูหาพี่ดู๋ แต่ยังไม่ได้คุยเพราะว่าพี่ดู๋ออกกำลังกายอยู่

มุกดา : จิ้นหรือจริงเหรอ? จิ้นค่ะ อย่างที่ไปพัทยาหรือเวียดนาม ก็ไปกันเป็นกลุ่มนะ (แต่ทำไมรูปถ่ายมีแค่สองคน?) ไปเป็นกลุ่ม 

หนิง : ลูกฉันไม่มีพิรุธอะไร เค้ามีอะไรเค้าบอกฉันแล้ว ถ้ามีเค้าก็บอกว่ามี

แล้วความสัมพันธ์กับเข้มล่ะ?

มุกดา : มันก็มาจากกระแสละคร คนก็อยากให้จิ้นกัน 

หนิง : ก็เลยอยากเสนอพี่ป้อน ว่าให้เอาทั้งสามคนมาร่วมงานเดียวกัน มาแย่งผู้หญิงคนเดียวกัน ก็ดูไปเลยว่าเคมีใครจะมามากกว่ากัน ให้หนิงได้เป็นคนใช้ หนิงก็จะเล่น

ไหนๆ ก็เป็นแม่ลูกกัน มุกดาเค้าโสดไหม?

หนิง : โสดค่าาาา เค้าโสดมานานมากแล้ว

มุกดา : ตอนนี้ ก็ยังรู้สึกว่า ก็ยังไม่มีคนที่ใช่ ก็คุยไปๆ มาๆ ไม่ได้จริงจัง ซึ่งถามว่าเราชอบแบบไหน หนูไม่มีสเปค มันต้องคุยถึงจะรู้สึกว่ากล้าเข้าตาไหม 

หนิง : ไม่ได้มีสเปคอะไร แต่หนิงชอบแบบน้องเอม สุดท้ายเค้าจะคบกับใคร เราไม่ห่วงเรื่องนี้เลย เพราะเขามีความคิดเป็นของตัวเอง สมมุติว่าเค้าคุยอยู่ แล้วมันมีกลิ่นอะไรแปลกๆ เค้าก็ปล่อยเองเลย โดยที่เค้าไม่ได้มานั่งเล่าให้เราฟัง แต่เราก็ส่งคนไปสืบ เราห่วงเขามากกว่า เป็นความห่วงที่ไว้ใจเขา เพราะว่าเราก็อยากอุ้มหลานแล้ว 

แรงซัปพอร์ตล้น ‘ยูกิ ไหทองคำ’จัดเต็มไลฟ์กลุ่มปิด ‘ใจสู่ใจ-คนรักยูกิเพ็ญผกา EP.7’

31 สิงหาคม 2569 เวลา 10:29 น.

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสุดพิเศษที่เกิดขึ้นจากพลังความรักและแรงสนับสนุนอย่างอบอุ่นของแฟนคลับ สำหรับ “ยูกิ ไหทองคำ” หรือ “ยูกิ เพ็ญผกา” ศิลปินสาวมากความสามารถ ที่จัดไลฟ์ Streaming กลุ่มปิดสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “ใจสู่ใจ-คนรักยูกิเพ็ญผกา EP.7” เพื่อมอบความสุข ความสนุก และช่วงเวลาแห่งความใกล้ชิดให้กับแฟนคลับที่คอยสนับสนุนเธอมาโดยตลอด

ความพิเศษของไลฟ์ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การพูดคุยแบบใกล้ชิดจากหัวใจสู่หัวใจเท่านั้น แต่ยังจัดเต็มด้วยเหล่าศิลปินรับเชิญที่จะมาร่วมสร้างสีสันและความสนุกอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น แบม ธนวัตร ประถมบันเทิงศิลป์, ฟ้าใส อรอุมา ประถมบันเทิงศิลป์, ป๊อกกี้ ซี๊ด, ชัด เอกพงษ์, บิ๊ก สิรวิชญ์ และจีโน่ จีรเดช พร้อมด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษที่แฟน ๆ ต้องจับตา “แชป วรากร” พระเอกหนุ่มชื่อดัง ร่วมด้วยช่วยกันสร้างโมเมนต์พิเศษในครั้งนี้ 

โดย ยูกิ และ แชป ยังเป็นที่พูดถึงจากผลงานการแสดงในละคร “นางฟ้าหมอลำ” ผลิตโดยค่ายคนทีวี (ไทยแลนด์) โดยผู้จัดฯ และผู้กำกับฯ คนเก่ง “วุฒิ-ชัยวุฒิ”  ทางช่อง 7HD ซึ่งทำให้แฟน ๆ ต่างรอคอยที่จะได้เห็นเคมีและความน่ารักของทั้งคู่ในบรรยากาศสุดพิเศษ!!

