ไบเดนเดินหน้าแก้ปัญหาชิปขาดตลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650042

วันที่ 09 เม.ย. 2564 เวลา 14:30 น.ไบเดนเดินหน้าแก้ปัญหาชิปขาดตลาดสหรัฐพร้อมออกกฎหมาย ‘เซมิคอนดักเตอร์’ แก้ปัญหาชิปขาดตลาด

สืบเนื่องจากวิกฤตขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีหลายแห่งทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งต้องระงับการผลิตในโรงงานหลายแห่งและสูญเสียเงินมหาศาลจากยอดขายที่หายไปในปีนี้

โดยมีกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ในสหรัฐออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือพร้อมระบุว่าการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกอาจส่งผลให้การผลิตยานยนต์ลดลงถึง 1.28 ล้านคันในปีนี้ ไม่เพียงเท่านั้นแต่ยังต้องระงับการผลิตไปอึก 6 เดือน

ล่าสุด ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐเผยว่ารัฐบาลเล็งเห็นถึงปัญหาและกำลังดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยวุฒิสภาสหรัฐกำลังเตรียมเสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์

ด้านเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวเผยว่าฝ่ายบริหารของไบเดนให้ความสำคัญอย่างมากต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และจะมีการจัดประชุมเรื่องนี้ในวันที่ 12 เม.ย. ซึ่งคาดว่าจะมีผู้บริหารระดับสูงจากค่ายรถยนต์เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย

อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมาไบเดนได้ลงนามในคำสั่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยระบุว่าจะมีการตรวจสอบเพื่อแก้ไขช่องโหว่ห่วงโซ่อุปทาน และออกกฎหมายระดมทุน 37,000 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อเพิ่มการผลิตชิปในประเทศ

Photo by MANDEL NGAN / AFP

UN เตือนมีไวรัสอีก 1.7 ล้านที่ยังไม่ค้นพบ ครึ่งหนึ่งติดสู่มนุษย์ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650038

วันที่ 09 เม.ย. 2564 เวลา 13:00 น.UN เตือนมีไวรัสอีก 1.7 ล้านที่ยังไม่ค้นพบ ครึ่งหนึ่งติดสู่มนุษย์ได้ นักวิทย์เตือนมีไวรัสที่ยังไม่ค้นพบอีก 1.7 ล้านไวรัส ครึ่งหนึ่งติดสู่มนุษย์และก่อโรคระบาดได้  

รายงานของทีมนักวิทยาศาสตร์ที่รวมตัวกันภายใต้หน่วยงานแพลตฟอร์มนโยบายวิทยาศาสตร์ระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการบริการด้านความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ (IPBES) ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า ยังมีเชื้อไวรัสอีกราว 1.7 ล้านไวรัสที่ยังไม่ถูกค้นพบอยู่ในธรรมชาติ และในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งสามารถแพร่กระจายมาสู่มนุษย์และก่อให้เกิดโรคระบาดใหม่ๆ ได้

รายงานอธิบายว่า การระบาดของโรคทั้งหมดในปัจจุบันมีต้นกำเนิดมาจากจุลินทรีย์ที่มาจากสัตว์ แต่การอุบัติขึ้นมาของโรคเหล่านี้ล้วนมาจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ และเกือบ 1 ใน 3 ของโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนอุบัติขึ้นเนื่องจากการลดลงของป่าไม้ซึ่งเพิ่มโอกาสในการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า

การวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า สัตว์ที่เจริญเติบโตได้จากการที่ป่าลดลงอย่างค้างคาวและหนูมีแนวโน้มที่จะเป็นพาหะของโรคระบาดเหล่านั้น โดยทุกๆ ปีจะมีโรคจากสัตว์ที่แพร่มาสู่มนุษย์ราว 5 โรค ซึ่งใน 5 โรคนี้มีโอกาสที่จะแพร่กระจายเป็นวงกว้างจนกลายเป็นโรคระบาดไปทั่วโลก

นักวิทยาศาสตร์เผยว่า การเปลี่ยนแปลงการรับมือกับโรคระบาดจากการตั้งรับเป็นการป้องกันไว้ก่อน รวมถึงการลดกิจกรรมที่จะทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ อาทิ ตัดไม้ทำลายป่า การซื้อขายสัตว์ป่า จะช่วยให้มนุษยชาติหลีกเลี่ยงจาก “ยุคแห่งโรคระบาด” ได้

