ชัยทิพย์ ไม่หวั่น ป.ป.ช.ชี้มูลคดีเล่นพนันในสภา ขอแค่ชนะเลือกตั้ง พิสูจน์ชาวบ้านยังรัก

ชัยทิพย์ ไม่หวั่น ป.ป.ช.ชี้มูลคดีเล่นพนันในสภา ขอแค่ชนะเลือกตั้ง พิสูจน์ชาวบ้านยังรัก

ชัยทิพย์ ไม่หวั่น ป.ป.ช.ชี้มูลคดีเล่นพนันในสภา ขอแค่ชนะเลือกตั้ง พิสูจน์ชาวบ้านยังรัก

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.29 น.

“ชัยทิพย์”แจง ไม่หวั่น ป.ป.ช.ชี้มูลคดีพนันในสภา ลั่น รู้อยู่แล้วจะมีข่าวออกในช่วงนี้ ขอแค่ชนะเลือกตั้ง พิสูจน์ชาวบ้านยังรัก

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 5 เบอร์ 3 พรรคกล้าธรรม โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ป.ป.ช.ได้สั่งชี้มูลความผิด กรณีเล่นการพนันในห้องทำงาน ส.ส.ภายในอาคารรัฐสภา ซึ่งเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค. 2566 ว่า ไม่เป็นไร เพราะนึกอยู่แล้วว่า น่าจะมีข่าวในช่วงนี้ แต่ไม่ซีเรียส เพราะวันเลือกตั้งขอให้ชนะ ให้รู้ว่าชาวบ้านรักตนแค่ไหน เท่านั้นตนก็พอใจแล้ว 

ทนายเชาว์ ปลุกศักดิ์ศรีคนใต้ สร้างฟ้าใหม่เมืองคอน ร่วมไล่การเมืองซื้อเสียง

ทนายเชาว์ ปลุกศักดิ์ศรีคนใต้ สร้างฟ้าใหม่เมืองคอน ร่วมไล่การเมืองซื้อเสียง

ทนายเชาว์ ปลุกศักดิ์ศรีคนใต้ สร้างฟ้าใหม่เมืองคอน ร่วมไล่การเมืองซื้อเสียง

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.58 น.

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chao Meekhuad สะท้อนบรรยากาศการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง หลังลงพื้นที่ปราศรัยย่อย ณ สนามโรงเรียนบ้านห้วยหาร ตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยระบุว่า แม้จะเป็นการปราศรัยขนาดเล็ก แต่มีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมากเกินคาด สะท้อนความตื่นตัวทางการเมืองของชาวบ้านในพื้นที่อย่างชัดเจน

เชาว์ ระบุว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกซาบซึ้งใจไม่ใช่จำนวนผู้มาร่วมฟังเพียงอย่างเดียว แต่คือการต้อนรับอย่างอบอุ่นของประชาชน โดยย้ำว่า การสนับสนุนดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการแจกของหรือการใช้เงินหาเสียง หากแต่เกิดจาก “ศักดิ์ศรีของคนใต้ที่ยังไม่ตาย”

อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงปัญหาการซื้อเสียงว่า เงินไม่ใช่ความหวังของประชาชน แต่เป็น “กับดัก” ทางการเมือง พร้อมเตือนว่า แม้จะ “กินเหยื่อได้ แต่อย่ากินเบ็ด” เพราะเบ็ดที่กลืนเข้าไปในวันนี้ อาจกลายเป็นโซ่ที่ล่ามอนาคตของประชาชนไปอีกหลายปี

เชาว์ ย้ำจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ยืนอยู่บนหลัก “การเมืองสุจริต” มาอย่างยาวนาน และเป็นสมบัติทางการเมืองที่พ่อเฒ่าแม่เฒ่าชาวใต้ร่วมกันรักษาไว้ ไม่ใช่เพื่อพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เพื่อไม่ให้ลูกหลานต้องอยู่ใต้ระบบการเมืองแบบซื้อขาย

พร้อมกันนี้ เขามองว่าภาพประชาชนแน่นสนามปราศรัย เป็นสัญญาณชัดเจนว่าภาคใต้ยังไม่ยอมจำนนต่อการเมืองทุน และยังไม่ยกบ้านยกเมืองให้กับแนวคิดที่ว่า “เงินถึงก็ชนะ”

