กลุ่ม KTIS รับรางวัล CSR Awards 2026 พร้อมร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

26 สิงหาคม 2569 เวลา 14:31 น.

ปริญญ์ ศิริวิริยะกุล ผู้จัดการโรงงาน กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจรสู่ BCG อย่างยั่งยืน เป็นผู้แทน KTIS สาขา 3 เข้ารับรางวัล CSR Awards 2026 ในฐานะองค์กรที่มีผลงานการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่น ระดับจังหวัด จากนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

รางวัลดังกล่าวจัดโดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวคิด “CSR Partnerships for Sustainable Thailand” ซึ่งการได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่ม KTIS ในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืน 

CSRAwards2026, กลุ่มKTIS

กระทรวง พม. กทม ผนึกกำลัง ทรูฯ เครือเจริญโภคภัณฑ์ สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย) และมูลนิธิออทิสติกไทย เปิดการแข่งขันกีฬาบุคคลออทิสติกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3

26 สิงหาคม 2569 เวลา 14:21 น.

เพราะความแตกต่างไม่เคยลดทอนคุณค่าของใคร… ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย ทรู ปลูกปัญญา สานต่อพันธกิจสร้างสังคมที่เปิดกว้าง ร่วมสนับสนุน “การแข่งขันกีฬาบุคคลออทิสติกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3” เปิดเวทีให้บุคคลออทิสติกและผู้มีความต้องการจำเป็นพิเศษจากทั่วประเทศ ได้แสดงความสามารถ ความมุ่งมั่น พร้อมถ่ายทอดความภาคภูมิใจผ่านกีฬา ท่ามกลางครอบครัว ครู ผู้ดูแล รวมกว่า 1,000 ครอบครัว มหกรรมกีฬาครั้งนี้เกิดจากพลังความร่วมมือของ สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) มูลนิธิออทิสติกไทย และภาคีเครือข่าย โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางสาวดุษฎี สรวงขันธ์ รองผู้อำนวยการพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) นางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และ นายประพาฬพงษ์ มากนวล หัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา ทรู คอร์ปอเรชั่น ตลอดจนผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเครือข่ายครอบครัวบุคคลออทิสติกทั่วประเทศ ร่วมส่งต่อพลังใจ สะท้อนภาพของสังคมที่เคารพความแตกต่าง พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนเติบโตได้อย่างเท่าเทียม ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง

คุณค่าของกีฬาไม่ได้หยุดอยู่ที่ผลแพ้ชนะ หากยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดทางให้บุคคลออทิสติกได้ค้นพบความสามารถ เสริมสุขภาวะ สมาธิ วินัย ทักษะการทำงานเป็นทีม ตลอดจนสร้างความมั่นใจในตนเอง ผ่านกีฬาหลากหลายประเภท ทั้งกรีฑา เปตอง แบดมินตัน ว่ายน้ำ แชร์บอล รวมถึงกีฬาพื้นบ้านและการประกวดกองเชียร์ ซึ่งเติมเต็มบรรยากาศด้วยรอยยิ้ม มิตรภาพ และช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจ การสนับสนุนครั้งนี้ยังสะท้อนพันธกิจของ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรูปลูกปัญญา ที่ทำงานเคียงข้างมูลนิธิออทิสติกไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) ตลอดจนภาคีเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษา ทักษะดิจิทัล ทักษะชีวิต สู่การสร้างอาชีพ สุขภาพที่ดี และการมีส่วนร่วมกับชุมชน พร้อมทำหน้าที่เป็น “Connector สื่อกลางเชื่อมพลัง” นำเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ รวมถึงศักยภาพของเครือเจริญโภคภัณฑ์มาต่อยอดเป็นโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ทรูนำศักยภาพด้านโครงข่ายการสื่อสารมาสนับสนุนการถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านเฟสบุ๊กสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึมไทย และเฟสบุ๊กทรูปลูกปัญญา ส่งต่อทุกโมเมนต์สำคัญจากสนามสู่ผู้ชมทั่วประเทศ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ให้สังคมได้เห็นถึง ความสามารถ ความมุ่งมั่น และศักยภาพของบุคคลออทิสติกในการก้าวข้ามข้อจำกัดในแบบของตนเอง

