Science Update : พบกริชฟาโรห์ตุตันคามุน ทำจากหินอุกกาบาต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/219097

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นักโบราณคดีค้นพบว่า กริชที่พบในบรรดาสิ่งของล้ำค่าซึ่งถูกห่อฝังอยู่ข้างพระศพของฟาโรห์ตุตันคามุน ทำจากเหล็กที่ได้จากหินอุกกาบาต ซึ่งทำให้กริชไม่เป็นสนิม แม้เวลาจะผ่านมานานถึง 3,300 ปีแล้วก็ตาม โดยนักโบราณคดีปัจจุบันได้นำกริชดังกล่าวมาสแกนด้วยเครื่องเอกซเรย์ เพื่อตรวจสอบองค์ประกอบของกริชดังกล่าว ทำให้พบว่าตัวกริชมีองค์ประกอบของนิกเกิ้ลและโคบอลต์ปะปนอยู่กับเหล็กในปริมาณสูง ซึ่งแสดงว่าทำมาจากหินอุกกาบาตจากนอกโลก อันเป็นวัตถุที่ถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และมักใช้ในการประดิษฐ์สิ่งของประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ของอียิปต์โบราณ นักโบราณคดียังได้ตรวจสอบองค์ประกอบของกริชดังกล่าว เทียบกับก้อนอุกกาบาตที่ตกในรัศมี 2,000 กิโลเมตร โดยรอบชายฝั่งทะเลแดงของอียิปต์ และพบว่ากริชนี้มีปริมาณของแร่ธาตุในสัดส่วนเดียวกันกับอุกกาบาตก้อนหนึ่งซึ่งพบทางตะวันตกของเมืองอเล็กซานเดรีย

Science Update : การใช้ยาปฏิชีวนะในปศุสัตว์ ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/217944

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ผลการศึกษาชิ้นล่าสุดจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด ในสหรัฐ บ่งชี้ว่า ยาปฏิชีวนะที่ใช้กับปศุสัตว์ อาจมีส่วนกระตุ้นให้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงขึ้น เพราะพบว่ายาชนิดนี้ทำให้มูลวัวปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมามากกว่าปกติ งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the Royal Society B โดยทีมนักวิจัยพบว่ามูลของวัวที่ได้รับยาปฏิชีวนะ จะปล่อยก๊าซมีเทนออกมาในปริมาณมากกว่ามูลของวัวที่ไม่ได้รับยาปฏิชีวนะถึง 1.8 เท่า เนื่องจากยาปฏิชีวนะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ของวัว อีกทั้งยังส่งผลต่อจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในระบบย่อยอาหารของสัตว์ชนิดอื่นที่เกี่ยวข้องกับมูลวัว เช่น ด้วงมูลสัตว์ ซึ่งมีความสำคัญต่อวัฏจักรคาร์บอนด้วย การศึกษายังพบว่า นอกจากวัวจะปล่อยก๊าซมีเทนผ่านทางมูลที่ขับถ่ายออกมาแล้ว ยังปล่อยก๊าซชนิดนี้ออกมาในรูปของการเรออีกด้วย นักวิจัยชี้ว่าข้อมูลที่ได้ครั้งนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ยาปฏิชีวนะที่ใช้ในฟาร์มปศุสัตว์ก่อให้เกิดผลกระทบทางอ้อมต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่คิด

Science Update : ดาวเทียมเด็กประถม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/216814

