Science Update : ประมูลหินอุกกาบาตจากดาวอังคาร

Science Update : ประมูลหินอุกกาบาตจากดาวอังคาร

Science Update : ประมูลหินอุกกาบาตจากดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันประมูลซอธบีส์ (Sotheby’s) จัดประมูลเศษอุกกาบาตจากดาวอังคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูล มีชื่อเรียกว่า NWA 16788 น้ำหนัก 24.5 กิโลกรัม ที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกประมูลไปในราคา 5.3 ล้านดอลลาร์ (ราว 172 ล้านบาท) โดยผู้ประมูลที่ไม่ขอเปิดเผยตัวตน สูงกว่าราคาประเมินที่ราว 2-4 ล้านดอลลาร์ รองประธานและหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ธรรมชาติระดับโลกของซอธบีส์บอกว่า การค้นพบ NWA 16788 มีความสำคัญเป็นพิเศษ มันถือเป็นเศษอุกกาบาตใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบบนโลก ก่อนจะถูกประมูลไปในราคาที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีการประมูลมา

NWA 16788 ถูกค้นพบในภูมิภาคอากาเดซ ที่อยู่ห่างไกลในประเทศไนเจอร์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 มันมีขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่าเศษอุกกาบาตจากดาวอังคารที่มีขนาดรองลงไปเท่าที่เคยพบบนโลกถึงกว่าร้อยละ 70 ปัจจุบัน มีเศษอุกกาบาตดาวอังคารเพียงแค่ 400 ชิ้นที่ถูกพบบนโลกใบนี้ จากการวิเคราะห์องค์ประกอบภายในของเศษอุกกาบาตชิ้นนี้ เผยให้เห็นว่า มันอาจหลุดออกมาจากพื้นผิวดาวอังคาร และกระเด็นเข้าสู่อวกาศจากแรงกระแทกของดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่ง ที่รุนแรงมากจนทำให้บางส่วนของอุกกาบาตแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และบางส่วนของมันพุ่งตกลงมายังโลก

อุกกาบาต คือชิ้นส่วนของวัตถุในระบบสุริยะ เช่น ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ ที่ยังคงอยู่รอดหลังจากพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก

Science Update : ยุโรปหวังหยุดพึ่งสหรัฐฯ ด้านอวกาศ

Science Update : ยุโรปหวังหยุดพึ่งสหรัฐฯ ด้านอวกาศ

Science Update : ยุโรปหวังหยุดพึ่งสหรัฐฯ ด้านอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จากนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เป็นตัวเร่งให้ยุโรปต้องเดินหน้าพึ่งพาตนเองในหลากหลายมิติ รวมถึงปฏิบัติการทางอวกาศ ขณะที่เมื่อปี 2024 สหรัฐฯ ปล่อยจรวดขึ้นสู่วงโคจรถึง 154 ดวง แต่ยุโรปสามารถทำได้แค่ 3 ดวง มูลค่าการลงทุนด้านอวกาศของโลกพุ่งทยานไปอยู่ที่ 143,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ​ (ราว 4.5 ล้านล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว แต่เป็นสัดส่วนของยุโรปเพียงแค่ 10% อีกทั้งยุโรปมีฐานปล่อยดาวเทียมเพียงแห่งเดียว คือที่ เฟรนช์ กีอานา ในอเมริกาใต้

นั่นเป็นสาเหตุให้ยุโรปเริ่มเดินหน้าพัฒนาฐานปล่อยจรวดอันโดยา (Andoya)  ทางตอนเหนือของสวีเดนและนอร์เวย์ตั้งอยู่เหนือวงแหวนอาร์กติกราว 200 กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ และแม่น้ำ และเป็นหนึ่งในพื้นที่เหมืองเหล็กใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งพร้อมที่จะสร้างถนนและสนามบินต่อไป

ขณะนี้ ศูนย์อวกาศอันโดยากำลังเตรียมการสำหรับการปล่อยยานอวกาศขึ้นสู่อวกาศ โดยมีแท่นปล่อยจรวด โรงเก็บยานอวกาศ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยชุดใหม่ที่พร้อมสรรพ คณะผู้แทนขององค์การสนธิสัญญาแอจแลนติกเหนือ หรือนาโต ได้เดินทางเยือนศูนย์แห่งนี้เมื่อต้นเดือน ก.ค. โดยมีใบอนุญาตปล่อยจรวด 30 ครั้งต่อปี ที่น่าจะเข้ามาเติมเต็มความต้องการของนาโตในการเพิ่มขีดความสามารถด้านอวกาศอย่างรวดเร็ว และสะท้อนถึงโอกาสอันดีของยุโรปที่จะบรลุเป้าหมายการเป็นเอกราชด้านอวกาศจากสหรัฐฯ

Science Update : จีนเล็งสร้าง ‘บ้านดวงจันทร์’

Science Update : จีนเล็งสร้าง ‘บ้านดวงจันทร์’

Science Update : จีนเล็งสร้าง ‘บ้านดวงจันทร์’

วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์ของจีนทดลองนำระบบการพิมพ์ 3 มิติอันล้ำสมัยมาใช้สร้างที่อยู่อาศัย โดยใช้วัสดุเป็นดินที่รวบรวมมาจากเฉพาะบนดวงจันทร์ ซึ่งจะช่วยปูทางสู่การก่อสร้างสถานีวิจัยบนดวงจันทร์ขนาดใหญ่ในพื้นที่จริง

หยางหงหลุน วิศวกรอาวุโสของห้องปฏิบัติการสำรวจอวกาศห้วงลึกในเหอเฝย มณฑลอันฮุย เผยว่าห้องปฏิบัติการฯ ประสบความสำเร็จในการสร้างต้นแบบเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่เปลี่ยนเศษดินและหินบริเวณผิวชั้นบนของดวงจันทร์ หรือ เรโกลิธ (regolith) ให้กลายเป็นวัสดุก่อสร้าง ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการใช้วัสดุก่อสร้างจากโลก

ระบบการพิมพ์ดังกล่าวใช้ตัวรวมแสงสะท้อนแสงที่มีความแม่นยำสูง และระบบส่งพลังงานใยแก้วนำแสงแบบยืดหยุ่น เพื่อให้ได้อุณหภูมิที่ร้อนเพียงพอสำหรับหลอมรวมเรโกลิธของดวงจันทร์ ซึ่งความก้าวหน้าในการพิมพ์ 3 มิติครั้งนี้ยืนยันความเป็นไปได้ในการใช้ดินบนดวงจันทร์เป็นวัสดุก่อสร้างเพียงอย่างเดียว ทำให้สามารถใช้ทรัพยากรบนดวงจันทร์ได้โดยไม่จำเป็นต้องขนย้ายวัสดุเพิ่มเติมจากพื้นโลก

ระบบข้างต้นยังมาพร้อมนวัตกรรมการผลิตแบบยืดหยุ่น ซึ่งช่วยให้สามารถผลิตอิฐและขึ้นรูปโครงสร้างที่ซับซ้อนตามความต้องการได้ โดยต้นแบบเครื่องพิมพ์ 3 มิติเสร็จสิ้นการทดสอบสร้างเรโกลิธในเบื้องต้นแล้วบนพื้นผิวโลก ส่วนการทดสอบความสามารถหลอมละลายและก่อตัวเป็นเส้น พื้นผิว วัตถุ และโครงสร้างที่ซับซ้อนนั้นเสร็จลงแล้วเช่นกัน

สำหรับการใช้งานในอนาคตนั้น หยางกล่าวว่า ต้นแบบนี้สามารถผลิตโครงสร้างเรโกลิธของดวงจันทร์ได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการสร้างถนนบนดวงจันทร์ แพลตฟอร์มอุปกรณ์ และอาคารต่างๆ อีกทั้งทำให้ภารกิจการสำรวจดวงจันทร์และการใช้ทรัพยากรมีความยั่งยืนและดำเนินงานในวงกว้าง

Science Update : นักบินอวกาศอินเดียไปถึง ISS

Science Update : นักบินอวกาศอินเดียไปถึง ISS

Science Update : นักบินอวกาศอินเดียไปถึง ISS

วันอาทิตย์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชูภานชู ชุคลา หัวหน้าทีมนักบินอวกาศในภารกิจ แอคเซียม โฟร์ (Axiom-4) กลายเป็นนักบินอวกาศชาวอินเดียคนแรกที่ได้ขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติ หรือไอเอสเอส หลังจากยาน สเปซ ดรากอน ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ ที่ทะยานออกจากฐานปล่อยศูนย์อวกาศเคนเนดี ขององค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐฯ หรือนาซา ที่แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา ด้วยจรวดฟอลคอน 9 บล็อค 5 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา เข้าเทียบท่าที่ฐานจอดของไอเอสเอส เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาในสหรัฐฯ ตรงกับค่ำวันศุกร์ตามเวลาบ้านเรา หลังใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 26 ชั่วโมง

ชูภานชู ชุคลา ยังถือเป็นนักบินอวกาศชาวอินเดียคนแรกในรอบ 41 ปี ที่ขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนอวกาศ สร้างความปลาบปลื้มดีอกดีใจต่อชาวอินเดียทั้งประเทศ ที่เฝ้ารอชมการถ่ายทอดสดวินาทีที่ยาน สเปซ ดรากอน ทะยานออกจากฐานปล่อย สำหรับภารกิจ แอคเซียม โฟร์ (Axiom-4) นอกจากมี ชูภานชู ชุคลา เป็นหัวหน้าทีมแล้ว ยังประกอบไปด้วยนักบินอวกาศอีก 3 คน คือ เพ็กกี วินสตัน นักบินอวกาศมากประสบการณ์ชาวอเมริกัน, สลาวอซ อุซนันสกี-วิสเนียฟสกี ชาวโปแลนด์ และ ทิบอร์ คาปู จากฮังการี

การมีส่วนร่วมของชุคลา ซึ่งเป็นนักบินของกองทัพอากาศอินเดีย ถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจอวกาศที่มีมนุษย์ร่วมบินของยานอวกาศกากันยาน (Gaganyaan) ซึ่งวางแผนไว้ในปี 2570 ตามโครงการอวกาศของอินเดีย

Science Update : น้องแมวจดจำกลิ่นแม่น แยกแยะเจ้าของ-คนแปลกหน้า

Science Update : น้องแมวจดจำกลิ่นแม่น แยกแยะเจ้าของ-คนแปลกหน้า

Science Update : น้องแมวจดจำกลิ่นแม่น แยกแยะเจ้าของ-คนแปลกหน้า

วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

งานวิจัยล่าสุดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โตเกียว (Tokyo Nodai) แห่งประเทศญี่ปุ่น พบว่าแมวเหมียวที่เป็นสัตว์เลี้ยงตามบ้าน สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างกลิ่นเจ้าของกับกลิ่นคนแปลกหน้าได้

ทีมนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นค้นพบว่า แมวจะใช้เวลาดมหลอดทดลองที่มีกลิ่นคนแปลกหน้าอยู่นานกว่ามาก เมื่อเทียบกับตอนที่มันดมหลอดทดลองซึ่งมีกลิ่นเจ้าของของมันเอง ผลการทดสอบนี้แสดงว่า แมวบ้านสามารถแยกแยะระหว่างกลิ่นมนุษย์ที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคยออกจากกันได้

ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีว่า แมวใช้ประสาทรับกลิ่นที่ว่องไวของมัน ระบุตัวตนและสื่อสารกับแมวตัวอื่น ๆ แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีผู้ใดศึกษาว่า แมวสามารถใช้วิธีดมกลิ่นแยกแยะมนุษย์ว่าใครเป็นใครได้หรือไม่

ผลการทดลองในอดีต เกี่ยวกับความสามารถในการจดจำและแยกแยะบุคคลของแมวนั้น พบว่าน้องเหมียวสามารถจะบอกได้ว่าใครเป็นใครด้วยการฟังเสียง ทั้งยังสามารถตีความสีหน้าและสายตาของคนเพื่อหาที่ซ่อนอาหารได้อีกด้วย งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งยังพบว่า แมวสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องกับอารมณ์ของมนุษย์ได้ โดยมันจะอ่านใจคนจากการรับรู้กลิ่นตัวในขณะนั้น

ทีมผู้วิจัยชาวญี่ปุ่นได้สรุปผลการศึกษาครั้งล่าสุดว่า “แมวใช้ประสาทรับกลิ่นในการจดจำมนุษย์” พวกเขายังพบว่าแมวถูไถใบหน้าของมันกับหลอดทดลองที่บรรจุกลิ่นตัวคน หลังจากที่สูดดมจนพอใจแล้วด้วย ซึ่งพฤติกรรมนี้คือการป้ายกลิ่นของแมวให้ติดอยู่กับสิ่งต่าง ๆ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ทีมผู้วิจัยชาวญี่ปุ่นจึงตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การดมของแมวเป็นพฤติกรรมเชิงสำรวจ ที่มาก่อนการถูไถใบหน้าเพื่อทำเครื่องหมายด้วยกลิ่น

Science Update : ปรับแก้ยีน ลดความสูง ‘ต้นข้าวโพด’

Science Update : ปรับแก้ยีน ลดความสูง ‘ต้นข้าวโพด’

Science Update : ปรับแก้ยีน ลดความสูง ‘ต้นข้าวโพด’

วันอาทิตย์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารแพลนต์ ไบโอเทคโนโลยี (Plant Biotechnology Journal) ระบุว่านักวิทยาศาสตร์จีนได้พัฒนาเทคนิคการแก้ไขยีนเพื่อลดความสูงของต้นข้าวโพด ซึ่งช่วยให้สามารถพัฒนาสายพันธุ์ที่มีขนาดกะทัดรัด ปลูกได้อย่างหนาแน่น และทนทานการหักล้ม

การวิจัยดังกล่าวดำเนินการโดยสถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศจีน (CAAS) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรอันฮุย และมหาวิทยาเกษตรเซาธ์ ไชน่า ทีมวิจัยมุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนยีนบีอาร์2 (Br2) ผ่านเทคนิคการแก้ไขยีนแบบกำหนดเป้าหมาย โดยออกแบบพาหะ (vector) สำหรับยับยั้งยีนบีอาร์2 และสามารถแยกสายพันธุ์ข้าวโพดตัดต่อพันธุกรรมที่มีการกลายพันธุ์ที่แตกต่างกันออกมาได้ 7 สายพันธุ์

การทดลองผสมข้ามสายพันธุ์พบว่าลูกผสมทั้ง 28 สายพันธุ์ที่ได้จากการผสมกับสายพันธุ์ข้าวโพดชั้นยอดล้วนให้ผลผลิตที่มีลำต้นเตี้ย โดยทีมวิจัยยังได้พัฒนาระบบแก้ไขจีโนมโดยใช้ตัวเหนี่ยวนำแฮพลอยด์ (haploid) ซึ่งช่วยให้สามารถเปลี่ยนพืชแฮพลอยด์ให้กลายเป็นสายพันธุ์ดับเบิลแฮพลอยด์ที่เสถียรภายในสองรุ่น ส่งผลให้ลำต้นของสายพันธุ์ข้าวโพดชั้นยอด 3 สายพันธุ์ที่ผ่านการแก้ไขจีโนมมีความสูงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ”

Science Update : นักวิทย์รัสเซียพัฒนา ‘สารเคลือบเครื่องบิน’ รุ่นใหม่

Science Update : นักวิทย์รัสเซียพัฒนา ‘สารเคลือบเครื่องบิน’ รุ่นใหม่

Science Update : นักวิทย์รัสเซียพัฒนา ‘สารเคลือบเครื่องบิน’ รุ่นใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันคูร์ชาตอฟของรัสเซียเปิดเผยว่า นักวิทยาศาสตร์รัสเซียได้พัฒนาสารเคลือบเครื่องบินแบบน้ำหนักเบาที่สามารถลดความถี่ในการซ่อมบำรุงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ระบบสีและสารเคลือบรุ่นใหม่นี้ประกอบด้วยสารเคลือบฟลูออรีเนต โพลียูรีเทน (fluorinated polyurethane) ในหลากหลายสี พร้อมด้วยวานิช (varnish) ที่ทนต่อสภาพอากาศ โดยสามารถใช้งานได้ทั้งบนวัสดุโลหะและวัสดุพอลิเมอร์คอมโพสิตที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบิน

สถาบันฯ ระบุว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ตัวเลือกจากต่างประเทศ สารเคลือบที่พัฒนาขึ้นในรัสเซียสามารถลดความถี่การซ่อมบำรุงได้อย่างน้อยร้อยละ 40 ลดระยะเวลาการพ่นสีกว่าร้อยละ 50 และมีน้ำหนักเบากว่าถึงร้อยละ 35

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยยังระบุว่าความต้องการใช้สารเคลือบเครื่องบินภายในประเทศของรัสเซียเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

Science Update : จีนส่งภารกิจ ‘เทียนเวิ่น-2’ สู่ห้วงอวกาศ

Science Update : จีนส่งภารกิจ ‘เทียนเวิ่น-2’ สู่ห้วงอวกาศ

Science Update : จีนส่งภารกิจ ‘เทียนเวิ่น-2’ สู่ห้วงอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จรวดขนส่งลองมาร์ช-3บี ขององค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งชาติของจีน ซึ่งบรรทุกยานอวกาศเทียนเวิ่น-2 ทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศ จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมซีชางในมณฑลเสฉวน ช่วงเช้ามืดวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อศึกษาความเป็นมาของการก่อตัวและวิวัฒนาการของดาวเคราะห์น้อยและระบบสุริยะในยุคแรก และเตรียมปฏิบัติภารกิจนำตัวอย่างดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกหมายเลข 2016เอชโอ3 (2016HO3) กลับมายังโลกเป็นครั้งแรก รวมถึงสำรวจดาวหางในแถบดาวเคราะห์น้อยหลักหมายเลข 311พี ซึ่งอยู่ไกลออกไปมากกว่าดาวอังคาร

คาดว่า ยานอวกาศเทียนเวิ่น-2 จะเดินทางถึงดาวเคราะห์น้อยหมายเลข 2016เอชโอ3 ที่อยู่ห่างจากโลกกว่า 10 ล้านไมล์ ในเดือนกรกฎาคมปีหน้า และเมื่อเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยแล้ว จะนำใส่แคปซูลเพื่อเดินทางกลับมายังโลก ในเดือนพฤศจิกายน 2027

มีการคาดการณ์ว่า ยานอวกาศในภารกิจข้างต้นจะเดินทางสำรวจดาวหางในแถบดาวเคราะห์น้อยหลักระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีต่อไป หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจหลัก

Science Update : พบ ‘จุลินทรีย์พันธุ์ใหม่’ บนสถานีอวกาศเทียนกง

Science Update : พบ ‘จุลินทรีย์พันธุ์ใหม่’ บนสถานีอวกาศเทียนกง

Science Update : พบ ‘จุลินทรีย์พันธุ์ใหม่’ บนสถานีอวกาศเทียนกง

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

องค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งประเทศจีนเผยการค้นพบจุลินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ในสถานีอวกาศเทียนกงของจีนเป็นครั้งแรก โดยตั้งชื่อว่า ไนแอลเลีย เทียนกงเอนซิส (Niallia tiangongensis) ซึ่งมีศักยภาพทนทานความเครียดจากการออกซิเดชันในอวกาศ อีกทั้งมีความสามารถโดดเด่นในการก่อตัวของไบโอฟิล์ม (Biofilm) หรือฟิล์มชีวภาพ และการซ่อมแซมความเสียหายจากรังสี ทำให้ปรับตัวได้ดีต่อสภาพแวดล้อมในอวกาศ

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2023 ลูกเรือของยานอวกาศเสินโจว-15 (Shenzhou-15) ได้เก็บตัวอย่างจุลินทรีย์บนพื้นผิวโดยใช้ผ้าที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว และเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิต่ำในวงโคจร การวิเคราะห์ภาคพื้นดินในเวลาต่อมา ค้นพบจุลินทรีย์ ไนแอลเลีย เทียนกงเอนซิส สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งได้รับการยืนยันด้วยวิธีการจากหลายสาขาวิชา อาทิ การวิเคราะห์ทางสัณฐานวิทยา การจัดลำดับจีโนม การศึกษาด้านวิวัฒนาการ และการรวบรวมข้อมูลสารเมตาบอไลต์

รายงานระบุว่า จุลินทรีย์ใช้กลไกทางชีววิทยาเฉพาะตัวเพื่อปรับตัวให้เข้ากับความเครียดจากสภาพแวดล้อมในอวกาศ ซึ่งส่งผลต่อลักษณะการเผาผลาญและสรีรวิทยาของจุลินทรีย์

การค้นพบนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ เนื่องจากกลไกการปรับตัวของ ไนแอลเลีย เทียนกงเอนซิส สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์การควบคุมจุลินทรีย์เป้าหมายได้ โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการดูแลสุขภาพ

Science Update : บริษัทสเปนเปิดตัวระบบนำทางบนดวงจันทร์

Science Update : บริษัทสเปนเปิดตัวระบบนำทางบนดวงจันทร์

Science Update : บริษัทสเปนเปิดตัวระบบนำทางบนดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท จีเอ็มวี (GMV) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของสเปน เปิดตัวระบบนำทางบนดวงจันทร์ โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ ซึ่งตัวระบบจะทำงานในลักษณะเดียวกับแอปพลิเคชันนำทางรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากแบบ กูเกิล แมปส์ (Google Maps)

ระบบนำทางบนดวงจันทร์จะถูกนำไปใช้ในโครงการที่ชื่อว่า “ลูแปง” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการขององค์การอวกาศยุโรป หรือ อีเอสเอ ที่มีเป้าหมายเพื่อทดสอบเทคโนโลยีในการระบุตำแหน่ง นำทาง และการจับเวลารูปแบบใหม่ ในช่วงที่ความสนใจในภารกิจสำรวจดวงจันทร์กลับมาได้รับความนิยมจากหลาย ๆ ประเทศอีกครั้ง

เทคโนโลยีใหม่นี้ถูกนำไปทดสอบภาคสนามบริเวณเกาะฟูเอร์เตเบนตูรา ส่วนหนึ่งของหมู่เกาะคานารีในสเปน ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศแปลกประหลาดกว่าจุดอื่น ๆ บนโลก และมีลักษณะใกล้เคียงกับพื้นผิวของดวงจันทร์มากที่สุด โดยสัญญาณจากดาวเทียมที่โคจรรอบดวงจันทร์ จะส่งสัญญาณคล้ายกับ จีพีเอส (GPS) ที่ช่วยให้ยานสำรวจและนักบินอวกาศสามารถระบุตำแหน่งของตนเองบนดวงจันทร์ได้แบบเรียลไทม์ หรือ ตามเวลาจริง

ทั้งนี้ ก่อนที่จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ การนำทางบนดวงจันทร์ทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากยานสำรวจที่อยู่บนพื้นผิวต้องอาศัยการคำนวณที่ซับซ้อน และรับส่งผ่านข้อมูลจากโลก ทำให้ค่อนข้างช้าและมีความแม่นยำต่ำ ซึ่งหากได้เทคโนโลยีนำทางนี้มาใช้งานก็จะช่วยให้ภารกิจต่าง ๆ บนดวงจันทร์ทำได้ง่ายขึ้น