นอกจากนี้ ยังเตือนว่า หากมนุษย์ยังไม่ลงมือทำ โรคระบาดจะอุบัติบ่อยขึ้น แพร่กระจายรวดเร็ว คร่าชีวิตประชาชนมากขึ้น และยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจมหาศาล

Photo by Handout / National Institute of Allergy and Infectious Diseases / AFP

รายแรกของโลก! ผู้ป่วยโควิดรับปลูกถ่ายปอดจากคนเป็น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650024

วันที่ 09 เม.ย. 2564 เวลา 11:30 น.รายแรกของโลก! ผู้ป่วยโควิดรับปลูกถ่ายปอดจากคนเป็นหญิงญี่ปุ่นรายนี้เป็นผู้ป่วยโควิด-19 คนแรกที่ได้รับบริจาคปอดจากผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นสามีและลูกชายของเธอเสียด้วย

สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นรายงานเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมาโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกียวโกได้ทำการปลูกถ่ายปอดจากผู้บริจาคที่ยังมีชีวิตให้แก่ผู้ป่วยโควิด-19 เป็นครั้งแรกของโลก

โดยปกติแล้วแพทย์จะปลูกถ่ายปอดให้แก่ผู้ป่วยโควิด-19 โดยการใช้อวัยวะของผู้ที่เสียชีวิตแล้ว ซึ่งมีผู้บริจาคเพียงไม่กี่รายนั่นทำให้การปลูกถ่ายปอดอาจต้องรอเป็นปีๆ

แต่ล่าสุด ผู้ป่วยโควิด-19 รายนี้เป็นหญิงชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งแพทย์กล่าวว่าอาการของเธอทรุดหนัก และสูญเสียการทำงานของปอดทั้ง 2 ข้าง ซึ่งความหวังที่จะกลับมาหายดีได้นั้นช่างริบหรี่ มีเพียงการปลูกถ่ายปอดเท่านั้นที่จะช่วยชีวิตของเธอได้

สามีและลูกชายของเธอจึงเสนอที่จะบริจาคปอดส่วนหนึ่งเพื่อให้ภรรยาและแม่ของตนหายดี แม้ว่าจะต้องแลกกับความจุปอดของตนที่ลดลงก็ตาม

ทั้งนี้ การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง ก่อนที่จะสำเร็จไปได้ด้วยดี โดยศาสตราจารย์ฮิโรชิ ดาเตะ ศัลยแพทย์ทรวงอกผู้รับผิดชอบเคสนี้กล่าวว่าเขามีความหวังเป็นอย่างยิ่งกับการรักษาในลักษณะนี้เพราะถือเป็นการสร้างทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ป่วย

AFP PHOTO / PIERRE-PHILIPPE MARCOU

สหรัฐคว่ำบาตรบริษัทอัญมณีกองทัพเมียนมาตัดรายได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650025

วันที่ 09 เม.ย. 2564 เวลา 10:17 น.สหรัฐคว่ำบาตรบริษัทอัญมณีกองทัพเมียนมาตัดรายได้สหรัฐขึ้นบัญชีดำบริษัทอัญมณีของกองทัพเมียนมาตัดเส้นทางสร้างรายได้

กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศให้บริษัท Myanmar Gems Enterprise ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจส่งออกอัญมณีรายใหญ่ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับรัฐบาลเมียนมา อยู่ในบัญชี “จับตามองเป็นพิเศษ” (SDN) เพื่อเป็นการตัดเส้นทางหารายได้ของกองทัพ

การขึ้นบัญชีดังกล่าวเป็นการห้ามไม่ให้ชาวอเมริกันค้าขายทำธุรกิจกับ Myanmar Gems Enterprise และทรัพย์สินและผลประโยชน์อื่นใดของบริษัทที่อยู่ในสหรัฐจะถูกอายัดทั้งหมด

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยว่า สหรัฐจะเพิ่มมาตรการกดดันช่องทางหารายได้ของกองทัพขึ้นเรื่อยๆ จนกว่ากองทัพเมียนมาจะยุติการใช้ความรุนแรง ปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองที่ถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรม ยกเลิกกฎอัยการศึกและสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ รวมทั้งยกเลิกการปิดกั้นสัญญาณอินเทอร์เน็ต และนำพาเมียนมากลับสู่เส้นทางประชาธิปไตย