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาของโรงเรียนเซนต์ธอมัส มอร์ คาธีดรัล ในรัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐ ร่วมกันฉลองความสำเร็จที่ดาวเทียมคิวบ์แซท (CubeSat) ซึ่งพวกเขาออกแบบและสร้างขึ้นเอง ถูกปล่อยขึ้นสู่วงโคจรที่ระดับ 400 กิโลเมตรเหนือพื้นโลกได้สำเร็จแล้ว โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากองค์การนาซา ซึ่งส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแนะนำนักเรียนในการออกแบบและประกอบดาวเทียม โดยโครงการนี้ใช้เวลา 4 ปีจึงดำเนินการเสร็จสิ้น ซึ่งเด็กทั้งโรงเรียนต่างมีส่วนร่วมด้วย และต่อจากนี้ บรรดานักเรียนจะได้เข้าร่วมในปฏิบัติการอวกาศของจริง ด้วยการเฝ้าติดตามตำแหน่งดาวเทียมดวงนี้ ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายภาพพื้นโลกทุก 30 วินาทีและส่งภาพกลับมา

Science Update : ทดสอบ ‘ไฮเปอร์ลูป’ ระบบขนส่งความเร็วสูงแห่งอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/215691

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการทดสอบระบบขนส่งความเร็วสูงแห่งอนาคต “ไฮเปอร์ลูป” ครั้งแรก ที่รัฐเนวาดาของสหรัฐ โดยเลื่อนที่ใช้ทดสอบสามารถออกตัวและเร่งความเร็วขึ้นได้ถึงระดับ 187 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 1.1 วินาที เลื่อนขนส่งของระบบไฮเปอร์ลูปลอยตัวอยู่เหนือรางด้วยสนามแม่เหล็ก และในอนาคตจะพัฒนาให้เคลื่อนที่ในท่อสุญญากาศเพื่อลดแรงเสียดทานและเร่งความเร็วได้เต็มที่ โดยตั้งเป้าว่าไฮเปอร์ลูปจะมีความเร็วสูงสุดถึงกว่า 1,120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยจะเริ่มนำมาใช้ขนส่งสินค้าในปี 2019 และจะเริ่มขนส่งผู้โดยสารในปี 2021 แต่ยังต้องมีการจัดการทางเทคนิคและโลจิสติกส์อีกมาก ผู้พัฒนาระบบไฮเปอร์ลูปหวังว่า จะสามารถนำระบบนี้ไปเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างนครลอสแองเจลิสและนครซานฟรานซิสโกได้ โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที ในอีก 5 ปีข้างหน้า

Science Update : นาซาเผยไปดาวอังคารได้ใน 3 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/214790

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ หรือนาซา เปิดเผยระบบการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า DEEP IN (Directed Propulsion for Interstellar Exploration) หรือในอีกชื่อเรียกง่ายๆ ว่า โฟโตนิก โพรพัลชั่น (Photonic Propulsion) เป็นการขับเคลื่อนด้วยเลเซอร์ผลักดันยานอวกาศให้เคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วสูง ซึ่งจะช่วยให้สามารถเดินทางไปยังดาวอังคารด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น สำหรับยานอวกาศที่มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัม กับความเร็วในการเคลื่อนที่เกือบเท่าความเร็วแสง และหากเป็นยานอวกาศในขนาดปกติก็จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 เดือน ถึงดาวอังคาร จากเทคโนโลยีที่มีอยู่ในเวลานี้ การเดินทางเพื่อไปสำรวจดาวอังคารในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดและกระบวนการทุกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด จำเป็นต้องใช้เวลาเดินทางถึง 5 เดือน ซึ่งผลประโยชน์ต่อเนื่องจากการใช้ระบบนี้ก็คือ ไม่จำเป็นต้องมีเชื้อเพลิงปริมาณมากติดตั้งไปกับยาน ทำให้ตัวยานเบาลง และราคาต้นทุนการสร้างถูกลงกว่าเดิมมากด้วย

Science Update : ญี่ปุ่นทิ้งดาวเทียมสำรวจหลุมดำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/213775

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สำนักงานสำรวจอวกาศของญี่ปุ่น หรือ JAXA ตัดสินใจจะทิ้งดาวเทียมฮิโตมิ มูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ ที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเพื่อศึกษาหลุมดำ หลังจากใช้เวลาหลายเดือนในการพยายามรักษาดาวเทียมดวงนี้เอาไว้ นักวิจัยเผยว่า ไม่สามารถควบคุมดาวเทียมได้และไม่สามารถสื่อสารติดต่อกับดาวเทียมได้อีกต่อไปหลังจากมันถูกส่งขึ้นไปยังอวกาศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยนักวิทยาศาสตร์บางคนให้ความเห็นว่าอาจจะเสียหายและแตกออกเป็นชิ้นส่วนไปแล้ว ทาง JAXA ได้พยายามหาทางค้นหาและกู้ดาวเทียมให้ได้ แต่ล่าสุด พวกเขาก็ยอมแพ้และกล่าวว่าจำเป็นต้องทิ้งดาวเทียมดวงนี้แล้ว เนื่องจากเชื่อว่า ดาวเทียมอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถจะกู้คืนให้สามารถทำงานได้อีกครั้งแล้ว และต้องขออภัยอย่างยิ่งที่จะต้องยกเลิกปฏิบัติการของดาวเทียมดวงนี้ สำหรับดาวเทียม ฮิโตมิ แปลว่าดวงตา เป็นดาวเทียมที่มีความทันสมัยมากของญี่ปุ่น ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ เพื่อค้นหารังสีเอ็กซ์ที่ไหลออกมาจากหลุมดำและกลุ่มกาแล็กซีต่างๆ

 

Science Update : พบฟอสซิลฟันของบรรพบุรุษวาฬสเปิร์ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/212744

วันอาทิตย์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พิพิธภัณฑ์วิคตอเรียในประเทศออสเตรเลีย นำฟอสซิลฟันของ “วาฬสเปิร์มเพชฌฆาตยักษ์” ซึ่งคาดว่าเก่าแก่กว่า 5 ล้านปีออกแสดง โดยวาฬโบราณที่สูญพันธุ์ไปแล้วชนิดนี้เป็นบรรพบุรุษของวาฬสเปิร์มในปัจจุบัน นายเมอร์เรย์ ออร์ นักสะสมซึ่งเป็นผู้บริจาคฟอสซิลขนาด 30 เซนติเมตรนี้แก่พิพิธภัณฑ์บอกว่า มีการค้นพบฟอสซิลฟันของวาฬโบราณดังกล่าวที่อ่าวบิวแมริส ใกล้นครเมลเบิร์น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คาดว่าวาฬโบราณชนิดนี้มีขนาดใหญ่ถึง 18 เมตร และหนักราว 40 ตัน ด้านนายอีริค ฟิทซ์เจอรัล นักบรรพชีวินวิทยาบอกว่า การพบฟอสซิลฟันของวาฬสเปิร์มเพชฌฆาตยักษ์ที่ออสเตรเลีย นับเป็นการค้นพบครั้งแรกนอกทวีปอเมริกา ซึ่งตามปกติจะพบฟอสซิลดังกล่าวได้ในแถบชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือและใต้เท่านั้น การค้นพบนี้แสดงว่าวาฬโบราณชนิดดังกล่าวมีถิ่นที่อยู่อาศัยในทวีปออสเตรเลียด้วย

Science Update : ดาวฤกษ์ยึดบรรยากาศดาวเคราะห์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/211692

วันอาทิตย์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รายงานดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications โดยทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติ ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์แล้วพบว่า ดาวเคราะห์ที่โคจรเข้าใกล้ดาวฤกษ์ของตนมากจนเกินไปนั้น จะถูกชนด้วยกระแสกัมมันตรังสีพลังงานสูงตลอดเวลา จนชั้นบรรยากาศที่เป็นก๊าซห่อหุ้มอยู่หลุดออกไปซึ่งปรากฏการณ์นี้คล้ายกับการที่เรายืนอยู่ใกล้ไดร์เป่าผมที่ปรับระดับความร้อนสูงสุดนั่นเอง การค้นพบดังกล่าว จะช่วยเสริมความเข้าใจถึงความเป็นมาและพัฒนาการของระบบสุริยะ ซึ่งข้อมูลนี้บ่งชี้ว่า ในช่วงการกำเนิดระบบสุริยะใหม่ ๆ นั้น ดาวเคราะห์บางประเภทอาจมีขนาดใหญ่กว่าที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

