Science Update : อุกกาบาตถล่มโลกช่วยกบวิวัฒนาการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279660

Science Update : อุกกาบาตถล่มโลกช่วยกบวิวัฒนาการ

Science Update : อุกกาบาตถล่มโลกช่วยกบวิวัฒนาการ

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
คณะวิจัยร่วมระหว่างจีนและสหรัฐ เผยแพร่รายละเอียดการค้นคว้าวิจัยในวารสารวิชาการ PNAS ซึ่งพบว่า ความหลากหลายของกบนานาชนิด ที่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบว่ามีอยู่ทั่วโลกกว่า 6,700 ชนิดพันธุ์ เป็นผลมาจากเหตุการณ์อุกกาบาตยักษ์ถล่มโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อน ซึ่งล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์จนหมดสิ้นไป แต่กลับช่วยให้กบมีวิวัฒนาการแยกออกเป็นหลายชนิดพันธุ์ รวมทั้ง
เพิ่มจำนวนประชากรแพร่ขยายออกไปในระบบนิเวศน์ทั่วทุกมุมโลก ผลการวิจัยยังชี้ชัดว่า บรรพบุรุษของกบที่มีอยู่ก่อนเหตุการณ์อุกกาบาตยักษ์พุ่งชนโลกนั้น ไม่สามารถปรับตัวเข้าอยู่อาศัยตามต้นไม้ได้ดีเท่ากบชนิดพันธุ์ใหม่จำนวนมากที่มีวิวัฒนาการเกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งกบเหล่านี้คือกบส่วนใหญ่ที่เราพบได้ในปัจจุบันนั่นเอง

Science Update : ภูเขาไฟระเบิดช่วยไดโนเสาร์ครองโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278421

Science Update : ภูเขาไฟระเบิดช่วยไดโนเสาร์ครองโลก

Science Update : ภูเขาไฟระเบิดช่วยไดโนเสาร์ครองโลก

วันอาทิตย์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดเผยผลการศึกษาล่าสุด ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ PNAS พบปรอทปริมาณมากในชั้นหินภูเขาไฟเก่าแก่อายุ 200 ล้านปี จาก 4 ทวีปทั่วโลก ซึ่งชี้ว่าโลกยุคดังกล่าวเกิดการปะทุของภูเขาไฟขึ้นหลายครั้งในสถานที่หลายแห่งติดต่อกันเป็นเวลานานราว 1 ล้านปีในยุคนั้น ก่อให้เกิดเงื่อนไขที่ปูทางไปสู่ยุคไดโนเสาร์ครองโลกในที่สุด เนื่องจากไดโนเสาร์ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาได้ไม่นานในขณะนั้น สามารถใช้ประโยชน์จากสภาพของระบบนิเวศน์หลังภูเขาไฟระเบิด รวมทั้งทรัพยากรที่หลงเหลืออยู่เนื่องจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสัตว์โบราณชนิดอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่ง รวมถึงสิ่งมีชีวิตจำพวกบรรพบุรุษของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์โบราณที่ดูคล้ายจระเข้ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีลักษณะคล้ายสัตว์เลื้อยคลาน อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบว่า ไดโนเสาร์สามารถเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์รุนแรงยุคดังกล่าวมาได้อย่างไร

Science Update :ฮอว์กิงเสนอให้มนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/277235

Science Update :ฮอว์กิงเสนอให้มนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง

Science Update :ฮอว์กิงเสนอให้มนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ศาสตราจารย์สตีเฟน ฮอว์กิง นักฟิสิกส์อัจฉริยะชื่อดัง เรียกร้องให้บรรดาประเทศที่มีเทคโนโลยีชั้นนำ ส่งมนุษย์อวกาศไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง ภายในปี 2020 เพื่อเร่งยกระดับความสามารถของมนุษยชาติในการออกไปตั้งอาณานิคมยังดวงดาวอื่นๆ ให้ได้โดยเร็ว พร้อมแนะว่า ชาติมหาอำนาจด้านอวกาศควรเร่งตั้งฐานบนดวงจันทร์ให้ได้ภายในเวลา 30 ปีนับจากนี้ และควรส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารให้ได้ภายในปี 2025 นักฟิสิกส์อัจฉริยะอธิบายว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเป็นกุศโลบายให้นานาประเทศร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศ เพื่อให้มนุษยชาติสามารถอพยพไปตั้งถิ่นฐานยังส่วนอื่นๆ ของจักรวาลได้โดยเร็ว ก่อนที่โลกจะไม่สามารถเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้ในอีกไม่กี่ร้อยปีข้างหน้า

Science Update : ไอติมน้ำเน่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275979

Science Update : ไอติมน้ำเน่า

Science Update : ไอติมน้ำเน่า

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
นึกถึงไอติมเด็กๆ รวมถึงผู้ใหญ่ต่างก็ชื่นชอบ ยิ่งหน้าร้อนได้ไอติมเย็นๆ จะช่วยดับคลายร้อนได้มากทีเดียว แต่ที่ไต้หวันมีไอติมที่ทำจากน้ำเน่า เป็นผลงานนักศึกษาไต้หวันกลุ่มหนึ่ง รวมตัวกันสร้างสรรค์โปรเจกท์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการเก็บรวบรวมน้ำจากแหล่งต่างๆ ราว 100 แห่งทั่วไต้หวัน และเปลี่ยนให้เป็นไอติม เพื่อสร้างความตระหนักและรับรู้ในมลภาวะทางน้ำที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เรียกโปรเจกท์นี้ว่า “Polluted Water Popsicles” น้ำที่พวกเด็กเหล่านี้ได้รวบรวมนั้นเต็มไปด้วยขยะ ไม่ว่าจะเป็น พลาสติก แมลง ตะกอนเน่าเหม็น ที่ทำให้น้ำเน่าเสีย เมื่อนำมาทำเป็นไอติมก็เห็นเศษขยะเหล่านี้ได้ชัดเจนมากขึ้น ที่สำคัญคือทำให้ผู้คนได้ตระหนักว่าในแม่น้ำที่อยู่รอบๆ ตัวนั้นเต็มไปด้วยมลภาวะ

Science Update : นไทยจับมือ 3 ชาติเอเชียลดขยะพลาสติกในมหาสมุทร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274724

Science Update : นไทยจับมือ 3 ชาติเอเชียลดขยะพลาสติกในมหาสมุทร

Science Update : นไทยจับมือ 3 ชาติเอเชียลดขยะพลาสติกในมหาสมุทร

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ผู้แทนจากประเทศจีน ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ กล่าวระหว่างการประชุมสหประชาชาติเรื่องมหาสมุทร ซึ่งอยู่ในกรอบของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ว่าจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการทิ้งขยะพลาสติกในทะเล อย่างไรก็ตาม คำสัญญาบางส่วนจากการประชุมที่นครนิวยอร์ก ยังไม่ได้ถูกบันทึกเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการ ทำให้นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมวิจารณ์ว่า มาตรการที่เสนอนั้น ไม่มีกรอบเวลาการปฏิบัติที่เร่งด่วนพอที่จะให้เกิดผลอย่างรวดเร็ว สหประชาชาติประเมินว่า แต่ละปี มีพลาสติกประมาณ 5-13 ล้านตัน ถูกพัดออกสู่มหาสมุทร และมีเศษพลาสติกจำนวนมากที่ปะปนเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารของนกและสัตว์น้ำ รวมถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใต้ท้องทะเล ผลสำรวจชี้ว่า พลาสติกที่อยู่ในมหาสมทุรส่วนมากมีที่มาห่างไกลทะเล โดยเฉพาะจากประเทศที่เศรษฐกิจกำลังพัฒนาไปรวดเร็วกว่าความสามารถด้านการบริหารจัดการขยะ

Science Update : นาซ่าเตรียมบุกดวงอาทิตย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273502

Science Update : นาซ่าเตรียมบุกดวงอาทิตย์

Science Update : นาซ่าเตรียมบุกดวงอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือนาซ่า ได้เปลี่ยนชื่อยานสำรวจดวงอาทิตย์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ ยูจีน ปาร์กเกอร์ นักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกงานวิจัยด้านลมสุริยะ ซึ่งจะมีอายุครบ 90 ปีในปีนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่นาซ่าตั้งชื่อยานอวกาศเพื่อเป็นเกียรติแก่นักวิจัยที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ก่อนเตรียมภารกิจส่งยานอวกาศเข้าใกล้พื้นผิวดวงอาทิตย์ ในระยะ 4 ล้านไมล์ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 2,500 องศาเซลเซียส โดยยานจะต้องใช้ฉนวนกันความร้อนที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ มีกำหนดจะปล่อยยานจากศูนย์อวกาศเคนเนดี้ ในรัฐฟลอริดา โดยใช้จรวดเดลต้า 4 ในปีหน้า ยานอวกาศจะเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศบางส่วนของดวงอาทิตย์และจะเข้าใกล้พื้นผิวมากที่สุดเท่าที่เคยมีวัตถุซึ่งประกอบขึ้นโดยฝีมือมนุษย์เคยสำรวจมา เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนบนของชั้นบรรยากาศดวงอาทิตย์ที่เรียกว่าโคโรนา ซึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มีความรู้มากขึ้นถึงที่มาและพัฒนาการของลมสุริยะ

Science Update : ทดสอบปล่อยจรวดต้นทุนต่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/272345

Science Update : ทดสอบปล่อยจรวดต้นทุนต่ำ

Science Update : ทดสอบปล่อยจรวดต้นทุนต่ำ

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
บริษัทร็อคเก็ตแล็บ จากย่ายซิลิคอน แวลลีย์ ในลอสแองเจลิสของสหรัฐ ประสบความสำเร็จในการทดสอบปล่อยจรวดอิเล็กตรอน ความยาว 17 เมตร ซึ่งสร้างจากเทคโนโลยีแม่พิมพ์ 3 มิติ จากฐานปล่อยที่แหลมมาเฮีย บนเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นการปล่อยจรวดจากฐานปล่อยที่ดำเนินงานโดยเอกชนเป็นครั้งแรก และถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการส่งจรวดนำดาวเทียมขนาดเล็กที่มีต้นทุนต่ำหรือที่เรียกว่า จรวดโลว์คอสต์ ซึ่งออกแบบมาใช้สำหรับขนส่งดาวเทียมและอุปกรณ์ขนาดเล็กขึ้นสู่วงโคจร ในราคาที่ต่ำกว่าผู้ให้บริการรายอื่นๆ และบริษัทยังมีเป้าหมายที่จะให้บริการที่มีความถี่กว่าคู่แข่งรายอื่นด้วย โดยปกติการปล่อยจรวดส่งดาวเทียมมีค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 175 ล้านบาท แต่ร็อคเก็ตแล็บจะให้บริการส่งดาวเทียมหลายดวงขึ้นไปในคราวเดียวกันโดยคิดค่าบริการรายละ 2.6 ล้านบาท บริษัทมีแผนจะเริ่มให้บริการจรวดขนส่งเชิงพาณิชย์ภายในปีนี้

Science Update : เกาะเฮนเดอร์สัน มีขยะมากที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/271165

Science Update : เกาะเฮนเดอร์สัน มีขยะมากที่สุดในโลก

Science Update : เกาะเฮนเดอร์สัน มีขยะมากที่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
นักวิทยาศาสตร์ออสเตรเลีย ระบุเกาะเฮนเดอร์สัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะพิตแคร์น ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ น่าจะเป็นเกาะที่สกปรกที่สุดในโลก จากการสำรวจสภาพบนเกาะเมื่อปี 2558 พบขยะพลาสติกเกลื่อนกลาดอยู่ถึง 37.7 ล้านชิ้น หรือราว 17.6 ตัน ซึ่งถือเป็นปริมาณขยะพลาสติกที่มีความหนาแน่นสูงที่สุดในโลก โดยทุกๆ วัน จะมีขยะใหม่ถึง 3,570 ชิ้น ปรากฏอยู่บนชายหาดของเกาะแห่งนี้ เป็นคำเตือนสำหรับมนุษย์ว่ามลภาวะที่เกิดจากพลาสติกนั้นเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และแสดงให้เห็นว่าขยะพลาสติกมีอยู่ทุกที่ แม้แต่ที่ที่ไกลที่สุดในมหาสมุทรของโลก สำหรับเกาะเฮนเดอร์สัน ได้รับการบันทึกจากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 2531 ตั้งอยู่ภายในบริเวณแนววังวนขยะแปซิฟิก หรือแพขยะแห่งแปซิฟิก

Science Update : จีนสร้างห้องทดลองใช้ชีวิตบนดวงจันทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/269997

Science Update  : จีนสร้างห้องทดลองใช้ชีวิตบนดวงจันทร์

Science Update : จีนสร้างห้องทดลองใช้ชีวิตบนดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
โครงการสำรวจอวกาศของจีน สร้างห้องทดลองเสมือนจริงชื่อ หยู่กง 1 หรือ พระราชวังดวงจันทร์ 1 ให้นักศึกษาด้านอวกาศจากมหาวิทยาลัยเป่ยหัง 2 กลุ่ม กลุ่มละ4 คน เข้าไปฝึกใช้ชีวิตกลุ่มแรกก่อน 60 วัน ตามด้วยกลุ่มที่ 2 อีก 200 วัน และให้กลุ่มแรกกลับเข้าไปอยู่ในห้องทดลองเสมือนจริงอีก 105 วัน โดยภายในห้องทดลองเสมือนจริง ซึ่งมีขนาดเล็กคล้ายอพาร์ตเมนต์ในเมืองใหญ่ เป็นห้องนอนมี 4 เตียง มีห้องโถงพักผ่อน 1 ห้อง ห้องอาบน้ำ 1 ห้องและห้องส้วม 1 ห้อง โรงปลูกพืชอาหาร1 ห้อง และห้องเลี้ยงสัตว์ 1 ห้อง พร้อมระบบบำบัดของเสียนำกลับมาใช้ใหม่ จีนหวังจะส่งยานอวกาศขึ้นไปสำรวจด้านมืดของดวงจันทร์ภายในปี 2561 ทั้งเตรียมส่งมนุษย์อวกาศขึ้นไปลงบนดวงจันทร์ให้ได้ภายในปี 2579 ถือเป็นชาติที่ 3 ของโลกที่ส่งมนุษย์อวกาศขึ้นไปปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับดวงจันทร์ต่อจากรัสเซียและสหรัฐ

Science Update : เสียงดังจากการเดินเรือทำแมวน้ำหูดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/268958

Science Update  : เสียงดังจากการเดินเรือทำแมวน้ำหูดับ

Science Update : เสียงดังจากการเดินเรือทำแมวน้ำหูดับ

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ผลการศึกษาล่าสุดของมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูส์ในสหราชอาณาจักร ตีพิมพ์ในวารสาร Applied Ecology พบว่า แมวน้ำที่อาศัยอยู่ตามเส้นทางเดินเรือที่มีการสัญจรไปมาคับคั่ง อาจได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางเสียง จนทำให้สูญเสียการได้ยินเป็นการชั่วคราวได้ โดย ดร.เอสเทอร์ โจนส์ นักนิเวศวิทยาผู้ศึกษาเรื่องนี้ระบุว่า สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในบริเวณเส้นทางเดินเรือสินค้าที่มีการสัญจรไปมาหนาแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมวน้ำสีเทา และแมวน้ำที่อาศัยอยู่ตามริมอ่าว (Harbour seal) ก็เหมือนกับมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีเสียงรบกวนดังตลอดเวลา มลภาวะทางเสียงจากเรือเดินสมุทร นอกจากจะเป็นอุปสรรคในการหาอาหารและการสื่อสารกันในฝูงแมวน้ำแล้ว ยังทำให้แมวน้ำเกิดอาการหูดับขึ้นชั่วคราวได้ แต่ทางคณะวิจัยยังไม่มีหลักฐานมายืนยันเพิ่มเติมว่า มลภาวะทางเสียงดังกล่าวจะทำให้แมวน้ำและสัตว์อื่นๆ สูญเสียการได้ยินเป็นการถาวรได้หรือไม่