Science Update : ฐานปล่อยยานอวกาศเชิงพาณิชย์จีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/730582

Science Update : ฐานปล่อยยานอวกาศเชิงพาณิชย์จีน

Science Update : ฐานปล่อยยานอวกาศเชิงพาณิชย์จีน

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ประเทศจีนประสบความสำเร็จในการก่อสร้างฐานปล่อยยานอวกาศเชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศ ที่เมืองเหวินชาง มณฑลไห่หนาน ทางตอนใต้ของจีน โดยล่าสุดก่อสร้างแล้วเสร็จในขั้นตอนแรก นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่า เบื้องต้น บริษัทปล่อยยานอวกาศเชิงพาณิชย์แห่งมณฑลไห่หนาน สามารถส่งยานอวกาศของจีนขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้ซึ่งตามแผนการเดิมแล้ว บริษัทตั้งใจสร้างฐานปล่อยจำนวนสองฐาน

ความสำเร็จในการปล่อยยานอวกาศครั้งนี้ นับว่าเป็นก้าวที่สำคัญอย่างมาก เพราะบริษัทรวมถึงองค์การด้านอวกาศจีนสามารถที่จะใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ได้จากฐานปล่อยอวกาศดังกล่าว เจ้าหน้าที่คาดว่าโครงการก่อสร้างด้านอวกาศในครั้งนี้น่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าฐานปล่อยยานอวกาศเชิงพาณิชย์นี้ จะอยู่ในระดับที่เทียบเท่ากับฐานปล่อยยานอวกาศระดับโลก ซึ่งจะสามารถช่วยพัฒนาความสามารถของจีนในการปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์ต่อไป และมีความเป็นไปได้สูงที่ประชาชนจะสามารถใช้ฐานปล่อยยานอวกาศดังกล่าวเพื่อขึ้นไปเที่ยวชมบรรยากาศนอกโลกได้อีกด้วย

สำหรับเมืองเหวินชาง ยังมีจุดปล่อยดาวเทียมระดับประเทศ สำหรับปล่อยจรวดขนส่งตระกูล ลองมาร์ซ เพื่อส่งดาวเทียมขึ้นไปสู่ห้วงอวกาศ

Science Update : ดาวฤกษ์กลืนกินดาวเคราะห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729053

Science Update : ดาวฤกษ์กลืนกินดาวเคราะห์

Science Update : ดาวฤกษ์กลืนกินดาวเคราะห์

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ หรือ เอ็มไอที ฮาร์วาร์ด ยูนิเวอร์ซิตี้ และ สถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ พบเหตุการณ์ที่ดวงฤกษ์ดวงหนึ่งที่กำลังสูญสลาย ได้กลืนกินดาวเคราะห์ ขนาดเท่าดาวพฤหัสบดีเป็นครั้งแรกของโลกด้วยการใช้ข้อมูลจากกล้องอินฟาเรดอวกาศ นีโอไวส์ ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ นาซา ทำให้พบเห็นช่วงเวลาที่ดาวฤกษ์ดวงหนึ่งได้ขยายตัวใหญ่กว่าขนาดปกติถึง 1 ล้านเท่า ขณะกำลังหมดสิ้นเชื้อเพลิงของดาว จากนั้นเกิดระเบิดอย่างรุนแรงพร้อมแสงสว่างวาบและมวลฝุ่นมหาศาล ก่อนกลืนกินทุกมวลที่อยู่ข้างหน้า

คณะนักวิทยาศาสตร์พบเห็นปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในกลุ่มดาว อากีลา ที่อยู่ห่างจากโลกประมาณ 12,000 ปีแสง และเกี่ยวข้องกับดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่มีขนาดเท่าดาวพฤหัสบดี โดยสังเกตพบครั้งแรกตั้งแต่ปี 2020 แต่ต้องใช้เวลาตรวจสอบอยู่เป็นปีว่าสิ่งที่เห็นเป็นปรากฏการณ์อะไร

หัวหน้าคณะนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้กล่าวว่า โลกของเราจะเผชิญชะตากรรมเดียวกันนี้แน่นอน แต่จะเกิดขึ้นในอีกไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านปี เมื่อดวงอาทิตย์จะกลืนกินโลกซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริง อารยธรรมอื่น คงสังเกตเห็นได้จากระยะ 10,000 ปีแสง

