จับตาปัญหาหนี้ของ Evergrande สะเทือนบริษัทอื่นๆ ของจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663099

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 18:25 น.จับตาปัญหาหนี้ของ Evergrande สะเทือนบริษัทอื่นๆ ของจีนมันกำลังจะกลายเป็น ‘โดมิโน เอฟเฟกต์’ หรือไม่? กับปัญหาหนี้ที่รุงรังของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษืใหญ่ของจีน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างความเห็นของผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์ว่า ในขณะที่ Evergrande Group บริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ของจีนกระเสือกกระสนที่จะขายสินทรัพย์อย่างรวดเร็วและหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ 1.97 ล้านล้านหยวน (305,300 ล้านดอลลาร์) มันอาจเพิ่มความเสี่ยงใต่อบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ของเอกชนจีนอื่นๆ ไป

ความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับ 2 ของประเทศจีนในการชำระเงินดอกเบี้ยเงินกู้จากธนาคารและการชำระเงินผลิตภัณฑ์การบริหารความมั่งคั่งได้ นำไปสู่ภาวะการเทขายพันธบัตรและหุ้นที่ที่ย่ำแย่ลงไปอีกในสัปดาห์ที่ผ่านมา

พันธบัตรออฟชอร์ของ Evergrande ลดลงเหลือน้อยกว่าหนึ่งในสี่ของมูลค่าที่ตราไว้ การซื้อขายพันธบัตออนชอร์หยุดชั่วคราว และราคาหุ้นตกต่ำลง ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดลดลงมากกว่า 3 ใน 4 ในปีนี้

“การบอกคนวงการอสังหาให้ปลดเลเวอเรจอย่างรวดเร็วก็เหมือนกับบอกให้คนที่น้ำหนัก 900 ปอนด์ลดน้ำหนักให้เหลือต่ำกว่า 100 ปอนด์ ไม่ใช่ความอ้วนที่ฆ่าเขา แต่เป็นกระบวนการลดน้ำหนักอย่างมาก (เร็วมาก)” ผู้จัดการสินทรัพย์ตราสารหนี้รายหนึ่งกล่าว ซึ่งเขาปฏิเสธที่จะระบุตัวตนเนื่องจากมีความอ่อนไหวในประเด็นนี้

Evergrande เป็นหนึ่งในผู้ออกตราสารหนี้ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์ในตลาดเกิดใหม่รายใหญ่ที่สุดของโลกด้วยพันธบัตรมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ และปัญหาที่บริษัทเผชิญตอนนี้ได้ส่งผลให้ดัชนีผู้ออกตราสารหนี้เงินดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทนสูงของจีนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน

S&P Global Ratings กล่าวว่าความผันผวนของตลาดตราสารหนี้จะทำให้ความพยายามของนักพัฒนาอสังหาฯ บางส่วนประสบปัญหามากขึ้นในการรีไฟแนนซ์ โดยเสริมว่านักพัฒนาที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตมีกำหนดชำระคืนมูลค่า 480,000 ล้านหยวนในระยะเวลาครบกำหนดทั้งอนชอร์และออฟชอร์ในอีก 12 เดือนข้างหน้า

บริษัทพัฒนาเอกชน Guangzhou R&F Properties Co และ Xinyuan Real Estate Co ถูกปรับลดเครดิตในเดือนนี้เนื่องจากความกังวลว่าพวกเขาจะมีปัญหาในการชำระหนี้ โดยผลตอบแทนจากพันธบัตรของพวกเขาพุ่งขึ้นสูงกว่า 30% อันเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดอ่อนตัวลง

Evergrande ให้คำมั่นเมื่อวันศุกร์ว่าจะชำระคืนผลิตภัณฑ์การบริหารความมั่งคั่งที่ครบกำหนดแล้วทั้งหมดโดยเร็วที่สุด ซึ่งช่วยทำให้พันธบัตรดอลลาร์ของพวกเขากระเตื้องขึ้นมา แต่นักวิเคราะห์มองว่ามีปัญหามากขึ้นในอนาคต

Larry Hu นักเศรษฐศาสตร์จาก Macquarie Capital ในฮ่องกงกล่าวว่า “ภาคอสังหาริมทรัพย์อยู่ภายใต้แรงกดดัน และนักพัฒนาบางรายกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะล้มละลาย…ตลาดตราสารหนี้กำลังสะท้อนความเป็นจริงนั้น” “เราจะเห็นนักพัฒนาจำนวนมากขึ้นล้มละลายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”

