Science Update : หลุมดำมวลมหาศาลสว่างสุดในอวกาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/745360

Science Update : หลุมดำมวลมหาศาลสว่างสุดในอวกาศ

Science Update : หลุมดำมวลมหาศาลสว่างสุดในอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา ค้นพบข้อมูลจักรวาล ซึ่งเต็มไปด้วยหลุมดำมวลมหาศาล สร้างลำไอพ่นอันทรงพลังของอนุภาคพลังงานสูง เป็นแหล่งกำเนิดความสว่างสุดขีด ในอวกาศอันกว้างใหญ่ นักวิทยาศาสตร์เรียกระบบหลุมดำแบบนี้ว่าบลาซาร์ (Blazar ตั้งอยู่ในกลุ่มดาวหมีใหญ่ อยู่ห่างจากโลกประมาณ 400 ล้านปีแสง สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ตกตะลึง คือ หลักฐานของโครงสร้างสนามแม่เหล็กอันทรงพลังของอนุภาคที่ถูกเร่ง

การค้นพบนี้ ถือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของนาซา และถือเป็นความสำเร็จในการแสดงให้เห็นว่า โพลาริเมทรีของรังสีเอกซ์ (X-ray polarimetry) ช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจจับ เรขาคณิตของสนามแม่เหล็กที่ซับซ้อน

สำหรับลำไอพ่นของ บลาซาร์ ที่เรียกว่า Markarian 421 สามารถบินเป็นระยะทางหลายล้านปีแสง และมีความสว่างเป็นพิเศษเพราะเมื่ออนุภาคเข้าใกล้ความเร็วแสง จะปล่อยพลังงานจำนวนมหาศาล และแสดงออกมาในรูปแบบแปลกๆ

การเห็นลำไอพ่นของบลาซาร์สว่างมากขึ้น ช่วยอธิบายได้ว่าทำไม บลาซาร์ สามารถส่องแสงดาวทั้งหมดภายในกาแลคซีที่อาศัยอยู่ได้

Science Update : พบสารอินทรีย์บนดาวอังคาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/743960

Science Update : พบสารอินทรีย์บนดาวอังคาร

Science Update : พบสารอินทรีย์บนดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา เปิดเผยว่า ยานสำรวจดาวอังคาร เพอร์เซเวียแรนซ์ (Perseverance) ได้พบสารอินทรีย์ในหินตะกอนที่อาจเป็นตัวบ่งชี้ว่าเคยมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร หลักฐานล่าสุดมาจากการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า เชอร์ล็อก ( SHERLOC) ที่ติดตั้งอยู่บนแขนกลของยานหกล้อ ซึ่งนักวิจัยระบุว่าเชอร์ล็อกได้วิเคราะห์หินต่างๆ ที่พบในสถานที่ 10 แห่ง และบริเวณพื้นของหลุมอุกกาบาตเจเซโร จนได้หลักฐานที่บ่งบอกถึงการพบสารอินทรีย์จากตัวอย่างหินต่างๆ รวมถึงสิ่งที่ส่งกลับมายังโลกเพื่อการวิเคราะห์ในอนาคต

เพอร์เซเวียแรนซ์ ปฏิบัติภารกิจค้นหาหลักฐานของสิ่งมีชีวิตโบราณบนดาวอังคาร และเก็บตัวอย่างหินกับดินกลับไปยังโลก หลังยานสำรวจดาวแดงลงจอดที่หลุมอุกกาบาตเจเซโร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 บริเวณนี้อยู่ทางเหนือของดาวอังคาร และครั้งหนึ่งเคยเกิดน้ำท่วม อีกทั้งเป็นที่ตั้งของลุ่มน้ำทะเลสาบโบราณ

ปัจจุบัน ดาวอังคารไม่ได้เอื้ออำนวยให้เป็นถิ่นที่อยู่อาศัย แต่นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่า ครั้งหนึ่ง น่าจะเคยมีจุลินทรีย์อยู่ในบริเวณหลุมอุกกาบาตเจเซโร และเชื่อว่า เส้นทางน้ำที่ล้นทะลักออกจากหลุมอุกกาบาต ได้สร้างทะเลสาบโบราณเมื่อกว่า 3,500 ล้านปีก่อน

Science Update : หลุมความโน้มถ่วงในมหาสมุทรอินเดีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/742369

Science Update : หลุมความโน้มถ่วงในมหาสมุทรอินเดีย

Science Update : หลุมความโน้มถ่วงในมหาสมุทรอินเดีย

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หนึ่งในความแปลกประหลาดที่น่าทึ่งที่สุดในรูปทรงสัณฐานของโลกใบนี้ คือ หลุมความโน้มถ่วงที่กว้างใหญ่ไพศาลในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีค่าความโน้มถ่วงต่ำที่สุดในโลก หลุมความโน้มถ่วงนี้ครอบคลุมพื้นที่บริเวณก้นมหาสมุทรอินเดีย 3 ล้านตารางกิโลเมตร สร้างความพิศวงให้แก่นักวิทยาศาสตร์มานานหลายสิบปี โดยคำว่า “หลุมความโน้มถ่วง” นักธรณีฟิสิกส์เป็นผู้กำหนดขึ้นมา เพื่ออธิบายถึงพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อแรงโน้มถ่วงโลก แต่มีความโน้มถ่วงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก เนื่องจากระดับน้ำทะเลในมหาสมุทรอินเดียมีค่าความโน้มถ่วงที่มากระทำต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางถึง 100 เมตร

ในช่วงหลายปีผ่านมา มีการเสนอทฤษฎีต่างๆ มากมาย เพื่ออธิบายถึงการคงอยู่ของความโน้มถ่วงที่ผิดปกติในมหาสมุทรอินเดีย แต่การพิสูจน์ทฤษฎีเหล่านี้ถือเป็นความท้าทาย เนื่องจากความซับซ้อนทางธรรมชาติของการวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาของโลก อย่างไรก็ดี ผลการศึกษาเมื่อไม่นานนี้ระบุว่า ความโน้มถ่วงผิดปกติน่าจะมีสาเหตุมาจากแมกมา หรือ หินหนืด สารเหลวร้อนที่อยู่ใต้โลกพุ่งออกมาจากตามแนวรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกก้นสมุทร ทำให้เกิดภาวะมวลหนาแน่นต่ำในเปลือกโลกมาเป็นเวลาหลายล้านปี ทำให้เกิดจุดจีออยด์ต่ำ หรือค่าแรงโน้มถ่วงต่ำ เสมือนแอ่งหรือหลุมลึกในสนามความโน้มถ่วงโลก

การพบความโน้มถ่วงผิดปกติในมหาสมุทรอินเดีย เป็นข้อพิสูจน์ชัดเจนถึงศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ และโลกยังคงเดินหน้าไขปริศนาความลึกลับอื่นๆ ต่อไป เพื่อให้เข้าใจโลกยิ่งขึ้น

Science Update : ‘เวอร์จิน กาแล็คติก’ ทัวร์อวกาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740953

Science Update : ‘เวอร์จิน กาแล็คติก’ ทัวร์อวกาศ

Science Update : ‘เวอร์จิน กาแล็คติก’ ทัวร์อวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เวอร์จิน กาแล็คติก บริษัทที่ก่อตั้งโดยริชาร์ด แบรนสัน นักธุรกิจมหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ประสบความสำเร็จในการประเดิมเที่ยวบินเชิงพาณิชย์เที่ยวบินแรกไปท่องเที่ยวที่บริเวณปลายขอบอวกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผู้โดยสารกลุ่มแรกชองเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่จากกองทัพอากาศอิตาเลียน 2 คน และวิศวกรด้านการบินและอวกาศจากสภาวิจัยแห่งชาติของอิตาลี 1 คน ครูสอนการบินของเวอร์จิน กาแล็คติกอีก 1 คน พร้อมด้วยนักบินที่บังคับเครื่องบินอวกาศอีก 2 คนเดินทางไปบริเวณขอบอวกาศเหนือทะเลทรายในรัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งเป็นจุดปล่อยเครื่องบินประมาณ 80 กิโลเมตร จากนั้นเครื่องบินอวกาศที่ชื่อว่า วีเอสเอส ยูนิตี ก็ร่อนกลับลงสู่พื้นโลกอยาสงปลอดภัยในจุดเดียวกับที่ออกเดินทางที่ทางวิ่งที่สเปซ พอร์ต ซึ่งเป็นสถานที่ของรัฐใกล้กับเมืองทรูธ ออร์ คอนซีเควนเซส ในรัฐนิวเม็กซิโกของสหรัฐฯ

เที่ยวบินเชิงพาณิชย์ปฐมฤกษ์นี้มีชื่อเรียกว่า กาแล็คติก 01 ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 75 นาทีและถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับเวอร์จิ้น กาแล็คติก โฮลดิง อิงค์ที่พัฒนาบริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย็ไปท่องเที่ยวขอบอวกาศมาเกือบ 20 ปี ซึ่งในระหว่างนั้นก็ประสบปัญหามากมายทำให้แผนการต้องล่าช้าออกไปเรื่อยๆ

Science Update : เปิดสาเหตุมนุษย์ต่างดาวไม่ติดต่อโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739450

Science Update : เปิดสาเหตุมนุษย์ต่างดาวไม่ติดต่อโลก

Science Update : เปิดสาเหตุมนุษย์ต่างดาวไม่ติดต่อโลก

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผลการศึกษาใหม่ระบุ การที่มนุษย์ต่างดาว หรือเอเลี่ยน ไม่ติดต่อโลก เพราะที่นี่ไม่มีสัญญาณของผู้ทรงภูมิความรู้ ในเอกสารใหม่ยังอ้างด้วยว่า มนุษย์ต่างดาวที่ทรงภูมิปัญญาจะให้ความสนใจในการติดต่อกับดาวเคราะห์ที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุด แต่กับโลกนั้นไม่ใช่

เอกสารต้นฉบับของ อัมรี แวนเดล นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเลม ระบุว่า ผู้ทรงปัญญาจากนอกโลก อาจไม่ได้มองหาดาวเคราะห์ที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ หากสิ่งมีชีวิตนั้นค่อยๆ พัฒนาอยู่บนดาวเคราะห์มากมายในกาแลกซี ดังนั้นมนุษย์ต่างดาว น่าจะให้ความสนใจแก่ดาวเคราะห์ ที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีจนล้ำหน้าแล้ว และมีความเป็นไปได้ว่า มนุษย์ต่างดาวที่ทรงภูมิปัญญาได้พัฒนาการเดินทางอันไกลโพ้นได้แล้ว และเชื่อว่า มนุษย์ต่างดาวเหล่านี้ เคยเดินทางมาเยือนโลกของเราแล้ว แม้ในความเป็นจริง ไม่มีหลักฐานว่าสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญานอกโลกอยู่ในกาแลกซีทางช้างเผือก

แวนเดล กล่าวว่า โลกเคยส่งสัญญาณวิทยุออกสู่อวกาศ และต้องใช้เวลากว่าสัญญาณตอบกลับจากมนุษย์ต่างดาวจะมาถึงโลก อีกทั้งสัญญาณของโลกไม่น่าจะไปถึงสิ่งมีชีวิตที่ทรงปัญญา เขาบอกด้วยว่า บางทีอาจไม่มีอารยธรรมที่ทรงปัญญาภายในระยะ 50 ปีแสงจากโลกของเรา แต่สิ่งมีชีวิตทรงปัญญาอาจอยู่เลยออกไป และรอคอยสัญญาณจากโลก

Science Update : ภาพถ่ายพาโนรามาดาวอังคาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737924

Science Update : ภาพถ่ายพาโนรามาดาวอังคาร

Science Update : ภาพถ่ายพาโนรามาดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา ของสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพภูมิทัศน์แบบพาโนรามาของดาวอังคาร ที่ได้จากกล้องที่ติดกับยานสำรวจดาวอังคาร คิวริออสซิตี ภาพถ่ายภูมิทัศน์แบบพาโนรามา หรือ ภาพมุมกว้าง140 องศา ได้มาจากตอนที่ยานคิวริออสซิตีของนาซาเคลื่อนตัวไปตามเชิงเขาของภูเขาสูง 5 กิโลเมตร บริเวณแอ่งเกล ซึ่งเป็นจุดที่ยานสำรวจคิวริออสซิตีร่อนลงจอด
เพื่อภารกิจสำรวจพื้นผิวดาวอังคาร

ภาพพาโนรามาที่ถ่ายได้จากกล้องบนตัวยานสำรวจคิวริออสซิตี เป็นภาพขาวดำ ถ่ายไว้ในช่วงเช้าและบ่ายของวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา องค์การนาซา อธิบายเพิ่มเติมว่า ทีมงานของนาซานำภาพภูมิทัศน์ขาวดำมาแต่งภาพเติมสีสันและคำอธิบายประกอบส่วนต่างๆที่ปรากฏในภาพ

สำหรับยานสำรวจคิวริออสซิตี ร่อนลงจอดที่ปากปล่องหรือแอ่งเกลบนดาวอังคาร เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2012 หรือเมื่อ 11 ปีก่อน และยังอยู่ระหว่างทำภารกิจสำรวจพื้นผิวดาวอังคาร

Science Update : พบดาวฤกษ์ที่มีส่วนประกอบความเป็นโลหะต่ำมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736477

Science Update : พบดาวฤกษ์ที่มีส่วนประกอบความเป็นโลหะต่ำมาก

Science Update : พบดาวฤกษ์ที่มีส่วนประกอบความเป็นโลหะต่ำมาก

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากมีความพยายามมานานหลายสิบปี คณะนักวิจัยแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์จีนได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ลามอสต์ดำเนินการทางวิทยาศาสตร์จนพบดาวฤกษ์โลหะต่ำดวงใหม่ ที่มีมวลราว 0.5 ของมวลดวงอาทิตย์ในกาแล็กซีทางช้างเผือก และห่างจากโลก ราว 3,327 ปีแสง ความหนาแน่นของโลหะบนดาวฤกษ์มีน้อยมาก ทำให้ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ลามอสต์ จนพบดาวที่มีแมกนีเซียมต่ำมาก เมื่อเทียบกับการคิดคำนวณจากแบบจำลองการระเบิดของซูเปอร์โนวา ทำให้สรุปได้ว่า แร่ธาตุต่างๆ ที่อยู่ในดาวดวงนี้ มาจากการถือกำเนิดของดาวกลุ่มแรกๆ พร้อมด้วยมวลดวงอาทิตย์ 260 เท่า

นักวิจัยของสถาบันวิทยาศาสตร์จีน บอกว่า มวลของดาวกลุ่มแรกที่ถือกำเนิดขึ้นมา สามารถเข้าสู่ระดับ 140 ถึง 260 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ และดาวเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของดาวฤกษ์มวลมหาศาล และเป็นดาวรุ่นเก่าในจักรวาล

จนถึงทุกวันนี้ มีผู้ใช้ 1,385 คนจากสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัย 194 แห่งในจีน สหรัฐฯ เยอรมนี เบลเยียม เดนมาร์ก และประเทศอื่นๆ รวมถึงภูมิภาคต่างๆ ที่ใช้ข้อมูลของกล้องโทรทรรศน์ลามอสต์เพื่องานวิจัยทางดาราศาสตร์

Science Update : จีนขุดหลุมลึกสำรวจใต้พิภพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735055

Science Update : จีนขุดหลุมลึกสำรวจใต้พิภพ

Science Update : จีนขุดหลุมลึกสำรวจใต้พิภพ

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะนักวิจัยจีนเริ่มดำเนินการขุดเจาะหลุมลึกใต้พิภพแห่งแรกของประเทศ บริเวณแอ่งทาริม (Tarim Basin) ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ สำหรับการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญด้านการสำรวจพื้นโลกระดับลึกของจีน และศึกษาพื้นที่ที่อยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิวโลก

หลุมเจาะนี้มีความลึก 12,000 เมตร หรือลึกลงไปใต้ดินกว่า 12 กิโลเมตร ลึกที่สุดที่เคยมีการขุดเจาะในโลก ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลของทะเลทรายทากลิมากัน
ทะเลทรายขนาดใหญ่ที่สุดของจีน ชุดอุปกรณ์อย่างหัวเจาะและท่อเจาะ ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า 2,000 ตัน จะเจาะลึกลงไปในพื้นโลกจนทะลุผ่านชั้นหินภาคพื้นทวีปมากกว่า 10 ชั้น รวมถึงชั้นหินยุคครีเทเชียส (Cretaceous) ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคที่ร่วมงานขุดเจาะ ระบุว่าการขุดเจาะหลุมลึกมากกว่า 10,000 เมตร เป็นความพยายามอันกล้าหาญในการสำรวจดินแดนที่ไม่รู้จักมาก่อนของโลก และขยายขอบเขตความเข้าใจของมนุษย์

ทั้งนี้ แอ่งทาริมจัดเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ยากที่สุดสำหรับการสำรวจ เนื่องจากสภาพแวดล้อมพื้นดินอันทุรกันดารและสภาพแวดล้อมใต้ดินที่ซับซ้อน แต่เชื่อว่าใต้พื้นที่ห่างไกลแห่งนี้ จะช่วยให้นักวิจัยจีนสามารถศึกษาและทำความเข้าใจถึงตัวอย่างต่างๆ จากใต้ผืนพิภพที่สามารถเก็บรวบรวมขึ้นมาได้

Science Update : วัดแรงสั่นสะเทือนหาที่ตั้งสำรวจดาวอังคาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733550

Science Update : วัดแรงสั่นสะเทือนหาที่ตั้งสำรวจดาวอังคาร

Science Update : วัดแรงสั่นสะเทือนหาที่ตั้งสำรวจดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์แห่งสถาบันเทคโนโลยีสวิส ซือริช ในสวิตเซอร์แลนด์ กำลังศึกษาเรื่องดังกล่าวโดยใช้สัญญาณคลื่นเสียงของการเกิดแผ่นดินไหวบนดาวอังคาร ขนาด 4.6 ที่วัดได้โดยโครงการสำรวจอินไซท์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศหรือนาซ่าของสหรัฐฯ เพื่อกำหนดหาโครงสร้างของแผ่นเปลือกโลกของดาวอังคารรวมทั้งความหนาแน่นของแผ่นเปลือกโลกดาวอังคาร

นอกจากนี้ ยังวัดอัตราความเร็วของการเคลื่อนที่ของคลื่นพื้นผิวที่เกิดจากแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวบนดาวอังคาร เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างภายในของดาวอังคาร  จนกระทั่งสามารถคำนวณได้ว่าพื้นผิวเปลือกโลกของดาวอังคารมีความหนากว่าพื้นผิวเปลือกโลก หรือ พื้นผิวของดวงจันทร์ โดยเฉลี่ยระหว่าง 42-56กิโลเมตร รวมทั้งช่วยไขความกระจ่างเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างพื้นที่ทางเหนือและใต้ของดาวอังคาร โดยข้อมูลที่ได้จะช่วยในการตัดสินใจหาพื้นที่ตั้งฐานเพื่อส่งมนุษย์สำรวจดาวอังคารในอนาคต

นอกจากใช้ข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวแล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังใช้ข้อมูลที่ได้จากการวัดและตรวจสอบแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นหลังอุกกาบาตพุ่งตกใส่ดาวอังคาร ประกอบการศึกษาด้วย และนั่น ทำให้รู้ว่า ภารกิจสำรวจดาวอังคารในอนาคต ควรจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวรวมอยู่ในทีมด้วย เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างของดาวอังคาร

Science Update : พบดาวเคราะห์ภูเขาไฟนอกระบบสุริยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732032

Science Update : พบดาวเคราะห์ภูเขาไฟนอกระบบสุริยะ

Science Update : พบดาวเคราะห์ภูเขาไฟนอกระบบสุริยะ

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักดาราศาสตร์ประจำองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา พบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะขนาดเท่าโลก แต่ที่แปลกคือ ดาวเคราะห์ดวงนี้เต็มไปด้วยภูเขาไฟที่ปะทุต่อเนื่องหลายลูก พวกเขาเรียกดาวเคราะห์ดวงนี้ว่า LP 791-18 d นักดาราศาสตร์ค้นพบและศึกษาดาวเคราะห์ดวงนี้ ด้วยการใช้ข้อมูลจาก TESS ดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ และกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ของนาซา

บียอร์น เบนเนเก นักดาราศาสตร์และผู้ร่วมเขียนรายงานดังกล่าวยังพบว่า ดาวเคราะห์ LP 791-18 d คือดาวที่หันฝั่งเดียวตลอด หมายความไม่มีการหมุนรอบตัวเอง ดังนั้นด้านหนึ่งจะสว่างตลอด และอีกด้านจะมืดตลอด ซึ่งเบนเนเก บอกว่า ด้านที่สว่างตลอด น่าจะทำให้ของเหลวที่อยู่บนผิวดาวเคราะห์ร้อนจัด ขณะเดียวกัน อุณหภูมิของดาวเคราะห์ LP 791-18 d น่าจะอุ่นกว่าโลกเล็กน้อย เพราะว่า ตำแหน่งของดาวเคราะห์อยู่บนขอบด้านในของเขตที่เอื้อต่อการอยู่อาศัย รอบดาวฤกษ์ จึงไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป

LP 791-18 d ถือเป็นดาวแคระแดงขนาดเล็ก อยู่ห่างจากกลุ่มดาวปล่องภูเขาไฟไปทางใต้ราว 90 ปีแสง ซึ่งนักดาราศาสตร์ประเมินว่า ดาวเคราะห์LP 791-18 d ใหญ่กว่าเล็กน้อย และมีมวลมากกว่าโลก