อนุทิน ขับรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบ ถกด่วน แก้วิกฤตพลังงาน หลังเช้านี้น้ำมันขึ้น 6 บาท

อนุทิน ขับรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบ ถกด่วน แก้วิกฤตพลังงาน หลังเช้านี้น้ำมันขึ้น 6 บาท

อนุทิน ขับรถไฟฟ้าเข้าทำเนียบ ถกด่วน แก้วิกฤตพลังงาน หลังเช้านี้น้ำมันขึ้น 6 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.42 น.

เมื่อเวลา 10.12 น.วันที่ 26 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยวันเดียวกันนี้นายอนุทิน ขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว ยี่ห้อ BYD รุ่น byd sealion 7 สีเทาเข้ม ป้ายแดง ทะเบียน ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร ด้วยตนเอง มาทำงานเป็นวันที่2 

โดยเวลา 11.00 น. นายกฯจะเรียกประชุมครม.เศรษฐกิจ นัดพิเศษ ที่ห้องเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อถกวิกฤตพลังงาน น้ำมันแพง หลังขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท ภายหลังจากเมื่อวันที่  25 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด จะปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร

อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน

‘อาจารย์ไชยันต์’กางโมเดล สส.สวีเดน เตือนสติก่อนตัดสวัสดิการ สส.ไทย

'อาจารย์ไชยันต์'กางโมเดล สส.สวีเดน เตือนสติก่อนตัดสวัสดิการ สส.ไทย

‘อาจารย์ไชยันต์’กางโมเดล สส.สวีเดน เตือนสติก่อนตัดสวัสดิการ สส.ไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.26 น.

วันที่ 26 มีนาคม 2569  ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ก่อนจะตัดสวัสดิการ สส. ไทย ควรรู้เรื่องเกี่ยวกับ สส.สวีเดน ให้ดีๆก่อน เพราะเห็นคนชอบยกตัวอย่าง สส.สวีเดน มา เพื่อตัดงบสวัสดิการ สส.ไทย

1. เงินเดือนพื้นฐานของ สส.

• 81,400 โครนาสวีเดนต่อเดือน (ประมาณ 277,000 บาท)

• เงินจำนวนนี้ต้องเสียภาษีเงินได้ตามปกติ และเป็นอัตราคงที่สำหรับ สส. ทุกคน ไม่ว่าจะสังกัดพรรคฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

1. การเดินทางภายในประเทศ

• ตั๋วรถไฟฟรี: สส. ทุกคนจะได้รับ “บัตรโดยสารรถไฟประจำปี” ซึ่งสามารถใช้เดินทางได้ไม่จำกัดทั่วประเทศ
แต่มีเงื่อนไขตายตัวว่า ต้องเป็นการเดินทางเพื่อปฏิบัติหน้าที่ หรือในกิจการของรัฐเท่านั้น

• การเดินทางโดยเครื่องบิน: สามารถทำได้หากมีความจำเป็น (เช่น ระยะทางไกล) แต่กฎระเบียบระบุว่าโดยปกติแล้ว ต้องบินชั้นประหยัด (Economy Class) เท่านั้น

• การใช้รถยนต์ส่วนตัว: หากจำเป็นต้องขับรถไปปฏิบัติหน้าที่ สามารถเบิกค่าชดเชยได้ตามระยะทาง (อัตราปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 38 SEK ต่อ 10 กิโลเมตร)

• รถแท็กซี่: เบิกได้เฉพาะในกรณีที่ไม่มีรถสาธารณะให้บริการ หรือมีเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนที่สมเหตุสมผลเท่านั้น

2.การเดินทางไปต่างประเทศ

สส. สวีเดนไม่มีงบประมาณการเดินทางต่างประเทศแบบไม่จำกัด แต่จะได้รับจัดสรรงบที่เรียกว่า “Individual journeys abroad” (เช่น การไปศึกษาดูงาน):

• วงเงิน: สส. แต่ละคนจะมีงบประมาณจำกัดอยู่ที่ประมาณ 60,000 SEK (ราว 205,000 บาท) ต่อหนึ่งวาระการดำรงตำแหน่ง (4 ปี)

• มาตรฐานที่นั่ง: สำหรับการเดินทางในยุโรปต้องใช้ชั้นประหยัด

ส่วนการเดินทางนอกยุโรปสามารถเลือกชั้นธุรกิจ (Business Class) ได้หากมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่

3. ค่าเบี้ยเลี้ยงการเดินทาง (Subsistence Allowance)

หากต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ห่างจากที่พำนักเกิน 50 กิโลเมตร และต้องค้างคืน จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติม:

• เบี้ยเลี้ยงรายวัน (Domestic): อยู่ที่ประมาณ 490 SEK (ประมาณ 1,670 บาท) ต่อวัน (หากเป็นวันเดินทางไป-กลับอาจลดลงเหลือครึ่งหนึ่งตามเวลาที่ออกเดินทาง)

• Stockholm Allowance: สำหรับ สส. ที่มีบ้านห่างจากสตอกโฮล์มเกิน 50 กม. จะได้รับเงินช่วยเหลือรายวันเพิ่มเติม (ประมาณ 130 SEK) เมื่อต้องมาพักค้างคืนที่สตอกโฮล์มเพื่อประชุมสภา

ตามกฎหมายสวีเดน สส. ที่มีทะเบียนบ้านอยู่ห่างจากกรุงสตอกโฮล์มเกิน 50 กิโลเมตร มีสิทธิ์ได้รับที่พักที่รัฐสภาจัดหาให้โดย “ไม่ต้องเสียค่าเช่า”

จำนวนที่พัก: สำนักงานเลขาธิการรัฐสภาสวีเดน (Riksdagsförvaltningen) มีอาพาร์ตเมนต์ในครอบครองและเช่าไว้ประมาณ 250 แห่ง

เงื่อนไข: ที่พักเหล่านี้ไม่ใช่บ้านหรู ส่วนใหญ่เป็นห้องชุดขนาดเล็ก (ประมาณ 40 ตารางเมตร) หรือบางแห่งอาจเป็นเพียงห้องขนาด 18 ตารางเมตรที่ต้องใช้ห้องครัวร่วมกับผู้อื่น

• วัตถุประสงค์: เพื่อให้ สส. จากต่างจังหวัดมีที่พักในช่วงวันทำงาน (จันทร์-ศุกร์) และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและหาที่พักในเมืองหลวงที่มีราคาแพง

4. ระบบ “ผู้ช่วย” (Political Assistants)

ในสวีเดน สส. “ไม่มี” ผู้ช่วยส่วนตัว 8 คนแบบไทย แต่ระบบจะจัดการผ่าน “งบประมาณสนับสนุนกลุ่มการเมือง” (Party Grants):

ผู้ช่วยสังกัดพรรค: รัฐสภาจะจัดสรรงบประมาณให้แต่ละพรรคการเมืองตามจำนวนที่นั่ง เพื่อให้พรรคไปจ้าง “เลขาธิการฝ่ายการเมือง” (Political Secretaries) มาช่วยงาน สส.

การแชร์ทรัพยากร: สส. หนึ่งคนอาจไม่ได้มีผู้ช่วยประจำตัวคนเดียวแบบ Full-time แต่เป็นการใช้ทีมงานส่วนกลางของพรรคช่วยดูงานด้านกฎหมาย งานวิจัย หรือการตอบสื่อ

สวีเดนเน้นระบบพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง (Party-based) มากกว่าตัวบุคคล สส. หลายคนจึงต้องทำภารกิจพื้นฐานด้วยตัวเอง เช่น การร่างสุนทรพจน์หรือการจัดตารางนัดหมาย

เมื่อเทียบกับ สส. ไทยแล้ว เป็นอย่างไรครับ ?

ผมเห็นว่า ยังควรมีอาหารกลางวันฟรี ให้กับ สส. แต่อาจจะลดงบต่อหัวลงมา ขณะเดียวกัน สส. ที่มีฐานะดี ก็อาจจะแจ้งสละสิทธิ์อาหารฟรีตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง

เราควรจะมีงบประมาณอุดหนุน นักการเมืองที่ไม่ร่ำรวย—ที่ต้องเช่า-ผ่อนบ้าน ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว คนขับ และยังต้องดูแลรับผิดชอบครอบครัว—ให้ทำงานเป็น สส. ได้เต็มที่โดยไม่ลำบาก

การจะยกเลิกสวัสดิการต่างๆของ สส. ควรคิดให้ดีๆ เพราะเราควรสร้างเงื่อนไขให้คนที่ไม่มีฐานะร่ำรวย แต่มีความรู้ความสามารถ มีจิตสาธารณะสามารถเล่นการเมืองเป็น สส. ได้

ต้องอย่าลืมว่า การจะได้เป็น สส. นั้นไม่แน่ไม่นอน หากเขาหรือเธอสอบตก ก็จะต้องไปหางานทำ หากไม่มีกิจการส่วนตัวอยู่แล้ว หรือที่บ้านร่ำรวยมีมรดก

เด็กกล้าธรรม จวก รัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก 6 บาท ซ้ำเติมรากหญ้า-เกษตรกร-ขนส่งจ่อพัง

เด็กกล้าธรรม จวก รัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก 6 บาท ซ้ำเติมรากหญ้า-เกษตรกร-ขนส่งจ่อพัง

เด็กกล้าธรรม จวก รัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก 6 บาท ซ้ำเติมรากหญ้า-เกษตรกร-ขนส่งจ่อพัง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.16 น.

‘บ่าวนิก สิรภพ’ซัดแรง รัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก 6 บาท/ลิตร เหมือนปล้นประชาชน ซ้ำเติมรากหญ้า-เกษตรกร-ขนส่งจ่อพัง จี้ ขอฟังมาตรการเยียวยาที่ชัดเจน

วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 08.30 น.จากกรณีคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด ในวันนี้ 26 มี.ค. ได้ปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร

นายสิรภพ สมผล สส.สกลนคร พรรคกล้าธรรม กล่าวต่อ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “ประชาชน เหมือนโดนปล้น กลางดึกที่ผ่านมา เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่  แม้พี่น้องประชาชนจะทราบว่า สถานการณ์พลังงานในประเทศกำลังมีปัญหา และในสภาผู้แทนราษฎรวานนี้(25 มี.ค.)สมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ได้ลุกขึ้นอภิปรายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นมากถึง 100 คน แต่ไม่คิดไม่ฝันว่า กลางดึกรัฐบาลจะออกประกาศสั่นคลอนหัวใจคนไทยรากหญ้าอย่างใหญ่โตขนาดนี้

“ผมหวังว่า เราจะได้ฟังการชี้แจงจากทางรัฐบาล รวมถึงมาตรการที่ชัดเจนออกมารองรับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างครบถ้วน ไม่เช่นนั้น ภาพความโกลาหลที่หน้าสถานีบริการน้ำมันจุดต่าง ๆ จะยิ่งวุ่นวายมากกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาแน่นอน พี่น้องประชาชนจะแห่ไปเติมน้ำมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพราะไม่สามารถคาดคะเนได้เลยว่า  วันต่อ ๆ ไปราคาน้ำมันจะดีดตัวสูงขึ้นไปอีกจนตัวเลขจะไปหยุดที่ตรงไหน”นายสิรภพ กล่าว 

นายสิรภพ กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้คำนึงหรือไม่ว่า ภาคการเกษตร  พี่น้องชาวรากหญ้า  จะอยู่อย่างไร ภาคการขนส่ง  จะหยุดชะงัก หรือไม่ ภาคการผลิต  แน่นอนว่าไม่อาจตรึงราคาต้นทุนได้อีกต่อไป แล้วราคาข้าวของเครื่องใช้ อุปโภค บริโภค  ของพี่น้องประชาชนจะขยับขึ้นไปอยู่ตรงไหน คนไทยทราบดีว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการสู้รบในประเทศแถบตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้นแต่ก็หวังว่า วันนี้คนไทยจะได้อุ่นใจขึ้นได้บ้างจากมาตรการเยียวยาที่ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรมของรัฐบาล ไม่ใช่พูดขายฝันเพื่อหวังแค่ประคองสถานการณ์ไปวัน ๆ

หมัดเด็ดถึงศาล รธน. สมชัย เปิด 4 จุดตายบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ส่องปุ๊บรู้ปั๊บเลือกพรรคไหน

หมัดเด็ดถึงศาล รธน. สมชัย เปิด 4 จุดตายบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ส่องปุ๊บรู้ปั๊บเลือกพรรคไหน

หมัดเด็ดถึงศาล รธน. สมชัย เปิด 4 จุดตายบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ส่องปุ๊บรู้ปั๊บเลือกพรรคไหน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.06 น.

วันนี้ 26 มีนาคม 2569  ประเด็นร้อนการเมืองไทยยังไม่แผ่ว นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเปิดข้อมูลสำคัญจาก โดยมีข้อความระบุว่า “สรุปประเด็นทึ่คณะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ส่งรายงานให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 เพื่อเป็นหลักฐานส่งต่อศาล รัฐธรรมนูญมีดังนี้

1. ยืนยันว่า ในทางสากล บาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ด ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร แต่ใช้ในการควบคุมการจัดส่ง หรือ ตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งการขนส่ง หรือ ล็อตการผลิต

สมชัย ศรีสุทธิยากร

2. การใช้บาร์โค้ด ที่ถอดรหัสง่ายดายโดยใช้มือถือส่อง แล้วเป็นเลขที่ตรงกับต้นขั้วแบบ 1:1 เป็นช่องทางตรวจสอบย้อนกลับว่าใครเลือกใครได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีของวิเศษ 3 อย่าง คือ บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อ มาประกอบกัน ตามที่ กกต. เคยชี้แจง

3. หลักฐานการสังเกตการณ์ และการบันทึกภาพ ในการเลือกตั้งใหม่ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569 ที่เขตคันนายาว โดยทีมสังเกตการณ์และทีมผู้สื่อข่าว เป็นข้อมูลเพียงพอว่า สามารถระบุได้ว่า คนที่มาเลือกตั้งทั้งหมดในวันนั้นเลือกใคร หรือพรรคใด

4. ทีมผู้เชี่ยวชาญ ไม่มีวัตถุประสงค์ต้องการล่วงรู้การใช้สิทธิของประชาชน เพราะทราบว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ในขั้นศาล ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ศาลสถิตย์ยุติธรรมใด ก็พร้อมจะแสดงผลต่อหน้าศาล ถึงจุดอ่อนข้อบกพร่องของการออกแบบบัตรซึ่งใส่บาร์โค้ดแล้วนำไปสู่การล่วงรู้การใช้สิทธิของประชาชน หากมีคำสั่งศาล”

ทันทีที่โพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวโซเชียลต่างแห่เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อนถึงความน่าสะพรึงกลัวของการทุจริตเชิงโครงสร้าง

“ขอบคุณที่ อจ.และคณะช่วยทำให้กระจ่าง….ที่เหลือคือ กระบวนการยุติธรรมในบ้านเมืองนี้มันจะห่วย เอาแต่อวยพ่องมันหรือไม่???”

“ถ้า กกต. รอด ประเทศ ไม่รอด”

“ตกลงว่าบัตรเลือกตั้งใหม่เมื่อ 22 กพ.69 เขตคันนายาว กกต. ใช้บัตรใหม่ไม่มีบาร์โค้ด ใช่ไหม(ตามที่เป็นข่าว) แล้วจะรู้ว่าใครเลือกใครหรือ ซึ่งต่างจากวันเลือกตั้งทั่วไป 8 กพ.69”

“สาธิตให้ดูด้วยว่าเขาจะทุจริต​อย่างไร​ เพราะตัวเองคิดไม่ออกว่ามันจะง่ายอย่างนั้นเชียวหรือ​ ไม่ได้คิดแบบติ่งฝ่ายไหนเอาความเป็นจริงเข้าว่า”

“บาร์โค้ด สามารถนำไปสู่ต้นขั้วได้ ก็ยังชั่วร้ายน้อยกว่าการที่ กกต. แก้ไขตัวเลขแล้วประกาศ ว่ามีบัตรเขย่งเพียง 4 ใบ จากหลายแสนใบ โดยที่ กกต. ไม่ชี้แจงที่มาที่ไปของตัวเลขนี้ ทั้งที่ กกต. รู้อยู่แก่ใจ การที่กกต. ปิดระบบรายงานของ กกต. เป็นสิ่งที่น่าสงสัยมากที่สุด และการที่กกต.เก็บรวมบัตรและต้นขั้วบัตรไว้ในที่แห่งเดียวกันเป็นสิ่งที่อันตรายและเอื้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริตโดยที่ ไม่มีประชาชนไม่สามารถล่วงรู้ การที กกต.จงใจเก็บต้นขั้วบัตร ไว้ที่เดียวกับบัตร แม้จะแยกกล่อง แต่ แต่เคเบิ้ลไทม์ สามารถถอดจากล็อกได้ ง่าย โอกาสที่จะมีคนทุจจริตล่วงรู้ความลับนี้จึงเป็นไปได้สูง เพราะไม่มีประชาชนคนเฝ้าสังเกตุการณ์ การเก็บรักษาหีบบัตรของ กกต. ได้ตลอดเวลา”

“รับไว้ แล้วรอประดิษฐ์วาทกรรมร้อยแปดพันเก้าอ้อมโลก # ผิดพลาดโดยสุจริต !!!”

สมชัย ศรีสุทธิยากร
สมชัย ศรีสุทธิยากร

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร

หมอวรงค์ แฉยับกักตุนน้ำมัน ซัดรัฐบาลยอมสยบพ่อค้า ขึ้นราคา 6 บาท

หมอวรงค์ แฉยับกักตุนน้ำมัน ซัดรัฐบาลยอมสยบพ่อค้า ขึ้นราคา 6 บาท

หมอวรงค์ แฉยับกักตุนน้ำมัน ซัดรัฐบาลยอมสยบพ่อค้า ขึ้นราคา 6 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.39 น.

วันนี้ 26 มีนาคม 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กขยี้ปมร้อนนี้ทันที ทำเอาโซเชียลลุกเป็นไฟ โดยชาวเน็ตแห่เข้ามากดไลก์กดแชร์ พร้อมระเบิดความคิดเห็นกันอย่างดุเดือดถึงการบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “ใครๆก็รู้ว่า ตามปั๊มไม่มีน้ำมันขาย เพราะมีการกักตุนน้ำมัน แต่รัฐบาลไม่รู้ มาบอกว่า ประชาชนตื่นตระหนก มาเติมน้ำมันพร้อมกันจำนวนมาก สุดท้ายก็ต้องยอมขึ้นลิตรละ 6 บาท เพื่อให้เขาปล่อนน้ำมันให้ปั๊มมาขาย แถมวันนี้ไม่มีประชุมสภาอีกด้วย แค่เริ่มต้นก็แย่แล้วครับเอาพ่อค้าน้ำมัน มาแก้ปัญหาน้ำมัน ก็เป็นแบบนี้”

หมอวรงค์

ทันทีที่คุณหมอวรงค์โพสต์ ความเห็นของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องค่าน้ำมันก็หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย หลายคนฝากความหวังไว้ที่การตรวจสอบครั้งนี้ เช่น

“เป็นอีกเรื่องที่คุณหมอต้องทำเพื่อประชาชนค่ะ​”

“คุณหมอก็เล่นเรื่องนี้สิครับ เอาให้ประชาชนรู้ข้อมูลในเชิงลึก”

“ขอเป็นกำรังใจให้คุณหมอวรงค์ทำสำเร็จนะครับใครไม่พอใจให้ลาออกไปเลยคนอื่นๆเขาจะได้เข้ามาใหม่สมัยนี่คุณหมอทำให้เต็มที่ไป”

“เหมือนลอตเตอรี่ ไม่มีใครขายเกิน 80 มันแปลกตั้งแต่เอา รมต.คมนาคมมาแก้ปัญหาพลังงานแทน รมต.พลังงานแล้วครับท่าน”

“จัดการให้ถึงต้นตอเหมือนรับจำนำข้าว เลยค่ะ”

“ไช่ค่ะท่านรัฐบาลนี้หนักขึ้นทุกวัน”

“ไม่ทันไร ทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่ม ก็เห็นจุดจบของรัฐบาลนี้แล้ว”

“ปั้มมีที่เก็บไม่มาก สร้างขึ้นขายวันต่อวัน เผื่อนิดหน่อย คนแห่เติมเยอะก็หมดเร็ว ต้องรอรอบส่งใหม่ จึงเกิดปัญหาหน้าปั้ม ???”

หมอวรงค์
หมอวรงค์
หมอวรงค์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom

ดร.อานนท์ เตือนรัฐบาลระวังพังตามรอยอดีต ปมวิกฤตน้ำมัน

ดร.อานนท์ เตือนรัฐบาลระวังพังตามรอยอดีต ปมวิกฤตน้ำมัน

ดร.อานนท์ เตือนรัฐบาลระวังพังตามรอยอดีต ปมวิกฤตน้ำมัน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.23 น.

วันที่ 26 มีนาคม 2569 ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า  ตรึงไม่ไหว ขึ้นลิตรละหกบาท ทุกชนิดของน้ำมัน

Stock น้ำมันเก่า ใช้ไปพอได้ 100 วัน ได้ราคาใหม่ กำไรดี จะตรึงราคาได้ ต้องรัฐบาลทหารครับ น้ำมันเป็นสินค้ายุทธปัจจัย ปรรัฐบาละกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ใครฝ่าฝืนก็จับขึ้นศาลทหาร
ปัญหาคือก็ตรึงได้ไม่นาน จน stock เก่าหมด  ที่นี้ก็ราคาตลาดของโลกอยู่ดี  ไม่มีอะไรจะตรึงไปได้ตลอดกาล  แต่อย่าให้ถึงกับน่าเกลียด ยอมพ่อค้าน้ำมันไปหมดทุกอย่าง

จากนั้น ผศ.ดร.อานนท์ ยังโพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งว่า ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่?

ราคาน้ำมันที่ขึ้นพรวด ทำให้รัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เจ้าตำรับแกงเขียวหวานเนื้อใส่บรั่นดีแสนอร่อย ล่ม

วิกฤตการณ์น้ำมัน: ในช่วงปี พ.ศ. 2522-2523 เกิดวิกฤตน้ำมันแพงทั่วโลกอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ปฏิวัติในอิหร่าน ทำให้กลุ่มโอเปก (OPEC) ประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและสินค้าในไทย

การปรับขึ้นราคาขายปลีก: รัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แต่การปรับขึ้นดังกล่าวทำให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากค่าครองชีพสูงขึ้น สินค้าแพง และรายได้ไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม

แรงกดดันทางการเมือง: ปัญหาน้ำมันแพงทำให้รัฐบาลถูกโจมตีอย่างหนักจากฝ่ายค้านและประชาชน จนได้รับฉายาว่า “รัฐบาลน้ำมันแพง” และเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ตัดสินใจประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 

เหตุการณ์นี้นับเป็นตัวอย่างประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่า วิกฤตพลังงานมีผลโดยตรงต่อเสถียรภาพของรัฐบาลไทย

ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่?

ปล. ผมมีความเห็นว่าการตรึงราคาน้ำมันเป็นไปไม่ได้ หากไม่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร แต่ถึงประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรก็ตรึงราคาน้ำมันได้แค่ช่วงสั้น ๆ ไปจน stock น้ำมันราคาเก่าจะหมดลง หลังจากนั้นก็ต้องราคาตลาดครับ

ทุกอย่างสุดท้ายต้องเป็นไปตามกลไกตลาดครับ เป็นไปตามหลักทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ ไม่มีอะไรตรึงไปได้ตลอดกาลจริง ๆ ครับ 
แต่ผลกระทบกับประชาชน เป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันแก้ไขครับ

พีระพันธุ์ เดือด! โพสต์กลางดึกซัด แบบนี้มันปล้นกันชัดๆ หลังน้ำมันขึ้นราคา 6 บาท

พีระพันธุ์ เดือด! โพสต์กลางดึกซัด แบบนี้มันปล้นกันชัดๆ หลังน้ำมันขึ้นราคา 6 บาท

พีระพันธุ์ เดือด! โพสต์กลางดึกซัด แบบนี้มันปล้นกันชัดๆ หลังน้ำมันขึ้นราคา 6 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.41 น.

วันที่ 26 มีนาคม 2569 ภายหลังตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน  ปรับขึ้นราคาอีก 6 บาท/ลิตร 

 ในวันนี้ 26 มี.ค.

ล่าสุดนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “แบบนี้มันปล้นกันชัดๆ”

‘กรณ์’ ชี้รัฐบาลผลักภาระให้ประชาชน เตือนดีเซลจ่อทะลุ 50 บาทแน่

'กรณ์' ชี้รัฐบาลผลักภาระให้ประชาชน เตือนดีเซลจ่อทะลุ 50 บาทแน่

‘กรณ์’ ชี้รัฐบาลผลักภาระให้ประชาชน เตือนดีเซลจ่อทะลุ 50 บาทแน่

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.24 น.

วันที่ 26 มีนาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 มี.ค.ว่า วันนี้อยู่สภาถึง 4 ทุ่ม พอกลับถึงบ้านเห็นข่าวออกพอดีว่าพรุ่งนี้ราคาดีเซลจะปรับขึ้นรวดเดียว 6 บาท!

จาก 33 บาทต่อลิตร เป็น 39 บาททันที!

ดูเหมือนรัฐบาลรอให้สภาฯ ปิดก่อนปล่อยข่าว ซึ่งประเด็นนี้ตรงกับที่ผมอภิปราย ว่ารัฐบาลอย่าผลักภาระให้ประชาชนฝ่ายเดียว แต่แล้วนี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคืนนี้

วันนี้กองทุนนํ้ามันต้องชดเชยราคาอยู่ถึงลิตรละ 27 บาท เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยว่า เราไม่ควรต้องอุ้มไว้มากถึงขนาดนั้น

แต่อีกสาเหตุสำคัญที่รัฐบาลปรับขึ้นราคานํ้ามัน ก็เพราะรัฐบาลหาวิธีแก้ปัญหาไอ้โม่งกักตุนนํ้ามันไม่ได้ และหวังว่าการปรับราคาสูงขึ้นจะทำให้การกักตุนนั้นลดลง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า วิธีนี้จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนมาก นอกจากราคานํ้ามันจะเพิ่มขึ้นแล้ว ราคาสินค้าทุกชนิดจะปรับขึ้นตามด้วย

พรรคประชาธิปัตย์เราขอยืนยันว่า รัฐบาลไม่ควรให้ประชาชนรับภาระอยู่ฝ่ายเดียว แต่รัฐบาลและโรงกลั่นต้องเสียสละด้วย ในส่วนของโรงกลั่น มีสามประเด็นสำคัญ

1.วิธีการกำหนดราคาขายเป็นราคาสิงคโปร์ที่รวมค่าขนส่งสมมติว่าต้องขนจากสิงคโปร์มาไทย (ทั้งๆที่โรงกลั่นอยู่ในไทย) – วิธีนี้ทำให้ราคานํ้ามันสูงเกินจริง

2.โรงกลั่นช่วงนี้กำไรแบบลาภลอยจากนํ้ามันดิบในสต๊อกที่ราคาสูงขึ้นมาก

3.บวกกับค่าการกลั่นปัจจุบันพุ่งขึ้นเป็น 6.33 บาทต่อลิตร สูงกว่าระดับก่อนวิกฤตถึง 3 เท่า

พรรคประชาธิปัตย์จึงได้เสนอว่า รัฐบาลควรเก็บ ’ค่าธรรมเนียมลาภลอย’ 3 บาทต่อลิตรเข้ากองทุนนํ้ามัน

ในส่วนของรัฐบาล รัฐบาลควรปรับลดภาษีสรรพสามิตลงทันที 6 บาทต่อลิตร (ปัจจุบันเก็บอยู่ 6.90) ซึ่งความจริงหากรัฐบาลเชื่อเรา ด้วยเพียงแค่มาตรการนี้ พรุ่งนี้รัฐบาลไม่ต้องปรับเพิ่มราคานํ้ามันเลยแม้แต่บาทเดียว!

รัฐบาลกำลังผลักภาระทั้งหมดไปที่ประชาชน โดยปล่อยให้โรงกลั่นทำกำไรมหาศาล และโดยที่รัฐบาลไม่คิดจะเสียสละลดรายได้ภาษีหรือค่าใช้จ่ายของรัฐบาลเลย

ขอเสริมว่าถ้ารัฐบาล ‘พูดแล้วทำ‘ จริง และปล่อยลอยตัวราคานํ้ามันดีเซลตามคำพูดท่านนายกฯ ราคาจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ครับ มีสิทธิได้เห็นลิตรละ 50 บาทในอีกไม่นาน

อรรถวิชช์ เดือด น้ำมันราคาขึ้นพรวด จวกพาณิชย์ปล่อยสต็อกเก่าบวกเพิ่ม 6 บาท

อรรถวิชช์ เดือด น้ำมันราคาขึ้นพรวด จวกพาณิชย์ปล่อยสต็อกเก่าบวกเพิ่ม 6 บาท

อรรถวิชช์ เดือด น้ำมันราคาขึ้นพรวด จวกพาณิชย์ปล่อยสต็อกเก่าบวกเพิ่ม 6 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.13 น.

วันนี้ 26 มีนาคม 2569 ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. รวมไทยสร้างชาติ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กทุบโต๊ะดังสนั่นถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ทำเอาประชาชนตาสว่าง โดยระบุว่า “พาณิชย์ ต้องเบรคด่วน ! น้ำมันสต๊อกเก่า ขึ้นพรวด 6 บาท ผมว่าเกินไปแล้ว เพราะแบบนี้ โรงกลั่นถึงกั๊กน้ำมัน เก็บไว้ขายทำกำไร”

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

แถมเจ้าตัวยังมาคอมเมนต์เติมเชื้อไฟใต้โพสต์ตัวเองตอกย้ำอีกรอบว่า “มันสต๊อกเก่า จะขึ้นราคาแบบนี้ไม่ได้ ของจริงตัวแพงยังไม่มานะครับ”

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

งานนี้รถทัวร์ลงจอดหน้าเพจแบบไม่ต้องสืบ ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือด โดยส่วนใหญ่ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของการขาดแคลนน้ำมันในช่วงก่อนหน้านี้ เช่น

“พรุ่งนี้มีน้ำมันเติมได้ทุกปั้ม เติมเต็มถัง ไม่ต้องจำกัดคนละ500 แล้วใช่มั๊ย เลห์ นายทุน ชัดๆ”

“พาณิชย์ก็ทีมเดียวกัน ไม่มีคำว่าเบรค”

“ทำเป็นกระบวนการ ตัวเสิร์ฟ ตัวชง ตัวตบ”

“จลาจล ไม่ไกลเกินจริงบริหารได้ประทับใจทั่วหล้ารีบๆถอนทุนนะครับ”

“รวยกระจุยเลย”

“ปกติ ต้องต่อคิว1-3 กิโลเมตร พอปรับปุ้ป ถ้าน้ำทันมันไหลแบบไม่หยุด เติมได้ทุกคัน ไม่อั้น แสดงว่า เรื่องราวที่อภิปรายในสภาเมื่อวาน 25/3/69 เป็นจริง น้ำมันล่องหน แค่มาโผล่ พรึ้บ
ช่วงปรับราคา 6 บาท ต่อลิตร กล่าวให้เป็นแง่คิด คนไทยได้เติมน้ำมัน แพงขึ้น ผมจะดีใจ หรือ อยากร้องไห้ดี ครับผม”

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

จ่อชงมาตรการต่อลมหายใจ อุ้ม5กลุ่มสู้วิกฤต เปราะบาง/ขนส่ง/เกษตรกร ทั้ง”เติมเงิน/บัตรคูปอง”ดูแล

จ่อชงมาตรการต่อลมหายใจ อุ้ม5กลุ่มสู้วิกฤต เปราะบาง/ขนส่ง/เกษตรกร ทั้ง”เติมเงิน/บัตรคูปอง”ดูแล

จ่อชงมาตรการต่อลมหายใจ อุ้ม5กลุ่มสู้วิกฤต เปราะบาง/ขนส่ง/เกษตรกร ทั้ง”เติมเงิน/บัตรคูปอง”ดูแล

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จ่อชงมาตรการต่อลมหายใจ อุ้ม5กลุ่มสู้วิกฤต เปราะบาง/ขนส่ง/เกษตรกร ทั้ง”เติมเงิน/บัตรคูปอง”ดูแล เหนือ-อีสานดีเซลเกลี้ยงปั้ม

“พิพัฒน์”ยันสงกรานต์ปั๊มไม่แห้ง ขณะที่“เอกนิติ”เข็นมาตรการอุ้ม 5 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน เล็งอัดฉีดเงินใส่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผุดคูปองดิจิทัลเติมน้ำมันราคาพิเศษช่วยกลุ่มเกษตรกร ประมง ขนส่งสาธารณะ แท็กซี่/วินมอเตอร์ไซค์ได้หมด ทั้งปล่อยซอฟต์โลนต่อลมหายใจภาคอุตสาหกรรม ด้านจังหวัดอำนาจเจริญวิกฤต!ชาวบ้านแห่เข้าคิวรอรถน้ำมันข้ามคืนลาม7อำเภอ เติมแค่ 500 บาท

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 มี.ค.ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เรียกหารือรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือแก้วิกฤตพลังงาน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

สงกรานต์ไม่ขาดน้ำมัน

ต่อมาเวลา 16.30 น. นายพิพัฒน์ เป็นประธานการประชุม หารือสถานการณ์ด้านพลังงาน โดยมี รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เข้าร่วมประชุม

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นการประชุมต่อจากวันก่อน โดยแต่ละขั้นตอนขอให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนรายงานข้อมูลปัจจุบันที่เกี่ยวข้องเพื่อการสอบถามข้อมูลของแดชบอร์ดไปด้วยในตัว เริ่มจากโรงกลั่นว่าสามารถผลิตน้ำมันแต่ละประเภทได้เท่าไหร่ มีการใช้น้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบแล้วเท่าไหร่ กี่ลิตรต่อวัน มีการกระจายน้ำมันไปยังกลุ่มต่างๆ ทั้งจ๊อบเบอร์และสถานีบริการน้ำมันแล้วเท่าไหร่ สำหรับผู้ค้าตามมาตรา 7 ขอให้ช่วยนำเสนอผลการดำเนินงานหน้าสถานีบริการว่าในทางปฏิบัติประชาชนเริ่มเข้าถึงน้ำมันได้สะดวกขึ้นและสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วหรือยัง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่วันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งคนจะเดินทางมากขึ้น ใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงอยากจะหารือกับทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อสร้างความมั่นใจว่าระบบการกระจายน้ำมันของเรามีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะสนับสนุนการเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด และมีปัญหาอะไรที่เราต้องจะแก้ต่อไป

เข็นมาตรการอุ้ม5กลุ่ม

ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมในการออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจง (Targeted Subsidy) เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และไม่บิดเบือนกลไกราคาตลาด โดยในส่วนนี้ได้เตรียมมาตรการเพื่อดูแล 5 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน ได้แก่ 1. กลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยจะเป็นการให้ความช่วยเหลือผ่านกลไกลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มี 13.4 ล้านคน ซึ่งรัฐบาลมีฐานข้อมูลพร้อมอยู่แล้ว แนวทางการช่วยเหลือจะเป็นการ เติมเงินเข้าบัตรโดยตรง โดยขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาจำนวนเงินและระยะเวลาที่เหมาะสม แต่จำเป็นต้องรอการอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาลชุดใหม่

“แนวทางช่วยเหลือที่อยู่ระหว่างการพิจารณา มีอยู่ 2 ช่องทางหลัก คือ มาตรการด้านค่าอาหาร และค่าไฟฟ้า โดยรายละเอียดเรื่องวงเงินช่วยเหลือต่อคน ขณะนี้สำนักงบประมาณกำลังอยู่ระหว่างพิจารณา ซึ่งยังมีข้อจำกัดด้านกฎหมาย เนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่ในสถานะรัฐบาลรักษาการ หากมีรัฐบาลใหม่เข้ามา ก็จะต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง โดยกระทรวงการคลังทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเรื่องนี้” นายเอกนิติ กล่าว

แทกซี่วินจยย.ได้หมด

2.กลุ่มขนส่งสาธารณะและขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งผ่านราคาสินค้า จะได้รับความช่วยเหลือผ่านกระทรวงคมนาคม ครอบคลุมทั้งรถบรรทุกราว 3.6 แสนราย รถประจำทางเกือบ 3 หมื่นราย รวมถึงแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ รูปแบบการช่วยเหลืออาจเป็นการจ่ายเงินให้ผู้ประกอบการหรือคนขับโดยตรง หรือใช้ระบบคูปองดิจิทัลในการเติมน้ำมันราคาพิเศษ

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือแนวทางช่วยเหลือ ซึ่งอาจพิจารณาจ่ายเป็นเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ ซึ่งกระทรวงคมนาคมกำลังศึกษารายละเอียดอยู่ อาจใช้รูปแบบคูปองสำหรับผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถตู้ และวินรับจ้าง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อยู่ในหมวดขนส่งโดยตรง ซึ่งต้องรอให้กระทรวงคมนาคมจัดทำข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าผลกระทบส่งผ่านไปถึงใครบ้าง กลุ่มเปราะบางมีใครบ้าง และควรใช้ช่องทางใดในการช่วยเหลือให้ตรงจุด

ช่วยเหลือเกษตรกร/ประมง

3.กลุ่มเกษตรกร โดยรัฐบาลจะมุ่งเน้นไปที่การดูแลราคาปุ๋ยที่ได้รับผลกระทบจากราคา LNG และน้ำมันในตลาดโลก โดยกระทรวงพาณิชย์จะเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งจะมีการบูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อให้เข้าถึงเกษตรกรอย่างทั่วถึง

ขณะที่กลุ่มประมงที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลนั้น รัฐบาลมีแผนจะนำน้ำมัน B20 มาใช้ทดแทนน้ำมันเขียว โดยตั้งเป้าให้มีราคาถูกกว่าราคาดีเซลหน้าปั๊มประมาณ 5 บาท แม้จะมีข้อกังวลเรื่องราคาปาล์มน้ำมันที่อาจสูงขึ้น แต่รัฐบาลเชื่อว่าการพุ่งเป้าไปที่ B20 จะช่วยทั้งกลุ่มประมงและเกษตรกรสวนปาล์มไปพร้อมกัน โดยมีกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ประสานงานหลัก

4.กลุ่มผู้รับเหมางานภาครัฐที่เผชิญปัญหาต้นทุนวัสดุก่อสร้างสูงขึ้นจนเริ่มมีการชะลอการทำสัญญา รัฐบาลจะใช้กลไกของสำนักงบประมาณในการ ปรับค่า K (Escalation Factor) เพื่อชดเชยส่วนต่างราคาที่สูงขึ้นกว่าที่เคยทำสัญญาไว้ เพื่อให้โครงการภาครัฐสามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ และ 5.กลุ่มภาคอุตสาหกรรมและบริการอื่น ๆ โดยรัฐบาลได้เตรียมมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้ในภาวะวิกฤต

