Science Update : เผยภาพสุดท้ายดาวเทียม ‘ฮิโตมิ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/224816

วันอาทิตย์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

วารสารเนเจอร์ตีพิมพ์ภาพถ่ายสุดท้ายที่ดาวเทียมฮิโตมิของญี่ปุ่น ส่งกลับมายังโลก ก่อนจะสูญเสียการควบคุมและหลุดลอยไปสู่ห้วงอวกาศลึก เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เหตุดังกล่าวสร้างความสูญเสียให้กับองค์การบริหารการบินและอวกาศของญี่ปุ่น (JAXA) รวมทั้งองค์กรอื่นๆ ที่ให้ความร่วมมือ เช่น นาซา กว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ก่อนจะหลุดลอยไป ดาวเทียมฮิโตมิยังสามารถถ่ายภาพความเคลื่อนไหวของรังสีเอ็กซ์ในกลุ่มแกแล็คซีเพอร์เซอุสที่อยู่ห่างออกไป 250 ล้านปีแสงได้ ซึ่งเมื่อนำข้อมูลจากภาพดังกล่าวมาวิเคราะห์ พบว่ากลุ่มก๊าซร้อนในบริเวณนี้มีความเคลื่อนไหวช้าและปั่นป่วนน้อยกว่าที่คาด แต่เดิม นักวิทยาศาสตร์ตั้งใจให้ดาวเทียมฮิโตมิ ซึ่งแปลว่ารูม่านตาในภาษาญี่ปุ่น คอยสังเกตการณ์การก่อตัวของกลุ่มแกแล็คซีและการบิดเบี้ยวของกาล-อวกาศโดยรอบหลุมดำ แต่ต้องมาสูญเสียการควบคุมไปเสียก่อน

Science Update : หาวิธีเพาะพันธุ์กบภูเขาใกล้สูญพันธุ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/223628

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กบภูเขาสายพันธุ์ Mountain Chicken Frog เป็นหนึ่งในสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากที่สุดในโลก โดยจำนวนประชากรกบสายพันธุ์นี้ลดลงอย่างมาก อันมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น การถูกล่า ภัยธรรมชาติ ถิ่นที่อยู่อาศัยถูกรุกราน และโรคเชื้อราไคทริด ทำให้ตลอด 20 ปีมานี้ นักอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ได้พยายามหาทางอนุรักษ์กบสายพันธุ์นี้ไว้ และคิดค้นวิธีเพาะพันธุ์แบบใหม่ด้วยการจับคู่กบที่ผ่านการคัดเลือกว่ามีความพร้อมในการผสมพันธุ์ ให้อยู่ด้วยกันในตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกดัดแปลงให้เหมือนป่าเขตร้อนขนาดเล็ก โดยพวกเขาบอกว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายในการอนุรักษ์กบสายพันธุ์นี้ให้อยู่รอด และหวังว่าพวกมันจะแพร่พันธุ์และสามารถนำประชากรกบรุ่นใหม่ไปปล่อยกลับในถิ่นที่อยู่อาศัยเดิมได้ โครงการเพาะพันธุ์กบนี้เป็นผลงานร่วมกันระหว่าง สวนสัตว์เชสเตอร์สวนสัตว์กรุงลอนดอน กองทุนอนุรักษ์สัตว์ป่าเดอร์เรล สวนสัตว์นอร์เดนส์ อาร์ค และสมาคมสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำยุโรป

Update Science : ทะเลสาบเดดซีประสบปัญหาน้ำแห้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/222474

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ทะเลสาบเดดซี ทะเลสาบน้ำเค็มที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก ตั้งอยู่ระหว่างประเทศจอร์แดนและอิสราเอล ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่าทางระบบนิเวศน์ชิ้นหนึ่งของโลกกำลังมีปัญหาจากการที่ปริมาณน้ำกำลังลดลงเป็นประวัติการณ์ นำไปสู่การเกิดปรากฏการณ์หลุมยุบ ทำให้ไม่ปลอดภัยสำหรับอาคารและที่พักอาศัยที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ ทะเลสาบเดดซีได้รับน้ำจากต้นน้ำเพียงแหล่งเดียวคือแม่น้ำจอร์แดน แต่ในปัจจุบัน ปริมาณน้ำในแม่น้ำจอร์แดนเริ่มเหือดแห้ง

