Science Update : เปิดตัวเทคโนโลยีสอดแนมการลอบจับปลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/235761

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

โครงการที่ได้รับการสนับสนุนเงินจากลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นักแสดงฮอลลีวู้ดชื่อดัง เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ผ่านเว็บไซต์ GlobalFishingWatch.org เปิดให้ประชาชนทั่วไปสอดแนมการทำประมงในพื้นที่ต่างๆ ได้ทั่วโลกและติดตามการเดินเรือของเรือประมงพาณิชย์ 35,000 ลำ โดยใช้เทคโนโลยีดาวเทียมร่วมกับเรดาร์บนเรือ หวังให้ประชาชนได้เห็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกลางทะเล เพื่อมีส่วนร่วมโน้มน้าวรัฐบาลและอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้เร่งแก้ไขปัญหาการทำประมง เว็บไซต์นี้เป็นความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างสกายทรูธ กูเกิล และโอเชียเนีย ใช้เวลาพัฒนา 3 ปีด้วยเงิน 10.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 359.77 ล้านบาท) เป็นเงินบริจาคของลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นักแสดงฮอลลีวู้ด 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 210 ล้านบาท) แต่เป็นข้อมูลเมื่อ 3 วันก่อน แม้ว่าไม่สามารถจับผู้กระทำผิดได้คาหนังคาเขาในเวลานั้น แต่ก็จะทำให้เรือที่คิดทำผิดเกรงกลัว เพราะประชาชนสามารถซูมเข้าไปดูการกระทำอย่างใกล้ชิดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หวังแก้ปัญหาลอบทำประมงที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ระบุว่าครองสัดส่วนถึงร้อยละ 35 ของการทำประมงทั่วโลกและสร้างความสูญเสียมากถึงปีละ 23,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 821,320 ล้านบาท)

Science Update : พื้นที่ป่าของโลกถูกทำลายมากขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/234654

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

งานวิจัยชิ้นล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Current Biology บ่งชี้ว่า พื้นที่ป่าบริสุทธิ์ของโลกถูกทำลายจนหายไปแล้วถึง 3.3 ล้านตารางกิโลเมตร หรือ เกือบ 10% ของพื้นที่ป่าที่เราเคยมีในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990โดยคณะนักวิจัยเปรียบเทียบแผนที่ผืนป่าที่ยังบริสุทธิ์ไม่เคยถูกมนุษย์รบกวนทั่วโลกในปัจจุบันกับในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 พบว่า ปัจจุบันเหลือพื้นที่ป่าบริสุทธิ์ทั้งสิ้น 30.1 ล้านตารางกิโลเมตร หรือมีขนาดกว่า 1 ใน 5 ของแผ่นดินบนโลก แปลว่าพื้นที่ป่าหายไปอย่างรวดเร็วถึง 3.3 ล้านตารางกิโลเมตรในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก พื้นที่ที่ป่าหายไปมากที่สุดคือ ทวีปอเมริกาใต้ที่สูญเสียธรรมชาติอันบริสุทธิ์ไปถึง 30% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบลุ่มน้ำอะเมซอน ตามด้วยทวีปแอฟริกาที่พื้นที่ป่าหายไป 14% โดยเฉพาะในแถบตอนกลางทวีป ส่วนพื้นที่ป่าบริสุทธิ์ส่วนใหญ่ที่ยังเหลืออยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ เอเชียเหนือ แอฟริกาเหนือ และออสเตรเลีย นักวิจัยยังเรียกร้องให้บรรดาผู้นำโลกหันมาสนใจเรื่องนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และเร่งดำเนินมาตรการเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ก่อนที่ระบบนิเวศน์ของโลกจะถูกทำลายไปอย่างถาวร

Science Update : บรรพบุรุษมนุษย์‘ลูซี่’ตกต้นไม้ตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/233510

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผลการศึกษาร่องรอยแตกหักในฟอสซิลโครงกระดูกบรรพบุรุษมนุษย์ “ลูซี่” ครั้งล่าสุด ของนักวิจัยจากสหรัฐและเอธิโอเปีย ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่ผลการศึกษาดังกล่าวลงในวารสารเนเจอร์ ชี้ว่า บรรพบุรุษมนุษย์สายพันธุ์ออสตราโลพิเทคัส อะฟาเรนซิส (Australopithecus afarensis) ซึ่งมีชื่อเสียงมานานผู้นี้ น่าจะตายลงในวัยสาว ด้วยเหตุพลัดตกจากที่สูง เนื่องจากพบร่องรอยแตกหักในฟอสซิลกระดูกของลูซี่ซึ่งมีอายุถึง3.2 ล้านปี เกิดขึ้นเมื่อลูซี่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้เป็นความเสียหายของฟอสซิลที่มีอายุมากแต่อย่างใด รอยแตกหักนี้พบในหลายตำแหน่ง เช่นที่กระดูกขา ข้อเข่า แขน ซี่โครง กระดูกสันหลัง กราม และกะโหลกศีรษะ สอดคล้องกับลักษณะศพของมนุษย์ปัจจุบันซึ่งเสียชีวิตเพราะตกจากที่สูง ทีมนักวิจัยคาดว่า ลูซี่พลัดตกจากต้นไม้ เนื่องจากในบริเวณที่ค้นพบฟอสซิลโครงกระดูกของลูซี่ เป็นพื้นที่ราบน้ำท่วมถึงที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ของเอธิโอเปีย สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานที่ว่า ออสตราโลพิเทคัส อะฟาเรนซิส ใช้ชีวิตช่วงหนึ่งอยู่บนต้นไม้คล้ายลิง

Science Update : ‘พร็อกซิมา บี’ ดาวเคราะห์คล้ายโลกดวงใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/232448

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

คณะนักดาราศาสตร์จากควีน แมรี ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ ลอนดอน เผยแพร่ข้อมูลการค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ “พร็อกซิมา บี” ลงในวารสารเนเจอร์ โดยพร็อกซิมา บี เป็นดาวบริวารของดาวฤกษ์พร็อกซิมา เซ็นทอรี มีมวลมากกว่าโลก 1.3 เท่า โคจรห่างจากดาวฤกษ์ 7.5 ล้านกิโลเมตร ใช้เวลาราว 11.2 วันในการโคจรครบ 1 รอบ และแม้พร็อกซิมา บีจะอยู่ใกล้กับดาวฤกษ์ของตนมากกว่าระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ แต่พลังงานที่ได้รับจากดาวฤกษ์รวมทั้งสภาพแวดล้อมต่าง ๆ นับว่าใกล้เคียงกับโลก อย่างไรก็ตาม การที่จะชี้ชัดลงไปว่า ดาวพร็อกซิมา บี สามารถเป็นที่ตั้งถิ่นฐานแห่งใหม่ของมนุษย์ได้หรือไม่นั้นยังต้องศึกษาถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในอีกหลายประเด็น เช่นสภาพบรรยากาศของดาว ซึ่งยังไม่สามารถศึกษาได้ด้วยการใช้ยานสำรวจโดยตรง นอกจากนี้ พร็อกซิมา บี ยังอยู่ไกลจากระบบสุริยะจักรวาล คิดเป็นระยะทางถึง 40 ล้านล้านกิโลเมตรจากโลก ซึ่งหากเดินทางด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะต้องใช้เวลาหลายพันปีจึงจะเดินทางไปถึงดาวดวงนี้

Science Update : ภัยธรรมชาติทำเสียหายหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/231332

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

บริษัทรับประกันภัย สวิส รี บริษัทรับประกันภัยใหญ่อันดับสองของโลก แถลงว่า ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 ทำให้โลกได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าราว 71,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.485 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แต่เป็นความเสียหายที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เหลือเป็นภัยธรรมชาติล้วนๆ หากนับการสูญเสียชีวิตของมนุษย์แล้วลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยครึ่งปีแรกของปีนี้มีคนเสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ 6,000 ราย แต่ครึ่งปีแรกของปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิต 12,000 ราย ภัยธรรมชาติจากพายุฝนฟ้าคะนองในสหรัฐและยุโรปเสียหายมากที่สุดสำหรับบริษัทผู้รับประกันภัยช่วงเดือนม.ค.ถึงมิ.ย. ส่วนยุโรปได้รับความเสียหายจากพายุถล่มช่วงปลายเดือนพ.ค.ถึงต้นเดือนมิ.ย. มีฝรั่งเศสและเยอรมนีได้รับความเสียหายจากพายุฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่ารวมถึงน้ำท่วมฉับพลัน มีผู้เสียชีวิต 18 ศพ มูลค่าความเสียหาย 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Science Update : ฉลามโบราณกินลูกตัวเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/230243

