Science Update : ใช้สนิมช่วยป้องกันยานอวกาศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/474698

news_default

Science Update : ใช้สนิมช่วยป้องกันยานอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาสเตต (NCSU) และบริษัทล็อกฮีดมาร์ตินของสหรัฐ ทดลองใช้ผงของสนิมโลหะบางประเภท เช่น กาโดลิเนียมออกไซด์ มาผสมกับพอลิเมอร์แล้วทาเคลือบผิวด้านนอกของยานอวกาศ เพื่อทดแทนเกราะป้องกันรังสีแบบดั้งเดิมที่เป็นกล่องครอบอะลูมิเนียมซึ่งทั้งหนาเทอะทะและหนักอึ้ง รองศาสตราจารย์ ร็อบ เฮย์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์ของทีมวิจัยบอกว่า สนิมมีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีต่างๆ จากอวกาศได้ใกล้เคียงกับเกราะโลหะแบบดั้งเดิม แต่ทำให้ยานมีน้ำหนักเบาขึ้นถึง 30% หรือมากกว่า เมื่อเทียบกับเกราะป้องกันรังสีชนิดอื่นที่มีน้ำหนักเท่ากัน เกราะที่ทำจากสนิมจะมีราคาถูกกว่า และดูดซับรังสีอันตรายได้ได้มากกว่าถึง 30% ลดความรุนแรงของการแผ่รังสีแกมมาไปโดนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลงถึง 300 เท่า ทั้งยังไม่ทำให้เกิดปัญหาทางแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งจะไปรบกวนการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในยานด้วย

Science Update : โลกร้อนทำเพนกวินขั้วโลกใต้ลดลง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/473239

news_default

Science Update : โลกร้อนทำเพนกวินขั้วโลกใต้ลดลง

วันอาทิตย์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ข้อมูลการเก็บสถิติจำนวนเพนกวินจากเกาะ Elephant Island ในขั้วโลกใต้ โดยเปรียบเทียบจำนวนประชากรของเพนกวิน ณ ปัจจุบัน กับจำนวนเพนกวิน เมื่อปี 1971 พบว่า เมื่อปี 1971 มีจำนวนนกเพนกวิน อยู่ 122,550 คู่ แต่จากการสำรวจล่าสุดพบว่า มีเพนกวินเหลืออยู่บน เกาะ Elephant Island 52,786 คู่ หรือลดลงไปถึง60 เปอร์เซ็นต์ ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เพนกวินมีจำนวนลดลง คือ สภาวะโลกร้อน ที่ทำให้แผ่นน้ำแข็งในขั้วโลกใต้ละลาย และเมื่อน้ำแข็งละลาย ก็ทำให้สัตว์ทะเลตัวเล็กๆ เช่น แพลงก์ตอนต่างๆ หายไปด้วย สัตว์เล็กๆ พวกนี้เป็นอาหารของปลา ซึ่งเป็นอาหารของสัตว์ในขั้วโลกใต้เช่น เพนกวิน เมื่อขาดแหล่งอาหารในท้องทะเล สัตว์ชนิดต่างๆ ย่อมค่อยๆ สูญพันธุ์ไปตามการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ ที่ต้องไม่ลืมก็คือ ในขณะที่สัตว์บางชนิดสูญพันธุ์ แต่อุณหภูมิที่สูงขึ้นกลับทำให้เชื้อโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แบคทีเรีย หรือ ไวรัส มีพัฒนาการ และกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีวงจรชีวิตที่สั้นกว่า ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้ กระทบต่อการดำรงอยู่ของสัตว์ในขั้วโลกใต้อย่างมาก

Science Update : ซาลาแมนเดอร์ถ้ำไม่ขยับไปไหน 7 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/471688

news_default

Science Update : ซาลาแมนเดอร์ถ้ำไม่ขยับไปไหน 7 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คณะนักสัตววิทยาจากมหาวิทยาลัยเอตเวิซโลแรนด์ (Eötvös Loránd University) ของฮังการี ตีพิมพ์รายงานการค้นพบในวารสาร Journal of Zoology ฉบับล่าสุด โดยได้เผยผลการติดตามศึกษาประชากรตัวโอล์มในถ้ำแห่งหนึ่งในบอสเนียเฮอร์เซโกวีนาซึ่งพบว่า ตัวโอล์ม (Olm) หรือซาลาแมนเดอร์ตาบอด ที่อาศัยอยู่ในถ้ำมีธารน้ำไหลผ่านของประเทศบอสเนียเฮอร์เซโกวีนาหลายตัว ที่เคยถูกจับมาทำเครื่องหมายไว้เมื่อหลายปีก่อน ได้เคลื่อนที่ไปจากจุดเดิมที่เคยอยู่โดยเฉลี่ยไม่ถึง 10 เมตร และมีอยู่ตัวหนึ่งที่ไม่ขยับเขยื้อนไปจากจุดเดิมที่มันอาศัยอยู่นานถึง 7 ปี ทั้งที่มันยังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้เจ็บป่วย และไม่ได้อยู่ในภาวะจำศีลแต่อย่างใด ตามปกติแล้วตัวโอล์มนั้นสามารถจะมีอายุยืนยาวได้ถึงร้อยปี เนื่องจากอาศัยอยู่ในธารน้ำของถ้ำมืดที่ไม่มีสัตว์นักล่าปะปนอยู่ด้วย ตัวโอล์มยังอดอาหารได้นานหลายปีและใช้ชีวิตแบบเชื่องช้า

Science Update : เผยพื้นผิวดวงอาทิตย์ความละเอียดสูงครั้งแรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/470160

news_default

Science Update : เผยพื้นผิวดวงอาทิตย์ความละเอียดสูงครั้งแรก

วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หอสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์แห่งชาติสหรัฐ เผยภาพถ่ายและวีดีโอของพื้นผิวดวงอาทิตย์ที่มีความละเอียดสูงที่สุดเป็นครั้งแรก จากกล้องโทรทรรศน์ดวงอาทิตย์ แดเนียล เค อิโนเอ ของมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ ที่อยู่บนยอดเขา ฮาเลอาคาลา บนเกาะเมาวี หมู่เกาะฮาวาย บันทึกในระยะห่างถึง 149 ล้านกิโลเมตร จากพื้นโลก โดยที่เห็นเป็นช่องกลมๆ คล้ายกับเซลล์ในเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนนี้ แต่ละอันมีเนื้อที่พอๆ กับประเทศฝรั่งเศส ตรงใจกลางที่เป็นสีเหลืองสว่าง คือวัสดุต่างๆ จากด้านในของดวงอาทิตย์ที่กำลังลอยตัวขึ้นสู่ผิวหน้า มีอุณหภูมิสูงถึง 6,000 องศาเซลเซียส และเป็นรากฐานของสนามแม่เหล็กที่มีทิศทางชี้ขึ้นด้านบน ส่วนเส้นสีดำที่เหมือนกับรอยแตก คือบริเวณที่พลาสมาหรือกลุ่มก๊าซและอนุภาคมีประจุพลังงานสูงกำลังเย็นตัวลงผู้อำนวยการมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ กล่าวว่า ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ตัวนี้จะทำให้เราเข้าใจถึงสิ่งที่มีผลต่อสภาพอวกาศมากขึ้น และช่วยให้นักพยากรณ์อากาศสามารถพยากรณ์การเกิดพายุสุริยะได้แม่นยำขึ้น

Science Update : คอนกรีตมีชีวิต งอกเพิ่มปริมาณได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468625

news_default

Science Update : คอนกรีตมีชีวิต งอกเพิ่มปริมาณได้

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด วิทยาเขตโบลเดอร์ (CU Boulder) ของสหรัฐ เผยถึงความสำเร็จในการคิดค้นคอนกรีตมีชีวิต (Living concrete) ซึ่งสามารถขยายตัวเพิ่มปริมาณเนื้อคอนกรีตเองได้ โดยใช้แบคทีเรียชนิดไซเนโคค็อกคัส (Synechococcus) มาเป็นส่วนผสมของเนื้อคอนกรีตซึ่งทำมาจากเจลาตินผสมกับแบคทีเรีย สารอาหารที่จำเป็น และทราย จนได้ส่วนผสมเหลวที่นำไปใส่แม่พิมพ์ตามรูปแบบที่ต้องการ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ในสถานที่ซึ่งมีความร้อนและแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ เพื่อให้แบคทีเรียสังเคราะห์แสงและสร้างผลึกแคลเซียมคาร์บอเนตออกมาห่อหุ้มเม็ดทรายเอาไว้ คล้ายกับการก่อตัวของเปลือกหอยในธรรมชาติ อิฐหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จะเกาะตัวกันในรูปของเจล ซึ่งจะต้องนำไปทำให้แห้งอีกครั้ง เพื่อให้มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น ข้อดีของคอนกรีตมีชีวิตคือ สามารถเพิ่มปริมาณเนื้อคอนกรีตขึ้นมาเองได้หลายเท่า หากยังไม่อยู่ในสภาพที่ความชื้นระเหยแห้งไปหมด และแบคทีเรียในคอนกรีตยังคงมีชีวิตอยู่ อิฐบล็อกที่ทำจากคอนกรีตมีชีวิตเพียงก้อนเดียว สามารถแบ่งตัวเพิ่มจนกลายเป็นอิฐถึง 8 ก้อนเมื่อเติมน้ำและสารอาหารให้แบคทีเรียที่อยู่ในเนื้อคอนกรีต ช่วยให้สะดวกต่อการนำไปเป็นวัสดุก่อสร้างสำหรับพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร หรือแม้แต่ในห้วงอวกาศนอกโลก เนื่องจากไม่ต้องเปลืองแรงขนย้ายวัสดุจำนวนมากที่หนักอึ้งไปยังจุดก่อสร้างตั้งแต่แรก

Science Update : รู้จักภูเขาไฟตาอัล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467126

news_default

Science Update : รู้จักภูเขาไฟตาอัล

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ภูเขาไฟตาอัล บนเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ เริ่มปะทุพ่นกลุ่มควันและเถ้าถ่านร้อนรวมถึงธารลาวาออกจากปากปล่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้บรรดานักวิทยาศาสตร์เกรงว่าการปะทุที่อันตรายครั้งใหญ่กว่ากำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ แม้ภูเขาไฟตาอัลจะถือว่ามีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับภูเขาไฟลูกอื่นๆ แต่มันกลับมีความพิเศษและอันตรายหลายอย่าง โดยภูเขาไฟลูกนี้มีความซับซ้อนเนื่องจากมันไม่ได้มีช่องเปิดหลัก (vent) หรือปล่องรูปกรวย (cone) เพียงที่เดียว แต่มีตำแหน่งที่สามารถปะทุได้หลายจุด ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ภูเขาไฟตาอัลยังมีประวัติการระเบิดหลายรูปแบบ จึงเป็นภัยคุกคามต่อผู้คนเบื้องล่าง ทั้งจากลาวา และเถ้าถ่านที่พ่นขึ้นสู่อากาศ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดคลื่นสึนามิจากภูเขาไฟ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดเศษซากต่างๆ จากการระเบิดของภูเขาไฟได้ตกลงไปในทะเลและทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่ขึ้น ล้วนเป็นอันตรายต่อผู้คนที่อยู่ใกล้เคียง เพราะภูเขาไฟลูกนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเขตที่อยู่อาศัยของประชากรหลายล้านคน ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สาเหตุที่ยังมีผู้คนเลือกตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่บริเวณนี้แม้จะเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยนั้นมีหลายสาเหตุด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็เพราะพื้นที่แถบนี้มีดินภูเขาไฟที่มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์สำหรับการเพาะปลูกนั่นเอง

Science Update : ข่าวปลอม-ข้อมูลบิดเบือนเรื่องไฟป่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/465618

news_default

Science Update : ข่าวปลอม-ข้อมูลบิดเบือนเรื่องไฟป่า

วันอาทิตย์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เว็บไซต์ของบรรษัทแพร่ภาพและกระจายเสียงออสเตรเลีย หรือเอบีซี (ABC) รายงานว่าเหตุไฟป่าครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นล่าสุดซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลกนั้น กำลังมีผู้ฉวยโอกาสนำเหตุการณ์นี้ไปใช้หาประโยชน์ทางการเมือง โดยพยายามแพร่ข่าวปลอมหรือข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับไฟป่า ผ่านภาพและข้อความนับแสนโพสต์ที่สร้างความเข้าใจผิดในสื่อสังคมออนไลน์ โดยยกตัวอย่างกรณีที่มีการแพร่ข่าวว่า ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์จับกุมมือลอบวางเพลิงเผาป่าได้เกือบ 200 ราย ทั้งที่จริงแล้วมีผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหาเจตนาวางเพลิงเพียง 24 รายเท่านั้น และในจำนวนนี้มีเพียงไม่กี่รายที่สามารถก่อเหตุได้สำเร็จ แต่มีการบิดเบือนข้อมูลดั้งเดิมของทางการ และนำข่าวลวงดังกล่าวออกเผยแพร่ทางทวิตเตอร์และสื่อโซเชียลอื่นๆ อย่างกว้างขวาง สร้างความเข้าใจผิดแก่คนทั่วไปว่า ไฟป่ารุนแรงในครั้งนี้มีสาเหตุจากคนลอบวางเพลิงหรือพวกที่คึกคะนองจุดไฟเล่นเป็นหลัก ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ฤดูร้อนยาวนานและแห้งแล้งผิดปกติ

