Science Update : โจรนิวซีแลนด์ขโมยรวงผึ้งค้ากำไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/260984

วันอาทิตย์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ตำรวจและบรรดาเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งในนิวซีแลนด์เผยว่า กลุ่มโจรหันมาขโมยรวงผึ้งมากขึ้น เพื่อนำน้ำผึ้งไปขายทำกำไร โดยเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ถึงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้รับรายงานว่า มีการก่อเหตุลักขโมยผึ้งและน้ำผึ้งรวมทั้งสิ้น 400 คดี เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า แก๊งใดก่อเหตุโจรกรรมดังกล่าว แต่เชื่อว่า เป็นการร่วมกันก่อเหตุแบบเป็นกลุ่มเนื่องมาจากอุตสาหกรรมน้ำผึ้งของนิวซีแลนด์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว กระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐานรายงานว่า มูลค่าส่งออกน้ำผึ้งของนิวซีแลนด์ช่วงเดือนมิถุนายน 2558-2559 พุ่งสูงขึ้นร้อยละ 35 เป็น 315 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (กว่า 7,702 ล้านบาท) โดย 1 ใน 3 ของน้ำผึ้งถูกส่งขายไปยังตลาดจีนและฮ่องกง ขณะที่ผู้เลี้ยงผึ้งกล่าวว่า ราคาน้ำผึ้งดิบ หรือมานูก้าฮันนี่ที่พุ่งสูงขึ้น 3 เท่านับแต่ปี 2555 เป็นปัจจัยที่ทำให้มีการก่ออาชญากรรมเกี่ยวกับผึ้งเพิ่มสูงขึ้น

Science Update : แมมมอธสูญพันธุ์เพราะกรรมพันธุ์บกพร่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/259917

วันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ ของสหรัฐ เผยแพร่ผลการศึกษาดีเอ็นเอของช้างแมมมอธขนยาวฝูงสุดท้ายของโลก ที่เคยมีชีวิตอยู่บนเกาะแรงเกอร์ (Wranger) ในมหาสมุทรอาร์กติกเมื่อ 4,000 ปีก่อน เปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของแมมมอธขนยาวรุ่นที่มีชีวิตอยู่ก่อนหน้านั้นเมื่อราว 45,000 ปีก่อน พบว่าดีเอ็นเอของแมมมอธรุ่นหลังมีการกลายพันธุ์และมีจุดบกพร่องในการผลิตซ้ำดีเอ็นเออยู่จำนวนมาก โดยมีส่วนที่ตกไปจากการทำสำเนาดีเอ็นเอเป็นแถบใหญ่หลายจุด ซึ่งบางส่วนส่งผลกระทบต่อการทำงานของยีนที่ปกติดีด้วย ความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ดังกล่าวทำให้แมมมอธขนยาวฝูงนี้มีขนเงางามและนุ่มลื่นเหมือนแพรไหม ต่างไปจากแมมมอธขนยาวรุ่นก่อนๆแต่กลับมีความบกพร่องทางประสาทรับกลิ่น เนื่องจากมีตัวรับกลิ่นในโพรงจมูกน้อยลง ทั้งยังไม่สามารถผลิตสารในปัสสาวะที่บ่งบอกถึงสถานะทางสังคมและช่วยดึงดูดเพศตรงข้าม ทำให้พวกมันแยกตัวอยู่โดดเดี่ยวมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้แมมมอธฝูงนี้สูญพันธุ์ไปในที่สุด

Science Update : สัตว์เสี่ยงถูกล่ามากขึ้นเพราะเครื่องส่งสัญญาณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/258912

วันอาทิตย์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สัตว์ที่มีความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์อย่างสุนัขป่าและฉลาม ซึ่งหลายตัวได้รับการติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณวิทยุเพื่อใช้ติดตามศึกษาในงานอนุรักษ์ กำลังตกเป็นเป้าการไล่ล่าสังหารจากกลุ่มผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่ามากขึ้น หลังคนกลุ่มนี้หันมาใช้วิธีแกะรอยค้นหาตัวสัตว์ ด้วยการติดตามสัญญาณวิทยุที่ส่งออกมาจากตัวของพวกมันนั่นเอง ทำให้บรรดานักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ กำลังศึกษารวบรวมข้อมูลเพื่อให้ทราบแน่ว่า มีสัตว์ที่ติดเครื่องส่งสัญญาณวิทยุติดตามตัวถูกล่าไปเป็นจำนวนเท่าใดแน่ และจะเรียกร้องให้คิดค้นมาตรการใหม่เพื่อการอนุรักษ์ที่ปลอดภัยกว่าการติดเครื่องส่งสัญญาณวิทยุ เนื่องจากมีรายงานว่าสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ ยังถูกติดตามรบกวนจากบรรดานักท่องเที่ยว ที่แกะรอยสัญญาณวิทยุเพื่อค้นหาตำแหน่งของสัตว์ในธรรมชาติที่ต้องการติดตามไปชมและถ่ายภาพอีกด้วย