เชาว์ ทิ้งท้ายว่า “ฟ้าใหม่เมืองคอน” ไม่ใช่ฟ้าที่เกิดจากทุน แต่คือฟ้าที่เกิดจากประชาชนที่ตาสว่าง และพร้อมจะใช้พลังในคูหาเลือกตั้ง “ไล่คนซื้อเสียงออกจากภาคใต้” ด้วยมือของตัวเอง โดยย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกผู้แทน แต่คือการเลือกว่าจะรักษาศักดิ์ศรีของบ้านเมืองไว้ หรือยอมขายมันในราคาถูก เพื่อให้คนโกงไปกอบโกย โกงกินบ้านเมืองที่เทียบค่ากันไม่ได้ 

กกต.แจงเรียก ซีเค ให้ข้อมูลซื้อเสียง ย้ำสอบหมดแม้ไม่ระบุพรรค ชี้ซื้อเสียงคำร้องไม่ถึง 10%

กกต.แจงเรียก ซีเค ให้ข้อมูลซื้อเสียง ย้ำสอบหมดแม้ไม่ระบุพรรค ชี้ซื้อเสียงคำร้องไม่ถึง 10%

กกต.แจงเรียก ซีเค ให้ข้อมูลซื้อเสียง ย้ำสอบหมดแม้ไม่ระบุพรรค ชี้ซื้อเสียงคำร้องไม่ถึง 10%

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.51 น.

กกต.เผยปมเรียก”ซีเค เจิง”ให้ข้อมูลซื้อเสียง ย้ำตรวจสอบหมดแม้ไม่ระบุพรรค ชี้เรื่องซื้อเสียงมีคำร้องไม่ถึง 10%

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. กล่าวกรณีกกต.เรียกนายซีเค เจิง  ซีอีโอและผู้บริหารของแพลตฟอร์ม Fastwork มาให้ข้อมูล เกี่ยวกับข้อความที่บอกว่ามีการซื้อเสียง  นายแสวงกล่าวว่า  ต้องอธิบายในหลักการก่อน ใครที่ให้ข้อมูลถึงความผิดพลาดของกกต.หรือใครที่ให้ข้อมูลถึงการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เราเรียกมาสอบสวนทั้งหมด ทุกเหตุการณ์จะเรียกมาสอบ เพื่อให้ได้ข้อมูลมาบริหารจัดการ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม หรือไม่ใส่ร้ายกัน   ซึ่งตอนนี้มีคนส่งข้อความมาระบุว่ามีพรรคการเมืองซื้อเสียง พรรคการเมืองจะซื้อเสียงไม่ได้ ต้องมาดูว่าพรรคการเมืองซื้อเสียงจริงหรือไม่ ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาเหมือนกัน ถึงจะไม่ระบุพรรคเรามีหน้าที่ตรวจสอบ และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการเรียกมาสอบสวน

ส่วนเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ส่งข้อมูลการเบิกเงิน 250 ล้านบาทมาให้นั้น เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบมูลเหตุซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าเขาทำธุรกิจอย่างอื่น ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่ก็ต้องตรวจสอบว่ามีเหตุที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งต้องตรวจสอบก่อน ก่อนที่จะไปกล่าวหาใคร และต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย

เมื่อถามว่าการเรียกคนที่โพสต์ข้อความ เป็นการป้องปราม ความคึกคะนองบนโลกโซเชียลหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า วันนี้มีคำร้องเข้ามา 90 เรื่อง มีการร้องในเรื่องของการโพสต์ใส่ร้าย กว่า 80% แต่ซื้อเสียงไม่ถึง 10% ซึ่งช่วง3-4วันนี้ ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งเป็นช่วงเฝ้าระวัง 

ส่วนความคืบหน้าคดีบุกค้นบ้านหัวคะแนนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น ตอนนี้กกต.สุราษฎร์ธานี ได้เข้าไปทำงานเชิงรุกเพื่อดูว่ามีการจัดเตรียมอะไรหรือไม่ แต่เบื้องต้นตั้งสำนวนเป็นความปรากฏ ซึ่งต้องรอดูว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไร

หมอตุลย์ ลุยศาลาแดง 6 ก.พ.นี้ รณรงค์ประชามติ กาไม่เห็นชอบให้มี รธน.ใหม่

หมอตุลย์ ลุยศาลาแดง 6 ก.พ.นี้ รณรงค์ประชามติ กาไม่เห็นชอบให้มี รธน.ใหม่

หมอตุลย์ ลุยศาลาแดง 6 ก.พ.นี้ รณรงค์ประชามติ กาไม่เห็นชอบให้มี รธน.ใหม่

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.53 น.