หนี้ของ Evergrande มาถึงจุดอันตรายหลังจากการขยายตัวอย่างดุเดือดมาหลายปี เกิดขึ้นท่ามกลางการล้างบางอสังหาริมทรัพย์ตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีนที่การรณรงค์เรื่อง “ความมั่งคั่งร่วมกัน (Common Prosperity) ซึ่งผู้สังเกตการณ์หลายคนมองว่าเป็นการหวนคืนสู่รากเหง้าสังคมนิยมของจีน

แต่ในขณะที่ผู้สร้างบ้านเอกชนประสบปัญหา ส่วนต่างของสินเชื่อในประเทศที่คงที่บ่งชี้ว่านักลงทุนชาวจีนยังคงไม่กังวลในตอนนี้เกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจจะรั่วไหลเข้าสู่ระบบธนาคารในวงกว้าง

นักเศรษฐศาสตร์จาก Natixis กล่าวว่า “การแพร่กระจายจาก Evergrande ไปสู่นักพัฒนารายอื่นๆ จะชัดเจนขึ้นในกรณีของลูกหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงและภาคเอกชน ผลกระทบต่อนักพัฒนาและธนาคารของรัฐมีจำกัดตราบเท่าที่พันธบัตรจะเกี่ยวข้อง” นักเศรษฐศาสตร์จาก Natixis กล่าวในหมายเหตุ

ทั้งนี้ พันธบัตรดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2033 ของบริษัท Poly Developments and Holdings Group Co ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาของรัฐ ทำการซื้อขายที่ระดับพรีเมียมเกือบ 3% ของมูลค่าที่ตราไว้เมื่อวันจันทร์ โดยให้ผลตอบแทน 1.78%

Photo by GREG BAKER / AFP

สิงคโปร์สกัดต่างชาติใช้ IO แทรกแซงการเมือง #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663088

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 17:07 น.สิงคโปร์สกัดต่างชาติใช้ IO แทรกแซงการเมืองความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองของประเทศร่วมภูมิภาค ตังกำแพงป้องกันการแทรกแซงของต่างชาติโดยอาศัยโลออนไลน์ที่เปิดอ้าซ่า

สำนักข่าว CNA รายงานว่า กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์ได้เสนอกฎหมายที่เสนอให้ป้องกัน ตรวจจับ และขัดขวางการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารด้วยเจตนาที่จะรุกรานและการใช้ตัวแทนท้องถิ่นโดยหน่วยงานต่างประเทศเพื่อแทรกแซงการเมืองภายในประเทศ

กฎหมายนี้มีชื่อว่า The Foreign Interference (Countermeasures) Act หรือกฎหมายการแทรกแซงจากต่างประเทศ (มาตรการตอบโต้) จะทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจในการลบเนื้อหาที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการด้านข้อมูลที่ไม่เป็นมิตร

รัฐมนตรีจะมีอำนาจสามารถสั่งให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเปิดเผยข้อมูลได้ แม้กระทั่งก่อนที่จะมีการเผยแพร่เนื้อหาการเผยแพร่ข้อมูลที่ต้องสงสัยเป็นอันตรายต่อความมั่นคง หรือสามารถสั่งให้หนังสือพิมพ์เผยแพร่ข้อความประกาศเตือนเกี่ยวกับปฏิบัติข้อมูลที่ไม่เป็นมิตรที่อาจจะเกิดขึ้น แม้ว่าจะไม่มีเนื้อหาที่เป็นการละเมิดก็ตาม

กฎหมายนี้มุ่งเป้าไปที่บริษัทโซเชียลมีเดีย บริการอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แอพส่งข้อความออนไลน์หรือเสิร์ชเอ็นจิ้น ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต รวมถึงผู้ที่เป็นเจ้าของหรือเปิดเว็บไซต์หรือบล็อก

กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์แถลงว่า “บทบัญญัติเหล่านี้ใช้ไม่ได้กับชาวสิงคโปร์ที่แสดงความคิดเห็นของตนเองในเรื่องการเมือง เว้นแต่คนเหล่านั้นจะเป็นตัวแทนของหน่วยงานต่างชาติ ชาวสิงคโปร์มีสิทธิที่จะหารือเกี่ยวกับการเมือง”

“และกฎหมายนี้ไม่ได้นำไปใช้กับบุคคลต่างชาติหรือสิ่งพิมพ์ต่างประเทศที่รายงานหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองของสิงคโปร์อย่างเปิดเผย โปร่งใส และมีเหตุผล แม้ว่าความคิดเห็นของพวกเขาอาจวิพากษ์วิจารณ์สิงคโปร์หรือรัฐบาลก็ตาม”

Photo by Kirill KUDRYAVTSEV / AFP

แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตจีน ร่วมคุมเข้มพฤติกรรม ‘แฟนคลับ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663075

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 15:21 น.แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตจีน ร่วมคุมเข้มพฤติกรรม ‘แฟนคลับ’หลังจากในเดือน ส.ค. สำนักงานคณะกรรมการกิจการไซเบอร์สเปซส่วนกลางของจีน ประกาศชุดมาตรการใหม่เพื่อควบคุมการทำการตลาดอย่างไม่เหมาะสมของเหล่าคนดัง และกำกับดูแลกิจกรรมของกลุ่มแฟนคลับ

ปักกิ่ง, 12 ก.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันเสาร์ (11 ก.ย.) สมาคมศิลปะการแสดงแห่งประเทศจีน (CAPA) ประกาศว่าบรรดาแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตจีนได้ออกมาให้คำมั่นยกระดับความพยายามกำกับควบคุมกิจกรรมของกลุ่มแฟนคลับ

ระเบียบที่ร่วมเผยแพร่โดยสมาคมฯ และ 14 แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต อาทิ ซินา เวยโป๋ (Sina Weibo) โต่วอิน (Douyin) และไคว่โส่ว (Kuai Shou) ระบุว่าโพสต์ที่มีเนื้อหาทำลายชื่อเสียงคนดังหรือก่อให้เกิดการเผชิญหน้าและโต้เถียงระหว่างกลุ่มแฟนคลับจะถูกลบออก ส่วนบัญชีผู้ใช้งานที่มีเนื้อหาดังกล่าวจะถูกแบนหรือปิดตัวลง

การประพฤติผิด เช่น การโพสต์หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวของคนดัง การชักนำให้แฟนคลับใช้จ่ายเงินกับไอดอลของพวกเขา และการยุยงปลุกปั่นแฟนคลับจนรบกวนความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมจะถูกลงโทษเช่นกัน

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตจีนจะแบ่งปันข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานและเนื้อหาที่เข้าข่ายละเมิดกฎระเบียบ โดยอ้างอิงหลักการปกป้องข้อมูลความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน และจะร่วมกันลงโทษการประพฤติผิด พร้อมสนับสนุนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตแจ้งเบาะแสการละเมิดรูปแบบดังกล่าวต่อแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต

ก่อนหน้านี้ซินหัวรายงานว่าทางการจีนปราบแฟนคลับคนดัง ‘พฤติกรรมไม่เหมาะสม’ โดยเมื่อที่ 27 ส.ค.สำนักงานคณะกรรมการกิจการไซเบอร์สเปซส่วนกลางของจีน ประกาศชุดมาตรการใหม่เพื่อควบคุมการทำการตลาดอย่างไม่เหมาะสมของเหล่าคนดัง และกำกับดูแลกิจกรรมของกลุ่มแฟนคลับ

แถลงการณ์จากสำนักงานฯ ระบุการห้ามเยาวชนจัดตั้งกลุ่มแฟนคลับและเข้าร่วมแคมเปญของคนดังที่มีค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงห้ามเข้าร่วมการโหวตในการแข่งขันของคนดัง ส่วนการพบปะทางออนไลน์ของกลุ่มแฟนคลับไม่ควรมุ่งเป้าที่เยาวชน

สำนักงานฯ ยังยกเลิกการจัดอับดันเหล่าคนดังทางออนไลน์ ทั้งแบบรายบุคคลและแบบกลุ่ม โดยอนุญาตการจัดอันดับผลงานอย่างเพลงหรือภาพยนตร์เท่านั้น

ด้านบริษัทตัวแทนเหล่าคนดังจะถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น และแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตต้องกำหนดกฎระเบียบชัดเจน สำหรับบริษัทตัวแทนที่เกี่ยวข้องกับการทำการตลาด การประชาสัมพันธ์ และการบริหารจัดการแฟนคลับ

คนดัง บริษัทตัวแทน และกลุ่มแฟนคลับ ที่กระตุ้นให้เกิดการทะเลาะวิวาททางออนไลน์ในหมู่แฟนคลับ จะถูกลงโทษด้านบัญชีผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ เช่น จำกัดการเข้าชม งดเผยแพร่เนื้อหา และปิดบัญชีผู้ใช้งานดังกล่าว