Science Update : ‘ฮุนเซน’ กลับลำเรื่องกฎหมายคุ้มครองโลมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727617

Science Update : ‘ฮุนเซน’ กลับลำเรื่องกฎหมายคุ้มครองโลมา

Science Update : ‘ฮุนเซน’ กลับลำเรื่องกฎหมายคุ้มครองโลมา

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ของกัมพูชา ประกาศยกเลิกกฎหมายที่ประกาศใช้เมื่อ 2 เดือนก่อนที่มีเป้าหมายในการคุ้มครองโลมาในแม่น้ำโขงที่อยู่ในสภาพใกล้สูญพันธุ์ หลังจากที่พบว่า ยังมีโลมาตายต่อเนื่องจากกิจกรรมที่เกี่ยวกับการจับปลาอย่างผิดกฎหมาย นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวด้วยว่า กฎหมายนี้ยังกระทบกับครอบครัวชาวประมงหลายพันครัวเรือนที่พึ่งพาการจับปลาในแม่น้ำโขง เขาจึงตัดสินใจยกเลิกกฎหมายเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำ และจะขอให้เจ้าหน้าที่นำระเบียบเดิมมาใช้ในการห้ามจับปลาในพื้นที่อยู่อาศัยของโลมาและปราบปรามการใช้ไฟฟ้าในการจับปลา

จำนวนโลมาอิระวดีที่อาศัยในแม่น้ำโขงลดลงจาก 200 ตัวเมื่อทำการสำรวจเป็นครั้งแรกในปี 1997 เหลือเพียง 89 ตัวในปี 2020 ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการทำประมงผิดกฎหมายและถิ่นอาศัยของโลมาลดลง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายฮุน เซน ประกาศใช้กฎหมายใหม่ เพื่อกำหนดเขตคุ้มครองโลมาเป็นระยะทาง 120 กิโลเมตรตามแนวลำน้ำโขงซึ่งห้ามทำการประมง หลังจากพบโลมาตาย 3 ตัวในช่วงเวลาเพียง 1 สัปดาห์ แต่หลังจากประกาศใช้กฎหมายไปแล้ว ยังพบโลมาตายอีก 2 ตัว รวมถึงตัวที่อายุเพียง 4 เดือนที่พบติดอวนของชาวประมงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

Science Update : ปีนี้โลกจ่อร้อนเป็นสถิติใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726064

Science Update : ปีนี้โลกจ่อร้อนเป็นสถิติใหม่

Science Update : ปีนี้โลกจ่อร้อนเป็นสถิติใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์บริการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของสถาบันสถาบันโคเปอร์นิคัสแห่งสหภาพยุโรป ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมีแนวโน้มสูงเป็นสถิติใหม่ในปีนี้ และปี 2567 เนื่องจากการกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมาโลกเผชิญกับปรากฏการณ์ลานีญา ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิของพื้นผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลาง และในแถบเส้นศูนย์สูตร ลดต่ำกว่าปกติประมาณ 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนเมื่อปีที่แล้วเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก และเป็นปีที่ยุโรปเผชิญกับฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกทำสถิติร้อนขึ้นเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง 8 ปีล่าสุด และเป็นสถิติสูงสุด เมื่อปี 2559 สอดคล้องกับที่ปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนั้นมีความรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง แม้ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกจากปัจจัยอื่น ถือเป็นองค์ประกอบให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

การคาดการณ์ดังกล่าวของสถาบันโคเปอร์นิคัส จึงหมายความว่า หากปรากฏการณ์เอลนีโญก่อตัวขึ้นจริงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในปี 2566 จะร้อนกว่าปี 2559 ขณะที่ค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิโลกในปัจจุบัน ยังคงสูงกว่ายุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมราว 1.2 องศาเซลเซียส

Science Update : พิมพ์คอมพิวเตอร์ตรวจสอบความเครียด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/724523