Science Update : ไต้หวันห้ามห้างใหญ่ใช้ภาชนะแบบใช้แล้วทิ้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/464149

news_default

Science Update : ไต้หวันห้ามห้างใหญ่ใช้ภาชนะแบบใช้แล้วทิ้ง

วันอาทิตย์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เว็บไซต์ไต้หวันนิวส์รายงานว่า ไต้หวันมีคำสั่งห้ามห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้ารวม 55 แห่ง แจกภาชนะสำหรับรับประทานอาหารแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งให้แก่ลูกค้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม หวังลดขยะที่เกิดจากภาชนะแบบนี้ปีละ 20 ล้านชิ้น ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าที่ฝ่าฝืนจะถูกปรับ 1,200-6,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 1,204-6,019 บาท) ตามกฎหมายการกำจัดขยะ กระทรวงคุ้มครองสิ่งแวดล้อมไต้หวัน เผยว่า ไต้หวันห้ามหน่วยงานของรัฐบาลและสถานศึกษาใช้ภาชนะสำหรับรับประทานอาหารแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งตั้งแต่ปี 2559 หลังจากนั้นมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมมากขึ้น จนกระทั่งสิ้นปีที่ผ่านมามีบริษัทเข้าร่วม 178 แห่ง มหาวิทยาลัย 29 แห่ง ตลาด 36 แห่ง และตลาดกลางคืน 13 แห่ง ข้อมูลของสหประชาชาติประเมินว่า แต่ละปีมีขยะพลาสติกถูกทิ้งลงทะเลและมหาสมุทรราว 8 ล้านตัน ผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่หรือจี 20 เห็นพ้องเรื่อง “วิสัยทัศน์มหาสมุทรสีน้ำเงินโอซากา” ในการประชุมที่นครโอซากาของญี่ปุ่น เมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน ตั้งเป้าลดขยะพลาสติกลงให้เหลือศูนย์ ภายในปี 2593

Science Update : สภาพอากาศเปลี่ยน ต้นเหตุภัยพิบัติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463151

news_default

Science Update : สภาพอากาศเปลี่ยน ต้นเหตุภัยพิบัติ

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คริสเตียน เอด องค์กรการกุศลเพื่อการพัฒนา ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ เผยข้อมูลว่า ภัยพิบัติอย่างน้อย 15 ครั้ง ที่เกิดขึ้นในปีนี้ มีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จนส่งผลให้เกิดาสภาพอากาศแบบบสุดโต่ง ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปีนี้นั้น มี 7 ครั้ง ที่สร้างความเสียหายมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งได้แก่ อุทกภัยในภาคเหนือ
ของอินเดีย พายุไต้ฝุ่นเลกีมาในจีน พายุเฮอร์ริเคนโดเรียน ในสหรัฐ พายุไต้ฝุ่นฮากิบิส ในญี่ปุ่น และไฟป่าในแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐ คริสเตีน เอด จัดทำรายงานฉบับนี้ จากตัวเลขอย่างเป็นทางการ การประมาณการขององค์กรนอกภาครัฐและหน่วยงานบรรเทาทุกข์ต่างๆ ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และรายงานของสื่อมวลชน คริสเตียน เอด กล่าวด้วยว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทำให้คนหลายล้านคนต้องพลัดถิ่นและทำให้เกิดการเสียชีวิตอย่างกว้างขวาง รายงานกล่าวด้วยว่า ตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากเป็นตัวเลขความเสียหายที่มีการประกันภัยไว้เท่านั้น ไม่รวมความเสียหายอื่นๆ

Science Update : นักวิทยาศาสตร์รณรงค์ห้ามใช้กากเพชร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461691

news_default

Science Update : นักวิทยาศาสตร์รณรงค์ห้ามใช้กากเพชร

วันอาทิตย์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บรรดานักวิทยาศาสตร์เตรียมเร่งผลักดันให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ ออกกฎหมายห้ามใช้กากเพชร หรือ Glitter ซึ่งเป็นส่วนประกอบ ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับ หรือแม้แต่เครื่องสำอางมานานนับพันปี เนื่องจากกากเพชรมีส่วนประกอบสำคัญ คือ พลาสติกชนิด Polyethylene terephthalate หรือ PETE และ Mylar ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีองค์ประกอบเล็กมาก ในระดับ ทำให้ปะปนในธรรมชาติ ได้ง่ายมาก เช่นการซักเสื้อผ้าที่มีลวดลายที่ทำจาก กากเพชร หรือ การล้างเครื่องสำอางออกจากใบหน้า พลาสติกขนาดเล็กจากกากเพชรก็จะหลุดไปตามท่อระบายน้ำ ออกสู่ แม่น้ำ จนถึงท้องทะเล ลอยตัวอยู่ในทุกระดับของแหล่งน้ำ และปนเปื้อนเข้าไปใน ปลา หรือสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ เมื่อมนุษย์นำปลามาบริโภค ก็จะได้รับสารเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลต่อสุขภาพ ทั้งระบบย่อยอาหารและระบบหายใจ ตามสถิติในปี 2018พบว่า 1 ใน 3 ของปลาที่จับได้จากท้องทะเล มีอานุภาคพลาสติกขนาดเล็กปนเปื้อน กากเพชรจึงอาจมีอันตรายมากกว่าการใช้หลอดพลาสติกด้วยซ้ำ