สำหรับ “ยูกิ ไหทองคำ” ถือเป็นอีกหนึ่งศิลปินสาวที่ได้รับแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากแฟนคลับ ด้วยความสามารถทั้งด้านการร้องเพลงและการแสดง รวมถึงความเป็นกันเองที่ทำให้เกิดความผูกพันอย่างเหนียวแน่นกับเหล่าแฟน ๆ จนกลายเป็นที่มาของกิจกรรม “ใจสู่ใจ-คนรักยูกิเพ็ญผกา” ที่จัดขึ้นเพื่อส่งต่อความสุขและตอบแทนทุกกำลังใจ

งานนี้แฟนคลับของ “ยูกิ” และแฟน ๆ ของพระเอกหนุ่ม “แชป วรากร” อิ่มเอมกับความสนุก ความอบอุ่น และเซอร์ไพรส์จากเหล่าศิลปิน เพราะ “ใจสู่ใจ-คนรักยูกิเพ็ญผกา EP.7” ครั้งนี้ บอกได้คำเดียวว่าเป็นอีกหนึ่งไลฟ์ Streaming กลุ่มปิดที่อัดแน่นไปด้วยความพิเศษ และเกิดขึ้นจากพลังแห่งความรักของแฟนคลับอย่างแท้จริง!!!

เฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยเปิดตัว ‘The Secret Gems’

31 สิงหาคม 2569 เวลา 10:25 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าส่งเสริมและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย เปิดตัว “The Secret Gems” เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องประดับไทย  ในรูปแบบการแข่งขันรายการเรียลลิตี้ ภายใต้แนวคิด “เปิดประกายคุณค่าที่ซ่อนอยู่ สู่เวทีโลก” มุ่งพัฒนาศักยภาพนักออกแบบ ช่างฝีมือ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ต่อยอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย  รายการจะเริ่มออกอากาศวันที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 17.00 – 18.00 น. ทางช่อง 7HD ผลิตรายการโดยบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด  ซึ่งเปิดตัวรายการไปเมื่อวันก่อน ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมีนางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานงานแถลงข่าว

‘แตงกวา-เหนือ’ สุดปลื้ม! คว้า 2 รางวัลจาก ‘Dangerous Queen คนโปรดของควีน’

31 สิงหาคม 2569 เวลา 10:23 น.

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ สำหรับ  “แตงกวา-ภิญญาเณศวร์ อั้งสุวรรณ” และ “เหนือ-ดิสรยา เตชะไพบูลย์” 2 นักแสดงนำจากซีรีส์ GL เรื่อง “Dangerous Queen คนโปรดของควีน” ผลิตโดย บริษัท แสงเหนือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ที่ล่าสุดสร้างผลงานโดดเด่น คว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที Pattaya International Film Fest 2026

ก่อนขึ้นรับรางวัล “แตงกวา-เหนือ” ได้ปรากฏตัวบนพรมแดงของงาน เรียกเสียงฮือฮาและสะกดทุกสายตาได้อย่างอยู่หมัด ด้วยลุคชุดดำสุดหรู ดูสง่างามและโดดเด่นเกินต้าน จนบรรดาช่างภาพต้องกดชัตเตอร์รัว ๆ ให้กับความขาวออร่าและความสวยสุดปังของพวกเธอ!!! 

ความโดดเด่นในครั้งนี้ต้องยกเครดิตให้กับ “ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ” ที่รังสรรค์ชุดสุดหรู ช่วยขับลุคของ “แตงกวา-เหนือ” ให้ดูสวยสง่า เปล่งประกาย และน่าจับตามองตลอดการปรากฏตัวบนพรมแดง

และความปัง!!! ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เมื่อซีรีส์ “Dangerous Queen คนโปรดของควีน” สามารถคว้ารางวัล ซีรีส์ GL ยอดเยี่ยม และนักแสดงหญิงดาวรุ่งยอดเยี่ยม ประเภทซีรีส์ GL ไปครอง สร้างความปลาบปลื้มให้กับทีมนักแสดงและแฟน ๆ เป็นอย่างมาก

โดยทั้งคู่ขึ้นรับรางวัลท่ามกลางเสียงชื่นชมและกำลังใจจากแฟน ๆ โดยมี คุณกบ-ปภัสรา และ คุณเอ๋-พรเทพ เตชะไพบูลย์ คุณแม่และคุณแม่ของ สาวเหนือ ร่วมให้กำลังใจถึงขอบเวที ณ โคลอสเซียมโชว์พัทยา คาบาเร่ต์โชว์

นอกจากนี้ “เหนือ-ดิสรยา” ในฐานะ CEO ของ แสงเหนือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ยังได้อัปเดตความคืบหน้าผลงานซีรีส์ภาคต่อ “Dangerous Queen คนโปรดของควีน Special Edition” ว่า ขณะนี้เดินหน้าถ่ายทำไปแล้วกว่า 40%

แฟนชาวเดอร์และแฟนๆ ซีรีส์ ของ “แตงกวา-เหนือ” เตรียมตั้งตารอกันได้เลย เพราะเจ้าตัวการันตีว่า ซีรีส์ “Dangerous Queen คนโปรดของควีน Special Edition” จะออกอากาศให้ชมภายในปีนี้อย่างแน่นอน !!!

