อยากคางสวยรับหน้า ฉีดฟิลเลอร์คางตอบโจทย์ไหม? ข้อดี ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

อยากคางสวยรับหน้า ฉีดฟิลเลอร์คางตอบโจทย์ไหม? ข้อดี ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

อยากคางสวยรับหน้า ฉีดฟิลเลอร์คางตอบโจทย์ไหม? ข้อดี ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.10 น.

“ฟิลเลอร์คาง” ถือเป็นหัตถการอันดับต้น ๆ ที่สาว ๆ และหนุ่ม ๆ นิยมทำกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวยาวขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด แถมเห็นผลทันทีหลังฉีด แต่เชื่อว่าหลายคนก็ยังมีคำถามอยู่ในใจ เช่น “ฉีดฟิลเลอร์คาง ที่ไหนดี?, ฟิลเลอร์คาง ช่วยให้หน้าวีขึ้นจริงไหม? และทำแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน ปลอดภัยไหม?

บทความนี้เราจะมาเคลียร์ทุกข้อสงสัยให้หมด พร้อมแชร์เทคนิคเลือกคลินิกแบบไม่พลาด เพื่อให้คุณฉีดฟิลเลอร์คางได้อย่างมั่นใจและสวยอย่างปลอดภัย

ฟิลเลอร์คาง คืออะไร? ทำไมถึงฮิตในยุคนี้

ฟิลเลอร์คาง (Chin Filler) คือการฉีดสารเติมเต็มชนิด “ไฮยาลูโรนิกแอซิด” หรือสาร HA เข้าไปบริเวณคาง เพื่อเพิ่มความยาว เติมเต็มจุดเว้า หรือปรับองศาให้ใบหน้าดูเรียวยาวและสมดุลมากขึ้น

เหตุผลที่ฟิลเลอร์คางได้รับความนิยมเพราะ

●      เห็นผลทันทีหลังฉีด ไม่ต้องพักฟื้น

●      เจ็บน้อย ใช้เวลาแค่ 15–30 นาที

●      ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีรอยแผลเป็น

●      สามารถฉีดละลายฟิลเลอร์คางออกได้ หากเติมไปแล้วไม่ชอบทรง

นอกจากนี้ ฟิลเลอร์คางยังช่วยแก้ปัญหาได้หลากหลาย เช่น คางสั้น คางตัด หน้าดูไม่มีมิติ หรืออยากให้กรอบหน้าดูวีชัดขึ้น

ฟิลเลอร์คาง ช่วยให้หน้าวีขึ้นจริงไหม?

คำตอบคือ จริง! แต่ต้องเข้าใจหลักการก่อนว่า ฟิลเลอร์คางไม่ได้ทำให้หน้าวีเชฟ (V-Shape)โดยตรงเหมือนศัลยกรรมเสริมซิลิโคนคางนะ แต่เป็นการปรับสมดุลสัดส่วนของใบหน้า เอาง่ายคือ ถ้าคางของเราสั้นหรือถอยหลังเกินไป ใบหน้าจะดูสั้นและกลม พอเติมฟิลเลอร์เข้าไปเล็กน้อย คางจะยาวขึ้นพอดี ทำให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้นแบบธรรมชาติ และสิ่งสำคัญคือหมอต้องเข้าใจ สัดส่วนทองคำของใบหน้า (Golden Ratio) ถ้าฉีดในองศาที่ถูกต้อง จะไม่โป๊ะ ไม่แหลมเกิน และยังช่วยให้โครงหน้าดูละมุนขึ้นมาก

สรุปสั้น ๆ ก็คือ ฟิลเลอร์คางช่วยให้หน้าวีขึ้นได้จริง แต่ต้องอาศัยเทคนิคการฉีดที่เข้าใจโครงสร้างหน้า ไม่ใช่แค่เติมให้ยาวได้อย่างเดียว

ฉีดฟิลเลอร์คางที่ไหนดี เลือกยังไงให้ปลอดภัย

นี่คือคำถามยอดฮิตที่สุด และก็คำตอบที่ต้องละเอียดที่สุดด้วย เพราะ “ของแท้–หมอจริง” คือหัวใจของความปลอดภัย ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกคลินิก ควรเช็กสิ่งเหล่านี้ให้ครบ

1. หมอต้องมีใบประกอบวิชาชีพจริง

● ตรวจสอบได้จากแพทยสภา

ควรเช็กชื่อ-นามสกุล ของแพทย์ ให้ตรงกับที่ขึ้นทะเบียนไว้ในระบบของแพทยสภา เพื่อมั่นใจว่าหมอที่ฉีดให้เป็นแพทย์จริง ไม่ใช่หมอกำมะลอหรือผู้ช่วยที่แอบรับจ็อบทำหัตถการ เพราะถ้าฉีดโดยคนที่ไม่ใช่แพทย์ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างการฉีดผิดชั้น ผิวเนื้อตาย หรือฟิลเลอร์ไหลผิดตำแหน่งได้

● เลือกหมอที่เชี่ยวชาญด้านปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ

หมอที่มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้า จะเข้าใจโครงสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ และสัดส่วนใบหน้าในแต่ละบุคคลได้ดี จึงสามารถออกแบบคางให้เข้ากับรูปหน้าโดยรวม ไม่แหลมเกินไป ไม่แข็งหรือเทียมจนเกินจริง ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูละมุนเป็นธรรมชาติ และลดความเสี่ยงในการเกิดก้อนหรือฟิลเลอร์ไหล

2. ฟิลเลอร์ต้องเป็นของแท้ ผ่าน อย. ไทย

ตรวจดู กล่อง-สติ๊กเกอร์-QR Code เพื่อดูว่าเป็นของแท้หรือเปล่า ซึ่งในไทยตอนนี้มียี่ห้อฟิลเลอร์ยอดนิยม เช่น Restylane, Juvederm, Neuramis, Belotero, Revanesse เป็นต้น

3. ดูรีวิวและผลงานจริงของคลินิก

● ดูเคสก่อน-หลังฉีด จากลูกค้าจริง

ควรดูรีวิวจากหลากหลายเคส ทั้งในเพจคลินิก เว็บไซต์ หรือรีวิวจากลูกค้าจริงในโซเชียล เพื่อดูความสม่ำเสมอของผลงาน ไม่ใช่แค่รูปโปรโมตที่อาจผ่านการแต่งภาพ เพราะเคสจริงจะสะท้อนฝีมือและสไตล์การออกแบบของหมอได้ดีที่สุด

●  สังเกตความเนียนของรูปหน้า

ดูว่าหลังฉีดแล้วคางดูรับกับใบหน้าไหม? มีความกลมกลืน ไม่แหลม ไม่บวม หรือไม่เป็นก้อน เพราะหมอที่มีเทคนิคดีจะสามารถวางฟิลเลอร์ได้พอดีจุด ให้รูปหน้าดูละมุนแต่คมอย่างเป็นธรรมชาติ

4. สถานที่สะอาด ปลอดภัย มีใบอนุญาตถูกต้อง

● มีห้องหัตถการแยกจากพื้นที่ทั่วไป

ห้องฉีดควรเป็นห้องปลอดเชื้อ มีอุปกรณ์ครบ และแยกจากบริเวณรับรองลูกค้าอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนหรือการติดเชื้อหลังทำหัตถการ

