Science Update : จีนส่งดาวเทียมแข่งจีพีเอส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/501861

Science Update : จีนส่งดาวเทียมแข่งจีพีเอส

Science Update : จีนส่งดาวเทียมแข่งจีพีเอส

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จีนส่งดาวเทียมเป๋ยโต่ว-3 (Beidou-3) จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมซีชาง มณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ช้ากว่ากำหนดเดิมเกือบ 1 สัปดาห์ เป๋ยโต่ว ซึ่งได้รับการตั้งชื่อตามศัพท์ภาษาจีนว่ากลุ่มดาวไถ มีจุดประสงค์เพื่อทาบรัศมีระบบชี้ตำแหน่งโลก หรือจีพีเอส ของสหรัฐ โกลนาสส์ของรัสเซีย และกาลิเลโอของสหภาพยุโรป โดยดาวเทียมที่ส่งขึ้นไปล่าสุดนี้ จะขึ้นไปเติมเต็มเครือข่ายให้จีนกลายเป็นผู้เล่นสำคัญอีกรายในตลาดบริการพิกัดทางภูมิศาสตร์ ซึ่งมีมูลค่านับพันล้านดอลลาร์ จีนเริ่มสร้างระบบนำทางทั่วโลกมาตั้งแต่ช่วงต้นคริสต์ทศวรรษที่ 1990 เพื่อนำทางรถยนต์ เรือประมง และเรือรบ โดยใช้ข้อมูลแผนที่จากดาวเทียม
ของประเทศ และในขณะนี้ก็มีโทรศัพท์มือถือหลายล้านเครื่องที่ใช้บริการจากระบบ เพื่อค้นหาร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมัน หรือโรงภาพยนตร์ ที่อยู่ใกล้เคียง รวมทั้งนำทางรถแท็กซี่ ขีปนาวุธ และอากาศยานไร้คนขับ

Science Update : บรรพบุรุษจระเข้เดินสองขา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/500489

Science Update : บรรพบุรุษจระเข้เดินสองขา

Science Update : บรรพบุรุษจระเข้เดินสองขา

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ทีมนักบรรพชีวินวิทยานานาชาติจากเกาหลีใต้ สหรัฐ และออสเตรเลีย ตีพิมพ์ผลการวิเคราะห์รอยเท้าเกือบ 100 ร่องรอย ที่พบในเกาหลีใต้ ในวารสาร Scientific Reports ชี้ว่าบรรพบุรุษบางสายพันธุ์ของจระเข้ ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงต้นยุคครีเทเชียส ราว 110-120 ล้านปีก่อน สามารถเดินและวิ่งได้ด้วยสองขาบนบกอย่างคล่องแคล่ว คล้ายการเคลื่อนไหวของนกกระจอกเทศ หรือไดโนเสาร์นักล่าอย่างทีเร็กซ์เลยทีเดียว แม้จะยังไม่พบฟอสซิลที่เป็นซากร่างของจระเข้โบราณสายพันธุ์นี้โดยตรงก็ตาม และได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้กับมันว่า Batrachopus grandis เพราะน่าจะมีลักษณะคล้ายกับจระเข้ดึกดำบรรพ์ Batrachopus ในยุคจูราสสิกที่ตัวเล็กกว่านอกจากนี้ยังคาดว่า บริเวณที่พบฟอสซิลรอยเท้าเหล่านี้ น่าจะเป็นตะกอนดินโคลนที่อยู่โดยรอบทะเลสาบโบราณมาก่อน ซึ่งก็น่าจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของจระเข้ดึกดำบรรพ์ได้ แต่อย่างไรก็ตาม นักบรรพชีวินวิทยาบางรายยังไม่สู้จะเห็นด้วยว่านี่คือรอยเท้าของจระเข้ เพราะมีลักษณะการเดินบางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างร่างกายของพวกมันนัก

Science Update : เต่าทะเลฝูงใหญ่บุกเกรตแบร์ริเออร์รีฟ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/499040

Science Update : เต่าทะเลฝูงใหญ่บุกเกรตแบร์ริเออร์รีฟ

วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 07.15 น.

ทีมนักวิจัยกระทรวงสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ รัฐควีนส์แลนด์ประเทศออสเตรเลีย ใช้เทคโนโลยีโดรนบันทึกภาพเต่าทะเลจำนวนนับพันนับหมื่นตัวทำรังวางไข่บนเกาะแห่งหนึ่งใกล้ๆ เกรตแบร์ริเออร์รีฟ แนวหินปะการังที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย ในสมัยก่อนนักวิจัยจะใช้วิธีระบายสีเป็นแถบสีขาวลงบนกระดองเต่าเพื่อนับจำนวน โดยนักวิจัยนั่งอยู่บนเรือลำเล็กๆ วนล่องไปตามชายฝั่ง มองดูหลังกระดองเต่า ทั้งที่มีแถบสีขาวและไม่มี ก็นับกันไป นับได้ตามจำนวนที่มองเห็น แต่คราวนี้มีเทคโนโลยีโดรนมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจับภาพและนับจำนวน ทำให้ทีมนักวิจัยสามารถวิเคราะห์ภาพแต่ละเฟรมในห้องแล็บและคำนวณจำนวนประชากรเต่าทะเลได้อย่างแม่นยำมากขึ้นหลายเท่า สำหรับแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 348,000 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่เลื่องชื่อของโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2524

Science Update : เกรตแบร์ริเออร์รีฟฟอกขาวครั้งร้ายแรง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/497556

news_default

Science Update : เกรตแบร์ริเออร์รีฟฟอกขาวครั้งร้ายแรง

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 09.00 น.

ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาแนวปะการัง มหาวิทยาลัยเจมส์ คุก ในออสเตรเลีย ระบุว่า ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวตามแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟในออสเตรเลีย เป็นครั้งที่ 3 ในช่วง 5 ปี ส่งผลให้บรรดานักวิทยาศาสตร์วิตกว่าแนวปะการังแห่งนี้จะไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์ แทรี ฮิวส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแนวปะการัง ระบุว่า นับวันปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นจากปัญหาโลกร้อน และเขามั่นใจว่าสภาพของแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟจะไม่สามารถฟื้นฟูจนกลับไปอยู่ในสภาพเหมือนเมื่อ 5 ปีก่อน ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่ปี 2443 ส่งผลให้อุณหภูมิของน้ำตลอดแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย ครอบคลุมพื้นที่ถึง 348,000 ตารางกิโลเมตร ถูกจัดเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2524

Science Update : พบฟอสซิลส่วนหัวของไดโนเสาร์ขนาดเล็กที่สุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/479304

news_default

Science Update : พบฟอสซิลส่วนหัวของไดโนเสาร์ขนาดเล็กที่สุด

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คณะนักบรรพชีวินวิทยาจากนานาชาติ ตีพิมพ์รายงานล่าสุดลงในวารสาร Nature ระบุว่า ได้ค้นพบซากฟอสซิลส่วนหัวของไดโนเสาร์ที่มีลักษณะคล้ายนกขนาดเล็กจิ๋ว ฝังอยู่ในก้อนอำพันที่มีอายุเก่าแก่ถึง 99 ล้านปี ซึ่งได้มาจากทางตอนเหนือของประเทศเมียนมา ไดโนเสาร์สายพันธุ์ที่ค้นพบใหม่ดังกล่าว ได้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Oculudentavis Khaungraae มีขนาดเท่ากับนกฮัมมิงเบิร์ดผึ้ง (Bee hummingbird) นกตัวเล็กที่สุดในโลกที่มีปีกและลำตัวยาวรวมกันไม่เกิน5 เซนติเมตร ทั้งยังหนักเพียง 2 กรัมเท่านั้น ผลวิเคราะห์ด้วยซีทีสแกนชี้ว่า กะโหลกของไดโนเสาร์ชนิดนี้มีทั้งลักษณะที่คล้ายกับไดโนเสาร์ทั่วไป และลักษณะของนกสมัยใหม่ที่วิวัฒนาการไปไกลมากแล้วผสมปนเปกันอยู่ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าไดโนเสาร์ตัวจิ๋วนี้จะเป็นสัตว์หากินตอนกลางวัน และยังมีเนื้อเยื่อของลิ้นบางส่วนหลงเหลืออยู่ในฟอสซิลกะโหลกของมันด้วย ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการศึกษาต่อไปว่า เหตุใดมันจึงมีวิวัฒนาการไปในทางที่ทำให้ตัวเล็กลงมากเช่นนี้

Science Update : หาดทรายครึ่งโลกจ่อจมทะเล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/477759

news_default

Science Update : หาดทรายครึ่งโลกจ่อจมทะเล

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิจัยร่วมของคณะกรรมาธิการยุโรป (EC-JRC) รายงานในวารสาร Nature Climate Change เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและระดับน้ำทะเล อาจทำให้ทั่วโลกต้องสูญเสียพื้นที่หาดทรายไปถึงครึ่งหนึ่ง ภายในระยะเวลา 80 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และยิ่งทำให้ความเสียหายจากพายุและอุทกภัยทวีความรุนแรงขึ้น คาดว่าประเทศออสเตรเลียจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยอาจมีหาดทรายจมทะเลหายไปทั้งหมดเกือบ 15,000 กิโลเมตร ส่วนประเทศที่ต้องสูญเสียพื้นที่หาดทรายในอันดับรองลงมา ได้แก่ แคนาดา ชิลี สหรัฐอเมริกา เม็กซิโกจีน รัสเซีย อาร์เจนตินา อินเดีย และบราซิล นอกจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นเพราะภาวะโลกร้อนแล้ว การก่อสร้างอาคารใหม่ๆ บริเวณชายหาด การเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm surge) และการที่ตะกอนทรายถูกพัดพามายังพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำลดลงเพราะการสร้างเขื่อน ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้หาดทรายต้องพังทลายหายไปอีกด้วย

Science Update : สเปซเอ็กซ์เตรียมท่องอวกาศแบบห้วงลึก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/476258

news_default

Science Update : สเปซเอ็กซ์เตรียมท่องอวกาศแบบห้วงลึก

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ผู้นำด้านเทคโนโลยีขนส่งอวกาศภาคเอกชนชื่อดัง ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจท่องเที่ยวอวกาศครั้งใหม่กับบริษัทสเปซแอดเวนเจอร์ส (Space Adventures) ที่เคยนำส่งนักท่องเที่ยวขึ้นสู่ห้วงอวกาศด้วยยานโซยุซของรัสเซียมาแล้วหลายครั้ง ด้วยการเปิดให้ผู้สนใจจับจองตั๋วโดยสารจำนวน 4 ที่นั่ง เพื่อเดินทางท่องเที่ยวไปกับแคปซูลขนส่งนักบินอวกาศดรากอน (Crew Dragon Capsule) ที่พัฒนาโดยสเปซเอ็กซ์ ภายในปี 2022 นักท่องเที่ยวที่ตัดสินใจจะไปชมห้วงอวกาศกับโครงการนี้ จะได้ล่องลอยอยู่ในวงโคจรรอบโลกเป็นเวลาไม่เกิน 5 วัน ในช่วงปลายปี 2021 หรือภายในปี 2022 แคปซูลขนส่งดรากอน จะนำพวกเขาขึ้นสู่ระดับความสูงเหนือพื้นโลก ที่ไกลกว่าระยะไปถึงสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) 2-3 เท่า หมายความว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะได้เดินทางไปสัมผัสห้วงอวกาศส่วนที่ลึกยิ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งยังไม่มีนักท่องเที่ยวจากโลกคนใดเคยไปถึงมาก่อน ผู้แทนของบริษัทสเปซแอดเวนเจอร์สระบุว่า จะไม่มีการเปิดเผยสนนราคาของค่าเดินทางในโครงการนี้แต่บอกได้ว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับผู้ดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวอวกาศรายอื่นๆ

Science Update : ใช้สนิมช่วยป้องกันยานอวกาศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/474698

news_default

Science Update : ใช้สนิมช่วยป้องกันยานอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาสเตต (NCSU) และบริษัทล็อกฮีดมาร์ตินของสหรัฐ ทดลองใช้ผงของสนิมโลหะบางประเภท เช่น กาโดลิเนียมออกไซด์ มาผสมกับพอลิเมอร์แล้วทาเคลือบผิวด้านนอกของยานอวกาศ เพื่อทดแทนเกราะป้องกันรังสีแบบดั้งเดิมที่เป็นกล่องครอบอะลูมิเนียมซึ่งทั้งหนาเทอะทะและหนักอึ้ง รองศาสตราจารย์ ร็อบ เฮย์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์ของทีมวิจัยบอกว่า สนิมมีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีต่างๆ จากอวกาศได้ใกล้เคียงกับเกราะโลหะแบบดั้งเดิม แต่ทำให้ยานมีน้ำหนักเบาขึ้นถึง 30% หรือมากกว่า เมื่อเทียบกับเกราะป้องกันรังสีชนิดอื่นที่มีน้ำหนักเท่ากัน เกราะที่ทำจากสนิมจะมีราคาถูกกว่า และดูดซับรังสีอันตรายได้ได้มากกว่าถึง 30% ลดความรุนแรงของการแผ่รังสีแกมมาไปโดนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลงถึง 300 เท่า ทั้งยังไม่ทำให้เกิดปัญหาทางแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งจะไปรบกวนการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในยานด้วย

Science Update : โลกร้อนทำเพนกวินขั้วโลกใต้ลดลง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/473239

news_default

Science Update : โลกร้อนทำเพนกวินขั้วโลกใต้ลดลง

วันอาทิตย์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ข้อมูลการเก็บสถิติจำนวนเพนกวินจากเกาะ Elephant Island ในขั้วโลกใต้ โดยเปรียบเทียบจำนวนประชากรของเพนกวิน ณ ปัจจุบัน กับจำนวนเพนกวิน เมื่อปี 1971 พบว่า เมื่อปี 1971 มีจำนวนนกเพนกวิน อยู่ 122,550 คู่ แต่จากการสำรวจล่าสุดพบว่า มีเพนกวินเหลืออยู่บน เกาะ Elephant Island 52,786 คู่ หรือลดลงไปถึง60 เปอร์เซ็นต์ ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เพนกวินมีจำนวนลดลง คือ สภาวะโลกร้อน ที่ทำให้แผ่นน้ำแข็งในขั้วโลกใต้ละลาย และเมื่อน้ำแข็งละลาย ก็ทำให้สัตว์ทะเลตัวเล็กๆ เช่น แพลงก์ตอนต่างๆ หายไปด้วย สัตว์เล็กๆ พวกนี้เป็นอาหารของปลา ซึ่งเป็นอาหารของสัตว์ในขั้วโลกใต้เช่น เพนกวิน เมื่อขาดแหล่งอาหารในท้องทะเล สัตว์ชนิดต่างๆ ย่อมค่อยๆ สูญพันธุ์ไปตามการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ ที่ต้องไม่ลืมก็คือ ในขณะที่สัตว์บางชนิดสูญพันธุ์ แต่อุณหภูมิที่สูงขึ้นกลับทำให้เชื้อโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แบคทีเรีย หรือ ไวรัส มีพัฒนาการ และกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีวงจรชีวิตที่สั้นกว่า ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้ กระทบต่อการดำรงอยู่ของสัตว์ในขั้วโลกใต้อย่างมาก

Science Update : ซาลาแมนเดอร์ถ้ำไม่ขยับไปไหน 7 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/471688

news_default

Science Update : ซาลาแมนเดอร์ถ้ำไม่ขยับไปไหน 7 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คณะนักสัตววิทยาจากมหาวิทยาลัยเอตเวิซโลแรนด์ (Eötvös Loránd University) ของฮังการี ตีพิมพ์รายงานการค้นพบในวารสาร Journal of Zoology ฉบับล่าสุด โดยได้เผยผลการติดตามศึกษาประชากรตัวโอล์มในถ้ำแห่งหนึ่งในบอสเนียเฮอร์เซโกวีนาซึ่งพบว่า ตัวโอล์ม (Olm) หรือซาลาแมนเดอร์ตาบอด ที่อาศัยอยู่ในถ้ำมีธารน้ำไหลผ่านของประเทศบอสเนียเฮอร์เซโกวีนาหลายตัว ที่เคยถูกจับมาทำเครื่องหมายไว้เมื่อหลายปีก่อน ได้เคลื่อนที่ไปจากจุดเดิมที่เคยอยู่โดยเฉลี่ยไม่ถึง 10 เมตร และมีอยู่ตัวหนึ่งที่ไม่ขยับเขยื้อนไปจากจุดเดิมที่มันอาศัยอยู่นานถึง 7 ปี ทั้งที่มันยังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้เจ็บป่วย และไม่ได้อยู่ในภาวะจำศีลแต่อย่างใด ตามปกติแล้วตัวโอล์มนั้นสามารถจะมีอายุยืนยาวได้ถึงร้อยปี เนื่องจากอาศัยอยู่ในธารน้ำของถ้ำมืดที่ไม่มีสัตว์นักล่าปะปนอยู่ด้วย ตัวโอล์มยังอดอาหารได้นานหลายปีและใช้ชีวิตแบบเชื่องช้า