ทั้งนี้ การขึ้นบัญชีดำครั้งนี้มีขึ้นหลังจาก มินอ่องหล่าย ผู้นำรัฐประหารเดินทางไปยังห้างจำหน่ายอัญมณีของบริษัท Myanmar Gems Enterprise ในกรุงเนย์ปยิดอว์

สำนักข่าว New Light of Myanmar ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของกองทัพรายงานวานนี้ (8 เม.ย.) ว่า เฉพาะช่วง 6 วัน ร้านดังกล่าวจำหน่ายหยกได้ถึง 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

Photo by Ye Aung THU / AFP

นักวิทย์ผุดไอเดีย ‘นาฬิกาอัจฉริยะ’ ช่วยยับยั้งโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649985

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 19:00 น.นักวิทย์ผุดไอเดีย 'นาฬิกาอัจฉริยะ' ช่วยยับยั้งโควิด-19มาดูกันว่านาฬิกาเรือนนี้จะช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างไร

ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลกยังคงน่าเป็นห่วงโดยมียอดผู้ติดเชื้อรวมแล้ว 133 ล้านคน ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 2.89 ล้านคน แม้ว่าจะมีการกระจายวัคซีนไปแล้วในหลายประเทศทั่วโลก แต่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากผู้เชี่ยวชาญด้านยาที่กำลังเดินหน้าพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19 แล้วก็ยังมีอีกหลายฝ่ายที่พยายามคิดค้นและพัฒนาตัวช่วยต่างๆ เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดในครั้งนี้

หนึ่งในนั้นคือนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) ชาวอินเดียในสหรัฐ Ravi Teja Yarlagadda และ Lakshmi Sri Surya ได้พัฒนานาฬิกาข้อมือที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI และภาษาโปรแกรมไพทอน (Python) เพื่อตรวจจับโรคระบาดโควิด-19 และแจ้งเตือนหากมีการเข้าใกล้บุคคลในระยะ 6 ฟุตตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก

2 ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและระบบเทคโนโลยี AI ได้พัฒนาระบบอัตโนมัติที่สามารถทำงานแบบเรียลไทม์เพื่อคัดกรองโควิด-19 เบื้องต้น โดยจะแจ้งเตือนผู้ใช้ถึงความเป็นไปได้ว่าบุคคลรอบข้างของตนอาจมีอาการป่วยโควิด-19 พร้อมระบบแจ้งเตือนการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างน้อย 6 ฟุต

ผ่านการติดตั้งกล้องอินฟราเรดเพื่อสแกนฝูงชนจำนวนมากรอบทิศทางได้อย่างทันทีทันใด โดยมีความสามารถในการสแกนได้ถึง 200 คนต่อ 1 นาที และชี้ให้เห็นว่าบุคคลนั้นๆ มีอุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติหรือไม่ โดยจะแจ้งเตือนหากพบว่าคนรอบข้างของเรามีอุณหภูมิร่างกายที่สูงเกินกว่า 37 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้ในทุกๆ ครั้งที่ผู้ใช้ละเมิดมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมระบบจะมีการบันทึกข้อมูลเหล่านั้น และข้อมูลทั้งหมดในช่วง 72 ชั่วโมงล่าสุดจะถูกจัดเก็บไว้

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่างานวิจัยชิ้นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการยับยั้งจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอุปกรณ์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้ ซึ่งแน่นอนว่าหากทุกคนมีอุปกรณ์อัจฉริยะเช่นนี้การแพร่ระบาดของโรคก็จะลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้อุปกรณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยตรวจจับโควิด-19 ได้เท่านั้น แต่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อใช้งานกับโรคระบาดอื่นๆ ในอนาคตที่มีอาการไข้ร่วมด้วย

Photo by Marco Bertorello / AFP

แฟนเจ้าหญิงมาโกะตัดสินใจเดินหน้าเสกสมรสหลังมรสุมข่าวลบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649956

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 17:30 น.แฟนเจ้าหญิงมาโกะตัดสินใจเดินหน้าเสกสมรสหลังมรสุมข่าวลบแฟนเจ้าหญิงมาโกะตัดสินใจเดินหน้าเข้าพิธีเสกสมรสหลังเคลียร์กระแสข่าวลบเกี่ยวกับตัวเอง