แม่โย ทัศน์วรรณ วัย 75 ยังขับรถเอง ทำงานเอง! เปิดสูตรแก่ยังไงให้ใจไม่แก่ตาม

31 สิงหาคม 2569 เวลา 10:15 น.

ในวัย 75 สำหรับหลายคนอาจหมายถึงการพัก แต่สำหรับ “แม่โย ทัศน์วรรณ” ยังเป็นวัยที่เต็มไปด้วยพลัง ทั้งทำงาน ขับรถ และดูแลตัวเอง เปิดใจในรายการ How are you feeling? มองความแก่ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่คือสิทธิพิเศษของคนที่ได้ใช้ชีวิตมายาวนาน จากชีวิตที่สร้างทุกอย่างด้วยตัวเองเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว และเส้นทางในวงการบันเทิงหลายสิบปี ยึดหลักไม่ปล่อยให้ความทุกข์มีอำนาจเหนือชีวิต สังขารแก่ได้แต่ใจไม่จำเป็นต้องแก่ตาม ใช้ทุกวันให้มีคุณค่าที่สุด

เจาะลึกมุมมองการตื่นมาในวัย 75 ปีแล้วยังมีพลังใช้ชีวิต ?

แม่โย ทัศน์วรรณ : ถ้าตอนยุคสาว ๆ เรียกว่า อึด ถึก ซึ่งเหมาะกับอาชีพที่แม่ทำเป็นนักแสดงต้องอดทน ต้องแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา แม่อยู่ในวงการจะมีชื่อเสียงว่า ขี้เหนียว ไม่ค่อยใช้เงิน ไม่มีใครได้เงินของเขาง่าย ๆ แต่แม่มีเหตุผลที่ต้องขี้เหนียว เราไม่ได้เกิดมาร่ำรวย ไม่ได้เกิดมามีมรดกที่รองรับอยู่ ทุกอย่างหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของหยาดเหงื่อแรงงานและน้ำตา หามาด้วยทุกอย่าง ทุกบาทมีค่าหมด หามาได้ต้องเก็บใช้ให้คุ้มที่สุด แต่สิ่งเดียวที่แม่ไม่ขี้เหนียวคือ อาหารการกิน เพราะถือว่าใช้ร่างกายในการทำงาน ทำทุกอย่างเพื่อให้มีเงินทองมาเลี้ยงดูครอบครัวด้วยความเหนื่อยยาก ถ้าเผื่อร่างกายเราไม่ดูแลก็จะทรุดเร็ว เขาก็จะอยู่กับเราแบบไม่มีคุณภาพซึ่งยอมไม่ได้และที่สำคัญก็คือความคิด แม่จะไม่แบบว่าแย่แล้วทำไมต้องเป็นฉัน

โดนเรียกว่า “ลูกเป็ดขี้เหร่” สู่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวรุ่นแรก รับมือความเครียดยังไง ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: แม่ไม่เครียด เพราะคนเราต้องเจอทุกรูปแบบเป็นประสบการณ์ชีวิตแม่ถือว่า ความเครียดเป็นยาพิษสำหรับร่างกาย แม่รักร่างกาย ความเครียดเป็นยาพิษ ความเครียดนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บ แล้วจะต้องสูญเสียอีกเยอะ ถ้าไปให้ความสำคัญกับความเครียดนั้น เราต้องบอก “ทำอะไรฉันไม่ได้”

แม่โยมี Space ของตัวเอง ทำงานศิลปะ วาดรูป ถักผ้าห่ม

แม่โย ทัศน์วรรณ: ทั้งอ่านหนังสือการฝีมือหรือการประดิษฐ์เป็นภาษาญี่ปุ่น ภาษาอะไรก็ได้ไม่ต้องเป็นภาษาไทย ดูรูปดู Pattern ทำได้แล้วมีสมาธิแล้วมีความสุขมากค่ะ

ทำงานอยู่คนเดียวไม่กลัวเสียโอกาสในวงการ ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไม่กลัว โอกาสไหนเสียไป เดี๋ยวมีโอกาสใหม่มา เป็นคนปล่อยวางแทบจะทุกเรื่อง ไม่เคยเข้าวัดไปฟังธรรม ฟังเทศน์ แต่แม่คิดว่าสิ่งไหนที่คิดแล้วทำให้จิตใจขุ่นมัว หมองมัว แม่ไม่อยากเป็นคนจิตใจมัวหมอง อยากเป็นคนคิดแล้วสบาย เบา ๆ ยิ้มให้กันดีกว่าจะมาแค่หางตาตวัดนิดหนึ่งก็บรรยากาศไม่ดีแล้ว ยิ้มกัน จริงใจต่อกัน ช่วยเหลือกันเท่าที่ช่วยเหลือได้ แม่อาจจะเป็นคนที่เรียกว่า จิ้งจกที่เปลี่ยนสีได้ ไหลไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้ไหลหลงระเริงอยู่ในกรอบของความถูกต้อง แต่เป็นคนคิด ไม่ค่อยถือสา แล้วก็ไม่ชอบอะไรที่หนัก ๆ ที่ทำให้เครียด แล้วถ้าปัญหาอะไรที่คิดสะระตะ หมดหนทางแก้ไขทิ้งไป เสียเวลามานั่งอยู่ เสียเวลาทำมาหากิน เอาเวลาไปทำมาหากินอย่างอื่นดีกว่าให้มีผลงอกเงยมาค่ะ

