ออสเตรเลียพัฒนาวัคซีนโควิดใหม่ ต้านเดลตาได้ 95% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662785

วันที่ 09 ก.ย. 2564 เวลา 16:00 น.ออสเตรเลียพัฒนาวัคซีนโควิดใหม่ ต้านเดลตาได้ 95%EDV วัคซีนโควิดเทคโนโลยีนาโนเซลลูลาร์ตัวแรกของโลก เผยการทดลองรับมือโควิดได้หลายสายพันธุ์ เก็บได้นาน 3 ปี

เว็บไซต์ Globe Newswire เผยว่าบริษัท EnGeneIC Limited จากออสเตรเลีย พัฒนาวัคซีนโควิด-19 ด้วยเทคโนโลยีนาโนเซลลูลาร์ (Nanocellular) เป็นครั้งแรกของโลก โดยได้ผ่านการทดลองในสัตว์แล้วพบว่า วัคซีนสามารถกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อต้านโควิด-19 ได้ สายพันธุ์กลายพันธุ์ที่น่ากังวลอย่างสายพันธุ์เดลตาด้วย

วัคซีนดังกล่าวมีชื่อว่า “EDV” โดยจากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ที่พบครั้งแรกในอินเดีย ได้มากกว่า 95% ตลอดจนสามารถรับมือกับไวรัสสายพันธุ์อื่นๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นอัลฟา ที่พบครั้งแรกในสหราชอาณาจักร, เบตา จากแอฟริกาใต้ และแกมมา จากบราซิล

นอกจากนี้ จุดเด่นสำคัญอีกประการของวัคซีนคือสามารถเก็บในอุณหภูมิห้องและมีอายุการเก็บรักษานานกว่า 3 ปี ทำให้ง่ายต่อการขนส่งไปทั่วโลก รวมถึงในพื้นที่ห่างไกล ขณะที่วัคซีนอื่นๆ ที่ใช้ในปัจจุบันต้องเก็บและขนส่งในอุณหภูมิติดลบ และมีอายุการเก็บรักษา 3 ถึง 6 เดือน เท่านั้น

บริษัทผู้ผลิตได้เริ่มการทำการทดลองวัคซีนระยะที่ 1 ในมนุษย์ โดยเริ่มจากอาสาสมัครวัยผู้ใหญ่ 2 คนที่มีสุขภาพแข็งแรงในโรงพยาบาลเซนต์วินเซนต์ เมืองเมลเบิร์น เพื่อทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันของวัคซีน

ทั้งนี้ วัคซีน EDV ถูกบรรจุด้วยโมเลกุล 3 ชนิด ได้แก่ โมเลกุลที่ผลิตสไปรค์โปรตีน หรือหนามแหลมของไวรัส เพื่อกระตุ้นการตอบสนองของแอนติบอดี, โมเลกุลที่กระตุ้นเซลล์ที่สำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน และโมเลกุลที่เปลี่ยนการตอบสนองของแอนติบอดีต่อต้านไวรัสเป็นเหมือนตีนตุ๊กแกเพื่อรับมือกับเชื้อกลายพันธุ์

ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนโควิด-19 ตัวใดที่พัฒนาขึ้นสำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ง่ายและมีอาการรุนแรง ขณะที่กลุ่มคนเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะตอบสนองต่อวัคซีนโควิด-19 ในปัจจุบันได้ไม่เท่ากับผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง

ซึ่งวัคซีน EDV อาจตอบโจทย์ เนื่องจากก่อนหน้านี้บริษัท EnGeneIC เคยพัฒนาวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยีนาโนเซลลูลาร์เพื่อใช้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งเป็นหลัก

Photo by Roslan Rahman / AFP

อียูเพิ่มคำเตือนเส้นประสาทอักเสบหลังฉีด AstraZeneca #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662779

วันที่ 09 ก.ย. 2564 เวลา 15:15 น.อียูเพิ่มคำเตือนเส้นประสาทอักเสบหลังฉีด AstraZenecaสหภาพยุโรปเพิ่มอาการเส้นประสาทอักเสบลงในคำเตือนผลข้างเคียงที่อาจเกิดหลังฉีด AstraZeneca

องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) เพิ่มโรค Guillain-Barré syndrome (GBS) ที่ก่อให้เกิดอาการเส้นประสาทอักเสบและกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลันไว้ในคำเตือนผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีน Vaxzevria ของ AstraZeneca

EMA ระบุว่า ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่าง GBS และวัคซีนของ AstraZeneca มีความเป็นไปได้ที่สมเหตุสมผล หลังจากพบผู้ป่วย GBS 833 รายจากการฉีดวัคซีนของ AstraZeneca 592 ล้านโดสทั่วโลกจนถึงวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี EMA จัดให้ผลข้างเคียงดังกล่าวอยู่ในประเภท “เกิดได้ยากมาก” (เกิดขึ้นน้อยกว่า 1 ใน 10,000) ซึ่งเป็นระดับผลข้างเคียงที่ต่ำที่สุด และย้ำว่าประโยชน์ของวัคซีนมีมากกว่าความเสี่ยง

ก่อนหน้านี้ องค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) เพิ่มคำเตือนอาการ GBS ไว้ในคำเตือนผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังจากฉีดวัควีนของ Johnson & Johnson ซึ่งใช้เทคโนโลยีไวรัลเวกเตอร์เช่นเดียวกับวัคซีนของ AstraZeneca และวัคซีนของสองยี่ห้อยังเกี่ยวข้องกับอาการลิ่มเลือดอุดตันเหมือนกัน

Photo by Saeed KHAN / AFP

นับถอยหลังมาเลเซียเปิด ‘ลังกาวี’ เผยเรียนรู้จาก ‘ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662762

วันที่ 09 ก.ย. 2564 เวลา 14:00 น.นับถอยหลังมาเลเซียเปิด 'ลังกาวี' เผยเรียนรู้จาก 'ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์'มาเลเซียเตรียมเปิดเกาะลังกาวี ฟื้นฟูเศรษฐกิจ แม้ผู้ป่วยโควิด-19 ยังอยู่ที่หลักหมื่นต่อวัน

บลูมเบิร์กรายงานว่ามาเลเซียวางแผนที่จะเปิดเกาะลังกาวีต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ในวันที่ 16 กันยายนที่จะถึงนี้ ภายใต้โครงการทราเวลบับเบิล เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

แม้ว่าขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในมาเลเซียจะยังคงทะลุหลักหมื่นคนต่อวัน และทำสถิติสูงสุดอยู่ที่ 24,599 คนต่อวันเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มาเลเซียกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดอีกแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยไครี จามาลุดดิน (Khairy Jamaluddin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซียกล่าวว่า ชาวมาเลเซียต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับไวรัส เนื่องจากโควิด-19 กำลังจะกลายเป็นโรคเฉพาะถิ่น

ทั้งนี้ การเปิดเกาะลังกาวี ในรัฐเกดะห์ จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนเป็นต้นไป โดยเปิดรับเฉพาะนักท่องเที่ยวในประเทศที่ฉีดวัคซีนครบแล้วเท่านั้น

ยับ ลิบ เส็ง (Yap Lip Seng) ประธานสมาคมผู้ประกอบการโรงแรมแห่งมาเลเซียกล่าวว่า เกาะลังกาวีเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง และสามารถเป็นแบบอย่างสำหรับการเปิดสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในอนาคตได้อีกด้วย

พร้อมเผยว่าได้เรียนรู้จากโครงการอื่นๆ ที่ทำในลักษณะเดียวกันรวมถึง “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ของไทย

ขณะเดียวกันต้องทำความเข้าใจว่าเมื่อเปิดสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ไม่รับประกันว่าผู้ป่วยโควิด-19 จะต้องเป็นศูนย์ และต้องยอมรับหากมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไวรัสตัวนี้จะยังคงไม่หายไป

แต่ต้องมีการเตรียมมาตรการรับมือไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด และนี่เป็นทางเดียวที่จะก้าวไปข้างหน้าได้

หากแผนการดังกล่าวประสบความสำเร็จก็จะมีการขยายพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวในเมืองอื่นๆ ต่อไป โดยจุดหมายปลายทางอื่นๆ ในประเทศจะสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวได้เมื่ออัตราการฉีดวัคซีนในพื้นที่ถึง 80%

โดยขณะนี้ กว่า 84% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ในมาเลเซียได้รับการฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส ขณะที่ประมาณ 64% ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

ซึ่งมาเลเซียคาดการณ์ว่าจะสามารถฉีดวัคซีนให้กับประชากรวัยผู้ใหญ่ได้ครบ 100% ภายในสิ้นเดือนตุลาคม

AFP PHOTO / Mohd RASFAN

Weibo แบนแอคเคาต์แฟนคลับ K-Pop ฐานเปย์หนักเกิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662758

วันที่ 09 ก.ย. 2564 เวลา 12:40 น.Weibo แบนแอคเคาต์แฟนคลับ K-Pop ฐานเปย์หนักเกินโซเชียลมีเดียจีนแบนแอคเคาต์แฟนคลับไอดอลจากเกาหลีรวมทั้ง BTS

Weibo โซเชียลมีเดียรายใหญ่ของจีนระงับการใช้งานบัญชีของกลุ่มแฟนคลับศิลปินเกาหลีใต้ 22 บัญชี รวมทั้งบัญชีที่สนับสนุนบอยแบนด์ BTS ท่ามกลางการเข้ามาควบคุมและจัดระเบียบอุตสาหกรรมวงการบันเทิงและกลุ่มแฟนคลับของรัฐบาลจีน เนื่องจากทางการกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของศิลปินและแฟนคลับ

วันเสาร์ (4 ก.ย.) ที่ผ่านมา Weibo แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเจ้าใหญ่ของจีนระงับการใช้งานบัญชีแฟนคลับของพัคจีมิน หนึ่งในสมาชิกบอยแบนด์ BTS เป็นเวลา 60 วัน โดยกล่าวหาว่าบัญชีดังกล่าวระดมทุนโดยผิดกฎหมาย

12 ชั่วโมงต่อมา Weibo ประกาศระงับบัญชีของแฟนคลับศิลปินเกาหลีใต้รวมทั้งแฟนคลับของ ลิซ่าและโรเซ่จาก Black Pink, RM ของ BTS, ไอยู, เซฮุน EXO อีก 21 บัญชีเป็นเวลา 30 วัน โดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าแฟนคลับกลุ่มนี้ทำอะไรผิด

แถลงการณ์ของ Weibo ระบุว่า การเข้ามาควบคุมกลุ่มแฟนคลับอย่างเข้มงวดจะทำให้บรรยากาศในโลกออนไลน์ไร้มลทินและเป็นการทำให้แพลตฟอร์มบรรลุเป้าหมายการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม โดยหลังจากนี้ Weibo จะลบโพสต์ที่เกี่ยวข้องที่ละเมิดข้อบังคับ และย้ำว่าจะต่อต้านพฤติกรรมไล่ล่าคนดังอย่างไร้เหตุผลและจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง

จุดเริ่มต้นของการระงับการใช้งานบัญชีของแฟนคลับของพัคจีมินเกิดจากบัญชีนี้เปิดระดมทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการตกแต่งลวดลายเครื่องบิน ห้องโดยสาร และตั๋วเครื่องบินของสายการบินเชจูแอร์ของเกาหลีใต้ด้วยรูปของพัคจีมินเพื่อเตรียมเซอร์ไพรส์วันเกิดครบรอบ 26 ปีของพัคจีมินในเดือน ต.ค.