โดยทั้งจอร์แดนและซีเรียต่างต้องพึ่งพาน้ำจากแหล่งนี้ในการผลิตน้ำประปาป้อนประชาชนและพื้นที่การเกษตร อีกทั้งจอร์แดนและอิสราเอลยังใช้น้ำเค็มในทะเลสาบเพื่อผลิตฟอสเฟต ทำให้ปัญหายิ่งรุนแรงหนักขึ้นไปอีก ตอนนี้ ประเทศที่เกี่ยวข้องกำลังพยายามหาทางฟื้นฟูเดดซี โดยเสนอให้วางท่อข้ามทะเลสาบเพื่อปั๊มน้ำจากทะเลแดง ที่อยู่ระหว่างแอฟริกากับเอเชียไปลงยังทะเลสาบเดดซี ถึงแม้ว่าโครงการนี้จำเป็นต้องใช้เงินมหาศาล แต่รัฐบาลของประเทศเหล่านั้นเห็นว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่คุ้มทุนและคุ้มค่า

Science Update : ปูแมงมุมยักษ์เต็มชายฝั่งทะเลออสเตรเลีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/221322

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เชรี มาร์ริส นักชีววิทยาทางทะเลของออสเตรเลีย เผยแพร่ภาพถ่ายปูแมงมุมยักษ์นับแสนตัวที่อพยพมาลอกคราบยังชายฝั่งทะเลพอร์ท ฟิลลิป เบย์ ในเมืองเมลเบิร์นของออสเตรเลีย เมื่อวันศุกร์ที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดย มาร์ริสระบุว่าปูเหล่านี้อพยพมายังน่านน้ำทะเลทางตอนใต้ทุกปีเพื่อลอกคราบ ช่วงเวลาที่ปูลอกคราบอาจทำให้ปูตกเป็นเหยื่อของนกทะเลและปลากระเบนได้ง่าย เพราะเป็นช่วงที่ไม่มีกระดองแข็งห่อหุ้ม ปูแมงมุมยักษ์จึงรวมตัวกันในช่วงลอกคราบเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกสัตว์อื่นกิน มาร์ริสระบุด้วยว่าตัดสินใจเผยแพร่ภาพปูเหล่านี้เพราะต้องการรณรงค์ให้ชาวออสเตรเลียตระหนักถึงความหลากหลายทางชีวภาพในทะเลทางตอนใต้ ซึ่งมีผู้มองว่าเป็นน่านน้ำที่ไม่มีความอุดมสมบูรณ์ แต่ในความเป็นจริงแล้วพื้นที่ดังกล่าวยังมีสัตว์อีกมากอาศัยอยู่

Science Update : เพาะเลี้ยงอวัยวะมนุษย์ในตัวอ่อนหมู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/220201

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียแห่งเมืองเดวิสของสหรัฐ กำลังพัฒนาวิธีการเพาะเลี้ยงอวัยวะของมนุษย์ในตัวอ่อนหมู เพื่อนำไปใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายอวัยวะในอนาคต โดยจะใช้การตัดต่อยีนบางส่วนออกจากเซลล์ตัวอ่อนหมู และนำเซลล์ต้นแบบของมนุษย์เข้าไปไว้แทน เพื่อให้เจริญเติบโตขึ้นมาเป็นอวัยวะของมนุษย์ที่อยู่ในตัวอ่อนหมูอย่างสมบูรณ์ คาดว่าวิธีการดังกล่าว จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนผู้บริจาคอวัยวะ และแก้ปัญหาภูมิคุ้มกันของคนไข้ปฏิเสธอวัยวะที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายไปอย่างสิ้นเชิง โดยในขั้นต้นนี้กำลังพัฒนาวิธีการเพาะเลี้ยงตับอ่อนของมนุษย์ในตัวอ่อนหมู โดยใช้เทคนิคการตัดต่อยีน ตัดเอายีนที่จะสร้างตับอ่อนของเซลล์ตัวอ่อนหมูออกไป แล้วนำเซลล์ต้นแบบไอพีเอส ซึ่งเป็นเซลล์ที่ได้จากร่างกายของคนไข้นำมาย้อนวัยให้กลับเป็นเซลล์ต้นแบบอีกครั้ง ฉีดเข้าไปในตัวอ่อนหมูแทน ซึ่งจะทำให้ตัวอ่อนหมูเติบโตขึ้นโดยมีตับอ่อนของมนุษย์อยู่แทนที่ตับอ่อนหมูตามปกติ

 

Science Update : พบกริชฟาโรห์ตุตันคามุน ทำจากหินอุกกาบาต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/219097

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นักโบราณคดีค้นพบว่า กริชที่พบในบรรดาสิ่งของล้ำค่าซึ่งถูกห่อฝังอยู่ข้างพระศพของฟาโรห์ตุตันคามุน ทำจากเหล็กที่ได้จากหินอุกกาบาต ซึ่งทำให้กริชไม่เป็นสนิม แม้เวลาจะผ่านมานานถึง 3,300 ปีแล้วก็ตาม โดยนักโบราณคดีปัจจุบันได้นำกริชดังกล่าวมาสแกนด้วยเครื่องเอกซเรย์ เพื่อตรวจสอบองค์ประกอบของกริชดังกล่าว ทำให้พบว่าตัวกริชมีองค์ประกอบของนิกเกิ้ลและโคบอลต์ปะปนอยู่กับเหล็กในปริมาณสูง ซึ่งแสดงว่าทำมาจากหินอุกกาบาตจากนอกโลก อันเป็นวัตถุที่ถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และมักใช้ในการประดิษฐ์สิ่งของประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ของอียิปต์โบราณ นักโบราณคดียังได้ตรวจสอบองค์ประกอบของกริชดังกล่าว เทียบกับก้อนอุกกาบาตที่ตกในรัศมี 2,000 กิโลเมตร โดยรอบชายฝั่งทะเลแดงของอียิปต์ และพบว่ากริชนี้มีปริมาณของแร่ธาตุในสัดส่วนเดียวกันกับอุกกาบาตก้อนหนึ่งซึ่งพบทางตะวันตกของเมืองอเล็กซานเดรีย

Science Update : การใช้ยาปฏิชีวนะในปศุสัตว์ ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/217944

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ผลการศึกษาชิ้นล่าสุดจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด ในสหรัฐ บ่งชี้ว่า ยาปฏิชีวนะที่ใช้กับปศุสัตว์ อาจมีส่วนกระตุ้นให้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงขึ้น เพราะพบว่ายาชนิดนี้ทำให้มูลวัวปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมามากกว่าปกติ งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the Royal Society B โดยทีมนักวิจัยพบว่ามูลของวัวที่ได้รับยาปฏิชีวนะ จะปล่อยก๊าซมีเทนออกมาในปริมาณมากกว่ามูลของวัวที่ไม่ได้รับยาปฏิชีวนะถึง 1.8 เท่า เนื่องจากยาปฏิชีวนะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ของวัว อีกทั้งยังส่งผลต่อจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในระบบย่อยอาหารของสัตว์ชนิดอื่นที่เกี่ยวข้องกับมูลวัว เช่น ด้วงมูลสัตว์ ซึ่งมีความสำคัญต่อวัฏจักรคาร์บอนด้วย การศึกษายังพบว่า นอกจากวัวจะปล่อยก๊าซมีเทนผ่านทางมูลที่ขับถ่ายออกมาแล้ว ยังปล่อยก๊าซชนิดนี้ออกมาในรูปของการเรออีกด้วย นักวิจัยชี้ว่าข้อมูลที่ได้ครั้งนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ยาปฏิชีวนะที่ใช้ในฟาร์มปศุสัตว์ก่อให้เกิดผลกระทบทางอ้อมต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่คิด

