Science Update : เสือชีตาห์ลดฮวบเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/251479

วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รายงานล่าสุดซึ่งจัดทำโดยสมาคมสัตววิทยาแห่งกรุงลอนดอนชี้ว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีประชากรเสือชีตาห์เพียง 7,100 ตัว โดยครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้กระจายกันอยู่ใน 6 ประเทศของภูมิภาคแอฟริกาใต้ ส่วนในเอเชียนั้นยังคงมีเสือชีตาห์เหลืออยู่ราว 50 ตัวในอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ในบางประเทศประชากรเสือชีตาห์ลดลงอย่างฮวบฮาบ เช่นที่ ซิมบับเว มีจำนวนเสือชีตาห์ลดลงจาก 1,200 ตัว เหลือเพียง 170 ตัวในธรรมชาติ ภายในระยะเวลาเพียง 16 ปีเท่านั้น สาเหตุที่ประชากรเสือชีตาห์ลดลง เนื่องจากพื้นที่อนุรักษ์หรือเขตป่าสงวนที่กำหนดไว้ให้เสืออยู่ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตของเสือชีตาห์ ซึ่งปกติมีพื้นที่หากินตามธรรมชาติกว้างกว่านั้นมาก ปัจจุบันคาดว่าพื้นที่หากินของพวกมันถึงร้อยละ 77 ไปทับซ้อนกับเขตชุมชนและพื้นที่การเกษตรของมนุษย์ ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา รายงานฉบับนี้ยังเสนอต่อสหภาพสากลเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ให้ปรับเปลี่ยนการจัดประเภทเสือชีตาห์ในบัญชีรายชื่อสีแดง (Red list) จากสัตว์ที่ตกอยู่ในอันตรายจากการถูกคุกคาม มาเป็นสัตว์ที่เสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ เพื่อสะท้อนถึงความร้ายแรงของปัญหาประชากรเสือชีตาห์ได้อย่างถูกต้องชัดเจนยิ่งขึ้น

Science Update : ใช้เลเซอร์ไขความลับของปฏิสสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250011

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์ขององค์การวิจัยด้านนิวเคลียร์และฟิสิกส์อนุภาคแห่งยุโรป หรือเซิร์น (CERN) ในสวิตเซอร์แลนด์ เผยถึงการค้นพบวิธีใหม่ในการศึกษาความลับของปฏิสสาร (Antimatter) ลงในวารสารเนเจอร์ โดยล่าสุดประสบความสำเร็จในการใช้กับดักแม่เหล็กที่ออกแบบเป็นพิเศษ ดักจับปฏิสสารของไฮโดรเจนเอาไว้ได้ จากนั้นสามารถฉายแสงเลเซอร์ความถี่จำเพาะไปที่ปฏิสสาร เพื่อศึกษาดูว่ามีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากสสารทั่วไปอย่างไร นักวิจัยของหน่วยทดลองอัลฟ่าระบุว่า หลักการสำคัญของการศึกษาปฏิสสาร คือมุ่งพิสูจน์ว่ามันมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับทฤษฎีแบบจำลองมาตรฐานทางฟิสิกส์หรือไม่ ซึ่งตามทฤษฎีนี้ปฏิสสารจะต้องมีคุณสมบัติเหมือนกันกับสสารในทุกด้าน หากพบความแตกต่างเพียงเล็กน้อยแม้ 1 ส่วนในพันล้านล้านส่วน ก็เท่ากับว่าทฤษฎีความรู้พื้นฐานดั้งเดิมดังกล่าวนั้นไม่ถูกต้อง

 

Science Update : สำรวจใต้ผืนดินขั้วโลกใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249103