สำนักข่าว Global Times รายงานว่า แฟนคลับเปิดระดมทุนตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และสามารถระดมทุนได้มากกว่า 1 ล้านหยวน หรือกว่า 5 ล้านบาทภายในเวลาเพียง 3 นาที และได้ 2.3 ล้านหยวน หรือ 11.67 ล้านบาทภายใน 1 ชั่วโมงเท่านั้น

ด้าน Korea Times ของเกาหลีใต้รายงานว่า การควบคุมของรัฐบาลจีนจะส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรม K-pop เนื่องจากจีนเป็นแหล่งรายได้อันดับต้นๆ ของบริษัทบันเทิงชั้นนำของเกาหลีใต้ โดยยกตัวอย่างว่ายอดขายอัลบั้ม K-pop ในเดือน ก.ค.เพิ่มขึ้น 3.6 เท่า มาอยู่ที่ 26 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย 8.25 ล้านเหรียญสหรัฐมาจากจีน

Yonhap via REUTERS

Moderna หมดเกลี้ยง! เวียดนามไฟเขียวฉีดไขว้ Pfizer #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662750

วันที่ 09 ก.ย. 2564 เวลา 11:30 น.Moderna หมดเกลี้ยง! เวียดนามไฟเขียวฉีดไขว้ Pfizerเวียดนามอนุมัติให้ใช้ Pfizer เป็นเข็มสอง ตามหลัง Moderna

สำนักข่าวท้องถิ่นเวียดนามรายงานว่ากระทรวงสาธารณสุขเวียดนามอนุมัติให้ใช้วัคซีนโควิด-19 ของ Pfizer เป็นเข็มที่ 2 สำหรับประชาชนที่ได้รับวัคซีนของ Moderna เข็มแรกแล้ว เนื่องจากประเทศกำลังขาดแคลนวัคซีน Moderna และวัคซีนทั้ง 2 ยี่ห้อเป็นวัคซีนชนิด mRNA เช่นเดียวกัน

โดยในนครโฮจิมินห์ได้เริ่มฉีดวัคซีนแบบไขว้ดังกล่าวแล้ว หญิงคนหนึ่งเล่าว่าพ่อและแม่วัย 70 ปีของเธอมีนัดฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 หลังจากฉีด Moderna เข็มแรกไปแล้ว 5 สัปดาห์ โดยได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลเมื่อวันจันทร์ (6 ก.ย.) ที่ผ่านมาว่าวัคซีนเข็มที่ 2 จะเป็นของ Pfizer

ทั้งนี้ พ่อและแม่ของเธอฉีดวัคซีนเข็มแรกไปเมื่อ 4 สัปดาห์ก่อน แต่ตอนแรกยังไม่มีกำหนดฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 เนื่องจากการขาดแคลนวัคซีน Moderna ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงให้ฉีดวัคซีนแบบไขว้ ทั้งคู่จึงได้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 เป็น Pfizer ในสัปดาห์ที่ 5

ขณะที่ประชาชนในเมืองอื่นๆ ก็ได้รับการเสนอฉีดวัคซีนไขว้ในรูปแบบเดียวกัน

รายงานระบุว่าขณะนี้เวียดนามไม่มีวัคซีน Moderna เหลือในสต็อกแล้ว เนื่องจากหลายพื้นที่ได้เร่งฉีดวัคซีนเข็มแรกเพื่อให้ครอบคลุมประชากรมากที่สุด จึงไม่มีวัคซีนเหลือใช้สำหรับการฉีดเข็มที่ 2

โดยก่อนหน้านี้เวียดนามได้รับบริจาควัคซีน Moderna จากสหรัฐจำนวน 5 ล้านโดส และจากสาธารณรัฐเช็กจำนวน 40,000 โดส ซึ่งได้มีการแจกจ่ายไปยังหลายพื้นที่เพื่อฉีดให้แก่ประชาชนจำนวนมาก

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าหลายประเทศได้อนุญาตให้ใช้วัคซีน Moderna ร่วมกับ Pfizer ได้ อาทิ สหราชอาณาจักร และแคนาดา ซึ่งยังไม่มีรายงานผลข้างเคียงร้ายแรงใดๆ

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

จีนสั่ง Tencent-Netease เลิกมุ่งเน้นผลกำไรจากเกม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662748

วันที่ 09 ก.ย. 2564 เวลา 10:53 น.จีนสั่ง Tencent-Netease เลิกมุ่งเน้นผลกำไรจากเกมทางการจีนเรียกบริษัทเกมยักษ์ใหญ่เข้าพบสั่งให้เลิกคิดถึงการหากำไรจากเกม

สำนักข่าว Bloomberg รายงานโดยอ้างสำนักข่าว Xinhua ว่า กรมประชาสัมพันธ์แห่งคณะกรรมการกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน สำนักงานสื่อและสิ่งพิมพ์แห่งชาติจีน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 2 แห่งเรียกผู้บริหารบริษัทเกม รวมทั้ง Tencent Holdings และ Netease เข้าพบเพื่อหารือเกี่ยวกับการเข้ามากำกับควบคุมดูแลธุรกิจนี้ รวมทั้งการตรวจสอบพฤติกรรมผิดกฎหมาย

หน่วยงานข้างต้นมีคำสั่งให้บริษัทเกมบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ของทางการและยุติการแสวงหากำไรจากธุรกิจนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนติดเกม รวมทั้งต้องลบเนื้อหาที่อนาจารและการใช้ความรุนแรง และเลี่ยงการบ่มเพาะนิสัยที่ไม่พึงประสงค์ อาทิ การบูชาเงิน ผู้ชายที่มีลักษณะอ้อนแอ้นคล้ายผู้หญิง