4 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.นี้ เวลา 11.00 – 12.30 น.ที่หน้าสีลมคอมเพล็กซ์ ใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ หรือ หมอตุลย์ จะเดินทางไปรณรงค์ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ วันที่ 8 ก.พ.69 ร่วมกัน กา “ไม่เห็นชอบ” ให้มีรัฐธรรมนูญใหม่

พรรคประชาชาติ ลั่นเดินหน้าปราบยาเสพติด คุมเข้ม กระท่อม-กัญชา ทำร้ายประชาชน

พรรคประชาชาติ ลั่นเดินหน้าปราบยาเสพติด คุมเข้ม กระท่อม-กัญชา ทำร้ายประชาชน

พรรคประชาชาติ ลั่นเดินหน้าปราบยาเสพติด คุมเข้ม กระท่อม-กัญชา ทำร้ายประชาชน

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.36 น.

พรรคประชาชาติ’ ลั่นเดินหน้าปราบยาเสพติด คุมเข้ม ‘กระท่อม-กัญชา’ ทำร้ายประชาชน เน้นจังหวัดชายแดนใต้ เผยคุย ‘สันติบาลกลันตัน มาเลย์ฯ’ สแกนพื้นที่พบ ‘สุไหงโก-ลก-ตากใบ’ ระบาดหนัก-น่าห่วง ลั่นน่าอับอายมาก

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า นโยบายสำคัญของพรรคประชาชาติ ที่ให้ความสำคัญมาก ก็คือเรื่องของยาเสพติด ที่ต้องเอาจริงเอาจัง เพราะถือเป็นปัญหาสำคัญที่ทำลายสังคม โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหลังจากที่ได้เดินทางไปมาเลเซีย เพื่อพูดคุยกับหัวหน้าสันติบาลรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย พบว่ามีความเป็นห่วง เพราะเขามองว่าพื้นที่อ.สุไหงโก-ลก และอ.ตากใบ เป็นแหล่งแพร่ระบาดของยาเสพติด จนมองว่าเป็นเมืองหลวงของยาไอซ์ ซึ่งน่าอับอายมาก

พ.ต.อ.ทวี  กล่าวว่า ยาเสพติดเหล่านี้ถูกลักลอบนำเข้ามาจากสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อนำกบดานไว้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเชื่อว่ามีผู้มีอิทธิพล หรือนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง ซึ่งนำเงินที่ได้มาจากการทำร้ายพี่น้องประชาชน เอามาเล่นการเมืองอีกรอบ เป็นที่น่าเป็นห่วงมาก ซึ่งหากตนและพรรคประชาชาติ เข้าไปก็จะต้องดำเนินการกับผู้ค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยใช้กลไกเรื่องการฟอกเงินจัดการให้เรียบร้อย 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ผลกระทบของยาเสพติด นอกจากเกิดปัญหาจากพื้นที่ชายแดน จนถึงขั้นที่มาเลเซีย จะสร้างรั้วกั้นพรมแดนเพื่อป้องกันยบาเสพติด ซึ่งส่งผลกระทบต่่อเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งพรรคประชาชาติ ก็มีแนวทางที่จะต้องบริหารพื้นที่ กวาดล้างยาเสพติด สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศเพื่อนบ้านว่าจะไม่เป็นแหล่งยาเสพติดที่ทำลายคุณภาพชีวิตประชาชนทั้ง 2 ประเทศอีก

“ยาเสพติดเป็นเรื่องร้ายแรง ถ้าพื้นที่ไหนมียาเสพติดระบาด ก็ไม่มีทางที่จะมีสันติภาพ สันติสุขได้ เราต้องแก้ไขจริงจัง ก่อนหน้านี้ตั้งแต่เป็นรมว.ยุติธรรม ก็ผลักดันให้มีข้อห้ามเรื่องการเร่ขายกระท่อมว่าทำไม่ได้ ต้องห่างจากสถานศึกษา เพราะมอมเมาเยาวชน ซึ่งคนในพื้นที่ก็ให้ความร่วมมือ ถ้ากลับเป็นรัฐบาล กระท่อม-กัญชา ต้องกลับเป็นยาเสพติด ต้องกวาดล้างจริงจัง ยึดทรัพย์ ส่วนผู้เสพ ก็ต้องมีกระบวนการบำบัดที่เหมาะสม” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ปิดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 69 ภท.นัดใหญ่เวทีปราศรัย 6 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์

ปิดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 69 ภท.นัดใหญ่เวทีปราศรัย 6 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์

ปิดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 69 ภท.นัดใหญ่เวทีปราศรัย 6 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.26 น.

ปิดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง69 “ภท.”นัดใหญ่เวทีปราศรัย 6 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์ “อนุทิน”นำดรีมทีม ชู”เลือกพรรคภูมิใจไทย ได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก”

4 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แม่ทัพหาเสียงกรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทยจะจัดการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 16.30 น.เป็นต้นไป โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊ก และยูทูป พรรคภูมิใจไทย ซึ่งการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายดังกล่าว นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารมืออาชีพ ได้แก่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย , นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย , นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย โดยจะนำเสนอให้เห็นว่า “เลือกพรรคภูมิใจไทย ได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก”

ผมคลั่งชาติ! อดีตบิ๊กข่าวกรอง ชี้ พรรคใดยอมตามข้อเรียกร้องต่างชาติ​ มันคือทรยศต่อแผ่นดิน

ผมคลั่งชาติ! อดีตบิ๊กข่าวกรอง ชี้ พรรคใดยอมตามข้อเรียกร้องต่างชาติ​ มันคือทรยศต่อแผ่นดิน

ผมคลั่งชาติ! อดีตบิ๊กข่าวกรอง ชี้ พรรคใดยอมตามข้อเรียกร้องต่างชาติ​ มันคือทรยศต่อแผ่นดิน

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.26 น.

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผมคลั่งชาติ
แผ่นดินไทยนี้ พระมหากษัตริย์เจ้าและบรรพบุรุษได้ช่วยกันรักษาแผ่นดินนี้ให้กับพวกเราได้อยู่อาศัยอย่างมีความสุข ถ้าไม่รักชาติไทย​ ไม่คลั่งชาติไทย​ จะให้ไปรักชาติอื่นนั้นอย่าหมาย

หากไม่มี​ ร.1 เราก็เป็นขี้ข้าพม่า​ หากไม่มี​ ร.3 ที่ทรงสะสมเงินถุงแดงไว้​ ร.5 คงไม่มีเงินไถ่ประเทศจากฝรั่งเศส​ หากไม่ใช่พระปรีชาสามารถของ​ ร.​5 ไทยคงต้องถูกแบ่งประเทศให้เจ้าอาณานิคมอังกฤษ​ ฝรั่งเศส ที่จะรุมทิ้งไทย จะไม่ให้รักและเทิดทูนพระมหากษัตริย์เจ้าได้อย่างไร

ไทยต้องเสียดินแดนจำนวนมาก​ ทั้งกลันตัน​ ตรังกานู​ ไทรบุรี​ ปาลิสให้อังกฤษ​ และเสียลาวฝั่งซ้ายและขวาของแม่น้ำโขง​ เสียมราช​ พระตะบอง​ ศรีโสภณ​ และเกาะกงให้ฝรั่งเศส​ เราต้องไม่ยอมเสียดินแดนให้ใครอีกแล้ว

ใครที่ว่าไทยคลั่งชาติ​ ดินแดนไทยถูกรุกล้ำ​ แต่ยังไม่เสียดินแดน​ ต้องถามคนพวกนั้น​ ยอมเสียที่ดินของตนเองให้คนอื่นยึดครองไหม​ เปิดรั้วบ้าน​ เปิดประตูบ้านให้คนอื่นเข้าอยู่ได้ไหม​ หากยังทำไม่ได้​ อย่าเห่าหอน​ หุบปากได้แล้ว พรรคใดยอมตามข้อเรียกร้องของต่างชาติ​ มันคือทรยศต่อแผ่นดินเกิด

ปชป.มั่นใจ10เขตกรุงเทพฯจ่อเข้าวิน ระดมดึงเสียงฝ่ายอนุรักษ์ฯช่วย

ปชป.มั่นใจ10เขตกรุงเทพฯจ่อเข้าวิน ระดมดึงเสียงฝ่ายอนุรักษ์ฯช่วย

ปชป.มั่นใจ10เขตกรุงเทพฯจ่อเข้าวิน ระดมดึงเสียงฝ่ายอนุรักษ์ฯช่วย

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.24 น.

