ครม.อึมครึม!!! รมต.ภท.-กธ.เมินปฏิสัมพันธ์ ไร้เงาอนุทิน-ธรรมนัส

ครม.อึมครึม!!! รมต.ภท.-กธ.เมินปฏิสัมพันธ์ ไร้เงาอนุทิน-ธรรมนัส

ครม.อึมครึม!!! รมต.ภท.-กธ.เมินปฏิสัมพันธ์ ไร้เงาอนุทิน-ธรรมนัส

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.46 น.

ครม.อึมครึม!!! รมต.ภท.-กธ.ไร้ปฏิสัมพันธ์ เผย รมต.กธ.นั่งนิ่ง-สีหน้าเคร่งขรึม ส่วนวาระ ครม.หลายเรื่องถูกถอน รอรัฐบาลใหม่

17 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีรัฐมนตรีลาประชุมจำนวน 7 คน ซึ่งรวมถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ติดภารกิจ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่ถูกจับตาว่าจะได้พบกันและพูดคุยกัน หลังมีประเด็นพรรค กธ.ยังไม่ได้ถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ตลอดจนกระแสข่าวพรรค ภท.จะยึดกระทรวง กษ.คืน โดยในส่วนรัฐมนตรีของพรรค กธ.นำโดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ หัวหน้าพรรค กธ.เข้าร่วมประชุม ครม.ครั้งนี้เกือบทั้งหมด ขาดเพียง ร.อ.ธรรมนัส และ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เท่านั้น

สำหรับบรรยากาศในที่ประชุม ครม.วันนี้ ค่อนข้างเงียบเหงาและอึมครึม ที่เริ่มมีเค้าลางตั้งแต่การประชุม ครม.สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งปกติ ร.อ.ธรรมนัส จะทักทายพูดคุยกับนายอนุทิน ทุกครั้ง แต่ครั้งที่แล้วกลับไม่ได้มีการทักทายกัน ขณะที่ครั้งนี้รัฐมนตรีทั้งในส่วนของพรรค ภท.และพรรค กธ.ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์และพูดคุยกันแต่อย่างใด โดยเฉพาะรัฐมนตรีในซีกพรรค กธ.ที่นั่งนิ่ง ไม่มีใครพูดอะไร รวมถึงมีสีหน้าค่อนข้างเคร่งขรึม ตรงกันข้ามกับรัฐมนตรีซีกพรรค ภท.ที่จับกลุ่มพูดคุยกันปกติ

ขณะที่การประชุม ครม.ครั้งนี้ มีหลายวาระที่ต้องถอนออกไป เนื่องจากถูกทักท้วง และระบุให้รอเสนอใน ครม.ชุดหน้าแทน อาทิ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ที่เสนอกฎหมายให้แรงงานต่างด้าวสามารถทำธุรกิจในประเทศไทยได้ ซึ่งนางศุภจีได้ยอมถอนออกไป

ศิริโชค พักรบชงกาแฟ! เย้ยทุนมืดซื้อความจริงใจไม่ได้ ลั่นเกมนี้ยังไม่จบ

ศิริโชค พักรบชงกาแฟ! เย้ยทุนมืดซื้อความจริงใจไม่ได้ ลั่นเกมนี้ยังไม่จบ

ศิริโชค พักรบชงกาแฟ! เย้ยทุนมืดซื้อความจริงใจไม่ได้ ลั่นเกมนี้ยังไม่จบ

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.07 น.

17 กุมภาพันธ์ 2569 นายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หลังจากผ่านสนามการเมืองที่หนักหน่วง หลังจากยืนอยู่ท่ามกลางเกมที่เงินสีเทาทำให้หลายอย่างบิดเบี้ยว

วันนี้…ผมลองเปลี่ยนบทบาท
มาทดลองเป็น “บาริสต้า 1 วัน” ครับ

จากเวทีปราศรัย
สู่หน้าเครื่องชงกาแฟ

จากคำพูดที่ต้องต่อสู้กับอำนาจ
สู่รอยยิ้มที่ส่งผ่านแก้วกาแฟหนึ่งแก้ว

มันทำให้ผมคิดอะไรได้หลายอย่าง

การเมืองที่ดี ก็เหมือนกาแฟดี ๆ
ต้องคัดเมล็ดให้สะอาด
ต้องคั่วด้วยความตั้งใจ
ต้องชงด้วยความซื่อสัตย์

ถ้าใส่อะไรเจือปนลงไป
รสชาติก็เสียทันที

วันนี้ผมอาจแพ้ “ทุนเทา” ในสนามเลือกตั้ง
แต่ผมไม่แพ้ในสนามชีวิต

เพราะสุดท้ายแล้ว
สิ่งที่คนต้องการจริง ๆ
ไม่ใช่เงินที่มืดมน
แต่คือความจริงใจที่สัมผัสได้

หนึ่งวันในบทบาทบาริสต้า
ทำให้ผมมั่นใจว่า

ต่อให้การเมืองจะขมแค่ไหน
เราก็ยังเลือก “ชงความหวัง” ให้สังคมได้เสมอ

และตราบใดที่เรายังยืนอยู่
เกมนี้…ยังไม่จบครับ

บวรศักดิ์ โยนถาม อนุทิน ให้นั่งรองนายกฯ อีกสมัยหรือไม่ ชี้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ขึ้นกับศาลรธน.

บวรศักดิ์ โยนถาม อนุทิน ให้นั่งรองนายกฯ อีกสมัยหรือไม่ ชี้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ขึ้นกับศาลรธน.

บวรศักดิ์ โยนถาม อนุทิน ให้นั่งรองนายกฯ อีกสมัยหรือไม่ ชี้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ขึ้นกับศาลรธน.

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.57 น.

บวรศักดิ์-ณัฐพล-รุทธพล โยนถาม อนุทิน ได้นั่งเก้าอี้ รมต.ครม.หน้าหรือไม่ ชี้ปชช.หวั่นเลือกตั้งเป็นโมฆะ ขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญ 

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการทาบทามกลับมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลหน้า โดยระบุเพียงสั้น ๆ ว่า “ให้ไปถามท่านนายกฯ”

เมื่อถามถึงความกังวลของประชาชนว่า การเลือกตั้ง สส. 2569 ที่ผ่านมาอาจเป็นโมฆะ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ

ด้านพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์  รมว.ยุติธรรม  ก็ปฏิเสธเช่นกันว่ายังไม่ได้รับการทาบทามหรือพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีแต่อย่างใด เรื่องนี้ต้องไปสอบถามจากนายกรัฐมนตรี

ส่วนพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนว่าจะได้ไปต่อในรัฐบาลอนุทิน 2 หรือไม่ โดยระบุเพียงว่า วันนี้วันตรุษจีนนะ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้

จากบาร์โค้ดถึงเลเซอร์ไอดี (อย่า)ถามหามาตรฐานนักวิชาการสีส้ม

จากบาร์โค้ดถึงเลเซอร์ไอดี (อย่า)ถามหามาตรฐานนักวิชาการสีส้ม

จากบาร์โค้ดถึงเลเซอร์ไอดี (อย่า)ถามหามาตรฐานนักวิชาการสีส้ม

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.49 น.

นักวิชาการ 209 คนร่วมลงชื่อและออกแถลงการณ์เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรับผิดชอบต่อการจัดการเลือกตั้งปี 2569 เนื้อหาในแถลงการณ์เต็มไปด้วยคำว่า “อาจ” ตั้งแต่ต้นจนจบ

การเลือกตั้งครั้งนี้ “อาจ” ไม่สุจริต การลงคะแนน “อาจ” ไม่เป็นไปโดยลับ บาร์โค้ด “อาจ” สืบค้นย้อนถึงผู้ลงคะแนนได้ การนับคะแนน “อาจ” ไม่ถูกต้อง การจัดเก็บหีบ “อาจ” เปิดช่องให้มีการใส่บัตรเพิ่ม

คำว่า “อาจ” คือข้อสงสัย ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ แต่ข้อกล่าวหาที่กระทบหลักการเลือกตั้งโดยลับเป็นเรื่องโครงสร้าง น้ำหนักจึงต้องมากกว่าความเป็นไปได้ในทางทฤษฎี

แต่แถลงการณ์กลับเรียกร้องให้ กกต. รับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่วางอยู่บนสมมติฐานเหล่านั้น คำถามจึงอยู่ที่ว่า ระดับข้อสงสัยเพียงพอแล้วหรือยังสำหรับการขยับไปสู่ข้อสรุปเชิงระบบ

ประเด็นบาร์โค้ดถูกโยงไปถึงภาพหัวคะแนนข่มขู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หากรับเงินแล้วไม่เลือกตามตกลงจะถูกตรวจสอบย้อนหลังได้ นี่คือเหตุผลหลักของข้อกังวลเรื่องความลับ

แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีพยานหลักฐานว่ามีหัวคะแนนเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว ไม่มีกรณีพิสูจน์ได้ว่ามีการสาวย้อนจนรู้ว่าบุคคลใดกาเบอร์ใด

แถลงการณ์ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องการนับคะแนนบางหน่วย ไฟดับ การขีดคะแนนทับซ้อน ความล่าช้าในการรวมผลระดับชาติ และความแตกต่างของจำนวนบัตรเขตกับบัตรบัญชีรายชื่อ ทุกประเด็นอยู่บนคำว่า “อาจ”

คำถามจึงไม่ใช่ว่าตรวจสอบได้หรือไม่ แต่คือ จากเหตุการณ์บางหน่วย เพียงพอหรือยังที่จะสรุปภาพทั้งประเทศ ประเทศไทยมีหน่วยเลือกตั้งมากกว่าหนึ่งแสนหน่วย การเหมารวมเชิงโครงสร้างต้องอาศัยหลักฐานที่แสดงรูปแบบชัดเจนในวงกว้าง

ขณะเดียวกัน เรื่องอยู่ในกลไกตามรัฐธรรมนูญแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ชี้แจงเรื่องบาร์โค้ดและ QR Code ก่อนพิจารณาจะส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่

ปลายทางของคำว่าโมฆะอยู่ที่ศาล ไม่ได้อยู่ที่แถลงการณ์

ในอีกด้านหนึ่ง พรรคประชาชน หรือพรรคส้ม ถูกตั้งคำถามจากกรณีกำหนดให้ผู้สมัครสมาชิกกรอกทั้งเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และรหัส Laser ID 12 หลักด้านหลังบัตร ซึ่งเป็นรหัสยืนยันตัวตนของระบบรัฐและสถาบันการเงิน

ข้อมูลสองส่วนนี้รวมกันสามารถระบุตัวบุคคลได้โดยตรง หากเกณฑ์คือความสามารถในการสาวถึงตัวบุคคล กรณีนี้ย่อมชัดเจนกว่าการตั้งข้อสงสัยเชิงเทคนิค

สังคมเพิ่งเห็นกรณีผู้สมัคร สส. พรรคส้ม บางรายถูกจับในคดีเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ คดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และยังไม่มีข้อสรุปเชื่อมโยงกับการเก็บข้อมูลสมาชิกพรรคโดยตรง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลยืนยันตัวตนระดับละเอียดของสมาชิกจำนวนมาก คำถามเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลย่อมเป็นคำถามที่สมควรถูกหยิบขึ้นมาตรวจสอบ

แต่สิ่งที่ไม่ปรากฏคือแถลงการณ์ การตั้งคำถาม หรือแรงกดดันจากกลุ่มนักวิชาการชุดเดียวกันต่อกรณีรหัสหลังบัตรประชาชน ไม่มีการเรียกร้องตรวจสอบ ไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่มีการพูดถึงเรื่องปกป้องความลับของประชาชนในกรณีนี้เลย

สิ่งที่เห็นคือการมีท่าทีในกรณีหนึ่ง และความเงียบสนิทในอีกกรณีหนึ่ง

หลายรายชื่อในกลุ่มผู้ลงนามมีจุดยืนสอดคล้องกับพรรคส้มมาอย่างต่อเนื่อง การมีอุดมการณ์เป็นสิทธิ แต่เมื่อออกมาในนามนักวิชาการและกดดันองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เกณฑ์ที่ใช้วัดความลับและความสุจริตย่อมต้องถูกใช้กับทุกกรณี

หากคำว่า “อาจ” เพียงพอสำหรับการตั้งคำถามต่อบัตรเลือกตั้ง คำถามเดียวกันก็ควรถูกใช้กับข้อมูลยืนยันตัวตนของสมาชิกพรรคด้วย

เกณฑ์ที่ใช้ตั้งคำถามในกรณีหนึ่ง ย่อมต้องถูกใช้ในทุกกรณี มิฉะนั้นมาตรฐานย่อมถูกตั้งคำถาม