“ทางการสั่งให้บริษัทและแพลตฟอร์มตรวจสอบเนื้อหาเกมอย่างรัดกุม แพลตฟอร์มต้องต่อต้านการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมเพื่อป้องกันการกระจุกตัวของตลาดที่มากเกินไปหรือแม้กระทั่งการผูกขาดในอุตสาหกรรม”

คำสั่งดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของบริษัทเกมที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐพากันร่วงระนาว โดย Netease ร่วง 5.2%, Bilibili 5.9% ขณะที่หุ้นของ Tencent บริษัทเกมรายใหญ่ที่สุดของจีนในตลาดฮ่องกงร่วง 4%

ด้าน Tencent ออกแถลงการณ์ว่า “เราเชื่อในการเล่นเกมที่ดีต่อสุขภาพและให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและจิตใจของเยาวชนอย่างจริงจัง เราขอขอบคุณข้อเสนอแนะและคำแนะนำจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นไปตามกฎทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการติดเกมของเยาวชนและกฎระเบียบด้านเนื้อหา”

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลจีนออกกฎใหม่สำหรับอุตสาหกรรมเกม รวมทั้งการจำกัดเวลาเล่นเกมของเด็กเหลือสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง

REUTERS/Stringer/File Photo

เมื่อพ่อมดการเงิน ‘โซรอส’ ด้อยค่า ‘สีจิ้นผิง’ #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662091

วันที่ 08 ก.ย. 2564 เวลา 19:45 น.เมื่อพ่อมดการเงิน 'โซรอส' ด้อยค่า 'สีจิ้นผิง'วันนี้พ่อมดการเงินคนดัง (ผู้ที่คนไทยรู้จักกันดี) โจมตีสีจิ้นผิงถี่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังทางการจีนจัดระเบียบครั้งใหญ่ในประเทศ แต่เขาไม่ใช่มิตรของสีจิ้นผิงอยู่แล้ว

คนไทยรู้จักจอร์จ โซรอสกันดีคงไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงกันอีก แต่ช่วงหลังหลายคนคงไม่ได้ติดตามความเคลื่อนของเขามากนัก ในระยะไม่กี่เดือนมานานี้โซรอสเอ่ยถึงจีนบ่อยๆ

ท่าทีล่าสุดคือการที่เขาบอกว่า การลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ของ BlackRock Inc (บริษัทจัดการการลงทุนข้ามชาติสัญชาติอเมริกัน) ในจีนตอนนี้เป็น “ความผิดพลาด” และมีแนวโน้มที่จะเสียเงินของลูกค้า และยังบอกว่า BlackRock แยกแยะรัฐวิสาหกิจของประเทศจีนกับบริษัทเอกชนห่างไกลจากความเป็นจริงเกินไป

ทำไมโซรอสถึงมาโจม BlackRock บริษัทอเมริกันแท้ๆ ? นั่นก็เพราะเมื่อเดือนที่แล้ว BlackRock กลายเป็นผู้จัดการสินทรัพย์ต่างประเทศรายแรกที่ดำเนินธุรกิจกองทุนรวมในประเทศจีนที่ถือหุ้นโดยตนเองทั้งหมดโดยที่รัฐจีนไม่เข้ามายุ่ง เข้ามาโกยกองทุนค้าปลีกที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่ 3.6 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมๆ กับที่รัฐบาลจีนยกเลิกขีดจำกัดการถือครองของต่างชาติในธุรกิจกองทุนเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2020

พูดง่ายๆ คือ BlackRock เข้ามาโกยเงินในจีน เมื่อจีนเปิดเสรีภาคกองทุน แต่โซรอสกลับลุกลี้ลุกลนกับเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ตัวเขาสนับสนุน “ตลาดเปิด” และ “สังคมเปิด” แท้ๆ แถมยัง “พยากรณ์ในเชิงสาปแช่ง” ให้ BlackRock เจ๊งในจีนเสียอีก

โซรอสไม่แคร์ที่จะถูกมองว่าสองมาตรฐาน เพราะเขาตั้งตัวเป็นศัตรูกับจีน โดยเฉพาะกับสีจิ้นผิงไปเรียบร้อยแล้ว

อย่างน้อยก็ตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งเขาบอกว่า “จีนไม่ใช่แค่ระบอบเผด็จการเพียงแห่งเดียวในโลก แต่เป็นประเทศที่มั่งคั่งที่สุด แข็งแกร่งที่สุด และล้ำหน้าที่สุดทางเทคโนโลยี” และ “สิ่งนี้ทำให้สีจิ้นผิงเป็นศัตรูที่อันตรายที่สุดของสังคมเปิด” 

มาถึงปีนี้เขาก็ยังโจมตีสีจิ้นผิงและถี่ขึ้นอีก ความเห็นที่สั่นสะเทือนมากเป็นพิเศษมาจากบทความของเขาใน Financial Times ที่ชื่อ “นักลงทุนในจีนภายใต้อำนาจของสี เผชิญกับอาการตาสว่างแบบตั้งตัวไม่ติด

อาการตาสว่างที่ว่านี้เกิดขึ้นจากการตระหนักว่าจีนไม่ได้เสรีอย่างที่คิดและความเชื่อ (ผิดๆ) ว่าจีนจะวิวัฒนาการเป็นสังคมเสรีนั้นผิดมหันต์ จะเห็นได้จากการจัดระเบียบและกวาดล้างภาคส่วนต่างๆ ของสีจิ้นผิง และยังส่งภาครัฐเข้าไปถือหุ้นและนั่งในบอร์ดของบริษัทใหญ่ๆ เรื่องนี้กระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุนภายนอกและเป็นการตัดตอนธุรกิจในประเทศตัวเองไม่ให้โต