สำนักข่าวเคียวโดรายงานว่า เคอิ โคมุโระ (Kei Komuro) พระคู่หมั้นของเจ้าหญิงมาโกะ พระราชนัดดาในสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ออกแถลงการณ์แสดงความตั้งใจที่จะเข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าหญิงมาโกะ และให้คำมั่นว่าจะแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินที่เกี่ยวข้องกับแม่ของตัวเอง นับเป็นการชี้แจงต่อสาธารณชนครั้งที่ 2 หลังเกิดข่าวด้านลบ

โคมุโระซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัย Fordham University ในนิวยอร์กเผยว่า เอกสารชี้แจงเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินจำนวน 24 หน้ามีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และกล่าวว่า “ผมเชื่อว่าบางคนอาจไม่เชื่อถือเนื่องจากการนิ่งเงียบของผม”

เอกสารของโคมุโระระบุว่า เขาเชื่อว่าการพูดคุยเจรจาข้อพิพาทระหว่างแม่ของเขาและอดีตคู่หมั้นของแม่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ความพยายามในการเจรจาของทั้งคู่ระหว่างเดือน พ.ค.2019-พ.ย.2020 กลับล้มเหลว

ด้าน ยะสุฮิโกะ นิชิมุระ หัวหน้าสำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผยระหว่างแถลงข่าวว่า แถลงการณ์ของโคมุโระอธิบายเรื่องราวได้ดี แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนว่าจะยอมรับหรือไม่

ทั้งนี้ พิธีเสกสมรสระหว่างโคมุโระและเจ้าหญิงมาโกะถูกเลื่อนออกไปกว่า 2 ปีหลังจากมีข่าวว่าแม่ของโคมุโระและอดีตคู่หมั้นมีข้อพิพาทด้านการเงิน รวมถึงเงินค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของโคมุโระที่อดีตคู่หมั้นของแม่จ่ายให้ด้วย

ปลายปีที่แล้ว มกุฎราชกุมารฟุมิฮิโตะพระบิดาของเจ้าหญิงมาโกะทรงอนุญาตให้ทั้งคู่เข้าพิธีเสกสมรส และเตือนให้โคมุโระแก้ปัญหาของครอบครัวก่อน โดยในช่วงเวลาเดียวกันเจ้าหญิงมาโกะก็ได้แสดงความตั้งใจจะเสกสมรส โดยระบุว่า เป็นการตัดสินใจที่สำคัญของทั้งคู่

AFP PHOTO / POOL / Shizuo Kambayashi

อังกฤษแนะอายุไม่ถึง 30 ปีควรเลี่ยงฉีดแอสตราฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649949

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 16:00 น.อังกฤษแนะอายุไม่ถึง 30 ปีควรเลี่ยงฉีดแอสตราฯหน่วยงานด้านยาของอังกฤษเผยอายุต่ำกว่า 30 ปีควรเลี่ยงแอสตราเซเนกา ขณะอียูยืนยันผลข้างเคียง

บลูมเบิร์กรายงานว่าสำนักงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของสหราชอาณาจักร (MHRA) แถลงว่าผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปีควรมีทางเลือกอื่นในการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 นอกเหนือจากวัคซีนของแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ที่ร่วมพัฒนากับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด หลังพบว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

รวมถึงมีการประกาศระงับการทดสอบวัคซีนแอสตราเซเนกาที่เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสำหรับกลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 6-17 ปีเพื่อรอข้อมูลเพิ่มเติมและผลสรุปที่แน่ชัดก่อนจะเริ่มดำเนินการทดสอบอีกครั้ง

คำแนะนำดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกาในประเทศและพบว่าภายในสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีประชาชน 79 คนเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังได้รับวัคซีน โดย 19 คนเสียชีวิต

อย่างไรก็ตามอัตราความเสี่ยงที่เกิดขึ้นค่อนข้างน้อยโดยหน่วยงานกำกับดูแลของสหราชอาณาจักรกำหนดความเสี่ยงไว้ที่ประมาณ 4 ในล้านเท่านั้น พร้อมเสริมว่าผู้ที่มีอายุน้อยจะมีแนวโน้มเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันมากกว่ากลุ่มผู้ที่มีอายุสูงขึ้นไป

