‘นักลงทุนกลัวโดนหลอก’ จับตา NFTs จะขาลงตามคริปโตหรือไม่?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683827

วันที่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 13:15 น.'นักลงทุนกลัวโดนหลอก' จับตา NFTs จะขาลงตามคริปโตหรือไม่?

ในขณะที่คริปโตเคอร์เรนซีกำลังดิ่งหนัก ทำให้เกิดความกังวลว่า NFTs จะเป็นรายต่อไป

AFP รายงานว่าฟองสบู่โทเค็นดิจิทัลมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐขยายขึ้นในปีที่ผ่านมา แต่ในขณะนี้ที่คริปโตเคอร์เรนซีกำลังผันผวน ทำให้เกิดความกังวลว่า NFTs จะเป็นรายต่อไป

NFTs หรือ Non-fungible tokens เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่งที่ใช้บล็อกเชนเช่นเดียวกับคริปโตเคอร์เรนซี ทว่า ต่างกันตรงที่แต่ละโทเค็นจะมีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งไม่สามารถทำซ้ำหรือลอกเลียนได้ โดยอาจมาในรูปแบบของภาพวาด ภาพถ่าย ภาพกราฟิก เพลง คลิปวิดีโอ หรือผลงานศิลปะอื่นๆ ในรูปแบบดิจิทัล

ในช่วงปีที่ผ่านมา NFTs ได้รับความนิยมและเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ NFTs ในรูปแบบงานศิลปะบางชิ้นขายได้ถึงหลักร้อยหรือพันล้านเหรียญสหรัฐ จึงถูกมองว่านี่คืออนาคตของงานศิลปะ และเป็นช่องทางใหม่สำหรับนักลงทุนด้วย

บรรดาเซเลบริตี้และผู้มีชื่อเสียงอย่างแพรีส ฮิลตัน, กวินเน็ธ พัลโทรว์ และเซเรนา วิลเลียมส์ ต่างโอ้อวดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของ NFTs ขณะที่คนรุ่นใหม่ถูกชักจูงให้เข้ามาเดิมพันในตลาดนี้เพื่อโอกาสในการทำกำไรอย่างรวดเร็ว

แต่เมื่อสกุลเงินดิจิทัลหลักๆ มีมูลค่าต่ำลง NFTs ก็เริ่มส่งสัญญาณว่าจะถึงขาลงเช่นกัน ตามรายงานของ AFP ระบุว่าจำนวน NFTs ที่ซื้อขายในไตรมาสแรกของปีนี้ลดลงเกือบ 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

อีกสิ่งที่น่าสังเกตคือความพยายามที่จะขายทวีตแรกของแจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอทวิตเตอร์ในรูปแบบ NFT ซึ่งเคยมีราคาสูงถึงเกือบ 3 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว แต่ตอนนี้พบว่าเจ้าของใหม่ไม่มีใครยินดีจ่ายมากกว่า 20,000 เหรียญสหรัฐ

just setting up my twttr— jack (@jack) March 21, 2006

มอลลี่ ไวท์ นักวิจารณ์คริปโตกล่าวกับ AFP ว่ามีเหตุผลหลายประการที่ทำให้เกิดการชะลอตัวในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงการโฆษณาชวนเชื่อที่ลดลง การที่นักลงทุนกลัวว่าจะโดนหลอก หรืออาจเป็นเพราะเศรษฐกิจในตอนนี้ที่ทำให้ผู้คนต้องระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น

ด้านแพลตฟอร์มซื้อขาย NFTs ที่ใหญ่ที่สุดอย่าง OpenSea เปิดเผยเมื่อเดือนม.ค. ว่ากว่า 80% ของ NFTs ที่ผลิตขึ้นมาแบบไม่เสียเงินบนแพลตฟอร์มของตัวเองเป็นงานลอกเลียนแบบ หรือปลอม หรือเป็นสแปม

โอลิเวียร์ เลอร์เนอร์ ผู้ร่วมเขียนหนังสือ “NFT Mine d’Or” กล่าวว่า OpenSea เป็นไซต์ขนาดใหญ่ที่ไม่มีผู้กำกับดูแล คุณจึงไม่รู้จริงๆ ว่าคุณกำลังซื้ออะไร

เอริก บาร์บรี นักกฎหมายกล่าวกับ AFP โดยชี้ให้เห็นว่าตลาด NFTs ไม่มีกฎระเบียบ ไม่มีกฎหมายควบคุม จึงมีโอกาสที่จะถูกหลอกลวง

บทความจาก EisnerAmper หนึ่งในสำนักงานบัญชีที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐระบุว่า NFT ซึ่งสามารถสร้างขึ้นมาได้อย่างง่ายๆ และซื้อขายได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตนผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน อีกทั้งกำหนดราคาเท่าไรก็ได้โดยไม่ต้องอิงตามราคาตลาด ทำให้สามารถใช้ฟอกเงินได้

เพียงแค่สร้าง NFT ขึ้นมาและลงขาย จากนั้นก็ซื้อ NFT ของตนเองโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน และกำหนดราคาตามที่ต้องการ ก็สามารถเปลี่ยนเงินสกปรกให้สะอาดได้ เพราะกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ไม่มีการควบคุม แต่รับรู้ว่าเป็นเงินที่ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากการขายงานศิลปะ

อย่างไรก็ตาม ยอดขาย NFTs ต่อวันบน OpenSeas พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 476 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงกว่าจุดสูงสุดเดิมที่ 323 ล้านเหรียญสหรัฐที่ทำไว้ในช่วงเดือนส.ค. ปีที่แล้ว

ทั้งนี้ โดยปกติแล้ว NFTs มักถูกเปรียบกับตลาดศิลปะแบบดั้งเดิม แต่โอลิเวียร์ เลอร์เนอร์ เปียบ NFTs กับลอตเตอรี โดยกล่าวถึงผู้ที่ต้องการผลกำไรมหาศาลจาก NFTs ว่า “คุณเล่นมัน แต่คุณไม่เคยชนะ”

Photo by REUTERS/Florence Lo/Illustration/File Photo

รัสเซียหวังค้ากับไทยทะลุหมื่นล้านดอลลาร์ ผลพวงตะวันตกคว่ำบาตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683817

วันที่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 11:35 น.รัสเซียหวังค้ากับไทยทะลุหมื่นล้านดอลลาร์ ผลพวงตะวันตกคว่ำบาตร

รัสเซียเห็นโอกาสฟื้นฟูการค้ากับไทยหลังตะวันตกคว่ำบาตร ตั้งเป้า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่าแม็กซิม เรเชตนิคอฟ รีฐมนตรีเศรษฐกิจรัสเซียกำลังมองหาโอกาสจากการคว่ำบาตรของบรรดาชาติตะวันตก โดยหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยฟื้นฟูการค้าระหว่างรัสเซียและไทย และผลักดันให้มูลค่าการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หรือกว่า 343,000 ล้านบาท

เรเชตนิคอฟให้สัมภาษณ์หลังการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation) หรือเอเปค ซึ่งเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ณ กรุงเทพมหานคร ว่ารัสเซียยังคงตั้งเป้ามูลค่าการค้าระหว่างประเทศกับไทยไว้ที่ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

“โอกาสใหม่ปรากฏขึ้นแล้ว…หนึ่งในนั้นคืออุตสาหกรรมยานยนต์ ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่แข็งแกร่งมาก” เรเชตนิคอฟกล่าวโดยอธิบายว่าการคว่ำบาตรรัสเซียของตะวันตกเอื้อต่อการค้าระหว่างรัสเซียและอีกหลายประเทศ รวมถึงไทย

นอกจากนี้ เรเชตนิคอฟยังกล่าวว่ารัสเซียและไทย ซึ่งสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตมาเป็นเวลา 125 ปี อาจส่งเสริมความร่วมมือในด้านทรัพยากรพลังงาน น้ำมัน ผลิตภัณฑ์น้ำมัน ก๊าซ และปุ๋ย ตลอดจนผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและวิศวกรรมด้วย

พร้อมเสริมว่าการค้าระหว่างรัสเซียและประเทศต่างๆ ในเอเชียใต้มีมูลค่ามากถึง 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2021 ซึ่งรัสเซียและคู่ค้าคาดหวังว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีกในปีต่อไป

ขณะที่จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่ารัสเซียสนับสนุนเป้าหมายการค้าทวิภาคีกับไทยเป็น 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว ตามรายงานของ Bangkok Post

โดยระบุว่ารัสเซียเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับที่ 30 ของไทย และในปีที่แล้วไทยส่งออกสินค้ารวมมูลค่า 1,020 ล้านเหรียญสหรัฐไปยังรัสเซีย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 41% โดยส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยางและเครื่องจักร รวมทั้งผลไม้แปรรูปและผลไม้กระป๋อง

นอกจากนี้รัสเซียมีความสนใจที่จะลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมีนักลงทุนรัสเซียจำนวนมากในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง

ทั้งนี้ ไทยและรัสเซียได้จัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งมีการประชุมกันไปแล้ว 4 ครั้ง โดยได้มีการหารือวันที่จัดประชุมครั้งที่ 5 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ

Photo by REUTERS/Soe Zeya Tun

อดีตทูตอเมริกันเผยเอง สหรัฐหลอกลวงยูเครนเรื่องนาโต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683814

วันที่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 11:08 น.อดีตทูตอเมริกันเผยเอง สหรัฐหลอกลวงยูเครนเรื่องนาโต

อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำรัสเซียอ้างว่าวอชิงตัน ‘กำลังโกหกยูเครนเกี่ยวกับข้อเสนอการเป็นสมาชิกนาโต’

ไมเคิล แอนโทนี แมคฟอล (Michael Anthony McFaul) อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำรัสเซีย กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคมว่า รัฐบาลสหรัฐกำลัง “โกหกยูเครน” เกี่ยวกับการเข้าเป็นสมาชิกนาโตมาตั้งแต่ปี 2021

แมคฟอลกล่าวถึงเรื่องนี้ในการอภิปราย Munk Debates ซึ่งเป็นงานจัดการอภิปรายที่จัดขึ้นทุกๆ ครึ่งปีในประเด็นนโยบายสำคัญ โดยจัดขึ้นในเมืองโตรอนโต รัฐออนแทรีโอ แคนาดา ดำเนินการโดยมูลนิธิออเรีย (Aurea Foundation)

ในการอภิปรายครั้งนี้ สตีเฟน วอลท์ (Stephen Walt) ศาสตราจารย์ด้านกิจการระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัยเน้นย้ำว่าตลอดปี 2021 สหรัฐฯ เชียร์ให้ยูเครนเข้าร่วมนาโต แม้ว่ารัสเซียจะกังวลเรื่องการขยายตัวมุ่งตะวันออกของนาโตซึ่งจะเป็นการเผชิญหน้ากับรัสเซียที่อยู่ทางตะวันออกก็ตาม และวอลต์ย้ำว่าการขยายตัวของนาโตเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาคของรัสเซีย

ศ. วอลท์ กล่าวว่า “ในปี 2021 เรายังคงย้ำว่ายูเครนกำลังจะเข้าร่วม [นาโต] เราพูดแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า” เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ แมคฟอลตอบว่า “คุณเชื่ออย่างนั้นหรือ” จากนั้นเขาก็ยืนยันว่า “นักการทูต [สหรัฐฯ] ของเราโกหกเมื่อเสนอให้ยูเครนเป็นสมาชิกนาโต” กล่าวเสริมว่า “นั่นแหละ! นั่นแหละ! นั่นคือคำพูดที่แท้จริง!”

แมคฟอลบอกว่านักการทูตในวอชิงตัน “โกหกตลอดเวลา” เกี่ยวกับการเป็นสมาชิกนาโตของยูเครน โดยทำเป็นละเลยภัยคุกคามต่อความมั่นคงของรัสเซีย

ศ. วอลท์ถามว่า เป็นเรื่องปกติหรือไม่ที่นักการทูตอย่างแมคฟอลและคนอื่นๆ ในวอชิงตันโกหก? เขาถามว่า “นักการทูตของเราโกหกงั้นหรือ?” วอลท์ถาม แมคฟอลตอบว่า “นั่นคือโลกแห่งความจริง” 

ศ. วอลท์ กล่าวว่า “นักการทูตของเราโกหกตลอดเวลา แต่รัสเซียก็ยังควรเชื่อใจพวกเขาเมื่อได้รับคำรับรอง (ว่ายูเครนจะไม่เป็นสมาชิกนาโต)” วอลท์กล่าว พร้อมส่งเสียงปรบมือจากผู้ชม

ทั้งนี้ในการอภิปราย แมคฟอลเป็นฝ่ายที่บอกว่ารัสเซียเป็นฝ่ายที่ผิดไม่ใช่นาโตที่ทำให้เกิดสงครามขึ้น เขาบอกว่า “ภัยคุกคามหลักต่อปูตินและระบอบเผด็จการของเขาคือประชาธิปไตย ไม่ใช่นาโต” และบอกว่า “ก่อนปี 2014 นาโตเริ่มจะจางหายไป มันอยู่ในช่วงเลกสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ปลุกเร้านาโตขึ้นมา คือการรุกรานยูเครนของปูติน (เมื่อปี 2014)”

ภาพจาก Munk Debate on Ukraine – Michael McFaul 2

ฝีดาษลิงลามถึงอเมริกาใต้ อาร์เจนตินาพบกรณีต้องสงสัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683811

วันที่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 10:36 น.ฝีดาษลิงลามถึงอเมริกาใต้ อาร์เจนตินาพบกรณีต้องสงสัย

อาร์เจนตินาพบผู้ป่วยมีอาการเข้าข่ายโรคฝีดาษลิงรายแรกของประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่ากระทรวงสาธารณสุขอาร์เจนตินากล่าวเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นว่าตรวจพบผู้ป่วยต้องสงสัยว่าเป็นโรคฝีดาษลิง ในเมืองบัวโนสไอเรส ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลกหลังพบผู้ป่วยโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป แอฟริกากลาง และแอฟริกาตะวันตก

กระทรวงสาธารณสุขอาร์เจนตินาเปิดเผยว่าผู้ป่วยคนดังกล่าวอาศัยในเมืองบัวโนสไอเรส มีอาการเข้าข่ายเป็นโรคฝีดาษลิง และเพิ่งเดินทางกลับจากสเปน โดยขณะนี้กำลังแยกกักตัวและทำการตรวจสอบเพิ่มเติม

ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ระบุว่ามีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยัน 92 รายและผู้ป่วยต้องสงสัยว่าเป็นโรคฝีดาษลิง 28 ราย โดยส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป แต่ยังมีผู้ป่วยในแคนาดา สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลียด้วย โดยขณะนี้ยังไม่มีผู้ป่วยยืนยันในละตินอเมริกา

ทั้งนี้ อาการเบื้องต้นของโรคฝีดาษลิง คือ มีไข้ ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองบวม ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ กระสับกระส่าย จากนั้นจะเริ่มมีผื่นหรือตุ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่เริ่มจากใบหน้า ก่อนจะกระจายไปตามส่วนอื่นของร่างกาย ที่พบบ่อยคือฝ่ามือ ฝ่าเท้า โดยตุ่มที่ขึ้นอาจทำให้คันหรือเจ็บ และเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ก่อนจะกลายเป็นสะเก็ดและร่วงออกมา ซึ่งอาการจะปรากฏราววันที่ 6-13 หลังได้รับเชื้อ

Photo by CDC/Brian W.J. Mahy/Handout via REUTERS

ไบเดนเตือน ทุกคนควรกังวลกับฝีดาษลิง-เร่งหาวัคซีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683767

วันที่ 22 พ.ค. 2565 เวลา 17:55 น.ไบเดนเตือน ทุกคนควรกังวลกับฝีดาษลิง-เร่งหาวัคซีน

พร้อมกล่าวว่ากำลังมองหาวัคซีนและมองหาวิธีการรักษาฝีดาษลิงที่กำลังระบาดในวงกว้าง

สำนักข่าวรอยเตอร์ – การระบาดของฝีดาษลิงเป็นสิ่งที่ “ทุกคนควรกังวล” ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ระหว่างการเยือนเกาหลีใต้ พร้อมเสริมว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสหรัฐฯ กำลังหาวิธีการรักษาและวัคซีนที่สามารถรับมือได้

“เรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาทางสิ่งที่เราต้อง” ไบเดน กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ฐานทัพอากาศในเกาหลีใต้ ก่อนออกเดินทางด้วยเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ที่ญี่ปุ่น

ไบเดินยังบอกว่ากำลังมองหาวัคซีนที่จะรักษาโรคนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ Fortune รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งซื้อวัคซีนฝีดาษลิงแบบแช่เยือกแข็ง 13 ล้านโดส มูลค่า 119 ล้านดอลลาร์จากบริษัท Bavarian Nordic ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีนที่ใช้ป้องกันไข้ทรพิษและฝีดาษลิง

ทั้งนี้ จากข้อมูลบริษัท วัคซีนไข้ทรพิษของ Bavarian Nordic ได้รับการอนุมัติในสหรัฐอเมริกาในชื่อ JYNNEOS® และในแคนาดาในชื่อ IMVAMUNE® ซึ่งทั้งสองแห่งได้รับการอนุมัติให้ครอบคลุมการบ่งชี้โรคฝีดาษลิง วัคซีนได้รับการอนุมัติในยุโรปในชื่อ IMVANEX® สำหรับการบ่งชี้ไข้ทรพิษเท่านั้น แต่ก่อนหน้านี้มีให้สำหรับการใช้นอกฉลากเพื่อตอบสนองต่อกรณีโรคฝีดาษลิง

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม Bavarian Nordic ประกาศว่า บริษัทได้ทำสัญญากับประเทศในยุโรปที่ไม่เปิดเผยเพื่อจัดหาวัคซีน IMVANEX® เพื่อรับมือกับกรณีโรคฝีดาษลิงกรณีใหม่ที่กำลังพัฒนาในช่วงเดือนพฤษภาคม 2022

พอล แชปลิน ประธานและซีอีโอของ Bavarian Nordic กล่าวเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมว่า “ในขณะที่สถานการณ์ทั้งหมดเกี่ยวกับกรณีโรคฝีดาษลิงในยุโรปยังคงต้องได้รับการอธิบายอย่างชัดเจนกว่านี้ (แต่) ความเร็วของการระบาดได้พัฒนาขึ้น บวกกับศักยภาพในการติดเชื้อจากในเคสแรกที่เกินกว่าจะตรวจพบได้”

สถานการณ์ในระบาดในยุโรปน่ากังวลขึ้น ณ วันที่ 22 พฤษภาคม สำนักข่าว AFP รายงานว่า สหราชอาณาจักรยืนยันการแพร่เชื้อฝีดาษลิงในพื้นที่สหราชอาณาจักร โดยพบผู้ติดเชื้อรายแรกในท้องถิ่นซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปยังแอฟริกาตะวันตกที่เป็นโรคเฉพาะถิ่น

สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) กล่าวว่าตัวเลขใหม่จะออกในวันจันทร์หลังจากพบผู้ติดเชื้อ 20 รายในวันศุกร์

เมื่อถูกถามว่าการแพร่ระบาดในชุมชนเป็นบรรทัดฐานในสหราชอาณาจักรหรือไม่ ซูซาน ฮอปกิ้นส์ หัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ของ UKHSA กล่าวว่า “แน่นอน”

“เรากำลังค้นหาเคสที่ไม่มีการระบุรายชื่อติดต่อกับบุคคลจากแอฟริกาตะวันตก ซึ่งเราเคยพบเห็นมาแล้วในประเทศนี้” เธอบอกกับสถานีโทรทัศน์ BBC “เราตรวจพบเคสมากขึ้นทุกวัน”

ฮอปกินส์ปฏิเสธที่จะยืนยันรายงานที่มีผู้ป่วยรายหนึ่งอยู่ในห้องไอซียู แต่กล่าวว่าการแพร่ระบาดนั้นกระจุกตัวอยู่ในเขตเมือง ในหมู่เกย์หรือไบเซ็กชวลส์

“ความเสี่ยงของประชากรทั่วไปยังคงต่ำมากในขณะนี้ และฉันคิดว่าผู้คนจำเป็นต้องตื่นตัวต่อเรื่องนี้” เธอกล่าว และเสริมว่าสำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ อาการจะ “ค่อนข้างไม่รุนแรง”

ผู้ป่วยรายแรกในสหราชอาณาจักรประกาศเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ในผู้ป่วยที่เพิ่งเดินทางไปไนจีเรีย โรคนี้ยังแพร่กระจายในยุโรปและอเมริกาเหนือ

PHOTO- Cynthia S. Goldsmith, Russell Regnery/CDC/Handout via REUTERS

ชะตากรรมรัสเซียอยู่ในกำมือของสหรัฐ จะผิดนัดชำระหนี้หรือไม่ขึ้นอยู่กับวอชิงตัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683718

วันที่ 22 พ.ค. 2565 เวลา 15:00 น.ชะตากรรมรัสเซียอยู่ในกำมือของสหรัฐ จะผิดนัดชำระหนี้หรือไม่ขึ้นอยู่กับวอชิงตัน

สงครามการเงินของแท้ เปิดคำอธิบาย ทำไมสหรัฐจึงมีบทบาทสำคัญที่จะทำให้รัสเซียนรอดหรือไม่รอดจากการผิดนัดชำระหนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์ – โอกาสที่รัฐบาลรัสเซียจะผิดนัดชำระหนี้กำลังเป็นที่ถูกจับตามองอีกครั้งโดยมีกำหนดเส้นตายอยู่ที่ใบอนุญาตชำระเงินของสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้มอสโกชำระหนี้พันธบัตรที่จะมีกำหนดในวันที่ 25 พฤษภาคมและจ่ายดอกเบี้ย 100 ล้านดอลลาร์หลังจากนั้นไม่นาน

มาตรการคว่ำบาตรที่บังคับใช้โดยทุนของชาติตะวันตกต่อรัสเซีย ภายหลังการรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. รวมถึงมาตรการตอบโต้ของมอสโก ล้วนแต่เป็นการโดดเดี่ยวรัสเซียออกจากโครงสร้างการเงินโลก

จนถึงตอนนี้ รัสเซียได้ดำเนินการตามมาตรการต่างๆ มากมายและชำระเงินสำหรับพันธบัตรระหว่างประเทศจำนวน 7 ฉบับนับตั้งแต่เริ่มสงคราม เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการผิดสัญญา

แต่ด้วยใบอนุญาตหลักที่จำเป็นในการโอนเงินเนื่องจากจะหมดอายุ มอสโกอาจหมดหนทางแล้ว

ต่อไปนี้เป็นคำถามและคำตอบเกี่ยวกับปัญหาการชำระนี้ของรัสเซีย:

ใบอนุญาตจะถูกขยายหรือไม่?

สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (OFAC) ได้ออกใบอนุญาต เมื่อวันที่ 2 มีนาคม อนุญาตให้มีการทำธุรกรรมระหว่างบุคคลสหรัฐฯ และกระทรวงการคลังของรัสเซีย ธนาคารกลางหรือกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับการชำระหนี้

ใบอนุญาตจะหมดอายุในวันพุธที่ 25 พฤษภาคม

โอกาสที่รัฐบาลสหรัฐจะต่อยายระยะเวลาดูเหมือนจะเป็นไปไมาได้ เจเน็ต เยลลน รมว.กระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวว่าแม้จะไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่ก็ “ไม่น่าจะเป็นไปได้”

ข้อโต้เถียงเรื่องสนับสนุนและต่อต้านการขยายเวลาเป็นอย่างไร?

บรรดาผู้ที่สนับสนุนการขยายเวลาโต้แย้งชี้ว่าการยอมให้รัสเซียใช้หนี้จะทำให้รัสเซียต้องนำเงินออกมาชำระจนไม่มีเงินพอสำหรับทำสงครามหมดลง นั่นคือเป็นการบังคับให้รัฐบาลมอสโกใช้รายได้ที่เป็นสกุลเงินแข็งเพื่อชำระเงินให้กับเจ้าหนี้หลังจากที่เงินสำรองสกุลเงินประมาณ 640,000 ล้านดอลลาร์ของประเทศถูกอายัด

ฝ่ายตรงข้ามที่ไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลา ชี้รัสเซียต้องจ่ายน้อยกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สำหรับหนี้ต่างประเทศจนถึงสิ้นปี ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับรายรับจากน้ำมันและก๊าซของมอสโก ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 28,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว เนื่องจากราคาพลังงานที่สูง

การชำระเงินใดที่ครบกำหนด?

ในวันที่ 27 พฤษภาคม การจ่ายดอกเบี้ยของ Eurobond สองสกุลจะถึงกำหนดชำระ คือ 71 ล้านดอลลาร์สำหรับพันธบัตรปี 2026 ในรูปดอลลาร์ และ 29 ล้านดอลลาร์สำหรับพันธบัตรปี 2036 ในสกุลเงินยูโร

ทั้งสองมีข้อกำหนดว่าสามารถชำระเงินในสกุลเงินแข็งทางเลือกอื่นได้ เช่น ดอลลาร์ ยูโร ปอนด์สเตอร์ลิง หรือฟรังก์สวิส ในขณะที่รูเบิลอยู่ในรายการพันธบัตรสกุลเงินยูโรด้วย การเปลี่ยนสกุลเงินสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อ “เหตุผลที่อยู่นอกเหนือการควบคุม สหพันธรัฐรัสเซียไม่สามารถชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ย” ในสกุลเงินเดิมได้

แต่มาตราเหล่านี้ยังไม่ได้ถูกทัดทาน แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอาจเป็นเรื่องยากสำหรับรัสเซียที่จะโต้แย้ง เพราะการคว่ำบาตรเป็นการตอบสนองต่อการบุกรุกของยูเครน

พันธบัตรทั้งสองมีระยะเวลาผ่อนผัน 30 วัน

การชำระเงินครั้งต่อไปหลังจากนั้นคือ 235 ล้านดอลลาร์สำหรับ Eurobond สองฉบับในวันที่ 23 มิถุนายน

รัสเซียสามารถจ่ายได้หรือไม่?

รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง อันตน ซิลูอานอฟ กล่าวว่ารัสเซียจะชำระหนี้ภายนอกเป็นเงินรูเบิล หากวอชิงตันปิดกั้นทางเลือกอื่นๆ และเสริมว่ามอสโกจะไม่เรียกตัวเองว่าผิดนัดเนื่องจากมีเงินที่จะชำระหนี้

เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัด โดยทั่วไปจะต้องชำระเงินภายในระยะเวลาที่กำหนดและในสกุลเงินที่ถูกต้อง

กรณีนี้ซับซ้อนมาก เอียน คาร์ก หุ้นส่วนของบริษัท White & Case คิดว่ารัสเซียอาจยังคงสามารถชำระเงินให้กับผู้ถือหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์แห่งชาติในรัสเซียนอกเขตอำนาจศาลของสหรัฐฯ

“อาจเป็นไปได้ว่าการชำระเงินเหล่านั้นไม่สามารถโอนไปยังผู้ถือรายอื่นได้ รวมถึงบุคคลในสหรัฐอเมริกา แต่รัสเซียอาจปฏิบัติตามภาระผูกพันภายใต้เงื่อนไขของพันธบัตรและหลีกเลี่ยงการผิดนัด – อย่างน้อยก็ในระยะสั้น” คลาร์กกล่าว “กลเม็ดมีรายละเอียดอยู่”

นอกจากรัสเซียจะจ่ายเงินเป็นรูเบิลแล้ว รัสเซียยังสามารถชำระเงินก่อนกำหนดวันที่ 25 พฤษภาคมได้อีกด้วย

ทำไมรัสเซียถึงต้องการหลีกเลี่ยงผิดนัดชำระหนี้?

แม้ว่ารัสเซียจะมีเงินเพียงพอที่จะชำระหนี้ แต่ในที่สุดรัสเซียก็จะมองหาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศต่อไปอยู่ดี

ในสถานการณ์หยุดยิง รัสเซียจะพยายามสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ถูกตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างสงคราม คริส มิลเลอร์ ผู้อำนวยการยูเรเซียของกรีนแมนเทิลและผู้เขียนหนังสือ “Putinomics: Power and Money in Resurgent Russia” กล่าว

การผิดนัดหนี้พันธบัตรจะทำให้การเข้าถึงตลาดทุนยากขึ้นแม้สำหรับองค์กรที่ไม่ได้ทำการคว่ำบาตร และยังเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมอีกด้วย มิลเลอร์กล่าว

“ถ้าคุณนั่งอยู่ในเครมลินและพยายามมองโลกในแง่ดี สิ่งที่คุณจะบอกตัวเองก็คือความสัมพันธ์ทางการค้ากลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วหลังจากปี 2014” มิลเลอร์กล่าวเสริม โดยอ้างถึงการผนวกไครเมียของรัสเซียเมื่อ 7 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้อาจจะแตกต่างออกไป “มันจะใช้เวลามากขึ้น”

เหตุใดการผิดนัดชำระหนี้ครั้งนี้จึงแตกต่างออกไป?

โดยปกติแล้วประเทศต่างๆ จะหยุดให้บริการหนี้เมื่อมีเงินสำรองระหว่างประเทศเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย และไม่สามารถเข้าถึงตลาดได้

กรณีนี้แตกต่างกัน การผิดนัดของรัสเซียเป็นเรื่องที่คิดไม่ถึงจนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ ประเทศได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับ “เหมาะลงทุน” (Investment Grade พันธบัตรมีความเสี่ยงต่ำที่จะถูกผิดนัด) ก่อนการรุกรานของยูเครน

“รัสเซียสามารถปล่อยให้เกิดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดได้มาก” เวาเทอร์ สตูร์เคนบอม นักยุทธศาสตร์จาก Northern Trust Asset Management กล่าว “ตัวเปลี่ยนเกมที่แท้จริงคือถ้ายุโรปหยุดซื้อน้ำมัน นั่นจะสร้างแรงกดดันให้กับพวกเขาอย่างแน่นอน”

Source – EXPLAINER-Washington holds key to Russia’s sovereign default – By Karin Strohecker and Jorgelina do Rosario/LONDON, May 19 (Reuters) 

Photo – REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

แนะนาโตติดอาวุธให้มอลโดวา ป้องกันภัยคุกคามจากรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683738

วันที่ 22 พ.ค. 2565 เวลา 11:14 น.แนะนาโตติดอาวุธให้มอลโดวา ป้องกันภัยคุกคามจากรัสเซีย

The Telegraph รายงานว่าสหราชอาณาจักรต้องการติดอาวุธให้มอลโดวาเพื่อปกป้องจากภัยคุกคามของรัสเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์ – สหราชอาณาจักรต้องการส่งอาวุธสมัยใหม่ไปยังมอลโดวาเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากการรุกรานของรัสเซีย The Telegraph รายงานโดยอ้างรัฐมนตรีต่างประเทศลิซ ทรัสส์

ทรัสส์บอกกับหนังสือพิมพ์ว่า ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน มุ่งมั่นที่จะสร้าง “รัสเซียที่มีอาณาเขตไพศาล” (greater Russia) แม้ว่าการรุกรานยูเครนของเขาจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วก็ตาม

รัสเซียเรียกการบุกรุกที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ว่าเป็น “ปฏิบัติการทางทหารพิเศษ” ที่มุ่งเป้าไปที่การปลดอาวุธยูเครนและกำจัดกลุ่มผู้รักชาติที่ต่อต้านรัสเซียหัวรุนแรง ยูเครนและพันธมิตรมองว่านี่เป็นข้ออ้างที่ไร้เหตุผลสำหรับการทำสงคราม

มอลโดวาซึ่งมีพรมแดนติดกับยูเครนทางตะวันตกเฉียงใต้ไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรนาโต

ทรัสส์กล่าวว่ามีการเจรจาเพื่อให้แน่ใจว่าการป้องกันของมอลโดวาสามารถยับยั้งการโจมตีในอนาคตได้

“ดิฉันอยากเห็นมอลโดวามีคุณสมบัติตามมาตรฐานของนาโต นี่คือการสนทนาที่เรามีกับพันธมิตรของเรา” ทรัสส์ บอกกับ The Telegraph

“ปูตินมีความชัดเจนอย่างยิ่งเกี่ยวกับความทะเยอทะยานของเขาในการสร้างรัสเซียให้ยิ่งใหญ่ และเพียงเพราะความพยายามของเขาที่จะยึดเคียฟไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าเขาละทิ้งความทะเยอทะยานเหล่านั้น” ทรัสส์ กล่าว

หากใช้แผนของทรัส สมาชิกของนาโต จะจัดหาอาวุธที่ทันสมัยให้กับมอลโดวา แทนที่อุปกรณ์ในยุคโซเวียต และจะฝึกทหารเกี่ยวกับวิธีการใช้งาน

Photo – มายา ซันดู (Maia Sandu) ประธานาธิบดีมอลโดวาแถลงร่วมกับประธานาธิบดีฝรั่งเศสเอ็มมานูเอล มาครง ก่อนการประชุมที่พระราชวังเอลิเซ ในปารีส ประเทศฝรั่งเศส 19 พฤษภาคม 2022 REUTERS / Gonzalo Fuentes

ฝีดาษลิงอาจติดต่อทางเพศสัมพันธ์ WHOคาดจะมีเคสเพิ่มทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683732

วันที่ 22 พ.ค. 2565 เวลา 10:40 น.ฝีดาษลิงอาจติดต่อทางเพศสัมพันธ์  WHOคาดจะมีเคสเพิ่มทั่วโลก

ที่ปรึกษา WHO เผยองค์การกำลังศึกษาทฤษฏีเรื่องการติดเชื้อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ คาดว่าเคสฝีดาษลิง (Monkeypox) จะเกิดขึ้นทั่วโลกมากขึ้น

องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า คาดว่าจะระบุกรณีตัวเลขผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงมากขึ้น เนื่องจากมีการขยายการเฝ้าระวังในประเทศที่มักไม่พบโรคนี้

ณ วันเสาร์ มีรายงานผู้ป่วยยืนยัน 92 รายและผู้ป่วยต้องสงสัยว่าเป็นฝีดาษลิง 28 รายจาก 12 ประเทศสมาชิกที่ไม่เป็นโรคเฉพาะถิ่น WHO กล่าวเสริมว่า จะให้คำแนะนำและคำแนะนำเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้าสำหรับประเทศต่างๆ เกี่ยวกับวิธีการบรรเทา การแพร่กระจายของโรคฝีดาษลิง

“ข้อมูลที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่าการติดต่อจากคนสู่คนกำลังเกิดขึ้นในหมู่คนที่สัมผัสร่างกายใกล้ชิดกับกรณีที่มีอาการ” หน่วยงานกล่าวเสริม

ฝีดาษลิงเป็นโรคติดเชื้อที่มักไม่รุนแรง และเป็นเฉพาะถิ่นในบางส่วนของแอฟริกาตะวันตกและตอนกลาง มันแพร่กระจายโดยการสัมผัสใกล้ชิด ดังนั้นจึงสามารถกักกันได้อย่างง่ายดายผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การแยกตัวเองและดูแลสุขอนามัย 

“สิ่งที่ดูเหมือนกำลังจะเกิดขึ้นในตอนนี้คือมันได้เข้าสู่ประชากรในรูปแบบทางเพศ ทางอวัยวะเพศ และกำลังแพร่กระจายเช่นเดียวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งได้ขยายการแพร่ระบาดไปทั่วโลก” เดวิด เฮย์แมนน์ (David Heymann) เจ้าหน้าที่ของ WHO ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อกล่าวกับรอยเตอร์

เฮย์แมนน์กล่าวว่าคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติได้ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เพื่อดูสิ่งที่จำเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและสื่อสารต่อสาธารณะ รวมถึงมีการแพร่กระจายที่ไม่มีอาการหรือไม่ ใครที่เป็นกลึามมีความเสี่ยงมากที่สุด และเส้นทางการแพร่เชื้อที่หลากหลาย

เขากล่าวว่าการประชุมจัดขึ้นมา “เนื่องจากสถานการณ์เร่งด่วน” คณะกรรมการไม่ใช่กลุ่มที่จะเสนอแนะให้ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่เป็นข้อกังวลระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นรูปแบบการแจ้งเตือนสูงสุดของ WHO ซึ่งใช้กับการระบาดใหญ่ของโควิด-19

เขากล่าวว่าการติดต่ออย่างใกล้ชิดเป็นเส้นทางการแพร่เชื้อที่สำคัญ เนื่องจากรอยโรคตามแบบฉบับของโรคติดต่อได้มาก ตัวอย่างเช่น ผู้ปกครองที่ดูแลเด็กป่วยมีความเสี่ยง เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งเป็นเหตุว่าทำไมบางประเทศจึงเริ่มฉีดวัคซีนให้กับทีมที่รักษาผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงโดยใช้วัคซีนสำหรับไข้ทรพิษ ซึ่งเป็นไวรัสที่เกี่ยวข้อง

กรณีปัจจุบันจำนวนมากได้รับการระบุที่คลินิกสุขภาพทางเพศ

การจัดลำดับจีโนมในช่วงต้นของเคสไม่กี่กรณีในยุโรปได้ชี้ให้เห็นถึงความคล้ายคลึงกันกับสายพันธุ์ซึ่งแพร่กระจายอย่างจำกัดในสหราชอาณาจักร อิสราเอล และสิงคโปร์ในปี 2561

เฮย์แมนน์กล่าวว่า “มีความเป็นไปได้ทางชีวภาพ” ที่ไวรัสดังกล่าวแพร่กระจายไปนอกประเทศที่เป็นโรคประจำถิ่น แต่ไม่ได้นำไปสู่การระบาดใหญ่อันเป็นผลมาจากการล็อกดาวน์ของโควิด-19, การเว้นระยะห่างทางสังคม และข้อจำกัดการเดินทาง

เขาเน้นว่าการระบาดของฝีดาษาลิงนั้นไม่เหมือนกับช่วงแรกๆ ของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 เพราะไม่ได้แพร่ระบาดอย่างง่ายดาย ผู้ที่สงสัยว่าตนเองอาจสัมผัสเชื้อหรือแสดงอาการ ซึ่งรวมถึงผื่นคันและเป็นไข้ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น เขากล่าว

“วัคซีนมีให้ใช้ได้ แต่ข้อความที่สำคัญที่สุดคือ คุณสามารถป้องกันตัวเองได้” เขากล่าวเสริม

Photo – CDC/Handout via REUTERS

India’s elderly cut back on essentials, dip into savings as inflation bites

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40015928


Compelled to cut down on essential items and dip into their depleting savings, India’s elderly population is facing increasingly abrasive inflation as it becomes a battle for survival.

India’s elderly cut back on essentials, dip into savings as inflation bites

The country’s retail headline inflation rose to an eight-year high of 7.79 per cent in April, while the average interest rate on term deposits fell to an average 6 per cent from 8.5 in three years, and pensioners switched to risky equities and mutual funds.

Sixty-year-old Delhi-based Goutam Dutta and his wife Sumita Roy are an example, facing the brunt of inflation as it erodes their pockets, changing the way they commute and shop for groceries.

“I used to ride my scooter, but now I have abandoned that because of so high a petrol [price] hike that we cannot afford,” said 58-year-old Roy, who took voluntary retirement more than a decade ago. “So we mostly walk or take public transport.”

Dutta was a diamond businessman while Roy was an employee at Tata Steel before she too retired. Their only source of income is a small pension Roy received. However, this will dry up within a few years, making the couple completely dependent on their gradually diminishing savings.

The economic strain caused by rising inflation is not only experienced by Dutta and Roy but also on a larger scale by the country, especially by those who survive on meagre pensions or lean savings.

Monthly expenses have gone up by nearly 20 per cent in the last few months after a rise in the price of vegetables and fuel and other costs, said Saurabh Bhagat, director at Delhi-based Sheows Old Age Home, a charity that runs three old age homes catering to more than 400.

“A common man cannot think of buying even an apple. An apple was a… you know, has become an expensive thing to buy. Fruits are now expensive items. How do you expect the elderly to get those things when even the younger generation does not,” said Bhagat.

However, according to an economist, there could be a way to alleviate the pressure.

“When a basic thing like energy is taxed, it has a cascading effect on all prices. So, if you lower energy prices other prices will also come down,” said Delhi-based economist Arun Kumar.

Prices of food items, comprising nearly half of the consumer price index, have shot up with wheat, edible oil, vegetables, fruit, meat and tea prices up 10-25 per cent in a year, while cooking gas and petrol prices have climbed by more than 40 per cent.

India’s gross savings rate is estimated to fall around 30 per cent of GDP in fiscal year 2021/22 ending in March, from more than 32 per cent before the pandemic as people have been forced to dip into their savings to maintain their standard of living.

Published : May 25, 2022

By : Reuters

WEF calls for new partnerships to help fragile communities

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40015927


The World Economic Forum (WEF) has called for new collaboration between humanitarian and development organisations, businesses, investors and entrepreneurs to make a difference to the lives of the nearly 1 billion people living in fragile and conflict-affected settings worldwide.

WEF calls for new partnerships to help fragile communities

Apaper, “Catalysing Market-Driven Solutions to Strengthen Community and Economy Resilience”, released on Wednesday, outlines a practical approach to how organisations can build the capacity and strategic thinking needed to develop a sustainable business case for solutions that have the potential to unlock new sources of finance to reach impact at scale.

“It takes more than a single intervention to unleash transformational change in complex ecosystems,” said Borge Brende, president of the WEF. “To truly leverage the potential for positive and sustainable social impact while meeting investor demand for returns, new ways of collaboration across sectors are needed.”

Ikea Foundation is a partner in this initiative. Over the next three years, the partnership will develop innovative business models and investments that strengthen local economies and increase the self-reliance and resilience of the most vulnerable communities and economies.

“We support the World Economic Forum because of our mutual goal to improve the lives of people who are affected by crises, including those who are forced to flee,” said Ikea Foundation CEO Per Heggenes.

“We believe that together we can help attract the investment needed to strengthen fragile communities and empower the people who live in them to rebuild their lives and create a better future for children and their families.”

The joint discussion paper is an evolution of the work initiated by the Forum’s Humanitarian and Resilience Investing (HRI) Initiative, which was launched at the WEF annual meeting 2019 in Davos-Klosters, Switzerland.

As a first step, the initiative will operationalise the “Organisational Readiness Playbook” launched in 2020, and bring together a cohort of pioneers from humanitarian and development organisations, donor governments and development finance institutions to increase organisational capacity for HRI.

The initiative will also support investment opportunities targeting HRI to meet investor criteria and attract the commercial capital needed to reach scale.

It will further facilitate the development of new tools, research and resources, including the standards, common terminology and analytic frameworks that allow for systems-level impact measurement.

For over 50 years, the WEF has been the international organisation for public-private cooperation. The annual meeting is the focal point for leaders to accelerate the partnerships needed to tackle global challenges and shape a more sustainable and inclusive future. Convening under the theme “History at a Turning Point: Government Policies and Business Strategies”, the annual meeting 2022 and its 450 sessions brings together global leaders from business, government and civil society.

Published : May 25, 2022

By : THE NATION