ผบ.ทร.ลั่นไม่เปิดด่าน เตรียมพร้อมรับมือกัมพูชาเสริมรถถังจีน เผยคืบหน้าต่อเรือฟริเกต

ผบ.ทร.ลั่นไม่เปิดด่าน เตรียมพร้อมรับมือกัมพูชาเสริมรถถังจีน เผยคืบหน้าต่อเรือฟริเกต

ผบ.ทร.ลั่นไม่เปิดด่าน เตรียมพร้อมรับมือกัมพูชาเสริมรถถังจีน เผยคืบหน้าต่อเรือฟริเกต

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.17 น.

ผบ.ทร. ยันเตรียมพร้อมชายแดน จ.จันทบุรี-ตราด หลัง ‘จีน‘ ส่งรถถัง T-59D ให้ ‘กัมพูชา‘ เสียงแข็งไม่มีเปิดด่าน เผยคืบหน้า ‘เรือฟริเกต‘ ลำแรก ได้บริษัทต่อเรือ มิ.ย.นี้ ยังหวัง ลำ 2 งบปี 70 เปรย ‘On the track‘

10 มิถุนายน 2569 พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงกรณีที่ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำผู้บัญชาการเหล่าทัพ เดินทางเยือนประเทศเวียดนาม พร้อมคณะนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์หมดแล้ว 

ส่วนเรื่องความคืบหน้าโครงการ “เรือฟริเกต“ ในการพิจารณาคัดเลือกบริษัทเอกชน ผบ.ทร.กล่าวว่า ไม่เกินเดือนนี้

เมื่อถามถึงกรณี โครงการเรือฟริเกต ลำที่ 2 หลังมีรายงานว่า ต้องเลื่อนออกไปเป็นปีงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2571 นั้น จะกระทบต่อแผนกองทัพเรือหรือไม่ ผบ.ทร.กล่าวว่า อันนี้ “on the track” (อยู่ในขั้นตอน) 

เมื่อถามถึงกรณี ประเทศจีนส่งมอบรถถัง T59D ให้กับกัมพูชา จะกระทบกับไทยหรือไม่ เพราะอาจนำมาไว้บริเวณชายแดน จังหวัดจันทบุรี และตราด ผบ.ทร. กล่าวว่า ก็เตรียมพร้อม พร้อมย้ำว่า ยังคงดูแลชายแดนเข้มข้น อย่าไปบอกว่า เปิดด่าน ไม่เคยบอกตรงไหนเลยว่า จะเปิดด่าน.

นายกฯ ยืนจี้ถาม รมต.-ปลัด มท. หน้าตึกไทยฯ ปมคืบหน้าปราบมาเฟียภูเก็ต จ่อฟื้น คกก.ปราบผู้มีอิทธิพล

นายกฯ ยืนจี้ถาม รมต.-ปลัด มท. หน้าตึกไทยฯ ปมคืบหน้าปราบมาเฟียภูเก็ต จ่อฟื้น คกก.ปราบผู้มีอิทธิพล

นายกฯ ยืนจี้ถาม รมต.-ปลัด มท. หน้าตึกไทยฯ ปมคืบหน้าปราบมาเฟียภูเก็ต จ่อฟื้น คกก.ปราบผู้มีอิทธิพล

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.14 น.

นายกฯ ยืนจี้ถาม รมต.-ปลัดมหาดไทย หน้าตึกไทยคู่ฟ่า คืบหน้าปราบมาเฟียภูเก็ต เตรียมฟื้น คกก.ปราบผู้มีอิทธิพล มอบ พลพีร์ รับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินกลับมายังตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนยืนคุยกับนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยมีรายงานว่านายกรัฐมนตรี ได้สอบถามถึงความคืบหน้าการจัดการมาเฟียภูเก็ต เนื่องจากล่าสุดยังได้รับรายงานว่าปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไข

นายพลพีร์ เปิดเผยภายหลังการพูดคุยว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ไปดำเนินการสิ่งที่ยังค้างคา และยังไม่สำเร็จ ซึ่งจะลงไปบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรี เตรียมจะแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยนายกรัฐมนตรีจะนั่งตำแหน่งเป็นประธานด้วยตนเอง แต่จะมอบหมายให้นายนายพลพีร์ เป็นผู้รับผิดชอบ เหมือนกับที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เคยได้รับหน้าที่นี้ในขณะดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ซื้อสลากเกินราคาฟ้องไม่ได้! ‘บุญรวี’ ชี้คดีหวยอลเวงผิดกฎหมายแต่แรก สงสารแต่ช่วยไม่ได้

