Science Update : อะตอมเกือบครึ่งในตัวเรามาจากต่างกาแล็กซี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284577

Science Update : อะตอมเกือบครึ่งในตัวเรามาจากต่างกาแล็กซี

Science Update : อะตอมเกือบครึ่งในตัวเรามาจากต่างกาแล็กซี

วันอาทิตย์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นในสหรัฐ สร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์ซึ่งแสดงให้เห็นได้ว่า สสารถึงเกือบครึ่งที่ประกอบกันขึ้นเป็นกาแล็กซีทางช้างเผือก โลก สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ และร่างกายของคนเรา ล้วนมาจากกาแล็กซีอื่นที่อยู่ใกล้เคียงและมีขนาดเล็กกว่า โดยการระเบิดของดาวฤกษ์หรือซูเปอร์โนวาครั้งใหญ่ พัดพาอะตอมหลายล้านล้านตันข้ามอวกาศมายังกาแล็กซีทางช้างเผือกของเราในรูปของกลุ่มเมฆ ที่ถูกลมระหว่างกาแล็กซีพัดพามาด้วยความเร็วหลายร้อยกิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งอาจกินระยะทางถึงหนึ่งล้านปีแสงกว่าจะมาถึงกาแล็กซีปลายทาง ทั้งนี้ อะตอมของธาตุอย่างไฮโดรเจนและฮีเลียมที่มาจากนอกกาแล็กซีทางช้างเผือก เป็นส่วนประกอบสำคัญราวครึ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดดาวฤกษ์ดวงใหม่ๆ ขึ้นภายในกาแล็กซี ส่วนอะตอมของธาตุที่หนักกว่าจะก่อตัวเป็นดาวหาง ดาวเคราะห์น้อย ดาวเคราะห์ต่างๆ รวมทั้งโลกและบรรดาสิ่งมีชีวิตในสัดส่วนเดียวกัน

Science Update : ฟาร์มพลังลมลอยน้ำใหญ่ที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283286

Science Update : ฟาร์มพลังลมลอยน้ำใหญ่ที่สุดในโลก

Science Update : ฟาร์มพลังลมลอยน้ำใหญ่ที่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัทสตาตอยล์ ของนอร์เวย์ เปิดตัวฟาร์มผลิตไฟฟ้าพลังงานลมแห่งใหม่ ที่นอกชายฝั่งเมืองปีเตอร์เฮด มณฑลอาเบอร์ดีนเชียร์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสกอตแลนด์ เป็นฟาร์มผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมลอยน้ำที่ดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ฟาร์มดังกล่าวมีชื่อว่า “ไฮวินด์” (Hywind) กำลังเดินเครื่องในระยะทดลองเพื่อผลิตไฟฟ้าให้ประชากรราว 20,000 ครัวเรือนในบริเวณใกล้เคียง แม้ในขณะนี้ค่าใช้จ่ายในการผลิตใบพัดกังหันลมที่มีความทันสมัยดังกล่าวจะยังมีราคาสูง แต่

ผู้บริหารฟาร์มไฮวินด์เชื่อว่าเทคโนโลยีในส่วนนี้จะมีราคาถูกลงในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนและค่าไฟฟ้าจากพลังลมลดลงตามไปด้วย เช่นเดียวกับที่กังหันลมผลิตไฟฟ้าแบบเดิมได้เคยทำสำเร็จมาแล้ว ทั้งนี้ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่ง กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก รวมถึงในสหรัฐและญี่ปุ่น

Science Update : แนวปะการังญี่ปุ่นฟอกขาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282107