Science Update : น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ผลกระทบมากกว่าที่คาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/209740

วันอาทิตย์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผลการวิเคราะห์ล่าสุดเกี่ยวกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในแถบขั้วโลกใต้บ่งชี้ว่า การละลายของน้ำแข็งในขั้วโลกใต้เพียงอย่างเดียว จะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 1.14 เมตร ภายในปลายคริสต์ศตวรรษนี้ (ค.ศ.2100) และภายในปี ค.ศ.2500 ระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้นอีกถึง 13 เมตร ก่อนหน้านี้ เมื่อปี ค.ศ.2013 คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศประเมินว่า หากยังไม่จำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ลดลง ระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้น 98 ซม. ภายในปี ค.ศ.2100 อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวใช้ปัจจัยเรื่องการละลายของน้ำแข็งในขั้วโลกใต้มาประกอบการพิจารณาน้อยมาก แต่การศึกษาชิ้นใหม่นี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ทำการวิเคราะห์โดยนับรวมเอาปัจจัยทางกายภาพเข้าประกอบการพิจารณาเป็นครั้งแรก อาทิ ผลกระทบจากน้ำที่ละลายจากน้ำแข็งหรือหิมะบนพื้นโลก, น้ำฝนที่ตกลงมา,น้ำแข็งที่แตกตัวแล้วไหลลงสู่ทะเล และการแตกสลายของหิ้งน้ำแข็ง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทีมนักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะเริ่มเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า อันเป็นผลมาจากชั้นบรรยากาศที่ร้อนขึ้น

 

Science Update : แกนหมุนดวงจันทร์เคลื่อนไป 6 องศา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/208717

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
งานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ ระบุว่า ดวงจันทร์ในปัจจุบันหมุนรอบตัวเองด้วยแกนที่เคลื่อนไปจากเมื่อหลายพันล้านปีก่อนราว 6 องศา ซึ่งทำให้ดวงจันทร์เปลี่ยนหน้าด้านที่หันเข้าหาโลกไปเล็กน้อยด้วย นักวิทยาศาสตร์ใช้ข้อมูลที่ส่งจากยาน
ลูนาร์ พรอสเปกเตอร์ ขององค์การนาซาที่ปฏิบัติภารกิจช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 มาวิเคราะห์ โดยพบจุดที่มีไฮโดรเจนอยู่มากใกล้กับขั้วของดวงจันทร์ทั้งด้านเหนือและด้านใต้ ซึ่งอาจสันนิษฐานได้ว่า จุดดังกล่าวมีน้ำแข็งอยู่ในปริมาณมาก และเมื่อลากเส้นตรงเชื่อมจุดทั้งสอง พบว่าเส้นเชื่อมผ่านศูนย์กลางของดวงจันทร์พอดี แสดงให้เห็นว่านี่อาจจะเป็นแนวแกนเดิมที่ดวงจันทร์เคยใช้หมุนรอบตัวเองมาก่อนก็เป็นได้ เชื่อว่าแกนของดวงจันทร์ค่อยๆ แกว่งและเคลื่อนเปลี่ยนไปอย่างถาวร เนื่องจากความเคลื่อนไหวของภูเขาไฟในพื้นที่ที่เรียกว่า Procellarum ซึ่งเป็นพื้นที่เงามืดของดวงจันทร์ที่มองเห็นได้จากโลก ทำให้บริเวณดังกล่าวอุ่นขึ้นและมีความหนาแน่นต่ำลง ซึ่งค่อยๆ ทำให้แกนหมุนของดวงจันทร์เคลื่อนไปในที่สุด