ทรูเชื่อว่า เมื่อศักยภาพถูกมองเห็นโดยไม่ถูกตีกรอบจากสิ่งที่แตกต่าง สังคมย่อมเปิดรับและเข้าใจกันอย่างแท้จริง ครั้งนี้จึงไม่เพียงมอบพื้นที่ให้บุคคลออทิสติกได้ค้นพบตัวเอง พัฒนาทักษะ และเปล่งประกายในเส้นทางที่เลือก แต่ยังตอกย้ำเจตนารมณ์ของทรูในการต่อยอดโอกาสให้ทุกชีวิตเติบโตอย่างมั่นใจ พร้อมก้าวไปในสังคมที่เคารพความหลากหลาย เห็นคุณค่าของแต่ละคน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

กระทรวงพม., กีฬาบุคคลออทิสติกแห่งประเทศไทยครั้งที่3, เครือเจริญโภคภัณฑ์

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ต่ออีกสมัย เป็นสมัยที่ 4

26 สิงหาคม 2569 เวลา 14:17 น.

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท) จัดการประชุมใหญ่ พร้อมเลือกตั้งประธานและคณะกรรมการอำนวยการ วาระปีบริหาร 2569-2572เพื่อเข้ารับหน้าที่บริหารงานแทนคณะกรรมการอำนวยการชุดเดิมที่กำลังจะหมดวาระลง หลังเสร็จสิ้นจากการประชุมและเลือกตั้งใหญ่ของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ โดย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ต่ออีกสมัย ซึ่งนับเป็นสมัยที่ 4 พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการชุดใหม่ 14 คน ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้ง ที่มีแต่ความยินดีจากสมาคมสมาชิกทั่วประเทศที่มาร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล

ผลงานสำคัญที่ผ่านมาของ สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท) ภายใต้การบริหารงานของ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์ สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ในวาระปีบริหาร ที่ผ่านมา  ได้แก่ – ริเริ่มดำเนินโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงินร่วมกับภาคี 5 แห่ง คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย และ สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ฯ ผลักดันให้เกิดการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในการดำเนินโครงการ และจัดให้มีการมอบรางวัลเกียรติคุณแก่บริษัทนำร่องที่ดำเนินโครงการดังกล่าวอย่าง เป็นรูปธรรมและต่อเนื่องในพิธีประกาศรางวัลเกียรติคุณสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โครงการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประชาชน โครงการ “สสธวท…สตรีทรงพลัง” ในวาระครบรอบ 50 ปีสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ 10 ปีเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย (AWEN Thailand) ณ โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ เขตปทุมวัน

ภาพหมู่รวมคณะกรรมการอำนวยการสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ฯ  ฯนายกองค์กร 24จังหว้ด ทั่วประเทศ

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ฯ  ถ่ายภาพร่วมคณะที่ปรึกษา คณะกรรมการอำนวยการชุดเดิม

คณะกรรมการอำนวยการชุดใหม่อีก 14 ท่าน

คุณหญิงณัฐิกาวัธนเวคินอังอุบลกุล, สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ

“อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต” ซีพีอาสา จับมือ ซีพีเอฟ ร้อยเรียงใจสู้ภัยน้ำท่วมน่าน

26 สิงหาคม 2569 เวลา 14:03 น.

ฝนที่หนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน แม้สถานการณ์น้ำล่าสุดน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังในพื้นที่อำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง และอำเภอเวียงสา ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำก่อนระบายลงเขื่อนสิริกิติ์

เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่ “ซีพีอาสา” โดยพนักงานของกลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ และซีพีเอฟ พร้อมอยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ร่วมร้อยเรียงใจช่วยน้ำท่วมน่าน ผ่าน ศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่ซีพีน่านตั้งขึ้น โดยทีมงานซีพีอาสา ระดมสรรพกำลัง จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและส่งมอบความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยมีทีมงาน ซีพีเอฟ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจของซีพีอาสา สนับสนุนผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปประกอบอาหารในเบื้องต้น ทั้งเนื้อหมูบด 200 กิโลกรัม ไก่สับ 200 กิโลกรัม ไข่ไก่สด 6,000 ฟอง พร้อมทั้งน้ำดื่ม 3,600 ขวด ช่วยคลายความเดือดร้อนด้านอาหารแก่พี่น้องชาวอำเภอปัว

สำหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม สามารถติดต่อประสานความช่วยเหลือได้ที่ “ศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” ชีพีน่าน  หรือแจ้งเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ได้ตามช่องทางดังนี้ ศูนย์กู้ภัย อบจ.น่าน: 054-059-855 (24 ชั่วโมง) หรือ 054-773-888, ปภ. จังหวัดน่าน: 054-716-174 หรือ สายด่วน ปภ. 1784 และหน่วยงานท้องถิ่น สามารถติดต่อผู้นำชุมชน หรือ อปท. ในพื้นที่ได้ทันที

นอกจากนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานราชการและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งจัดเตรียมสิ่งของยังชีพที่จำเป็นและยารักษาโรคประจำตัว เพื่อความปลอดภัยควรตัดกระแสไฟฟ้าและปิดวาล์วน้ำก่อนออกจากบ้าน ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนชาวน่าน …เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

ผลส ารวจของยูนิเซฟชี ้ค่าครองชีพที ่สูงขึ ้นกระทบโภชนาการและการศึกษา และความเป็นอยู ่ที ่ดีของเด็ก

26 สิงหาคม 2569 เวลา 13:58 น.

ผลสำรวจผลกระทบค่าครองชีพต่อเด็กและครอบครัวในประเทศไทย ซึ่งยูนิเซฟร่วมกับนิด้าโพลจัดทำขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 พบว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังบีบให้ครัวเรือนที่มีเด็กและเยาวชนต้องตัดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร การศึกษา และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ ท่ามกลางราคาสินค้าที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง

การสำรวจครั้งนี้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ครัวเรือนที่มีเด็กจำนวน 1,227 ครัวเรือนใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ และพบว่า กว่า 6 ใน 10 ครัวเรือน (ร้อยละ 61) ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นในระดับมากถึงมากที่สุด ขณะเดียวกัน ผลสำรวจออนไลน์อีกฉบับหนึ่งของยูนิเซฟในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน อายุ 15-24 ปี จำนวน 435 คน ซึ่งจัดทำในช่วงเวลาเดียวกัน ก็สะท้อนแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน โดยร้อยละ 43 ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อครัวเรือนของตนอย่างมากหรือถึงขั้นวิกฤต

ผลสำรวจเหล่านี้สอดคล้องกับตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่กำลังชะลอตัว โดยเติบโตลดลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสแรกของปี 2569 เหลือร้อยละ 1.9 ในไตรมาสที่สอง ตามรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การชะลอตัวของเศรษฐกิจทำให้ครัวเรือนต้องเผชิญกับแรงกดดันสองด้าน ทั้งจากรายได้ที่ลดลงและภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้น

ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังไม่เท่ากันในแต่ละภูมิภาค  ครัวเรือนในภาคเหนือระบุว่าได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพหนักที่สุด แต่กลับมีเพียงร้อยละ 17 เท่านั้นที่ได้รับความช่วยเหลือ ขณะที่ครัวเรือนในกรุงเทพฯ เกือบทั้งหมดระบุว่าได้รับการช่วยเหลือแล้ว ส่วนเยาวชนที่มีความพิการหรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพก็ได้รับผลกระทบรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น โดยเกือบ 2 ใน 3 (ร้อยละ 63) ระบุว่าได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เทียบกับร้อยละ 39 ในกลุ่มที่ไม่มีความพิการหรือข้อจำกัดด้านสุขภาพ

“เบื้องหลังตัวเลขทุกตัวคือการตัดสินใจที่ยากลำบากของครอบครัวที่ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละวัน และต้องตัดสินใจว่าจะลดค่าใช้จ่ายส่วนไหนลง”  เคน เลกินส์ ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าว “สำหรับบางครอบครัว สิ่งที่ต้องลดลงอาจเป็นคุณภาพของอาหาร สำหรับบางครอบครัวอาจเป็นค่าเดินทางไปโรงเรียน อุปกรณ์การเรียน หรือโอกาสในการเรียนรู้ของบุตรหลาน”

