Science Update : อากาศสุดขั้วทำผู้คนกลัวอนาคต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603058

Science Update : อากาศสุดขั้วทำผู้คนกลัวอนาคต

Science Update : อากาศสุดขั้วทำผู้คนกลัวอนาคต

วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยบาธในสหราชอาณาจักร สำรวจและรวบรวมข้อมูลผู้คนอายุระหว่าง 16-25 ปี ราว 10,000 คน จาก 10 ประเทศทั่วโลก มีทั้งฝั่งสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย อินเดีย และฟิลิปปินส์ เพื่อสำรวจหนึ่งในทัศนคติที่ของคนหนุ่มสาวเกี่ยวกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ผลปรากฏว่าคนรุ่นใหม่ 3 ใน 4 จาก 10 ประเทศที่ทำการสำรวจความคิดเห็นยอมรับพวกเขารู้สึกกลัวกับอนาคตข้างหน้า เพราะปัญหาโลกร้อน บางส่วนถึงขั้นลังเลที่จะสร้างครอบครัวหรือมีบุตร

ผู้ตอบคำถามบอกว่า ร้อยละ 83 ปัญหาโลกร้อนและสภาพอากาศแปรปรวน เกิดผู้คนไม่ใส่ใจดูแลโลก ร้อยละ 75 ของผู้ตอบคำถามยอมรับว่าอนาคตเป็นเรื่องน่ากลัวและน่ากังวล และเกินกว่าครึ่ง หรือร้อยละ 56 ของผู้ตอบคำถาม บอกว่าโลกร้อนเป็นวาระชี้ชะตามนุษยชาติเลยทีเดียว

ขณะที่ธนาคารโลกศึกษาผลกระทบของปัญหาโลกร้อนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก อเมริกาเหนือ ยุโรปตะวันออก และเอเชียกลางโดยเฉพาะ ให้ตัวเลขว่าภายในปี 2050 หรืออีกราว30 ปีต่อจากนี้ พื้นที่บริเวณใต้ทะเลทรายซาฮาราของทวีปแอฟริกาจะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ จะมีประชากรถึงราว 86 ล้านคน ที่ถูกผลักออกจากถิ่นที่อยู่ของตน ตามมาด้วยภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกคือ 49 ล้านคน และเอเชียใต้ 40 ล้านคน

Science Update : นักวิจัยเกาหลีใต้สร้างผิวหนังเทียมเปลี่ยนสีได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601441

Science Update : นักวิจัยเกาหลีใต้สร้างผิวหนังเทียมเปลี่ยนสีได้

Science Update : นักวิจัยเกาหลีใต้สร้างผิวหนังเทียมเปลี่ยนสีได้

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์เกาหลีใต้ นำโดย โค ซึง-ฮวาน ศาสตราจารย์เครื่องกลแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล สามารถพัฒนาวัสดุที่เป็นเหมือนผิวหนังเทียม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากชีววิทยาธรรมชาติ ที่สามารถปรับเปลี่ยนเฉดสีได้อย่างรวดเร็วคล้ายกับกิ้งก่าคาเมเลียนที่เปลี่ยนสีผิวหนังไปตามสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวมัน ด้วยการสร้างผิวหนังด้วยการใช้หมึกพิเศษที่เปลี่ยนสีไปตามอุณหภูมิและควบคุมโดยใช้เครื่องทำความร้อนขนาดจิ๋วที่มีความยืดหยุ่น

หัวหน้าคณะนักวิจัยกล่าวว่า หากว่าสวมใส่เครื่องแบบชุดลายพรางทหารสีเขียวอยู่ในทะเลทราย ก็จะสามารถมองเห็นได้ง่าย การเปลี่ยนรูปแบบสีไปตามสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัว เป็นเทคโนโลยีลายพรางที่คณะนักวิจัยคิดค้นขึ้นมาในครั้งนี้ คณะนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้หมึกที่เรียกว่าผลึกเหลวตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ หรือ ทีแอลซี และใช้เครื่องทำความร้อนที่เป็นเส้นลวดเงินขนาดจิ๋ววางติดตั้งเป็นแนวตั้งหลายๆ ชั้น รวมทั้งใช้หุ่นยนต์ที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับสีดังนั้นไม่ว่าสีอะไรที่เซ็นเซอร์เห็นรอบๆ ตัวมัน ผิวหนังก็จะพยายามเลียนแบบ