Science Update : แนวปะการังญี่ปุ่นฟอกขาว

Science Update : แนวปะการังญี่ปุ่นฟอกขาว

วันอาทิตย์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
คณะนักวิจัยญี่ปุ่นสำรวจแนวปะการังนอกชายฝั่งเกาะสึชิมะ ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 1,000 กิโลเมตร เป็นแนวปะการังที่อยู่เหนือสุดของโลกพบว่า เกิดปรากฏการณ์ฟอกขาวราวร้อยละ 30 เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน แนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์จะเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำและช่วยปกป้องชายฝั่งจากอันตรายของพายุ หากอุณหภูมิของน้ำทะเลสูงขึ้น สาหร่ายจะหนีออกจากเนื้อเยื่อของปะการังทำให้ปะการังเหลือแต่โครงสร้างหินปูนสีขาว ได้รับสารอาหารน้อยลงจนกระทั่งตายและแนวปะการังผุพัง นอกจากนี้คณะนักวิจัยยังพบว่า ฤดูร้อนที่แล้วเกิดปรากฏการณ์ฟอกขาวเป็นวงกว้างกับแนวปะการังในหมู่เกาะโอกินาวา นับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา แนวปะการังเขตร้อนทุกแห่งล้วนประสบปัญหาน้ำทะเลสูงกว่าอุณหภูมิปกติ และเมื่อต้นปีนี้แนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟของออสเตรเลียเกิดปรากฏการณ์การฟอกขาวเป็นปีที่สองติดต่อกัน รวมถึงแนวปะการังในดินแดนอเมริกันซามัวของสหรัฐในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้

Science Update : โลกร้อนทำเครื่องบินขึ้นบินไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280856

Science Update : โลกร้อนทำเครื่องบินขึ้นบินไม่ได้

Science Update : โลกร้อนทำเครื่องบินขึ้นบินไม่ได้

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ผลการศึกษาของนักวิจัยอเมริกัน ที่ได้รับการตีพิมพ์ผ่านวารสารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พบว่า ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อนอาจส่งผลให้ 1 ใน 3 ของจำนวนเครื่องบินทั่วโลกไม่สามารถขึ้นบินได้ในช่วงวันที่มีอากาศร้อนได้ในทศวรรษข้างหน้า อุณหภูมิประจำวันสูงสุดตามสนามบินในแต่ละปีอาจจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 4-8 องศาเซลเซียส ภายในปี 2623 ส่งผลให้มีเที่ยวบินต้องล่าช้าหรือถึงขั้นต้องยกเลิกการให้บริการเพิ่มขึ้น อีกทั้งเครื่องบินอาจต้องลดน้ำหนักจากการบรรทุกผู้โดยสารและสิ่งของบนเครื่องลงร้อยละ 10-30 เพื่อให้สามารถทำการบินได้ในช่วงอากาศร้อนที่สุดระหว่างวันได้อย่างปลอดภัย เพราะสภาพอากาศร้อนส่งผลให้ปีกเครื่องบินแบกรับน้ำหนักได้น้อยลง ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบด้านผลกำไรและต้นทุนของอุตสาหกรรมการบินทั้งระบบ รวมถึงอาจจะกระทบไปถึงภาคส่วนอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจด้วย

Science Update : อุกกาบาตถล่มโลกช่วยกบวิวัฒนาการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279660

Science Update : อุกกาบาตถล่มโลกช่วยกบวิวัฒนาการ

Science Update : อุกกาบาตถล่มโลกช่วยกบวิวัฒนาการ

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
คณะวิจัยร่วมระหว่างจีนและสหรัฐ เผยแพร่รายละเอียดการค้นคว้าวิจัยในวารสารวิชาการ PNAS ซึ่งพบว่า ความหลากหลายของกบนานาชนิด ที่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบว่ามีอยู่ทั่วโลกกว่า 6,700 ชนิดพันธุ์ เป็นผลมาจากเหตุการณ์อุกกาบาตยักษ์ถล่มโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อน ซึ่งล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์จนหมดสิ้นไป แต่กลับช่วยให้กบมีวิวัฒนาการแยกออกเป็นหลายชนิดพันธุ์ รวมทั้ง
เพิ่มจำนวนประชากรแพร่ขยายออกไปในระบบนิเวศน์ทั่วทุกมุมโลก ผลการวิจัยยังชี้ชัดว่า บรรพบุรุษของกบที่มีอยู่ก่อนเหตุการณ์อุกกาบาตยักษ์พุ่งชนโลกนั้น ไม่สามารถปรับตัวเข้าอยู่อาศัยตามต้นไม้ได้ดีเท่ากบชนิดพันธุ์ใหม่จำนวนมากที่มีวิวัฒนาการเกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งกบเหล่านี้คือกบส่วนใหญ่ที่เราพบได้ในปัจจุบันนั่นเอง

Science Update : ภูเขาไฟระเบิดช่วยไดโนเสาร์ครองโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278421

Science Update : ภูเขาไฟระเบิดช่วยไดโนเสาร์ครองโลก

Science Update : ภูเขาไฟระเบิดช่วยไดโนเสาร์ครองโลก

วันอาทิตย์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดเผยผลการศึกษาล่าสุด ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ PNAS พบปรอทปริมาณมากในชั้นหินภูเขาไฟเก่าแก่อายุ 200 ล้านปี จาก 4 ทวีปทั่วโลก ซึ่งชี้ว่าโลกยุคดังกล่าวเกิดการปะทุของภูเขาไฟขึ้นหลายครั้งในสถานที่หลายแห่งติดต่อกันเป็นเวลานานราว 1 ล้านปีในยุคนั้น ก่อให้เกิดเงื่อนไขที่ปูทางไปสู่ยุคไดโนเสาร์ครองโลกในที่สุด เนื่องจากไดโนเสาร์ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาได้ไม่นานในขณะนั้น สามารถใช้ประโยชน์จากสภาพของระบบนิเวศน์หลังภูเขาไฟระเบิด รวมทั้งทรัพยากรที่หลงเหลืออยู่เนื่องจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสัตว์โบราณชนิดอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่ง รวมถึงสิ่งมีชีวิตจำพวกบรรพบุรุษของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์โบราณที่ดูคล้ายจระเข้ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีลักษณะคล้ายสัตว์เลื้อยคลาน อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบว่า ไดโนเสาร์สามารถเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์รุนแรงยุคดังกล่าวมาได้อย่างไร

Science Update :ฮอว์กิงเสนอให้มนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/277235

Science Update :ฮอว์กิงเสนอให้มนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง

Science Update :ฮอว์กิงเสนอให้มนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ศาสตราจารย์สตีเฟน ฮอว์กิง นักฟิสิกส์อัจฉริยะชื่อดัง เรียกร้องให้บรรดาประเทศที่มีเทคโนโลยีชั้นนำ ส่งมนุษย์อวกาศไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง ภายในปี 2020 เพื่อเร่งยกระดับความสามารถของมนุษยชาติในการออกไปตั้งอาณานิคมยังดวงดาวอื่นๆ ให้ได้โดยเร็ว พร้อมแนะว่า ชาติมหาอำนาจด้านอวกาศควรเร่งตั้งฐานบนดวงจันทร์ให้ได้ภายในเวลา 30 ปีนับจากนี้ และควรส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารให้ได้ภายในปี 2025 นักฟิสิกส์อัจฉริยะอธิบายว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเป็นกุศโลบายให้นานาประเทศร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศ เพื่อให้มนุษยชาติสามารถอพยพไปตั้งถิ่นฐานยังส่วนอื่นๆ ของจักรวาลได้โดยเร็ว ก่อนที่โลกจะไม่สามารถเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้ในอีกไม่กี่ร้อยปีข้างหน้า

Science Update : ไอติมน้ำเน่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275979

Science Update : ไอติมน้ำเน่า

Science Update : ไอติมน้ำเน่า

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
นึกถึงไอติมเด็กๆ รวมถึงผู้ใหญ่ต่างก็ชื่นชอบ ยิ่งหน้าร้อนได้ไอติมเย็นๆ จะช่วยดับคลายร้อนได้มากทีเดียว แต่ที่ไต้หวันมีไอติมที่ทำจากน้ำเน่า เป็นผลงานนักศึกษาไต้หวันกลุ่มหนึ่ง รวมตัวกันสร้างสรรค์โปรเจกท์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการเก็บรวบรวมน้ำจากแหล่งต่างๆ ราว 100 แห่งทั่วไต้หวัน และเปลี่ยนให้เป็นไอติม เพื่อสร้างความตระหนักและรับรู้ในมลภาวะทางน้ำที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เรียกโปรเจกท์นี้ว่า “Polluted Water Popsicles” น้ำที่พวกเด็กเหล่านี้ได้รวบรวมนั้นเต็มไปด้วยขยะ ไม่ว่าจะเป็น พลาสติก แมลง ตะกอนเน่าเหม็น ที่ทำให้น้ำเน่าเสีย เมื่อนำมาทำเป็นไอติมก็เห็นเศษขยะเหล่านี้ได้ชัดเจนมากขึ้น ที่สำคัญคือทำให้ผู้คนได้ตระหนักว่าในแม่น้ำที่อยู่รอบๆ ตัวนั้นเต็มไปด้วยมลภาวะ

Science Update : นไทยจับมือ 3 ชาติเอเชียลดขยะพลาสติกในมหาสมุทร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274724

Science Update : นไทยจับมือ 3 ชาติเอเชียลดขยะพลาสติกในมหาสมุทร

Science Update : นไทยจับมือ 3 ชาติเอเชียลดขยะพลาสติกในมหาสมุทร

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ผู้แทนจากประเทศจีน ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ กล่าวระหว่างการประชุมสหประชาชาติเรื่องมหาสมุทร ซึ่งอยู่ในกรอบของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ว่าจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการทิ้งขยะพลาสติกในทะเล อย่างไรก็ตาม คำสัญญาบางส่วนจากการประชุมที่นครนิวยอร์ก ยังไม่ได้ถูกบันทึกเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการ ทำให้นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมวิจารณ์ว่า มาตรการที่เสนอนั้น ไม่มีกรอบเวลาการปฏิบัติที่เร่งด่วนพอที่จะให้เกิดผลอย่างรวดเร็ว สหประชาชาติประเมินว่า แต่ละปี มีพลาสติกประมาณ 5-13 ล้านตัน ถูกพัดออกสู่มหาสมุทร และมีเศษพลาสติกจำนวนมากที่ปะปนเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารของนกและสัตว์น้ำ รวมถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใต้ท้องทะเล ผลสำรวจชี้ว่า พลาสติกที่อยู่ในมหาสมทุรส่วนมากมีที่มาห่างไกลทะเล โดยเฉพาะจากประเทศที่เศรษฐกิจกำลังพัฒนาไปรวดเร็วกว่าความสามารถด้านการบริหารจัดการขยะ

Science Update : นาซ่าเตรียมบุกดวงอาทิตย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273502

Science Update : นาซ่าเตรียมบุกดวงอาทิตย์

Science Update : นาซ่าเตรียมบุกดวงอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือนาซ่า ได้เปลี่ยนชื่อยานสำรวจดวงอาทิตย์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ ยูจีน ปาร์กเกอร์ นักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกงานวิจัยด้านลมสุริยะ ซึ่งจะมีอายุครบ 90 ปีในปีนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่นาซ่าตั้งชื่อยานอวกาศเพื่อเป็นเกียรติแก่นักวิจัยที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ก่อนเตรียมภารกิจส่งยานอวกาศเข้าใกล้พื้นผิวดวงอาทิตย์ ในระยะ 4 ล้านไมล์ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 2,500 องศาเซลเซียส โดยยานจะต้องใช้ฉนวนกันความร้อนที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ มีกำหนดจะปล่อยยานจากศูนย์อวกาศเคนเนดี้ ในรัฐฟลอริดา โดยใช้จรวดเดลต้า 4 ในปีหน้า ยานอวกาศจะเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศบางส่วนของดวงอาทิตย์และจะเข้าใกล้พื้นผิวมากที่สุดเท่าที่เคยมีวัตถุซึ่งประกอบขึ้นโดยฝีมือมนุษย์เคยสำรวจมา เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนบนของชั้นบรรยากาศดวงอาทิตย์ที่เรียกว่าโคโรนา ซึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มีความรู้มากขึ้นถึงที่มาและพัฒนาการของลมสุริยะ