● ใช้เข็มใหม่ทุกเคส

ทุกครั้งก่อนฉีด ควรเห็นแพทย์แกะกล่องเข็มและอุปกรณ์ต่อหน้า เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยและความสะอาด 100% เพราะการใช้เข็มซ้ำหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาดอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือการอักเสบได้

ราคาและระยะเวลาการอยู่ตัวของฟิลเลอร์คาง

ราคาฟิลเลอร์คาง จะขึ้นอยู่กับ ยี่ห้อและจำนวนซีซีที่ใช้  ซึ่งปกติแล้วฟิลเลอร์ 1 ซีซี จะมีราคาตั้งแต่ 12,000-20,000 บาท และโดยทั่วไป ฟิลเลอร์คางจะอยู่ได้นานเฉลี่ย 1-1.5 ปี แต่ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง เช่น ดื่มน้ำเพียงพอ หลีกเลี่ยงไม่ให้คางโดนความร้อน และไม่กดนวดบริเวณคางแรง ๆ เป็นต้น

ข้อควรรู้ก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์คาง

โดยทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์คางเสร็จ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที ไม่ต้องพักฟื้น แต่ก็ควรมีสิ่งที่พึงระวังทั้งก่อนฉีด-หลังฉีด ดังนี้

ก่อนฉีด

●      งดวิตามินอี น้ำมันปลา แอสไพริน และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 3 วัน

●      ควรพักผ่อนให้เพียงพอ

●      หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนา ๆ ในวันฉีด

หลังฉีด

●      ห้ามนวดคางหรือสัมผัสแรง ๆ 48 ชั่วโมง

●      งดความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ

●      ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อให้ฟิลเลอร์ฟูเต็ม

●      งดออกกำลังกายหนัก 1-2 วันแรก

●      หากมีรอยบวมเล็กน้อยให้ประคบเย็น

ฟิลเลอร์คางเหมาะกับใครบ้าง

หมอจะประเมินตามรูปหน้าแต่ละคนว่า ควรเพิ่มมุม-องศา-ความยาวแค่ไหน เพื่อให้สัดส่วนใบหน้าดูบาลานซ์ที่สุด

●      คนที่มี คางสั้น คางตัด หรือคางถอย

●      คนที่อยากให้ ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้นแบบธรรมชาติ

●      คนที่มี หน้ากลม อยากให้กรอบหน้าคมขึ้น

●      คนที่อยากปรับรูปหน้าโดยไม่ผ่าตัด

●      หรือแม้แต่ผู้ชายที่อยากให้คางดูแมนขึ้นก็ทำได้

ฟิลเลอร์คาง อยู่ได้นานไหม?

โดยเฉลี่ยจะอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน หลังจากนั้นสาร HA จะค่อย ๆ สลายไปเองอย่างปลอดภัย ซึ่งสามารถกลับมาฉีดเติมได้เรื่อย ๆ โดยไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าอยากให้ฟิลเลอร์คางอยู่ได้นานขึ้น แนะนำว่าให้เลือกฟิลเลอร์แท้จากคลินิกที่ไว้ใจได้ เพราะจะได้ฟิลเลอร์แท้ คุณภาพดี ร่วมกับต้องดูแลสุขภาพผิวและดื่มน้ำให้เพียงพอ งดกิจกรรมที่ทำให้คางร้อนหรือถูกแรงกดบ่อย

ฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม?

ถ้าฉีดโดยหมอที่มีประสบการณ์ และใช้ฟิลเลอร์แท้ ปลอดภัยแน่นอน แต่ถ้าไปฉีดกับหมอกระเป๋า หรือใช้ฟิลเลอร์ปลอม อันตรายถึงขั้น “เนื้อตาย” หรือ “ติดเชื้อรุนแรง” ได้เลย เพราะบริเวณคางมีเส้นเลือดและเส้นประสาทจำนวนมาก ถ้าฉีดผิดตำแหน่งอาจเกิดอาการบวมช้ำหรืออุดตันเส้นเลือดได้

สรุป ฟิลเลอร์คางไม่ใช่ได้ช่วยแค่ให้คาง V-Shape แต่คือศิลปะของสัดส่วน

ฟิลเลอร์คางช่วยปรับรูปหน้าให้ดูวีขึ้นจริง ถ้าทำโดยแพทย์ที่เข้าใจสัดส่วนและเลือกฟิลเลอร์แท้ที่เหมาะกับใบหน้าแต่ละคน

ดังนั้นก่อนตัดสินใจฉีด อย่าดูแค่ราคาถูก ๆ  แต่ให้ดูว่าที่เราจะไปฉีด เป็นคลินิกได้มาตรฐานไหม? ปลอดภัยหรือเปล่า, ใช้ฟิลเลอร์แท้ไหม?  และหมอมีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าหรือเปล่า? เพราะแม้ว่าคาง จะเป็นสัดส่วนเล็ก ๆ แต่มีผลต่อความบาลานซ์ของใบหน้าอย่างมากเลยนะ ลองเลือกให้ดีสักครั้ง เพื่อผลลัพธ์จะได้ทำออกมาดูละมุน เรียวสวย และเสริมความมั่นใจได้ยาว ๆ

บอกลาตาแพนด้าด้วยฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำให้กลับมาสดใส

บอกลาตาแพนด้าด้วยฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำให้กลับมาสดใส

บอกลาตาแพนด้าด้วยฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำให้กลับมาสดใส

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.35 น.

ใต้ตาคล้ำ ใต้ตาลึก หรือร่องน้ำตาที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ เป็นปัญหาที่หลายคนต้องเจอ แม้จะพักผ่อนเต็มที่หรือบำรุงผิวอย่างดีแล้วก็ตามก็ยังรู้สึกว่าหน้าดูโทรม ไม่สดใสเหมือนเดิม โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้สายตากับหน้าจอแทบทั้งวัน ปัญหานี้ยิ่งเห็นชัดขึ้นแบบเลี่ยงไม่ได้

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงเป็นหัตถการที่ฮิตมากๆ ซึ่งเป็นการเติมเต็มบริเวณร่องลึกใต้ตาด้วยสารกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) เพื่อช่วยให้ผิวบริเวณนั้นดูเรียบเนียนขึ้นและลดเงาที่ทำให้ใต้ตาดูคล้ำลง ช่วยปรับสมดุลเล็กๆ ที่ส่งผลต่อภาพรวมของใบหน้า ทำให้หลายคนรู้สึกว่าหน้าดูสดใสมากขึ้น

ใต้ตาคล้ำเกิดจากอะไร

หลายคนอาจเคยลองแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำด้วยการนอนให้พอ ทาครีมบำรุง หรือมาสก์ใต้ตา แต่ผลลัพธ์กลับไม่เปลี่ยนเท่าที่หวัง ซึ่งอาจเป็นเพราะต้นตอของปัญหาไม่ได้มาจากการพักผ่อนเพียงอย่างเดียวค่ะ

จริงๆ แล้วอาการใต้ตาคล้ำสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งโครงสร้างผิว พันธุกรรม ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย ดังนี้

