Science Update : เครื่องสำอางอเมริกันอันตราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/586644

Science Update : เครื่องสำอางอเมริกันอันตราย

วันอาทิตย์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.30 น.

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย University of Notre Dame ทดสอบเครื่องสำอางที่ใช้กันทั่วไปมากกว่า 230 รายการ ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ และแคนาดา พบว่า 56% ของผลิตภัณฑ์รองพื้นและผลิตภัณฑ์สำหรับดวงตา 48% ของผลิตภัณฑ์สำหรับริมฝีปาก และ 47% ของมาสคาร่ามีสารฟลูออรีน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ระดับของสาร PFAS (perfluoroalkyl และ polyfluoroalkyl) หรือที่เรียกว่า “สารเคมีอมตะ” ที่ใช้ในกระทะเคลือบแบบไม่ติดกระทะ พรม และสินค้าอุปโภค-บริโภคอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนเจือปนอยู่ ระดับสาร PFAS ที่สูงที่สุดพบในมาสคาร่าแบบกันน้ำถึง 82% และในลิปสติกชนิดติดทนนาน 62% และพบว่ามีผลิตภัณฑ์ 29 อย่างซึ่งมีความเข้มข้นของฟลูออรีนสูงได้รับการทดสอบเพิ่มเติมและพบว่ามีสารเคมี PFAS เฉพาะบางอย่างระหว่าง 4 ถึง 13 ชนิด แต่มีผลิตภัณฑ์เพียงชิ้นเดียวที่ระบุว่ามีสาร PFAS หรือสารเพอร์ฟลูออโรอัลคิล และโพลีฟลูออโรอัลคิล เป็นส่วนผสมไว้บนฉลาก

สภาผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสมาคมการค้าที่เป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางกล่าวในแถลงการณ์ว่า สารเคมีดังกล่าวที่ถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความคงตัวนั้นอยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของ FDA แต่หัวหน้าของการศึกษานี้กล่าวว่าผู้ที่ใช้เครื่องสำอางที่มีสาร PFAS จะมีความเสี่ยงทันทีและมีผลในระยะยาว และว่า PFAS เป็นสารเคมีที่คงอยู่นาน เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดก็จะสะสมอยู่ในนั้นตลอดไป

Science Update : ‘แบรนสัน’ ปาดหน้า ‘เบซอส’ ท่องอวกาศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/584898

Science Update : ‘แบรนสัน’ ปาดหน้า ‘เบซอส’ ท่องอวกาศ

Science Update : ‘แบรนสัน’ ปาดหน้า ‘เบซอส’ ท่องอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.20 น.

ริชาร์ด แบรนสัน มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ วางแผนจะเดินทางไปยังขอบอวกาศในเที่ยวบิน ทดสอบของบริษัทเวอร์จิน กาแลคติก โฮลดิงส์ อิงค์ ในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ ซึ่งหากเที่ยวบินของยานอวกาศวีเอสเอส ยูนิตี้ ที่แบรนสัน เดินทางไปด้วยนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี ก็จะเป็นหมุดหมายสำคัญของทางบริษัทในเริ่มต้นยุคใหม่ของการแข่งขันการท่องเที่ยวในอวกาศเชิงพาณิชย์ของบริษัทเอกชน

นอกจากนั้น ยังมีความหมายว่า แบรนสัน จะเดินทางออกไปไกลกว่าชั้นบรรยากาศของโลกก่อนหน้าเจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีอเมริกันผู้ก่อตั้งบริษัท บลู ออริจิน ที่เป็นบริษัทคู่แข่งของแบรนสันในการท่องเที่ยวอวกาศ เบซอส ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง แอมะซอนดอตคอม อิงค์ บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ เตรียมที่จะเดินทางไปในอวกาศในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ พร้อมด้วย มาร์ค เบซอส น้องขายของเขา ซึ่งจะมีวัลลีย์ ฟังค์ นักบินหญิงเป็นผู้บังคับยานอวกาศ นอกจากนั้น ยังมีบุคคลที่ไม่เปิดเผยนามที่ร่วมลงเงิน 28 ล้านดอลลาร์ เพื่อร่วมเดินทางไปในอวกาศครั้งนี้ด้วย

ก่อนหน้านี้ รอยเตอร์ส รายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า แบรนสันกำลังพิจารณาวางแผนที่จะ “ขโมยซีน”ด้วยการตัดหน้าแผนการเดินทางของเบซอส ส่วน อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งสเปซ เอ็กซ์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่แข่งขันในเรื่องธุรกิจอวกาศ แต่เขายังไม่ได้กำหนดวันที่เขาจะเดินทางไปในอวกาศแต่อย่างใด

Science Update : จีนพร้อมส่งมนุษย์บุกดาวอังคาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/583193

Science Update : จีนพร้อมส่งมนุษย์บุกดาวอังคาร

Science Update : จีนพร้อมส่งมนุษย์บุกดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จีนตั้งเป้าหมายจะส่งยานอวกาศพร้อมมนุษย์ไปยังดาวอังคารเป็นครั้งแรกในปี 2033 และจะมีเที่ยวบินไปยังดาวอังคารอย่างสม่ำเสมอต่อไปอย่างน้อยอีก 2 ครั้งจนถึงปี 2037 ภายใต้
แผนระยะยาวในการสร้างฐานที่สามารถอยู่อาศัยบนดาวอังคารได้เป็นการถาวร โดยก่อนที่จะส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคาร จีนจะส่งหุ่นยนต์ไปยังดาวอังคารก่อนเพื่อสำรวจพื้นที่ที่เป็นไปได้ในการสร้างฐานและสร้างระบบในการสกัดหาทรัพยากร สำหรับที่อยู่อาศัยของมนุษย์บนดาวอังคารนั้นนักบินอวกาศจะต้องสามารถใช้ทรัพยากรบนดาวเคราะห์ เช่น สกัดน้ำที่อยู่ใต้ผิวของดาวผลิตออกซิเจนและผลิตกระแสไฟฟ้า นอกจากนั้น จีนจะต้องพัฒนานเทคโนโลยีในการนำนักบินอวกาศกลับมายังพื้นโลก

ปฏิบัติการเดินทางไป-กลับเพื่อเก็บตัวอย่างดินบนดาวอังคารคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในปลายปี 2030 แผนการดังกล่าว ซึ่งเป็นการแข่งกับสหรัฐฯ ในการส่งมนุษย์ไปสำรวจดาวอังคาร มีการเปิดเผยในรายละเอียดเป็นครั้งแรก หลังจากจีนส่งรถหุ่นยนต์ไปยังดาวอังคารได้สำเร็จเมื่อกลางเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นภารกิจเดินทางไปดาวอังคารเป็นครั้งแรก

Science Update : นักบินอวกาศจีนถึงสถานีอวกาศของจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/581480

Science Update : นักบินอวกาศจีนถึงสถานีอวกาศของจีน

Science Update : นักบินอวกาศจีนถึงสถานีอวกาศของจีน

วันอาทิตย์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ยานอวกาศเสินโจว-12 พร้อมนักบินอวกาศชาวจีน 3 คน เชื่อมต่อเข้ากับโมดูลของสถานีอวกาศเทียนเหอของจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นของจีนหลังถูกส่งขึ้นไปพร้อมกับจรวดขนส่ง ลอง มาร์ช-F2 ตั้งแต่ช่วงเช้าวันเดียวกัน จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมในทะเลทรายโกบี มณฑลกานซู ใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้นราว 6 ชั่วโมงครึ่ง นับเป็นครั้งแรกที่โมดูลของสถานีอวกาศเทียนเหอ ได้เชื่อมต่อกับยานอวกาศเสินโจว หลังจากที่ถูกส่งขึ้นไปบนอวกาศเมื่อวันที่ 29 เมษายน

จากนั้น นักบินอวกาศทั้ง 3 คน ประกอบด้วย เนี่ย ไห่เซิ่ง อายุ 56 ปี ผู้บัญชาการภารกิจ, หลิว โป๋หมิง อายุ 54 ปี และทัง หงโป อายุ 45 ปี ก็ได้เข้าไปภายในโมดูลของสถานีอวกาศเป็นที่เรียบร้อย ทั้งหมดจะประจำการและใช้ชีวิตอยู่ในโมดูล ซึ่งเป็นโซนที่อยู่อาศัยของสถานีอวกาศในอนาคต เป็นเวลา 3 เดือน และจะทดสอบเทคโนโลยีต่างๆ ของโมดูล เช่น ระบบสนับสนุนการดำรงชีวิต รวมถึงออกเดินสำรวจอวกาศ 2 ครั้ง