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นักศึกษาด้านบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยบริสตอลของอังกฤษ พบฟอสซิลมูลของฉลามโบราณสายพันธุ์ Orthacanthus ซึ่งเก่าแก่ราว 300 ล้านปี ที่รัฐนิวบรันสวิกของแคนาดา ฟอสซิลนี้มีลักษณะพิเศษตรงที่มีซากฟันขนาดเล็กของลูกฉลามสายพันธุ์เดียวกันปนอยู่ด้วย เนื่องจากซากมูลมีลักษณะเป็นเกลียวตามรูปร่างของลำไส้ที่มีลักษณะเฉพาะ ส่วนฟันของลูกฉลามที่พบก็มีลักษณะเช่นเดียวกับฉลามพันธุ์นี้ เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ฉลามโบราณสายพันธุ์นี้มีพฤติกรรมกินลูกตัวเอง สำหรับฉลามโบราณชนิดนี้สามารถอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดภายในแผ่นดิน โดยกินสัตว์เลื้อยคลานและฉลามชนิดอื่นบางชนิดเป็นอาหารด้วย นักบรรพชีวินวิทยาสันนิษฐานว่า ฉลามชนิดนี้กินลูกของมันเองเมื่อประสบกับภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนัก ขณะที่พวกมันเร่งขยายอาณาเขตเข้าไปยังแหล่งน้ำจืดที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินมากขึ้น เนื่องจากในยุค 300 ล้านปีก่อนนั้น มีการขยายตัวของพืชมากกว่าสัตว์ที่อาจเป็นอาหารของมันได้

Science Update : ช้างแมมมอธขนยาวสูญพันธุ์เพราะขาดน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/229181

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผลการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตทของสหรัฐ พบว่าหนึ่งในช้างแมมมอธขนยาวกลุ่มสุดท้ายที่มีชีวิตอยู่เมื่อราว 5,600 ปีก่อน บนเกาะห่างไกลแห่งหนึ่งนอกชายฝั่งรัฐอะแลสกา ต้องล้มตายลงและสูญพันธุ์ไปในที่สุดเนื่องจากขาดน้ำดื่ม หลังสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในช่วงท้ายของยุคน้ำแข็ง ทำให้น้ำแข็งที่มีอยู่ทั่วไปละลายและระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง จนในที่สุดน้ำเค็มเข้าท่วมทะเลสาบน้ำจืดบนเกาะ จนทำให้ช้างแมมมอธกลุ่มนี้ขาดแคลนน้ำดื่ม ซึ่งประมาณการว่าช้างแต่ละตัวต้องการน้ำ 70-200 ลิตรต่อวัน นอกจากนี้ การที่แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่หายไป ทำใช้ประชากรช้างที่เหลือมารวมตัวกันรอบบ่อน้ำจืดเล็ก ๆ ที่อาจยังเหลืออยู่ ซึ่งก็จะทำให้ดินโคลนโดยรอบถล่มลงไปจนตื้นเขินและแห้งเร็วขึ้นอีก ทั้งนี้ ช้างแมมมอธขนยาวโดยทั่วไปต้องสูญพันธุ์เมื่อราว 10,500 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงท้ายของยุคน้ำแข็ง เนื่องจากการล่าของมนุษย์และความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม

Science Update : จุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดีร้อนมาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/228088