เมื่อย้อนดูรายชื่อผู้ลงนาม จะพบว่าหลายคนเคยร่วมลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาแล้วก่อนหน้านี้ จุดยืนดังกล่าวสอดคล้องกับแนวนโยบายของพรรคก้าวไกลในช่วงก่อนถูกยุบ และต่อเนื่องมาถึงพรรคประชาชนในปัจจุบัน

การมีอุดมการณ์ไม่ใช่ความผิด แต่เมื่อความเข้มงวดปรากฏชัดในกรณีที่กระทบฝ่ายหนึ่ง ขณะที่ในกรณีรหัสหลังบัตรประชาชนกลับไม่ปรากฏคำถาม ไม่ปรากฏการท้วงติง ไม่ปรากฏแถลงการณ์ใด ๆ เกี่ยวกับการปกป้องความลับของประชาชน ความเงียบเช่นนี้ย่อมถูกสังคมอ่านออกได้เอง

หลักการจะมีพลังเมื่อถูกใช้กับทุกกรณี หากกรณีหนึ่งถูกขยายจนเป็นวาระสาธารณะ แต่อีกกรณีกลับไร้เสียงใด ๆ สังคมย่อมตั้งคำถามต่อมาตรฐานของนักวิชาการเหล่านั้นโดยตรง

กมธ.สว.จวก กกต.ฟ้องปิดปาก สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน ปมชลบุรี เขต 1

กมธ.สว.จวก กกต.ฟ้องปิดปาก สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน ปมชลบุรี เขต 1

กมธ.สว.จวก กกต.ฟ้องปิดปาก สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน ปมชลบุรี เขต 1

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.30 น.

“กมธ.พัฒนาการเมือง สว.”เชิญ”นับใหม่ ok นะ-กกต.”คุย เคลียร์ปมถูกฟ้อง”เปิดหีบบัตร เขต 1 ชลบุรี” โวยใช้กฎหมายปิดปาก แนะอธิบายข้อเท็จจริง ปชช. จ่อสอบปม”บาร์โค้ด” ขณะที่”เบญจพร”ยันไร้เจตนา เชื่อถูกฟ้องเพราะได้ข้อมูลไม่ครบ

17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนรร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มี นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประธาน กมธ.นัดประชุมพิจารณากรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี โดยเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง อาทิ น.ส.เบญจพร สุขสว่าง , น.ส.กนกวรรณ สร้อยสน ตัวแทนกลุ่มนับใหม่okนะ ขณะที่ฝ่าย กกต.ได้ส่ง นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. , นายประยูร วัฒนศิริบรรรจง ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง จ.ชลบุรี เขต1 เข้าชี้แจงต่อ กมธ.ผ่านระบบออนไลน์

ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายนรเศรษฐ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การเชิญตัวแทน กกต.และประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้ามาหารือ เพื่อต้องการให้ทั้ง 2 ฝ่าย ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย กมธ.หวังว่าจะทำให้เกิดการไกล่เกลี่ยไม่ต้องฟ้องคดีกับประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบกระบวนการการเลือกตั้ง ส่วนตัวมองว่าหาก กกต.เลือกฟ้องคดีกับประชาชน แทนอธิบายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและปัญหาที่ประชาชนสงสัยอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ กกต.ได้ เพราะกระบวนการดังกล่าวเท่ากับเป็นการฟ้องปิดปาก

“กรณีกระบวนการการนับคะแนนที่มีปัญหา และประชาชนเข้าไปตรวจสอบ จนทำให้ กกต.แจ้งข้อกล่าวหากับประชาชน จะให้ กกต.ชี้แจงว่าการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นการตีความตามตัวอักษรของกฎหมายว่าประชาชนละเมิด หรือเป็นการตีความตามเจตนารมณ์ กรณีที่ กกต.จะดำเนินการกับประชาชนนั้นได้สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนอย่างมาก เพราะการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนไม่กล้าตรวจสอบ อาจเกิดกรณีฟ้องปิดปากได้” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกระบวนการเลือกตั้งที่พบว่ามีปัญหาหลายอย่าง รวมไปถึงการนับคะแนนเลือกตั้ง และเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นประเด็นต่อไปที่ กมธ.การพัฒนาการเมืองจะตรวจสอบ และจะเชิญ กกต.ชี้ว่าในกระบวนการแต่ละหน่วยเลือกตั้งรวมถึงการจับเก็บ เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้องหรือไม่

เมื่อถามถึงกรณีที่ภาคประชาชนเตรียมยื่น สว.ให้เข้าชื่อเพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาเลิกการเลือกตั้งที่มีปัญหา หรือให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า การยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ สว. แต่ขณะนี้ยังไม่ได้หารือกัน และยังไม่ทราบประเด็น ดังนั้นต้องขอหารือกับ สว.อีกครั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจน อย่างไรก็ดี ในกระบวนการเลือกตั้งที่มีปัญหา กกต.ควรอธิบายให้ทราบว่าการทำงานและตามข้อสงสัยของสังคมนั้นข้อเท็จจริงเป็นอย่างงไร เพราะหากอธิบายแล้วประชาชนยังรู้สึกไม่เชื่อมั่น หรือขาดความเชื่อมั่น ตนมองว่าไม่ได้กระทบต่อผลการเลือกตั้งเท่านั้น แต่จะส่งผลต่อกระบวนการประชาธิปไตย

ด้าน น.ส.เบญจพร ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ กกต.ชลบุรี เขต1 ได้ฟ้องในข้อหาบุกรุก และขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ มองว่าสิ่งที่ กกต.ทำนั้นอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะการตัดสินใจฟ้องประชาชนนั้นอาจเป็นเพราะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ ขณะที่ภาคประชาชนได้แจ้งความ กกต.ชลบุรี กลับข้อหาแจ้งความเท็จ ส่วน กกต.กลาง อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี

“เหตุผลที่ประชาชนต้องต่อสู่เพราะเห็นความน่าสงสัยหลายอย่าง และประชาชนไม่มั่นใจในความโปร่งใส ขณะที่เจ้าหน้าที่ กกต.ที่ทำหน้าที่ไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริง อย่างไรก็ดี รู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดกฎหมาย แต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนานำเอกสารเลือกตั้งออกมาพื้นที่ แต่ที่ต้องเข้าไปต้องการแสดงให้ประชาชนเห็นว่ากระบวนการจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งนั้นมีความน่าสงสัย ซึ่งแทนที่ กกต.จะชี้แจงตรงไปตรงมา กับใช้กฎหมายเล่นงาน ซึ่งคิดว่าเป็นการฟ้องปิดปากจากนี้ประชาชนต้องดำเนินการต่อไป” น.ส.เบญจพร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม กมธ.นั้น ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังการชี้แจง โดย กมธ.ได้แจ้งว่าจะแถลงผลการประชุมอีกครั้งหลังจากที่ประชุมแล้วเสร็จ

– 006

ภราดร บอกทำได้หมด ปัดตอบกระแสข่าวนั่งประธานสภาฯ

ภราดร บอกทำได้หมด ปัดตอบกระแสข่าวนั่งประธานสภาฯ

ภราดร บอกทำได้หมด ปัดตอบกระแสข่าวนั่งประธานสภาฯ

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.57 น.

17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถามกระแสข่าวจะได้นั่งตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่ โดยตอบทีเล่นทีจริงว่า “จะไล่แล้วหรอ จะไล่ผมแล้วหรอ ไม่อยากให้ผมอยู่ทำเนียบรัฐบาลแล้วหรอ” เมื่อถามว่า ระหว่างเป็นรัฐมนตรีกับเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ชอบอะไรมากกว่ากัน นายภราดร กล่าวสั้นๆ พร้อมยิ้มว่า “ทำได้หมด”

โสภณ ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด

โสภณ ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด

โสภณ ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.52 น.

โสภณ ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด 

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวถูกวางตัวเป็นประธานสภาฯว่า กระแสข่าวก็คือกระแสข่าว ยืนยันยังไม่มีการทาบทาม ถ้าเราดูภาพรวมการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ทุกพรรคขอให้รอการรับรองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก่อน เพราะเราก็เห็นกันอยู่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหาอะไร กกต.ถึงยังไม่รับรอง  ก็หวังว่าจะเรียบร้อยในเร็ววัน กระแสข่าวที่ว่าจะได้มาเร็ว   หาก กกต. รับรองแล้วถึงค่อยมาคุยเรื่องตำแหน่งกัน ซึ่งกระบวนการมันควรเป็นแบบนั้น ถือเป็นวิวัฒนาการการเลือกตั้งแบบใหม่ สมัยก่อนพอเลือกตั้งเสร็จก็มาชูมือกันแต่ครั้งนี้เป็นไปตามกติกา 

เมื่อถามว่าหากได้รับมอบหมายมีความพร้อมหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ตนเป็นคนที่ทำอะไรเล่นๆไม่เป็น ไม่ว่าอยู่ตำแหน่งไหนก็ทำมาแล้ว อย่างสภาฯสมัยที่แล้วที่ตนเป็นสส.ไม่ได้คิดจะเป็นรองนายกฯ ก็ทำเรื่องแก้ยาเสพติด ดังนั้นตนอยู่ตำแหน่งไหนก็ทำเต็มที่ 

เมื่อถามว่ามีความแม่นยำเรื่องข้อบังคับการประชุมสภาฯอยู่ใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่ามันมีอยู่ในหนังสืออยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจว่าควบคุมการประชุมสภาฯได้ใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ยังไม่ได้เป็นเลย ขอให้ได้เป็นก่อน 

เมื่อถามว่านอกจากตำแหน่งประธานสภาฯ แล้ว ตำแหน่งรองประธานคนที่หนึ่ง และ คนที่สอง ต้องเป็นของพรรคภูมิใจไทยด้วยหรือไม่ เพราะเป็นพรรคที่มีเสียง มากถึง193 เสียง นายโสภณ กล่าวว่าแค่ตำแหน่งประธานสภาฯยังตอบไม่ได้เลย จะถามตำแหน่งรองประธานสภาฯ ตนจะตอบได้อย่างไร 

เมื่อถามอีกว่าระหว่างงานฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ อยากทำส่วนไหนมากกว่ากัน นายโสภณ กล่าวว่าไม่มีอยากทำอะไรแต่ยืนยัน ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็จะทำให้ดีที่สุด ตำแหน่งไม่ใช่อุปสรรคว่าจะทำดีไม่ได้ เราต้องทำให้ดีที่สุดให้เป็นประโยชน์ให้คนเขาสรรเสริญ ซึ่งคนจะสรรเสริญหรือนินทาอยู่ที่การกระทำของเรา ทำดีคนก็สรรเสริญ ทำไม่ดีคนก็นินทาเป็นเรื่องปกติ ตนท่องทุกวันโลกธรรม 8 และพอมาเป็นรองนายกฯก็ต้องคิดว่าสักวันหนึ่งก็ต้องไปเราไม่ได้เป็นเจ้าของ

นฤมล บอกใจเย็นๆ รอกล้าธรรม ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

นฤมล บอกใจเย็นๆ รอกล้าธรรม ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

นฤมล บอกใจเย็นๆ รอกล้าธรรม ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.50 น.

17 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีได้รับการติดต่อจากพรรคภูมิใจไทยเพื่อร่วมรัฐบาลแล้วหรือยังว่า ได้ติดต่อกันไปหมดแล้ว ส่วนจะมีการนัดหมายเพื่อพูดคุยกันอย่างเป็นทางการเมื่อใดนั้น ขอให้รอแล้วกัน คงจะมีการแจ้งให้ทราบ 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องใช้เวลารอนานแค่ไหนนั้น นางนฤมล กล่าวว่า ”ใจเย็นๆ“ ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ได้มีการพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แล้วหรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พูดไปหมดแล้ว

เลขาฯกฤษฎีกา โยน กต.แจงปมยกเลิก MOU 44 ชี้ทำได้หากไม่กระทบ กม.ระหว่างประเทศ

เลขาฯกฤษฎีกา โยน กต.แจงปมยกเลิก MOU 44 ชี้ทำได้หากไม่กระทบ กม.ระหว่างประเทศ

เลขาฯกฤษฎีกา โยน กต.แจงปมยกเลิก MOU 44 ชี้ทำได้หากไม่กระทบ กม.ระหว่างประเทศ

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.50 น.