Science Update : เตือนไมโครพลาสติกเป็นภัยต่อมหาสมุทรและคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257940

วันอาทิตย์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (ไอยูซีเอ็น) ออกรายงานเรื่องไมโครพลาสติกขั้นต้นในมหาสมุทรว่า ไมโครพลาสติก ซึ่งเป็นชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมาก มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น และหลุดออกมาจากผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดตั้งแต่สิ่งทอสังเคราะห์ ยางรถยนต์ สารเคลือบสีเรือ สีทำเครื่องหมายจราจร ฝุ่นละอองในเมืองไปจนถึงเม็ดบีดส์ในเครื่องสำอาง มีสัดส่วนมากถึง 1 ใน 3 ของขยะพลาสติกที่กำลังเป็นมลพิษต่อมหาสมุทร ระบบนิเวศน์และมนุษย์ พร้อมขอให้ผู้ผลิตยางรถยนต์และเสื้อผ้าปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตและทำให้ผลิตภัณฑ์ก่อมลพิษน้อยลง เช่น กลับไปใช้ยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลักตามเดิม เลิกใช้พลาสติกเคลือบเสื้อผ้า ติดตั้งตัวกรองไมโครพลาสติกในเครื่องซักผ้า ไอซียูเอ็นย้ำว่า มาตรการเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะสถานการณ์ระบบนิเวศน์น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะบริเวณขั้วโลกเหนือ ที่เป็นแหล่งอาหารทางทะเลใหญ่ที่สุดของอเมริกาเหนือและยุโรป

Science Update : สัตว์เลื้อยคลานทะเลดึกดำบรรพ์ออกลูกเป็นตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257027

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศาสตราจารย์จุน หลิว นักบรรพชีวินวิทยาชาวจีนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเหอเฟย เผยแพร่ผลการศึกษาซากฟอสซิลสัตว์ดึกดำบรรพ์ Dinocephalosaurusซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลานทะเลคอยาวที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 245 ล้านปีก่อน ที่มณฑลยูนนานทางตอนใต้ของจีน ลงในวารสาร Nature Communications โดยพบซากฟอสซิลตัวอ่อนในครรภ์ของสัตว์ดึกดำบรรพ์ดังกล่าว อยู่ภายในแผงกระดูกซี่โครงของตัวแม่ที่คาดว่ามีขนาดลำตัว 3-4 เมตร แต่มีความยาวของคอถึง 1.7 เมตร ฟอสซิลตัวอ่อนที่พบไม่ใช่ซากสัตว์เล็กที่สัตว์เลื้อยคลานทะเลตัวนี้กินเข้าไปก่อนตาย เพราะฟอสซิลตัวอ่อนจะมีลักษณะหงายลำตัวด้านหน้าขึ้น แตกต่างจากฟอสซิลสัตว์เล็กที่ถูกกลืนกิน ซึ่งจะคว่ำหน้าลงเพราะถูกกลืนจากส่วนหัวเข้าไป นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบแล้วว่าซากตัวอ่อนนั้นเป็นสัตว์ชนิดพันธุ์เดียวกันกับตัวแม่ และไม่ใช่ตัวอ่อนที่อยู่ในไข่ ถือเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่ชี้ให้เห็นว่า สัตว์มีกระดูกสันหลังกลุ่ม Archosauromorpha ซึ่งรวมถึงจระเข้ นก และไดโนเสาร์ ซึ่งตามปกติออกลูกเป็นไข่ สามารถออกลูกเป็นตัวได้เช่นกัน

Science Update : พบตุ๊กแกลอกเกล็ดหนีศัตรู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256164

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์เยอรมนีจากมหาวิทยาลัยลุดวิก แม็กซิมิเลียนแห่งนครมิวนิค รายงานการค้นพบ “ตุ๊กแกเกล็ดปลา” ซึ่งได้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Geckolepis megalepis ในวารสาร PeerJ โดยระบุว่า ตุ๊กแกชนิดนี้มีเกล็ดขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาในสัตว์วงศ์จิ้งจก-ตุ๊กแก และเกล็ดดังกล่าวสามารถหลุดออกได้ง่ายในกรณีที่ศัตรูเข้าคาบกัดตัวตุ๊กแกชนิดนี้ ซึ่งเป็นกลไกการป้องกันตัวที่ดีเยี่ยม เกล็ดแต่ละชิ้นของตุ๊กแกชนิดพันธุ์ใหม่นี้ มีพื้นที่แปะติดอยู่กับผิวหนังเพียงเล็กน้อย แผ่นเกล็ดขนาดใหญ่ยังช่วยเพิ่มแรงดึงให้ศัตรูผู้ล่า จนชั้นผิวหนังบางใต้เกล็ดที่มีรอยปรุพร้อมฉีกขาดอยู่แล้วหลุดออกได้ง่ายแม้เพียงงับเบาๆ ตุ๊กแกชนิดนี้จึงสามารถลอกคราบอย่างรวดเร็วเมื่อถูกศัตรูโจมตี สัตว์ในวงศ์จิ้งจก-ตุ๊กแกส่วนใหญ่ จะสลัดหางทิ้งเพื่อเป็นการอำพรางศัตรูในขณะที่หนีภัย มีบางส่วนที่สามารถลอกผิวหนังเพื่อหนีเอาตัวรอด แต่ทำได้ไม่บ่อยและรวดเร็วเท่าตุ๊กแกเกล็ดปลานี้ มันสามารถสร้างผิวหนังและเกล็ดขึ้นมาปกคลุมตัวใหม่ได้ โดยไม่มีร่องรอยแผลเป็น ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

Science Update : ‘กราฟีน’ วัสดุแห่งโลกอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255233

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์จากองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมเครือจักรภพของออสเตรเลีย (CSIRO) ประสบความสำเร็จในการผลิตกราฟีน (Graphene) วัสดุมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ที่มีความหนาเพียงอะตอมเดียว ด้วยการใช้วัตถุดิบราคาถูกคือน้ำมันถั่วเหลืองที่ใช้ประกอบอาหารตามบ้านทั่วไป นำมาให้ความร้อนในบรรยากาศปกติ จนน้ำมันแตกตัวออกเป็นหน่วยคาร์บอนที่สามารถนำไปสังเคราะห์กราฟีนได้ จากนั้นจะถูกทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วบนแผ่นนิกเกิล จนอยู่ในรูปแผ่นฟิล์มสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่บางเฉียบ กราฟีนเป็นผลงานคิดค้นของมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลเมื่อปี 2010 เป็นวัสดุคาร์บอนที่มีความหนา
เพียงอะตอมเดียว ได้รับการขนานนามว่าเป็นวัสดุมหัศจรรย์เพราะมีความแข็งแกร่งกว่าเหล็กถึง 200 เท่า และนำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดง เพียงผสมกราฟีน 1% ลงในพลาสติก ก็สามารถทำให้พลาสติกนั้นนำไฟฟ้าได้ คาดกันว่าจะสามารถนำกราฟีนมาใช้งานทางเทคโนโลยีได้หลายแขนง เช่น ผลิตเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี อุปกรณ์การแพทย์ที่ฝังในร่างกาย รวมทั้งอุปกรณ์กรองน้ำให้บริสุทธิ์

Science Update : ผลการศึกษาชี้แมวอาจฉลาดเท่าสุนัข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/254334

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผลการศึกษาของนักวิจัยชาวญี่ปุ่นที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Behavourial Processes ซึ่งจับแมวบ้าน 49 ตัวมาทดสอบและพบว่าพวกมันสามารถจดจำประสบการณ์ดีๆ อย่างการกินขนมที่ชื่นชอบได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นความจำเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง เช่นเดียวกับที่สุนัขมี หรือที่เรียกว่าความจำอาศัยเหตุการณ์ (episodic memory) ทั้งนี้ นักวิจัยได้ทดสอบโดยการสังเกตว่าพวกมันจำได้หรือไม่ว่าชามใดใส่อาหารที่เพิ่งกินไปและชามใดใส่อาหารที่ยังไม่ได้กิน ปรากฏว่า หลังจากเวลาผ่านไป 15 นาที แมวจำข้อมูลเกี่ยวกับชามอาหารว่าคือ “อะไร” และ “ที่ไหน” ได้ ซึ่งอาจแสดงว่าแมวมีความจำอาศัยประสบการณ์ นอกจากนี้ ผลการทดสอบยังชี้ว่าแมวสามารถคงความจำไว้ได้นานกว่าแค่ช่วงเวลาที่วัดผล นายซาโฮะ ทาคากิ นักจิตวิทยา จากมหาวิทยาลัยเกียวโต กล่าวว่าทั้งแมวและสุนัข ใช้ความทรงจำที่เจาะจงเกี่ยวกับประสบการณ์เดี่ยวๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งอาจจะแปลว่า พวกมันมีความจำอาศัยเหตุการณ์ที่คล้ายกับมนุษย์ และที่น่าสนใจคือ แมวอาจจะชอบคิดถึงประสบการณ์ในอดีตเช่นเดียวกับมนุษย์ก็ได้

Science Update : พบคลื่นยักษ์ในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/253413

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ยานสำรวจอวกาศอะคะสึกิของญี่ปุ่น เผยผลการสังเกตการณ์แถบสว่างขนาดใหญ่ ซึ่งมีรูปโค้งคล้ายคันธนูบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ และพบว่าเป็นคลื่นยักษ์ของกระแสอากาศที่ไหลผ่านหุบเขาด้านล่าง ซึ่งอาจมีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ โดยอาจมีความยาวถึง 10,000 กิโลเมตร เกือบเท่ากับระยะทางจากขั้วเหนือของดาวศุกร์ไปจรดกับขั้วใต้ โดยแถบคลื่นนี้เกิดประจำอยู่ในตำแหน่งเดิมบริเวณเหนือกลุ่มเมฆด้านบนของดาวและกระแสคลื่นยังดูเคลื่อนตัวเร็ว ทั้งที่ตามปกติชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นของดาวศุกร์ซึ่งเมฆเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว 100 เมตรต่อวินาที ไม่น่าจะทำให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ขึ้นได้ ทั้งนี้ ดาวศุกร์ได้ชื่อว่าเป็นคู่แฝดที่ชั่วร้ายของโลก เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กันและมีขนาดใกล้เคียงกัน แต่ดาวศุกร์มีอุณหภูมิพื้นผิวสูงถึง 467 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถหลอมตะกั่วได้ ทั้งยังมีความดันบรรยากาศสูงกว่าโลกถึง 93 เท่า

Science Update : ชะนีสตาร์ วอร์ส ไพรเมตสายพันธุ์ใหม่ของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/252428

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนและตะวันตกค้นพบถิ่นอาศัยของชะนีฮูล็อกหรือชะนีคิ้วขาวสายพันธุ์ใหม่ในเขตป่าร้อนชื้นห่างไกลแถบมณฑลยูนนาน ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนใกล้พรมแดนเมียนมา ถือเป็นไพรเมตสายพันธุ์ใหม่ที่แตกต่างจากชะนีสายพันธุ์อื่นๆ พร้อมตั้งชื่อว่าชะนีคิ้วขาวสกายวอล์กเกอร์ เพราะกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ต่างเป็นแฟนภาพยนตร์ชุดสตาร์ วอร์ส ชะนีฮูล็อกทั่วไปมีลักษณะเฉพาะตัวคือคิ้วขาว บางตัวมีหนวดเคราสีขาวด้วย แต่ชะนีคิ้วขาวสายพันธุ์ที่พบในยูนนาน มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากสายพันธุ์อื่นตรงที่เสียงร้องที่พวกมันใช้ติดต่อกันและประกาศอาณาเขต มีระดับเสียงที่แตกต่างออกไป พวกมันชอบอยู่บนยอดไม้ น้อยมากที่จะลงมายังพื้นดิน คาดว่ามีอยู่ในจีนราว 200 ตัว แต่ก็พบว่ามีชะนีสายพันธุ์ใหม่นี้อยู่ในเมียนมาด้วยแต่ไม่รู้แน่ชัดว่ามีจำนวนมากน้อยเท่าไหร่ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ยังเตือนถึงโอกาสเสี่ยงสูญพันธุ์ของพวกมันด้วย ทั้งนี้เพราะเหลืออยู่น้อยและยังมีภัยคุกคามอื่นๆ รวมทั้งจากการถูกล่าและเสนอให้ขึ้นบัญชีเป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์