พันธุกรรมและโครงสร้างใต้ตา

บางคนใต้ตาคล้ำมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมและโครงสร้างกระดูกเบ้าตา (orbital bone structure) ที่ทำให้เกิดเงาบริเวณใต้ตาได้ง่าย รวมถึงการมีร่องน้ำตา (tear trough) ที่ลึกกว่าปกติ ในเคสลักษณะนี้ การดูแลด้วยสกินแคร์อาจช่วยได้ในระดับหนึ่งแต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด จึงเป็นเหตุผลที่มีการนำฟิลเลอร์ใต้ตามาใช้เพื่อเติมเต็มร่องลึกและช่วยลดเงาที่ทำให้ใต้ตาดูคล้ำลงค่ะ

ผิวบาง เส้นเลือดชัด ทำให้ดูคล้ำ

บริเวณใต้ตาเป็นจุดที่ผิวบางมากอยู่แล้ว ทำให้เส้นเลือดใต้ผิวหนังสามารถมองเห็นได้ชัด โดยเฉพาะคนที่มีผิวขาวหรือผิวบางเป็นพิเศษ สีของเส้นเลือดอาจสะท้อนออกมาเป็นโทนม่วง น้ำเงิน หรือคล้ำๆ ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งเห็นได้ชัด เพราะคอลลาเจนลดลงผิวยิ่งบางลงไปอีก การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงช่วยเพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิว (soft tissue support) ทำให้สีของเส้นเลือดดูไม่เด่นชัดเท่าเดิม แต่ทั้งนี้ต้องประเมินเป็นรายบุคคลโดยแพทย์ค่ะ

ใต้ตาลึก ร่องน้ำตาชัด ทำให้หน้าดูโทรม

อีกหนึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยคือใต้ตาลึกหรือมีร่องน้ำตาชัด ซึ่งทำให้เกิดเงาตกกระทบ (shadowing effect) ส่งผลให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ดูมีอายุ แม้จริงๆ จะไม่ได้มีปัญหาสีผิวคล้ำมากนัก การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงช่วยเติมเต็มบริเวณที่ยุบตัว ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นและลดความต่างของระดับผิว ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูสดใสขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ

ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร

ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหนึ่งในหัตถการที่ถูกพูดถึงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีปัญหาใต้ตาลึกหรือมีร่องน้ำตาชัด ซึ่งเป็นปัญหาที่สกินแคร์ทั่วไปอาจดูแลได้ไม่ตรงจุด

ฟิลเลอร์ใต้ตาโดยทั่วไปคือสารเติมเต็มในกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติอุ้มน้ำและช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เมื่อฉีดในปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยปรับระดับผิวบริเวณใต้ตาให้ดูเรียบเนียนขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และลักษณะผิวของแต่ละคนด้วย

ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มร่องลึกใต้ตา

ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มบริเวณที่เกิดการยุบตัว เช่น ร่องน้ำตาหรือใต้ตาที่ลึก เมื่อผิวมีความต่างระดับน้อยลง เงาที่เคยตกกระทบจนทำให้ดูคล้ำก็จะลดลงไปด้วย โดยแพทย์จะพิจารณาชั้นผิว (layer) และตำแหน่งการฉีดอย่างละเอียดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับโครงหน้าเดิม ไม่ดูบวมเกินไป และยังคงความเป็นธรรมชาติ

ปรับผิวใต้ตาให้เรียบเนียน ดูสว่างขึ้น

การที่ผิวถูกเติมเต็มและเรียบเนียนขึ้นจะช่วยลดการเกิดเงาใต้ตา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดูคล้ำ ฟิลเลอร์จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณนั้น ทำให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ภาพรวมของใต้ตาดูสดใสขึ้น ผิวดูสว่างมากขึ้น

เห็นผลไว ไม่ต้องพักฟื้นนาน

อีกจุดหนึ่งที่หลายคนสนใจคือระยะเวลาในการเห็นผล โดยทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างเร็ว (ทั้งนี้อาจมีอาการบวมเล็กน้อยในช่วงแรก) และส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนาน

ฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับใคร และใครบ้างที่ควรเลี่ยง

คนที่มีใต้ตาคล้ำจากร่องลึก

คนที่มีใต้ตาคล้ำจากร่องลึกถือว่าเหมาะแก่การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามากที่สุด โดยเฉพาะคนที่มีร่องน้ำตาลึกหรือใต้ตายุบตัวจนเกิดเงา ฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยเติมเต็มบริเวณที่ยุบทำให้ระดับผิวดูสม่ำเสมอขึ้น เงาที่เคยทำให้ดูคล้ำก็จะลดลง ส่งผลให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นตามไปด้วย

คนที่อยากดูสดใสขึ้นแบบเร่งด่วน

สำหรับคนที่ต้องออกงาน พบลูกค้า หรืออยากปรับลุคให้ดูเฟรชขึ้นในระยะเวลาไม่นาน ฟิลเลอร์ใต้ตาก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นิยม เนื่องจากเป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน และโดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ (อาจมีบวมเล็กน้อยในช่วงแรก) จึงเหมาะกับคนที่ไม่สะดวกพักฟื้นยาวๆ แต่ก็ควรทำความเข้าใจว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และอาจไม่ได้เห็นผลหลังทำในทันที

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ใต้ตาไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำจากเม็ดสีผิวเป็นหลัก ผู้มีถุงใต้ตาขนาดใหญ่ หรือผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก นอกจากนี้ ผู้ที่มีการอักเสบ ติดเชื้อบริเวณผิวหนัง หรือมีโรคประจำตัวบางอย่างก็ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การประเมินใบหน้าก่อนฉีด

ก่อนเริ่มฉีดฟิลเลอร์ แพทย์จะทำการประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นระดับความลึกของร่องใต้ตา ความหนาของผิว ปริมาณไขมันใต้ตา รวมถึงลักษณะการเกิดเงา อาจมีการวิเคราะห์ร่วมกับสัดส่วนใบหน้าโดยรวม เพื่อวางแผนตำแหน่งและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม ซึ่งขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะช่วยลดความเสี่ยงของผลลัพธ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ เช่น ใต้ตาดูบวม หรือเกิดก้อนค่ะ

ขั้นตอนการฉีดใช้เวลาประมาณเท่าไหร่

เมื่อวางแผนเรียบร้อยแล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนการฉีด โดยทั่วไปจะมีการทำความสะอาดผิวและอาจใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อลดความรู้สึกระหว่างทำ

เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีหลายรูปแบบ เช่น การใช้เข็ม (needle) หรือเข็มทู่ (cannula) ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละเคส ระยะเวลาในการทำอยู่ที่ประมาณ 20-40 นาที ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและรายละเอียดของการแก้ไขค่ะ

ความรู้สึกระหว่างทำ และการดูแลหลังทำ

ระหว่างฉีดหลายคนจะรู้สึกตึงๆ หรือหน่วงเล็กน้อยบริเวณใต้ตา แต่โดยรวมอยู่ในระดับที่ทนได้และใช้เวลาไม่นาน หลังทำอาจมีอาการบวมหรือรอยช้ำเล็กน้อย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้เป็นปกติในช่วงแรก

การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เช่น หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสแรงๆ บริเวณที่ฉีด งดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนสูง เช่น ซาวน่า หรือออกกำลังกายในช่วง 1-2 วันแรก และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

