Science Update : เสินโจว-19 นำตัวอย่างวัตถุอวกาศกลับโลก

Science Update : เสินโจว-19 นำตัวอย่างวัตถุอวกาศกลับโลก

Science Update : เสินโจว-19 นำตัวอย่างวัตถุอวกาศกลับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

            นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ของจีน เปิดเผยว่า การศึกษาตัวอย่างวัตถุจากอวกาศที่นักบินอวกาศ เสินโจว-19 (Shenzhou-19) นำกลับมา จะให้การสนับสนุนทางเทคนิคสำหรับการผลิตวัสดุใหม่บนโลกและกิจกรรมในอวกาศของมนุษย์ในอนาคต โดยนักบินอวกาศยานเสินโจว-19 นำเอาตัวอย่างวัตถุ 22 ชนิดที่แยกเป็น 4 ประเภทกลับมายังพื้นโลก ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้จะถูกขนส่งไปยังกรุงปักกิ่งพร้อมกับแคปซูลส่งกลับของยานอวกาศเสินโจว-19

            ตัวอย่างวัตถุดังกล่าว ได้แก่ โลหะผสมทังสเตนเอนโทรปีสูง, เหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูง, วัสดุเสริมดินบนดวงจันทร์ และวัสดุหล่อลื่นคอมโพสิตเจล

            ศูนย์เทคโนโลยีและวิศวกรรมการใช้งานอวกาศภายใต้สถาบันวิทยาศาสตร์จีน แถลงว่า การศึกษาตัวอย่างการทดลองเหล่านี้ จะส่งเสริมการผลิตและการประยุกต์ใช้วัสดุสำคัญ รวมถึงวัสดุสำหรับใบพัดกังหันเครื่องยนต์อากาศยานรุ่นต่อไปและส่วนประกอบนาโนอิเล็กทรอนิกส์

            ทั้งนี้ ภารกิจเสินโจว-19 ได้สร้างตัวอย่างมากกว่า 102 ตัวอย่างจาก 13 ประเภท ซึ่งถูกส่งกลับมายังโลกเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์อย่างละเอียด คาดว่าการศึกษาเหล่านี้ จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ในการวิจัยพื้นฐาน, วัสดุใหม่, ผลกระทบจากรังสีในอวกาศ และกลไกทางชีวภาพที่ไร้แม่เหล็ก

Science Update : 35 ปีกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

Science Update : 35 ปีกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

Science Update : 35 ปีกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    องค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐฯ หรือนาซา ฉลองครบรอบ 35 ปีของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ ‘ฮับเบิล’ ด้วยการเผยแพร่ภาพใหม่ 4 ภาพที่ได้บันทึกสิ่งมหัศจรรย์บนท้องฟ้า ตั้งแต่ดาวอังคาร เนบิวลา (กลุ่มเมฆฝุ่นและก๊าซขนาดยักษ์ในอวกาศ) ดาวเคราะห์ที่สว่างไสว, เนบิวลาโรเซตต์ที่กำลังเกิดดาวฤกษ์ และกาแล็กซีชนิดก้นหอย NGC 5335

    กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลยังคงทำงานควบคู่กับกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (JWST) เพื่อมอบการสังเกตการณ์ที่เสริมซึ่งกันและกัน ช่วยเพิ่มความเข้าใจของเราเกี่ยวกับจักรวาล แม้ว่าความสามารถอินฟราเรดของเวบบ์ จะช่วยให้กล้องโทรทรรศน์สามารถมองลึกลงไปในประวัติศาสตร์ของจักรวาลได้ แต่การสังเกตการณ์ด้วยแสงอัลตราไวโอเลตและแสงที่มองเห็นได้ของกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล ยังให้มุมมองโดยละเอียดของกาแล็กซีที่อยู่ใกล้กว่าและบริเวณที่เกิดดาวฤกษ์ ความร่วมมือนี้ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาวิวัฒนาการของกาแล็กซีและปรากฏการณ์จักรวาลตามกาลเวลาได้

    เฉพาะกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล มีผลงานการสังเกตการณ์เกือบ 1.7 ล้านครั้งและเอกสารทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 22,000 ฉบับ อิทธิพลของกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลต่อดาราศาสตร์จึงมีความล้ำลึกมาก โดยหอสังเกตการณ์โลกที่สามารถอยู่อาศัยได้ ซึ่งเป็นโครงการต่อจากกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลมีเป้าหมายที่จะสืบสานมรดกนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่การระบุดาวเคราะห์ที่อาจอยู่อาศัยได้ ซึ่งเป็นแนวคิดสำหรับภารกิจที่จะค้นหาและกำหนดลักษณะของดาวเคราะห์ที่อยู่อาศัยได้ นอกระบบสุริยะของเรา

Science Update : อาจมีสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์อันไกลโพ้น

Science Update : อาจมีสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์อันไกลโพ้น

Science Update : อาจมีสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์อันไกลโพ้น

วันอาทิตย์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ใช้กล้องโทรทรรศน์ เจมส์ เว็บบ์ ขององค์การบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา ซึ่งเป็นกล้องที่ทรงพลังที่สุดในขณะนี้มองแสงที่ลอดผ่านชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ K2-18b ซึ่งอยู่ห่างจากโลกถึง 124 ล้านปีแสง มีขนาดใหญ่กว่าโลกเราประมาณ 2 เท่าครึ่ง และโคจรรอบดาวฤกษ์ดวงเล็กสีแดง ๆ พบสารเคมีอย่างน้อย 2 อย่างที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต คือ ไดเมทิลซัลไฟด์ (DMS) และ ไดเมทิลไดซัลไฟด์ (DMDS)
ซึ่งเป็นแก๊สที่ผลิตขึ้นโดยแพลงก์ตอนพืชและแบคทีเรียในทะเล และพบว่ามีปริมาณสูงกว่าค่าที่เราเจอบนโลกหลายพันเท่า ถือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดที่เคยมีมา ว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตนอกระบบสุริยะ

ศาสตราจารย์ นิกกุ มาดูซูดาน ผู้นำการวิจัย บอกว่า หากเรายืนยันว่า มีสิ่งมีชีวิตบนดาว K2-18b จริง ก็จะเป็นการยืนยันได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ทั่วไป และเป็นปกติของกาแลกซี่ อย่างไรก็ดี การค้นพบครั้งนี้แม่นยำราว 99.7% หรือในระดับ 3 ซิกมาตามมาตรฐานการวัดทางวิทยาศาสตร์ แม้ว่าเหมือนจะมาก แต่ยังไม่มากพอในการโน้มน้าวให้ชุมชนวิทยาศาสตร์เชื่อมั่นได้ เพราะการจะประกาศว่าค้นพบอย่างเป็นทางการ จะต้องแม่นยำถึงระดับ 99.99999% หรือระดับ 5 ซิกมา 

ขณะที่นักดาราศาสตร์หลายคนเตือนว่า แม้จะพบแก๊สแบบนี้ก็ไม่ได้แปลว่าเกิดจากสิ่งมีชีวิตเสมอไป เพราะในจักรวาลอาจมีวิธีแปลก ๆ ที่ทำให้แก๊สนี้เกิดขึ้น สอดคล้องกับที่ทีมวิจัยย้ำว่า

Science Update : โมเดล AI ช่วยรักษา ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’

Science Update : โมเดล AI ช่วยรักษา ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’

Science Update : โมเดล AI ช่วยรักษา ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเซาธ์ไชน่าในมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน เปิดเผยว่า คณะนักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการลดการผ่าตัดอันไม่จำเป็นในผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หลังจากมีการผ่าตัดชิ้นเนื้อเฉพาะที่

ทีมวิจัยได้พัฒนาและตรวจสอบโมเดลการคาดการณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อประเมินความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ซ้ำหลังจากทำการผ่าตัดเฉพาะที่ โดยใช้ภาพพยาธิวิทยาของเนื้อเยื่อมะเร็งลำไส้ตรงระยะที1 (T1) ที่ตัดออกด้วยวิธีส่องกล้องทางเดินอาหารหรือการผ่าตัดผ่านรูทวารหนัก

โดยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดอันดับ 3 ของโลก คิดเป็นราวร้อยละ 10 ของผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งหมด ผู้ป่วยระยะเริ่มต้นมักได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเฉพาะที่ ทว่าผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูงบางรายต้องได้รับการผ่าตัดเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการเกิดเนื้องอกซ้ำ ซึ่งเพิ่มภาระทางร่างกายและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฯ และโรงพยาบาลประชาชนมณฑลกว่างตงได้พัฒนาโมเดลเครือข่ายประสาทเทียม (Artificial Neural Network) เพื่อประเมินความเสี่ยงของการกลับมาเกิดเนื้องอกซ้ำในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ตรงระยะที1 ซึ่งสามารถช่วยแพทย์และผู้ป่วยตัดสินใจวางแผนการรักษาหลังการผ่าตัดได้แม่นยำยิ่งขึ้น

โมเดลการคาดการณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์นี้ช่วยลดการผ่าตัดเพิ่มเติมที่ไม่จำเป็นลงราวร้อยละ 34.9 ในผู้ป่วยทั้งหมด เมื่อเทียบกับแนวทางการรักษาในปัจจุบันของสหรัฐฯ ซึ่งช่วยให้แพทย์ตัดสินใจได้ดีขึ้น รวมถึงสะท้อนประสิทธิภาพอันโดดเด่นและศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ภาพจุลพยาธิวิทยาในการทำนายอาการของเนื้องอก

Science Update : ‘บทเพลงดวงดาว’ ห่างออกไป 2,700 ปีแสง ช่วยไขวิวัฒนาการทางช้างเผือก

Science Update : ‘บทเพลงดวงดาว’ ห่างออกไป 2,700 ปีแสง ช่วยไขวิวัฒนาการทางช้างเผือก

Science Update : ‘บทเพลงดวงดาว’ ห่างออกไป 2,700 ปีแสง ช่วยไขวิวัฒนาการทางช้างเผือก

วันอาทิตย์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การศึกษาใหม่ของออสเตรเลียที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ เมื่อวันพุธที่ 2 เม.ย. เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ เกี่ยวกับวิวัฒนาการของดวงดาวด้วยการวิเคราะห์เสียงของดวงดาวในกระจุกดาวที่อยู่ห่างออกไป 2,700 ปีแสง และพัฒนาวิธีการกำหนดอายุและมวลของดาวฤกษ์อย่างแม่นยำผ่านการศึกษาการเปลี่ยนช่วงคลื่นเสียง (Oscillation Frequency) ของดาวเหล่านี้ โดยใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศภารกิจเคปเลอร์เค2 (Kepler K2)

เดนนิส สเตลโล ผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชาฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ระบุว่าดาวฤกษ์จะส่งเสียงที่ย่านความถี่เฉพาะเช่นเดียวกับเครื่องดนตรี ขึ้นอยู่กับโครงสร้างภายในของมัน และเป็นครั้งแรกที่เราศึกษาลำดับวิวัฒนาการที่กินเวลานานมากเช่นนี้

ดาวขนาดใหญ่ที่สุดจะมีเสียงทุ้มที่สุด ส่วนดาวขนาดเล็กจะมีเสียงแหลมสูงและไม่มีดาวดวงใดที่เล่นโน้ตเดียวพร้อมกันได้ กระบวนการนี้เปรียบเสมือนการฟังวงออร์เคสตราและระบุเครื่องดนตรีโดยฟังจากเสียงของเครื่องดนตรีชนิดนั้นๆ

การศึกษาครั้งนี้ได้ตรวจสอบดาวฤกษ์จำนวน 27 ดวง จากกระจุกดาวเอ็ม67 (M67) ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อ 4,000 ล้านปีก่อน แม้ว่ากระจุกดาวเอ็ม67 จะมีองค์ประกอบทางเคมีคล้ายคลึงกัน แต่มวลที่มีความหลากหลายทำให้เหมาะต่อการศึกษาวิวัฒนาการแบบเรียลไทม์

นักวิจัยกล่าวว่า เนื่องจากกระจุกดาวเอ็ม67 มีความคล้ายคลึงกับดวงอาทิตย์ การวิจัยครั้งนี้จึงให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับอดีตของดวงอาทิตย์และการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นดาวฤกษ์ยักษ์แดงในขั้นสุดท้าย การค้นพบเหล่านี้เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงและชี้ให้เห็นถึงแนวทางใหม่ในการวิเคราะห์ข้อมูลดาราศาสตร์ที่มีอยู่

Science Update : ‘แสงออโรรา’ บนดาวเนปจูน

Science Update : ‘แสงออโรรา’ บนดาวเนปจูน

Science Update : ‘แสงออโรรา’ บนดาวเนปจูน

วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อวันพุธที่ 26 มี.ค. องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา (NASA) เปิดเผยว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb) สามารถบันทึกภาพการเกิดแสงออโรราบนดาวเนปจูนได้เป็นครั้งแรก โดยเครื่องมือวัดสเปกตรัมอินฟราเรดช่วงใกล้ (Near-Infrared Spectrograph) ของเจมส์ เวบบ์ สามารถบันทึกภาพดังกล่าวเมื่อเดือนมิถุนายน 2023

คณะนักดาราศาสตร์ค้นพบเส้นสเปกตรัมอันโดดเด่นอย่างยิ่ง ซึ่งบ่งชี้การมีอยู่ของไตรไฮโดรเจนแคตไอออน (H3+) ที่เกิดขึ้นได้ในแสงออโรรา โดยแสงออโรราบนดาวเนปจูนจากรูปภาพของเจมส์ เวบบ์ มีลักษณะเป็นรอยเปื้อนและโทนสีเขียวอมฟ้า ขณะเดียวกัน ได้รับข้อมูลสเปกตรัมสำหรับตรวจสอบลักษณะองค์ประกอบและตรวจวัด
อุณหภูมิของบรรยากาศชั้นบนของดาวด้วย

สำหรับแสงออโรรา เกิดขึ้นเมื่ออนุภาคพลังงานสูง ซึ่งมักมีต้นกำเนิดจากดวงอาทิตย์ ถูกสนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์กักไว้และพุ่งขึ้นสู่บรรยากาศชั้นบน โดยการชนกันของอนุภาคเหล่านี้จะปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของแสงเรืองรองเฉพาะตัว

ก่อนหน้านี้ คณะนักดาราศาสตร์เคยพบร่องรอยแสงออโรราบนดาวเนปจูน แต่ไม่มีการบันทึกภาพยืนยันอย่างชัดเจน แม้สามารถตรวจพบแสงออโรราบนดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และดาวยูเรนัส

Science Update : บลูโกสต์หยุดทำงานหลังสำรวจดวงจันทร์ 14 วัน

Science Update : บลูโกสต์หยุดทำงานหลังสำรวจดวงจันทร์ 14 วัน

Science Update : บลูโกสต์หยุดทำงานหลังสำรวจดวงจันทร์ 14 วัน

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ไฟเออร์ฟลาย แอโรสเปซ (Firefly Aerospace) ยืนยันล่าสุดว่า ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของยานลงจอด “บลูโกสต์” ที่ใช้ชื่อว่า Ghost Riders in the Sky นาน 2 สัปดาห์ สิ้นสุดลงแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังระบบยานที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ดับลง ถือเป็นภารกิจบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง และเป็นความพยายามครั้งแรกของ ไฟเออร์ฟลาย ในการไปดวงจันทร์ โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการ Commercial Lunar Payload Services (CLPS) ของนาซา ติดตั้งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ของนาซา 10 ชิ้น ไว้บนยานลงจอด เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับนักบินอวกาศ ในโครงการอาร์เทมิส (Artemis) ที่จะเดินทางมาถึงดวงจันทร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