กลุ่มแฟนคลับจะต้องได้รับอนุญาตจากบริษัทตัวแทนของคนดังและต้องประกอบกิจกรรมภายใต้การกำกับดูแลของบริษัทตัวแทน ส่วนแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตต้องลบเนื้อหาเกี่ยวกับการทะเลาะและการหมิ่นประมาทในหมู่แฟนคลับ รวมถึงปิดบัญชีผู้ใช้งานที่ละเมิดกฎระเบียบ โดยผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง

สำนักงานฯ ยังแจ้งเตือนการจัดแคมเปญ การแสดงทางออนไลน์ และการจัดอันดับที่หลอกล่อแฟนคลับให้จ่ายเงินเพื่อสนับสนุนไอดอลที่พวกเขาชื่นชอบด้วย

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

จีนตัดตอน Alipay สั่งแยกแอปเก็บเงินจาก Ant Group #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663073

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 15:04 น.จีนตัดตอน Alipay สั่งแยกแอปเก็บเงินจาก Ant Group รัฐบาลจีนเตรียมออกคำสั่งปราบปราม Alipay แอปพลิเคชันชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดของจีน

Reuters อ้างรายงานจาก Financial Times ระบุว่ารัฐบาลจีนต้องการให้บริษัท Ant Group ในเครือ Alibaba แยกแอปพลิเคชันยอดนิยม Alipay ออกจากธุรกิจสินเชื่อของบริษัท และให้พัฒนาแอปพลิเคชันใหม่แยกต่างหากสำหรับธุรกิจสินเชื่อที่ทำกำไรได้สูงของบริษัท

ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของ Alibaba ซึ่งจดทะเบียนในตลาดฮ่องกงร่วงลงกว่า 4% เนื่องจากแอปพลิเคชัน Alipay มีผู้ใช้งานมากกว่า 1,000 ล้านคน นับเป็นแอปพลิเคชันชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดของจีน

โดยความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของรัฐบาลจีนในการจัดระเบียบธุรกิจยักษ์ใหญ่ครั้งนี้จะส่งผลให้ Ant Group ต้องปรับโครงสร้างของบริษัทครั้งใหญ่ที่สุด

REUTERS/Aly Song/File Photo

จัดระเบียบอีกราย อินเดียเล็งเก็บภาษีเทรดคริปโต #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663069

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 14:30 น.จัดระเบียบอีกราย อินเดียเล็งเก็บภาษีเทรดคริปโตแหล่งข่าวเผยรัฐบาลอินเดียเล็งเก็บภาษีคริปโตเคอร์เรนซี

Reuters รายงานว่าเว็บไซต์ข่าว ET Now ทวีตโดยอ้างแหล่งข่าวว่ารัฐบาลอินเดียกำลังเล็งที่จะเก็บภาษีการเทรดคริปโตเคอร์เรนซี

โดยระบุว่ากรมสรรพากรอินเดียสนับสนุนการเก็บภาษีจากการแลกเปลี่ยนและเทรดคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของรัฐบาลที่มองว่ากิจกรรมใดๆ ก็ตามที่สร้างรายได้จะต้องเสียภาษี

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

ผู้เชี่ยวชาญศรีลังกาหนุนฉีด Sinopharm ให้เด็ก #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663059

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 14:00 น.ผู้เชี่ยวชาญศรีลังกาหนุนฉีด Sinopharm ให้เด็กผู้เชี่ยวชาญศรีลังกาชี้ Sinopharm เหมาะกับเด็กมากที่สุด หลังรัฐบาลเตรียมฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าศาสตราจารย์ ทิสสา วิธารานา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาของศรีลังกา เปิดเผยว่าวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของซิโนฟาร์มจากจีน เหมาะสำหรับใช้งานในกลุ่มประชากรเด็ก เนื่องจากเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย

หลังจากที่เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีมหินทรา ราชปักษา ของศรีลังกา กล่าวว่ารัฐบาลจะเริ่มฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปในอีกไม่ช้า นำไปสู่การถกเถียงของเหล่าผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นว่าวัคซีนตัวใดเหมาะสำหรับนำไปฉีดให้เด็กอายุน้อยมากที่สุด