ขณะที่องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) เผยว่าวัคซีนดังกล่าวเชื่อมโยงกับการเกิดลิ่มเลือดแต่ไม่ได้ระบุช่วงอายุ อย่างไรก็ตามย้ำว่าเป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ยาก และวัคซีนยังคงมีความจำเป็นเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค กล่าวคือประโยชน์ของวัคซีนยังคงมีมากกว่าความเสี่ยง

ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าความเชื่อมโยงระหว่างวัคซีนและภาวะลิ่มเลือดอุดตันนั้นมีความเป็นไปได้ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ พร้อมเสริมว่าเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ยากมากในบรรดาประชาชนเกือบ 200 ล้านคนทั่วโลกซึ่งได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว

Photo by LOIC VENANCE / AFP

หนุ่มฟิลิปปินส์ดับหลังถูกลงโทษลุก-นั่ง 300 ครั้งฐานฝ่าเคอร์ฟิว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649944

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 14:39 น.หนุ่มฟิลิปปินส์ดับหลังถูกลงโทษลุก-นั่ง 300 ครั้งฐานฝ่าเคอร์ฟิวชายฟิลิปปินส์เสียชีวิตหลังถูกลงโทษให้ทำท่าลุกนั่ง 300 ครั้ง ฐานฝ่าฝืนเคอร์ฟิวช่วงโควิด  

สำนักข่าว CNN รายงานว่า ดาร์เรน มานาอ็อก เปนญาเรดอนโด ชายชาวฟิลิปปินส์วัย 28 ปีเสียชีวิตหลังจากถูกตำรวจสั่งลงโทษที่ฝ่าฝืนกฎเคอร์ฟิวสกัดการแพร่ระบาดของ Covid-19 ด้วยการทำท่าสควอท หรือท่าคล้ายกับการลุกนั่ง 300 ครั้ง   

ญาติผู้เสียชีวิตเผยว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย. เปนญาเรดอนโดออกจากบ้านในจังหวัดคาบิเตซึ่งเป็นพื้นที่ล็อกดาวน์เพื่อซื้อน้ำ แต่ระหว่างทางเขาถูกตำรวจเรียกให้หยุดและสั่งลงโทษลุกนั่ง 100 ครั้ง เมื่อทำครบแล้วเจ้าหน้าที่ก็สั่งให้ทำอีก รวมแล้วเขาทำท่าลุกนั่งไปราว 300 ครั้ง  

2 วันต่อมาชายรายนี้มีอาการชักและมีการปั๊มหัวใจขึ้นมา ทว่าในครั้งที่ 2 ร่างกายเปนญาเรดอนโดไม่ตอบสนองแล้วและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ด้านกระทรวงมหาดไทยและทางการมืองเจเนอรัลทรีแอสสั่งให้สวบสวนการเสียชีวิตของชายรายนี้ และระบุว่า ตำรวจทุกนายที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัยและทางอาญาหากพบว่าฝ่าฝืนกฎหมาย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตำรวจฟิลิปปินส์ลงโทษผู้ฝ่าฝืนคำสั่งเคอร์ฟิวอย่างรุนแรง เดือนที่แล้วฮิวแมนไรส์วอทช์ (HRW) เผยว่าเจ้าหน้าที่จับวัยรุ่น 5 คนที่ละเมิดเคอร์ฟิวใส่กรงขังสุนัข รวมทั้งลงโทษด้วยการสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวนั่งกลางแดดร้อนจัดช่วงเที่ยงวัน

REUTERS/Eloisa Lopez

นักลงทุนสหรัฐหวั่นจีนจะใช้ Bitcoin เป็นอาวุธ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649937

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 13:00 น.นักลงทุนสหรัฐหวั่นจีนจะใช้ Bitcoin เป็นอาวุธปีเตอร์ ธีล เตือน Bitcoin อาจเป็น “อาวุธทางการเงินของจีน” ที่ใช้โค่น USD ซ้ำทำลายสิ่งแวดล้อม

ในการพูดคุยร่วมกับไมค์ ปอมเปโอ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบเสมือนจริงโดยมูลนิธิ Richard Nixon เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ปีเตอร์ ธีล ผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal และนักลงทุนระดับพันล้านได้ให้ความเห็นว่าหากจีนใช้สกุลเงิน Bitcoin อาจเป็นภัยคุกคามต่อสถานะของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางความกังวลว่าจีนจะมีอำนาจควบคุม Bitcoin อีกครั้ง

