ทรู ผนึก Google เปิดตัว “AI for All Thais” ครั้งแรกในไทย ร่วมมือกระทรวง อว. และเครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ
วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.15 น.
บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ Google ประกาศเปิดตัวโครงการ “AI for All Thais” ครั้งแรกในไทย ความร่วมมือระดับประเทศที่มุ่งยกระดับการเข้าถึงการเรียนรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์อย่างเท่าเทียม และเร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยสู่ความเป็นเลิศด้าน AI ให้พร้อมสู่อนาคตดิจิทัล บูรณาการการเรียนรู้ AI มาตรฐานสากล เข้าสู่ระบบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ทั้ง AI First Citizen การเรียนพื้นฐาน AI ภายใต้ Gemini Academy แบบออฟไลน์และออนไลน์ ที่ทรูพร้อมมอบดาต้าฟรี 10GB สำหรับนิสิตนักศึกษาที่ใช้ทรู-ดีแทค รวมทั้งหลักสูตรพิเศษ AI for Future Workforce ระยะเวลา 45 ชั่วโมง ที่สามารถนับหน่วยกิตได้จริง ตลอดจนจัดการแข่งขันด้าน AI ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและระดับประเทศ โดยผสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชนโดยทรู ที่มุ่งเชื่อมเทคโนโลยี AI ด้วยหัวใจ ร่วมกับ Google ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก และการสนับสนุนเชิงนโยบายจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศด้าน AI ที่แข็งแกร่ง และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
ยกระดับการศึกษาไทย สู่การเรียน AI ที่นับหน่วยกิตได้จริง
หัวใจสำคัญของโครงการ คือการเปิดตัวหลักสูตร AI for Future Workforce ที่สามารถนับหน่วยกิตได้จริง ซึ่งจะถูกบูรณาการเข้าในหลักสูตรการเรียนของมหาวิทยาลัย ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการเรียน AI จากการสร้างการรับรู้ สู่การลงมือปฏิบัติจริงในระบบการศึกษา
โครงการนี้จะดำเนินการร่วมกับ มหาวิทยาลัยชั้นนำ นำร่องกว่า 20 แห่งและขยายสู่ทั่วประเทศต่อไป เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะ AI ในเชิงปฏิบัติ ควบคู่กับการเรียนในหลักสูตร พร้อมทั้งสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยสามารถนำเนื้อหาการเรียนรู้ด้าน AI ที่ได้มาตรฐานสากลไปบูรณาการในหลักสูตรได้อย่างเป็นระบบ โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวง อว.
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “องค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกต่างเห็นตรงกันว่า อุปสรรคสำคัญที่สุดของการนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือทักษะของผู้คน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ศักยภาพของ AI ยังไม่ถูกปลดล็อกได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ทรู คอร์ปอเรชั่น กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กร AI-First เราตั้งใจขับเคลื่อน ‘AI for All’ เพื่ออัปสกิลคนไทยด้วยทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต เตรียมกำลังคนให้พร้อมสำหรับตลาดแรงงานยุคใหม่ ทำให้ AI เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการยึดมั่นในหลักการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ โดยตั้งเป้าเสริมศักยภาพให้คนไทย 12 ล้านคนภายในปี 2573
ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากพนักงานทรู ในปีนี้ เราจะปูพื้นฐานให้พนักงานทุกคนมีความเข้าใจด้าน AI และเราจะเดินหน้าต่อยอดขีดความสามารถของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การนำ AI มาประยุกต์ใช้ในงาน ไปจนถึงการพัฒนาโซลูชันและนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีหลักการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบเป็นหัวใจสำคัญในทุกๆ ระดับการเรียนรู้ ยิ่งไปกว่านั้น ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Google ทำให้เราขยายผลพัฒนาทักษะด้าน AI ให้ก้าวไกลกว่าคนในองค์กร เสริมศักยภาพคนไทยให้พร้อมก้าวเป็นกำลังคนแห่งอนาคต ในภูมิทัศน์ใหม่ที่กำลังถูกเปลี่ยนผ่านด้วยเทคโนโลยี AI”
โครงการ “AI for All Thais” ของทรู ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้าน AI ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้ CP Center of Excellence (CP-CoE) ณ True Digital Park ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้าน Digital & AI และ Data Infrastructure เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และกำลังคนด้าน AI อย่างครบวงจร โดยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ เทคโนโลยี และการศึกษา เพื่อร่วมกันเร่งสร้างขีดความสามารถด้าน AI ให้กับประเทศไทยในระยะยาว
ผสานพลังทุกภาคส่วน สร้างระบบนิเวศ AI ระดับประเทศ
โครงการนี้สะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้าน AI ในระดับประเทศ โดยทรู นำศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบนิเวศขององค์กร มาสนับสนุนการเรียนรู้ในวงกว้าง เชื่อมโยงนักศึกษา สถาบันการศึกษา และแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้าด้วยกัน
ขณะที่ Google สนับสนุนองค์ความรู้และหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักศึกษาใช้งาน Generative AI ได้อย่างปลอดภัย พร้อมยกระดับความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย Gemini และกระทรวง อว. ทำหน้าที่กำหนดทิศทางเชิงนโยบาย พร้อมสนับสนุนการบูรณาการ AI เข้าสู่ระบบอุดมศึกษา ขณะที่มหาวิทยาลัยเป็นกำลังสำคัญในการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน และส่งเสริมนวัตกรรมจากการลงมือปฏิบัติจริง
ศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ Google
นางศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ Google กล่าวว่า “ในปี 2561 Google ได้ประกาศความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ภายใต้พันธกิจ ‘Leave No Thai Behind’ ซึ่งเราได้ยึดเป็นแนวทางหลักในการดำเนินโครงการต่างๆ ของเรามาโดยตลอด เพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยทุกคนได้รับโอกาสในการเติบโตและก้าวหน้าในยุคดิจิทัล ในวันนี้ พันธกิจที่สำคัญของเราได้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นผ่านความร่วมมือกับทรู การนำความเชี่ยวชาญด้าน AI ระดับโลกของ Google มาเสริมความรู้และทักษะให้กับนักศึกษาไทยจะช่วยลดช่องว่างด้านทักษะดิจิทัล พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมให้พวกเขาสามารถเติบโตในยุคของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้งาน Generative AI ได้อย่างปลอดภัย ควบคู่ไปกับการยกระดับความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพในการเรียนรู้ ผ่านโครงการต่างๆ เช่น Gemini Academy for Students และหลักสูตร AI Literacy & Safety Modules”
ยกระดับการเรียนรู้ AI สู่การลงมือปฏิบัติจริงในระดับประเทศ
ภายใต้โครงการ “AI for All Thais” ทรูและพันธมิตรได้ร่วมกันออกแบบการเรียนรู้ด้าน AI แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างพื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้จริงในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะ AI อย่างเป็นรูปธรรม
โครงการ AI for All Thais แบ่งออกเป็น 2 ระยะสำคัญ ได้แก่
ระยะที่ 1: AI First Citizen
มุ่งเน้นการสร้างพื้นฐานความรู้และการเข้าถึง AI ภายใต้ Gemini Academy ที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้ AI Safety & Digital Literacy รวมถึงพื้นฐานการเขียนคำสั่ง Prompt Engineering ผ่านการเรียนรู้ทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมรับดาต้าฟรี 10GB เรียนออนไลน์สำหรับนิสิตนักศึกษาที่ใช้งานทรูดีแทค เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Challenge จัดการแข่งขัน ประยุกต์ใช้ AI ในหัวข้อ “AI for Daily Life” และ “AI for Society” ให้นิสิตนักศึกษาได้ใช้งานจริง โดยผู้ชนะ 5 ท่านจะได้เปิดประสบการณ์ระดับสากลเข้าร่วมศึกษาดูงาน ณ Google ประเทศสิงคโปร์
ระยะที่ 2: หลักสูตรพิเศษ AI for Future Workforce
หลักสูตร AI ระยะเวลา 45 ชั่วโมงที่ทรู และ Google ร่วมกันออกแบบโดยเฉพาะ เพื่อความรอบรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับการทำงานในอนาคต โดยจะเข้าสู่ระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย และสามารถนับหน่วยกิตได้จริง อีกทั้งมีโครงการ Train-the-Trainer อาจารย์ ตลอดจนจัดการแข่งขันด้าน AI ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและระดับประเทศ โดยผู้ชนะ 4 ทีม รวม 16 ท่านจะได้รับโอกาสเข้าร่วมศึกษาดูงาน ณ Google ประเทศสิงคโปร์ เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ S&P Dow Jones Indices ได้เปลี่ยนชื่อดัชนีกลุ่มความยั่งยืนและ ESG ในปี 2025 จากเดิม Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) เป็น Dow Jones Best-in-Class Indices (DJ BIC) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2025 พร้อมปรับช่วงเวลาการทบทวนดัชนีประจำปีมาเป็นหลังสิ้นสุดวันทำการสุดท้ายของเดือนเมษายน เพื่อให้สอดคล้องกับกรอบการประเมินความยั่งยืนภาคธุรกิจระดับโลกของ S&P Global
ก่อนการเปลี่ยนชื่อดัชนีดังกล่าว EGCO Group ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) มาต่อเนื่อง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2020-2024
M STUDIO นำทัพหนังไทยสู่คานส์ 2026 ชู สมิงเขาขวาง คำสารภาพของหมอผี เปิดทางสู่ตลาดโลก
วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.30 น.
M STUDIO ค่ายภาพยนตร์อันดับ 1 ของเมืองไทย เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญบนเวทีโลกอีกครั้ง ด้วยการเดินหน้าบุกเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ (Cannes Film Festival 2026) ณ ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 12-23 พฤษภาคมนี้ ขนทัพภาพยนตร์ไทยเปิดตัวใน Marché du Film ตลาดซื้อขายภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตอกย้ำวิสัยทัศน์การผลักดัน Soft Power ไทยสู่เวทีโลกด้วย Line-up ที่แข็งแกร่งและหลากหลายที่สุด
ในปีนี้ M STUDIO ชู 2 ภาพยนตร์ไฮไลท์ที่มีความโดดเด่นต่างสไตล์เพื่อยึดพื้นที่ตลาดโลก อย่าง “สมิงเขาขวาง” ภาพยนตร์ Folk Horror ผสม Action–Horror Adventure ฟอร์มยักษ์ ภาคแยก (Spin-off) จากจักรวาล “ธี่หยด” ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ถล่มทลายมาแล้ว โดยครั้งนี้จะพาผู้ชมย้อนสู่ปี พ.ศ. 2511 เผชิญหน้ากับตำนาน “เสือสมิง” ที่เน้น Scale ความยิ่งใหญ่และ Visual Effects สากล เพื่อรองรับตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะ และ คำสารภาพของหมอผี” ดัดแปลงจากเรื่องเล่าสุดฮิตของ The Ghost Radio สู่ภาพยนตร์ Drama–Horror–Suspense ที่เน้นการเล่าเรื่องผ่านตัวละคร (Character-driven) ชูประเด็นเรื่องผลลัพธ์จากการกระทำ ผ่านเรื่องราวการแก้แค้นในโลกไสยศาสตร์ที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เกินควบคุม
นอกจากนี้ M STUDIO ยังเสริมความแข็งแกร่งด้วย Line-up คุณภาพที่น่าจับตามอง ได้แก่