โดยหนังสือพิมพ์ดิ ไอส์แลนด์ รายงานอ้างอิงข้อมูลจากศาสตราจารย์วิธารานา ระบุว่า “หลังจากตรวจดูข้อมูลแล้ว เราต้องจัดโครงการนำร่องด้วยการสุ่มฉีดวัคซีนหลายตัว เพื่อดูว่าวัคซีนแต่ละตัวสร้างแอนติบอดีและมีผลข้างเคียงในเด็กหรือไม่ ผมเชื่อในแนวทางวิทยาศาสตร์และคิดว่าซิโนฟาร์มเป็นวัคซีนดีที่สุดสำหรับเด็ก”

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์วิธารานาสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยลอนดอนและเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถาบันวิจัยทางการแพทย์แห่งศรีลังการะหว่างปี 1983-1994

ปัจจุบันชาวศรีลังกาฉีดวัคซีนครบโดสกว่าร้อยละ 50 ของประชากรแล้ว โดยขณะนี้ทางการกำลังดำเนินโครงการฉีดวัคซีนให้ประชากรวัยผู้ใหญ่ทุกคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

โดยศรีลังกาได้ใช้วัคซีนของซิโนฟาร์ม แอสตราเซเนกา ไฟเซอร์ โมเดอร์นา และสปุตนิก วี

Photo by FADEL SENNA / AFP

ญี่ปุ่นติดสปีด ฉีดวัคซีนครบโดสเกินครึ่งประเทศในเวลา 7 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663056

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 13:00 น.ญี่ปุ่นติดสปีด ฉีดวัคซีนครบโดสเกินครึ่งประเทศในเวลา 7 เดือนชาวญี่ปุ่นกว่า 63 ล้านคนฉีดวัคซีนโควิดครบ 2 เข็มแล้ว รัฐบาลเล็งผ่อนคลายมาตรการหลังผู้ป่วยลดต่อเนื่อง

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่าขณะนี้ชาวญี่ปุ่นมากกว่า 50% หรือกว่า 63 ล้านคน ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็มแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากญี่ปุ่นเริ่มฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ส่งผลให้อัตราการฉีดวัคซีนของญี่ปุ่นเข้าใกล้ประเทศร่ำรวยอื่นๆ อย่างสหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส แม้ว่าจะเริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนทีหลัง

ยาสุโตชิ นิชิมูระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของญี่ปุ่นซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับมาตรการโควิด-19 ชี้ว่าหากความเร็วในการฉีดวัคซีนยังคงเดิมจะมีชาวญี่ปุ่นมากกว่า 60% ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มภายในสิ้นเดือนนี้

พร้อมเสริมว่าหากอัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นเป็น 80% คาดว่าจะส่งผลให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งขณะนี้ญี่ปุ่นยังคงตึงเครียดเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา แม้ว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่จะลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม

โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวานนี้ (12 กันยายน) อยู่ที่ 7,205 ราย ซึ่งลดลงต่ำกว่าระดับ 8,000 รายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม ขณะที่ผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ราว 1.64 ล้านราย และผู้เสียชีวิต 16,814 ราย

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าที่จะฉีดวัคซีนให้ประชาชนทุกคนภายในต้นเดือนพฤศจิกายน และพิจารณาคลายมาตรการควบคุมโรค และข้อจำกัดต่างๆ ในเดือนเดียวกัน

Photo by Stanislav Kogiku / POOL / AFP

FBI เปิดเอกสารลับ 9/11 ชุดแรก เชื่อมโยงชาวซาอุฯ #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663037

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 11:23 น.FBI เปิดเอกสารลับ 9/11 ชุดแรก เชื่อมโยงชาวซาอุฯFBI เปิดเผยข้อมูลบางส่วนจากการสอบสวนคดีวินาศกรรม 9/11 อาจเชื่อมโยงจนท.ซาอุฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าหลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ออกคำสั่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่าให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการสอบสวนคดีวินาศกรรม 11 กันยายน หรือ 9/11 เท่าที่จะสามารถเปิดเผยได้

สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา หรือ เอฟบีไอ จึงได้มีการเผยแพร่เอกสารลับชุดแรก ความยาว 16 หน้า ซึ่งชี้ว่าผู้ก่อการร้ายในเหตุวินาศกรรม 9/11 ทั้งหมด 19 คนนั้น มี 15 คนที่มาจากประเทศซาอุดีอาระเบีย