โซรอสก็เหมือนคนภายนอกจีนที่เชื่อว่าสักวันจีนต้องพังเแน่ๆ ตัวที่จะทำจีนพังคือภาคอสังหาฯ ที่ถูกปั่นมาหลายปีแล้ว อาจจะเป็นสิบปีด้วยซ้ำ

เนื้อหาของบทความตอนหนึ่งบอกว่า “สีจิ้นผิง ผู้นำจีน ปะทะกับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ การปราบปรามกิจการเอกชนของเขาเป็นแรงฉุดสำคัญต่อเศรษฐกิจ ภาคที่เปราะบางที่สุดคืออสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัย ประเทศจีนมีความเจริญรุ่งเรืองด้านอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา แต่ตอนนี้กำลังจะถึงจุดสิ้นสุด”

ปรากฎว่าหลังจากบทความนี้ออกไปรัฐบาลจีนสั่งเตือนบริษัทอสังหาฯ ใหญ่ๆ ที่มีปัญหาเรื่องหนี้สิน โดยทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อหลีกเลี่ยงความโกลาหลของตลาดอสังหาฯ เพราะหากอสังหาฯ พังเมื่อไร เศรษฐจีนจะซวนเซทันที เงินออมและเงินลงทุนของประชาชนนั้นส่วนใหญ่ฝากไว้กับภาคนี้

โซรอสเตือนว่า “This could cause a crash” (มันอาจจะพังลงได้) แต่อย่างที่บอกคือผ่านมานับสิบปีแล้ว จีนก็ยังสามารถคุมอสังหาฯ ไม่ให้พังได้ แต่ก็ไม่อาจจะแก้ปัญหามันได้เหมือนกัน

โซรอสอาจจะเดาผิดเหมือน “กูรู” ตะวันตกคนอื่นๆที่เดาเรื่องจีนผิดตลอด แต่มีเรื่องหนึ่งที่โซรอสอาจจะถูกคือ สีจิ้นผิงไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจเหมือนเติ้งเสี่ยวผิง หรืออย่างน้อยไม่ได้คิดจะสานต่อมรดกตลาดเปิดเหมือนเติ้งเสี่ยวผิง

โซรอสคิดว่าจีนจะเป็นจีนได้จะต้องเดินบนเส้นทางทุนนิยมเสรีเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าสีจิ้นผิงเป็นอันตรายต่อ “รัฐจีน” เขาไม่ได้มองจีนเป็นศัตรู แต่ผิดหวังที่จีนไม่เดินบนเส้นทางทุนนิยม

เขาถึงกับบอกว่า “สีไม่เข้าใจว่าตลาดดำเนินการอย่างไร เป็นผลให้การเทขายถูกปล่อยใม้เกิดขึ้นมากเกินไป เริ่มทำร้ายวัตถุประสงค์ (การดำรงอยู่) ของจีนในโลก”

จุดนี้โซรอสเห็นเหมือนบางคนที่คิดว่าสีจิ้นผิงไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจ และสิ่งที่สีจิ้นผิงทำตอนนี้คือการทำร้ายเศรษฐกิจจีนชัดๆ

แต่โซรอสคงจะลืมไปว่ารัฐจีนยังคงเป็นสังคมนิยมและพร้อมที่จะหวนคืนสู่รากเหง้าเดิมเมื่อสถานการณ์เรียกร้อง พวกฝ่ายซ้ายนั้นเข้าใจเรื่องทุนได้ดีกว่านายทุน แต่ความเข้าใจนั้นมีขึ้นเพื่อป้องกันการขูดรีกอบโกยแบบนายทุน ขณะที่นายทุนรู้จักทุนนิยมและรักตลาดเสรีเพราะทำให้พวกเขากอบโกยได้ง่าย

มีแต่นายทุนเท่านั้นที่ไม่ชอบสังคมนิยม เพราะสังคมนิยมมีศัตรูคือนายทุน เหมือนในบทความก่อนหน้าของผู้เขียนเรื่อง “ได้กลิ่น “การปฏิวัติ” โชยมาแต่ไกลจากในจีน” ที่ชี้่ต่อไปนี้จีนจะมุ่งสู่การแบ่งปันความมั่งคั่งที่เท่าเทียม และหมดยุคของนายทุนที่รวยตามลำพัง

โซรอสนั้นต้องการให้จีนเป็นไปตามแนวทางของเติ้งเสี่ยวผิง ดังจะเห็นได้จากบทความที่โจมตีสีจิ้นผิงโดยตรงใน Wall Street Journal เมื่อเดือนเมษายน ในชื่อ “เผด็จการของสีจิ้นผิงคุกคามรัฐจีน” เขาบอกว่า “ในการแสวงหาอำนาจส่วนตัว เขาได้ปฏิเสธแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจของเติ้งเสี่ยวผิงและเปลี่ยนพรรคคอมมิวนิสต์ให้กลายเป็นกลุ่มคนคล้อยตามเขา”

ข้อความนี้ชัดเจนว่าโซรอสผิดหวังที่จีนไม่เปิดเสรีแบบเติ้งเสี่ยวผิงอีก และยังกระแทกกระทั้นไปที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนว่าได้แต่เออออหม่อหมกกับสีจิ้นผิง

นี่คือความยอกย้อนโดยแท้เพราะชื่อพรรคก็บอกอยู่แล้วว่า “คอมมิวนิสต์”

อีกอย่างคือ ต่อให้สีจิ้นผิงไม่สานต่อมรดกของเติ้งเสี่ยวผิงก็ใช่ว่าเขาทรยศต่อเติ้งเสี่ยวผิง เพราะเติ้งเองชูแนวทาง “สังคมนิยมที่มีคุณลักษณะแบบจีน” มันหมายความว่าจีนยังเป็นสังคมนิยมอยู่ไม่ว่าจะรับทุนนิยมมาแค่ไหนก็ตาม