โดยรวมแล้ว ขั้นตอนของฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ได้ยุ่งยาก แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละขั้นตอนมีผลต่อผลลัพธ์ค่อนข้างมาก การเลือกสถานพยาบาลและแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบทุนการศึกษาเยาวชนเรียนดี ชลบุรี – ฉะเชิงเทรา สานฝันการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบทุนการศึกษาเยาวชนเรียนดี ชลบุรี – ฉะเชิงเทรา สานฝันการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบทุนการศึกษาเยาวชนเรียนดี ชลบุรี – ฉะเชิงเทรา สานฝันการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.32 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับมูลนิธิยังมีเรา ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรีและฉะเชิงเทรา มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนเรียนดี ภายใต้ โครงการสานฝันการศึกษา ประจำปี 2569 เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง

21 พฤษภาคม 2569 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ และนายอำนวย จันทะริส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเทคนิค ผู้แทนมูลนิธิยังมีเรา พร้อมคณะ  ลงพื้นที่มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน จำนวน 3 ราย โดยได้รับการสนับสนุนทุนจาก บริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และสร้างกำลังใจให้เยาวชนที่มีผลการเรียนดี ได้เดินหน้าศึกษาต่อและพัฒนาศักยภาพของตนเอง พร้อมทั้งมอบขนมขบเคี้ยวและผ้าอ้อมผู้ใหญ่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและส่งต่อกำลังใจให้แก่ครอบครัวของเยาวชนอีกด้วย

สำหรับรายแรก ได้มอบทุนการศึกษา จำนวน 6,000 บาท ให้แก่ นางสาวฟ้าสิริน ศรีวิสรณ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสุรศักดิ์ ณ ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี รายที่สองมอบทุนการศึกษา จำนวน 10,000 บาท ให้แก่ นางสาวพัชรินทร์ ไชยศรี นักศึกษาระดับอุดมศึกษา คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ณ ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี และรายสุดท้ายมอบทุนการศึกษา จำนวน 6,000 บาท ให้แก่ เด็กชายภาคิน ปานมณี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ณ ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา สำหรับเยาวชนทั้ง 3 ราย ล้วนเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี ใฝ่เรียนรู้ มีความกตัญญู และยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เพื่อนนักเรียนในสถานศึกษา แม้จะมีข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์ แต่ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้แก่ตนเองและครอบครัว

นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์เชื่อมั่นว่า การศึกษาคือ รากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และเป็นพลังสำคัญในการสร้างอนาคตของเยาวชนไทย พร้อมยืนยันเดินหน้าส่งต่อโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคตต่อไป

ทั้งนี้โครงการสานฝันการศึกษา ของมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว ทางมูลนิธิฯ จะยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนด้านการศึกษา เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสที่ยั่งยืนแก่เยาวชนไทย ให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต

UFM สานต่อโครงการเพื่อสังคม จับมือโรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. ยกระดับวงการเบเกอรี่ไทยสู่มาตรฐานสากล

UFM สานต่อโครงการเพื่อสังคม จับมือโรงเรียนฝึกอาชีพ กทม.  ยกระดับวงการเบเกอรี่ไทยสู่มาตรฐานสากล

UFM สานต่อโครงการเพื่อสังคม จับมือโรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. ยกระดับวงการเบเกอรี่ไทยสู่มาตรฐานสากล

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.09 น.

ตอกย้ำจุดยืนสร้างงาน สร้างอาชีพ UFM มอบแป้งสาลีสำหรับใช้ในการเรียนการสอน  หวังสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้อย่างยั่งยืน 

นางวันทนา ทองไทย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูไนเต็ดฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ UFM ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแป้งสาลีรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทฯมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่ง ในการถ่ายทอดความรู้เพิ่มทักษะ พัฒนาฝีมือ ให้กับประชาชนที่สนใจการทำเบเกอรี่ เพื่อนำไปต่อยอดสร้างงาน สร้างอาชีพ มีรายได้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน อีกทั้งยังต้องการยกระดับวงการเบเกอรี่ไทย  
สู่มาตรฐานสากล ดังนั้น ในปีนี้บริษัทฯ จึงได้จัดโครงการ “UFM สานต่อโครงการเพื่อสังคมสร้างอาชีพ  ให้คนไทย สนับสนุนโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร” อย่างต่อเนื่อง มอบผลิตภัณฑ์แป้งสาลี ตราว่าว, ตราหงส์ขาว, ตราพัดโบก, ตราบัวแดง, แป้งโฮลวีต และ แป้งทอดกรอบ ตรา UFM  จำนวนกว่า 1,000 ลัง ใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการเรียนการสอน เพื่อให้มีความหลากหลายและตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภคในปัจจุบัน 

ปีที่ผ่านมีประชาชนสนใจเข้าเรียนหลักสูตรขนมอบและเบเกอรี่จากโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานครทั้ง 10 แห่ง กว่า 1,500 คน การที่ผู้เรียนใช้วัตถุดิบแป้งข้าวสาลีที่ดีมีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากล จะช่วยให้ควบคุมโครงสร้างของขนมได้ตามสูตรมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นความเหนียวนุ่มของขนมปัง หรือความเบาฟูของเค้ก เนื้อขนมมีความละเอียดน่ารับประทาน ไม่มีกลิ่นอับหรือกลิ่นหืน ช่วยดึงรสชาติและกลิ่นหอมของวัตถุดิบอื่น ๆ เช่น เนยและนม ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น  

ประธานกรรมการบริหาร กล่าวต่อว่า นอกจากโครงการที่ดำเนินการร่วมกับโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพฯ แล้ว UFM ยังได้ถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญของโรงเรียนสอนทำขนมอบและอาหารยูเอฟเอ็ม ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ผ่านโครงการ UFM Train the Trainer อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และมหาวิทยาลัยราชมงคลพระนคร รวมถึงโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพร่วมกับกรมราชทัณฑ์ ส่วนในปีนี้ทาง UFM เดินหน้าจัดทำโครงการ UFM Train the Trainer ต่อ เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านอาหารและเบเกอรี่ พัฒนาบุคลากรสู่อุตสาหกรรม ซึ่ง UFM เชื่อมั่นว่าทุกโครงการที่ทำเพื่อสังคมจะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมทักษะการประกอบอาชีพให้กับคนไทย เพื่อสร้างรายได้และเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจต่อไป

อพท. เข้าร่วมพิธีเปิดมหกรรมท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืน 2569 พร้อมจัดบูธนิทรรศการนำเสนอผลงานท่องเที่ยวยั่งยืน

อพท. เข้าร่วมพิธีเปิดมหกรรมท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืน 2569  พร้อมจัดบูธนิทรรศการนำเสนอผลงานท่องเที่ยวยั่งยืน

อพท. เข้าร่วมพิธีเปิดมหกรรมท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืน 2569 พร้อมจัดบูธนิทรรศการนำเสนอผลงานท่องเที่ยวยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.04 น.

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. มอบหมาย นางสาววัชรี ชูรักษา รองผู้อำนวยการ อพท. ด้านบริหาร เป็นผู้แทนเข้าร่วมพิธีเปิด มหกรรมท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืน ประจำปี 2569 (CBT Expo Thailand) ซึ่งจัดโดยกรมการท่องเที่ยว โอกาสนี้ อพท.ร่วมจัดบูธนิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวตามมาตรฐานสากล เพื่อร่วมผลักดันและเสริมสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนไทยให้เข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ โดยมีนายพัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี

กรุงเทพประกันภัย ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรุงเทพประกันภัย ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรุงเทพประกันภัย ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.02 น.