ข้อมูลจากเอกสารส่วนหนึ่งอ้างอิงจากแหล่งข่าวระบุว่านายนาวาฟ อัลฮัซมี และนายคาลิด อัล มิดฮาร์ สองผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินชาวซาอุดีอาระเบีย ได้เดินทางมายังสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2000 ในฐานะนักศึกษา

โดยทั้งคู่ได้รับความช่วยเหลือด้านการเดินทาง ที่พัก และการเงิน จากนายโอมาร์ บายูมี ชาวซาอุดีอาระเบียซึ่งอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาในฐานะนักศึกษาเช่นเดียวกัน

แต่มีพยานหลายคนพบเห็นว่านายบายูมีเดินทางไปที่สถานกงสุลซาอุดีอาระเบียประจำนครลอสแอนเจลิสบ่อยครั้ง ซึ่งแหล่งข่าวยังระบุว่านายบายูมีเป็นบุคคลสำคัญซึ่งมีตำแหน่งสูงในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบีย จึงต้องสงสัยว่าเขาอาจเป็นสายลับซาอุฯ

อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานว่ารัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดีอาระเบียให้การสนับสนุนการก่อการร้ายครั้งนี้ แต่มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีองค์กรอิสระที่เป็นท่อนำเลี้ยงให้กับผู้ก่อการร้าย

ด้านรัฐบาลซาอุดีอาระเบียซึ่งยืนกรานมาตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีสหรัฐ ได้ออกแถลงการณ์ยินดีต่อการเผยแพร่เอกสารลับของสหรัฐ และสนับสนุนความโปร่งใส และยังคงยืนยันว่ารัฐบาลซาอุฯ ไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุวินาศกรรม 9/11

ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตกำลังตั้งตารอคอยเอกสารชุดต่อๆ ไป ที่จะได้รับการเผยแพร่ในอนาคตตามคำสั่งของประธานาธิบดีไบเดน

AP Photo/Richard Drew, File

ที่มาของ ‘ชฎา’ มาจากทรงผมของมุนีในอินเดีย #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662997

วันที่ 12 ก.ย. 2564 เวลา 20:27 น.ที่มาของ ‘ชฎา’ มาจากทรงผมของมุนีในอินเดียจากความสนใจเรื่อง ‘ชฎา’ หรือศิราภรณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ยังไม่มีใครอธิบายลงลึกว่า ‘ชฎา’ มาจากไหน และมีจุดประสงค์อะไร นี่คือคำตอบ

ผู้เขียนเคยสงสัยมานานว่าทำไม ทรงผมของรูปพระโพธิสัตว์หรือเทวรูปโบราณบางองค์ถึงไว้ทรงเดรดล็อก (Dreadlocks) คือทำผมยาวเป็นเกลียวหลอด บางองค์ก็รวบให้เรียบร้อย บางองค์ก็ปล่อยรุงรังจนน่ายำเกรง (เช่นรูปพระวัชรปาณีซึ่งเป็นโพธิสัตว์สายบู๊) ส่วนใหญ่เป็นประติมากรรมจากสมัยศตวรรษที่ 6 – 8 อะไรทำนองนี้

เก็บความสงสัยไว้นานปี เพิ่งจะมีอุตสาหะค้นคำตอบมาได้

ทรงผมแบบนี้เป็นทรงเดรดล็อกจริงๆ ในภาษาสันสกฤตเรียกว่า “ชัฏ”  แปลว่าผมม้วนเกลียวหรือผมยาวๆ ที่ถูกปั้นเป็นก้อน คำว่า “ชัฏ” ความหมายคล้ายๆ กับคำไทย (ที่ยืมแขกมาอีกที) แปลว่ารก หรือกระเซิง เช่นป่าชัฏ

เจตนาของการไว้ทรงชัฏก็เพื่อปล่อยวางจากความยึดติดในรูปกาย เริ่มจากปล่อยผมให้ยาวไม่ตัด ไม่แยแสอะไรทั้งสิ้น แสดงถึงการสละทางโลก ครั้นไม่ดูแลนานๆ เข้าผมก็เริ่มเป็นสังกะตัง อย่างแย่ๆ ก็เป็นก้อน อย่างดีก็เป็นเกลียว ในขั้นนี้แสดงถึงสภาวะความเป็นมุนี

พอยาวมากๆ หรือเวลาจะประกอบพิธีที่เข้มขลัง มุนีจะรวบผมชัฏเป็นมวยให้เรียบร้อยดูคล้ายกับมงกุฏ เรียกว่า ชฏามกุฏ