“วันนี้มันเป็นเกิดวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ของโลก และการไปฝืนราคาตลาด มันทำให้เกิดความบิดเบือน สิ่งที่เราเจอกัน คือ อะไรก็ตามที่เราไปฝืนกลไกราคา ผมมองว่ามันจะทำให้เกิดทั้งเหตุการณ์กักตุน และทำให้เกิดการเสียทรัพยากรด้านงบประมาณโดยที่ไม่จำเป็น” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ระบุ

พาณิชย์เพิ่มสินค้าควบคุม

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยแพร่ผ่านการแถลงในศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและค่าครองชีพอย่างใกล้ชิด

สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าโดยรวม พบว่าสินค้ายังมีปริมาณเพียงพอ แม้บางรายการ เช่น เนื้อสุกร เนื้อไก่ และไข่ไก่ มีการปรับราคาสูงขึ้นตามต้นทุนขนส่งและวัตถุดิบ รวมถึงสินค้าบรรจุภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มตามห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่อาหารปรุงสำเร็จในตลาดยังคงตรึงราคาเพื่อรักษาฐานลูกค้า

ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เรียกประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อพิจารณาเพิ่มรายการสินค้าควบคุมอีก 12 รายการ ส่งผลให้จำนวนสินค้าควบคุมรวมเพิ่มเป็น 71 รายการ

แม่ฮ่องสอนดีเซลขาดแคลนหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อำเภอขุนยวม เพื่อติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสกักตุนสินค้าในช่วงภาวะวิกฤตพลังงาน

จากการตรวจสอบที่ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาขุนยวม พบมีรถมารอต่อคิวเติมน้ำมันเป็นจำนวนมาก ทางปั๊มยังคงมีน้ำมันให้บริการแต่ต้องออกมาตรการควบคุมเพื่อให้กระจายสินค้าได้ทั่วถึง ดังนี้ 1.น้ำมันดีเซล: รถยนต์ส่วนบุคคลเติมได้ไม่เกิน 1,000 บาท, รถบรรทุกไม่เกิน 3,000 บาท ส่วนการนำถังมาเติมจำกัดที่ 100 ลิตร และ 2.เบนซิน/แก๊สโซฮอล์: ยังคงให้เติมได้เต็มถัง แต่หากนำถังมาเติมจะจำกัดที่ 400 ลิตร

ในส่วนของ สถานีบริการน้ำมัน พีที สาขาขุนยวม พบว่าน้ำมันดีเซลหมดสต๊อกชั่วคราว มีเพียงน้ำมันกลุ่มเบนซินให้บริการเท่านั้น โดยได้รับแจ้งว่าจะมีการส่งน้ำมันเข้ามาเติมอีกครั้งในช่วงเย็นวันเดียวกัน ขณะที่สถานีบริการน้ำมันขนาดเล็กส่วนใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนพบปัญหาดีเซลหมดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นที่ต้องการสูงทั้งในกลุ่มขนส่งและเครื่องจักรทางการเกษตร

อำนาจเจริญเข้าคิวข้ามคืน/ลาม7อำเภอ

จ.อำนาจเจริญ ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญยังคงอยู่ในสภาวะตึงเครียดโดยพบว่าทุกสถานีบริการน้ำมันในจังหวัด มีประชาชนนำรถส่วนตัวและรถบรรทุกมาจอดรอคิวตั้งแต่เช้ามืด โดยหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำมันดีเซลหมดสต็อก และต้องรอรถขนส่งเข้ามาเติมในช่วงค่ำ

ขณะที่ อ.ชานุมาน ปรากฏภาพชาวบ้านจำนวนมากจูงลูกหลานหิ้วแกลลอนน้ำมันวิ่งกูรูกันเข้าคิวที่ปั๊ม ปตท.ในตัวอำเภอเพื่อรอรถน้ำมันมาส่งในช่วงค่ำเช่นเดียวกับที่อ.ปทุมราชวงศาที่ปั๊มน้ำมันบ้านสหกรณ์ เมื่อรถน้ำมันมาถึงเวลา 18.30น.(24มี.ค.)ประชาชนนับร้อยต่างกรูเข้าเติมน้ำมันจนเจ้าหน้าที่ต้องจัดระบบบัตรคิวเพื่อป้องกันความวุ่นวาย อีกทั้งยังมีปัญหาขาดแคลนในอ.พนา, อ.เสนางคนิคม, อ.หัวตะพาน และอ.ลืออำนาจเช่นกัน

ปุ๋ยยังหนัก จี้รัฐเร่งตัดสินใจนำเข้าใหม่

นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัชนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทยเปิดเผยว่าภาพรวมตลาดปุ๋ยโลก ขณะนี้ยังอยู่ในภาวะผันผวน โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทั้งในด้านการผลิตและการส่งออกขณะที่เส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีข้อจำกัดมากขึ้น ส่งผลให้การจัดหาสินค้าเผชิญความท้าทายทั้งด้านราคา ระยะเวลาและการขนส่ง สะท้อนว่าวิกฤตปุ๋ยโลกในปัจจุบันกระทบพร้อมกันทั้งระบบ และไม่น่าคลี่คลายในระยะสั้น แม้ไทยยังมีสต๊อกรองรับได้ถึงฤดูกาลผลิตใหม่ พร้อมแนะให้ภาครัฐเร่งตัดสินใจเชิงนโยบาย หาแหล่งนำเข้าใหม่ และหารือผู้เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง