Science Update : วัดอุณหภูมิดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/721439

Science Update : วัดอุณหภูมิดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

Science Update : วัดอุณหภูมิดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

วันอาทิตย์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักวิจัยขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซาเปิดเผยว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ได้วัดอุณหภูมิของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเป็นครั้งแรก เพื่อสำรวจดาวเคราะห์ที่มีความคล้ายคลึงกับโลกมากที่สุด

โดย แทรปพิสต์-1 (Trappist-1) เป็นดาวแคระแดง เป็นดวงดาวแม่ของระบบดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลก อยู่ห่างจากโลก 40 ปีแสง ค้นพบเมื่อปี 2017 นักดาราศาสตร์ตื่นเต้นที่ได้พบดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลก และอาจตั้งถิ่นฐานได้ในอนาคต แต่จากการวัดอุณหภูมิในตอนกลางวันของดาวแคระแดง พบว่า สูงถึง 230 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนขนาดนี้ สามารถทำพิซซาได้อย่างสบาย ความร้อนดังกล่าว ไม่ใกล้เคียงกับอุณหภูมิบนโลกเลย

นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปว่า แทรปพิสต์-1 มีชั้นบรรยากาศน้อยมาก หรือไม่มีเลยนอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ระบบแทรปพิสต์-1 ที่มีดาวบริวารถึง 7 ดวงนั้น ทำให้พบว่า แทรปพิสต์-1 บี ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ แต่แทรปพิสต์-1 อี, แทรปพิสต์-1 เอฟและแทรปพิสต์-1 จี มีอุณหภูมิในระดับปานกลาง ซึ่งอาจมีของเหลว เช่น น้ำ ที่จำเป็นต้องสิ่งมีชีวิต

Science Update : ญี่ปุ่นส่งจรวดรุ่นใหม่ขึ้นสู่อวกาศไม่สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/712052

Science Update : ญี่ปุ่นส่งจรวดรุ่นใหม่ขึ้นสู่อวกาศไม่สำเร็จ

Science Update : ญี่ปุ่นส่งจรวดรุ่นใหม่ขึ้นสู่อวกาศไม่สำเร็จ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ เจเอเอ็กซ์เอ เผยว่า การส่งจรวดเอช 3 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดต่อจากรุ่นเอช-2 เอ ที่เปิดตัวใช้งานตั้งแต่ปี 2001 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาประสบความล้มเหลว โดยจรวดมีกำหนดจะถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศจากศูนย์อวกาศทาเนกาชิมะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ในช่วงเช้าวันศุกร์ แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจุดระเบิดจรวดขับดันด้วยเชื้อเพลิงแข็ง 2 ชุด หลังจากสามารถจุดระเบิดเครื่องยนต์หลักที่ใช้เชื้อเพลิงเหลวได้แล้ว ภาพที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์แสดงให้เห็นว่า จรวดยังอยู่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนแท่นปล่อยจรวด แม้ว่าจะมีควันสีขาวออกมาจากเครื่องยนต์หลักแล้วก็ตาม

โฆษกกล่าวว่า เจเอเอ็กซ์เอ จะสอบสวนหาข้อบกพร่องและกำหนดวันที่จะปล่อยจรวดครั้งใหม่ หลังจากที่ต้องเลื่อนมาหลายครั้งก่อนที่จะมีกำหนดปล่อยในวันนี้ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จรวดเอช 3 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถใช้ในเชิงพาณิชย์ด้วยการปล่อยขึ้นสู่อวกาศได้บ่อยครั้งมากขึ้น นอกจากนั้น ยังประหยัดคุ้มค่าใช้จ่ายและไว้วางใจได้

Science Update : ยูนนานพบ ‘บีโกเนีย’ สายพันธุ์ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/710450

Science Update : ยูนนานพบ ‘บีโกเนีย’ สายพันธุ์ใหม่

Science Update : ยูนนานพบ ‘บีโกเนีย’ สายพันธุ์ใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนสิบสองปันนา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน เปิดเผยการค้นพบบีโกเนีย (Begonia) สายพันธุ์ใหม่ในมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ โดยทีมวิจัยค้นพบประชากรบีโกเนียที่กำลังออกดอกไม่ทราบสายพันธุ์ระหว่างการสำรวจภาคสนามในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ และตั้งชื่อพืช
สายพันธุ์ใหม่นี้ว่า “บีโกเนีย หลงหลินเจนซิส” (Begonia longlingensis) ตามชื่อสถานที่ พบในอำเภอหลงหลิง โดยคณะผู้เชี่ยวชาญด้านพืชสกุลบีโกเนียระหว่างประเทศที่น่าเชื่อถือทำการตรวจสอบตัวอย่างและยืนยันว่าพืชที่พบเป็นพืชสายพันธุ์ใหม่

บีโกเนีย หลงหลินเจนซิส เป็นไม้ล้มลุกหลายปี (perennial herb) ที่เติบโตใต้ไม้ไม่ผลัดใบใบกว้าง ณ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติเสี่ยวเฮยซาน โดยมีช่วงออกดอกตรงกับเดือนสิงหาคม-กันยายนของทุกปี และมีเกสรตัวผู้สีเหลืองคล้ายลายเมฆมงคล พร้อมกลีบดอกสีชมพูอ่อนใสเหมือนคริสตัล

ติงหงโป ผู้ช่วยวิศวกรสวนพฤกษศาสตร์ฯ ระบุว่าบีโกเนียพันธุ์ใหม่นี้มีลักษณะคล้ายกับบีโกเนีย เหวินซาเนนซิส (B. wenshanensis) แต่ต่างกันตรงรูปทรงของดอกและผล

Science Update : ฟื้นคืนชีพนก ‘โดโด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/708864

Science Update : ฟื้นคืนชีพนก ‘โดโด’

Science Update : ฟื้นคืนชีพนก ‘โดโด’

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โคลอสซอล ไบโอไซเอนเซส บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐฯ ที่มีสำนักงานอยู่ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส มีแผนที่จะคืนชีพให้แก่นกโดโด นกขนาดใหญ่ที่บินไม่ได้
เคยมีถิ่นที่อยู่ในมอริเชียส นอกชายฝั่งแอฟริกาในมหาสมุทรอินเดีย แต่สูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อ 361 ปีก่อน โดยนักวิทยาศาสตร์จะดำเนินการกับไข่นกพิราบ และใช้สารพันธุกรรมจากนกพิราบ ที่ดัดแปลงยีนให้มีคุณลักษณะของนกโดโด เป็นการสร้างนกโดโดขึ้นมาใหม่จากข้อมูลทางจีโนม

ซีอีโอของโคลอสซอล ไบโอไซเอนเซส กล่าวว่า บริษัทจะระดมทุนเพิ่มเพื่อสร้างนกโดโดขึ้นมาใหม่ และอาจนำไปไว้ในมอริเชียส ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่เดิมของพวกมัน และว่าบริษัทใช้งบประมาณในการวิจัยครั้งนี้ เป็นเงินถึง 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,425 ล้านบาท

ทั้งนี้ มนุษย์มีหลักฐานการพบเห็นนกโดโดครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1662 หรือ 361 ปีก่อนสาเหตุสำคัญที่ทำให้นกโดโดสูญพันธุ์ คือการมาของชาวดัตช์ในช่วงปี 1600 โดยตัดไม้ทำลายป่า ล่าสัตว์ และการทำลายวิถีชีวิตของนกโดโด ด้วยการนำสัตว์อื่นมาไว้บนเกาะ ทำให้นกโดโด กลายเป็นสัญลักษณ์การสูญพันธุ์ของสัตว์ต่างๆ เนื่องจากมันเป็นสัตว์ชนิดแรกของโลกที่สูญพันธุ์ในช่วงที่มนุษย์เริ่มบันทึกการสูญพันธุ์ของสัตว์

Science Update : ดาวเคราะห์น้อยเคลื่อนตัวเฉียดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707321

Science Update : ดาวเคราะห์น้อยเคลื่อนตัวเฉียดโลก

Science Update : ดาวเคราะห์น้อยเคลื่อนตัวเฉียดโลก

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์ด้านอวกาศยืนยันว่า ดาวเคราะห์น้อยที่มีชื่อว่า 2023 บียู ซึ่งมีลักษณะเหมือนก้อนหินขนาดมหึมาในอวกาศ เคลื่อนตัวผ่านเข้าใกล้โลกมากที่สุดที่บริเวณปลายสุดของทวีปอเมริกาใต้เมื่อเวลาประมาณ 00.29 น. วันศุกร์ตามเวลามาตรฐานสากล หรือตรงกับเวลา 07.29 น. เช้าวันศุกร์ตามเวลาในประเทศไทย ในจุดที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุดนั้น ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้อยู่ห่างจากโลกเพียง 3,600 กิโลเมตรจากพื้นผิวโลก หรือเท่ากับ 1 ใน 4 ของความสูงของดาวเทียมหลายๆ ดวงที่โคจรอยู่รอบโลกสำหรับการใช้งานด้านการโทรศัพท์และระบบนำทางรถยนต์

เกนนาดี บอริซอฟ นักดาราศาสตร์สมัครเล่น แจ้งเตือนเรื่องดาวเคราะห์น้อยดวงนี้เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้บรรดานักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเร่งคำนวณว่า ดาวเคราะห์น้อยกำลังมุ่งหน้าไปในเส้นทางใดและจำเป็นต้องเตรียมแผนอพยพแบบกะทันหันหรือไม่แต่ผู้เชี่ยวชาญประเมินแล้วลงความเห็นว่าไม่มีอันตรายแต่อย่างใด แม้จะถือว่าเป็นวัตถุในอวกาศที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้โลกมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ก็ตาม ดาวเคราะห์น้อย2023 บียู มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.5-8.5 เมตร ซึ่งเล็กเกินกว่าที่จะสร้างความเสียหายรุนแรงและน่าจะถูกเผาไหม้หมดหากเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก

Science Update : พบคางคกยักษ์หนัก 2.7 กิโลกรัม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/705804

Science Update : พบคางคกยักษ์หนัก 2.7 กิโลกรัม

Science Update : พบคางคกยักษ์หนัก 2.7 กิโลกรัม

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติคอนเวย์ ในรัฐควีนส์แลนด์ ของออสเตรเลีย พบคางคกอ้อย (cane toad) ขนาดใหญ่ยักษ์ ที่ถือเป็นสัตว์รุกรานจากต่างถิ่นที่มีพิษ ในป่าบริเวณอุทยานที่อยู่ริมชายฝั่งทะเล มีความยาวขนาดแขนของมนุษย์และน้ำหนัก 2.7 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ไม่อยากเชื่อว่าจะพบคางคกอ้อยที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากเช่นนี้ และกล่าวว่า คางคกอ้อยที่มีขนาดตัวเท่านี้กินได้ทุกอย่างที่สามารถเข้าปากได้ ตั้งแต่แมลง สัตว์เลื้อยคลาน ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก

คางคกอ้อยถูกนำมายังรัฐควีนส์แลนด์ เมื่อปี 1935 เพื่อควบคุมแมลงเต่าทองที่เป็นศัตรูพืชของอ้อย แต่กลับสร้างความหายนะให้แก่ระบบนิเวศของออสเตรเลีย สำหรับคางคกอ้อยตัวนี้ มีน้ำหนัก 2.7 กิโลกรัม ใกล้เคียงกับน้ำหนักทารกแรกเกิดคนหนึ่งก็ว่าได้ อาจจะใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา และดูจากขนาดแล้วน่าจะเป็นคางคกตัวเมีย หลังจากฆ่าทิ้งแล้วจะนำไปจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์รัฐควีนส์แลนด์

Science Update : สวีเดนพบแหล่งแร่ธาตุหายากใหญ่สุดในยุโรป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704275

Science Update : สวีเดนพบแหล่งแร่ธาตุหายากใหญ่สุดในยุโรป

Science Update : สวีเดนพบแหล่งแร่ธาตุหายากใหญ่สุดในยุโรป

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สวีเดนสำรวจพบแหล่งแร่ธาตุหายากที่ใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของการผลิตสินค้าด้านเทคโนโลยี และการทหาร โดยพบแหล่งแร่ธาตุหายากปริมาณมากกว่า1ล้านตัน นับเป็นแหล่งแร่ธาตุหายากขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป แต่ตามการประมาณการของสหรัฐฯ ถือว่าเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของปริมาณสำรองทั่วโลกที่มีอยู่ 120 ล้านตัน โดยจีน มีปริมาณสำรองแร่ธาตุหายากมากที่สุดในโลก 44 ล้านตัน ตามด้วย เวียดนามและบราซิล มีปริมาณสำรองเท่ากันที่ 22 ล้านตัน รัสเซีย มี 12 ล้านตัน อินเดีย 6.9 ล้านตัน และ สหรัฐฯ 1.4 ล้านตัน

แร่ธาตุหายาก หมายถึงกลุ่มแร่ธาตุ 17 ชนิด รวมทั้ง สแกนเดียม และกลุ่มธาตุแลนทาไนด์ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์หลากหลายและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีส่วนสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน, ฮาร์ดไดรฟ์ของคอมพิวเตอร์ และรถไฟ และยังมีส่วนสำคัญของเทคโนโลยีสีเขียว รวมทั้งกังหันลมและรถไฟฟ้า และอื่นๆ รวมทั้งเครื่องมือด้านการทหาร อย่าง ระบบนำวิถีของขีปนาวุธ

รมว.กระทรวงพลังงานของสวีเดน แถลงว่า อียูพึ่งพาประเทศอื่นๆมากเกินไปในเรื่องแร่ธาตุหายาก จึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน อย่างไรก็ดี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารหรือซีอีโอ ของบริษัทเหมือง แอลเคเอบี ระบุว่า แหล่งแร่ธาตุหายากที่ค้นพบใหม่อาจไม่ได้ใช้กันภายใน 10-15 ปี เพราะกระบวนการขออนุญาตต้องใช้เวลาเนื่องจากต้องประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

Science Update : เต่าดึกดำบรรพ์ตัวใหญ่เท่ารถยนต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702815

Science Update : เต่าดึกดำบรรพ์ตัวใหญ่เท่ารถยนต์

Science Update : เต่าดึกดำบรรพ์ตัวใหญ่เท่ารถยนต์

วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.13 น.

นักวิทยาศาสตร์พบซากฟอสซิลเต่าที่ถูกพบทางภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน ซึ่งเป็นซากของเต่าที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า เลอไวอาธาโนเคอลิส เอนิกมาติกา (Leviathanochelys aenigmatica) ซึ่งมีลำตัวยาวประมาณ 3.7 เมตร เคยมีชีวิตอยู่ในช่วงยุคครีเทเชียสซึ่งเป็นยุคสุดท้ายในยุคของไดโนเสาร์ และได้ชื่อว่าเป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป และมีขนาดใหญ่กว่าเต่าที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันมาก ซึ่งก็คือ เต่า Leatherback หรือเต่ามะเฟืองที่มีลำตัวยาวได้ถึง 2 เมตร ส่วน “เลอไวอาธาโนเคอลิส” นั้นมีขนาดตัวใหญ่เท่ากับเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นก็คือ เต่าอาร์เคอลอน (Archelon) ซึ่งมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 70 ล้านปีก่อนและมีความยาวถึง 4.6 เมตร ยาวพอๆ กับรถมินิ คูเปอร์

เต่า “เลอไวอาธาโนเคอลิส” จะว่ายน้ำอยู่ในน่านน้ำที่อันตราย โดยพวกมันมักจะเป็นเหยื่อของนักล่า อย่าง โมซาซอร์ และเพลซิโอซอร์ สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่มีความยาวได้ถึง 15 เมตร นอกจากนี้ ยังมีนักล่าอย่างฉลามและปลากระเบนอีกด้วย

กระดูกทั้งหมดที่มีการค้นพบบ่งชี้ว่า สิ่งมีชีวิตนี้มีกระดองที่เรียบคล้ายกับเต่ากระดองเต่ามะเฟือง โดยตัวกระดองมีความยาวประมาณ 2.35 เมตร และกว้าง 2.2 เมตร ทั้งนี้ เต่า“เลอไวอาธาโนเคอลิส” ดูเหมือนจะเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตอยู่ในมหาสมุทรเปิด โดยไม่ค่อยกลับขึ้นไปบนบกเพื่อทำการใดๆ เช่น ขึ้นไปวางไข่ ขณะที่กระดูกบริเวณด้านหน้าของกระดูกเชิงกรานที่ถูกพบนั้น มีความแตกต่างจากเต่าทะเลชนิดอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเลอไวอาธาโนเคอลิส เป็นตัวแทนของเต่าสกุลใหม่ที่ถูกค้นพบ