“ชฏามกุฏ” นี่เองที่เป็นต้นของมงกุฏประเภท “ชฏา” เดิมนั้นคงเป็นเครื่องประดับศีรษะที่มีนัยทางศาสนา แต่เดี๋ยวนี้คนลืมความหมายกันหมดแล้ว

ภาพถ่ายประติมากรรมรูปพระตรีมูรติพร้อมด้วยทวารบาล ทั้งหมดทรงผมชัฏหรือชฎา ที่ถ้ำเอลิแฟนตา ตั้งอยู่บนเกาะเอลิแฟนตา หรือ เกาะการปุรี ในอ่าวมุมไบ ห่างจากนครมุมไบไป 10 กิโลเมตร ภาพโดย Ronakshah1990

ชฏานั้นมักทำยอดให้ปัดไปด้านหลัง เลียนแบบมุนีที่เกล้ามวยเดรดล็อกแล้วปลายมวยไม่ตั้งแต่จะน้อมลงไปด้านหลัง ดังรูปพระโพธิสัตว์บางองค์ผมสั้นก็มียอดน้อมไปแค่นิดเดียวเหมือนชฏาจริงๆ แต่บางองค์ปลายผมยาวจนห้อยลงมาถึงไหล่

ผมทรงชัฏนี้ศาสนาพุทธมิได้เป็นเจ้าของ แต่เป็นทรงของพระอิศวรในศาสนาพระเวทมาแต่เดิม เหตุเพราะพระอิศวรเป็นมุนี ถือพรต ปล่อยผมไม่สนใจความสวยงาม ทากายด้วยขี้เถ้าคนตาย พวกมุนีไศวะนิกายสมัยนี้ก็ยังแต่งตัวเหมือนพระอิศวร

ส่วนในศาสนาพุทธเน้นโกนผมทิ้ง (เหมือนไวษณพนิกายของสายพระเวท) ต่อมาเกิดสำนักมหายานขึ้น เน้นวิถีโพธิสัตว์ จึงแต่งองค์พระโพธิสัตว์ที่ยังไม่ได้ผนวชให้เป็นกึ่งมุนีกึ่งฆราวาส ไว้ทรงชัฏแต่แต่งผมให้เรียบร้อย

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงทรงชัฏมันรวบลำบาก โยคีสายพุทธในทิเบต (งักปะ) เดี๋ยวนี้ยังไว้ทรงชัฏอยู่โพธิสัตว์กันอยู่ เพื่อแสดงความไม่ยึดติดทางโลก ถามว่าทำไมไม่โกนผมเสียเล่า ตอบว่า ถ้าโกนจะเหมือนพระสงฆ์เกินไป (โยคียังเป็นคฤหัสถ์) อีกอย่างการปล่อยผมให้เป็นก้อนสังกะตังมันแสดงถึงความไม่แยแสต่อรูปกายได้ชัดเจนกว่า ไม่ต้องเสียเวลามาโกนหรือหามีดโกนให้วุ่นวาย

ท่านฌับกัร โยคีท่านหนึ่งของทิเบตกล่าวว่า ไว้ทรงชัฏทำให้คนมองแปลกๆ พอคนแหยงๆ ก็ไม่เลื่อมใส พอไม่เลื่อมใสก็ไม่มีลาภสักการะ พอไม่มีลาภสักการะก็ไม่มีของสะสมให้รุงรัง พอไม่มีของรุงรังก็ปฏิบัติธรรมได้ก้าวหน้า พอปฏิบัติก้าวหน้าจึงบรรลุได้

ผิดกับบ้านเมืองเราตอนนี้ เห็นมุนีแปลกๆ เข้าหน่อยวิ่งเข้าหา ลาภสักการะบานตะไท

จากสมุดภาพไตรภูมิฉบับกรุงศรีอยุธยา เล่มที่ 6 จะเห็นขุนนางสวมลอมพอกรุ่นเก่าที่เหมือนชฏาของฤาษี

ป.ล. 