 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลและพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นำโดย ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เป็นประธานวางพวงมาลาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569

แม่แก้ว โพสต์ภาพร่วมเฟรม เจมส์ มาร์ พาย รินรดา แซวหวานทำแฟนคลับลุ้นข่าวดี

แม่แก้ว โพสต์ภาพร่วมเฟรม เจมส์ มาร์  พาย รินรดา แซวหวานทำแฟนคลับลุ้นข่าวดี

แม่แก้ว โพสต์ภาพร่วมเฟรม เจมส์ มาร์ พาย รินรดา แซวหวานทำแฟนคลับลุ้นข่าวดี

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.25 น.

กลายเป็นโมเมนต์ชวนยิ้มและทำเอาแฟน ๆ ฟินกันกระจาย เมื่อ “แม่แก้ว” คุณแม่ของพระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ ได้ออกมาโพสต์ภาพสุดอบอุ่นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @keaw_jung เผยให้เห็นภาพร่วมเฟรมกับคู่รักพระเอกหนุ่ม “เจมส์ มาร์” และนางเอกสาวสวย “พาย รินรดา” ที่ได้เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีในวันสำคัญของ ‘ณเดชน์’และ ‘ญาญ่า’ด้วย โดยทั้งคู่มาในลุคเรียบหรู ดูสบาย แต่แฝงไปด้วยความหวานที่ปิดไม่มิด

โดยความความอบอุ่นยิ่งทวีคูณเมื่อ “แม่แก้ว” ได้โพสต์ภาพร่วมเฟรมกับเจมส์และพายในชุดสวยหล่อริมทะเล พร้อมระบุแคปชั่นสะกิดต่อมลุ้นของแฟนคลับว่า

“รอคู่ต่อไปที่น่ารักที่สุด… @james_jamesma @pierinrada”

งานนี้ทำเอาอินสตาแกรมแทบแตก แฟนคลับและชาวเน็ตต่างพากันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์แซวกันยกใหญ่ ว่าแม่แก้วเป็นตัวแทนหมู่บ้านในการส่งแรงเชียร์ และตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นคู่ของหนุ่มเจมส์และสาวพายมีข่าวดีเรื่องวิวาห์ตามคู่ของณเดชน์-ญาญ่าไปติด ๆเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ตอกย้ำความหวานและไฟเขียวผ่านตลอดจากผู้ใหญ่ ที่ทำให้แฟน ๆ ของ #เจมส์พาย ต้องฟินจิกหมอนไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว!

เซ็กซ์สั่งได้ในวัย 40+ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเผยความลับวัยทองที่ผู้หญิงต้องรู้

เซ็กซ์สั่งได้ในวัย 40+ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเผยความลับวัยทองที่ผู้หญิงต้องรู้

เซ็กซ์สั่งได้ในวัย 40+ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเผยความลับวัยทองที่ผู้หญิงต้องรู้

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.01 น.

วัยทองแล้วแต่ยังฟินได้! เซ็กซ์ไม่หมดอายุ เปิดความลับ “เซ็กซ์สั่งได้” ในวัย 40+ จุด Climax ที่ผู้หญิงหลายคนไม่เคยรู้! เคลียร์ทุกคำถามที่ผู้หญิงสงสัย แต่ไม่กล้าถาม รายการ TUCK TALK พูดคุยกับ “หมอออมทอง พญ.นาตยา” Founder ของ Aomthong Lady Wellness Clinic แพทย์ผู้เชี่ยวชาญนรีเวชวิทยา สาขาเฉพาะทางด้านความงามนรีเวช และ Lifestyle Medicine ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกันว่าทำไมเซ็กซ์ในวัยทองถึงเป็น “น้ำพุแห่งความอ่อนเยาว์” ชะลอวัยลึกถึงระดับ DNA เชื่อมโยงกับฮอร์โมน สมอง การนอน และสุขภาพของผู้หญิงลึกกว่าที่คิด

ผู้หญิงวัยทองร่างกายเสื่อมสภาพแล้วจริงไหม ?

พญ. นาตยา: มันเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนะคะ วัยทองไม่ได้แปลว่าเรา Expire หรือหมดอายุ มันเป็นเรื่องความถดถอย ความเสื่อมสภาพร่างกายก็จริง แต่ว่ามันปรับจูนได้ ตามสถิติ เราเริ่มเข้าสู่ผู้สูงวัยเป็น Super Aged Society ประเทศไทย เพราะว่าจริง ๆ  ตัวเลขปัจจุบันปี 2025 กับ ปี 2026 ค่อนข้างน่าตกใจมาก เราเข้าสู่สังคมสูงวัยเกิน 20% ของจำนวนประชากรของเราทั้งหมดแล้ว ซึ่งตามมาตรฐานสากล เขาจะเรียกว่าเป็น Super Aged Society ซึ่งเราเป็นอันดับ 3 ของเอเชียรองแค่เกาหลีใต้กับญี่ปุ่น พอมาโฟกัสแค่เรื่องวัยทองอย่างเดียว เราเข้าสู่วัยทองก่อนอายุ 40 ปี เร็วขึ้นมาก ๆ ค่ะ เพราะว่าสมัยก่อนเราไม่ได้เข้าวัยทองกันเร็วขนาดนี้ อายุเฉลี่ยของวัยทองจริง ๆ ประมาณ 50-55 ปีด้วยซ้ำ แต่ถ้าน้อยกว่า 40 ปี ถือว่าไวมาก ๆ ซึ่งเปอร์เซ็นต์มันสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน 30 ก็มี แต่อันนี้อาจจะเป็นเรื่องของมีโรคประจำตัว เช่น เรื่องของกรรมพันธุ์หรือว่าภูมิคุ้มกันบกพร่อง ฉายแสงให้เคมีบำบัดก็จะทำให้ไข่เสื่อมก่อนวัยอันควรได้ค่ะ

อะไรคือวงจรที่ทำให้ ผู้หญิงวัยทอง หลายคนเริ่มห่างจากเรื่องทางเพศ ?

พญ. นาตยา: 3 วงจรหลัก ๆ อันแรกเลย กายภาพ เหมือนเรารู้สึกว่าไม่เป็นไร ร่างกายมันเปลี่ยน ก็คือกายภาพของเรามันเปลี่ยนไป แล้วก็เรื่องของวงจรที่ 2 คือ ฮอร์โมน มันไม่เหมือนเดิม หลายคนก็จะรู้สึกว่าฮอร์โมนมันต้องดรอปลง มันหมดแล้วหมดเลย ไม่สามารถฟื้นฟูได้ ซึ่งความจริงแล้วร่างกายเราฉลาดมากนะคะ ต่อให้รังไข่เราฝ่อแล้ว ยังผลิตฮอร์โมนสำรองได้ ผลิตได้จากต่อมหมวกไต ผลิตได้จากเซลล์ไขมันใต้ผิวหนัง ตัวเปลือกไข่ก็ยังมีประโยชน์ในการผลิตตัวแอนโดรเจน หรือฮอร์โมนเพศชายไปตลอดชีวิตของเรา ส่วนวงจรสุดท้าย วงจรที่ 3 ที่ทำให้รู้สึกว่าความสุขทางเพศเราถดถอย ก็คือเรื่องของ สมอง สั่งการเรา บางทีเรารับประสาทสัมผัสมา รับ Sensory มานะคะ ปกติสมองทำงานแบบผสานกันหลายส่วนของสมองมาก ตั้งแต่ส่วนของอารมณ์ที่รับมา คือ Sensory ขึ้นมาที่สมอง ไปที่สมองส่วน Limbic system แล้วก็ทำให้ Hypothalamus คือต่อมใต้สมองจะหลั่งฮอร์โมนออกมาคือ Oxytocin กับ Dopamine ก็คือฮอร์โมนของความพึงพอใจ ของความสุขสม ส่วน Oxytocin คือ love hormone เริ่มผูกพันแบบให้ไปต่อ รู้สึกว่าอยากให้เขาสัมผัสเราต่อ แต่ถ้าเรามีการคิดนำไปละ เราไม่โฟกัสอยู่ตรงเซนส์ของเราตรงนั้น คิดว่าเมื่อไหร่จะถึงจุดสุดยอดหรือกังวลนิดหนึ่ง เราไม่ได้ปิดสวิตช์ตัวฮอร์โมนของสมองส่วนหน้า เพราะมนุษย์เราฉลาดมาก เราคิดตลอดเวลา ที่สมองส่วนหน้าเราไม่ยอมปล่อยให้สัญชาตญาณดิบทำงานอย่างเดียว ไม่ยอมปิดสวิตช์ก็จะไม่ถึง Climax ถ้าเราคิดตลอดเวลา

การถึงจุดสุดยอดในวัยทองไม่ได้เป็นเรื่องแค่ความสุข แต่ส่งผลต่อสุขภาพการมีชีวิตที่ยืนยาวและแข็งแรง Longevity ด้วย ?

พญ. นาตยา: เขาเรียกว่า Synergy คือน้ำพุแห่งความอ่อนเยาว์ ฮอร์โมนมันไม่ได้มีแค่เพศหญิงเพศชายเท่านั้น การถึงจุด Climax มันหลั่งฮอร์โมน เรียกว่า Hormone Bomb ออกมาเลยหลาย ๆ ตัว ปรับ 3 วงจรเรา ปรับจูนใหม่ เรื่องกายภาพ เรื่องอารมณ์ แล้วก็ในเรื่องของสมองของเรา 3 ส่วน ก็คือเรื่องกายภาพ ความมั่นใจในรูปร่าง ในเรื่องของจุดซ่อนเร้นของเรา ที่เราจะปรับจูนเขาได้ อันไหนที่เป็นความเสื่อมเราก็ฟื้นฟูเตรียมความพร้อมก่อนได้ เรื่องของอารมณ์ก็เป็นผลจากฮอร์โมนส่วนหนึ่ง อาจจะต้องมีการทำ Personalized Check-up ว่าเราขาดตัวไหนเราเสริมตัวนั้น จะมีความในเรื่องของฮอร์โมนที่เป็น Bio-identical อาหารการกินก็มีส่วนช่วยในการผลิตฮอร์โมนเยอะ ก็จะแยกเป็นแต่ละชนิดเลยว่าฮอร์โมนเพศหญิงต้องทานตัวไหนเสริมได้ DHEA ทานตัวไหนเสริมได้ หรือว่า Progesterone เป็นฮอร์โมนเพศหญิงอีกตัวหนึ่งที่เราก็หาทานได้ที่อาหาร

ฮอร์โมน DHEA ช่วยอะไรบ้าง ?

พญ. นาตยา: ธรรมชาติของ DHEA ผลิตจากต่อมหมวกไต เป็นฮอร์โมนที่เป็นสารตั้งต้นเลย    ในการที่เราจะเปลี่ยนไปเป็นฮอร์โมนเพศหญิงหรือฮอร์โมนเพศชายก็ได้ และก็เป็นสาร Anti Aging ลดการอักเสบในร่างกาย เราจะดูปริมาณ DHEA ตามช่วงอายุขัยของเรา ถ้าเราอายุเท่านี้ แต่ปริมาณ DHEA เราไปไกลแล้ว เกินโอเวอร์ไป 10 ปีแล้ว อันนี้ถือว่าเราใช้ร่างกายอย่างหนักหน่วง เกิดการอักเสบนำหน้าอายุของเราไปไกลแล้ว เราถึงต้องทานเสริมด้วย ซึ่งต้องเป็นหมอสั่งเท่านั้น

แล้วอีกอันคืออะไร ?

พญ. นาตยา: เราต้องมีตัวจุดชนวนก่อน คือ ฮอร์โมนเพศชาย หลายคนไม่รู้ หญิงทำไมจะต้องมีฮอร์โมนเพศชายด้วยจำเป็นมาก ฮอร์โมนเพศชายคือตัวจุดชนวนทำให้เราตื่นตัว ทำให้เราอยากมีอารมณ์ที่เราจะสัมผัสกัน อีกตัวหนึ่งคือฮอร์โมน Oxytocin หรือ love hormone อันนี้คือฮอร์โมนเหมือนแม่ลูก ความผูกพัน แต่ระหว่างคู่รักเราก็ต้องจำเป็นต้องมีฮอร์โมนตัวนี้

จุดที่ทำให้ผู้หญิงมีความสุขอยู่ตรงไหน ?

พญ. นาตยา: เขาเรียกว่า Erotic Zone เราต้องสำรวจตัวเอง หลายคนก็เข้ามาปรึกษาว่า มีลูก 3 คนแล้วก็ยังไม่เคยถึงจุด Climax เลยในชีวิตก็มี ภาษาหมอเขาเรียกว่า Anorgasmia คือไม่รู้เลยว่าประสาทสัมผัสว่าเวลาเราปลดปล่อยตรงนั้นออกมามันเป็นอย่างไร จริง ๆ มันผสมผสานกันหลายสาเหตุ ถ้าในทางที่หมอช่วยฟื้นฟูได้ก็เรื่องของกายภาพ เช่น การดูว่าปมประสาทมีปัญหาไหม ฝ่อไปเยอะหรือยัง แต่เราฟื้นฟูเราจูนให้มันฟื้นคืนชีพได้

จุด Erotic Zone ของผู้หญิง อยู่ตรงไหน ?

พญ. นาตยา: จะแบ่งเป็น Primary Zone กับ Secondary Zone นะคะ Primary Zone ที่ทุกคนน่าจะ Common sense รู้มากที่สุดในมนุษย์ของทุกคนก็คือ จุดที่เรียกว่า O-Spot คือตรงที่เรารับสัมผัสด้านนอก คือปุ่ม Clitoris ของเราจะมีเส้นประสาทหนาแน่นเป็นมัด ๆ เลยอยู่ประมาณ 8,000 เส้น อันนี้ก็เป็นเบสิกทั่วไปที่ทุกคนรู้ว่าเวลาถึง Climax จะเป็นอย่างไร จะมีการกระตุกได้ทุก 3-5 นาที สามารถถึงได้หลาย ๆ ครั้ง ใน 1 วันของเรา ทุกการตื่นตัวขึ้นมา จริงๆ การเข้าวัยทองไม่ได้ทำให้ O-Spot มันหายไป อาจจะแค่เสื่อมถอยลง เหมือนสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มันเริ่มช้าลงนิดหนึ่ง ไม่ได้หายไปทั้งหมด ถ้าเรามีการกระตุ้นเหมือนเราดูแลร่างกายได้ทุกส่วน ไม่อยากให้เขาถดถอยเราก็ต้องคอยกระตุ้นให้มี Microcirculation คือเลือดมาเลี้ยง มีคอลลาเจน มอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อไม่ให้เขาไม่ฝ่อ

ถ้าไม่เคยมีอะไรกับใครเลย ไม่เคยมีการกระตุ้น ?

พญ. นาตยา: อะไรที่ไม่ได้ใช้มันจะฝ่อ ทุกอวัยวะ ไม่ใช่แค่จุดซ่อนเร้น จริงๆ ธรรมชาติของมนุษย์ทุกเพศทุกวัย มีการทำ Masturbation อยู่แล้ว มีการกระตุ้นด้วยตัวเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นสาวโสด สาวซิง หรือสาวที่แต่งงานแล้ว เป็นเรื่องธรรมชาติที่หลายคนไม่กล้าเปิดเผย หลายคนก็จะเป็นแบบนั้น รุ่น Gen X, Gen Y จะไม่ค่อยกล้าคุยกัน แต่ Gen Z เขาก็จะมองเป็นเรื่องธรรมชาติเป็นกายภาพชนิดหนึ่ง เป็นพื้นฐาน

เคยมีคนไข้ที่ไม่เคยถึงจุด Climax มาปรึกษาไหม ?

พญ. นาตยา: มีเยอะ ต้องตรวจพื้นฐานก่อนทั้งเรื่องของกายภาพเฉพาะทาง 6 ระบบก่อนค่ะในงานเทส Sensation เขาเลยยังกระตุกดีไหม ขนาดเท่าไหร่ อย่างเช่น ตรงปุ่ม Clitoris เราก็จะวัดขนาดให้เลยว่า คุณยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคนทั่วไปไหม บางทีเรามีเนื้อเยื่อหย่อนคล้อยออกมาปิดปุ่มหมดเลย ไม่จำเป็นต้องอายุเยอะเลย มีทุกช่วงทุกวัยเลย จริง ๆ ปุ่มเขาก็จะมีหนังหุ้ม แต่มันต้องหุ้มนิดหนึ่ง มันไม่ได้ปิดหนามาก เพราะฉะนั้นมันจะทำให้เซ็นเซอร์เรามันดรอป เหมือนโดนบดบังไปหมด จะมีการวัด เช่น หนังก็จะต้องย้วยลงมา ปกติ 1.5 ซม. ก็พอแล้ว ถ้ามันย้วยเยอะ 2 เท่า 3 เท่า เซ็นเซอร์เราก็จะโดนบดบังหมด

ผู้หญิงควรจะมีฮอร์โมนขั้นต่ำเท่าไหร่ ที่อยู่ในระดับที่โอเค ?

พญ. นาตยา: ฮอร์โมนผู้หญิงมีหลายตัว ต้องโฟกัสเลย อย่างเช่น ทุกคนรู้จักมากสุดคือ เอสโตรเจน คือจะเปรียบเสมือนว่าวัยทองคำแล้วกัน อายุ 20-30 วัยฉกรรจ์ จะมีได้ประมาณ 150-250 ค่ะ ถ้าเกิน 300-400 คุณ Overdose แล้ว เคยเจอคนไข้ อายุ 40 แล้ว ไม่ได้ใช้ฮอร์โมนเลยนะคะ มาจากประเทศญี่ปุ่นที่มีอาหารการกินดี มีไฟโตเอสโตรเจนสูง กินแต่ถั่วนัตโตะที่เป็นถั่วหมัก กินทุกวัน หมอเจาะฮอร์โมนเอสโตรเจนปาไป 450 คือเขาเรียกว่า Dominance มันไม่ดีแน่นอนค่ะ   ในเรื่องของเนื้องอก ในเรื่องของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้อพวกนั้นเราต้องบาลานซ์ ฮอร์โมนตัวอื่นด้วยเสมอ อย่างเช่น โปรเจสเตอโรน หลายคนน่ะอัดแต่เอสโตรเจน เพราะตัวนี้จะเป็นตัวที่ลด Side effect จากเอสโตรเจนที่มันเด่นเกินไป

ต่ำสุดในคนที่อายุมาก ๆ ประมาณเท่าไหร่ ?

พญ. นาตยา: ถ้าเราเอาไว้บำรุงสมอง ประมาณ 20 พอค่ะ แต่ถ้าเราอยากบำรุงให้ไปถึงต้อง 30-50 คือคิดว่าไม่เกิน 50 พอแล้ว เพราะต่ำไปกระดูกพรุน สมองเป็น Dementia แน่นอน คุณแม่ก็อายุ 60 กว่า ก็ 0 เลย ก็ต้องให้กินเลย ให้ทานอาหารก่อนแล้วก็เราดู 3 เดือน เราต้องเจาะถี่นิดหนึ่ง เราจะมอนิเตอร์เขาถี่นิดหนึ่ง แล้วก็ตรวจกรองก่อนที่เราจะใช้ เพื่อเซฟที่สุดอยู่แล้วค่ะ

กินอะไรทดแทน ?

พญ. นาตยา: ถั่วเหลือง ได้เอสโตรเจน แต่ว่าเราต้องเจาะเป็นฮอร์โมนเลยว่าอยากได้ตัวไหน อย่าง DHEA เราต้องรู้ว่าเขาผลิตมาจากอะไร เขาผลิตมาจากคอเลสเตอรอลตัวดีคือ HDL (High-Density Lipoprotein) ถ้าของเราต่ำ มันไม่มีทางจะเปลี่ยนไปเป็น DHEA ที่ต่อมหมวกไตได้

อยากจะฝากอะไรถึงผู้หญิงวัยทองที่คิดว่าความสุขในเรื่องนี้หายไป ?

พญ. นาตยา: จริง ๆ อยากบอกว่ามันเป็นความสุขที่เราสั่งได้ แล้วเราจะต้องอยู่กับคำว่าวัยทองไปอีกครึ่งชีวิต เช่น อยากมีชีวิตยืนยาวไปถึง 80-90 ปี แต่รู้สึกว่าเราต้องยอมรับตรงนี้อีก 40 ปี บางคนเข้าเร็วตั้งแต่ 40 แล้วบางคนก็เกิดกำแพงทางใจ ไม่คุยกัน แยกห้อง ทำให้เกิดช่องว่างทางใจ อยากให้ชีวิตที่มีคุณภาพค่ะ คือเราต้องปรับจูนกันก่อน จริง ๆ ยังไม่ต้องถึงขั้นว่าต้องมาสอดใส่ แค่อยู่ร่วมห้องให้ได้เหมือนเดิม เหมือนรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เหมือนเราไม่เคยปรับจูนกันตรงนี้เลย เพราะอยู่กันมานานมากแทบจะเกินครึ่งหนึ่งเลย หลาย ๆ บ้านที่อยู่กันมายาวนาน 10 ปี 20 ปี เริ่มตั้งแต่ตอนกลางวันเลย แต่งตัวสวยงาม มีความมั่นใจ เป็นเราที่มั่นใจตั้งแต่ตอนกลางวัน รสก็คือหาอาหารที่ดีเสริมสุขภาพ อาจจะทานเป็นอาหารกลุ่มที่มันกระตุ้น Climax ได้ดี อย่างเมล็ดทับทิม ก็ไปกระตุ้น Nitric oxide ให้หลั่ง ก็เรื่องของ Orgasm  เหมือนกัน หรือแตงโมก็ช่วยกลิ่นก็คือกลุ่มอโรมา อย่างเสียง ไม่ใช่ว่าเปิดเพลงนะ หมอขอเปลี่ยนเป็นการพูดคุยเรื่องราวดี ๆ ต่อกัน หลายคนว่าเคยชินอยู่กันมา 10 ปี  ต้องค่อย ๆ เพราะว่ามันคือ ศิลปะของการรอคอย การจะถึงจุดสุดยอดของวัยทอง เหมือนเราเป็นเตาถ่าน ไม่ใช่เตาแก๊สเปิดปุ๊บติดปั๊บ เพราะว่าเราวัยทองแล้ว แต่พอมันติดแล้ว ติดยาวแล้วก็ลึกซึ้ง ต้องรอคอยให้เตาถ่านมันค่อย ๆ กระพือ อยากฝากว่าให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตอย่าไปรู้สึกว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็น และรู้สึกว่าไม่จำเป็นจะต้องมีแฟนเสมอไป เพราะทุกอย่างพื้นฐานก็คือทุกเพศทุกวัย สามารถถึง Climax ได้โดยที่เราต้องให้ความรู้ที่ถูกที่ควร การทำ Masturbation ไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม ไม่ใช่เรื่องที่เราห้าม เหมือนรู้สึกว่าบางคนเขารู้สึกว่าไม่กล้าสำรวจตัวเองจริง ๆ เพราะว่ารู้สึกว่าบล็อก จิตใจสำคัญที่สุด ต่อให้หมอช่วยในเชิงกายภาพดีแค่ไหน แต่เราบล็อกตัวเองที่ Prefrontal Cortex ไปแล้วว่าผิดนะ เราจะไม่มีวันได้ถึง Climax ค่ะ

สุดโรแมนติกกลางวิวหลักล้าน ณเดชน์ ญาญ่า ล่องเรือฉลองงานแต่งเคมีฟุ้งโซเชียลแตก

สุดโรแมนติกกลางวิวหลักล้าน ณเดชน์ ญาญ่า ล่องเรือฉลองงานแต่งเคมีฟุ้งโซเชียลแตก

สุดโรแมนติกกลางวิวหลักล้าน ณเดชน์ ญาญ่า ล่องเรือฉลองงานแต่งเคมีฟุ้งโซเชียลแตก

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.49 น.

เรียกได้ว่าทำเอาแฟนคลับฟินกันจนจิกหมอน และกลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียลทันที เมื่อคู่รักซุปตาร์ระดับประเทศอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ได้เนรมิตงานเลี้ยงแต่งงาน ออกมาได้โรแมนติกและหรูหราแบบตะโกน จนหลายคนแซวว่านึกว่าหลุดมาจากฉากในภาพยนตร์โรแมนติกฮอลลีวูด!งานนี้ทั้งคู่บินลัดฟ้าไปจัดงานท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามระดับพรีเมียมของ (ออสโลฟยอร์ด) ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณแม่ฝั่งญาญ่า โดยบรรยากาศโอบล้อมไปด้วยผืนน้ำสีคราม ท้องฟ้าสดใส และลมทะเลสุดเย็นสบายบนเรือไม้สุดคลาสสิก

เรื่องความสวยหล่อบอกเลยว่า “ไม่สปอยล์ไม่ได้” เพราะทั้งคู่มาในลุคที่แมตช์กันได้อย่างลงตัวและดูแพงมาก ญาญ่า อุรัสยา: มาในชุดเดรสยาวรัดรูปสีขาวนวล เผยให้เห็นช่วงไหล่และเน้นรูปร่างสุดเป๊ะ พร้อมดีเทลเนื้อผ้าซีทรูช่วงบนที่ดูเรียบหรู แต่แฝงความเซ็กซี่อย่างมีระดับ ด้าน ณเดชน์ คูกิมิยะ หล่อเนี้ยบในชุดสูทสากลสีครีม-ขาวแบบ Double-Breasted แมตช์กับเสื้อเชิ้ตลายทางและเนกไทสีเข้ม เสริมลุคให้ดูเป็นสุภาพบุรุษสุดอบอุ่นและภูมิฐาน นอกจากภาพคู่อวดความปังแล้ว ยังมีช็อตหวานๆ ที่ทั้งคู่สบตากัน รวมถึงช็อตจูบสุดโรแมนติกริมระเบียงเรือที่ทำเอาแฟนๆ และเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงแห่กดไลก์และคอมเมนต์กันถล่มทลาย พร้อมกับติดแฮชแท็กน่ารักๆ อย่าง #nyเขยนอร์เวย์สะใภ้ขอนแก่น เห็นอุ่นเครื่องความหวานในงาน Rehearsal Dinner ยังสวยหล่อและอลังการขนาดนี้ ทำเอาทุกคนอดใจรอวันเข้าพิธีวิวาห์จริงของคู่นี้แทบไม่ไหวแล้ว!

สมมงคนไทยคนแรก ลิซ่า แดนซ์ยับผงาดเพลงบอลโลก GOALS แฟนๆกรี๊ดยอดวิวพุ่งทะยาน

สมมงคนไทยคนแรก ลิซ่า แดนซ์ยับผงาดเพลงบอลโลก GOALS แฟนๆกรี๊ดยอดวิวพุ่งทะยาน

สมมงคนไทยคนแรก ลิซ่า แดนซ์ยับผงาดเพลงบอลโลก GOALS แฟนๆกรี๊ดยอดวิวพุ่งทะยาน

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.29 น.

22 พฤษภาคม 2569 สร้างความภูมิใจให้กับแฟนชาวไทยไม่หยุด สำหรับศิลปินระดับโลก ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่เธอได้ ร่วมร้องเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ในเพลง Goals ร่วมกับอนิตตา (Anitta) ศิลปินชื่อดังชาวบราซิล และเรมา (Rema) แร็ปเปอร์ดังไนจีเรีย ร่วมแจมซึ่งหลังจากที่ได้มีการปล่อยทีเซอร์ออกมาเรียกน้ำย่อยก่อนปล่อยเอ็มวีตัวเต็ม

ล่าสุดเมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศไทย) สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า)  ได้ปล่อยเอ็มวีเพลง GOALS ประกอบการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 ออกมาให้ฟังและรับชมกันแล้ว โดยเพลงนี้มี ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ศิลปินระดับโลกชาวไทย กับ อนิตตา และ เรมา ร่วมแจมในเพลงนี้ด้วย และไม่พลาดที่จะพาลาบูบู้ยักษ์มาร่วม MV ด้วย

ซึ่งหลังจากที่ปล่อยเอ็มวีมาแล้ว 10 ชั่วโมง ยอดวิวพุ่งทะยานที่ 2.1 ล้าน โดยเพลงนี้ ลิซ่า ปรากฏตัวในลุคสปอร์ตเกิร์ลสุดแซ่บ สีเหลือง-น้ำเงิน อวดหุ่นปังสุดสตรอง พร้อมท่าเต้นสุดแซ่บ อีกทั้งยังมีท่าทำมือเป็นรูปตัว L เป็นเอกลักษณ์จากชื่อของเธอด้วย

นอกจากนี้ ลิซ่า จะขึ้นแสดงใน พิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ณ สนาม SoFi Stadium เมืองลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 12 มิถุนายน ร่วมกับศิลปินระดับโลกอย่าง Katy Perry, Future และ Tyla

ชมคลิป