คณะนักวิจัยบอกว่า ผิวหนังเทียมที่มีความยืดหยุ่นและเปลี่ยนสีได้นี้ สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นอุปกรณ์ที่สามารถสวมใส่ได้และใช้ในวงการแฟชั่น เครื่องแบบลายพรางของกองทัพ ตกแต่งภายนอกรถยนต์ และอาคารต่างๆ เป็นต้น

Science Update : จีนพัฒนาเฮลิคอปเตอร์จิ๋วใช้บนดาวอังคาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/599839

Science Update : จีนพัฒนาเฮลิคอปเตอร์จิ๋วใช้บนดาวอังคาร

Science Update : จีนพัฒนาเฮลิคอปเตอร์จิ๋วใช้บนดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จีนพัฒนาเฮลิคอปเตอร์ขนาดจิ๋วต้นแบบสำหรับงานสังเกตการณ์ในภารกิจในอนาคตบนดาวอังคาร มีลักษณะคล้ายกับเฮลิคอปเตอร์หุ่นยนต์ “อินเจนูอิตี” (Ingenuity) ที่พัฒนาโดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ นาซา ที่นำไปใช้ในภารกิจสำรวจดาวอังคารของยานสำรวจ “เพอร์เซอเวอแรนซ์” (Perseverance) ซึ่งลงจอดบนดาวอังคารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ศูนย์วิทยาศาสตร์อวกาศแห่งชาติของจีน กล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์จิ๋วที่พัฒนาขึ้นนี้ จะเป็นเครื่องมือในการสำรวจดาวอังคารของจีนในอนาคต แต่ทางศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม

จีนส่งยานอวกาศพร้อมยานสำรวจไปลงจอดบนดาวอังคารได้สำเร็จเมื่อเดือนพฤษภาคม เป็นภารกิจครั้งแรกบนดาวอังคารของจีน และทำให้จีนเป็นประเทศที่ 2 ในโลก หลังจากสหรัฐฯ ที่สามารถนำยานอวกาศไปลงบนดาวอังคารได้สำเร็จ นาซานำยานสำรวจ “เพอร์เซอเวอแรนซ์” ไปลงบนดาวอังคารได้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ จีนวางแผนส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารเป็นครั้งแรกในปี 2033

Science Update : นักวิทย์ฯ ทึ่งซากลูกสิงโตถ้ำไซบีเรีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598196

Science Update : นักวิทย์ฯ ทึ่งซากลูกสิงโตถ้ำไซบีเรีย

Science Update : นักวิทย์ฯ ทึ่งซากลูกสิงโตถ้ำไซบีเรีย

วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์ในรัสเซียต่างทึ่งกับการค้นพบซากลูกสิงโตถ้ำในไซบีเรีย 2 ตัว คือ ซากลูกสิงโตถ้ำเพศเมีย ชื่อว่า สปาร์ตา บริเวณแม่น้ำ Semyuelyakh ในยาคูเตีย เมื่อปี 2018 และพบซากลูกสิงโตเพศผู้ ชื่อว่า บอริส ในปี 2019 ซากสิงโตทั้ง 2 มีอายุราว 1-2 เดือน เก็บรักษาอยู่ในชั้นดินเยือกแข็ง หรือ Permafrost ในพื้นที่ห่างกันเพียง 15 เมตร แต่พวกมันมีอายุต่างกันนับพันปี โดยลูกสิงโต บอริส น่าจะดำรงชีวิตอยู่เมื่อช่วง 43,448 ปีก่อน แต่ที่น่าสนใจ คือ ซากลูกสิงโตถ้ำ สปาร์ตา อายุกว่า 28,000 ปี ยังคงมีขน อวัยวะภายใน และกระดูกครบถ้วนดี และว่าเป็นเรื่องยากที่จะพบซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ในสภาพที่สมบูรณ์เช่นนี้ ทีมวิจัยหวังว่ายังคงมีคราบน้ำนมแม่ของสิงโตสปาร์ตาเหลืออยู่ ซึ่งอาจจะช่วยให้เราเข้าใจถึงอาหารของสิงโตถ้ำในอดีตได้

การค้นพบซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ ในแคว้นไซบีเรีย เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศผิดธรรมชาติ ที่ทำให้แผ่นน้ำแข็งในทวีปอาร์กติกละลายลงอย่างรวดเร็วกว่าพื้นที่อื่นๆ ในโลก และชั้นดินเยือกแข็งในพื้นที่ดังกล่าวอุ่นขึ้น

ทั้งนี้ สิงโตถ้ำเป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วหลายพันปี

Science Update : ‘อีลอน มัสก์’ จะเปิดตัวหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ปีหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596613

Science Update : ‘อีลอน มัสก์’ จะเปิดตัวหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ปีหน้า

Science Update : ‘อีลอน มัสก์’ จะเปิดตัวหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ปีหน้า

วันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 07.10 น.

อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ของเทสลา อิงค์ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดัง เผยในงานเอไอเดย์ (AI Day) ที่จัดโดยเทสลาว่า เทสลากำลังพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบเคลื่อนไหวคล้ายมนุษย์ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งอาจจะเปิดตัวได้ในปีหน้า มีชื่อว่า เทสลา บอท (Tesla Bot) จะทำงานที่ผู้คนไม่ชอบ ซึ่งมีความหมายเชิงลึกต่อเศรษฐกิจ และจะช่วยกำจัดงานที่อันตราย ซ้ำซาก และน่าเบื่อ เช่น ไปซื้อของที่ร้านค้าปลีก ให้หมดไป

เทสลา บอท สร้างขึ้นด้วยวัสดุน้ำหนักเบา สูงประมาณ 170 เซนติเมตร หนักประมาณ 56 กิโลกรัม สามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนหัวของหุ่นยนต์จะติดตั้งด้วยระบบ Autopilot ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI เดียวกับที่ใช้ในรถยนต์เทสลา เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์ และประมวลผลสภาพแวดล้อม ขณะที่ใบหน้าของหุ่นยนต์จะเป็นหน้าจอแสดงข้อมูลสำคัญ

นอกจากนี้ เทสลายังได้เปิดตัว “โดโจ” ระบบคอมพิวเตอร์ที่รวดเร็วที่เทสลาพัฒนาขึ้นเพื่อฝึกระบบขับขี่อัตโนมัติ โดยที่มัสก์ระบุว่าจะนำระบบดังกล่าวมาใช้งานจริงในปีหน้าเช่นกัน

Science Update : อินเดียล้มเหลวปล่อยจรวดส่งดาวเทียมสำรวจโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/594971

Science Update : อินเดียล้มเหลวปล่อยจรวดส่งดาวเทียมสำรวจโลก

Science Update : อินเดียล้มเหลวปล่อยจรวดส่งดาวเทียมสำรวจโลก

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย หรือ ไอเอสอาร์โอ แถลงยืนยันไม่ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวด จีเอสแอลวี-เอฟ10 ซึ่งเป็นพาหนะสำหรับส่งดาวเทียมพ้องคาบโลก หรือดาวเทียมที่โคจรสัมพันธ์กับโลก หลังทะยานขึ้นจากฐานปล่อยในศูนย์อวกาศ สาทิช ธาวันบนเกาะศรีหริโกฏะ ในอ่าวเบงกอล เมื่อกลางดึกคืนวันพุธที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดปัญหาขัดข้องบางประการในขั้นตอนสุดท้ายก่อนการแยกตัวของจรวด เพื่อปล่อยดาวเทียมวิเคราะห์ด้านอุตุนิยมวิทยา อีโอเอส-03 ส่งผลให้การปล่อยดาวเทียมไม่สามารถเกิดขึ้นตามแผนการ คือที่ระดับความสูง 36,000 กิโลเมตร เหนือเส้นศูนย์สูตร แต่ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า เกิดอะไรขึ้นกับจรวดและดาวเทียม

เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นความล้มเหลวในการปล่อยดาวเทียมสำรวจสภาพอากาศโลกขององค์การวิจัยอวกาศอินเดีย เป็นครั้งที่ 14 นับตั้งแต่ปี 2001 หลังจากที่อินเดียก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการผลิตและปล่อยดาวเทียมสำรวจอากาศและวิเคราะห์ด้านอุตุนิยมวิทยาของโลกมานานหลายปี ด้านผู้สันทัดกรณีบางส่วนคาดการณ์ว่า ทั้งจรวดและดาวเทียมน่าจะตกบริเวณทะเลอันดามัน ใกล้กับเมียนมา ไทย และมาเลเซีย