ซื้อสลากเกินราคาฟ้องไม่ได้! 'บุญรวี' ชี้คดีหวยอลเวงผิดกฎหมายแต่แรก สงสารแต่ช่วยไม่ได้

ซื้อสลากเกินราคาฟ้องไม่ได้! ‘บุญรวี’ ชี้คดีหวยอลเวงผิดกฎหมายแต่แรก สงสารแต่ช่วยไม่ได้

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.12 น.

“บุญรวี”แหยงสอบคดีหวยอลเวง จ.สุโขทัย ปฏิเสธรับตรวจสอบให้ความเป็นธรรมช่วย “ป้าสายัณห์” ยกคำพิพากษาศาลฎีการะบุการซื้อขายสลากเกินราคา ไม่ใช่ผู้เสียหายทางนิตินัยที่สามารถฟ้องร้องคดีได้ หวั่นหากรับเรื่องตรวจสอบ อาจถูกยื่นสอบจริยธรรม ฐานสนับสนุนการทำผิดกฎหมาย ชี้สงสารแต่ช่วยเหลือไม่ได้ เป็นเรื่องบุญมีแต่กรรมบัง

เมื่อเวลา 11.00น. วันที่ 10 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครวมใจไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ได้รับการร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากนางสายัญ ดอกไม้ ชาวอำเภอสรรคโลก จ.พิษณุโลก ที่ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่1 หมายเลข 173770 งวดวันที่ 1มิ.ย.2569 แต่ถูกเพื่อนบ้านหลอกเอาลอตเตอรีไป โดยอ้างว่าไม่ถูกรางวัล เพื่อให้ช่วยตรวจสอบให้ความเป็นธรรม กรณีดังกล่าวรู้สึกเห็นใจและสงสารป้าสายัณห์ ขอเอาใจช่วยให้ได้รางวัลที่1 คืนมา แต่ไม่สามารถรับเรื่องไว้ตรวจสอบได้

เพราะข้อกฎหมายระบุว่า การซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลของป้าสายัณห์มีความผิดกฎหมาย เป็นการซื้อขายสลากเกินราคา 80บาท ดังนั้นผู้ที่รู้หรือสนับสนุนการซื้อสลากเกินราคา ถือว่ามีส่วนร่วมกระทำความผิดตามกฎหมายทางแพ่ง จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจฟ้องร้องเพื่อดำเนินคดีใดๆ เพราะศาลฎีกาเคยมีคำวินิจฉัยที่ 5625/2557 และ577/2561 ระบุจะฟ้องคดีแพ่งและอาญา  ข้อหาฉ้อโกงไม่ได้ เพราะนางสายัณห์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย รวมถึงยังผิดมาตรา39พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาลด้วย เรื่องนี้ถือว่าบุญมีแต่กรรมบัง เพราะมีคำวินิจฉัยศาลฎีกา และมาตราพ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นกำแพงขวางกั้น หากตนรับเรื่องไว้ตรวจสอบ จะถูกฟ้องร้องผิดจริยธรรม เพราะไปสนับสนุนการทำผิดกฎหมาย จึงไม่สามารถช่วยเหลือได้ ทำได้แต่ความสงสาร เรื่องนี้ต้องโทษสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไม่สามารถควบคุมราคาขายให้อยู่ที่ 80บาทได้ 

นายบุญรวีกล่าวว่า ส่วนเรื่องป้าสายัณห์จะลงเอยอย่างไรอยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้จะเป็นเรื่องการยักยอกทรัพย์ หรือฉ้อโกง แต่จะนำไปสู่การฟ้องร้องได้หรือไม่ เพราะติดคำวินิจฉัยศาลฎีกาที่ระบุถึงการซื้อสลากโดยผิดกฎหมาย เกินราคา ไม่สามารถฟ้องร้องได้ ขึ้นอยู่กับตำรวจและอัยการจะพิจารณาส่งฟ้องหรือไม่ แต่หน้าที่ของตนยึดมั่นหลักนิติบัญญัติ เอาตามกฎหมายและคำวินิจฉัยศาลฎีกา ทั้งๆที่ในใจสงสารป้าสายัณห์ และมั่นใจว่าป้าสายัณห์ถูกรางวัลที่1จริง ไม่ใช่หวยทิพย์ รู้สึกสงสารที่ไม่สามารถให้ความเป็นธรรมได้ โดยการรับเรื่องไว้ตรวจสอบได้ เพราะมีการซื้อขายสลากเกิน 80บาท ทั้งที่ในความจริง ราคา 80บาท ไม่มีอยู่จริง  

รวย 33.9 ล้าน! เปิดทรัพย์สิน สุรพงษ์ รับตำแหน่งเลขา ป.ป.ช.