“เลขาฯกฤษฎีกา”โยน”กต.”แจงปมยกเลิก”MOU 44” ชี้ทำได้หากไม่กระทบกฎหมายระหว่างประเทศ ระบุ”ไทย-กัมพูชา”ต้องเห็นพ้องตั้งกติกานับหนึ่งใหม่

17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สั่งการให้ไปศึกษายกเลิก MOU 2544 ว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ไปศึกษา ซึ่งขั้นตอนการยกเลิกต้องไปดูกฎหมายระหว่างประเทศ และข้อตกลงในการประชุมว่าสามารถทำได้หรือไม่ แต่โดยหลักสามารถทำได้และมีกระบวนการที่ต้องทำ ซึ่งต้องดูว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อยกเลิกแล้วทั้ง 2 ประเทศ ต้องไปพูดคุยกันเพื่อร่างกติกาขึ้นมาใหม่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า แล้วแต่ทั้งสองประเทศจะคุยกันว่าจะนับหนึ่งกันใหม่หรือไม่ จึงอยากให้ไปถามกระทรวงการต่างประเทศดีกว่า ก่อนจะออกตัวว่าตนไม่ถนัดกฎหมายระหว่างประเทศ ถนัดกฎหมายไทยมากกว่า

เมื่อถามถึงมุมมองข้อกฎหมาย เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งที่มี QR code จะนำไปสู่การเป็นโมฆะหรือไม่ นายปกรณ์ ย้อนถามว่า มีคนร้องไปที่ศาลแล้วหรือยัง หากร้องไปที่ศาลแล้ว ขอให้รอศาลพิพากษา อย่าไปพูดอะไรที่นอกกระบวนการ หากเรื่องไปที่ศาลแล้วก็คงต้องรอศาล การให้ความหมายไปคนละทิศละทาง ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร

ไชยชนก คุย ไผ่ ลิกค์ จริง รับไร้เงื่อนไขต่อรองร่วม รบ. ขอรอหัวหน้าพรรคคุยกันก่อน

ไชยชนก คุย ไผ่ ลิกค์ จริง รับไร้เงื่อนไขต่อรองร่วม รบ. ขอรอหัวหน้าพรรคคุยกันก่อน

ไชยชนก คุย ไผ่ ลิกค์ จริง รับไร้เงื่อนไขต่อรองร่วม รบ. ขอรอหัวหน้าพรรคคุยกันก่อน

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.31 น.

17 กุมภาพันธ์ 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณี นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) ต่อสายพูดคุยถึงการจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีเงื่อนไขต่อรอง ว่า มีการโทรศัพท์มาและพูดคุยกันสั้นๆ แต่ท้ายที่สุดก็ได้คุยกันว่า อยากให้หัวหน้าพรรคได้หารือกัน แล้วค่อยมาพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ

เมื่อถามว่า หลักการของพรรคกล้าธรรม คือสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เบื้องต้นที่พูดคุยกัน แต่เดี๋ยวรอดูสุดท้ายว่าจะเป็นว่าจะเป็นอย่างไรอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องรอให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกฯ และรมว. มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แล้วก็เข้ามาที่พรรคได้เลย

เมื่อถามย้ำว่า กรณีที่นายไผ่ระบุพรรคกล้าธรรมไม่มีเงื่อนไขต่อรองนั้น นายไชยชนก กล่าวว่า อันนั้นเป็นสิ่งที่พูดกับตนตอนที่โทรศัพท์คุยกัน เดี๋ยวรออย่างเป็นทางการดีกว่า

เมื่อถามว่า จะมีการนัดหารือกับพรรคกล้าธรรมวันไหน นายไชยชนก กล่าวว่า รอให้ ร.อ.ธรรมนัส คุยกับนายอนุทินก่อน เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้ไม่ปิดประตูในการจับมือกับพรรคกล้าธรรมใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เราประกาศไปชัดเจนแล้วว่าพร้อมที่จะรับฟังทุกท่าน อันนี้เราคอนเฟิร์ม

เมื่อถามว่า เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีในพรรคภูมิใจไทยมีการคุยกันหรือไม่ เนื่องจากมีชื่อนายไชยชนก ไปนั่ง รมว.มหาดไทย นายไชยชนก กล่าวว่า “ไม่ครับ ต้องยืนยันว่า ตราบใดที่ผลการเลือกตั้งยังไม่ถูกคอนเฟิร์ม เราไม่มีการยืนยันตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้รอการแถลงอย่างเป็นทางการดีกว่า”