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ข้อมูลใหม่ที่ได้จากการตรวจวัดของกล้องโทรทรรศน์อินฟราเรดที่เกาะฮาวายของสหรัฐ ชี้ว่าจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี ซึ่งเป็นพายุหมุนที่มีขนาดใหญ่กว่าโลก 3 เท่านั้น เป็นจุดที่มีอุณหภูมิสูงถึง 1,500 องศาเซลเซียส ซึ่งนับว่าสูงกว่าบริเวณอื่น ๆ ของดาวหลายร้อยองศาเซลเซียส ความร้อนสูงที่จุดแดงใหญ่ดังกล่าว เกิดจากคลื่นเสียงพลังงานสูงภายในพายุหมุน “ปะทุ” ขึ้นที่ส่วนบนของชั้นบรรยากาศของดาว ทำให้มีการปลดปล่อยความร้อนมหาศาล ความร้อนนี้เคยเป็นปริศนามานานว่า ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์และประกอบไปด้วยก๊าซเป็นหลักอย่างดาวพฤหัสบดี ไม่น่าจะปลดปล่อยความร้อนออกมาในระดับนี้ได้ มีการตีพิมพ์ข้อมูลใหม่นี้ลงในวารสารเนเจอร์ โดยทีมนักดาราศาสตร์ที่ทำการศึกษาระบุว่า ปรากฏการณ์ที่คลื่นเสียงจากพายุเดินทางขึ้นสู่บรรยากาศชั้นบน และปลดปล่อยตัวเองออกเป็นความร้อนนั้น สามารถพบได้บนโลกเช่นกัน เช่นในแถบเทือกเขาแอนดีสของอเมริกาใต้

 

Science Update : ต้นตอ ‘ดวงตาข้างขวา’ คนบนดวงจันทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/226990

วันอาทิตย์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผลการศึกษาใหม่ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ระบุว่า หลุมแห่งหนึ่งบนดวงจันทร์ ซึ่งคนบนโลกมักมองเห็นเป็นตาข้างขวาของรูป “คนบนดวงจันทร์” ตามจินตนาการนั้น เกิดจากการชนของอุกกาบาตขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 250 กิโลเมตร ซึ่งอุกกาบาตนี้ใหญ่พอที่จะเป็นต้นกำเนิดของดาวดวงใหม่ได้ เดิมทีนั้นนักดาราศาสตร์ประเมินว่า หลุมบนดวงจันทร์ดังกล่าวน่าจะเกิดจากการชนของอุกกาบาตที่มีขนาดเพียง 80 กิโลเมตร เมื่อราว 3,800 ล้านปีก่อน แต่จากการศึกษาครั้งใหม่ของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบราวน์ของสหรัฐ ซึ่งทดลองยิงโลหะด้วยปืนความเร็วสูงเพื่อจำลองการชนของอุกกาบาตดังกล่าว ได้พบว่าอุกกาบาตนี้น่าจะมีขนาดใหญ่กว่าที่คาดไว้เดิมถึง 3 เท่า และชนเข้ากับพื้นผิวดวงจันทร์ด้วยความเร็วสูงถึง 70,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การชนดังกล่าวทำให้เกิดหลุมบนดวงจันทร์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างกว่า 1,200 กิโลเมตร ทั้งยังเป็นไปได้ว่า เศษหินและฝุ่นละอองที่เกิดจากการชนครั้งนี้น่าจะพุ่งเข้าปกคลุมโลก ซึ่งขณะนั้นตั้งอยู่ใกล้กับดวงจันทร์มากกว่าในปัจจุบันถึงครึ่งหนึ่ง

Science Update : พบโคอาลาตาสองสีในออสเตรเลีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/225919

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

โรงพยาบาลรักษาสัตว์ป่าของสวนสัตว์ออสเตรเลีย ในรัฐควีนส์แลนด์ ช่วยชีวิตเจ้าโบวี่ โคอาลาเพศเมียที่ได้รับบาดเจ็บ เพราะคาดว่าน่าจะถูกรถชนในย่านชานเมืองบริสเบน โดยทีมสัตวแพทย์ตั้งชื่อให้มันตามนักร้องชื่อดัง “เดวิด โบวี่” เพราะมันมีดวงตาสองข้างที่สีแตกต่างกัน ไม่เหมือนโคอาลาทั่วไปที่มักมีตาสีน้ำตาล ลักษณะที่สวยงามดูแปลกตาเช่นนี้เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เรียกว่า Heterochromia ซึ่งเป็นความผิดปกติของเม็ดสีในม่านตา

อย่างไรก็ตาม กรณีตาสองสีของเดวิด โบวี่ นั้นเป็นภาวะที่แตกต่างออกไปเรียกว่า Anisocoria ซึ่งรูม่านตามีขนาดไม่เท่ากัน จึงทำให้มองดูเหมือนว่าตาสองข้างมีสีต่างกัน สัตวแพทย์บอกว่าภาวะ Heterochromia ของเจ้าโบวี่ ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของโคอาลาแต่อย่างใด