Science Update : จีนส่งภารกิจ ‘เทียนเวิ่น-2’ สู่ห้วงอวกาศ

Science Update : จีนส่งภารกิจ ‘เทียนเวิ่น-2’ สู่ห้วงอวกาศ

Science Update : จีนส่งภารกิจ ‘เทียนเวิ่น-2’ สู่ห้วงอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จรวดขนส่งลองมาร์ช-3บี ขององค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งชาติของจีน ซึ่งบรรทุกยานอวกาศเทียนเวิ่น-2 ทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศ จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมซีชางในมณฑลเสฉวน ช่วงเช้ามืดวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อศึกษาความเป็นมาของการก่อตัวและวิวัฒนาการของดาวเคราะห์น้อยและระบบสุริยะในยุคแรก และเตรียมปฏิบัติภารกิจนำตัวอย่างดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกหมายเลข 2016เอชโอ3 (2016HO3) กลับมายังโลกเป็นครั้งแรก รวมถึงสำรวจดาวหางในแถบดาวเคราะห์น้อยหลักหมายเลข 311พี ซึ่งอยู่ไกลออกไปมากกว่าดาวอังคาร

คาดว่า ยานอวกาศเทียนเวิ่น-2 จะเดินทางถึงดาวเคราะห์น้อยหมายเลข 2016เอชโอ3 ที่อยู่ห่างจากโลกกว่า 10 ล้านไมล์ ในเดือนกรกฎาคมปีหน้า และเมื่อเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยแล้ว จะนำใส่แคปซูลเพื่อเดินทางกลับมายังโลก ในเดือนพฤศจิกายน 2027

มีการคาดการณ์ว่า ยานอวกาศในภารกิจข้างต้นจะเดินทางสำรวจดาวหางในแถบดาวเคราะห์น้อยหลักระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีต่อไป หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจหลัก

Science Update : พบ ‘จุลินทรีย์พันธุ์ใหม่’ บนสถานีอวกาศเทียนกง

Science Update : พบ ‘จุลินทรีย์พันธุ์ใหม่’ บนสถานีอวกาศเทียนกง

Science Update : พบ ‘จุลินทรีย์พันธุ์ใหม่’ บนสถานีอวกาศเทียนกง

วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

องค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งประเทศจีนเผยการค้นพบจุลินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ในสถานีอวกาศเทียนกงของจีนเป็นครั้งแรก โดยตั้งชื่อว่า ไนแอลเลีย เทียนกงเอนซิส (Niallia tiangongensis) ซึ่งมีศักยภาพทนทานความเครียดจากการออกซิเดชันในอวกาศ อีกทั้งมีความสามารถโดดเด่นในการก่อตัวของไบโอฟิล์ม (Biofilm) หรือฟิล์มชีวภาพ และการซ่อมแซมความเสียหายจากรังสี ทำให้ปรับตัวได้ดีต่อสภาพแวดล้อมในอวกาศ

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2023 ลูกเรือของยานอวกาศเสินโจว-15 (Shenzhou-15) ได้เก็บตัวอย่างจุลินทรีย์บนพื้นผิวโดยใช้ผ้าที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว และเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิต่ำในวงโคจร การวิเคราะห์ภาคพื้นดินในเวลาต่อมา ค้นพบจุลินทรีย์ ไนแอลเลีย เทียนกงเอนซิส สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งได้รับการยืนยันด้วยวิธีการจากหลายสาขาวิชา อาทิ การวิเคราะห์ทางสัณฐานวิทยา การจัดลำดับจีโนม การศึกษาด้านวิวัฒนาการ และการรวบรวมข้อมูลสารเมตาบอไลต์

รายงานระบุว่า จุลินทรีย์ใช้กลไกทางชีววิทยาเฉพาะตัวเพื่อปรับตัวให้เข้ากับความเครียดจากสภาพแวดล้อมในอวกาศ ซึ่งส่งผลต่อลักษณะการเผาผลาญและสรีรวิทยาของจุลินทรีย์

การค้นพบนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ เนื่องจากกลไกการปรับตัวของ ไนแอลเลีย เทียนกงเอนซิส สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์การควบคุมจุลินทรีย์เป้าหมายได้ โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการดูแลสุขภาพ

Science Update : บริษัทสเปนเปิดตัวระบบนำทางบนดวงจันทร์

Science Update : บริษัทสเปนเปิดตัวระบบนำทางบนดวงจันทร์

Science Update : บริษัทสเปนเปิดตัวระบบนำทางบนดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท จีเอ็มวี (GMV) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของสเปน เปิดตัวระบบนำทางบนดวงจันทร์ โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ ซึ่งตัวระบบจะทำงานในลักษณะเดียวกับแอปพลิเคชันนำทางรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากแบบ กูเกิล แมปส์ (Google Maps)

ระบบนำทางบนดวงจันทร์จะถูกนำไปใช้ในโครงการที่ชื่อว่า “ลูแปง” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการขององค์การอวกาศยุโรป หรือ อีเอสเอ ที่มีเป้าหมายเพื่อทดสอบเทคโนโลยีในการระบุตำแหน่ง นำทาง และการจับเวลารูปแบบใหม่ ในช่วงที่ความสนใจในภารกิจสำรวจดวงจันทร์กลับมาได้รับความนิยมจากหลาย ๆ ประเทศอีกครั้ง

เทคโนโลยีใหม่นี้ถูกนำไปทดสอบภาคสนามบริเวณเกาะฟูเอร์เตเบนตูรา ส่วนหนึ่งของหมู่เกาะคานารีในสเปน ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศแปลกประหลาดกว่าจุดอื่น ๆ บนโลก และมีลักษณะใกล้เคียงกับพื้นผิวของดวงจันทร์มากที่สุด โดยสัญญาณจากดาวเทียมที่โคจรรอบดวงจันทร์ จะส่งสัญญาณคล้ายกับ จีพีเอส (GPS) ที่ช่วยให้ยานสำรวจและนักบินอวกาศสามารถระบุตำแหน่งของตนเองบนดวงจันทร์ได้แบบเรียลไทม์ หรือ ตามเวลาจริง

ทั้งนี้ ก่อนที่จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ การนำทางบนดวงจันทร์ทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากยานสำรวจที่อยู่บนพื้นผิวต้องอาศัยการคำนวณที่ซับซ้อน และรับส่งผ่านข้อมูลจากโลก ทำให้ค่อนข้างช้าและมีความแม่นยำต่ำ ซึ่งหากได้เทคโนโลยีนำทางนี้มาใช้งานก็จะช่วยให้ภารกิจต่าง ๆ บนดวงจันทร์ทำได้ง่ายขึ้น

Science Update : โบอิงและนาซา ระงับโครงการ ‘เครื่องบินสาธิตการบินยั่งยืน’

Science Update : โบอิงและนาซา ระงับโครงการ ‘เครื่องบินสาธิตการบินยั่งยืน’

Science Update : โบอิงและนาซา ระงับโครงการ ‘เครื่องบินสาธิตการบินยั่งยืน’

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โบอิง (Boeing) และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) ประกาศว่าจะระงับการดำเนินงานของ “เอ็กซ์-66เอ” (X-66A) เครื่องบินต้นแบบในโครงการเครื่องบินสาธิตการบินอย่างยั่งยืนเป็นการชั่วคราว

โบอิงและนาซาระบุร่วมกันว่า โบอิงจะยังคงศึกษานวัตกรรมปีกบาง (thin-wing technology) ต่อไป แต่โครงการเครื่องบินโดยรวมจะถูกระงับไว้ก่อน

โครงการดังกล่าวเริ่มต้นในปี 2023 เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามครั้งใหญ่ที่นำโดยนาซา โดยมุ่งเป้าวิจัยการออกแบบเครื่องบินที่ประหยัดเชื้อเพลิงและยั่งยืน ตั้งแต่การทดสอบอุโมงค์ลม การสร้างแบบจำลองพลศาสตร์ของไหล ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนการออกแบบโครงสร้าง

ช่วงเริ่มต้นโครงการ นาซาได้ให้คำมั่นว่าจะลงทุนเงิน 425 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.42 หมื่นล้านบาท) ในการพัฒนาเครื่องบินต้นแบบ ขณะที่ฝั่งโบอิงและพันธมิตรในอุตสาหกรรมให้คำมั่นว่าจะลงทุน 725 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.43 หมื่นล้านบาท) โดยเดิมทีกำหนดให้มีการทดสอบบินเครื่องต้นแบบในปี 2028 และ 2029

โบอิงกล่าวในแถลงการณ์ว่า บริษัทได้เรียนรู้มากมายจากการร่วมมือกับนาซาในโครงการเอ็กซ์-66 (X-66) (ชื่อโครงการเครื่องบินสาธิตการบินอย่างยั่งยืน) ตลอดช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลต่อการออกแบบเครื่องบินในอนาคต และก้าวต่อไปโบอิงจะมุ่งเน้นไปที่การออกแบบปีกบางซึ่งเป็นจุดเด่นที่มีแนวโน้มที่ดี

ทั้งนี้ โบอิงจะย้ายวิศวกรจากโครงการเครื่องบินต้นแบบเอ็กซ์-66A ไปทำงานในสายการผลิตเครื่องบินพาณิชย์ของบริษัท โดยเฉพาะโรงงานผลิตเครื่องบินรุ่น777เอ็กซ์ (777X) และ 737 แม็กซ์ (737 MAX)

Science Update : เสินโจว-19 นำตัวอย่างวัตถุอวกาศกลับโลก

Science Update : เสินโจว-19 นำตัวอย่างวัตถุอวกาศกลับโลก

Science Update : เสินโจว-19 นำตัวอย่างวัตถุอวกาศกลับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

            นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ของจีน เปิดเผยว่า การศึกษาตัวอย่างวัตถุจากอวกาศที่นักบินอวกาศ เสินโจว-19 (Shenzhou-19) นำกลับมา จะให้การสนับสนุนทางเทคนิคสำหรับการผลิตวัสดุใหม่บนโลกและกิจกรรมในอวกาศของมนุษย์ในอนาคต โดยนักบินอวกาศยานเสินโจว-19 นำเอาตัวอย่างวัตถุ 22 ชนิดที่แยกเป็น 4 ประเภทกลับมายังพื้นโลก ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้จะถูกขนส่งไปยังกรุงปักกิ่งพร้อมกับแคปซูลส่งกลับของยานอวกาศเสินโจว-19

            ตัวอย่างวัตถุดังกล่าว ได้แก่ โลหะผสมทังสเตนเอนโทรปีสูง, เหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูง, วัสดุเสริมดินบนดวงจันทร์ และวัสดุหล่อลื่นคอมโพสิตเจล

            ศูนย์เทคโนโลยีและวิศวกรรมการใช้งานอวกาศภายใต้สถาบันวิทยาศาสตร์จีน แถลงว่า การศึกษาตัวอย่างการทดลองเหล่านี้ จะส่งเสริมการผลิตและการประยุกต์ใช้วัสดุสำคัญ รวมถึงวัสดุสำหรับใบพัดกังหันเครื่องยนต์อากาศยานรุ่นต่อไปและส่วนประกอบนาโนอิเล็กทรอนิกส์

            ทั้งนี้ ภารกิจเสินโจว-19 ได้สร้างตัวอย่างมากกว่า 102 ตัวอย่างจาก 13 ประเภท ซึ่งถูกส่งกลับมายังโลกเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์อย่างละเอียด คาดว่าการศึกษาเหล่านี้ จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ในการวิจัยพื้นฐาน, วัสดุใหม่, ผลกระทบจากรังสีในอวกาศ และกลไกทางชีวภาพที่ไร้แม่เหล็ก

Science Update : 35 ปีกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

Science Update : 35 ปีกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

Science Update : 35 ปีกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    องค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐฯ หรือนาซา ฉลองครบรอบ 35 ปีของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ ‘ฮับเบิล’ ด้วยการเผยแพร่ภาพใหม่ 4 ภาพที่ได้บันทึกสิ่งมหัศจรรย์บนท้องฟ้า ตั้งแต่ดาวอังคาร เนบิวลา (กลุ่มเมฆฝุ่นและก๊าซขนาดยักษ์ในอวกาศ) ดาวเคราะห์ที่สว่างไสว, เนบิวลาโรเซตต์ที่กำลังเกิดดาวฤกษ์ และกาแล็กซีชนิดก้นหอย NGC 5335

    กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลยังคงทำงานควบคู่กับกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (JWST) เพื่อมอบการสังเกตการณ์ที่เสริมซึ่งกันและกัน ช่วยเพิ่มความเข้าใจของเราเกี่ยวกับจักรวาล แม้ว่าความสามารถอินฟราเรดของเวบบ์ จะช่วยให้กล้องโทรทรรศน์สามารถมองลึกลงไปในประวัติศาสตร์ของจักรวาลได้ แต่การสังเกตการณ์ด้วยแสงอัลตราไวโอเลตและแสงที่มองเห็นได้ของกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล ยังให้มุมมองโดยละเอียดของกาแล็กซีที่อยู่ใกล้กว่าและบริเวณที่เกิดดาวฤกษ์ ความร่วมมือนี้ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาวิวัฒนาการของกาแล็กซีและปรากฏการณ์จักรวาลตามกาลเวลาได้

    เฉพาะกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล มีผลงานการสังเกตการณ์เกือบ 1.7 ล้านครั้งและเอกสารทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 22,000 ฉบับ อิทธิพลของกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลต่อดาราศาสตร์จึงมีความล้ำลึกมาก โดยหอสังเกตการณ์โลกที่สามารถอยู่อาศัยได้ ซึ่งเป็นโครงการต่อจากกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลมีเป้าหมายที่จะสืบสานมรดกนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่การระบุดาวเคราะห์ที่อาจอยู่อาศัยได้ ซึ่งเป็นแนวคิดสำหรับภารกิจที่จะค้นหาและกำหนดลักษณะของดาวเคราะห์ที่อยู่อาศัยได้ นอกระบบสุริยะของเรา

Science Update : อาจมีสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์อันไกลโพ้น

Science Update : อาจมีสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์อันไกลโพ้น

Science Update : อาจมีสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์อันไกลโพ้น

วันอาทิตย์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ใช้กล้องโทรทรรศน์ เจมส์ เว็บบ์ ขององค์การบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา ซึ่งเป็นกล้องที่ทรงพลังที่สุดในขณะนี้มองแสงที่ลอดผ่านชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ K2-18b ซึ่งอยู่ห่างจากโลกถึง 124 ล้านปีแสง มีขนาดใหญ่กว่าโลกเราประมาณ 2 เท่าครึ่ง และโคจรรอบดาวฤกษ์ดวงเล็กสีแดง ๆ พบสารเคมีอย่างน้อย 2 อย่างที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต คือ ไดเมทิลซัลไฟด์ (DMS) และ ไดเมทิลไดซัลไฟด์ (DMDS)
ซึ่งเป็นแก๊สที่ผลิตขึ้นโดยแพลงก์ตอนพืชและแบคทีเรียในทะเล และพบว่ามีปริมาณสูงกว่าค่าที่เราเจอบนโลกหลายพันเท่า ถือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดที่เคยมีมา ว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตนอกระบบสุริยะ

ศาสตราจารย์ นิกกุ มาดูซูดาน ผู้นำการวิจัย บอกว่า หากเรายืนยันว่า มีสิ่งมีชีวิตบนดาว K2-18b จริง ก็จะเป็นการยืนยันได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ทั่วไป และเป็นปกติของกาแลกซี่ อย่างไรก็ดี การค้นพบครั้งนี้แม่นยำราว 99.7% หรือในระดับ 3 ซิกมาตามมาตรฐานการวัดทางวิทยาศาสตร์ แม้ว่าเหมือนจะมาก แต่ยังไม่มากพอในการโน้มน้าวให้ชุมชนวิทยาศาสตร์เชื่อมั่นได้ เพราะการจะประกาศว่าค้นพบอย่างเป็นทางการ จะต้องแม่นยำถึงระดับ 99.99999% หรือระดับ 5 ซิกมา 

ขณะที่นักดาราศาสตร์หลายคนเตือนว่า แม้จะพบแก๊สแบบนี้ก็ไม่ได้แปลว่าเกิดจากสิ่งมีชีวิตเสมอไป เพราะในจักรวาลอาจมีวิธีแปลก ๆ ที่ทำให้แก๊สนี้เกิดขึ้น สอดคล้องกับที่ทีมวิจัยย้ำว่า

Science Update : โมเดล AI ช่วยรักษา ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’

Science Update : โมเดล AI ช่วยรักษา ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’

Science Update : โมเดล AI ช่วยรักษา ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเซาธ์ไชน่าในมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน เปิดเผยว่า คณะนักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการลดการผ่าตัดอันไม่จำเป็นในผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หลังจากมีการผ่าตัดชิ้นเนื้อเฉพาะที่

ทีมวิจัยได้พัฒนาและตรวจสอบโมเดลการคาดการณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อประเมินความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ซ้ำหลังจากทำการผ่าตัดเฉพาะที่ โดยใช้ภาพพยาธิวิทยาของเนื้อเยื่อมะเร็งลำไส้ตรงระยะที1 (T1) ที่ตัดออกด้วยวิธีส่องกล้องทางเดินอาหารหรือการผ่าตัดผ่านรูทวารหนัก

โดยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดอันดับ 3 ของโลก คิดเป็นราวร้อยละ 10 ของผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งหมด ผู้ป่วยระยะเริ่มต้นมักได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเฉพาะที่ ทว่าผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูงบางรายต้องได้รับการผ่าตัดเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการเกิดเนื้องอกซ้ำ ซึ่งเพิ่มภาระทางร่างกายและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฯ และโรงพยาบาลประชาชนมณฑลกว่างตงได้พัฒนาโมเดลเครือข่ายประสาทเทียม (Artificial Neural Network) เพื่อประเมินความเสี่ยงของการกลับมาเกิดเนื้องอกซ้ำในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ตรงระยะที1 ซึ่งสามารถช่วยแพทย์และผู้ป่วยตัดสินใจวางแผนการรักษาหลังการผ่าตัดได้แม่นยำยิ่งขึ้น

โมเดลการคาดการณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์นี้ช่วยลดการผ่าตัดเพิ่มเติมที่ไม่จำเป็นลงราวร้อยละ 34.9 ในผู้ป่วยทั้งหมด เมื่อเทียบกับแนวทางการรักษาในปัจจุบันของสหรัฐฯ ซึ่งช่วยให้แพทย์ตัดสินใจได้ดีขึ้น รวมถึงสะท้อนประสิทธิภาพอันโดดเด่นและศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ภาพจุลพยาธิวิทยาในการทำนายอาการของเนื้องอก

Science Update : ‘บทเพลงดวงดาว’ ห่างออกไป 2,700 ปีแสง ช่วยไขวิวัฒนาการทางช้างเผือก

Science Update : ‘บทเพลงดวงดาว’ ห่างออกไป 2,700 ปีแสง ช่วยไขวิวัฒนาการทางช้างเผือก

Science Update : ‘บทเพลงดวงดาว’ ห่างออกไป 2,700 ปีแสง ช่วยไขวิวัฒนาการทางช้างเผือก

วันอาทิตย์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การศึกษาใหม่ของออสเตรเลียที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ เมื่อวันพุธที่ 2 เม.ย. เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ เกี่ยวกับวิวัฒนาการของดวงดาวด้วยการวิเคราะห์เสียงของดวงดาวในกระจุกดาวที่อยู่ห่างออกไป 2,700 ปีแสง และพัฒนาวิธีการกำหนดอายุและมวลของดาวฤกษ์อย่างแม่นยำผ่านการศึกษาการเปลี่ยนช่วงคลื่นเสียง (Oscillation Frequency) ของดาวเหล่านี้ โดยใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศภารกิจเคปเลอร์เค2 (Kepler K2)

เดนนิส สเตลโล ผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชาฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ระบุว่าดาวฤกษ์จะส่งเสียงที่ย่านความถี่เฉพาะเช่นเดียวกับเครื่องดนตรี ขึ้นอยู่กับโครงสร้างภายในของมัน และเป็นครั้งแรกที่เราศึกษาลำดับวิวัฒนาการที่กินเวลานานมากเช่นนี้

ดาวขนาดใหญ่ที่สุดจะมีเสียงทุ้มที่สุด ส่วนดาวขนาดเล็กจะมีเสียงแหลมสูงและไม่มีดาวดวงใดที่เล่นโน้ตเดียวพร้อมกันได้ กระบวนการนี้เปรียบเสมือนการฟังวงออร์เคสตราและระบุเครื่องดนตรีโดยฟังจากเสียงของเครื่องดนตรีชนิดนั้นๆ

การศึกษาครั้งนี้ได้ตรวจสอบดาวฤกษ์จำนวน 27 ดวง จากกระจุกดาวเอ็ม67 (M67) ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อ 4,000 ล้านปีก่อน แม้ว่ากระจุกดาวเอ็ม67 จะมีองค์ประกอบทางเคมีคล้ายคลึงกัน แต่มวลที่มีความหลากหลายทำให้เหมาะต่อการศึกษาวิวัฒนาการแบบเรียลไทม์

นักวิจัยกล่าวว่า เนื่องจากกระจุกดาวเอ็ม67 มีความคล้ายคลึงกับดวงอาทิตย์ การวิจัยครั้งนี้จึงให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับอดีตของดวงอาทิตย์และการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นดาวฤกษ์ยักษ์แดงในขั้นสุดท้าย การค้นพบเหล่านี้เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงและชี้ให้เห็นถึงแนวทางใหม่ในการวิเคราะห์ข้อมูลดาราศาสตร์ที่มีอยู่

Science Update : ‘แสงออโรรา’ บนดาวเนปจูน

Science Update : ‘แสงออโรรา’ บนดาวเนปจูน

Science Update : ‘แสงออโรรา’ บนดาวเนปจูน

วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อวันพุธที่ 26 มี.ค. องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา (NASA) เปิดเผยว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb) สามารถบันทึกภาพการเกิดแสงออโรราบนดาวเนปจูนได้เป็นครั้งแรก โดยเครื่องมือวัดสเปกตรัมอินฟราเรดช่วงใกล้ (Near-Infrared Spectrograph) ของเจมส์ เวบบ์ สามารถบันทึกภาพดังกล่าวเมื่อเดือนมิถุนายน 2023

คณะนักดาราศาสตร์ค้นพบเส้นสเปกตรัมอันโดดเด่นอย่างยิ่ง ซึ่งบ่งชี้การมีอยู่ของไตรไฮโดรเจนแคตไอออน (H3+) ที่เกิดขึ้นได้ในแสงออโรรา โดยแสงออโรราบนดาวเนปจูนจากรูปภาพของเจมส์ เวบบ์ มีลักษณะเป็นรอยเปื้อนและโทนสีเขียวอมฟ้า ขณะเดียวกัน ได้รับข้อมูลสเปกตรัมสำหรับตรวจสอบลักษณะองค์ประกอบและตรวจวัด
อุณหภูมิของบรรยากาศชั้นบนของดาวด้วย

สำหรับแสงออโรรา เกิดขึ้นเมื่ออนุภาคพลังงานสูง ซึ่งมักมีต้นกำเนิดจากดวงอาทิตย์ ถูกสนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์กักไว้และพุ่งขึ้นสู่บรรยากาศชั้นบน โดยการชนกันของอนุภาคเหล่านี้จะปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของแสงเรืองรองเฉพาะตัว

ก่อนหน้านี้ คณะนักดาราศาสตร์เคยพบร่องรอยแสงออโรราบนดาวเนปจูน แต่ไม่มีการบันทึกภาพยืนยันอย่างชัดเจน แม้สามารถตรวจพบแสงออโรราบนดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และดาวยูเรนัส