การส่งยานเสินโจว-12 ถือเป็นภารกิจที่ 3 จากทั้งหมด 11 ครั้งซึ่งมีกำหนดการไปจนถึงสิ้นปีหน้า โดยหลังจากนี้จีนจะมีภารกิจส่งมนุษย์ไปสถานีอวกาศอีก 3 ครั้ง พร้อมกับโมดูลห้องทดลอง เพื่อขยายพื้นที่ของสถานีอวกาศน้ำหนักกว่า 70 ตันแห่งนี้ รวมถึงส่งเสบียงแก่นักบินบนสถานีอวกาศด้วย

Science Update : พบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ในออสเตรเลีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/579770

Science Update : พบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ในออสเตรเลีย

Science Update : พบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ในออสเตรเลีย

วันอาทิตย์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คณะนักบรรพชีวินวิทยาในออสเตรเลีย พบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมาในโลก ไดโนเสาร์พันธุ์นี้เป็นกลุ่มซอโรพอด กินพืชเป็นอาหาร อาศัยอยู่ในยุคครีเทเชียส ระหว่าง 92-96 ล้านปีก่อนเมื่อครั้งที่ทวีปออสเตรเลียยังเป็นพื้นแผ่นดินเดียวกับทวีปแอนตาร์กติกา มีความสูง 5-6.5 เมตร และยาว 25-30 เมตร หรือความสูงเทียบได้กับตึก 2 ชั้น และยาวเท่ากับสนามบาสเกตบอล 1 สนาม ทำให้ไดโนเสาร์ พันธุ์ที่ค้นพบใหม่นี้มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในออสเตรเลียและติดอันดับ 1 ใน 5 ของไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ในกลุ่มของไททันโนซอรัส ที่ก่อนหน้านี้ค้นพบในอเมริกาใต้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

นักบรรพชีวินวิทยาตั้งชื่อไดโนเสาร์พันธุ์นี้ว่า “ออสตราโลไททัน คูเปอร์เรนซิส” ซึ่งเป็นการผสมคำ “เซาเทิร์น ไททัน” กับชื่อลำธารแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับจุดที่พบโครงกระดูกไดโนเสาร์พันธุ์นี้เป็นครั้งแรกในปี 2006 ในฟาร์มแห่งหนึ่งในรัฐควีนส์แลนด์

Science Update : นาซาเปิดภารกิจสำรวจดาวศุกร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/578093

Science Update : นาซาเปิดภารกิจสำรวจดาวศุกร์

Science Update : นาซาเปิดภารกิจสำรวจดาวศุกร์

วันอาทิตย์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 08.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา เปิดตัวภารกิจสำรวจดาวศุกร์ 2 โครงการใหญ่ในรอบ 30 ปี ด้วยงบประมาณรวมกว่า 31,000 ล้านบาท ภารกิจแรกชื่อว่า “ดาวินชีพลัส” (Davinci+) จะสำรวจชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์แบบเจาะลึก มีทั้งยานที่บินผ่านและยานสำรวจชั้นบรรยากาศที่จะส่งภาพที่มีความละเอียดสูงภาพแรกของลักษณะทางธรณีวิทยาที่เป็นเอกลักษณ์บนดาวศุกร์ที่เรียกว่า “เทสซอรี” (tesserae) กลับมายังโลก เพื่อศึกษาการก่อตัวและวิวัฒนาการของดาว และไขปริศนาว่าเคยมีมหาสมุทรบนดาวศุกร์หรือไม่ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าลักษณะดาวศุกร์มีการแปรสัณฐานแผ่นเปลือกโลก (plate tectonics) เช่นเดียวกับโลกของเรา

ส่วนภารกิจที่ 2 มีชื่อว่า “เวริทัส” (Veritas) เป็นการจัดทำแผนที่พื้นผิวดาวศุกร์ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยา และหาสาเหตุว่าทำไมดาวศุกร์จึงมีสภาพที่แตกต่างจากโลกของเราอย่างมาก รวมทั้งใช้เรดาร์สำรวจว่ายังมีภูเขาไฟและแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบนดาวศุกร์หรือไม่โดยคาดว่าจะสามารถส่งยานไปสำรวจได้ภายในปี 2028-2030

Science Update : หญ้าทะเลช่วยสู้โลกร้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/576471

Science Update : หญ้าทะเลช่วยสู้โลกร้อน

Science Update : หญ้าทะเลช่วยสู้โลกร้อน

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.10 น.

คณะสำรวจมหาสมุทรอินเดีย นำโดยกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรีนพีซ เดินทางไปยัง Saya de Malha ที่อยู่ใกล้กับประเทศหมู่เกาะ สาธารณรัฐเซเชลส์ ในมหาสมุทรอินเดีย เพื่อทุ่งหญ้าทะเลใต้น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้รวบรวมข้อมูลเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของหญ้าทะเล การศึกษาพบว่า หญ้าทะเล สามารถกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่าปริมาณที่ป่าไม้เก็บกักได้ถึงสองเท่า หากหญ้าทะเลมีสุขภาพและการเจริญเติบโตที่ดีก็จะสามารถกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 ออกจากสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งนี้ CO2 เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศของโลกสูงขึ้น นอกจากนี้ หญ้าทะเลเหล่านี้ยังอยู่ใกล้พื้นผิวน้ำ ซึ่งหมายความว่าพวกมันได้รับแสงแดดมากขึ้นอีกด้วย สภาพแวดล้อมเช่นนี้เป็นแหล่งพักพิงและเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์สำหรับสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลหลายพันชนิด

อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าบริเวณ Saya de Malha นั้นสามารถเก็บกักเก็บคาร์บอนไว้ได้ปริมาณมากน้อยแค่ไหน แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า รากของหญ้าทะเลทั่วโลกสามารถดักจับคาร์บอนที่ฝังอยู่ในตะกอนมหาสมุทรได้ปีละมากกว่า 10%

Science Update : ภูเขาน้ำแข็งยักษ์แตกออกจากแอนตาร์กติกา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/574872

Science Update : ภูเขาน้ำแข็งยักษ์แตกออกจากแอนตาร์กติกา

Science Update : ภูเขาน้ำแข็งยักษ์แตกออกจากแอนตาร์กติกา

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

องค์การอวกาศยุโรป (อีเอสเอ) ระบุในแถลงการณ์บนเว็บไซต์ที่มีภาพถ่ายของแผ่นน้ำแข็งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดยักษ์ว่า โครงการคอร์เปอร์นิคัส เซนทิเนล-1 ซึ่งเป็นดาวเทียมของยุโรปจับภาพภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์แตกออกมาจากหิ้งน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกา และตกลงไปในทะเลเวดเดลล์ ซึ่งถือเป็นภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ลอยอยู่ในน้ำ

นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อภูเขาน้ำแข็งดังกล่าวว่า A-76 มีพื้นที่ 4,320 ตารางกิโลเมตร กว้าง175 กิโลเมตร และยาว 25 กิโลเมตร ถือเป็นภูเขาน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ใหญ่กว่ากรุงเทพมหานคร ซึ่งมีพื้นที่ 1,568 ตารางกิโลเมตร เกือบ 3 เท่า ถือเป็นภูเขาน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แซงหน้าภูเขาน้ำแข็ง A-23A ที่หล่นไปอยู่อันดับ 2 ซึ่งมีพื้นที่ราว 3,380 ตารางกิโลเมตร และกำลังลอยอยู่ในทะเลเวดเดลล์เช่นกัน

นักวิทยาธารน้ำแข็งจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด โบลเดอร์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า ภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่แตกตัวจากหิ้งน้ำแข็งเป็นระยะๆ ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรธรรมชาติ ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ โดยที่ภูเขาน้ำแข็งดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะแยกออกจากกันเป็น 2 หรือ 3 แผ่นในไม่ช้า

Science Update : ‘หมีกริซลี่’ เริ่มขยายอาณาจักร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/573293

Science Update : ‘หมีกริซลี่’ เริ่มขยายอาณาจักร

Science Update : ‘หมีกริซลี่’ เริ่มขยายอาณาจักร

วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หน่วยงานบริการด้านการประมงและสัตว์ป่าของสหรัฐฯ เผยแพร่ผลการประเมินครั้งแรกในรอบเกือบสิบปีเกี่ยวกับสถานะของหมีกริซลี่ในรัฐต่างๆ ที่ได้รับการปกป้องจากการล่าสัตว์ในฐานะที่เป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ยกเว้นในรัฐอะแลสกา โดยประชากรหมีกริซลี่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาในสองพื้นที่ คือแถบอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน ในรัฐไวโอมิง มอนแทนา และไอดาโฮ ซึ่งคาดว่ามีหมีมากกว่า700 ตัว และอุทยานแห่งชาติกลาเซียร์ในรัฐมอนแทนา ซึ่งเป็นที่อยู่ของหมีกริซลี่มากกว่า 1,000 ตัว อย่างไรก็ดีจำนวนหมีกริซลี่ยังคงอยู่ในระดับต่ำในส่วนอื่นๆ ของเทือกเขาร็อคกี้ทางตอนเหนือ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ต้องการมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประชากรหมีในบริเวณนั้นมากกว่าที่จะย้ายพวกมันกลับไปอยู่ตามที่ต่างๆ อีกครั้ง