Science Update : ดาวเทียมเด็กประถม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/216814

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาของโรงเรียนเซนต์ธอมัส มอร์ คาธีดรัล ในรัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐ ร่วมกันฉลองความสำเร็จที่ดาวเทียมคิวบ์แซท (CubeSat) ซึ่งพวกเขาออกแบบและสร้างขึ้นเอง ถูกปล่อยขึ้นสู่วงโคจรที่ระดับ 400 กิโลเมตรเหนือพื้นโลกได้สำเร็จแล้ว โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากองค์การนาซา ซึ่งส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแนะนำนักเรียนในการออกแบบและประกอบดาวเทียม โดยโครงการนี้ใช้เวลา 4 ปีจึงดำเนินการเสร็จสิ้น ซึ่งเด็กทั้งโรงเรียนต่างมีส่วนร่วมด้วย และต่อจากนี้ บรรดานักเรียนจะได้เข้าร่วมในปฏิบัติการอวกาศของจริง ด้วยการเฝ้าติดตามตำแหน่งดาวเทียมดวงนี้ ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายภาพพื้นโลกทุก 30 วินาทีและส่งภาพกลับมา

Science Update : ทดสอบ ‘ไฮเปอร์ลูป’ ระบบขนส่งความเร็วสูงแห่งอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/215691

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการทดสอบระบบขนส่งความเร็วสูงแห่งอนาคต “ไฮเปอร์ลูป” ครั้งแรก ที่รัฐเนวาดาของสหรัฐ โดยเลื่อนที่ใช้ทดสอบสามารถออกตัวและเร่งความเร็วขึ้นได้ถึงระดับ 187 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 1.1 วินาที เลื่อนขนส่งของระบบไฮเปอร์ลูปลอยตัวอยู่เหนือรางด้วยสนามแม่เหล็ก และในอนาคตจะพัฒนาให้เคลื่อนที่ในท่อสุญญากาศเพื่อลดแรงเสียดทานและเร่งความเร็วได้เต็มที่ โดยตั้งเป้าว่าไฮเปอร์ลูปจะมีความเร็วสูงสุดถึงกว่า 1,120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยจะเริ่มนำมาใช้ขนส่งสินค้าในปี 2019 และจะเริ่มขนส่งผู้โดยสารในปี 2021 แต่ยังต้องมีการจัดการทางเทคนิคและโลจิสติกส์อีกมาก ผู้พัฒนาระบบไฮเปอร์ลูปหวังว่า จะสามารถนำระบบนี้ไปเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างนครลอสแองเจลิสและนครซานฟรานซิสโกได้ โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที ในอีก 5 ปีข้างหน้า

Science Update : นาซาเผยไปดาวอังคารได้ใน 3 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/214790

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ หรือนาซา เปิดเผยระบบการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า DEEP IN (Directed Propulsion for Interstellar Exploration) หรือในอีกชื่อเรียกง่ายๆ ว่า โฟโตนิก โพรพัลชั่น (Photonic Propulsion) เป็นการขับเคลื่อนด้วยเลเซอร์ผลักดันยานอวกาศให้เคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วสูง ซึ่งจะช่วยให้สามารถเดินทางไปยังดาวอังคารด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น สำหรับยานอวกาศที่มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัม กับความเร็วในการเคลื่อนที่เกือบเท่าความเร็วแสง และหากเป็นยานอวกาศในขนาดปกติก็จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 เดือน ถึงดาวอังคาร จากเทคโนโลยีที่มีอยู่ในเวลานี้ การเดินทางเพื่อไปสำรวจดาวอังคารในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดและกระบวนการทุกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด จำเป็นต้องใช้เวลาเดินทางถึง 5 เดือน ซึ่งผลประโยชน์ต่อเนื่องจากการใช้ระบบนี้ก็คือ ไม่จำเป็นต้องมีเชื้อเพลิงปริมาณมากติดตั้งไปกับยาน ทำให้ตัวยานเบาลง และราคาต้นทุนการสร้างถูกลงกว่าเดิมมากด้วย