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทีมนักวิทยาศาสตร์ในโครงการPolarGAP ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) เริ่มการสำรวจลงไปใต้ชั้นน้ำแข็งและชั้นดินลึกของขั้วโลกใต้เป็นครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ยังไม่เคยสำรวจมาก่อน และไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยภาพถ่ายดาวเทียม ทีมนักวิทยาศาสตร์ใช้เครื่องบินบรรทุกอุปกรณ์ตรวจวัดต่างๆ บินข้ามไป-มาหลายเที่ยวเหนือพื้นที่สำรวจกว่า 30,000 กิโลเมตร เพื่อตรวจวัดความหนาของชั้นน้ำแข็งและชั้นดินของขั้วโลกใต้ โดยใช้เรดาร์และเครื่องมือวัดระดับความสูง รวมทั้งเลเซอร์วัดขนาดและบันทึกรูปร่างของยอดภูเขาน้ำแข็งเพื่อทำแผนที่ ผลการสำรวจขั้วโลกใต้ในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์หลายด้าน ทั้งการค้นหาชั้นน้ำแข็งที่เก่าแก่ที่สุดที่อาจมีอายุถึง 1.5 ล้านปี เพื่อศึกษาสภาพภูมิอากาศโลกในยุคดึกดำบรรพ์ เป็นเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อศึกษาเรื่องผลกระทบของแรงโน้มถ่วงต่อพื้นที่ต่างๆ ของโลก รวมถึงปรับปรุงค่ากลางของแรงโน้มถ่วงโลกที่ใช้วัดระดับความสูงในระบบจีพีเอสและดาวเทียมให้มีความแม่นยำมากขึ้น

science update : พบส่วนหางของไดโนเสาร์มีขน ในก้อนอำพันอายุ 99 ล้านปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248314

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

วารสาร Current Biology ตีพิมพ์เผยแพร่การค้นพบส่วนหางของไดโนเสาร์ขนาดเล็กจากยุคมีโซโซอิก ซึ่งติดอยู่ในก้อนอำพันเก่าแก่ 99 ล้านปี ซึ่งได้จากเมืองมิตจินาในรัฐคะฉิ่นของเมียนมา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอำพันที่มีชื่อเสียงของเมียนมามายาวนาน จากการตรวจสอบ พบว่าเป็นส่วนหางของไดโนเสาร์ชนิดหนึ่งซึ่งมีขนาดเล็กเท่ากับนกกระจอก โดยขนที่พบเรียงตัวอย่างสมบูรณ์ในลักษณะสามมิติ มีสีน้ำตาลที่ส่วนปลายและมีสีขาวที่ด้านใน นักวิทยาศาสตร์มั่นใจว่าส่วนหางที่พบนี้เป็นซากของไดโนเสาร์และไม่ใช่ซากของนกโบราณอย่างแน่นอนเพราะมีโครงสร้างแตกต่างกัน ทั้งยังพบว่ามีของเหลวอยู่ในซากหางนี้ด้วย แสดงว่าไดโนเสาร์ตัวนี้อาจจมลงในน้ำยางเหนียวของต้นไม้ที่กลายเป็นอำพันทั้งที่มันยังมีชีวิตอยู่ การค้นพบส่วนหางของไดโนเสาร์ในก้อนอำพันนี้ จะช่วยให้นักบรรพชีวินวิทยามีความเข้าใจถึงการจัดเรียงตัวของขนไดโนเสาร์มากขึ้น

Science Update : เกรทแบร์ริเออร์รีฟเผชิญวิกฤติครั้งร้ายแรงที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247393

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

การศึกษาของเออาร์ซี หน่วยงานที่ศึกษาความอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการังชี้ว่า อุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นในปีนี้ ส่งผลให้เกิดภาวะปะการังฟอกขาวครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติการณ์ที่เกรทแบร์ริเออร์รีฟ แนวปะการังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกของออสเตรเลีย โดยขณะนี้ปะการังทางตอนเหนือตายไปแล้วราวร้อยละ 67 ส่วนปะการังตอนกลางตายไปร้อยละ 6 ขณะที่ทางตอนใต้ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ คณะนักวิจัยที่ทำการศึกษาเรื่องนี้บอกว่า ในช่วงแรกปะการังตายจากภาวะความเครียดจากความร้อน แต่ต่อมาปะการังจำนวนมากค่อยๆ ตายเพราะขาดสารอาหาร เนื่องจากสูญเสียซูแซนเทลลี ซึ่งเป็นสาหร่ายเซลล์เดียวที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อของปะการัง สาหร่ายเซลล์เดียวนี้ทำหน้าที่สังเคราะห์แสงไปเป็นอาหารและแหล่งพลังงาน ส่งผลให้ปะการังมีสีซีดจาง

Science Update : นาซาเปลี่ยนปัสสาวะเป็นน้ำดื่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246500

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซาได้ชื่อว่าเป็นองค์กรต้นแบบในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ด้วยการลดการผลิตของเสียหรือนำกลับมาใช้ใหม่ ซี่งรวมถึงของเสียจากร่างกายมนุษย์ทั้งปัสสาวะและหยาดเหงื่อดังที่ทิม พีค นักบินอวกาศชาวอังกฤษเคยเล่าไว้ว่า ปัสสาวะที่ขับออกไปเมื่อวาน กลับมาอยู่ในถ้วยกาแฟในวันรุ่งขึ้น สถานีอวกาศนานาชาติหรือไอเอสเอส รีไซเคิลน้ำราว 90% ซึ่งรวมทั้งปัสสาวะ เหงื่อ ความชื้นจากการหายใจ และน้ำที่ใช้ชำระล้างร่างกาย การทำเช่นนี้ช่วยให้นักบินอวกาศสามารถใช้เวลาในห้วงอวกาศได้นานขึ้นโดยไม่ต้องเดินทางกลับมายังพื้นโลก นาซาหวังว่าจะทำให้นักบินอวกาศสามารถใช้ชีวิตอย่างพอเพียงบนดาวเคราะห์ดวงอื่นอย่างดาวอังคาร ซึ่งนาซามีแผนจะส่งนักบินอวกาศไปปฏิบัติภารกิจนาน 2 ปี ในช่วงกลางทศวรรษ 2030

Science Update : ทำไมนกทะเลชอบกินเศษพลาสติก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245437

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเดวิส ทดลองนำเม็ดพลาสติกไมโครบีดส์ใส่ไว้ในถุงตาข่าย แล้วนำไปผูกลอยไว้กับทุ่นในทะเลเป็นเวลาสามสัปดาห์ แล้วนำเม็ดพลาสติกมาวิเคราะห์ พบว่ามีสารเคมีที่เกิดจากการสลายตัวของแพลงก์ตอนที่มาจับบนผิวพลาสติกจำนวนหนึ่ง คือสารไดเมธิลซัลไฟด์ ซึ่งจะส่งกลิ่นกำมะถันแบบที่คล้ายกับอาหารของนกออกมา ประกอบกับการที่ขยะพลาสติกสะท้อนแสงแวววาว ทำให้นกทะเลส่วนใหญ่ให้ความสนใจ นกทะเลเช่นนกอัลบาทรอสใช้ประสาทรับกลิ่นเป็นหลักในการหาอาหาร จึงจิกกินเศษพลาสติกที่ส่งกลิ่นคล้ายอาหารเข้าไปด้วย ผลวิจัยล่าสุดพบว่านกทะเลถึงร้อยละ 90 กินขยะพลาสติก ซึ่งจะไปสะสมในท้องจนทำให้ป่วยและตายได้ ผลสำรวจเมื่อปี 2014 พบว่าในมหาสมุทรมีขยะพลาสติกอยู่ถึง 250 ล้านตัน และนับวันจะยิ่งเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องเร่งแก้ปัญหานี้ด้วยการคิดค้นพลาสติกที่ย่อยสลายเร็ว หรือไม่ส่งกลิ่นคล้ายอาหารนกเมื่อลงไปอยู่ในทะเล

Science Update : ระบบนิเวศน์ฟื้นตัวอย่างไร หลังอุกกาบาตถล่มโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/244363

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผลการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature Ecology & Evolution โดยศาสตราจารย์ ไมเคิล โดโนแวน หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตทของสหรัฐ ชี้ว่าหลังเหตุการณ์อุกกาบาตขนาดยักษ์พุ่งเข้าชนโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อนจนระบบนิเวศน์ได้รับความเสียหายอย่างหนักและไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปนั้น พบว่าพื้นที่ซีกโลกเหนือโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบอเมริกาเหนือทางตะวันตกทุกวันนี้ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และต้องใช้เวลาถึง 9 ล้านปี กว่าที่ระบบนิเวศน์จะฟื้นกลับคืนมาใหม่ ในขณะที่ทางซีกโลกใต้ซึ่งอยู่ห่างออกไปไกลจากจุดที่อุกกาบาตพุ่งชน ได้รับผลกระทบน้อยกว่า และใช้เวลาในการฟื้นคืนระบบนิเวศน์กลับมาสู่สภาพปกติเพียง 4 ล้านปีเท่านั้น นักวิจัยทราบถึงข้อมูลดังกล่าว ด้วยการใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูร่องรอยความเสียหายที่เกิดจากแมลงบนฟอสซิลใบไม้โบราณจากหลายช่วงเวลา ซึ่งข้อมูลจากฟอสซิลใบไม้ที่พบในซีกโลกใต้ รวมทั้งฟอสซิลของแพลงก์ตอนและเกสรดอกไม้ ต่างชี้ถึงการที่แมลงเริ่มกลับมาขยายพันธุ์และฟื้นคืนสู่การดำรงชีวิตร่วมกับพืชพรรณต่างๆ ได้ตามปกติ

Science Update :เริ่มใช้ข้อตกลงกรุงปารีสทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/243317

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นางแพทริเซีย เอสปิโนซ่า ประธานสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงโลกแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยถึงข้อตกลงกรุงปารีส ซึ่งต่อจากพิธีสารเกียวโต การแก้ไขปัญหาโลกร้อน เริ่มมีผลบังคับใช้จริงเมื่อวันศุกร์ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อกดดันเกือบ 200 ประเทศทั่วโลก ทั้งประเทศร่ำรวยและยากจนร่วมกันลดค่าเฉลี่ยอุณหภูมิโลกร้อน ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเผาไหม้ถ่านหิน น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทั้งนี้ หอไอเฟลที่กรุงปารีสรวมถึงอาคารสำนักงานทั้งของรัฐและเอกชนในเมืองมาร์ราเกซ ของโมร็อกโก, กรุงนิวเดลี ในอินเดีย, เมืองเซา เปาโล ในบราซิล, เมืองแอดิเลด ในออสเตรเลีย และอีกหลายหัวเมืองใหญ่จะเปิดไฟสีเขียว เพื่อฉลองการเข้าสู่ข้อตกลงทางประวัติศาสตร์ จากนั้นตัวแทนจากเกือบ 200 ประเทศจะประชุมตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. เป็นเวลา 2 สัปดาห์ที่เมืองมาร์ราเกซ ในโมร็อกโกเพื่อหารือในเชิงนโยบาย เทคโนโลยีและงบประมาณเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

Science Update : สัตว์ป่าทั่วโลกลดลงกว่า 58% ในช่วง 40 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/242285

วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน (ZSL) และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) เผยรายงานการประเมินสถานการณ์สัตว์ป่าโลก Living Planet Report ประจำปี 2559 พบว่าสัตว์ป่าทั่วโลกลดลงกว่า 58% ในระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา ประเมินจากการรวบรวมและเปรียบเทียบข้อมูลสัตว์ต่างๆ กว่า 3,700 สายพันธุ์ทั่วโลก ทั้งนก ปลา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งองค์กรและหน่วยงานต่างๆ เก็บรวบรวมไว้ตั้งแต่ 2513 เป็นต้นมา โดยสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ แม่น้ำ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นกลุ่มที่มีจำนวนลดลงมากที่สุด เพราะได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งภาวะโลกร้อนและโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของมนุษย์ส่งผลทำลายที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ขณะที่สัตว์บางประเภทลดจำนวนลงเพราะถูกมนุษย์ล่าอย่างหนัก เช่น ช้างป่าแอฟริกาและฉลาม พร้อมเตือนว่าหากไม่มีมาตรการป้องกันใดๆ เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ อาจส่งผลให้สัตว์ป่าทั่วโลกลดลงถึง 67% ภายในปี 2563