กลัวแก่ไหมและรับมือกับความเสื่อมของร่างกายอย่างไรเมื่อหนีธรรมชาติไม่พ้น ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไม่กลัว เกิด แก่ เจ็บ ตาย หนีไม่พ้น ถ้าไปกลัวหนีพ้นไหม ก็หนีไม่พ้น มีทางเดียวคือ ในเมื่อหนีไม่พ้นก็ต้องทำให้มีคุณค่าที่สุด ตรงไหนทำให้ตัวเราดูดี ทำให้แข็งแรง แต่ธรรมชาติเป็นอย่างนั้น ไปฝืนธรรมชาติไม่ได้ ฝืนได้ก็คือ ทำศัลยกรรม แค่ดูดีขึ้น ชุ่มชื่นหัวใจ สวยขึ้น แต่รู้แก่ใจว่าไปทำศัลยกรรมมาเพื่อให้สวย เวลาคนเรามีความสุขออกมาทางผิวพรรณ หน้าตา ดูสวย เพราะว่าใจสุขมาจากข้างใน แต่ข้างนอกทำให้สวยยังไงแต่ข้างในคิดลบตลอดเวลาหรือว่าตำหนิคน ตำหนิทุกอย่างในโลกนี้ไปหมด ออกมาไม่สวยรวมถึงผิวพรรณออกมาไม่เหมือนกันค่ะ

 มายาคติเรื่องคนแก่กับการเป็นผู้ทรงอิทธิพลรุ่นใหญ่ที่ร่วมสมัย ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ด้วยพื้นฐานอาจจะเป็นคนรักเด็ก มีความสุขกับการอยู่กับเด็ก เวลาคุยกับเด็กไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็คุยกับเขาได้แล้วก็ไปกับเขาได้ ไม่ได้ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ที่พอเดินเข้าไปแล้วเด็กจะต้องเงียบ ไม่ใช่ บางทีอาโยตลกกว่าเขาอีก เด็ก ๆ ก็จะชอบมาถามมาคุย ไม่ใช่ว่าอาโยจะไม่เคยคิดว่า “อุ๊ย เราแก่แล้ว อย่าทำอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องนั่งอยู่เฉย ๆ ให้ลูกหลานทำให้” ไม่ใช่ โยเป็นคนที่ตลอดชีวิต ทำอะไรเองด้วยตัวเองทุกอย่าง ทุกวันนี้ยังขับรถเองอยู่

 ภาพคนแก่เหงา ๆ ที่บ้าน ไม่จริงอีกต่อไป ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไม่จริงค่ะ คือคนเราที่ชอบบ่นว่าเหงา เหงาทำไม เวลาที่มีให้ทำอะไรตั้งเยอะตั้งแยะ อย่างที่บอกว่าแม่เย็บปักถักร้อย, นั่งวาดรูป, ถักผ้าปูที่นอน, มีอะไรทำ ดูโทรทัศน์ไปก็ถักไปก็เป็นชิ้นงานขึ้นมา เป็นของใช้ที่ได้ใช้ ถ้าเผื่อเอาแต่นั่งซึมอยู่เฉย ๆ ดูโทรทัศน์ รอลูกกลับบ้าน รอหลานกลับบ้าน นั่นคือสภาพคนแก่ที่ไม่ควรเป็น

ไม่ยอมเกษียณทำไมถึงยังมีงานต่อเนื่องและไม่เคยกลัวไม่มีงาน ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: รับจนกว่าจะไม่ไหวหรือจนกว่าสังขารจะไม่เอื้ออำนวยแล้วและไม่เคยกลัวการไม่มีงาน เพราะมีงานมาตลอดไม่ใช่ว่าเก่ง เราก็ต้องทำตัวให้คนอยากร่วมงานด้วย งานเราต้องรับผิดชอบในงานที่ได้รับมา ที่เขามาจ้าง ทุกตัวละครที่ต้องไปเป็นจะต้องรับผิดชอบตัวละครตัวนั้น เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุดให้งานละครของเขาที่มาจ้างเราเป็นผลงานที่ดีออกไป ยังไม่เคยไปกองถ่ายสาย ไม่เคยสร้างปัญหาให้กองถ่ายด้วย วินัยในการทำงานของโยเป๊ะ เพราะว่าทุกคนต้องไม่มาเกิดปัญหาเพราะอาโยแล้วงานก็จะเดินไปด้วยดี คนก็อยากร่วมงาน ไม่ใช่ใครบอกว่า “อุ๊ย อย่าไปเอาคนนี้มาเล่น เรื่องมาก ปัญหาเยอะ ช้าก็ช้า มาก็สาย” ไม่แน่นอนค่ะ