บลูโกสต์ทำภารกิจสำเร็จหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการติดตามสัญญาณ GPS บนดวงจันทร์เป็นครั้งแรก ไปจนถึงการเจาะพื้นผิวดวงจันทร์ด้วยหุ่นยนต์ที่ลึกกว่าที่เคยมีมา จากนั้นยานได้ส่งข้อมูลทั้งหมด 119 กิกะไบต์ กลับมายังโลก รวมถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ 51 กิกะไบต์ อีกทั้งยังบันทึกภาพจันทรุปราคาเต็มดวง Blood Worm Moon ในวันที่ 13-14 มีนาคมได้ และถ่ายภาพวงแหวนอันงดงามส่งกลับมาให้คนทั่วโลกได้ชม

การลงจอดที่ประสบความสำเร็จนี้ เป็นครั้งที่สองที่ยานเอกชนลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ ต่อจากยานโอดิสซิอุส (Odysseus) ของอินทูอิทีฟ แมชชีน (IntuitiveMachines) ที่ลงจอดในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 และโอดิสซิอุสเองก็อยู่ปฏิบัติการบนพื้นผิวดวงจันทร์เป็นเวลา 7 วัน ก่อนจะจบภารกิจ

Science Update : จีนพัฒนา ‘เครื่องยนต์แรงขับดันสูง’ รุ่นใหม่

Science Update : จีนพัฒนา ‘เครื่องยนต์แรงขับดันสูง’ รุ่นใหม่

Science Update : จีนพัฒนา ‘เครื่องยนต์แรงขับดันสูง’ รุ่นใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทีมนักวิจัยของจีนประกาศว่าเครื่องยนต์ยานอวกาศที่ออกแบบโดยสถาบันเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนในอวกาศแห่งซีอัน สามารถเดินเครื่องปฏิบัติการเต็มกำลังได้แล้ว โดยเป็นระบบขับเคลื่อนด้วยพลาสมาซึ่งใช้หลักการแตกตัวเป็นไอออนเพื่อสร้างพลาสมา จากนั้นพลาสมาจะถูกเร่งความเร็วด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อสร้างกระแสอนุภาคความเร็วสูง และก่อให้เกิดแรงขับเคลื่อน

การทดสอบเครื่องยนต์ขับเคลื่อนด้วยแม่เหล็กพลาสมา พลังงานสูงขนาด 100 กิโลวัตต์ จะช่วยปูทางสู่การเดินทางท่องอวกาศในอนาคต โดยมีศักยภาพนำไปใช้ในการเดินทางระหว่างดวงดาว การขนส่งสินค้าระหว่างดวงดาว และการสำรวจอวกาศห้วงลึก

ทีมนักวิจัยใช้วัสดุใหม่จากการพิมพ์แบบ 3 มิติและเทคโนโลยีแม่เหล็กตัวนำยิ่งยวดอุณหภูมิสูง เพื่อทำให้ระบบเครื่องยนต์บรรลุระดับพลังงานป้อนเข้าที่มีประสิทธิภาพมากกว่า 100 กิโลวัตต์ ซึ่งปัจจุบันระดับพลังงานของเครื่องยนต์ดังกล่าวมักอยู่ที่หลักสิบกิโลวัตต์

สถาบันฯ ทิ้งท้ายว่าระบบขับเคลื่อนนี้สามารถนำไปใช้เพื่อมอบแรงขับที่ทรงพลังและเชื่อถือได้แก่ยานอวกาศขนาดใหญ่และยานอวกาศขนาดใหญ่พิเศษของจีน