จากสมุดภาพไตรภูมิฉบับกรุงศรีอยุธยา เล่มที่ 6 ซึ่งน่าจะมีอายุถึงอยุธยาตอนกลาง จะเห็นว่าลอมพอกมีลักษณะปลายตัดแบบชฏามุนี/ฤษีมาก่อน ต่อมาปลายถูกรวบแล้วดึงให้แหลมขึ้นในสมัยพระนารายณ์ลงมา

มีทฤษฎีที่เสนอหันมานานว่าลอมพอกได้รับอิทธิพลจากผ้าม้วนศีรษะอย่งแขกเปอร์เซียแล้วไทยรับมาโดยดึงผ้าให้สูงขึ้น แต่จากลักษณะที่รากฏในตำราไตรภูมิแบบนี้ไม่ควรบอกว่าลอมพอกได้อิทธิพลมาจากเปอร์เซีย เพราะมันน่าจะมาจากเครื่องสวมศีรษะของมุนีมากกว่า ดีไม่ดีจะเลียนแบบกีรติมกุฏ ซึ่งเป็นมงกุฏแบบกระบอกของพระราชาธิราชในอินเดียผสมกับชฏามกุฏของพวกนักพรต ไม่ได้มีเค้าผ้าโพกแบบเปอร์เซียเลย มิพักจะกล่าวว่า กว่าอยุธยาจะคบหากับเปอร์เซียก็ล่วงเข้าสมัยพระนารายณ์แล้ว และผ้าโพกเปอร์เซียไม่ได้คล้ายลอมพอกเอาเลย แม้จะอ้างว่าไทยดัดแปลงให้ยอดแหลม ก็ดูจะข้ามขั้นวิวัฒนาการไปหน่อย

โปรดดูลักษณะของพระชฎามหากฐินและชฎาพระกลีบเอาเถิด ว่าคล้ายลอมพอกในภาพหรือไม่ แต่ก็ยังมีผู้บอกว่าลอมพอกนี่แหละได้มาจากชฏา ผู้เขียนกลับคิดว่า ชฏาไทยนั้นเลียนแบบลอมพอกของมุนีมาก่อนดังภาพ จากนั้นค่อยวิวัฒนาการเป็นลอมพอกแหลม แล้วกลายเป็นชฎาในบั้นปลาย

โดย กรกิจ ดิษฐาน

‘เสียวหมี่’ แซง ‘แอปเปิล’ ครองตลาดอุปกรณ์สวมใส่ #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662995

วันที่ 12 ก.ย. 2564 เวลา 19:52 น.‘เสียวหมี่’ แซง ‘แอปเปิล’ ครองตลาดอุปกรณ์สวมใส่“การปรับปรุงผลิตภัณฑ์นาฬิกาพื้นฐานของเสียวหมี่ยังช่วยเพิ่มยอดจัดส่งนาฬิกาข้อมือของบริษัทฯ ถึง 1.3 ล้านชิ้นในไตรมาสนี้”

ปักกิ่ง, 12 ก.ย. (ซินหัว) — คานาลิส (Canalys) บริษัทวิเคราะห์ตลาดเทคโนโลยี เปิดเผยว่าเสียวหมี่ (Xiaomi) ยักษ์ใหญ่วงการเทคโนโลยีสัญชาติจีน แซงหน้าแอปเปิล (Apple) บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ขึ้นแท่นเป็นผู้จัดส่งอุปกรณ์สวมใส่อันดับหนึ่งในไตรมาส 2 ของปี 2021 ด้วยยอดจัดส่ง 8 ล้านชิ้น ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบร้อยละ 20

ด้านแอปเปิลตามหลังอย่างฉิวเฉียดด้วยยอดจัดส่ง 7.9 ล้านชิ้น ขณะหัวเหวย (Huawei) บริษัทเทคโนโลยีของจีน อยู่ในอันดับสาม ด้วยยอดจัดส่ง 3.7 ล้านชิ้น

“เสียวหมี่ดำเนินงานอย่างชาญฉลาดในการเร่งเปิดตัวหมี่ แบนด์ 6 (Mi Band 6) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความน่าสนใจมากกว่ารุ่นก่อน” ซินเธีย เฉิน นักวิเคราะห์จากคานาลิสกล่าว “ขณะเดียวกันการปรับปรุงผลิตภัณฑ์นาฬิกาพื้นฐานของเสียวหมี่ยังช่วยเพิ่มยอดจัดส่งนาฬิกาข้อมือของบริษัทฯ ถึง 1.3 ล้านชิ้นในไตรมาสนี้”

ทั้งนี้ คานาลิสระบุว่ายอดจัดส่งสินค้าของตลาดอุปกรณ์สวมใส่ทั่วโลกอยู่ที่ 40.9 ล้านชิ้นในไตรมาส 2 ของปี 2021 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.6 จากปีก่อนหน้า  

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว