Japanese researchers develop taste-enhancing chopsticks

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40014692


These chopsticks have the potential of making mealtimes more enjoyable for people who have to eat bland food due to health concerns.

Japanese researchers develop taste-enhancing chopsticks

Co-developed by Japan’s Meiji University’s School of Science and Technology Professor Homei Miyashita and Japanese beverage maker Kirin Holdings, the chopsticks can enhance the taste of food by using an electrical stimulation waveform.

The eating utensil is connected to a mini-computer device strapped to the eater’s wrist, a weak electric current moves sodium ions, the basis of salty taste in food, in the food that is being consumed.

The chopsticks enable the tongue of the person eating to feel an enhanced taste in their food, Miyashita said.

Miyashita and Kirin have conducted clinical tests on people who follow a low-sodium diet and found that the device enhances the salty taste of low-sodium food by up to 1.5 times.

Kirin office worker, Toshiaki Hyodo, demonstrated the chopsticks by eating low-sodium miso soup at his office. He said when he used the chopsticks, the healthier soup tasted just like the normal version.

According to Miyashita and Kirin, the daily salt intake of Japanese adults is about 10 grams, which is double the amount the World Health Organisation (WHO) recommends.

Miyashita and Kirin researchers are currently refining the chopsticks and hope to commercialise them next year.

Published : April 19, 2022

By : Reuters

Stormer เครื่องยิงมิสไซล์จากอังกฤษ ที่อาจทำให้กองทัพรัสเซียต้องสั่นสะเทือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680972

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 18:30 น.Stormer เครื่องยิงมิสไซล์จากอังกฤษ ที่อาจทำให้กองทัพรัสเซียต้องสั่นสะเทือน

อังกฤษเตรียมเสริมทัพยูเครนด้วยเครื่องยิงขีปนาวุธความเร็วสูง ที่อาจทำให้กองทัพรัสเซียต้องสั่นสะเทือน

ในขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ประกาศว่าสมรภูมิรบในภูมิภาคดอนบัส ทางตะวันออกของยูเครน ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และวิงวอนให้มหาอำนาจตะวันตกให้การสนับสนุนทางทหาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตอบโต้การรุกรานจากกองทัพรัสเซีย

ล่าสุด The Sun รายงานว่าสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นประเทศหนึ่งที่ให้การสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์แก่ยูเครนมาโดยตลอดนับตั้งแต่เกิดสงคราม เตรียมจะส่ง Stormer เครื่องยิงขีปนาวุธความเร็วสูง (High Velocity Missile หรือ HVM) ให้แก่รัสเซียในเร็ววันนี้ ซึ่งดร.อลัน เมนโดซา ผู้ก่อตั้ง Henry Jackson Society กล่าวว่านี่เป็น “ยุทโธปกรณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่ยูเครนเคยได้รับจากตะวันตก และจะทำให้กองทัพรัสเซียต้องสั่นสะเทือน”

รู้จัก Stormer

The National ระบุว่า Stormer เป็นเครื่องยิงขีปนาวุธความเร็วสูง น้ำหนัก 13 ตัน เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผลิตโดยบริษัท BAE Systems บริษัทผลิตยุทโธปกรณ์ และอากาศยานสัญชาติอังกฤษ

?????????????? ????????? ?????????? ? ??????? ?????????? ??????? ????????? Stormer HVM.Stormer ???????????? ????????? BAE Systems ?? ???? ??????? ?????? ??????, ?? ?????? ??????, ? ??????????.https://t.co/5GywBD2ZES pic.twitter.com/aKSwhtZwOH— ????????? (@freeukrman) April 19, 2022

โดยการใช้ Stormer ต้องการคน 3 คน ได้แก่ ผู้บังคับบัญชา พลขับ และพลยิง ซึ่งใช้ยิงขีปนาวุธ Starstreak ที่สหราชอาณาจักรเคยส่งให้ยูเครนไปแล้วก่อนหน้านี้

พันเอกริชาร์ด เคมป์ อดีตผู้บัญชาการกองทหารอังกฤษในอัฟกานิสถานกล่าวว่า “การรวมตัวกันระหว่าง Stormer และ Starstreak จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการต่อสู้ของยูเครนได้อย่างมาก … มันเป็นยานเกราะต่อสู้ที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อกองทัพอากาศของปูติน”

สื่ออังกฤษคาดว่าเครื่องยิงขีปนาวุธดังกล่าวจะสามารถบรรทุกขึ้นเครื่องบินขนส่ง C-17 และส่งไปยังยูเครนภายในไม่กี่วันข้างหน้า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษกล่าวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่าเขากำลังมองหาความช่วยเหลือทางทหารที่จะสามารถมอบให้แก่ยูเครน

ย้อนความโหด Starstreak

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือน Starstreak ที่ยูเครนได้รับจากอังกฤษถูกพูดถึงอย่างมาก หลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ถูกบันทึกได้จากแคว้นลูฮันสก์ ทางตะวันออกของประเทศยูเครน พบว่า Starstreak ยิงเข้าใส่เฮลิคอปเตอร์ Mi-28 ของกองทัพรัสเซียหลายลำ จนเกิดไฟลุกโชนกลางอากาศ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ขณะที่เฮลิคอปเตอร์แตกออกเป็นชิ้นๆ ก่อนที่จะร่วงลงสู่พื้นดิน

?? #Ukraine: Russian Mi-28 helicopter was shot down today (on April 1,2022) pic.twitter.com/deXeV5fjOe— – (@L_Team10) April 1, 2022

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า Starstreak มีความเร็วสูงพอที่จะโจมตีเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์ให้แตกเป็นเสี่ยงๆ และโจมตีรถถังหรือยานหุ้มเกราะเพื่อสังหารพลขับที่อยู่ในนั้นได้

ทั้งนี้ Starstreak เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบประทับบ่ายิง (MANPADS) ที่พัฒนาโดย Thales Air Defense ของอังกฤษ ซึ่งสามารถใช้บุคคลพกพา (MANPADS) หรือจะนำไปติดตั้งบนยานพาหนะก็ได้ โดยมีคุณสมบัติที่โดดเด่นคือโจมตีเป้าหมายได้ทั้งบนอากาศและภาคพื้นดิน มีพิสัยยิงราว 7 กิโลเมตร ด้วยหัวรบที่เป็นโลหะผสมทังสเตนความยาว 15 นิ้วที่จะพุ่งโจมตีเป้าหมายก่อนที่จะจุดชนวนระเบิดซ้ำ และสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมากกว่ามากกว่า 4,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สร้างความไม่พอใจให้รัสเซีย

พันเอกริชาร์ด เคมป์ มองว่าการสนับสนุนกองทัพยูเครนจะยิ่งทำให้รัสเซียไม่พอใจ และอาจตอบโต้ในรูปแบบต่างๆ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ การก่อวินาศกรรม การลอบสังหาร หรือการโจมตีอื่นๆ ซึ่งนับว่าเป็นภัยคุกคามต่อยุโรป

นอกจากสหราชอาณาจักรแล้ว เมื่อสัปดาห์ก่อนประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ยังอนุมัติความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนมูลค่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนปืนใหญ่และเฮลิคอปเตอร์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันการโจมตีจากรัสเซียที่กำลังรุกคืบทางตะวันออกของประเทศ

ภาพ: Stormer HVM ขณะยิงขีปนาวุธ Starstreak (Sgt Mark Webster RLC/Wikipedia)

อินเดียเร่งดำเนินคดีแก๊งชายหื่น ‘รุมโทรมตะกวด’ ในเขตอนุรักษ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680947

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 15:00 น.อินเดียเร่งดำเนินคดีแก๊งชายหื่น 'รุมโทรมตะกวด' ในเขตอนุรักษ์

รวบ 4 ชายอินเดียลักลอบเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ก่อนเจอคลิปสุดช็อกรุมข่มขืนตะกวด

สื่อท้องถิ่นอินเดียรายงานการจับกุมชาย 4 คนฐานละเมิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า หลังก่อเหตุข่มขืนตะกวด (Bengal monitor) ในเขตอนุรักษ์พันธุ์เสือ Sahyadri Tiger Reserve (STR) รัฐมหาราษฏระ ทางตะวันตกของประเทศอินเดีย

ตามรายงานของ New Indian Express เจ้าหน้าที่ป่าไม้เปิดเผยว่าชายทั้ง 4 คนถูกจับกุม หลังจากที่ลักลอบเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ Chandoli National Park เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา

โดยเจ้าหน้าที่พบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คนลักลอบเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติโดยผิดกฎหมาย และหนึ่งในนั้นพกอาวุธปืนสำหรับล่าสัตว์ ยิ่งไปกว่านั้น ในระหว่างการสอบสวนเจ้าหน้าที่พบหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่ถูกบันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาคนหนึ่งขณะพวกเขากำลังก่อเหตุรุมข่มขืนตะกวด

Nanasaheb Ladkat ผู้อำนวยการเขตอนุรักษ์พันธุ์เสือ Sahyadri Tiger Reserve (STR) กล่าวว่านี่เป็นเหตุการณ์ที่วิปริต และผู้ต้องหาทั้ง 4 คนต้องถูกตั้งข้อหาตามมาตรต่างๆ ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองสัตว์ป่าปี 1972

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว โดยในตอนแรกผู้ต้องหาถูกคุมขังรอดำเนินคดี แต่ตอนนี้ทั้ง 4 ได้รับการประกันตัวแต่ต้องรายงานตัวทุกสัปดาห์ภายใต้เงื่อนไขการประกันตัว

ทั้งนี้ Hindustan Times ระบุว่าตะกวดจัดเป็นสัตว์สงวนภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองสัตว์ป่าปี 1972 ซึ่งหากศาลตัดสินว่ามีความผิด ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนอาจต้องได้รับโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี

Photo by Carlos Delgado/Wild Bengal monitor/Wikipedia

สหรัฐยกเลิกคำเตือนห้ามเดินทางมาไทย พ้นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดจากโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680935

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 13:30 น.สหรัฐยกเลิกคำเตือนห้ามเดินทางมาไทย พ้นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดจากโควิด

สหรัฐถอดไทยและอีก 89 ประเทศพ้นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด ยกเลิกคำเตือนห้ามเดินทาง

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) แถลงเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น โดย 89 ประเทศและดินแดน รวมถึงไทย ถูกถอดออกจากรายชื่อกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงจากโควิด-19 ระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุด และมีคำเตือนห้ามเดินทาง ให้มาอยู่ในประเทศกลุ่มความเสี่ยงระดับ 3

นอกจากนี้ ประเทศและดินแดนที่ได้รับการปรับอันดับความเสี่ยงโควิด-19 จากระดับ 4 มาเป็นระดับ 3 ยังรวมถึงสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิสราเอล ตุรกี ออสเตรเลีย กรีซ อิตาลี สเปน รัสเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฮ่องกง

ส่งผลให้ปัจจุบันไม่มีประเทศใดที่อยู่ในลิสต์เสี่ยงสูงระดับ 4 หรือห้ามเดินทาง ตามคำแนะนำการเดินทางในช่วงโควิด-19 ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC)

ทั้งนี้ CDC ได้จัดระดับตามความเสี่ยงของการแพร่ระบาด 5 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 4 ประเทศสีแดงเข้ม (ความเสี่ยงสูงมาก) ให้ประชาชนงดเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเหล่านี้

ระดับที่ 3 ประเทศสีแดง (ความเสี่ยงสูง) ให้ประชาชนฉีดวัคซีนให้ครบก่อนเดินทางไปยังประเทศเหล่านี้ อาทิ ประเทศออสเตรีย ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย มาเลเซีย เม็กซิโก รัสเซีย สเปน สเปน ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น รวมถึงไทย

ระดับที่ 2 ประเทศสีส้ม (ความเสี่ยงปานกลาง) ประชาชนควรฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนก่อนเดินทาง อาทิ ประเทศโบลิเวีย อิรัก เปรู แอฟริกาใต้ ศรีลังกา และซิมบับเว เป็นต้น

ระดับที่ 1 ประเทศสีเหลือง (ความเสี่ยงต่ำ) สามารถเดินทางได้แต่ควรฉีดวัคซีนก่อนการเดินทาง อาทิ ประเทศเมียนมา จีน โมร็อกโก ไนจีเรีย ฟิลิปปินส์ ซาอุดีอาระเบีย และไต้หวัน เป็นต้น

และระดับสุดท้ายประเทศที่ไม่ทราบแน่ชัด ให้ประชาชนฉีดวัคซีนก่อนเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเหล่านี้ มิเช่นนั้นควรหลีกเลี่ยงการเดินทาง อาทิ ประเทศอัฟกานิสถาน กัมพูชา เกาะกรีนแลนด์ เกาหลีเหนือ ซูดาน และแทนซาเนีย เป็นต้น