โค้งสุดท้ายประชาธิปัตย์ประเมินโอกาสยึด 10 เขต กรุงเทพ ระดมกำลังดึงคะแนนฝ่ายอนุรักษ์นิยมช่วยโหวต

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยกับแนวหน้าออนไลน์ว่า ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ได้ประเมินความเป็นได้ที่จะได้ที่นั่ง สส.ในกรุงเทพฯ พบว่า มี 10 เขต ที่คะแนนสูสีกับคู่แข่ง และมีโอกาสชนะสูงมาก หากได้รับเสียงโหวตเพิ่มขึ้นจากฝ่ายอนุรักษ์นิยม

โดย 10 เขต ดังกล่าว ประกอบด้วย

เขต 1 นายพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี หมายเลข 9

เขต 2 ดร.เจษฎา เลิศธนสาร หมายเลข 11

เขต 3 นายอภิมุข ฉันทวานิช หมายเลข 3

เขต 4 นายพงศกร ขวัญเมือง หมายเลข 1

เขต 6 น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร หมายเลข 5

เขต 9 น.ส.วิเวียน จุลมนต์ หมายเลข 1

เขต 21 ดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล หมายเลข 14

เขต 23 น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์ หมายเลข 17

เขต 31 พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ หมายเลข13

เขต 33 นายเจตน์สฤษดิ์ เลิศธนสาร หมายเลข 8

แหล่งข่าวระบุว่า ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียง พรรคประชาธิปัตย์ระดมแกนนำลงไปช่วยผู้สมัครทั้ง 10 เขตหาเสียงอย่างเต็มที่โดยเชื่อว่าถ้าสามารถดึงฝ่ายอนุรักษ์นิยมให้มาลงคะแนนให้ได้ จะได้รับการเลือกตั้งเข้ามาทั้ง 10 เขต นอกเหนือจากคะแนนบัญชีรายชื่อที่จะได้เพิ่มขึ้นแน่นอน

พิชิต-นัสเซอร์ รอดคุก ศาลให้ประกันคนละ 1 หมื่น-ไม่กำหนดเงื่อนไข

พิชิต-นัสเซอร์ รอดคุก ศาลให้ประกันคนละ 1 หมื่น-ไม่กำหนดเงื่อนไข

พิชิต-นัสเซอร์ รอดคุก ศาลให้ประกันคนละ 1 หมื่น-ไม่กำหนดเงื่อนไข

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.13 น.

4 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณีเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ที่ศาลแขวงดุสิต ถ.นครไชยศรี ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ387/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายนัสเซอร์ หยีหมะ หัวหน้ารักษาความปลอดภัย เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) หรือหัวหน้าการ์ด คปค.และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท.ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 – 2 ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ โดยศาลพิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ 1 เดือน และเมื่อพิจารณาจากประวัติและสภาพความผิดที่จำเลยทั้งสองได้เคยกระทำในลักษณะเดียวกันหลายครั้ง ตามรายงานของกองทะเบียนประวัติอาชญากร จึงเห็นสมควรไม่รอการลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : จำคุก พิชิต-นัสเซอร์ 1 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีชุมนุมตั้งเต็นท์บนถนน ปี 67)

ต่อมา ทนายความของจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสองมีประกันตัวไประหว่างอุธรณ์คดี โดยตีราคาประกันคนละ 10,000 บาท โดยไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ

ดร.เอ้ ยันให้ความสำคัญดันยกระดับอาชีวะไทย ไม่ให้เป็นเพียงทางเลือกที่สอง

ดร.เอ้ ยันให้ความสำคัญดันยกระดับอาชีวะไทย ไม่ให้เป็นเพียงทางเลือกที่สอง

ดร.เอ้ ยันให้ความสำคัญดันยกระดับอาชีวะไทย ไม่ให้เป็นเพียงทางเลือกที่สอง

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.05 น.

‘หัวหน้าเอ้’ นำทีมไทยก้าวใหม่เยือน ‘เทคนิคดอนเมือง’ ยันให้ความสำคัญ ดันยกระดับ ‘อาชีวะไทย’ ไม่ให้เป็นเพียงทางเลือกที่สอง เชื่อคือหัวใจของการศึกษา-ใบเบิกทางสู่ตลาดแรงงานคุณภาพ ชูโมเดล ‘KOSEN’ พลิกโฉมสู่สถาบันวิชาชีพชั้นสูง ปั้นยุววิศวกร เงินเดือนสูง เป็นที่ต้องการของตลาด ยันทุกคนมีโอกาสไปได้ไกลเท่าความฝัน 

4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง กทม. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน-นักศึกษา ที่วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง โดยนายสุชัชวีร์ กล่าวกับนักศึกษาว่า ตนเองเติบโตมาในครอบครัวครู พ่อเป็นครูช่างยนต์ แม่เป็นครูคหกรรม และเกิดในบ้านพักครูของวิทยาลัยเทคนิคระยอง จึงมีความเข้าใจและผูกพันกับอาชีวะมาตั้งแต่เด็ก จึงขอให้กำลังใจนักเรียนอาชีวศึกษา ไม่ว่าศึกษาอยู่แผนกใด ขอให้ตั้งใจเรียน เพราะทุกคนมีโอกาสไปได้ไกลเท่าความฝัน เช่นเดียวกับตนที่ได้รับทุนไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยระดับโลก จนกลับมาตอบแทนคุณแผ่นดินในทุกวันนี้ ได้เป็น ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมการก่อสร้างใต้ดินคนแรก และเป็นนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย

“สิ่งหนึ่งที่พี่เอ้ภาคภูมิใจ คือการนำระบบอาชีวะญี่ปุ่นอย่าง “KOSEN” (โคเซ็น) หรือสถาบันเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ที่เปิดรับนักเรียนจบชั้น ม.3 เข้ามาเรียนต่อในหลักสูตร 5 ปี เพื่อปั้นให้เป็น ยุววิศวกร เพื่อให้ผู้เรียนจบออกมาเป็นกำลังหลักช่วยภาคอุตสาหกรรมได้เร็วขึ้น โดยในสมัยที่พี่เอ้เป็นคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้นำโมเดลนี้มาเปิดในไทยเป็นครั้งแรก โดยเริ่มจากการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับ KOSEN Maizuru ของญี่ปุ่น และนำไปสู่การก่อตั้ง สถาบัน KOSEN-KMITLแห่งแรกของประเทศไทย และได้สร้าง ยุววิศวกรไทย สไตล์ญี่ปุ่น ที่จบออกมาแล้วสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศได้จริง” นายสุชัชวีร์ กล่าว

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ภาพลักษณ์ของ KOSEN ไม่ใช่เพียงโรงเรียนอาชีวศึกษา แต่คือสถาบันวิชาชีพขั้นสูงที่ผู้เรียนจบมาได้รับเงินเดือนสูงไม่แพ้ปริญญาตรีเพราะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน หรือหากต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยก็สามารถศึกษาต่อได้ถึงระดับปริญญาเอก  ที่สำคัญตนดีใจมากที่ได้มาพบกับเพื่อนเก่าสมัยเรียนที่ไม่ได้เจอกันนานกว่า 40 ปี ดีใจที่ได้เห็นการเติบโตของทุกคนที่มาจากจุดเริ่มต้นการเป็นเด็กช่างด้วยกัน หลายๆ คนเติบโตมาเป็นช่างฝีมือ วิศวกรเทคนิค และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งเป็น คนทำงานตัวจริงที่สังคมขาดไม่ได้ และเป็นหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ว่าระบบอาชีวศึกษาสามารถสร้างบุคลากรคุณภาพระดับประเทศได้จริง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคขั้นสูง เช่น ช่างระบบอัตโนมัติ ช่างอากาศยาน หรือวิศวกรเทคนิค AI และหุ่นยนต์ หากมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญระดับโลก สามารถสร้างรายได้สูงถึงหลักแสนบาท และในบางสาขาอาจพุ่งแตะระดับ 600,000 บาทต่อเดือน

ต่อมานายสุชัชวีร์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในต่างประเทศ เด็กอาชีวะไม่ใช่ ทางเลือกที่สองแต่คือ ทางลัดสู่ตลาดแรงงานคุณภาพสูงที่ได้ฝึกงานจริง มีรายได้เริ่มต้นสูง และเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องผลักดันยุทธศาสตร์นี้อย่างจริงจังไม่ปล่อยให้องคาพยพที่สำคัญของชาติถูกมองข้ามไป และเสียโอกาสในการให้อาชีวะสร้างชาติ สร้างงาน และสร้างคนคุณภาพให้กับสังคม 

“ผมขออาสามาผลักดันนโยบายด้านการศึกษาที่ทำได้จริง และทำได้เลยให้กับการศึกษาทั้งสายสามัญ และสายอาชีพให้กับประเทศไทย โดยผู้มีประสบการณ์ที่ผ่านการบริหารด้านการศึกษามาจริง โดยขอโอกาสให้กับพรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49 เข้ามาทำงานรับใช้ประชาชน”นายสุชัชวีร์ กล่าว