Science Update : พิมพ์คอมพิวเตอร์ตรวจสอบความเครียด

Science Update : พิมพ์คอมพิวเตอร์ตรวจสอบความเครียด

วันอาทิตย์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักวิจัยแห่งสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิสในซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ใช้ข้อมูลใหม่และเครื่องจักรกลในการพัฒนารูปแบบใหม่สำหรับการตรวจจับระดับความเครียดในสถานที่ทำงาน โดยอ้างอิงจากวิธีการที่คนใช้ในการพิมพ์และคลิกเมาส์ในการทำงานกับคอมพิวเตอร์ หลังจากนักวิจัยพบว่า การพิมพ์บนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดอย่างไรและการเคลื่อนไหวในการใช้เมาส์ ดูเหมือนว่าจะเป็นตัวทำลายความเครียดในสภาพแวดล้อมในที่ทำงานได้ดีกว่าการดูจากอัตราการเต้นของหัวใจ

การศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยใช้วิธีการสังเกตผู้เข้าร่วมทดสอบจำนวน 90 คน ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับสถานที่ทำงานจริง พร้อมกับบันทึกพฤติกรรมของเมาส์และคีย์บอร์ดของผู้ร่วมทดสอบพร้อมกับการบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจ ในขณะเดียวกันก็จะซักถามเป็นระยะๆ ว่า พวกเขารู้สึกเครียดแค่ไหนอย่างไร ในขณะที่ผู้เข้าร่วมทดสอบบางคนได้รับอนุญาตให้ทำงานโดยไม่มีการรบกวน แต่ครึ่งหนึ่งจะถูกขัดจังหวะด้วยข้อความแชทและเข้ารับการสัมภาษณ์งาน ผลการวิเคราะห์พบว่า คนที่มีความเครียดจะพิมพ์และเคลื่อนไหวเมาส์แตกต่างจากผู้ที่ผ่อนคลาย โดยผู้ที่มีความเครียดเคลื่อนไหวเมาส์บ่อยกว่าและคลิกปลายลูกศรแม่นยำน้อยกว่า นอกจากนั้น ผู้ที่มีความเครียดยังพิมพ์ผิดพลาดและมีแนวโน้มที่จะเขียนแบบไม่สม่ำเสมอ เว้นระยะและมีช่องว่างเยอะ

นักวิจัยกล่าวว่า ความเชื่อมโยงระหว่างความเครียดกับพฤติกรรมของคีย์บอร์ดและเมาส์สามารถอธิบายได้ผ่านสิ่งที่เรียกว่า ทฤษฎีเสียงระบบประสาท กล่าวคือระดับความเครียดที่เพิ่มขึ้นจะมีผลกระทบในทางลบกับความสามารถของสมองในการจัดการข้อมูล นักวิจัยกล่าวว่า มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจจับความเครียดที่เพิ่มขึ้นในระหว่างทำงาน ผู้ที่ได้รับผลกระทบมักจะไม่ทราบว่า ทรัพยากรทางร่างกายและจิตใจลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ โดยมาทราบก็เมื่อสายเกินไป

Science Update : มี.ค.ปีนี้ร้อนเป็นอันดับ 2 ตั้งแต่บันทึกมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723080

Science Update : มี.ค.ปีนี้ร้อนเป็นอันดับ 2 ตั้งแต่บันทึกมา

Science Update : มี.ค.ปีนี้ร้อนเป็นอันดับ 2 ตั้งแต่บันทึกมา

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักบริการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus)เผยแพร่รายงานในสัปดาห์นี้ว่า จากการใช้คอมพิวเตอร์วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากที่เก็บบันทึกจากดาวเทียม เรือ เครื่องบิน และสถานีอากาศทั่วโลก พบว่า เดือนมีนาคมปีนี้ เป็นเดือนมีนาคมที่ทั่วโลกร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2 และแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกใต้มีขนาดเล็กลงเหลือน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่มีการเก็บบันทึกข้อมูลดาวเทียมมาตั้งแต่ 45 ปีก่อน

