Science Update : พบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ในออสเตรเลีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/579770

Science Update : พบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ในออสเตรเลีย

Science Update : พบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ในออสเตรเลีย

วันอาทิตย์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คณะนักบรรพชีวินวิทยาในออสเตรเลีย พบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมาในโลก ไดโนเสาร์พันธุ์นี้เป็นกลุ่มซอโรพอด กินพืชเป็นอาหาร อาศัยอยู่ในยุคครีเทเชียส ระหว่าง 92-96 ล้านปีก่อนเมื่อครั้งที่ทวีปออสเตรเลียยังเป็นพื้นแผ่นดินเดียวกับทวีปแอนตาร์กติกา มีความสูง 5-6.5 เมตร และยาว 25-30 เมตร หรือความสูงเทียบได้กับตึก 2 ชั้น และยาวเท่ากับสนามบาสเกตบอล 1 สนาม ทำให้ไดโนเสาร์ พันธุ์ที่ค้นพบใหม่นี้มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในออสเตรเลียและติดอันดับ 1 ใน 5 ของไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ในกลุ่มของไททันโนซอรัส ที่ก่อนหน้านี้ค้นพบในอเมริกาใต้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

นักบรรพชีวินวิทยาตั้งชื่อไดโนเสาร์พันธุ์นี้ว่า “ออสตราโลไททัน คูเปอร์เรนซิส” ซึ่งเป็นการผสมคำ “เซาเทิร์น ไททัน” กับชื่อลำธารแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับจุดที่พบโครงกระดูกไดโนเสาร์พันธุ์นี้เป็นครั้งแรกในปี 2006 ในฟาร์มแห่งหนึ่งในรัฐควีนส์แลนด์

Science Update : นาซาเปิดภารกิจสำรวจดาวศุกร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/578093

Science Update : นาซาเปิดภารกิจสำรวจดาวศุกร์

Science Update : นาซาเปิดภารกิจสำรวจดาวศุกร์

วันอาทิตย์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 08.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา เปิดตัวภารกิจสำรวจดาวศุกร์ 2 โครงการใหญ่ในรอบ 30 ปี ด้วยงบประมาณรวมกว่า 31,000 ล้านบาท ภารกิจแรกชื่อว่า “ดาวินชีพลัส” (Davinci+) จะสำรวจชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์แบบเจาะลึก มีทั้งยานที่บินผ่านและยานสำรวจชั้นบรรยากาศที่จะส่งภาพที่มีความละเอียดสูงภาพแรกของลักษณะทางธรณีวิทยาที่เป็นเอกลักษณ์บนดาวศุกร์ที่เรียกว่า “เทสซอรี” (tesserae) กลับมายังโลก เพื่อศึกษาการก่อตัวและวิวัฒนาการของดาว และไขปริศนาว่าเคยมีมหาสมุทรบนดาวศุกร์หรือไม่ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าลักษณะดาวศุกร์มีการแปรสัณฐานแผ่นเปลือกโลก (plate tectonics) เช่นเดียวกับโลกของเรา

ส่วนภารกิจที่ 2 มีชื่อว่า “เวริทัส” (Veritas) เป็นการจัดทำแผนที่พื้นผิวดาวศุกร์ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยา และหาสาเหตุว่าทำไมดาวศุกร์จึงมีสภาพที่แตกต่างจากโลกของเราอย่างมาก รวมทั้งใช้เรดาร์สำรวจว่ายังมีภูเขาไฟและแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบนดาวศุกร์หรือไม่โดยคาดว่าจะสามารถส่งยานไปสำรวจได้ภายในปี 2028-2030

Science Update : หญ้าทะเลช่วยสู้โลกร้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/576471

Science Update : หญ้าทะเลช่วยสู้โลกร้อน

Science Update : หญ้าทะเลช่วยสู้โลกร้อน

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.10 น.

คณะสำรวจมหาสมุทรอินเดีย นำโดยกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรีนพีซ เดินทางไปยัง Saya de Malha ที่อยู่ใกล้กับประเทศหมู่เกาะ สาธารณรัฐเซเชลส์ ในมหาสมุทรอินเดีย เพื่อทุ่งหญ้าทะเลใต้น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้รวบรวมข้อมูลเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของหญ้าทะเล การศึกษาพบว่า หญ้าทะเล สามารถกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่าปริมาณที่ป่าไม้เก็บกักได้ถึงสองเท่า หากหญ้าทะเลมีสุขภาพและการเจริญเติบโตที่ดีก็จะสามารถกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 ออกจากสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งนี้ CO2 เป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศของโลกสูงขึ้น นอกจากนี้ หญ้าทะเลเหล่านี้ยังอยู่ใกล้พื้นผิวน้ำ ซึ่งหมายความว่าพวกมันได้รับแสงแดดมากขึ้นอีกด้วย สภาพแวดล้อมเช่นนี้เป็นแหล่งพักพิงและเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์สำหรับสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลหลายพันชนิด

อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าบริเวณ Saya de Malha นั้นสามารถเก็บกักเก็บคาร์บอนไว้ได้ปริมาณมากน้อยแค่ไหน แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า รากของหญ้าทะเลทั่วโลกสามารถดักจับคาร์บอนที่ฝังอยู่ในตะกอนมหาสมุทรได้ปีละมากกว่า 10%

Science Update : ภูเขาน้ำแข็งยักษ์แตกออกจากแอนตาร์กติกา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/574872

Science Update : ภูเขาน้ำแข็งยักษ์แตกออกจากแอนตาร์กติกา

Science Update : ภูเขาน้ำแข็งยักษ์แตกออกจากแอนตาร์กติกา

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

องค์การอวกาศยุโรป (อีเอสเอ) ระบุในแถลงการณ์บนเว็บไซต์ที่มีภาพถ่ายของแผ่นน้ำแข็งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดยักษ์ว่า โครงการคอร์เปอร์นิคัส เซนทิเนล-1 ซึ่งเป็นดาวเทียมของยุโรปจับภาพภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์แตกออกมาจากหิ้งน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกา และตกลงไปในทะเลเวดเดลล์ ซึ่งถือเป็นภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ลอยอยู่ในน้ำ

นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อภูเขาน้ำแข็งดังกล่าวว่า A-76 มีพื้นที่ 4,320 ตารางกิโลเมตร กว้าง175 กิโลเมตร และยาว 25 กิโลเมตร ถือเป็นภูเขาน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ใหญ่กว่ากรุงเทพมหานคร ซึ่งมีพื้นที่ 1,568 ตารางกิโลเมตร เกือบ 3 เท่า ถือเป็นภูเขาน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แซงหน้าภูเขาน้ำแข็ง A-23A ที่หล่นไปอยู่อันดับ 2 ซึ่งมีพื้นที่ราว 3,380 ตารางกิโลเมตร และกำลังลอยอยู่ในทะเลเวดเดลล์เช่นกัน

นักวิทยาธารน้ำแข็งจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด โบลเดอร์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า ภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่แตกตัวจากหิ้งน้ำแข็งเป็นระยะๆ ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรธรรมชาติ ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ โดยที่ภูเขาน้ำแข็งดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะแยกออกจากกันเป็น 2 หรือ 3 แผ่นในไม่ช้า

Science Update : ‘หมีกริซลี่’ เริ่มขยายอาณาจักร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/573293

Science Update : ‘หมีกริซลี่’ เริ่มขยายอาณาจักร

Science Update : ‘หมีกริซลี่’ เริ่มขยายอาณาจักร

วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หน่วยงานบริการด้านการประมงและสัตว์ป่าของสหรัฐฯ เผยแพร่ผลการประเมินครั้งแรกในรอบเกือบสิบปีเกี่ยวกับสถานะของหมีกริซลี่ในรัฐต่างๆ ที่ได้รับการปกป้องจากการล่าสัตว์ในฐานะที่เป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ยกเว้นในรัฐอะแลสกา โดยประชากรหมีกริซลี่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาในสองพื้นที่ คือแถบอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน ในรัฐไวโอมิง มอนแทนา และไอดาโฮ ซึ่งคาดว่ามีหมีมากกว่า700 ตัว และอุทยานแห่งชาติกลาเซียร์ในรัฐมอนแทนา ซึ่งเป็นที่อยู่ของหมีกริซลี่มากกว่า 1,000 ตัว อย่างไรก็ดีจำนวนหมีกริซลี่ยังคงอยู่ในระดับต่ำในส่วนอื่นๆ ของเทือกเขาร็อคกี้ทางตอนเหนือ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ต้องการมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประชากรหมีในบริเวณนั้นมากกว่าที่จะย้ายพวกมันกลับไปอยู่ตามที่ต่างๆ อีกครั้ง

ปัจจุบัน หมีกริซลี่ครอบครองอาณาเขตที่พวกมันเคยอยู่อาศัยมาแต่ดั้งเดิมในรัฐต่างๆ ที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกันราว 6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 2 เปอร์เซ็นต์เมื่อปี 1975 นักอนุรักษ์และนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยบางแห่งได้ผลักดันให้ส่งหมีกริซลี่กลับไปยังพื้นที่ต่างๆ เช่น เทือกเขาซานฮวนของรัฐโคโลราโด และเซียร์ราเนวาดาของรัฐแคลิฟอร์เนีย

ทั้งนี้ หมีกริซลี่ราว 50,000 ตัว เคยอาศัยอยู่ทางแถบตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือตั้งแต่มหาสมุทรแปซิฟิกไปจนถึงเกรทเพลนส์ หรือที่ราบใหญ่ แต่การล่าสัตว์ การดักสัตว์เพื่อการค้า และการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย ทำให้ประชากรหมีลดลงไปมากที่สุดในช่วงต้นทศวรรษ 1900 หมีกริซลี่ถูกพบเห็นครั้งสุดท้ายในรัฐแคลิฟอร์เนียในช่วงปีค.ศ. 1920 และหมีกริซลี่ที่เคยพบตัวสุดท้ายในรัฐโคโลราโดถูกนักล่ากวางฆ่าตายไปในปี 1979

Science Update : Blue Origin เปิดขายตั๋วเที่ยวอวกาศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/571541

Science Update : Blue Origin เปิดขายตั๋วเที่ยวอวกาศ

Science Update : Blue Origin เปิดขายตั๋วเที่ยวอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 08.15 น.

Blue Origin บริษัทอวกาศของมหาเศรษฐีดังเจ้าของบริษัทแอมะซอน อย่าง เจฟฟ์ เบซอส เตรียมเปิดขายบัตรท่องอวกาศในสัปดาห์หน้า เป็นทัวร์ชมอวกาศด้วยยาน New Shepard ซึ่งจะถือเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งการเดินทางไปยังอวกาศของภาคเอกชน โดย Blue Origin เตรียมประกาศรายละเอียดของราคาที่นั่ง, การจับจอง และการเดินทางเที่ยวแรก ในเร็วๆ นี้แล้ว หลังจากเรื่องนี้ถูกเก็บเป็นความลับสุดยอดของทางบริษัทมายาวนานหลายปี

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2018 ว่า Blue Origin วางแผนที่จะเก็บค่าตั๋วชมอวกาศ มากถึง 200,000 ดอลลาร์ หรือมากกว่า 8 ล้านบาทต่อที่นั่ง ในการขึ้นไปนอกโลก เป็นการคำนวณ ด้วยการเปรียบเทียบจากคู่แข่งอย่าง เซอร์ ริชาร์ด แบรนด์สัน เจ้าของ Virgin Galactic Holdings Inc. รวมถึงคู่แข่งรายอื่นๆ

สำหรับจรวดและแคปซูล New Shepard ได้รับการออกแบบให้บรรทุกผู้โดยสารได้ 6 คนโดยจะขึ้นไปเหนือพื้นโลกราว 100 กิโลเมตร ซึ่งนับว่าสูงเพียงพอที่จะได้รับประสบการณ์ภาวะไร้น้ำหนัก และได้เห็นโลกจากมุมมองข้างบน ก่อนที่จะกลับลงมาบนผิวโลกอีกครั้ง ผู้โดยสารทั้ง 6 คน จะมีหน้าต่างส่วนตัวคนละบาน ซึ่ง Blue ระบุว่า หน้าต่างสูงกว่า เครื่องบิน Boeing 747 jetliner มากเกือบ 3 เท่า

Science Update : อาจเคยมีไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ 2,500 ล้านตัวบนโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/569955

Science Update : อาจเคยมีไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ 2,500 ล้านตัวบนโลก

Science Update : อาจเคยมีไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ 2,500 ล้านตัวบนโลก

วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 07.45 น.

วารสาร Science ฉบับเมื่อเร็วๆ นี้ ตีพิมพ์ผลการวิจัยของคณะนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ ซึ่งหาวิธีการประเมินจำนวนเจ้าทีเร็กซ์ ที่เรียกกันว่าเป็น “ราชาแห่งไดโนเสาร์” ที่เคยมีชีวิตอยู่ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของร่างกายและความหนาแน่นของประชากรไดโนเสาร์ โดยมีทฤษฎีว่ายิ่งสัตว์มีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ จำนวนประชากรของสัตว์ดังกล่าวก็จะน้อยลงตามไปด้วย

นักวิจัยได้พิจารณาขนาดร่างกาย ความสมบูรณ์ทางเพศ และความต้องการพลังงานของไดโนเสาร์ ชี้ให้เห็นว่าอาจเคยมีไดโนเสาร์พันธุ์ ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ มากถึง 2,500 ล้านตัว อาศัยอยู่บนโลกในช่วงเวลาสองถึงสามล้านปี ส่วนใหญ่อยู่ในอเมริกาเหนือ เมืองที่มีขนาดเท่ากับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. น่าจะมีทีเร็กซ์ เพียงสองตัวเท่านั้นที่เคยอาศัยอยู่ และคาดว่าเจ้าทีเร็กซ์ราว 4,000 ตัว น่าจะอาศัยอยู่บนผืนดินขนาดเท่ารัฐที่มีขนาดใหญ่อย่างเช่นรัฐแคลิฟอร์เนีย แสดงให้เห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังเหล่านี้อยู่เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่อาศัยอยู่ในสถานที่เดียวกัน และในเวลาเดียวกัน

การประเมินดังกล่าวนี้มีประโยชน์สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องไดโนเสาร์เพราะช่วยให้พวกเขาสามารถเข้าใจถึงอัตราส่วนของกระดูกหรือฟอสซิลของเจ้าทีเร็กซ์ ที่หลงเหลือมาให้ศึกษาในปัจจุบัน

Science Update : อีลอน มัสก์ ทุ่มเงินให้ผู้คิดเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/568281

Science Update : อีลอน มัสก์ ทุ่มเงินให้ผู้คิดเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน

Science Update : อีลอน มัสก์ ทุ่มเงินให้ผู้คิดเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน

วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2564, 09.00 น.

อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารเทสลา อิงค์ บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ประกาศมอบเงินรางวัล 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,142 ล้านบาท) ให้แก่ผู้คิดค้นวิธีรับมือกับปัญหาโลกร้อน โดยการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศหรือมหาสมุทร ในโครงการกำจัดคาร์บอน เอ็กซ์ไพรส์ คาร์บอน รีมูฟวัลของมัสก์ ตั้งเป้าค้นหาวิธีการแก้ปัญหาที่ใช้งานได้จริงในการกำจัดคาร์บอนปีละ 1,000 ตัน ออกจากชั้นบรรยากาศ และมีศักยภาพที่จะนำไปพัฒนาให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ผู้เข้าแข่งขันต้องวางแผนแยกคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศได้อย่างน้อย 100 ปี โดยที่คณะผู้จัดโครงการดังกล่าวระบุว่า จะเปิดรับฟังความเห็นจนถึงกลางเดือนหน้าก่อนที่จะนำแนวทางที่ได้ไปกำหนดเป็นกฎในการแข่งขันต่อไป

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มัสก์ ประกาศความตั้งใจของเขาเรื่องการเสนอเงินรางวัล 100 ล้านดอลลาร์ แต่มาประกาศรายละเอียดของการแข่งขันเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นวันคุ้มครองโลก หรือ เอิร์ธเดย์ การแข่งขันจะดำเนินไปเป็นเวลา 4 ปี และสิ้นสุดในวันคุ้มครองโลก ในปี 2025

Science Update : เตรียมวาร์ปแบบเร็วเหนือแสงใน 10 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/565299

Science Update : เตรียมวาร์ปแบบเร็วเหนือแสงใน 10 ปี

Science Update : เตรียมวาร์ปแบบเร็วเหนือแสงใน 10 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2564, 09.00 น.

การวิจัยที่นำโดยศาสตราจารย์ เอริค เลนท์ซ นักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน จากมหาวิทยาลัย University of Goettingen พบว่า การเดินทางไปยังดวงดาวหรือดาวเคราะห์ที่ห่างไกลอาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยการวิจัยล่าสุด ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Classical and Quantum Gravity อธิบายแผนการเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสง ผ่านการสร้างคลื่นโซลิตอน (soliton) หรือ คลื่นเดี่ยวทรงสภาพ ในทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ เพื่อสร้างระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลัง และไม่สูญเสียรูปร่าง ความเร็ว และพลังงานระหว่างการเดินทาง เรียกว่าเทคโนโลยี “วาร์ปไดรฟ์” (warp drive)ที่สามารถลดเวลาเดินทางข้ามจักรวาลที่ห่างไกลได้

เลนซ์ เชื่อมั่นว่า การเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสง จะเกิดขึ้นได้ในช่วงชีวิตของเรา ซึ่งอาจเริ่มจากการพัฒนาระบบเดินทางอวกาศที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ไม่สูงมาก รวมทั้งเร่งการพัฒนาการเดินทางผ่านการสร้างคลื่นโซลิตอน แม้จะเป็นขั้นตอนที่ยากแต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาคาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในระยะ 2-3 ปีต่อจากนี้ และระบบการเดินทางด้วยระบบคลื่นเดี่ยวทรงสภาพเต็มรูปแบบจะเกิดขึ้นได้ในอีก 10 ปีข้างหน้า

Science Update : ทากทะเลหัวหลุดจากตัว…แล้วไง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/563740

Science Update : ทากทะเลหัวหลุดจากตัว…แล้วไง

Science Update : ทากทะเลหัวหลุดจากตัว…แล้วไง

วันอาทิตย์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.30 น.

Sayaka Mitoh นักวิจัยด้านชีววิทยาชาวญี่ปุ่น เผยแพร่ผลงานวิจัยของเธอที่มหาวิทยาลัย Nara Women’s University ที่ตีพิมพ์ลงใน วารสาร Current Biology โดยเธอพบว่า ขณะที่กำลังศึกษาทากทะเลญี่ปุ่นในห้องทดลองอยู่นั้น ก็พบว่าทากทะเลตัดหัวของมันเอง แต่ยังคงมีชีวิตและเคลื่อนไหวต่อไปได้ นอกจากนั้นทากทะเลอีกสองสามตัวก็ทำเช่นเดียวกัน เธอและเพื่อนร่วมงานจึงทดลองตัดหัวของทากทะเล 16 ตัว โดยมีทาก 6 ตัว เริ่มสร้างร่างขึ้นมาใหม่ มี 3 ตัวที่รอดชีวิต และ 1 ในทาก 3 ตัวนั้นมีร่างใหม่งอกออกมาถึงสองครั้ง

นักวิจัยเชื่อว่า ทากทะเลเหล่านี้กินสาหร่ายทะเลบางชนิด พวกมันสามารถสังเคราะห์อาหารจากแสงแดดและออกซิเจนได้เช่นเดียวกับพืชเป็นเวลาประมาณ 10 วัน จึงเชื่อว่าหลังจากที่พวกมันตัดหัวออกไปแล้วก็คงจะใช้วิธีการเดียวกับพืชที่แตกหน่อเป็นสีเขียวและได้รับพลังงานจากออกซิเจนและแสงแดดนั่นเอง ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และการเข้าใจกลไกระดับโมเลกุลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้เราเข้าใจว่าเซลล์และเนื้อเยื่อของมนุษย์จะถูกนำไปใช้เพื่อซ่อมแซมความเสียหายของร่างกายได้อย่างไร