Photo by Bangkok Post

ปูตินเย้ยมาตรการคว่ำบาตรตะวันตกล้มเหลวย้อนทำเศรษฐกิจตัวเองพัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680933

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 13:00 น.ปูตินเย้ยมาตรการคว่ำบาตรตะวันตกล้มเหลวย้อนทำเศรษฐกิจตัวเองพัง

ปูตินเผยมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของตะวันตกย้อนทำให้เศรษฐกิจตะวันตกแย่เสียเอง

Tass รายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเผยระหว่างพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เศรษฐกิจระดับสูงว่า มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของตะวันตกล้มเหลว ทั้งยังย้อนกลับไปทำให้เศรษฐกิจของตะวันตกแย่ลงเสียเอง

“เห็นได้ชัดว่าเมื่อเร็วๆ นี้ปัจจัยลบหลักต่อเศรษฐกิจคือแรงกดดันจากการคว่ำบาตรเพิ่มเติมจากประเทศตะวันตก เป้าหมายคือการทำลายสถานการณ์ทางการเงินและเศรษฐกิจในประเทศของเรา กระตุ้นให้ตลาดตื่นตระหนก ทำให้ระบบธนาคารล้ม และทำให้สินค้าขนาดแคลนขนานใหญ่” ปูตินกล่าว

ปูตินเผยว่า “แต่เราสามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่านโยบายนี้ต่อรัสเซียล้มเหลว ยุทธศาสตร์สายฟ้าแลบทางเศรษฐกิจล้มเหลว”

ปูตินเผยอีกว่า “นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรยังย้อนกลับไปส่งผลกระทบกับคนที่ออกมาตรการเสียเอง ทั้งภาวะเงินเฟ้อและอัตราว่างงานที่พุ่งสูงขึ้น พลวัตรทางเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปที่เสื่อมถอยลง มาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ตกต่ำลงในยุโรป เงินออมของพวกเขาที่มีค่าน้อยลง”

ปูตินอ้างว่า ในเวลาเดียวกันนั้นเศรษฐกิจของรัสเซียกลับมีเสถียรภาพ โดยอ้างถึงการฟื้นตัวของค่าเงินรูเบิล “รัสเซียอดทนต่อแรงกดดันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตอนนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว อัตราแลกเปลี่ยนเงินรูเบิลกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงครึ่งแรกของเดือน ก.พ.”

Sputnik/Mikhail Klimentyev/Kremlin via REUTERS

เผยมูลค่าความเสียหายของยูเครน หลังกองทัพรัสเซียบุกถล่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680930

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 12:00 น.เผยมูลค่าความเสียหายของยูเครน หลังกองทัพรัสเซียบุกถล่ม

ยูเครนเผยโครงสร้างพื้นฐาน 30% พังยับ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 16 ล้านล้านบาท ชี้อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูอย่างน้อย 2 ปี

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า โอเล็กซานเดอร์ คูบราคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนเผยการรุกรานของรัสเซียได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไปมากถึง 30% คิดเป็นมูลค่าราว 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.37 ล้านล้านบาท ขณะที่การฟื้นฟูต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี

อย่างไรก็ตาม หากนับรวมความเสียหายอื่นๆ อย่างเช่น อาคารบ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างอื่น เจ้าหน้าที่ประเมินว่ามูลค่าความเสียหายจะพุ่งขึ้นเป็นประมาณ 500,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 16.8 ล้านล้านบาท

คูบราคอฟระบุว่าการปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนประมาณ 20% ถึง 30% โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง

โดยสะพานในประเทศมากกว่า 300 แห่งได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย ส่วนถนนของยูเครนต้องได้รับการซ่อมแซมหรือสร้างใหม่เป็นระยะทางยาวกว่า 8,000 กิโลเมตร ขณะที่สะพานรถไฟหลายสิบแห่งถูกวางระเบิด ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการฟื้นฟูไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐจนถึงตอนนี้

“หากพูดถึงถนน สะพาน และอาคารบ้านเรือน ผมเชื่อว่าทุกอย่างสามารถสร้างใหม่ได้ภายในเวลา 2 ปี หากทุกฝ่ายทำงานอย่างรวดเร็ว”

ทั้งนี้ กระทรวงโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนได้เริ่มบูรณะพื้นที่บางส่วนที่กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพยูเครนแล้ว

รายงานระบุว่าในช่วงสัปดาห์แรกของสงคราม กองกำลังรัสเซียเคลื่อนพลเข้าประชิดกรุงเคียฟ ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างต่อสิ่งปลูกสร้างและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ โดยในเดือนนี้รัสเซียเริ่มถอนกำลังจากทางเหนือรอบๆ กรุงเคียฟแล้ว และมุ่งโจมตีไปที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ของยูเครน รวมถึงเมืองท่าที่สำคัญอย่างมาริอูโปลถูกปิดล้อมและได้รับความเสียหายอย่างหนัก

คูบราคอฟหวังว่าชาติตะวันตกจะให้การสนับสนุนในการฟื้นฟูยูเครน โดยเสริมว่าสามารถหาเงินทุนได้จากแหล่งต่างๆ เพื่อสนับสนุนความพยายามในการบูรณะซ่อมแซม ขณะที่นักการเมืองสหภาพยุโรปบางคนเรียกร้องให้ใช้ทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกแช่แข็งโดยตะวันตก รวมถึงเงินสำรองของธนาคารกลางรัสเซีย 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Photo by REUTERS/Alexander Ermochenko

รัสเซียเปิดฉากบุกตะวันออก ถล่มดอนบัสอย่างหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680928

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 10:42 น.รัสเซียเปิดฉากบุกตะวันออก ถล่มดอนบัสอย่างหนัก

รัสเซียเปิดสงครามเฟสใหม่มุ่งหน้าบุกฝั่งตะวันออกโจมตีภูมิภาคดอนบัสครั้งใหญ่

Reuters รายงานว่า ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเผยว่า กองทัพรัสเซียเริ่มเปิดฉากโจมตีครั้งใหม่ทางฝั่งตะวันออกของยูเครน และว่า “สมรภูมิดอนบัสได้เริ่มขึ้นแล้ว”

“ตอนนี้เราสามารถพูดได้ว่ากองทัพรัสเซียเริ่มการสู้รบที่ดอนบัสซึ่งพวกเขาได้เตรียมการไว้นานแล้ว” เซเลนสกีเผยผ่านคลิปวิดีโอ “ทางตะวันออกและใต้ของประเทศ พวกทหารพยายามโจมตีในลักษณะที่ผ่านการไตร่ตรองมากขึ้นกว่าเดิม พวกเขากดดัน หาจุดอ่อนในการป้องกันของเรา แล้วส่งกองกำลังหลักไปที่นั่น”

ด้าน โอเล็กซี ดานิลอฟ เลขาธิการสภาความมั่นคงยูเครนเผยว่า “พวกเขา (กองทัพรัสเซีย) เริ่มปฏิบัติการเชิงรุกในเช้าวันนี้ เช้านี้เกือบตลอดแนวหน้าของโดเนตสก์ ลูฮันสก์ และภูมิภาคคาร์คิว พวกที่ยึดอยู่พยายามฝ่าแนวป้องกันของเรา”

ขณะที่กองบัญชาการกองทัพยูเครนโพสต์เฟซบุ๊คว่า กองกำลังหลักของรัสเซียกำลังพุ่งความสนใจมาที่การควบคุมภูมิภาคโดเนตสก์และลูฮันสก์ หรือภูมิภาคดอนบัสทั้งหมด

อันดรี เยอร์มัค ประธานเสนาธิการยูเครนเผยผ่านเทเลแกรมว่า “สงครามระยะที่ 2 เริ่มขึ้นแล้ว…จงเชื่อมั่นในกองทัพที่แข็งแกร่งของเรา”

ทั้งนี้ กองทัพรัสเซียระดมกำลังทหารทางตะวันออกของยูเครนมานานนับสัปดาห์ โดยใช้ทหารที่ถอนกำลังออกมาจากทางตอนเหนือของยูเครนและจากเบลารุส

Ukrainian partisans prepare for long fight ahead after kicking Russians out

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40014664


When Russian soldiers crossed into Sumy, a northern Ukrainian region, they expected to just roll through the streets for a smooth ride over to nearby Kyiv. Instead, the locals took up whatever arms they could get hold of, to drive out the invaders.

Ukrainian partisans prepare for long fight ahead after kicking Russians out

“According to the Russians, they had plans for (to takeover Sumy) in three to five days… Apparently, they knew that in the territory of Sumy region at that time there were almost no regular (army) troops, and there was only territorial defence,” said Dmytro Zhivitskyi, the head of Sumy’s regional and military administration.