Science Update : เพนกวินจักรพรรดิกำลังลำบาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700380

Science Update : เพนกวินจักรพรรดิกำลังลำบาก

Science Update : เพนกวินจักรพรรดิกำลังลำบาก

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

องค์การประมงและสัตว์ป่าแห่งสหรัฐฯ ออกคำเตือนว่า เพนกวินจักรพรรดิของแอนตาร์กติกากำลังถูกคุกคามหนัก จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกับประกาศเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้มีการคุ้มครองเพนกวินจักรพรรดิภายใต้ กฎหมายว่าด้วยสัตว์ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือ (ESA)

นกทะเลที่บินไม่ได้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอนตาร์กติกา แต่หน่วยงานของสหรัฐฯ กล่าวว่า อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรที่ร้อนขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้กลายมาเป็นภัยคุกคามต่อสภาพแวดล้อมในทะเลน้ำแข็งสำหรับเพนกวิน ซึ่งสัตว์เหล่านี้ต้องการเพื่อขยายพันธุ์ ออกล่าหาอาหาร และหลบหลีกจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ

นอกจากนี้แล้ว การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศยังลดอัตราการแพร่พันธุ์ในอาณานิคมของเพนกวินจักรพรรดิ อย่างเช่นที่อาณานิคม Halley Bay ในทะเล Weddell ซึ่งเป็นอาณานิคมของเพนกวินจักรพรรดิที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวว่า สภาพน้ำแข็งที่ย่ำแย่มาเป็นเวลาหลายปีในพื้นที่รอบๆ อาณานิคมทำให้นกเพนกวินเกิดใหม่ทั้งหมดจมน้ำตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา

Science Update : รัสเซียสั่งยกเลิกภารกิจ ‘สเปซวอล์ก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/698818

Science Update : รัสเซียสั่งยกเลิกภารกิจ ‘สเปซวอล์ก’

Science Update : รัสเซียสั่งยกเลิกภารกิจ ‘สเปซวอล์ก’

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมภารกิจบนไอเอสเอสของรัสเซีย มีคำสั่งให้ยกเลิกภารกิจ“สเปซวอล์ก” ของนักบินอวกาศชาวรัสเซีย 2 คน บนสถานีอวกาศนานาชาติ หรือไอเอสเอสหลังพบว่ามีอนุภาคคล้ายเกล็ดหิมะจำนวนมากรั่วไหลจากบริเวณท่าเทียบยานอวกาศโซยุซบนไอเอสเอส ที่ทางองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ นาซา นำมาเผยแพร่ผ่านการถ่ายทอดสดเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. นาซา ระบุว่า การรั่วไหลที่ปรากฏในภาพระหว่างการถ่ายทอดสดมองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยมีต้นทางมาจากด้านหลังของแคปซูล โซยุซ เอ็มเอส-22

เบื้องต้น ยังไม่มีการยืนยันว่าสารที่รั่วออกมาคืออะไร เบื้องต้นทางผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอาจจะเป็นสารหล่อเย็น อย่างไรก็ตาม ทางนาซา ยืนยันว่า ไม่มีความกังวลใดๆ เกิดขึ้นกับนักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติ และไม่มีเจ้าหน้าที่บนไอเอสเอสได้รับอันตรายจากการรั่วไหลดังกล่าว ขณะนี้ทีมวิศวกรรัสเซียกำลังเร่งตรวจสอบที่มาของการรั่วไหลในครั้งนี้อยู่

ก่อนหน้านี้ รัสเซียเคยเลื่อนภารกิจ “สเปซวอล์ก” ของนักบินอวกาศมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดการผิดพลาดขึ้นกับระบบระบายความร้อนในชุดอวกาศที่จะใช้สวมใส่เพื่อทำภารกิจ