Science Update : ‘เวอร์จิน กาแลคติก’ เปิดขายตั๋วท่องอวกาศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593364

Science Update : ‘เวอร์จิน กาแลคติก’ เปิดขายตั๋วท่องอวกาศ

Science Update : ‘เวอร์จิน กาแลคติก’ เปิดขายตั๋วท่องอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เวอร์จิน กาแลคติก บริษัทท่องเที่ยวอวกาศเชิงพาณิชย์ของเซอร์ริชาร์ด แบรนสัน มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เปิดจำหน่ายตั๋วโดยสารของเที่ยวบินอวกาศ ราคาเริ่มต้นที่ 450,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 15 ล้านบาท) เป็นตั๋วแบบที่นั่งเดียว แบบเหมาที่นั่งเป็นบางส่วน และแบบเช่าเหมาลำ ทั้งยังระบุว่า จะเปิดจำหน่ายตั๋วโดยสารในช่วงแรกให้แก่ลูกค้าในอนาคตที่อยู่ในบัญชีรายชื่อสำคัญของบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้ เที่ยวบินสู่อวกาศครั้งใหม่ของเวอร์จิน กาแลคติกมีกำหนดออกเดินทางร่วมกับกองทัพอากาศอิตาลีในช่วงปลายเดือนกันยายนที่รัฐนิวเม็กซิโกทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐ

แบรนสันประสบความสำเร็จจากการเดินทางไปยังขอบอวกาศที่ระดับความสูง 88 กิโลเมตร เหนือพื้นทะเลทรายในรัฐนิวเม็กซิโกด้วยเครื่องบินจรวดของเวอร์จิน กาแลคติก เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ในเที่ยวบินทดสอบสู่อวกาศที่มีลูกเรือเต็มลำครั้งแรก ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของแนวคิดการท่องเที่ยวอวกาศที่เขาได้เริ่มพัฒนาขึ้นเมื่อ 17 ปีก่อน นอกจากนี้ เวอร์จิน กาแลคติก ยังได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการบินของสหรัฐฯ ในการให้บริการเที่ยวบินสู่อวกาศเมื่อเดือนมิถุนายน

Science Update : สถานีไอเอสเอสเสียการควบคุม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591720

Science Update : สถานีไอเอสเอสเสียการควบคุม

Science Update : สถานีไอเอสเอสเสียการควบคุม

วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สถานีอวกาศนานาชาติ หรือไอเอสเอส สูญเสียการควบคุมเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น เมื่อเครื่องยนต์ไอพ่นโมดูลการวิจัยของรัสเซียที่เพิ่งเดินทางมาถึงเกิดติดเครื่องกะทันหันเป็นเวลาหลายชั่วโมงหลังเข้าจอดเทียบบริเวณด้านนอกของสถานีที่่อยู่ในวงโคจรรอบโลก มีลูกเรือ 7 คนอยู่ในโมดูลดังกล่าว ได้แก่ นักบินอวกาศชาวรัสเซีย 2 คน นักบินอวกาศของนาซา 3 คน นักบินอวกาศชาวญี่ปุ่น 1 คน และนักบินอวกาศชาวฝรั่งเศสขององค์การอวกาศยุโรป หรืออีเอสเอ 1 คน ทั้งหมดไม่ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ของนาซาเผยว่า เครื่องบินไอพ่นของโมดูลดังกล่าวกลับติดเครื่องใหม่อีกครั้งโดยหาสาเหตุไม่ได้ ทำให้สถานีอวกาศนานาชาติทั้งหมดเคลื่อนออกจากตำแหน่งบินปกติที่ตั้งอยู่สูงประมาณ 250 ไมล์ (402 กิโลเมตร) เหนือพื้นโลก และเป็นเหตุให้ผู้อำนวยการการบินของภารกิจดังกล่าวต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินบนยานอวกาศ ด้านผู้จัดการโครงการสถานีอวกาศของนาซากล่าวว่า การเคลื่อนตัวที่ไม่คาดคิดในการกำหนดตำแหน่งของสถานีถูกตรวจพบครั้งแรกโดยระบบเซ็นเซอร์ภาคพื้นดินอัตโนมัติ และอีก 15 นาทีต่อมาก็สูญเสียระบบควบคุมการวางตัวที่กินเวลาไปกว่า 45 นาที

Science Update : ยานเพอร์เซเวอแรนซ์ เตรียมขุดชั้นหินดาวอังคาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/590078

Science Update : ยานเพอร์เซเวอแรนซ์ เตรียมขุดชั้นหินดาวอังคาร

Science Update : ยานเพอร์เซเวอแรนซ์ เตรียมขุดชั้นหินดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซ่า ยานหุ่นยนเพอร์เซเวอแรนซ์ (Perseverance) กำลังจะเริ่มต้นภารกิจประวัติศาสตร์ ในการค้นหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตโบราณบนดาวอังคาร โดยจะเริ่มต้นการเก็บตัวอย่างดินจากหลุมอุกกาบาตเจซีโร (Jezero Crater) ซึ่งมีความกว้างราว 40 กิโลเมตร ที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นทะเลสาบบนดาวอังคารมาก่อน ทำให้เชื่อว่าบริเวณรอยแยกที่มีโคลนแห้ง อาจมีหลักฐานของสิ่งที่เคยมีชีวิต

ตอนนี้ ยานหุ่นยนต์ ได้เคลื่อนที่ไปทางใต้ราว 1 กิโลเมตร  จากจุดที่ลงอดบนดาวอังคาร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และอยู่ในตำแหน่งที่เรียกว่า “เพเวอร์สโตน” หรือ จุดที่เป็นหินขรุขระ เป็นหินสีซีด ๆ ที่ทีมภารกิจเชื่อว่าน่าจะเป็นพื้นของหลุมอุกกาบาตดังกล่าว ยานจะขัดผิวบางส่วนของ เพเวอร์ สโตน เพื่อให้ฝุ่นบางส่วนหลุดออกไป จากนั้นจะใช้เครื่องมืดที่ทรงพลังในการขุดเจาะพื้นที่ คาดว่าในช่วงต้นเดือนสิงหาคม หุ่นยนต์จะสามารถยึดแกนที่เจาะเอาไว้ได้

โดยหนึ่งในคำถามที่เหล่านักวิทยาศาตร์ต้องการหาคำตอบคือ ผืนดินนบนหลุมอุกการบาตเจซีโร นั้น เป็นตะกอนดิน หรือเกิดจากภูเขาไฟ และมันเคยมีน้ำเติมเต็มอยู่ในหลุม และแห้งเหือดไปหลายต่อหลายครั้ง อย่างที่สันนิษฐานกันหรือไม่

Science Update : โซลาร์ ฟาร์ม ลอยน้ำ ใหญ่ที่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/588377

Science Update : โซลาร์ ฟาร์ม ลอยน้ำ ใหญ่ที่สุดในโลก

Science Update : โซลาร์ ฟาร์ม ลอยน้ำ ใหญ่ที่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 07.00 น.

สิงคโปร์เปิดตัวโซลาร์ ฟาร์ม ลอยน้ำ ขนาด 60 เมกะวัตต์ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่บนอ่างเก็บน้ำทางตะวันตกของสิงคโปร์ มีขนาดใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอล 45 แห่ง เป็นหนึ่งในความพยายามของสิงคโปร์ที่ต้องการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าภายในปี 2025 เพื่อช่วยรับมือกับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

โซลาร์ ฟาร์ม แห่งนี้จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ประมาณ 32 กิโลตันต่อปีหรือเทียบได้กับการนำรถยนต์ 7,000 คัน ออกจากท้องถนน เมื่อเทียบกับแผงโซลาร์เซลล์บนชั้นดาดฟ้าทั่วไป โซลาร์ ฟาร์ม ลอยน้ำ จะทำงานได้ดีขึ้น 5% ถึง 15% เพราะความเย็นของน้ำและไม่ถูกบดบังแสงอาทิตย์จากอาคารอื่นๆ โครงการนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้นาน 25 ปี โดยจะนำโดรนมาใช้ เพื่อช่วยในการบำรุงรักษา

กระแสไฟฟ้าที่สร้างจากแผงโซลาร์ 122,000 แผง บนพื้นที่ 45 เฮกตาร์ หรือ 281.25 ไร่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอ สำหรับใช้ในโรงบำบัดน้ำทั้ง 5 แห่งของประเทศ และจะทำให้สิงคโปร์ เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลก ที่มีระบบบำบัดน้ำที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานที่ยั่งยืนอย่างเต็มที