รายงานระบุว่า ภูมิภาคยุโรปกลางและใต้มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ย ขณะที่ภูมิภาคเอเชีย แอฟริกาเหนือ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย อเมริกาใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาเหนือ มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยมาก ในทางกลับกันพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปเหนือมีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิเฉลี่ย ภาคตะวันตกและภาคกลางของอเมริกาเหนือมีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยมาก โคเปอร์นิคัส ระบุว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นทั่วโลกเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือคน ทำให้ช่วง 8 ปีที่ผ่านมาโลกร้อนที่สุดเป็นอันดับ 8 นับตั้งแต่มีการบันทึกมา

Science Update : วัดอุณหภูมิดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/721439

Science Update : วัดอุณหภูมิดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

Science Update : วัดอุณหภูมิดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

วันอาทิตย์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักวิจัยขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซาเปิดเผยว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ได้วัดอุณหภูมิของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเป็นครั้งแรก เพื่อสำรวจดาวเคราะห์ที่มีความคล้ายคลึงกับโลกมากที่สุด

โดย แทรปพิสต์-1 (Trappist-1) เป็นดาวแคระแดง เป็นดวงดาวแม่ของระบบดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลก อยู่ห่างจากโลก 40 ปีแสง ค้นพบเมื่อปี 2017 นักดาราศาสตร์ตื่นเต้นที่ได้พบดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลก และอาจตั้งถิ่นฐานได้ในอนาคต แต่จากการวัดอุณหภูมิในตอนกลางวันของดาวแคระแดง พบว่า สูงถึง 230 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนขนาดนี้ สามารถทำพิซซาได้อย่างสบาย ความร้อนดังกล่าว ไม่ใกล้เคียงกับอุณหภูมิบนโลกเลย

นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปว่า แทรปพิสต์-1 มีชั้นบรรยากาศน้อยมาก หรือไม่มีเลยนอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ระบบแทรปพิสต์-1 ที่มีดาวบริวารถึง 7 ดวงนั้น ทำให้พบว่า แทรปพิสต์-1 บี ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ แต่แทรปพิสต์-1 อี, แทรปพิสต์-1 เอฟและแทรปพิสต์-1 จี มีอุณหภูมิในระดับปานกลาง ซึ่งอาจมีของเหลว เช่น น้ำ ที่จำเป็นต้องสิ่งมีชีวิต

Science Update : ญี่ปุ่นส่งจรวดรุ่นใหม่ขึ้นสู่อวกาศไม่สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/712052

Science Update : ญี่ปุ่นส่งจรวดรุ่นใหม่ขึ้นสู่อวกาศไม่สำเร็จ

Science Update : ญี่ปุ่นส่งจรวดรุ่นใหม่ขึ้นสู่อวกาศไม่สำเร็จ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ เจเอเอ็กซ์เอ เผยว่า การส่งจรวดเอช 3 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดต่อจากรุ่นเอช-2 เอ ที่เปิดตัวใช้งานตั้งแต่ปี 2001 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาประสบความล้มเหลว โดยจรวดมีกำหนดจะถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศจากศูนย์อวกาศทาเนกาชิมะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ในช่วงเช้าวันศุกร์ แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจุดระเบิดจรวดขับดันด้วยเชื้อเพลิงแข็ง 2 ชุด หลังจากสามารถจุดระเบิดเครื่องยนต์หลักที่ใช้เชื้อเพลิงเหลวได้แล้ว ภาพที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์แสดงให้เห็นว่า จรวดยังอยู่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนแท่นปล่อยจรวด แม้ว่าจะมีควันสีขาวออกมาจากเครื่องยนต์หลักแล้วก็ตาม

โฆษกกล่าวว่า เจเอเอ็กซ์เอ จะสอบสวนหาข้อบกพร่องและกำหนดวันที่จะปล่อยจรวดครั้งใหม่ หลังจากที่ต้องเลื่อนมาหลายครั้งก่อนที่จะมีกำหนดปล่อยในวันนี้ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จรวดเอช 3 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถใช้ในเชิงพาณิชย์ด้วยการปล่อยขึ้นสู่อวกาศได้บ่อยครั้งมากขึ้น นอกจากนั้น ยังประหยัดคุ้มค่าใช้จ่ายและไว้วางใจได้

Science Update : ยูนนานพบ ‘บีโกเนีย’ สายพันธุ์ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/710450