วิธีเติมไฟให้ตัวเองและการมองความทุกข์ให้เป็นเพียงก้อนทราย ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไม่ให้ความสำคัญกับคำว่า “แก่” คำที่ว่า แย่ ไม่ดี หยาบคายบางทีแม่โยอาจจะพูดตลกไปว่า “อย่าพูดคำหยาบสิ” บรรยากาศก็เปลี่ยนไป ถ้าเผื่อเขาเรียกแก่ “อุ๊ย! ว่านี่แก่ จะบ้าเหรอ?” ก็อีกบรรยากาศหนึ่ง มุมมองด้วย ถ้ามองเสมือนความทุกข์ก้อนหนึ่ง เราเห็นเป็นก้อนทรายหรือเป็นก้อนหิน ถ้าเห็นเป็นก้อนทรายก็นิดเดียวเดี๋ยวก็ผ่านไป แต่ถ้าเห็นเป็นก้อนหินใหญ่จะต้องดันอีกนานมากจนกว่าจะไป

มองเรื่องความแก่อย่างไร ในวันที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องน่ากังวล แต่สำหรับเราคือ Privilege ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อยู่ถึง 70 ได้มีโอกาสพิเศษแล้ว ฟ้าประทานมา ไม่ใช่ง่ายนะถึง 70 ปี  ประสบการณ์ฉันเยอะมาก คุณมีความรู้มากเท่าฉันไหมล่ะ ฉันมีโอกาสเกิดก่อนแล้วก็อยู่มาได้เห็นอะไรเยอะแยะไปหมด สัจธรรมโลกก็คือ “ความเปลี่ยนแปลง” ความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่แน่นอน ฉะนั้นจะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของโลกเรา ยุคสมัยเปลี่ยนไป ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก ยิ่งปัจจุบันเร็วมากจนแทบจะตามไม่ทัน แต่ถ้ามัวแต่ตื่นตระหนกก็ยิ่งตามไม่ทัน ต้องตามด้วยความสุขและต้องศึกษาให้เข้าใจ

คนแก่มีความฝันไหม และการวางรากฐานการเงินเพื่ออิสรภาพในชีวิต ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ความฝันของคนแก่ไม่เหมือนเด็กหนุ่ม-สาว เด็กหนุ่ม-สาวฝันถึงอนาคต ฝันถึงว่าต่อไปครอบครัวจะเป็นยังไง ฝันถึงคู่ครอง ฝันถึงบ้านเรือนที่ตัวเองจะต้องอยู่ ต้องมี แต่คนแก่มีครบแล้ว ถึงตอนนี้ไม่มีเขาก็เคยมี รู้รสชาติ รู้สัมผัสทุกอย่างอยู่ที่ว่าแต่ละคนจะทำตัวให้ในปัจจุบันมีชีวิตยังไงอยู่ที่การดำเนินชีวิตของคุณตั้งแต่แรก ถ้าคุณเป็นคนฟุ่มเฟือยทำอะไรไม่ยั้งคิด ทำอะไรไม่รอบคอบก็ไม่มีวันที่จะรวยได้ ไม่มีวันที่จะมีครอบครัวที่มั่นคงได้เท่าคนที่รอบคอบและวางรากฐานชีวิตดี

วางรากฐานชีวิตแล้ววางแผนการเงินให้กับตัวเอง ณ วันนี้ ใช้ชีวิตได้สบาย ๆ

แม่โย ทัศน์วรรณ: สบายค่ะ ตั้งแต่โตมาแล้วเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ครอบครัวแม่เช่าบ้านตลอด เช่า-ย้ายบ้านบ่อยมากถึงแม้จะเป็นเด็ก ทำไมแม่คิดเรื่องเงินก็ไม่รู้ “ไม่มีบ้านตัวเองสักที ไม่ได้ชีวิตนี้ฉันต้องมีบ้านตัวเองให้ได้ ถ้าทำได้ฉันต้องเอาบ้าน มีที่ซุกหัวนอนก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันใหม่” พอเข้าวงการมาก็ยังอยู่บ้านเช่า คิดว่าไม่ได้ เงินที่จ้างก้อนแรกต้องไปดาวน์บ้านก่อน 10,000 บาทเมื่อ 50-60 กว่าปี สมัยนั้นเยอะมาก ๆ ไปอยู่กองถ่ายเป็นเด็กก็กินข้าวกองถ่าย ขนม ข้าวต้ม ดาราพี่ ๆ ก็ซื้อมา “หนูกินด้วย” ไม่ใช้เงิน พอดาวน์บ้านเสร็จก็ผ่อนบ้านปีเดียวหมด ได้เงินมา 100 บาทก็เก็บทั้ง 100 บาท ปีเดียวผ่อนบ้านหมด มีบ้านแล้ว รถค่อยตามมา ค่อยมาผ่อนทีหลัง สิ่งที่จำเป็น ช่วงแรกก็ยังขอติดรถไปกับคนนู้นคนนี้

ตลอดชีวิตไม่เคยแตะหุ้นหรือลงทุน เปิดสูตรการเก็บเงินฉบับคุณแม่ บริหารเงินอย่างไรให้มั่นคงถึงวันนี้ ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: เล่นไม่เป็น คือไม่ค่อยใช้เงิน ไม่มีเงินก็ไม่ใช้ ไม่ใช้สินค้า Brand name ภูมิใจในการซื้อของถูกมาหิ้วแล้วคนบอกว่า “สวยจังเลย” บอก “ถูกมากเลยนะ” ไม่รู้สึกว่าด้อยกว่าคนอื่น แม่ไม่ยึดอันนั้น สินค้าแบรนด์เนมแม่รู้สึกว่าแพงเกินเหตุผล แพงเกินไปสำหรับแม่ ซื้อกระเป๋าใบละเป็นแสนเอามาทำอะไร มั่นคงมากถึงจะตายไปก็ไม่เดือดร้อน ไม่ต้องห่วง ทำไปหมดแล้ว ถ้าเผื่อเป็นอะไรไปมีลูกคนเดียวก็สบาย

ลูกไม่รู้สึกว่าต้องเป็นภาระ เขาก็ไปตามฝันเขาได้เลย ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไปได้เลย แต่เขาก็เป็นลูกที่น่ารักนะคะ เวลาเราเจ็บไข้ได้ป่วยก็รักษาดูแล แต่เขาก็รู้ว่าเวลาใครมาสัมภาษณ์ที่เกี่ยวกับว่าเป็นลูกดูแลแม่ไหม เขาก็ดูแลตามนั้น แต่แม่ไม่เคยไปขอเงิน เพราะเขามีรายได้ของเขาอยู่

จัดการความทุกข์อย่างไรในวันที่ผิดหวังใช้หลักสติและการเปลี่ยนอิริยาบถ ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อย่างที่แม่บอกว่า ไม่ให้มีอำนาจเหนือเรา ความเครียดรู้อยู่ว่าทำให้เป็นพิษกับร่างกาย ถ้าความทุกข์ที่เจอ จัดการไม่ได้ เคลียร์ไม่ได้ มัวแต่ไปจมอยู่กับความทุกข์ไม่ดีแล้ว ต้องรีบใช้สติตั้งรับ คิดให้ดีว่าเหตุการณ์ที่ทุกข์อยู่เกิดจากอะไร วิเคราะห์หาเหตุผลและจะแก้ไขยังไง ซึ่งถ้าแก้ไขไม่ได้ แม่จะทิ้งไปแล้วไปหาทางอื่นทำ ไม่ให้ความสำคัญ อย่าไปมัวเข้าข้างตัวเอง ต้องคิดเผื่อความผิดหวังไว้บ้าง แค่คิดปลอบใจตัวเองว่า คนเราก็เป็นอย่างนี้ มีสุข มีทุกข์ ถ้าคิดแค่คำว่า “ทำไมต้องเป็นฉัน” จะทุกข์หนักขึ้นไปอีก คิดวิเคราะห์หาทางออกดีกว่าที่จะมานั่งถามว่า ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไมฉันต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้ ทำไมทำกับฉันอย่างนี้” ก็จะไม่จบสิ้น

วันที่แม่ร้องไห้ หยุดร้องไห้ได้ยังไง ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: แม่ร้อง ๆ อยู่ แล้วมองดูเวลาว่า ถึงเวลานอนแล้ว ไม่ได้ต้องนอน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ไม่ใช่เวลามาร้องไห้ การไม่ฟังความรู้สึกแย่ ๆ บ้างทำให้ไม่จม เปลี่ยนอิริยาบถคือการให้กายนำใจ เพราะว่าใจยากที่จะบังคับ Out ร่างกายแล้วเลื่อนเวลาไป พอมีแรงค่อยมาดูว่าใจรู้สึกอะไร

การรับมือกับเรื่องไม่เป็นธรรม การโดนนินทา และความผิดหวังในความรัก ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: เจอบ่อยค่ะ อย่างโดนนินทา ถ้ามีคนมาเล่าก็จะฟังแล้วก็อาจจะมีความรู้สึกเสียใจนิด ๆ แต่ไม่ไปให้ความสำคัญมาก เพราะว่าไม่ได้ยินกับหูตัวเอง ฟังเขามาเล่า จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ อะไรที่เก็บไว้เป็นขยะแม่ไม่เอา กวาดออกไปหมด เก็บไว้ไม่มีประโยชน์ก็เป็นพิษกับร่างกาย ในวันที่ผิดหวังกับความรักก็คิดว่าเราไม่ดีเอง ไม่ดูตาม้าตาเรือ ถามว่ายังรักมากอยู่ ไม่มีเขาได้ไหม เลิกได้ไหมได้ ต้องปล่อย แล้วก็คิดว่าถ้ายังมีเขาอยู่ความทุกข์กี่เปอร์เซ็นต์ ความสุขกี่เปอร์เซ็นต์ สมมติว่าความทุกข์มากกว่าขาดทุนแล้ว ในขณะที่นั่งร้องไห้ฟูมฟาย เขาทำอะไรอยู่ล่ะก็อาจจะมีความสุขอยู่ก็ได้ ขาดทุนอีกแล้วค่ะ

วันที่รู้ว่ามีลูก การรับมือกับกระแสสังคมและพลังซัพพอร์ตจากแก๊งเพื่อนสนิท ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ตอนนั้นไม่รู้ตัวว่าท้อง พอรู้ก็รู้สึกดีใจมากที่จะมีลูก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้ว่าจะมีปัญหาตามมาแน่นอน แต่ตอนนั้นกลัวไม่ได้ ตั้งรับ พร้อมรับทุกอย่างอยู่ที่เรา อะไรจะแรงขึ้นหรือเบาลงอยู่ที่เรา วันนั้นพอข่าวออกไป ณ ตอนนั้นไม่ได้มาร้องไห้ ก็เฉย ทำงานถ่ายหนังไปเรื่อย ๆ ตอนนั้นกระแสที่เข้ามาชนคือเป็นนางเอกท้องก่อนแต่ง ผู้ชายเขามีคนอื่นอยู่แล้ว ซึ่งรู้ว่าจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่ก็พร้อมที่จะรับมือ ถ้าเป็นปัญหาสำหรับคุณไม่ต้องก็ได้ ฉันดูแลลูกของฉันได้ มีความสุขไม่มีความกลัว และแก๊งเพื่อนสำคัญให้กำลังใจบ้าง ด่าบ้าง แล้วแต่บุคลิกของแต่ละคน เช่น คุณอรสาก็จะว่า “เธอนี่นะ” ส่วน คุณดวงใจ จะปลอบเขาจะละมุน คุณมยุรฉัตรเขาเป็นพี่สาวคนโตก็ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจ คุณจิ๋มก็เป็นคนพาไปฝากท้องกับคุณหมอและช่วยพาหลบนักข่าวด้วยค่ะ

เป้าหมายเล็ก ๆ ในแต่ละวันและมิตรภาพที่ยาวนาน ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: บางทีก็คิดว่าพรุ่งนี้จะไปกินอะไรอร่อย ๆ ที่ไหนดี แล้วก็ชวนเพื่อน ชวนลูกไปกิน การได้กินของที่อยากกิน ได้ซื้อของที่อยากซื้อ ได้ไปไหนโดยไม่เดือดร้อนใคร ซึ่งทำได้หมดแล้ว เป็นหนึ่งในความสุขของเราที่มีเพื่อนรู้ใจช่วยเหลือจุนเจือ มีน้ำใจให้กันตลอดและยังล้อเล่นกันเหมือนเดิม เรารู้ว่าบุคลิกแต่ละคนไม่เหมือนกัน คำพูดนี้พูดกับคนนี้ได้ พูดกับคนนี้ไม่ได้

ในวัยนี้เวลาเจอกันพูดคุยเรื่องอะไร ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อยู่ที่ขณะนั้นสุขภาพเป็นยังไง ถ้าโรคเยอะก็คุยเรื่องหมอ แต่ถ้าสุขภาพดี มีความสุขสบายดีก็ชวนกันไปกินของอร่อยหรือนัดเจอกันเป็นกลุ่ม แต่พออายุเยอะมาก ๆ การเจอก็ห่างออกไปอยากอยู่บ้าน อยากดูซีรีส์ หรือทำงานประดิษฐ์เล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่กับบ้านที่หามาได้ด้วยตัวเอง มีความสุขอยู่ในบ้าน ดูแลบ้านค่ะ

สุขภาพใจนำสุขภาพกาย ความผูกพันทางสังคมเล็ก ๆ คือกุญแจสำคัญของการมีอายุยืน ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ข้างในยังเป็นคนเดิม เพราะยังแข็งแรง สุขภาพดี รักษาความรู้สึกข้างในไว้ว่าฉันยังแข็งแรง พยายามทำจิตใจให้ผ่องใส เบิกบาน และเบาสบายอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สังขารไม่ห่างไกลออกไป ถ้าใจเรามีความสุข ความสุขเป็นยาวิเศษทำให้ร่างกายข้างในมีพลัง ความสุขทำให้ระบบทุกอย่างในร่างกายสบายและกระฉับกระเฉงเหมือนเครื่องจักรที่มีพลังค่ะ

“อย่าใจร้ายกับตัวเอง” ถึงคนทุกวัยที่กลัวความแก่ ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อยากจะบอกทุกคนว่า “อย่าใจร้ายกับตัวเองมากนักเลย” ความแก่มาพร้อมกับเราตั้งแต่ลืมตาดูโลก จะไปวิ่งหนีหรือรังเกียจเขาทำไม ในเมื่อตอนนี้แก่แล้วก็ยอมรับว่าสังขารเราแก่ แต่จิตใจไม่ได้แก่ตาม สามารถทำอะไรได้อีกตั้งเยอะ สามารถช่วยเหลือคนได้ เป็นผู้ให้ได้อีกมากมาย เราไม่ได้หยุดอยู่ที่คำว่าแก่และไม่ใช่แก่กะโหลกกะลา แต่แก่อย่างมีคุณค่า การเป็นผู้ให้โดยไม่เดือดร้อนและไม่คาดหวังจะทำให้คุณมีความสุขมาก เราเกิดมาในยุคที่ไม่มีระบบออนไลน์ พอต้องมาเรียนรู้ใหม่ยากกว่าเด็ก ๆ ที่เกิดมาในยุคที่มีพร้อมทุกอย่าง เดี๋ยวนี้ก็ต้องยอมรับว่าต้องถามลูกหลานค่ะ

เมื่อความต่างของวัยกลายเป็นกำแพง ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงรู้สึกคุยกับผู้ใหญ่ไม่รู้เรื่อง และจะเชื่อมช่องว่างนี้อย่างไร ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อยากจะบอกเด็ก ๆ ว่า ลองเปลี่ยนความคิดใหม่ บางครั้งเรื่องที่สงสัยหรือคิดไม่ออก แค่เดินเข้าไปถามผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ หนูอาจจะได้คำตอบทันทีจากประสบการณ์ชีวิตของท่าน คำตอบนั้นอาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจก็ไม่เป็นไร แต่สามารถนำไปคิดและ Adapt ให้เข้ากับยุคใหม่ได้ค่ะ

ใหม่ ดาวิกา สาดความแซ่บ สลัดผ้าคว้าบิกินีลายเสือ อวดเอวเอสทำโซเชียลไฟลุก

30 สิงหาคม 2569 เวลา 21:28 น.

ทำเอาอินสตาแกรมแทบลุกเป็นไฟ เมื่อนางเอกสาว “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” ขอเปลี่ยนโหมดจากลุคหวานๆ มาเสิร์ฟความแซ่บแบบเต็มพิกัด หลังเดินทางไปพักผ่อนสุดหรูที่รีสอร์ต Amanoi ประเทศเวียดนาม พร้อมปล่อยภาพเซตใหม่ในชุดบิกินี่ทูพีซลายเสือดาว เผยให้เห็นหุ่นสวยและเอวคอดแบบจัดเต็ม ท่ามกลางบรรยากาศริมชายหาดสุดชิล

งานนี้เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ได้ไม่น้อย เพราะเจ้าตัวมาในลุคแม่เสือสาวที่ทั้งสวยและโดดเด่น สาดออร่าท่ามกลางสายลมและแสงแดด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นริมทะเลที่ทำเอาหลายคนต้องหยุดเลื่อนหน้าจอ

ขณะที่เพื่อนๆ ในวงการบันเทิงและแฟนคลับต่างพร้อมใจกันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมความสวยแซ่บกันอย่างต่อเนื่อง หลายคนต่างยกให้ “ใหม่ ดาวิกา” เป็นอีกหนึ่งนางเอกที่ไม่ว่าจะมาในลุคไหนก็เอาอยู่ สมกับฉายาตัวแม่สายแฟชั่นที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง

เต๋อ ฉันทวิชช์, ใหม่ ดาวิกา, ใหม่ ดาวิกา ชุดว่ายน้ำ, ใหม่ ดาวิกา อวดหุ่น

เกิดอะไรขึ้น? กรีน อัษฎาพร ประกาศตัดขาดคนสกุลเดียวกัน ลั่นแอบอ้างชื่อเจอดำเนินคดี

30 สิงหาคม 2569 เวลา 19:54 น.

ทำเอาหลายคนเกิดความสงสัยและตกใจไม่น้อย เมื่อล่าสุดวานนี้ (29 สิงหาคม 2569) นักแสดงสาว กรีน อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ออกประกาศแจ้งเตือนผ่านช่องทางส่วนตัว ระบุว่า ” ประกาศแจ้งเพื่อทราบ — โปรดอ่านให้ครบ

ดิฉัน นางสาวอัฏฐาพร สิริวัฒน์ธนกุล ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022) เป็นต้นมา การกระทำ การตัดสินใจ การทำธุรกรรม หรือการดำเนินการใด ๆ ของ นายฉัตรพัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล ทั้งหมด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดิฉันแต่อย่างใดทั้งสิ้น

หากมีบุคคลใดได้รับการติดต่อ การแจ้ง หรือการพาดพิงในลักษณะที่กล่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องกับดิฉัน หรือนำชื่อของดิฉันไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ดิฉันขอปฏิเสธความรับผิดชอบในทุกกรณี และจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้แอบอ้างโดยถึงที่สุด

หากท่านได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าว กรุณาติดต่อ 082-957-9994 เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง

ประกาศ ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2569

นางสาวอัฏฐาพร สิริวัฒน์ธนกุล”

กรีน อัษฎาพร, กรีน อัษฎาพร ดำเนินคดี, กรีน อัษฎาพร ตัดขาด