ปัจจุบัน หมีกริซลี่ครอบครองอาณาเขตที่พวกมันเคยอยู่อาศัยมาแต่ดั้งเดิมในรัฐต่างๆ ที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกันราว 6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 2 เปอร์เซ็นต์เมื่อปี 1975 นักอนุรักษ์และนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยบางแห่งได้ผลักดันให้ส่งหมีกริซลี่กลับไปยังพื้นที่ต่างๆ เช่น เทือกเขาซานฮวนของรัฐโคโลราโด และเซียร์ราเนวาดาของรัฐแคลิฟอร์เนีย

ทั้งนี้ หมีกริซลี่ราว 50,000 ตัว เคยอาศัยอยู่ทางแถบตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือตั้งแต่มหาสมุทรแปซิฟิกไปจนถึงเกรทเพลนส์ หรือที่ราบใหญ่ แต่การล่าสัตว์ การดักสัตว์เพื่อการค้า และการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย ทำให้ประชากรหมีลดลงไปมากที่สุดในช่วงต้นทศวรรษ 1900 หมีกริซลี่ถูกพบเห็นครั้งสุดท้ายในรัฐแคลิฟอร์เนียในช่วงปีค.ศ. 1920 และหมีกริซลี่ที่เคยพบตัวสุดท้ายในรัฐโคโลราโดถูกนักล่ากวางฆ่าตายไปในปี 1979

Science Update : Blue Origin เปิดขายตั๋วเที่ยวอวกาศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/571541

Science Update : Blue Origin เปิดขายตั๋วเที่ยวอวกาศ

Science Update : Blue Origin เปิดขายตั๋วเที่ยวอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 08.15 น.

Blue Origin บริษัทอวกาศของมหาเศรษฐีดังเจ้าของบริษัทแอมะซอน อย่าง เจฟฟ์ เบซอส เตรียมเปิดขายบัตรท่องอวกาศในสัปดาห์หน้า เป็นทัวร์ชมอวกาศด้วยยาน New Shepard ซึ่งจะถือเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งการเดินทางไปยังอวกาศของภาคเอกชน โดย Blue Origin เตรียมประกาศรายละเอียดของราคาที่นั่ง, การจับจอง และการเดินทางเที่ยวแรก ในเร็วๆ นี้แล้ว หลังจากเรื่องนี้ถูกเก็บเป็นความลับสุดยอดของทางบริษัทมายาวนานหลายปี

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2018 ว่า Blue Origin วางแผนที่จะเก็บค่าตั๋วชมอวกาศ มากถึง 200,000 ดอลลาร์ หรือมากกว่า 8 ล้านบาทต่อที่นั่ง ในการขึ้นไปนอกโลก เป็นการคำนวณ ด้วยการเปรียบเทียบจากคู่แข่งอย่าง เซอร์ ริชาร์ด แบรนด์สัน เจ้าของ Virgin Galactic Holdings Inc. รวมถึงคู่แข่งรายอื่นๆ

สำหรับจรวดและแคปซูล New Shepard ได้รับการออกแบบให้บรรทุกผู้โดยสารได้ 6 คนโดยจะขึ้นไปเหนือพื้นโลกราว 100 กิโลเมตร ซึ่งนับว่าสูงเพียงพอที่จะได้รับประสบการณ์ภาวะไร้น้ำหนัก และได้เห็นโลกจากมุมมองข้างบน ก่อนที่จะกลับลงมาบนผิวโลกอีกครั้ง ผู้โดยสารทั้ง 6 คน จะมีหน้าต่างส่วนตัวคนละบาน ซึ่ง Blue ระบุว่า หน้าต่างสูงกว่า เครื่องบิน Boeing 747 jetliner มากเกือบ 3 เท่า