ที่สำคัญสังคมนิยมมีแต่วิวัฒนาการไปสู้สังคมคอมมิวนิสต์ในท้ายที่สุดไม่มีทางถอยหลังกลับไปสู่สังคมนายทุน และสังคมศักดินา เติ้งเสี่ยวผิงมองไว้ว่าการเปิดตลาดจีนก็เพื่อให้จีนวิวัฒนาการเป็นขั้นตอนที่แท้จริงจากสังคมทุน ไปสู่สังคมนิยมแท้ๆ และสังคมคอมมิวนิสต์ในที่สุด

ทฤษฏี “สังคมนิยมที่มีคุณลักษณะแบบจีน” นั้นมีความจำเป็น มันออกมาตอนที่จีนมีความมั่งคั่งทางวัตถุในระดับที่ค่อนข้างต่ำและจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยมก่อนที่จะมุ่งสู่รูปแบบสังคมนิยมที่เท่าเทียมมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่สังคมคอมมิวนิสต์ตามที่อธิบายไว้ในลัทธิมาร์กซ์แบบดั้งเดิม

ไม่อย่างนั้นสีจิ้นผิงคงไม่ผลักดันแนวคิด “วงไพบูลย์แห่งความมั่งคั่ง” มันหมายถึงมีกินมีใช้เท่าๆ กันนั่นเอง เพราะตอนนี้จีนเริ่มอิ่มตัวกับทุนนิยมแล้ว เห็นได้จากภาวะการณ์หลายๆ อย่างมุ่งไปสู่ความเสื่อมถอยทางสังคม เพราะผู้คนหลงเงินและวัตถุ เกิดการสั่งสมทุนที่ไม่เท่าเทียม

นี่คือทฤษฎีมาร์กซิสต์แท้ๆ ดังนั้นนายทุนทั้งหลายต้องตระหนักเอาไว้ว่าจีนไม่มีทางเป็นทุนนิยมเสรีอย่างที่เขาใฝ่ฝันหรอก

เพียงแต่สิ่งน่ากังวลคือ สีจิ้นผิงเร่งรัดวิวัฒนาการทางสังคมเร็วไปไหมกับการผลักดันจีนเป็นสังคมนิยมที่เข้มข้นอีก หลังจากทดลองเป็นทุนนิยมมานานกว่า 40 ปีแล้ว – เรื่องนี้เราต้องจับตากันต่อไป

ครั้งสุดท้ายที่จีนเร่งรัดจะเป็นสังคมนิยมบริสุทธิ์ผุดผ่องให้ได้คือทศวรรษที่ 50 (การก้าวกระโดดใหญ่) และทศวรรษที่ 60 (การปฏิวัติวัฒนธรรม) ผลคือพังพินาศไปทุกมิติสังคมและเศรษฐกิจ คนตายไปนับล้าน

จนบัดนี้เหมาเจ๋อตงก็ยังถูกมองว่าเป็นนักยุทธศาสตร์ที่เก่งกาจ แต่อ่อนด้อยเรื่องเศรษฐกิจ จีนต้องอาศัยใบบุญของเติ้งเสี่ยวผิงมาช่วยเก็บกวาดในทัศวรรษที่ 70 และ 80

โซรอสชี้ไว้อย่างถูกต้องว่า “คอมมิวนิสต์ล้มเหลวเพราะปัญหารื่องตัวผู้บัญชาการ ข้อเสนอของคาร์ล มาร์กซ์—ที่ว่าดึงจากทุกคนตามความสามารถและให้ทุกคนตามความต้องการ—เป็นแนวคิดที่น่าสนใจมาก แต่ผู้ปกครองคอมมิวนิสต์กลับให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ส่วนตนของประชาชน”

ผู้นำจีนอาจไม่สนใจผลประโยชน์ส่วนตน แต่การตัวบุคคลไม่กี่คนอาจทำให้เสียการณ์ได้

สีจิ้นผิงจะเป็นแบบเหมาเจ๋อตงหรือไม่ โซรอสบอกในบทความของ Wall Street Journal ว่า “สหรัฐเป็นตัวแทนของสังคมเปิดที่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งบทบาทของรัฐบาลคือการปกป้องเสรีภาพของแต่ละบุคคล สีเชื่อว่าเหมาเจ๋อตง ได้คิดค้นรูปแบบการปกครองที่เหนือกว่า ซึ่งเขากำลังดำเนินอยู่ นั่นคือ สังคมปิดแบบเผด็จการที่บุคคลอยู่ภายใต้รัฐที่มีพรรคเดียว”

ขณะที่โซรอสเยินยอสหรัฐว่าเป็น “ตัวแทนของสังคมเปิดที่เป็นประชาธิปไตย” ในบทความนี้ อีกบทความใน Financial Times เขากลับสนับสนุนที่ทางการสหรัฐออกกฎหมายกีดกันบริษัทจีน คำถามก็คือทำแบบนี้แล้วยังเรียกว่าเป็นสังคมเปิดได้เต็มปากอีกหรือ?

โซรอสบอกว่าสีจิ้นผิงพยายามที่จะรั้งอำนาจตัวเองไว้เพื่อสานต่อการล้างบางในประเทศ เรื่องนี้อาจมีส่วนจริง แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด สิ่งที่เกิดขึ้นในจีนนั้นอาจเป็นผลพวงจากการที่สหรัฐกีดกันและเปิดสงครามการค้ากับจีนด้วย นั่นคือการบีบให้จีนจนมุม จนจีนต้องคลายความเป็นทุนนิยมและสังคมเปิดลงเพราะมันคือจุดอ่อนให้ถูกโจมตี

โซอรสมีมูลนิธิที่ชื่อ Open Society Foundations ซึ่งมีจุดประสงค์ คือการส่งเสริมประชาธิปไตยและสังคมเสรี หรือ “สังคมเปิด” ตามชื่อมูลนิธิ

แต่เราต้องระมัดระวังกับคนที่มักอ้างหลักการประชาธิปไตย เพราะบางคนนั้นอ้างประชาธิปไตยและการเปิดเสรีเพื่อหวังผลทางเศรษฐกิจด้วย เช่น บางประเทศทำเป็นส่งเสริมประชาธิปไตยทางการเมืองแต่ใจหวังให้เปิดเสรีเศรษฐกิจ และบีบให้ประเทศโน้นประเทศนี้เปิดเสรีด้านต่างๆ

จุดประสงค์แอบแฝงก็เพื่อทำให้ประเทศนั้นเป็น “สังคมเปิด” เมื่อเปิดแล้วก็เจาะเข้าตลาดได้โดยง่าย เข้ามายึดกุมทรัพยากรและโครงสร้างสำคัญของประเทศนั้นไป คือการใช้ประชาธิปไตยเป็นอาวุธอย่างหนึ่ง

แต่ต้องเข้าใจว่าประชาธิปไตยไม่ใช่ของเลวทราม แต่เป็นของดีที่ถูกอำพรางด้วยลัทธิเสรีนิยมใหม่ทางเศรษฐกิจที่เน้นนายทุนมือยาวสาวได้สาวเอา และมันจะกลายเป็นเรื่องมือให้บางคนบ่อนทำลายประเทศหนึ่ง เพื่อเข้าถึงทุนและทรัพยากรของประเทศนั้นๆ

มันไม่ใช่สังคมเปิดที่เขาต้องการ แต่เป็นตลาดที่เปิดอ้าซ่ามากกว่า

คนไทยในศักราชแห่งหายนะทางการเงินปี 2540 ย่อมเข้าใจแจ่มแจ้งว่ากาใช้เสรีนิยมของบางประเทศเพื่อแทรกแซงบ้านเมืองและตลาดของเรามันเป็นเจ็บปวดเพียงใด

จีนในเวลานี้กำลังผนึกตัวเองให้เป็นเอกภาพภายใต้หลักการสังคมนิยมมากขึ้น ลดความเป็นทุนนิยมให้น้อยลง ส่งเสริมค่านิยมฝ่ายซ้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่พวก “สังคมเปิด” (หรือตลาดเปิด) ไม่ต้องการ เพราะทำให้พวกเขาหมดโอกาสทำมาหากิน

โซรอสนั้นชิงชังทรัมป์ถึงขนาดตีโพยตีพายโทษเฟซบุ๊คว่าเป็นเหตุให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง แต่พอทรัมป์จะเล่นงานจีน โซรอสก็รักทรัมป์ขึ้นมาทำที ชมเปาะว่าเป็นนโยบายที่ดีที่สุดของเขา

อนึ่ง ชื่อของมูลนิธิสังคมเปิด Open Society Foundations ของโซรอสนั้นยืมมาจากหนังสือของคาร์ล พอพเพอร์ นักปรัชญาผู้ทรงอิทธิพล (และเป็นอาจารย์ของโซรอสด้วย) ชื่อหนังสือว่า “สังคมเปิดและศัตรูของมัน” เป็นหนึ่งสือที่เชิดชูเสรีประชาธิปไตยแบบตะวันตกและเปิดเผยศัตรูของมันคือเผด็จการอำนาจนิยม

พอพเพอร์นั้นเป็นนักปรัชญาเต็มตัวจึงไม่มีผลประโยชน์เรื่องเงินๆ ทองๆ กับเสรีประชาธิปไตยและความคิดของเขานั้นมุ่งจะรักษาประชาธิปไตยจริงๆ

แต่จอร์จ โซรอสเป็นเช่นไรนั้น ความเห็นของคนทั่วโลกยังเสียงแตกอยู่

โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo 

REUTERS/Kevin Lamarque/File Photo

REUTERS/Lisi Niesner/File Photo

จีนเตรียมขึ้นบัญชีดำ ‘พวกติดสินบน’ เร่งเครื่องปราบคอร์รัปชัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662710

วันที่ 08 ก.ย. 2564 เวลา 17:50 น.จีนเตรียมขึ้นบัญชีดำ ‘พวกติดสินบน’ เร่งเครื่องปราบคอร์รัปชันหนึ่งในการขับเคลื่อนของสีจิ้นผิว จีนเตรียมขึ้นบัญชีดำ ‘ผู้ติดสินบน’ ยกระดับปราบทุจริตเข้มข้น

ปักกิ่ง, 8 ก.ย. (ซินหัว) — ทางการจีนเตรียมริเริ่มระบบขึ้นบัญชีดำผู้ติดสินบน เพื่อยกระดับการต่อสู้กับการทุจริตคดโกงให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

แนวปฏิบัติที่ร่วมกำหนดโดยคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCDI) และคณะกรรมการตรวจสอบแห่งชาติ (NSC) รวมถึงฝ่ายต่างๆ ภายในพรรคฯ และหน่วยงานตุลาการระดับสูง ซึ่งเผยแพร่สู่สาธารณชนในวันพุธ (8 ก.ย.) ระบุว่าจะมีการวิจัยเพื่อกำหนดบทลงโทษที่เกี่ยวพันกับการเข้าถึงตลาดและข้อจำกัดคุณสมบัติของผู้ติดสินบน

ทั้งผู้ให้และผู้รับสินบนจะต้องถูกลงโทษตามผลการสอบสวนที่มุ่งไปยังผู้ทำการติดสินบนหลายครั้ง ติดสินบนก้อนใหญ่ หรือติดสินบนกับคนจำนวนมาก, สมาชิกพรรคฯ และเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้สินบน, การติดสินบนในสาขาอาชีพหลัก และการติดสินบนเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่