The last of the Russian forces finally pulled out of Sumy around only a week ago, leaving a trail of destruction in several towns across the region, but Sumy’s territorial defence, the partisan militia that stayed behind to fight, is preparing for a new onslaught of assaults.

“I think the probability of an attack is high. They are determined and we understand that the number of people in Russia is about 150 million. Tomorrow they will put children into tanks and send them here… so until the tanks and people run out, they will keep sending people here,” said Zhivitskyi.

Sumy locals have grown up hearing tales of valiant partisan movements dating back to the Second World War, and the most recent incursion has only reinforced pride in the tradition. According to local territorial defence members, the volunteer militia numbers over 1,000, but membership is growing. Although there are now some Ukrainian military instalments in Sumy, locals would not give any numbers.

Ihor Hannenko, a former youth worker-turned territorial defence member, joined up on day one of the war. On Friday (April 15), Hannenko and several members of his brigade trained for communication drills, holding training simulations for a raid at an abandoned building on the city’s outskirts.

“There were a lot of situations when we would go on a mission, and we are called and told that there are no Russian columns there because someone had already destroyed them. And we didn’t even know who did it,” said 28-year-old Hannenko.

Russian forces have pulled back after suffering heavy losses and failing to take the capital Kyiv, as it focuses on the south and eastern regions of Ukraine. Moscow has since launched more long-range attacks, hitting targets in Kyiv and other major cities, following the sinking of its Black Sea fleet’s flagship. The attacks followed Russia’s announcement on Friday (April 15) that it would intensify long-range strikes in retaliation for unspecified acts of “sabotage” and “terrorism”, hours after it confirmed the sinking of its Black Sea flagship, the Moskva.

Kyiv and Washington say the ship, whose sinking has become a symbol of Ukrainian defiance, was hit by Ukrainian missiles. Moscow says it sank after a fire and its crew of around 500 were evacuated.

Published : April 18, 2022

By : Reuters

Le Pen attacks Macron over climate scepticism claim

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40014662


French far-right presidential candidate Marine Le Pen denied being a ‘climate sceptic’ on Sunday (April 17) in response to an attack by President Emmanuel Macron.

Le Pen attacks Macron over climate scepticism claim

On Saturday Macron told supporters in Marseille he would focus his new presidency on making France free of fossil fuels and slammed Le Pen as a “climate sceptic”.

Speaking on France 3 TV, a week ahead of the April 24 runoff, Le Pen said: “I don’t know what he is basing that on, but I’ve never been climate sceptic and have a programme that takes into consideration the environment and ecology.

“I do not see how you can be a climate sceptic when you talk to wine growers… and when they tell you that they themselves see a change of the climate in the production, in their crops.”

She said Macron was trying to exclude her from the environmental debate by portraying her as someone who didn’t care for the ecology.

The presidential race is being fought on the left, with both contenders seeking to attract voters who chose left-wing firebrand Jean-Luc Melenchon, a strong proponent of renewables and protection of the environment, in the first round last Sunday. Melenchon was eliminated, leaving Macron and Le Pen to contest the presidency.

Both support increased investment in France’s nuclear energy sector but Le Pen has called for a moratorium on wind and solar energy, and even for the ‘progressive dismantling’ of existing wind turbines.

Macron has pledged on the contrary to ‘massively deploy’ renewable energy production in France.

Published : April 18, 2022

By : Reuters

เมื่อยุโรปมองหาแหล่งพลังงานใหม่ แต่จะทดแทนก๊าซรัสเซียได้หรือไม่?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680906

วันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 19:00 น.เมื่อยุโรปมองหาแหล่งพลังงานใหม่ แต่จะทดแทนก๊าซรัสเซียได้หรือไม่?

ในขณะที่สหภาพยุโรปกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันที่จะแบนการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย ดูเหมือนว่าจะนำไปสู่โอกาสทองของแอฟริกา

Business Insider รายงานว่ายุโรปกำลังมองหาทางเลือกด้านพลังงานในแอฟริกา ในขณะที่ประเทศต่างๆ พยายามลดการพึ่งพาการนำเข้าจากรัสเซีย เนื่องจากทวีปแอฟริกามีน้ำมันและก๊าซสำรองมากมาย โดยในปี 2017 มีรายงานว่าแอฟริกามีก๊าซสำรอง 148.6 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่า 7% ของปริมาณสำรองทั่วโลก

โดยอิตาลีซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสหภาพยุโรป ได้ผลักดันให้ดำเนินการตามข้อตกลง ระหว่าง Eni บริษัทน้ำมันและก๊าซสัญชาติอิตาลีและ EGAS บริษัทโฮลดิ้งของอียิปต์ เพื่อส่งเสริมการส่งออกก๊าซไปยังยุโรป

ในสัปดาห์เดียวกัน มาริโอ ดรากี นายกรัฐมนตรีอิตาลีได้เยือนแอลจีเรีย ซึ่ง Eni ก็ได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อซื้อก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมจาก Sonatrach บริษัทพลังงานของแอลจีเรียเช่นกัน ซึ่งรายงานระบุว่าข้อตกลงในการสั่งซื้อก๊าซจนถึงปี 2024 เทียบเท่ากับ 12% ของปริมาณการใช้ก๊าซของอิตาลีในปีที่แล้ว

ทั้งนี้ แอลจีเรียได้ส่งก๊าซไปยังยุโรปผ่านท่อส่งก๊าซ 3 แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นส่งไปยังอิตาลี และอีก 2 ท่อเชื่อมโยงกับสเปน

นอกจากนี้ Bloomberg รายงานว่าดรากีมีกำหนดเดินทางไปยังแอฟริกาตอนกลางและตอนใต้ในสัปดาห์นี้ และเป็นไปได้ว่าจะมีการดีลกับคองโกและแองโกลา ซึ่งเมื่อรวมกับข้อตกลงการสั่งซื้อก๊าซจากแอลจีเรียแล้ว คาดว่าจะสามารถทดแทนก๊าซจากรัสเซียได้มากกว่าครึ่งหนึ่งโดยเร็วที่สุดในปี 2023

“เราไม่ต้องการพึ่งพาก๊าซของรัสเซียอีกต่อไป…เราจำเป็นต้องกระจายแหล่งพลังงานและหาซัพพลายเออร์รายใหม่” ดรากีกล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นที่ถกเถียงระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเองว่าจะสามารถคว่ำบาตรพลังงานรัสเซียได้หรือไม่ เนื่องจากบางประเทศอย่างเช่นเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์มองว่าสหภาพยุโรปพึ่งพาน้ำมันและก๊าซปริมาณมากจากรัสเซีย และยังไม่สามารถตัดขาดได้ในตอนนี้

โดยสหภาพยุโรปนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียกว่าร้อยละ 40 นำเข้าน้ำมันร้อยละ 27 และนำเข้าถ่านหินเกือบครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมด

ขณะที่รัสเซียเคยประกาศว่าประเทศที่ไม่เป็นมิตร รวมถึงประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป จะต้องชำระค่าก๊าซด้วยเงินรูเบิลของรัสเซีย

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลีได้กล่าวกับ CNBC ว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมาเขาได้เดินทางเยือนประเทศต่างๆ เช่น โมซัมบิก สาธารณรัฐคองโก และแองโกลา เพื่อสร้างพันธมิตรด้านการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อลดการพึ่งพารัสเซีย

ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า เซเนกัล มอริเตเนีย ไนจีเรีย และแองโกลา อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในการเพิ่มการผลิต นอกจากนี้โมซัมบิกยังเป็นแหล่งสำรองก๊าซธรรมชาติขนาดมหึมา โดยมียักษ์ใหญ่ด้านพลังงานในยุโรปหลายแห่งตั้งโรงงานอยู่ในประเทศ นักวิเคราะห์ยังแนะว่ายังมีพื้นที่สำหรับการขยายตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติอื่นๆ ในอ่าวกินี เช่น ไนจีเรีย แคเมอรูน และอิเควทอเรียลกินี

ในปี 2019 สหภาพยุโรปนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 108,000 ล้านลูกบาศก์เมตรจากแอฟริกา โดยมากกว่า 12,000 ล้านนั้น มาจากไนจีเรีย และในปี 2020 ส่วนแบ่งของแอฟริกาในการส่งออกน้ำมันทั่วโลกอยู่ที่เกือบ 9%

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าแม้จะช่วยเพิ่มอุปทาน แต่ก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะมาทดแทนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ซึ่งยุโรปได้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวจากรัสเซียเฉลี่ยมากถึง 380 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน คิดเป็น 140,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หรือ 45% ของปริมาณการใช้ก๊าซเกือบทั้งหมดของสหภาพยุโรป ตามรายงานของ Deutsche Welle

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/File Photo