Science Update : ยูนนานพบ ‘บีโกเนีย’ สายพันธุ์ใหม่

Science Update : ยูนนานพบ ‘บีโกเนีย’ สายพันธุ์ใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนสิบสองปันนา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน เปิดเผยการค้นพบบีโกเนีย (Begonia) สายพันธุ์ใหม่ในมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ โดยทีมวิจัยค้นพบประชากรบีโกเนียที่กำลังออกดอกไม่ทราบสายพันธุ์ระหว่างการสำรวจภาคสนามในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ และตั้งชื่อพืช
สายพันธุ์ใหม่นี้ว่า “บีโกเนีย หลงหลินเจนซิส” (Begonia longlingensis) ตามชื่อสถานที่ พบในอำเภอหลงหลิง โดยคณะผู้เชี่ยวชาญด้านพืชสกุลบีโกเนียระหว่างประเทศที่น่าเชื่อถือทำการตรวจสอบตัวอย่างและยืนยันว่าพืชที่พบเป็นพืชสายพันธุ์ใหม่

บีโกเนีย หลงหลินเจนซิส เป็นไม้ล้มลุกหลายปี (perennial herb) ที่เติบโตใต้ไม้ไม่ผลัดใบใบกว้าง ณ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติเสี่ยวเฮยซาน โดยมีช่วงออกดอกตรงกับเดือนสิงหาคม-กันยายนของทุกปี และมีเกสรตัวผู้สีเหลืองคล้ายลายเมฆมงคล พร้อมกลีบดอกสีชมพูอ่อนใสเหมือนคริสตัล

ติงหงโป ผู้ช่วยวิศวกรสวนพฤกษศาสตร์ฯ ระบุว่าบีโกเนียพันธุ์ใหม่นี้มีลักษณะคล้ายกับบีโกเนีย เหวินซาเนนซิส (B. wenshanensis) แต่ต่างกันตรงรูปทรงของดอกและผล

Science Update : ฟื้นคืนชีพนก ‘โดโด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/708864

Science Update : ฟื้นคืนชีพนก ‘โดโด’

Science Update : ฟื้นคืนชีพนก ‘โดโด’

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โคลอสซอล ไบโอไซเอนเซส บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐฯ ที่มีสำนักงานอยู่ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส มีแผนที่จะคืนชีพให้แก่นกโดโด นกขนาดใหญ่ที่บินไม่ได้
เคยมีถิ่นที่อยู่ในมอริเชียส นอกชายฝั่งแอฟริกาในมหาสมุทรอินเดีย แต่สูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อ 361 ปีก่อน โดยนักวิทยาศาสตร์จะดำเนินการกับไข่นกพิราบ และใช้สารพันธุกรรมจากนกพิราบ ที่ดัดแปลงยีนให้มีคุณลักษณะของนกโดโด เป็นการสร้างนกโดโดขึ้นมาใหม่จากข้อมูลทางจีโนม

ซีอีโอของโคลอสซอล ไบโอไซเอนเซส กล่าวว่า บริษัทจะระดมทุนเพิ่มเพื่อสร้างนกโดโดขึ้นมาใหม่ และอาจนำไปไว้ในมอริเชียส ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่เดิมของพวกมัน และว่าบริษัทใช้งบประมาณในการวิจัยครั้งนี้ เป็นเงินถึง 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,425 ล้านบาท

ทั้งนี้ มนุษย์มีหลักฐานการพบเห็นนกโดโดครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1662 หรือ 361 ปีก่อนสาเหตุสำคัญที่ทำให้นกโดโดสูญพันธุ์ คือการมาของชาวดัตช์ในช่วงปี 1600 โดยตัดไม้ทำลายป่า ล่าสัตว์ และการทำลายวิถีชีวิตของนกโดโด ด้วยการนำสัตว์อื่นมาไว้บนเกาะ ทำให้นกโดโด กลายเป็นสัญลักษณ์การสูญพันธุ์ของสัตว์ต่างๆ เนื่องจากมันเป็นสัตว์ชนิดแรกของโลกที่สูญพันธุ์ในช่วงที่มนุษย์เริ่มบันทึกการสูญพันธุ์ของสัตว์