ผลประโยชน์อันไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ได้รับจากการติดสินบนจะต้องถูกยึด กู้คืน หรือชดใช้ตามกฎหมาย ส่วนผลประโยชน์อันไม่เหมาะสมอื่นๆ อาทิ ตำแหน่งทางวิชาชีพ เกียรติคุณทางการเมือง ข้อเกื้อหนุนทางธุรกิจ และตำแหน่งทางวิชาการ จะต้องถูกยกเลิกหรือเพิกถอน

แนวปฏิบัติข้างต้นระบุว่าทางการจีนจะปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ตามกฎหมายของบุคคลและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อรับรองการดำเนินงานของผู้ประกอบการเหล่านั้นตามกฎหมาย ขณะมีการลงโทษกรณีติดสินบน

เนื้อหาข่าวด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

Photo by Anthony WALLACE / AFP

บิ๊กการเงินคาด Bitcoin แตะแสนดอลลาร์ต้นปีหน้า #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662706

วันที่ 08 ก.ย. 2564 เวลา 17:28 น.บิ๊กการเงินคาด Bitcoin แตะแสนดอลลาร์ต้นปีหน้าทีมวิจัยสกุลเงินดิจิทัลจาก Standard Chartered คาดการณ์ราคา Bitcoin อาจสูงถึง175,000 เหรียญสหรัฐในระยะยาว

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าทีมวิจัยสกุลเงินดิจิทัลจาก Standard Chartered คาดการณ์ว่า Bitcoin จะเพิ่มมูลค่าเป็น 2 เท่า และแตะ 100,000 เหรียญสหรัฐภายในต้นปีหน้า ยิ่งไปกว่านั้นอาจมีมูลค่าสูงถึง 175,000 เหรียญสหรัฐในระยะยาว

นอกจากนี้ยังประเมินว่า Ethereum จะอยู่ที่ราว 26,000 ถึง 35,000 เหรียญสหรัฐ

Geoffrey Kendrick ผู้นำทีมวิจัยกล่าวว่าในอนาคต Bitcoin อาจกลายเป็นวิธีการชำระเงินแบบ peer-to-peer ที่โดดเด่นสำหรับผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคารและสำหรับโลกไร้เงินสดในอนาคต พร้อมคาดการณ์ว่าราคาของมันอาจแตะที่ระดับ 100,000 เหรียญสหรัฐในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า

ทั้งนี้ ราคาของ Bitcoin ขณะนี้อยู่ที่ราว 46,141.40 เหรียญสหรัฐซึ่งปรับตัวจากระดับ 52,000 เหรียญสหรัฐเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ Ethereum ขณะนี้อยู่ที่ราว 3,354 เหรียญสหรัฐ

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ประเทศแรกในโลก คิวบาเริ่มฉีดวัคซีนผลิตเองให้เด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662702

วันที่ 08 ก.ย. 2564 เวลา 17:00 น.ประเทศแรกในโลก คิวบาเริ่มฉีดวัคซีนผลิตเองให้เด็กอายุ 2 ปีขึ้นไปคิวบาประเดิมฉีดวัคซีนที่ผลิตเองให้เด็ก 2 ขวบ แม้อนามัยโลกยังไม่รับรอง

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าคิวบาเป็นประเทศแรกของโลกที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่เด็กอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป โดยใช้วัคซีนที่ผลิตเองในประเทศ แม้ว่ายังไม่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO)

ทางการคิวบามีเป้าหมายที่จะฉีดวัคซีนให้กับเด็กเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีการเปิดโรงเรียนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ หลังจากที่ปิดไปตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว โดยรัฐบาลประกาศว่าจะเปิดโรงเรียนได้อีกครั้งหลังจากที่เด็กทุกคนได้รับวัคซีนแล้วเท่านั้น

ทั้งนี้ วัคซีนที่คิวบาผลิตเอง ได้แก่ Abdala และ Soberana 2 ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่าวัคซีนทั้งสองยี่ห้อได้ผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการป้องกันอาการป่วยรุนแรง รวมทั้งต่อสายพันธุ์เดลตาด้วย ซึ่งตั้งเป้าผลิตให้ครอบคลุมสำหรับประชากรทุกคนภายในสิ้นเดือนนี้

โดยทางการคิวบาเริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้วัคซีน Abdala และ Soberana ซึ่งมีผลการทดลองทางคลินิกระยะสุดท้ายออกมาว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า 90% แต่อย่างไรก็ตามวัคซีนดังกล่าวยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO)

หลังจากที่ผ่านการทดลองทางคลินิกกับผู้เยาว์แล้วจึงได้อนุมัติให้ใช้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ก่อนที่ล่าสุดจะมีการอนุมัติให้ฉีดในเด็กอายุ 2 ถึง 11 ปี ซึ่งนับว่าเป็นประเทศแรกที่ฉีดวัคซีนให้กับเด็กอายุน้อยเท่านี้

เนื่องจากปัจจุบันหลายประเทศอนุมัติฉีดวัคซีนให้แก่เด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป โดยมีบางประเทศอย่างเช่น จีน และชิลี ซึ่งมีแผนใช้วัคซีนกับเด็กอายุน้อยกว่านั้น อยู่ที่ 3 และ 6 ปีตามลำดับ แต่คิวบาเป็นประเทศแรกที่เริ่มดำเนินการฉีดวัคซีน

ทั้งนี้ คิวบามีรายงานผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยขณะนี้มีผู้ป่วยสะสมกว่า 700,000 คน และมีผู้เสียชีวิต 5,881 คน

ส่งผลให้ทางการต้องเร่งฉีดวัคซีน โดยขณะนี้มีประชากรประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมด 11.2 ล้านคนได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม ขณะที่ราว 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมดได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว

Photo by ADALBERTO ROQUE / AFP