Science Update : ยานอวกาศของสเปซเอ็กซ์ระเบิดกลางอากาศ

Science Update : ยานอวกาศของสเปซเอ็กซ์ระเบิดกลางอากาศ

Science Update : ยานอวกาศของสเปซเอ็กซ์ระเบิดกลางอากาศ

วันอาทิตย์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัทสเปซเอ็กซ์พบกับความล้มเหลวในการทดสอบยานอวกาศอีกครั้ง เมื่อยานสตาร์ชิปเกิดระเบิดกลางอากาศ หลังถูกปล่อยขึ้นจากฐานปล่อยจรวดของสเปซเอ็กซ์ ที่เมืองโบกา ชิกา ในรัฐเท็กซัส ของสหรัฐฯ เมื่อเวลา 18.30 น.ของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 06.30 น. เช้าวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทย

ภาพจากการถ่ายทอดสดของสเปซเอ็กซ์ เผยให้เห็นว่าส่วนจรวดบูสเตอร์ซูเปอร์เฮฟวี่สามารถกลับลงมาสู่แท่นยิงจรวดได้ตามแผน แต่อีกไม่กี่นาทีต่อมาส่วนบนของยานสเปซเอ็กซ์เกิดการหมุนควงกลางอากาศ และมีภาพของเครื่องยนต์หลายเครื่องหยุดทำงาน ก่อนที่บริษัทจะยืนยันว่าได้สูญเสียการติดต่อกับยานสตาร์ชิปไปแล้ว

ขณะที่โลกโซเชียลมีการแชร์ภาพของเศษซากยานสตาร์ชิปที่แตกเป็นเสี่ยงๆ และเกิดประกายไฟลุกไหม้ในขณะที่กำลังร่วงจากท้องฟ้าลงสู่พื้นที่โลกใกล้กับเกาะบาฮามาสในทะเลแคริบเบียน ซึ่งมีหลายคนบันทึกเอาไว้ได้ โดยเศษซากเหล่านี้หลายคนให้ความเห็นว่า มองดูแล้วก็คล้ายๆ กับการจุดพลุ

ความล้มเหลวในการทดสอบยานสตาร์ชิปลำที่ 8 นี้มีขึ้นหลังจากเมื่อช่วง 1 เดือนเศษที่ผ่านมา บริษัทก็เพิ่งสูญเสียยานสตาร์ชิปลำที่ 7 ไปจากทดสอบที่ล้มเหลวโดยจรวดส่งยานเกิดระเบิดขึ้นหลังถูกปล่อยขึ้นไปเพียง 8 นาทีเท่านั้น

Science Update : ดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 หมดโอกาสชนโลก

Science Update : ดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 หมดโอกาสชนโลก

Science Update : ดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 หมดโอกาสชนโลก

วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

องค์การนาซา (NASA) ยืนยันว่าดาวเคราะห์น้อย 2024 วายอาร์4 (2024 YR4) ซึ่งเดิมทีถูกระบุว่ามีโอกาสก่อภัยคุกคามต่อโลกนั้น ไม่น่าก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อโลกในปี 2032 หรือหลังจากนั้น

ดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกที่มีขนาดเกือบเท่าสนามฟุตบอลดวงนี้ ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าโอกาสที่ 2024 วายอาร์4 จะพุ่งชนโลกนั้นอยู่ที่ร้อยละ 3 ก่อนลดเหลือร้อยละ 0.28 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

หลังจากการสังเกตการณ์เพิ่มเติม ศูนย์ศึกษาวัตถุใกล้โลกขององค์การฯ เผยว่านาซาได้ปรับปรุงความน่าจะเป็นที่ดาวเคราะห์น้อยดังกล่าวจะพุ่งชนโลกในวันที่ 22 ธ.ค. 2032 เหลือเพียงร้อยละ 0.004

นาซาเสริมว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สำคัญต่อโลกอย่างน้อยจนถึงในศตวรรษหน้า ทว่าโอกาสที่จะพุ่งชนดวงจันทร์ยังคงมีอยู่ร้อยละ 1.7

ทั้งนี้ นาซาจะสังเกตการณ์ดาวเคราะห์น้อย 2024 วายอาร์4 ต่อไป ซึ่งการสังเกตการณ์ได้ให้ข้อมูลอันมีค่าสำหรับการพัฒนาวิธีการป้องกันดาวเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการคาดการณ์การพุ่งชน