“แม้ว่าผมจะมีความเชี่ยวชาญด้านคริปโตและ Bitcoin ผมก็ยังกังวลว่า Bitcoin จะถูกมองเป็นอาวุธทางการเงินของจีนในการต่อต้านสหรัฐหรือไม่…มันคุกคามสกุลเงินอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดอลลาร์สหรัฐ” ธีลกล่าวในระหว่างการพูดคุย

อย่างไรก็ตาม การศึกษาที่ตีพิมพ์บนวารสาร Nature ระบุว่าเหมือง Bitcoin ของจีนซึ่งคิดเป็นเกือบ 80% ของการค้าสกุลเงินดิจิทัลทั่วโลกอาจเป็นภัยต่อสภาพอากาศอย่างมาก

เนื่องจาก Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ อาศัยเทคโนโลยี “blockchain” ซึ่งเป็นฐานข้อมูลการทำธุรกรรมร่วมกันโดยมีรายการที่ต้องได้รับการยืนยันและเข้ารหัส ซึ่งต้องใช้คอมพิวเตอร์พลังสูงในการตรวจสอบธุรกรรมจึงจำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมหาศาล

การศึกษาดังกล่าวระบุว่า ประมาณ 40% ของเหมือง Bitcoin ของจีนใช้พลังงานถ่านหิน และส่วนที่เหลือเป็นพลังงานหมุนเวียน อย่างไรก็ตามโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่อาจเป็นการบั่นทอนเป้าหมายในการเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ของจีนซึ่งตั้งเป้าไว้ภายในปี 2060

การศึกษายังกล่าวอีกว่าเหมือง Bitcoin ของจีนอาจปล่อยก๊าซคาร์บอน 130.5 ล้านเมตริกภายในปี 2024 ซึ่งใกล้เคียงกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปีของอิตาลีหรือซาอุดิอาระเบียที่อุดมด้วยน้ำมัน

ทั้งนี้ ตามดัชนีการใช้ไฟฟ้าของ Bitcoin จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์คาดว่าในปีนี้อุตสาหกรรมการขุดคริปโตจะใช้ไฟฟ้า 0.6% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของโลกหรือมากกว่าการใช้ไฟฟ้าในนอร์เวย์ตลอดทั้งปี

Photo by KAREN BLEIER / AFP

จีนสั่งปลดเจ้าหน้าที่เมืองชายแดนเมียนมาฐานปล่อยโควิดระบาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/649928

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 11:30 น.จีนสั่งปลดเจ้าหน้าที่เมืองชายแดนเมียนมาฐานปล่อยโควิดระบาด  ทางการจีนสั่งปลดประธานพรรคคอมมิวนิสต์สาขาเมืองรุ่ยลี่ฐานบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรงในการรับมือโควิค  

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า กงอวิ๋นจุน ประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาเมืองรุ่ยลี่ในมณฑลยูนนานถูกปลดจากตำแหน่ง เนื่องจากบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรงจนไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ Covid-19 ในพื้นที่  

คำสั่งจากทางการมณฑลยูนนานระบุว่า เกิดการระบาดถึง 3 ครั้งในเมืองรุ่ยลี่ภายในช่วงเวลาครึ่งปีที่กงอวิ๋นจุนรับหน้าที่ควบคุมเมืองนี้ รวมทั้งคลัสเตอร์ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งการระบาดดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความพยายามในการควบคุมโรคของมณฑลยูนนานและในระดับประเทศ ทั้งยังสร้างความเสียหายกับเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมของมณฑล

คำสั่งระบุอีกว่า กรณีของกงอวิ๋นจุนถือเป็นกรณีตัวอย่างแก่ประธานพรรคสาขาอื่นๆ

คำสั่งปลดดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่จีนยืนยันพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายใหม่เพิ่มอีก 24 คนเมื่อวันที่ 7 เม.ย. รวมทั้งผู้ติดเชื้อในมณฑลยูนนาน 11 คน ซึ่งเพิ่มจากวันก่อนหน้าถึง 2 เท่า

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมืองรุ่ยลี่ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางหลังของยูนนานและมีพรมแดนติดกับเมียนมาสั่งให้ประชาชนกักตัวอยู่ในบ้าน เพิ่มการตรวจหาเชื้อ และเร่งฉีดวัคซีนเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด

Photo by STR / CNS / AFP