รวย 33.9 ล้าน! เปิดทรัพย์สิน สุรพงษ์ รับตำแหน่งเลขา ป.ป.ช.

รวย 33.9 ล้าน! เปิดทรัพย์สิน สุรพงษ์ รับตำแหน่งเลขา ป.ป.ช.

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.02 น.

10 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร กรณีเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 โดย นายสุรพงษ์ อายุ 59 ปี แจ้งว่า ตนเองพร้อม น.ส.สุรีรัตน์ นวลฉิมพลี คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวม 33,993,479 บาท และมีหนี้สินรวม 2,051,574 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของนายสุรพงษ์ 14,798,498 บาท แบ่งเป็นเงินฝาก 3 บัญชี 98,912 บาท เงินลงทุน 2,534,620 บาท ในหุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์สำนักงาน ป.ป.ช. , กองทุนธนชาติ เจริญ ทรัพย์ปันผล และหุ้นสามัญบริษัท สหสามัคคีโพธิ์ทองเดินรถ จำกัด

ที่ดินมรดกใน จ.อ่างทอง และการซื้อใน จ.นครราชสีมา จำนวน 4 แปลง รวม 5.45 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านเดี่ยวใน จ.นครราชสีมา และอาคารชุดในเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ รวมมูลค่า 3.2 ล้านบาท ยานพาหนะ 300,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 2,146,965 บาททรัพย์สินอื่น 1,068,000 บาท และมีหนี้สินเป็นเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 2,051,574 บาท

และแจ้งมีรายได้ต่อปีรวม 1,926,433 บาท จากเงินเดือน ค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมมีรายจ่ายต่อปีรวม 1,168,666 บาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายเงินกู้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 318,000 บาท ภาษี 250,666 บาท ค่าใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภค 600,000 บาท

ส่วน น.ส.สุรีรัตน์ คู่สมรส มีทรัพย์สินรวม 19,194,981 บาทฝาก 3 บัญชี 7,017,553 บาท เงินลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์สำนักงาน ป.ป.ช.และกองทุนเปิดต่างๆ รวม 6,361,609 บาท ที่ดิน 3 แปลง ใน จ.นครราชสีมา รวม 5,361,750 บาท ยานพาหนะ 200,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 254,069 บาท ไม่มีหนี้สิน และแจ้งมีรายได้ต่อปีจากเงินเดือนค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมรวม 1,175,732 บาท มีรายจ่ายต่อปีรวม 517,776 บาท โดยเป็นค่าภาษี 97,776 บาท ค่าใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภค 370,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูมารดา 40,000 บาท เงินบริจาคอื่นๆ 10,000 บาท

สำหรับทรัพย์สินอื่นมูลค่า 1,068,000 บาท ที่นายสุรพงษ์แจ้ง ส่วนใหญ่เป็นตลับพระ และมีดด้ามงา หรือเรียกกันว่า “มีดหมอ” ซึ่งเป็นเครื่องรางของขลัง อาทิ ตลับพระสมเด็จล้อมเพชรมูลค่า 75,000 บาท ตลับพระหูยาน น้ำหนัก 2 บาท มูลค่า 40,000 บาท ตลับพระสมเด็จ น้ำหนัก 2 บาท จำนวน 4 ตลับ มูลค่า 160,000 บาท ตลับพระกริ่ง น้ำหนัก 1.5 บาท จำนวน 3 ตลับ มูลค่า 90000 บาท มีดด้ามงาใบสัตตะโลหะ (เนื้อทองจังโก้) 9 นิ้ว เลี่ยมสามกษัตริย์ 1 เล่ม มูลค่า 50,000 บาท มีดด้ามงาฝักงา ขนาด 5 นิ้ว เลี่ยมเงิน 2 เล่ม มูลค่า 30,000 บาท มีดด้ามงาฝักไม้ ขนาด 5 นิ้ว เลี่ยมเงิน 5 เล่ม มูลค่า 50,000 บาท มีดด้ามงาฝักงา ขนาด 2.5 – 3 นิ้ว เลี่ยมเงิน 3 เล่ม มูลค่า 30,000 บาท พระบูชาและพระเครื่องหรือวัตถุมงคลอื่น ซึ่งไม่สามารถระบุจำนวนชิ้นได้ และไม่สามารถประเมินมูลค่าได้