เลกินส์ กล่าวเสริมว่า “สำหรับเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อย ความกดดันนี้ยังมาพร้อมกับความเครียดและความกังวล เมื่อเห็นว่าครอบครัวกำลังเผชิญความยากลำบาก แม้ราคาน้ำมันจะเริ่มทรงตัว แต่ครอบครัวยังคงต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่ เราจึงต้องทำให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือไปถึงครอบครัวที่ต้องการมากที่สุด เพื่อไม่ให้แรงกดดันทางการเงินกลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐานของเด็กและครอบครัว ทั้งการศึกษา โภชนาการ สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงสุขภาพจิต”

ผลกระทบด้านโภชนาการเป็นประเด็นหนึ่งที่เห็นได้ชัดที่สุด โดยมากกว่า 4 ใน 5 ครัวเรือนที่มีเด็กระบุว่าค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลต่อคุณภาพหรือปริมาณอาหารที่บุตรหลานได้รับประทาน เนื่องจาก หลายครอบครัวจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารหรือเปลี่ยนไปซื้ออาหารที่มีราคาถูกลง

ครอบครัวยังระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลานเป็นอีกหนึ่งภาระที่เพิ่มขึ้น โดยเกือบ 3 ใน 4 ของครัวเรือนระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสูงขึ้น ขณะที่มากกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 52) ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า ครอบครัวต้องลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา เช่น ค่าเดินทางไปโรงเรียน ค่าอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ต่าง ๆ ค่าเรียนพิเศษ กิจกรรม และอุปกรณ์การเรียน

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ยังส่งผลต่อสุขภาวะด้านจิตใจของเด็กและเยาวชนด้วย โดยพบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของครัวเรือนระบุว่า บุตรหลานมีความเครียดหรือความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น ขณะที่ร้อยละ 64 ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า รู้สึกเครียดหรือกังวลมากขึ้นจากแรงกดดันด้านการเงิน

แม้รัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ครอบครัวที่มีเด็กยังต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้น ยูนิเซฟจึงเสนอให้เพิ่มการสนับสนุนสำหรับครอบครัวที่มีเด็กและเยาวชน เช่น การเพิ่มเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือการเพิ่มการสนับสนุนผ่านเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยยูนิเซฟพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการช่วยให้ครอบครัวเข้าถึงความช่วยเหลือที่จำเป็น เพื่อไม่ให้แรงกดดันทางการเงินในวันนี้กระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดี โอกาส และอนาคตของเด็กในประเทศไทย

สิ้นแล้ว ‘เจ้าแม่ลายจุด’ ยาโยอิ คุซามะ ศิลปินระดับโลกชาวญี่ปุ่น เสียชีวิตในวัย 97 ปี

27 สิงหาคม 2569 เวลา 11:16 น.

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ ยาโยอิ คุซามะ (Yayoi Kusama) ศิลปินแนวหน้าระดับตำนานชาวญี่ปุ่น ได้ออกแถลงการณ์แจ้งข่าวเศร้าต่อวงการศิลปะทั่วโลก โดยระบุว่าเธอได้จากไปอย่างสงบ ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 รวมอายุได้ 97 ปี 

ทางสำนักงานและพิพิธภัณฑ์ของเธอบันทึกข้อความไว้อาลัยว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธออุทิศตนให้กับการสร้างสรรค์ผลงานในระดับนานาชาติ ผ่านศิลปะการแสดง นวนิยาย บทกวี และงานวิจิตรศิลป์หลากหลายแขนง เธอมุ่งมั่นแสวงหา “ความรักนิรันดร์และจิตวิญญาณ” ผ่านปลายพู่กันอย่างไม่ลดละจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต

จากภาพหลอนในวัยเด็ก สู่สัญลักษณ์ระดับโลก

คุซามะเกิดเมื่อปี 1929 ที่เมืองมัตสึโมโตะ จังหวัดนากาโนะ เธอเผชิญกับอาการภาพหลอนมาตั้งแต่เด็ก จึงถ่ายทอดสิ่งที่เห็นออกมาเป็นลวดลายจุด (Polka Dots) และตาข่ายขยายตัวไม่รู้จบ เพื่อบำบัดและก้าวข้ามความกลัวในจิตใจ

ต่อมาในปี 1957 เธอตัดสินใจย้ายไปตั้งหลักที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และกลายเป็นหนึ่งในผู้นำกระแสศิลปะอวองการ์ด (Avant-garde) ด้วยผลงานจัดวางสุดล้ำยุค การแสดงทางศิลปะ และงานปฏิมากรรม จนชื่อเสียงของเธอดังกระฉ่อนไปทั่วโลก

มรดกทางศิลปะอันทรงเกียรติ

หลังจากเดินทางกลับมาพำนักที่ญี่ปุ่นในปี 1973 คุซามะยังคงสร้างสรรค์ประติมากรรมกลางแจ้งขนาดใหญ่ เช่น รูปปั้นฟักทองลายจุดอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงห้องกระจกสะท้อนภาพไม่สิ้นสุด (Infinity Mirror Rooms) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

ความสำเร็จตลอดหลายทศวรรษส่งให้เธอได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย ทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกโดยนิตยสาร TIME และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์วัฒนธรรม (Order of Culture) จากรัฐบาลญี่ปุ่นในปี 2016 นับเป็นเกียรติยศสูงสุดสายศิลปวัฒนธรรมของประเทศ

การจากไปของ ยาโยอิ คุซามะ ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการศิลปะร่วมสมัย แต่ผลงานลายจุดและปรัชญาความรักอันเป็นนิรันดร์ของเธอจะยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป

‘ต้า เฟ็ดเฟ่’เคลื่อนไหว โพสต์ซึ้งถึงพ่อแม่ ขอเริ่มต้นใหม่ ทำมาหากินสุจริต หลังผ่านพ้นมรสุมชีวิต

27 สิงหาคม 2569 เวลา 12:46 น.

หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิตมาได้ล่าสุด ยูทูบเบอร์และสายฮาชื่อดัง “ต้า เฟ็ดเฟ่” ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ Facebook สื่อความรู้สึกถึงครอบครัว

พร้อมประกาศตั้งใจเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมั่นคงเจ้าตัวโพสต์ระบุว่า คิดถึงพ่อและแม่มาก อยากตั้งใจเริ่มนับหนึ่งใหม่เพื่อสร้างความสุขให้ครอบครัว แม้อาจไม่ต้องมีบ้านหลังใหญ่หรือรถหลายคันเหมือนเมื่อก่อน เพียงแค่มีเวลาพักผ่อน ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาที่บ้านก็เพียงพอแล้ว พร้อมเอ่ยปากคิดถึงกับข้าวฝีมือแม่ที่สุดนอกจากนี้ ‘ ต้า’ยังได้ส่งต่อความภาคภูมิใจถึงพ่อแม่ โดยยืนยันว่าลูกชายคนนี้ทำมาหากินด้วยความสุจริต ไม่เคยโกงใคร สัมมาอาชีวะ กตัญญูรู้คุณ และรักพ่อแม่เสมอ

ซาบซึ้งใจ ‘เนเน่’ร่อนข้อความขอบคุณทีมงานเบื้องหลัง เนรมิตลุคร็อกผ้าไหมไทย อวดสายตาคนทั่วโลก

27 สิงหาคม 2569 เวลา 12:28 น.

สร้างความภาคภูมิใจให้แฟนๆ ทั่วโลกอีกครั้ง สำหรับศิลปินสาว เนเน่ (Nene Royal) ที่ล่าสุดออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความขอบคุณผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Nene Royal เผยเบื้องหลังชุดสุดอลังการภายใต้คอนเซปต์ “LET’S ROCK TO THE WORLD” ที่ตั้งใจนำเสนอความเป็นไทย ศิลปะ วัฒนธรรม และความอบอุ่นของครอบครัวมาร้อยเรียงสู่สายตานานาชาติชุดดังกล่าวเป็นการมิกซ์แอนด์แมตช์อย่างลงตัว โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การตัดเย็บและดีไซน์สุดประณีต

 เสื้อยืด Nene Royal เสื้อกีฬาจากแบรนด์ของคุณแม่อ้อม นำมาตัดแขนและกุ๊นคอใหม่ ถักทอด้วยความรักและแรงสนับสนุนจากครอบครัว

 เสื้อกั๊กจาก TiTA Style ผสมผสานผ้าไทยกับเนื้อหนัง โดยด้านหน้าใช้ “ผ้าดุจดาว” งานทอมือจากกลุ่มทอผ้าหนองบัวลำภู ส่วนด้านในซับด้วย “ผ้าปาเต๊ะลายประแจจีน” ที่สื่อถึงความสำเร็จ ประดับด้วยเครื่องประดับไทยอย่างสังวาล เข็มขัด และต่างหูที่นำมาปรับให้ทันสมัย

 ผ้าคลุมกางเกงสุดหายาก ใช้ “ผ้าไหมมัดหมี่ (ผ้าปูมมัญจาคีรี)” ผ้าทอโบราณชั้นสูงจากจังหวัดขอนแก่นที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยา นำมาเขียนทองตามลวดลาย ประดับด้วยเครื่องประดับสีทอง คริสตัล และโซ่สังวาล เติมกิมมิกความหวานซ่อนเท่

 กางเกงและรองเท้า เพิ่มความเท่สไตล์ร็อกระดับสากลด้วยกางเกงผ้ายีนส์สีดำลายม้าลายจากแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง BLUMARINE ประเทศอิตาลี และรองเท้าบูทหนังสีดำสุดแข็งแกร่งจาก CPS

นอกจากนี้ เนเน่ ยังได้กล่าวขอบคุณทีมงานเบื้องหลังทุกคน ไม่ว่าจะเป็นทีมดีไซน์และครีเอทีฟจาก AGT, พี่เข็ม ผู้จัดเตรียมผ้าไหมมัดหมี่และกางเกงยีนส์, พี่ธูปและน้องโปเต้จาก TiTA Style ที่เนรมิตเสื้อกั๊กเสร็จสิ้นภายใน 2 วัน รวมถึงพี่ไอซ์ที่ช่วยวางแผน ประสานงาน และดูแลการเปลี่ยนชุดในรอบ Live Shows อย่างใกล้ชิด ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยในลุคร็อกได้อย่างทรงพลังและสง่างาม

สะเทือนวงการนางงาม ‘วีณา ปวีณา’โดนบูลลี่หนักหลังนางแบบรายการดังแต่งภาพหน้าเบี้ยวตลกกลั่นแกล้ง เจ้าตัวตอกกลับจุกอก ‘ลองใจดีกับคนอื่นดูบ้าง’

27 สิงหาคม 2569 เวลา 11:57 น.

ทำเอาสะเทือนวงการนางงามและแฟนคลับอย่างมาก สำหรับ วีณา – ปวีณา ซิงห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 ที่แม้จะเพิ่งหมดวาระการดำรงตำแหน่งไปได้ไม่นาน แต่กลับต้องเผชิญกับกระแสการบูลลี่ หน้าตา และเชื้อชาติอยู่ระลอกใหญ่ จนกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อมีนางแบบรายหนึ่งจากรายการแข่งขันชื่อดัง ได้โพสต์ภาพถ่ายคู่กับวีณา ทว่าภาพดังกล่าวกลับถูกตกแต่งปรับเปลี่ยนรูปหน้าของ ‘วีณา’ผิดรูปคล้ายการกลั่นแกล้งเพื่อความสนุกสนาน ส่งผลให้รูปดังกล่าวถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับคอมเมนต์ซ้ำเติมและบูลลี่อย่างหนักจากชาวเน็ตบางกลุ่ม

จนกระแสความเดือดปะทุจนเจ้าตัวต้องออกมาระบายผ่านข้อความบนพื้นที่ส่วนตัว ระบุข้อความสั้นๆ แต่กินใจว่า “เราไม่รู้หรอกค่ะว่าชีวิตคนๆ นึงกำลังเจอกับอะไรบ้าง ลองใจดีกับคนอื่นดูบ้าง ชีวิตจะมีความสุขขึ้นเยอะเลยนะ”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป เหล่าบรรดาแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงต่างพากันติดแฮชแท็กส่งกำลังใจให้ ‘วีณา’อย่างเนืองแน่น พร้อมประณามการกระทำของนางแบบต้นโพสต์และการ Cyberbullying ในสังคมโซเชียล โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามและไม่ควรนำรูปร่างหน้าตาของผู้อื่นมาทำเป็นเรื่องตลกขบขัน

เดือดสนั่นโซเชียล! ‘แม่โบว์ แวนดา’ ฟางเส้นสุดท้ายขาด ฟาดแรงแบรนด์ยาสีฟันติดต่อรับงาน ‘น้องมะลิ’ ลั่น 2-3 ล้านก็ไม่เอา

27 สิงหาคม 2569 เวลา 11:33 น.

เป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ทันที หลังจาก โบว์-แวนดา สหวงษ์ ออกมาไลฟ์สดระบายความรู้สึกสุดทนเกี่ยวกับการติดต่อประสานงานของแบรนด์ยาสีฟันยี่ห้อหนึ่ง (หรือเอเจนซี่) ที่ต้องการจ้างงานลูกสาว น้องมะลิ แต่กลับใช้วิธีการสื่อสารและแสดงมารยาทที่ไม่เหมาะสม จนเจ้าตัวรู้สึกเหมือนถูกดูถูกและด้อยค่า

ซึ่งงานนี้ แม่ โบว์ แวนดา ได้เล่าถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ว่า มีการเสนอเงื่อนไขในลักษณะที่ไร้มารยาท เช่น พิมพ์ข้อความว่า “สมมติว่า 10 บาทพร้อมถ่ายเลย” ซึ่งเป็นมูลค่าที่น้อยกว่าที่เคยตกลงกันไว้แต่แรก และเมื่อทางฝ่ายดูแลพยายามเจรจาขอปรับเพิ่มราคาเพียงเล็กน้อย อีกฝ่ายกลับตอบกลับมาด้วยท่าทีตัดบทว่า “งั้นจบ ไม่เป็นไร”

การกระทำดังกล่าวทำให้ ‘แม่โบว์’รู้สึกว่าเป็นการสื่อสารที่ไร้มารยาท ราวกับกดดันให้ฝ่ายตนต้องเป็นฝ่ายง้อเพื่อรับงานในราคาที่เสนอมาแต่แรก

โดย”แม่โบว์” ฟาดกลับสุดแซ่บว่า “ตอนนี้จะให้ 2-3 ล้านก็ไม่เอา ไม่ได้หิวเงินขนาดนั้น มารยาทในการติดต่อสั่งงานต้องมี เราไม่ได้เป็นเพื่อนกัน ไม่ได้รู้จักกัน”

“การที่มะลิหรือโบว์ไม่มีงาน ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีใครติดต่อมา อะไรที่เราใช้เราก็รับ ไม่ใช้ก็ไม่รับ หรือรู้สึกไม่เหมาะกับสินค้าเราก็ไม่รับ ไม่ใช่โยนเงินมาเท่านี้แล้วทำเหมือนต้องพร้อมถ่ายเลย”

“คุณเสียมารยาทตั้งแต่พิมพ์มาแล้ว… ‘งั้นจบ‘ คือคำพูดที่ใช้ติดต่องานหรือกำลังด้อยค่าคนกันแน่”

นอกจากนี้  แม่โบว์ แวนดา ยังได้โพสต์ข้อความตอกย้ำลงบน IG Story อีกครั้งด้วยข้อความสั้นๆ แต่จุกว่า “งั้นจบ” คือคำพูดที่ใช้ติดต่องานหรือกำลังด้อยค่าคนคะ?

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตต่างเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจ ‘แม่โบว์’กับ ‘น้องมะลิ’อย่างล้นหลาม พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานและมารยาทของทีมงานค่ายดังกล่าว ซึ่งคงต้องรอติดตามกันต่อไปว่าแบรนด์หรือเอเจนซี่คู่กรณีจะออกมาเคลื่อนไหวชี้แจงถึงประเด็นนี้อย่างไร