นอกจากนี้ ยังมีพระเลี่ยมทอง 6 องค์ มูลค่า 60,000 บาท พระทองคำ 1 องค์ พร้อมตลับเปล่า 2 ใบ มูลค่า 50,000 บาท สร้อยคอทองคำ หนัก 2 บาท 1 เส้น มูลค่า 40,000 บาท แหวนหยกล้อมเพชร 1 วง มูลค่า 45,000 บาท แหวนทับทิมล้อมเพชร 1 วง มูลค่า 35,000 บาท หัวเข็มขัดงาช้าง 4 ชิ้น มูลค่า 50,000 บาท ปลายงาช้าง 1 กิ่ง มูลค่า 13,000 บาท อาวุธปืนชนิดรีวอลเวอร์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก มูลค่า 30,000 บาท นาฬิกาข้อมือมิโด้ 1 เรือน มูลค่า 10,000 บาท

ทั้งนี้ ก่อนนายสุรพงษ์ เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.นั้น ปี 2555 – 2557 ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดนครสวรรค์ ปี 2557 – 2558 เป็นผู้อำนวยการศูนย์กำกับดูแลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสำนักงาน ป.ป.ช.ปี 2558 – 2560 เป็นผู้อำนวยการสำนักคดี สำนักงาน ป.ป.ช. ปี 2560 – 2563 เป็นผู้ช่วยเลขาธิ การคณะกรรมการ ป.ป.ช.และปี 2563 – 2568 เป็นรองเลขาธิการ ป.ป.ช.

ระวังถูกตราหน้าขายชาติ หมอวรงค์ ฝาก 5 ข้อถึง สีหศักดิ์ ปมกัมพูชา

ระวังถูกตราหน้าขายชาติ หมอวรงค์ ฝาก 5 ข้อถึง สีหศักดิ์ ปมกัมพูชา

ระวังถูกตราหน้าขายชาติ หมอวรงค์ ฝาก 5 ข้อถึง สีหศักดิ์ ปมกัมพูชา

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.57 น.

“หมอวรงค์”เตือน”สีหศักดิ์”ระวังถูกตราหน้า”ขายชาติ” ฝาก 5 ข้อกังวล หากยอมร่วมวง”กัมพูชา” สู่การ”ประนอมภาคบังคับ” ไทยมีแค่เจ๊ากับเจ๊ง

10 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผูัแทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยในช่วงหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ลุกขึ้นฝากข้อกังวลไปถึง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ว่า หลังจากที่ประเทศไทยยกเลิกเอ็มโอยู 2544 ทำให้ประเทศกัมพูชาร้องต่อสหประชาชาติ เพื่อดึงไทยเข้าสู่การประนอมภาคบังคับ ตนมีความห่วงใยคือ 1.ประเทศไทยมีสิทธิไม่เข้าร่วมการประนอมความภาคบังคับตามกฎหมายอันคลอสที่กำหนดชัดเจน และมีสิทธิอันชอบธรรม ทั้งระยะเวลาเกิดข้อพิพาท ข้อพิพาทเกี่ยวกับเกาะและข้อพิพาททางบก ดังนั้น ฝากถามไปยังนายสีหศักดิ์ ทำไมถึงยอมเข้าร่วมแบบง่ายๆ

2.กรณีที่ไทยเข้าร่วมการประนอมภาคบังคับมีความเสี่ยง เพราะมีกระบวนการที่ต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงเสี่ยงที่ผลจะไม่ออกมาเป็นทางที่ประเทศไทยจะชนะ 3.ท่าทีของกัมพูชาชัดเจนว่าการใช้กระบวนการประนอมภาคบังคับไม่ชอบ เพราะต้องการประนอมเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเล ดังนั้น หากไม่สามารถเบรกเกมได้ตั้งแต่ต้น ทำให้กระบวนการนี้คือเอ็มโอยู 44 ที่มีต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นความอันตรายมาก

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า 4.แม้ผลลัพธ์ของกระบวนการประนอมภาคบังคับไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย แต่หากกัมพูชาได้ประโยชน์และนำไปขยายความว่าประเทศไทยไม่เคารพผลเจรจา ประเทศไทยจะกลายเป็นผู้ร้ายในสายตานานาชาติ และ 5.ไทยไม่เข้าร่วมการประนอมภาคบังคับ ไม่มีเสียหายเพราะมีกฎหมายอันคลอสรองรับ แต่หากเข้าร่วมตนมองว่ามีโอกาสเจ๊ากับเจ๊ง

“คดีปราสาทพระวิหาร น่าจะเป็นบทเรียนมาแล้ว แต่เรื่องนี้หากมีคำเตือนแล้วท่านไม่ฟัง และเกิดผลเสียหายเกิดขึ้น คนไทยจะมองว่าท่านขายชาติ” นพ.วรงค์ กล่าว

ไม่เกี่ยวกับไทย!! นายกฯ ตอบปม จีนส่งรถถังให้กัมพูชา 93 คัน บอกไม่กังวลกองทัพไทยพร้อม

ไม่เกี่ยวกับไทย!! นายกฯ ตอบปม จีนส่งรถถังให้กัมพูชา 93 คัน บอกไม่กังวลกองทัพไทยพร้อม

ไม่เกี่ยวกับไทย!! นายกฯ ตอบปม จีนส่งรถถังให้กัมพูชา 93 คัน บอกไม่กังวลกองทัพไทยพร้อม

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.05 น.

ไม่เกี่ยวกับไทย!! นายกฯ ตอบปม จีนส่งรถถังให้กัมพูชา 93 คัน บอกไม่กังวลกองทัพไทยพร้อม

เมื่อเวลา 11.18 น.วันที่ 10 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทางการจีนเตรียมส่งมอบรถถัง T59D ให้กัมพูชาจำนวนทั้งหมด 93 คัน  มีข้อกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ ว่า ไม่เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย

เมื่อถามว่ามีข้อกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ นายกฯ ส่ายหน้า พร้อมกล่าวว่า ไม่กังวล

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เพราะว่ามีการส่งมอบรถถังให้มากถึง 93 คัน นายกฯ กล่าวว่า กองทัพไทยก็พร้อม

คปท.บุกทำเนียบฯ จี้รัฐบาลเร่งคืน เขากระโดง ให้ รฟท.

คปท.บุกทำเนียบฯ จี้รัฐบาลเร่งคืน เขากระโดง ให้ รฟท.

คปท.บุกทำเนียบฯ จี้รัฐบาลเร่งคืน เขากระโดง ให้ รฟท.

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.59 น.

คปท.บุกทำเนียบฯ จี้รัฐบาลเร่งคืน”เขากระโดง”ให้ รฟท. พร้อมกดดัน”อนุทิน”ย้ายชื่อพ้นทะเบียนบ้านพื้นที่พิพาท

10 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงาน ก.พ. นายพิชิต ไชยมงคล พร้อมด้วย นายนัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) รวมไปถึงตัวแทนสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามคำพิพากษาคดีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งรักษามาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

คปท.ระบุว่า ปัญหาที่ดินเขากระโดงไม่ใช่เพียงข้อพิพาทด้านกรรมสิทธิ์ที่ดิน แต่เป็นบททดสอบสำคัญของหลักนิติรัฐ หลักธรรมาภิบาล และความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรมไทย

โดยยกข้อเท็จจริงสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ที่ดินบริเวณเขากระโดงเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาตั้งแต่ปี 2462 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่กรมที่ดินจะออกเอกสารสิทธิให้แก่เอกชน จึงเห็นว่าเอกสารสิทธิที่ออกภายหลังอาจขัดต่อกฎหมาย

นอกจากนี้ ศาลปกครองกลางยังมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 วินิจฉัยว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. และสามารถใช้เป็นบรรทัดฐานในการดำเนินการคืนพื้นที่ให้กับ รฟท.ได้ ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานรัฐหลายแห่งก็เคยมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของรัฐ

คปท.จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลที่มีผลผูกพันต่อทุกหน่วยงานของรัฐ พร้อมแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิทับซ้อนบนที่ดินของรัฐโดยเร็ว และไม่ใช้กลไกหรือกระบวนการสอบสวนของกรมที่ดินมาอยู่เหนือคำพิพากษาของศาล

นอกจากนี้ คปท.ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่มีข้อมูลปรากฏว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายไชยชนก ชิดชอบ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านภายในพื้นที่ที่กำลังมีข้อพิพาทและอยู่ระหว่างการดำเนินการตามคำพิพากษา โดยเห็นว่าอาจก่อให้เกิดข้อสงสัยจากสังคมเกี่ยวกับความเหมาะสมทางจริยธรรมและความโปร่งใสในการใช้อำนาจรัฐ

คปท.จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านดังกล่าวโดยทันที รวมถึงหยุดหรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมใด ๆ ที่อาจถูกมองว่าเป็นการรับรองหรือเอื้อประโยชน์ต่อการบุกรุกหรือละเมิดที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลและสถาบันทางการเมือง

ทั้งนี้ คปท.ยืนยันว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของบุคคลหรือพรรคการเมืองใด แต่เป็นการยืนยันหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ การเคารพความศักดิ์สิทธิ์ของคำพิพากษาและการคุ้มครองทรัพย์สินของรัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องมีมาตรฐานจริยธรรมที่สูงกว่าประชาชนทั่วไป และการบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นไปอย่างเสมอภาคกับทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้นสำหรับผู้มีอำนาจหรือผู้มีอิทธิพลทางการเมือง

– 006

อนุทิน ยิ้มไม่ตอบปมคอมเมนต์แซวรีดเงินเดือนละ 5 ล้าน ตีมึนถามสื่อ พูดถึงอะไรผมไม่เข้าใจ!?

อนุทิน ยิ้มไม่ตอบปมคอมเมนต์แซวรีดเงินเดือนละ 5 ล้าน ตีมึนถามสื่อ พูดถึงอะไรผมไม่เข้าใจ!?

อนุทิน ยิ้มไม่ตอบปมคอมเมนต์แซวรีดเงินเดือนละ 5 ล้าน ตีมึนถามสื่อ พูดถึงอะไรผมไม่เข้าใจ!?

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.51 น.

อนุทิน ยิ้มไม่ตอบปมคอมเมนต์แซวรีดเงินเดือนละ 5 ล้าน ตีมึนถามสื่อ พูดถึงอะไรผมไม่เข้าใจ!?

เมื่อเวลา 11.18 น.วันที่ 10 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไปตอบคอมเมนต์แซวว่า “อิอิ ทายกี่ทีก็ถูกว่าเป็นใคร” ในโพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ระบุว่ามีกลุ่มบุคคลพยายามขุดคุ้ยข้อมูลนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม และ PT เพื่อรีดเงินเดือนละ 5 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับตามที่ต้องการ เป็นการตอบของแอดมินหรือนายกฯ ตอบเอง โดยนายกฯ ยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ดูแอคเคาท์หรอ พูดถึงอะไรผมไม่เข้าใจ”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเรื่องรีดเงิน 5 ล้าน นายกฯ ไปตอบเองหรือไม่ นายกฯ หยุดฟัง แต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า

เลขาฯ สมช. รับ ยังต้องติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมร รอประเมินท่าที ฮุนเซน

เลขาฯ สมช. รับ ยังต้องติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมร รอประเมินท่าที ฮุนเซน

เลขาฯ สมช. รับ ยังต้องติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมร รอประเมินท่าที ฮุนเซน

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.36 น.

เลขาฯ สมช. รับ ยังต้องติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมร รอประเมินท่าที ฮุนเซน ย้ำทั้ง 2 ชาติต้องยึดกรอบเจรจาหยุดยิง 

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเขตแดนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS ภายหลังกัมพูชาเดินหน้าใช้กฎหมายประนีประนอมภาคบังคับ ว่า เรื่องนี้อยู่ในการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ โดยจะมีกลไกในการพิจารณาเตรียมการเรื่องรายละเอียด

เมื่อถามถึงความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนภายหลังกัมพูชาได้รับมอบรถถังจากจีน และเคลื่อนย้ายไปยังบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา นายฉัตรชัย กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่เราต้องติดตาม ซึ่งสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงเปราะบาง แต่เรายังยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิงที่ได้ดำเนินการไว้ ตนเชื่อว่า อยู่ในสภาวะที่สามารถควบคุมได้ ในระดับพื้นที่หรือระดับท้องถิ่น อย่างพอที่จะพูดคุยกันได้ แม้จะมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่สามารถพูดคุยกันได้ ซึ่งพอให้เดินหน้าไปได้

เมื่อถามถึงท่าทีของสมเด็จ ฮุนเซน  ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาระบุว่า จะใช้กลไกการเจรจาและกำลังทหารในการทวงคืนดินแดนจากไทย เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า เข้าใจว่า ท่านต้องพูดในบริบทเช่นนั้น แต่ในฝ่ายไทยคงมีแนวทางที่เหมาะสม ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ไว้ ตนยังไม่อาจจะประเมินได้ว่าสมเด็จ ฮุนเซน จะใช้แนวทางเช่นนั้นจริงๆ แต่ยืนยันว่า เราพร้อมในส่วนของเรา อย่างไรก็ตาม จะต้องประเมินและติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

เมื่อถามว่า ท่าทีของสมเด็จ ฮุนเซน ประเมินยากหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ต้องติดตามว่าเป็นอย่างไร ส่วนจะยากหรือไม่นั้น ต้องไปพิจารณาดูอีกที ย้ำว่า ข้อตกลงหยุดยิงยังเป็นกรอบที่ 2 ประเทศจะต้องดำเนินการ แม้แต่ในนายกฯ กัมพูชาก็ระบุจะยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง

ไชยชนก มั่นใจ ปมเขากระโดง ไม่เป็นจุดอ่อนรัฐบาล ชี้ ปู่ชัยเซ็นคืนส่วน 6 ไร่ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครอง

ไชยชนก มั่นใจ ปมเขากระโดง ไม่เป็นจุดอ่อนรัฐบาล ชี้ ปู่ชัยเซ็นคืนส่วน 6 ไร่ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครอง

ไชยชนก มั่นใจ ปมเขากระโดง ไม่เป็นจุดอ่อนรัฐบาล ชี้ ปู่ชัยเซ็นคืนส่วน 6 ไร่ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครอง

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.15 น.

ไชยชนก มั่นใจ ปมเขากระโดง ไม่เป็นจุดอ่อนรัฐบาล ขอย้ำคำเดิมเรื่องเอกสารสิทธิ์ยึดความถูกต้อง ชี้ ปู่ชัยเซ็นคืนส่วน 6 ไร่ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครอง รายละเอียดขอทีมกฎหมายดำเนินการ

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีทวงถามเกี่ยวกับเรื่องที่ดินเขากระโดง ว่า ตามที่ได้ศึกษาข้อมูลมาขอให้ปล่อยไปตามกระบวนการกฎหมาย และขอยืนยันเหมือนเดิมตามที่เคยบอกในเรื่องของสิทธิ์ และความถูกต้อง 

“สำหรับในส่วนที่ถูกขุดขึ้นมาเป็นประเด็น คือเรื่องของนายชัย ชิดชอบ เรื่องนี้ผมอยากให้ไปเช็กข้อมูลด้วยตัวเอง ไม่ต้องฟังจากปากผม ซึ่งเรื่องเนื้อที่ที่ปู่ชัยเซ็น เพราะไม่มีเอกสารสิทธิ์มีเพียง 6 ไร่ และเห็นแล้วว่าหากไม่มีเอกสารสิทธิ์ ครอบครัวของเราก็เซ็นอยู่แล้ว อะไรที่ไม่มีสิทธิ์และไม่ถูกต้อง เราต้องยึดมั่นในความถูกต้อง แต่พื้นที่ที่เหลือมันมีเอกสารสิทธิ์ และเราครอบครองอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ก็ขอปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย” นายไชยชนก

เมื่อถามว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ฟ้องในส่วนของที่ดินที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวชิดชอบหรือไม่ นายไชยชนก ระบุว่า ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนกระบวนการของกฎหมาย ขอให้เป็นเรื่องของทีมฝ่ายกฎหมายมาตอบเพื่อความชัดเจน

เมื่อถามว่า ประเด็นดังกล่าวนี้จะเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายไชยชนก ยืนยันว่า ”ผมคิดว่าไม่“