Musk polls followers on converting Twitter HQ to homeless shelter

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40014433


Two of the world’s richest people are pitching in ideas to tackle the issue of homelessness, suggesting that Twitter convert its headquarters to a shelter home.

Musk polls followers on converting Twitter HQ to homeless shelter

Amazon founder Jeff Bezos on Sunday (April 10) backed an idea put forth by Elon Musk, who recently became Twitter’s largest shareholder, to convert the social networking firm’s San Francisco headquarters into a homeless shelter as few people are working there during the pandemic.

Bezos tweeted an article by technology-focused blog GeekWire from May 2020 about Amazon’s eight-floor family homeless shelter attached to its Seattle headquarters, saying the initiative worked out great and makes it easy for employees who wish to volunteer.

Bezos also suggested converting at least a portion of Twitter’s headquarters, if not all of it, into a homeless shelter. Musk agreed in another tweet, calling it a “Great idea.”

Musk, who has more than 81 million followers on Twitter, started a poll on Saturday, asking users to vote if the building should be converted. The poll gained over a million votes in less than a day, with more than 90% saying yes.

The chief executive of electric vehicle maker Tesla, who frequently tweets about his company and other topics, has been known to leave people confused as to whether he is joking. However, Musk clarified this time he was not joking. “I’m serious about this one btw,” he tweeted, following up on the topic on Sunday.

A separate poll by Musk on Sunday asked if “w” should be deleted from Twitter’s name, leaving two voting options, “yes” and “of course.”

Musk had suggested a raft of changes to the Twitter Blue premium subscription service on Saturday, including reducing its price, banning advertising and giving an option to pay in the cryptocurrency dogecoin.

Published : April 11, 2022

By : Reuters

North Korea celebrates 10 years of Kim Jong Un as top party leader

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40014432


North Korea unveiled a new portrait of state leader Kim Jong Un at a national meeting on Sunday (April 10) to commemorate 10 years of Kim’s rule, as part of events expected to be held within the week to showcase the regime’s power.

North Korea celebrates 10 years of Kim Jong Un as top party leader

In a speech during the meeting, Choe Ryong Hae, member of the Presidium of the Political Bureau of the WPK Central Committee and one of the most senior officials under Kim, said the North Korean leader “has finally achieved a historic goal of completing the state’s nuclear power programme.”

Kim assumed power after his father Kim Jong Il died in December 2011. Monday (April 11) marked 10 years since the younger Kim was elected as the top party and state leader. In practice, only one candidate appears on each ballot in North Korean elections and the Kim family has ruled the country for its entire history.

North Korea has conducted six nuclear tests since 2006, four of which during Kim Jong Un’s rule. Tensions in the Korean peninsula have sharply escalated after North Korea tested two ballistic missiles on Feb. 26 and March 4 that involved a new intercontinental ballistic missile (ICBM) system that the country is developing, and as it conducted a full ICBM test – the first since 2017 – on March 24.

Published : April 11, 2022

By : Reuters

French presidential election race ‘very open’ in Macron-Le Pen face-off: analyst

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40014431


France’s centrist leader Emmanuel Macron will take his hunt for extra votes on Monday to the industrial heartlands of northern France, a blue-collar stronghold of his far-right rival Marine Le Pen who he will face in an April 24 presidential runoff vote.

French presidential election race 'very open' in Macron-Le Pen face-off: analyst

Macron and Le Pen came out on top in Sunday’s first-round vote, setting up a repeat of the 2017 runoff between the pro-European economic liberal and euro-skeptic nationalist

Left-wing voters will be crucial to determining the outcome of the election. Third-placed challenger, hard-left veteran Jean-Luc Melenchon, told supporters not one single vote should go to the far right but stopped short of endorsing Macron.

An interior ministry count showed that with 97% of votes counted, Macron had won 27.60% of voters’ support. Le Pen secured 23.41% and Melenchon 21.95%.

Polls predict a close-fought second round with one survey projecting Macron will win with just 51% of the vote and 49% for Le Pen. The gap is so tight that victory either way is within the margin of error.

Published : April 11, 2022

By : Reuters

สหรัฐชี้รัสเซียแพ้สมรภูมิเคียฟเพราะอาวุธอเมริกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680432

วันที่ 11 เม.ย. 2565 เวลา 11:15 น.สหรัฐชี้รัสเซียแพ้สมรภูมิเคียฟเพราะอาวุธอเมริกัน

ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ เผยกระบวนการช่วยเหลือด้านอาวุธมห้กับยูเครนเพื่อต้านทานการรุกรานของรัสเซีย

เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ให้ให้สัมภาษณ์กับ NBC News ว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังเร่งทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือยูเครนด้านอาวุธในการต้านทานรัสเซีย 

ต่อข้อซักถามว่าสหรัฐสามารถทำอะไรได้มากขึ้นหรือไม่ในเรื่องของการส่งอาวุธช่วยเหลือ หลังจากที่เซนเลนสกี ผู้นำยูเครนเอ่ยว่าการส่งอาวุธไปยังยูเครนยังไม่เร็วพอ ซัลลิแวนตอบว่า สหรัฐกำลังทำทุกอย่างที่ทำได้คือสหรัฐอเมริกาทำงานตลอดเวลาเพื่อส่งมอบอาวุธของสหรัฐเอง และรมว.ต่างประเทศยูเครน เพิ่งจะบอกว่ากำลังจัดระเบียบและประสานงานการส่งมอบอาวุธจากประเทศอื่นๆ มากมาย เพื่อให้ยูเครนมีอาวุธที่จำเป็นถึงทุกวันรวมทั้งวันนี้และสัปดาห์นี้”

ซัลลิแวน เผยว่าเขาใช้เวลาสองชั่วโมงในการคุยโทรศัพท์กับหัวหน้ากองกำลังติดอาวุธของยูเครนและผู้ช่วยระดับสูงของประธานาธิบดีเซเลนสกี และดำเนินพิจารณาระบบอาวุธทุกระบบที่ยูเครนกำลังต้องการตามลำดับความสำคัญ

“เราได้พัฒนาแผนการที่จะส่งมอบอาวุธเหล่านั้นให้เร็วที่สุด บางส่วนได้รับการส่งมอบแล้ว อื่นๆ อยู่ในขั้นตอนของการส่งมอบ และเราจะยังคงทำงานอย่างจริงจังต่อไปเพื่อให้ได้สิ่งที่ยูเครนต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กับพวกเขาในสนามรบ และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับพวกเขาบนโต๊ะเจรจา” ซัลลิแวน กล่าว

ต่อคำถามว่าจะมีการส่งมอบอาวุธในเชิงรุก (Offensive weapons) ให้กับยูเครนเพื่อที่จะเอาชนะสงครามนี้หรือไม่ ซัลลิแวนตอบว่า “ยูเครนชนะสมรภูมิเคียฟ เคียฟยืนหยัดอยุูได้ แม้รัสเซียจะพยายามที่จะพิชิตเมืองหลวงนี้ โดยเฉพาะเพราะการยืนหยัดและความกล้าหาญของนักรบยูเครน แต่มันยืนหยัดได้เป็นเพราะอาวุธของอเมริกัน และอาวุธของชาติตะวันตกในมือของพวกเขา ช่วยหยุดรถถัง ยิงอากาศยาน ส่งพวกรัสเซียกลับไป และพวกเราภูมิใจกับการมีส่วนร่วมนั้น แต่เราจะไม่หยุดจนกว่าพวกเราจะมอบทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการเพื่อที่จะไปให้ถึงเป้าหมายของพวกเขา”

Photo – REUTERS/Leah Millis

จับตา ‘เงินหยวน’ ผงาด เริ่มแทนที่ดอลลาร์กับยูโรในรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680471

วันที่ 11 เม.ย. 2565 เวลา 15:26 น.จับตา 'เงินหยวน' ผงาด เริ่มแทนที่ดอลลาร์กับยูโรในรัสเซีย

หลังจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก รัสเซียแก้ลำด้วยการเรียกร้องให้จ่ายรัสเซียด้วยเงินรูเบิล พร้อมกับหันมาเน้นธุรรรมกับเงินหยวนของจีน

สำนักข่าว Kommersant สำนักข่าวด้านการเมืองและเศรษฐกิจของรัสเซียรายงานว่า ธนาคารรัสเซียมีปริมาณเงินหยวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนมีนาคม โดยลูกค้าโอนเงินจากสกุลดอลลาร์และยูโรมาเป็นเงินหยวน และยังเปิดบัญชีใหม่ในสกุลเงินจีนอีกด้วย

Kommersant ชี้ว่าการเปลี่ยนไปใช้เงินหยวนกลายเป็นมาตรการที่จำเป็นหลังจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก ธุรกรรมกับสกุลเงินจีนในการแลกเปลี่ยนนั้นเติบโตขึ้นอย่างมากเช่นกัน จนถึงขณะนี้ ธุรกรรมด้วยเงินหยวนก็ยังตามหลังปริมาณการซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์และยูโรอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม มันอาจจะมีอนาคตที่สำคัญมากขึ้นในรัสเซีย

“จะไม่เพียงแต่แทนที่ดอลลาร์ในการชำระหนี้กับจีนเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นวิธีการชำระบัญชีระหว่างประเทศที่น่าเชื่อถือยิ่งขึ้นสำหรับบริษัทรัสเซียด้วย” บุลการ์ อาลีเยฟ หัวหน้าของสถาบันการเงิน  KPMG กล่าวกับ Kommersant 

ก่อนหน้านี้ Reuters รายงานเมื่อวันที่ 7 เมษายน รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย อเล็กซานเดอร์ โนวัก กล่าวอีกว่ารัฐบาลรัสเซียกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนไปใช้การชำระเงินเป็นหยวนเพื่อส่งออกพลังงานไปยังจีน

Bloomberg News รายงานเช่นกันว่า Fenwei Energy Information Service Co. ที่ปรึกษาของจีน กล่าวว่าบริษัทจีนหลายแห่งใช้สกุหยวนเพื่อซื้อถ่านหินของรัสเซียในเดือนมีนาคม และสินค้าชุดแรกจะมาถึงในเดือนเมษายน โดยจะเป็นการขนส่งสินค้าครั้งแรกที่จ่ายเป็นหยวนตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและยุโรปลงโทษรัสเซียและตัดธนาคารหลายแห่งออกจากระบบการเงินระหว่างประเทศ

Bloomberg News รายงานด้วยว่าผู้ขายน้ำมันดิบของรัสเซียยังเสนอแนวทางที่มีความยืดหยุ่นให้ผู้ซื้อในจีนในการจ่ายเงินเป็นหยวนด้วย

และย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 14 มีนาคม สำนักข่าว Tass ของรัสเซียรายงานว่า อันตน ซิลูอานอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรัสเซียกล่าวกับช่อง Rossiya-24 TV ว่าหยวนจีนเป็นสกุลเงินสำรองที่เชื่อถือได้ 

“เงินหยวนจีน – ทองคำสำรองส่วนหนึ่งและเงินสำรองอยู่ในสกุลเงินนี้ เมื่อมีการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีน เราจะใช้ทองคำสำรองและสกุลเงินสำรองในสกุลเงินหยวนของจีน ในปัจจุบันหยวนยังคงอยู่หนึ่งในแหล่งดังกล่าวของเงินตราสำรองของประเทศเรา และเราจะใช้มันในทุกด้าน” ซิลูอานอฟ กล่าว

ซิลูอานอฟกล่าวก่อนหน้านี้ว่าทองคำและเงินสำรองครึ่งหนึ่งของธนาคารแห่งรัสเซีย คือประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์ ถูกอายัดเนื่องจากการคว่ำบาตร

Photo – REUTERS/Jason Lee/File Photo

เปิดตัว ‘รถรางไฟฟ้าล้านช้าง’ ขบวน 3 วิ่งถึงเวียงจันทน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680431

วันที่ 11 เม.ย. 2565 เวลา 10:32 น.เปิดตัว ‘รถรางไฟฟ้าล้านช้าง’ ขบวน 3 วิ่งถึงเวียงจันทน์

รถรางไฟฟ้า (EMU) “ล้านช้าง” (Lane Xang) ขบวนที่ 3 ของทางรถไฟจีน-ลาว เคลื่อนตัวถึงนครหลวงเวียงจันทน์ของลาวแล้ว เมื่อคืนวันเสาร์ (9 เม.ย.) เพื่อเตรียมรองรับมหกรรมการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ลาวในกลางเดือนเมษายน

บริษัท ทางรถไฟลาว-จีน จำกัด (LCRC) กิจการร่วมค้าที่ดำเนินการทางรถไฟดังกล่าวส่วนในลาว ระบุว่ารถรางไฟฟ้าล้านช้างขบวนที่สามนี้ผลิตในเมืองชิงเต่าทางตะวันออกของจีน และมีกำหนดวิ่งสัญจรระหว่างเวียงจันทน์และเมืองไซ ซึ่งเป็นเมืองทางตอนเหนือของลาว

ลาวจะเฉลิมฉลองสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ลาว ซึ่งถือเป็นเทศกาลตามประเพณีสุดสำคัญในประเทศ ระหว่างวันที่ 14-16 เม.ย. โดยทางรถไฟจีน-ลาวส่วนในลาว จะได้รองรับมหกรรมการเดินทางช่วงเทศกาลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เริ่มเปิดบริการเมื่อเดือนธันวาคม 2021

รถรางไฟฟ้าล้านช้างขบวนใหม่นี้ มาพร้อมตู้โดยสารชั้นธุรกิจเพิ่ม 1 ตู้ และตู้โดยสารชั้นหนึ่งอีก 1 ตู้ ขณะตู้โดยสารชั้นประหยัดลดลงเหลือ 5 ตู้ เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางอันหลากหลาย ขณะการจัดวางตู้โดยสารในรถไฟขบวนใหม่และการตกแต่งภายในอาจแตกต่างหรือมีการปรับปรุง เมื่อเทียบกับรถไฟสองขบวนที่ให้บริการก่อนหน้านี้

วันอาทิตย์ (10 เม.ย.) บริษัทฯ เผยกับสำนักข่าวซินหัวว่าทางรถไฟจีน-ลาว ส่วนในลาว รองรับความต้องการในตลาดที่แข็งแกร่งตั้งแต่เปิดใช้งานวันที่ 3 ธ.ค. ปีที่แล้ว โดยให้บริการรถรางไฟฟ้าแล้วทั้งหมด 456 เที่ยว และขนส่งผู้โดยสาร แล้ว 236,800 คน เมื่อนับถึงวันที่ 7 เม.ย.

บริษัทฯ จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการจัดการและบริการขนส่งผู้โดยสารบนทางรถไฟจีน-ลาวต่อไป เช่น เพิ่มความถี่ของรถไฟ และปรับปรุงบริการจำหน่ายบัตรโดยสาร

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยควมร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

หน่วยโดรนพิฆาต Aerorozvidka เมื่อมนุษย์ไอทีสวมบทนักรบยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680359

วันที่ 10 เม.ย. 2565 เวลา 18:30 น.หน่วยโดรนพิฆาต Aerorozvidka เมื่อมนุษย์ไอทีสวมบทนักรบยูเครน

เมื่อเหล่าหัวกะทิด้านไอที รวมตัวกันในหน่วยโดรนพิฆาต ต่อกรกับกองทัพรัสเซีย

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. เว็บไซต์ Business Insider ได้รายงานถึง Aerorozvidka ซึ่งเป็นหน่วยโดรนชั้นยอดของยูเครนที่ก่อตั้งโดยอาสาสมัครผู้เชี่ยวชาญด้านไอที พวกเขาสร้างหรือดัดแปลงโดรนเพื่อใช้การโจมตีกองทัพรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิดรถถังหรือรถหุ้มเกราะของรัสเซีย

ซึ่งหน่วยนี้กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญในการรับมือกับการรุกรานของรัสเซีย

Aerorozvidka ที่รวบรวมอาสาสมัครที่มีความเก่งกาจด้านไอที บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีต่างมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อออกแบบยุทโธปกรณ์สำหรับสนับสนุนกองทัพยูเครน พวกเขาจะสร้างหรือดัดแปลงโดรนที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ให้กลายเป็นโดรนสังหาร เพื่อซุ่มวางระเบิดยานพาหนะของรัสเซียในยามวิกาล

“พวกเรามาจากคนละที่เลย แต่ตอนนี้เราทุกคนเป็นทหาร” มิไคโล สมาชิกคณะกรรมการและหัวหน้าฝ่ายสื่อสารของ Aerorozvidka กล่าวกับ Insider

“บางคนจบปริญญาเอก บางคนจบปริญญาโท บางคนมาจากอุตสาหกรรมไอที และอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกมากมาย แต่สิ่งสำคัญที่รวมเราเป็นหนึ่งเดียว คือความปรารถนาที่จะชนะสงครามครั้งนี้”

รู้จัก Aerorozvidka

Aerorozvidka เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2014 เพื่อต่อกรกับรัสเซียที่พยายามผนวกไครเมีย และรับมือกับกลุ่มก่อความไม่สงบแบ่งแยกดินแดนในภูมิภาคดอนบัสที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย

น่าเศร้าที่ผู้ก่อตั้ง Aerorozvidka เสียชีวิตในปฏิบัติการที่ดอนบัสเมื่อปี 2015

มิไคโล เปิดเผยว่าหน่วยปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนประมาณ 300 ภารกิจต่อวัน และได้ทำลายยานพาหนะของรัสเซียหลายสิบคันหรืออาจจะถึงหลายร้อยคัน โดยปกติแล้ว Aerorozvidka จะปฏิบัติการในตอนกลางคืน

ซึ่งมิไคโลไม่สามารถเปิดเผยได้อย่างชัดเจนว่าหน่วยของเขามีสมาชิกเท่าไร โดยบอกเพียงว่ามี “หลายสิบคน”

ภารกิจที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของพวกเขาคือการช่วยหยุดขบวนรถรัสเซียที่กำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน โดยทีมมุ่งเป้าโจมตีไปที่ยานพาหนะหัวขบวน ทำให้สามารถสกัดกั้นขบวนรถไว้ได้ ในขณะที่ทหารรัสเซียต่างขวัญเสีย

ตามรายงานของ The Guardian ยังระบุว่า Aerorozvidka เคลมว่าพวกเขาช่วยเอาชนะการโจมตีทางอากาศของรัสเซียที่สนามบิน Hostomel ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเคียฟ ในวันแรกของสงคราม โดยการใช้โดรนเพื่อค้นหาเป้าหมาย กำหนดเป้าหมาย และยิงพลร่มของรัสเซียประมาณ 200 นาย

นับว่าเป็นอีกหนึ่งหน่วยปฏิบัติการทางทหารที่กำลังเป็นที่จับตามองจากบรรดาสื่อต่างประเทศ โดย The Times ยังได้รายงานว่า Aerorozvidka เป็นหน่วยโดรนชั้นยอดของยูเครน ที่โจมตีเป้าหมายสำคัญไปได้หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น รถถัง รถบรรทุก และยานพาหนะที่บรรทุกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของรัสเซีย โดยแอบเล่นงานกองกำลังรัสเซียขณะพวกเขากำลังหลับ

โดยหน่วยนี้แบ่งออกเป็น 3 ทีมด้วยกัน ได้แก่ ทีมโดรน, ทีมเดลตา (Delta) และทีมความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยทีมเดลตานั้นจะสอดส่องสถานการณ์บนเว็บที่สนับสนุนโดยนาโต (NATO) ซึ่งสร้างแผนที่เป้าหมายของรัสเซียโดยใช้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินและข้อมูลการลาดตระเวนจากทีมโดรน

หน่วยนี้ยังใช้ระบบดาวเทียม Starlink ของอีลอน มัสก์ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ขาดการเชื่อมต่อแม้ว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตจะขัดข้องหรือไฟฟ้าดับ

ปัจจุบัน Aerorozvidka ดำเนินงานในกรุงเคียฟเป็นหลัก แต่กำลังขยายการดำเนินไปทั่วประเทศยูเครน ขณะที่มีการคาดการณ์ว่ารัสเซียจะเดินหน้ารุกทางตะวันออกและทางใต้ของยูเครน

อาวุธประจำหน่วย

ปัจจุบัน Aerorozvidka ดำเนินงานในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ที่ให้การสนับสนุนกองทัพยูเครนอย่างใกล้ชิด โดยรายงานระบุว่าพวกเขาใช้งานโดรนหลายรุ่นด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโดรนที่หาได้ทั่วไป และนำมาดัดแปลงเพื่อใช้เป็นอาวุธทางทหาร ซึ่งรวมถึงโดรน DJI และ Autel ของจีน, โดรน Parrot ของฝรั่งเศส และอื่นๆ

โดรนที่นับว่าล้ำที่สุดคือ octocopter R-18 ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ไกล 4 กิโลเมตร นาน 40 นาที และสามารถทิ้งระเบิดหนัก 5 กิโลกรัม โดยแต่ละลำมีค่าใช้จ่ายในการสร้าง 20,000 เหรียญสหรัฐ ทำให้มีราคาถูกกว่าขีปนาวุธต่อต้านรถถัง เช่น NLAW หรืออาวุธต่อต้านรถถังอื่นๆ ที่มีราคาอยู่ที่ประมาณ 40,000 เหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ R-18 ยังสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เว้นแต่ว่าจะได้รับความเสียหายจากการโจมตีของรัสเซีย ไม่เหมือนกับ NLAW ซึ่งสามารถใช้ได้แค่ครั้งเดียว

อุปสรรคของ Aerorozvidka

ความท้าทายที่สำคัญที่พวกเขาต้องเผชิญคือปัญหาด้านเงินทุนและอุปทานที่มีอย่างจำกัด ซึ่งต้องอาศัยการระดมทุนและการบริจาค เพื่อนำเงินไปซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น ขณะที่ชิ้นส่วนที่ผลิตในสหรัฐและแคนาดาจำนวนมากอยู่ภายใต้การควบคุมการส่งออก ซึ่งไม่สามารถส่งมายังยูเครนได้

ยิ่งไปกว่านั้น กองกำลังรัสเซียกำลังค่อยๆ ปรับตัวและหาวิธีจัดการกับโดรนของ Aerorozvidka ทำให้โดรนถูกทำลายไปจำนวนมาก ยิ่งต้องการชิ้นส่วนเพิ่มเติม และเงินทุนก็เป็นสิ่งสำคัญ

อย่างไรก็ตามพวกเขามั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จในการรับมือกับผู้บุกรุกอย่างรัสเซีย

Photo by REUTERS/Zohra Bensemra

เสียงบ่นจากชาวจีน ที่เริ่มทนไม่ไหวกับนโยบาย ‘ปลอดโควิด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680408

วันที่ 10 เม.ย. 2565 เวลา 17:00 น.เสียงบ่นจากชาวจีน ที่เริ่มทนไม่ไหวกับนโยบาย 'ปลอดโควิด'

ชาวจีนส่วนหนึ่งประท้วงแสดงความไม่พอใจ ในขณะที่หลายประเทศเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ

รัฐบาลจีนยังคงมาตรการควบคุมโควิด-19 อย่างเข้มงวดภายในนโยบาย Zero-Covid หรือจำกัดโควิด-19 ให้เป็นศูนย์ ส่งผลให้ประชาชนส่วนหนึ่งแสดงความไม่พอใจ ในขณะที่หลายประเทศเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติกันแล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมาทางการจีนรายงานผู้ป่วยโควิด-9 ยืนยันรายใหม่อยู่ที่ 1,351 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการรายใหม่อยู่ที่ 25,111 ราย ซึ่งเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่พบการแพร่ระบาดครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น เมื่อปี 2019 โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากนครเซี่ยงไฮ้

ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิตรายใหม่ ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สะสมทั้งประเทศอยู่ที่ 4,638 ราย

ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้รัฐบาลต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ทว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มทนไม่ไหวแล้ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองเซี่ยงไฮ้ ศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ที่ต้องขยายมาตรการล็อกดาวน์ออกไปอย่างไม่มีกำหนด และกลายเป็นเมืองใหญ่เมืองแรกของจีนที่ถูกล็อกดาวน์ทั้งเมือง ซึ่งส่งผลกระทบกับประชาชนราว 26 ล้านคน ที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกจากที่พัก และต้องพึ่งพาเสบียงที่รัฐจัดหาให้ และแอปส่งอาหารที่ต้องแย่งกันสั่ง ขณะที่ขาดแคลนพนักงานขนส่งเพราะพวกเขาต้องกักตัว

I’m on day 14 of lockdown in Shanghai so no visits to stores and the only food is deliveryI use 4 aggregator apps like Eleme that deliver from many stores, and 5 store apps like Aldi, Sam’s, etcI check each app about once every 10 minutes all day – but no orders through today— Jared T Nelson (@Jaredtnelson) April 1, 2022

France 24 รายงานว่าบางคนไม่ได้ออกจากบ้านมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ขณะที่วิดีโอที่ถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียของจีนได้แสดงให้เห็นว่าประชาชนส่วนหนึ่งเริ่มออกมาแสดงความไม่พอใจกับการจัดการกับโควิด-19 ของรัฐบาล ซึ่งทำให้บางพื้นที่ขาดแคลนอาหารและการรักษาพยาบาล

ขณะประชาชนส่วนหนึ่งออกมาประท้วง โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่านโยบายการกักกันโรคของเซี่ยงไฮ้ทำให้เด็กๆ ต้องแยกจากผู้ปกครอง ประชาชนหลายพื้นที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้แม้ออกมาเพื่อซื้อของใช้จำเป็น การกักตุนอาหารก็ประสบปัญหาเนื่องจากการจัดส่งสินค้าในเมืองมีข้อจำกัด นอกจากนี้ยังประสบปัญหาขาดแคลนอาหารและเวชภัณฑ์

When people start to bang their pots and scream “ we want supplies” you know its not the Shanghai you used to know. #shanghai #lockdown pic.twitter.com/aAGVZRwhGh

— Aiden Heung/艾登 (@AidenHeung) April 7, 2022

The Guardian รายงานว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวจีนกำลังหลั่งไหลไปทั่ว Weibo แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีน ซึ่งหลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันเรื่องการขาดแคลนอาหารและมาตรการล็อกดาวน์ที่พวกเขามองว่าไม่สมเหตุสมผล

“ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน มีเงินหรือไม่ สิ่งที่ทุกคนต้องกังวลคือเราจะมีอะไรกิน เราจะซื้อของได้อย่างไร” ชาวเน็ตรายหนึ่งกล่าว

แม้ว่าทางการจะยืนยันว่าได้บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ควบคู่ไปกับการตรวจหาเชื้อเชิงรุก และมีการแจกจ่ายอาหารและเวชภัณฑ์ให้กับประชาชน

นักข่าวคนหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ที่ต้องกักตัวมานานก่า 2 สัปดาห์กล่าวว่า “ตอนนี้ในจีนมีผู้ติดเชื้อมากกว่าการแพร่ระบาดในอู่ฮั่นมาก แต่ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งอาการไม่รุนแรง แต่รัฐบาลยังคงปฏิบัติตามนโยบาย Zero-Covid ที่พวกเขาเคยใช้ในปี 2020”

“ในพื้นที่ที่ฉันอยู่ไม่มีผู้ติดเชื้อเลย พวกเราทำการตรวจหาเชื้อทุกๆ 2 วัน ไม่มีใครรู้ว่าเรากำลังป้องกันอะไรกันอยู่ เพราะมันไม่มีคนติดเชื้อเลย”

แม้รัฐบาลจะจัดเตรียมอาหารให้แต่ชาวจีนส่วนหนึ่งโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่าพวกเขาได้รับอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งรัฐบาลจีนเตือนให้ใช้วิจารณญาณในการแยกแยะข่าวลือและข้อเท็จจริง และมีการลบวิดีโอและโพสต์ของผู้ที่แสดงความไม่พอใจต่อการล็อกดาวน์บนโลกออนไลน์

ซึ่งแม้จะมีการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตที่เข้มงวดในประเทศจีน แต่ผู้คนจำนวนมากพยายามแบ่งปันโพสต์เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของพวกเขาภายใต้มาตรการล็อกดาวน์โดยใช้ VPN เพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกเช่น Twitter

ขณะที่รายงานจาก South China Morning Post เมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่แค่ประชาชนในเมืองเซี่ยงไฮ้เท่านั้นที่เริ่มไม่พอใจกับมาตรการรับมือโควิด-19 ของรัฐบาล แต่นักศึกษาจำนวนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเสฉวน ในนครเฉิงตู ได้ออกมาประท้วงการขยายมาตรการล็อกดาวน์ที่ห้ามไม่ให้พวกเขาเดินทางออกจากมหาวิทยาลัยนานร่วม 2 สัปดาห์ แม้ว่าเมืองจะไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มาระยะหนึ่งแล้ว

Photo by REUTERS/Aly Song

Voting starts in French presidential election’s first round

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40014400


Voting started in France on Sunday (April 10) in the first round of a presidential election, with far-right candidate Marine Le Pen posing an unexpected threat to President Emmanuel Macron’s re-election hopes.

Voting starts in French presidential election's first round

In Paris’ 18th arrondissement, voters were seen casting their ballots when polling stations opened at 8 a.m. (0600 GMT). Voting ends at 1800 GMT when the first exit polls will be published. Such polls are usually very reliable in France.

Until just weeks ago, opinion polls pointed to an easy win for the pro-European Union, centrist Macron, who was boosted by his active diplomacy over Ukraine, strong economic recovery and the weakness of a fragmented opposition.

But his late entry into the campaign, with only one major rally, that even his supporters found underwhelming, and his focus on an unpopular plan to increase the retirement age, have dented the president’s ratings, along with a steep rise in inflation.

Opinion polls still see Macron leading the first round and winning a runoff against Le Pen on April 24, but several surveys now say this is within the margin of error.

Going door to door, the advocacy group ‘A Vote’, is trying to inform and encourage young people to vote.

Pollster Ipsos last month forecast a record number of voters would abstain in this month’s election, which if confirmed would raise the likelihood of a surprise, analysts said.

While young voters often engaged in issues such as climate change, analysts said abstainers eschew party politics due to lack of interest or because politicians were seen as failing to improve their lives.

Capucine Blond should vote on Sunday in her first presidential election but the disconnect the French teenager feels with the ruling elite is so great that she has decided there is no point. Blond, 18, who earns 500 euros per month working on a short-term contract at her town hall, said she doubted any of the candidates would improve her job prospects to the point where she could afford to move out of her mother’s house.

“For me, politics, politicians, all of that, it’s always debates that aren’t constructive because no one is listening to one another and it never leads to anything,” said Blond, who lives in the northern city of Arras.

Turnout rates in French elections have been on a downwards trend since the 1980s. In 2017, more than a fifth of French voters sat out at least one round, Interior Ministry data shows. A disproportionate number of them were youngsters, according to the official INSEE statistics office.

Ipsos forecast that nearly a third of voters may sit out this month’s election. That would be a record for a presidential vote in France and exceed the number voting for any candidate.

Drama graduate Louis Labarthette, 25, voted for Macron in 2017 to keep Le Pen out of power but said he felt let down by the former investment banker’s results over his five-year term.

“(Macron) was disappointing during his mandate. So, the spark of hope we had five years ago has disappeared,” he said, speaking to Reuters in his home in the wealthy suburb of Boulogne-Billancourt.

Bucking the trend, Alioune Kebe, 25, while speaking to ‘A Vote’ volunteers checking that he is registered to vote, said he never felt the inclination to cast his ballot but said he felt motivated to go to the polls this time around.

“The best solution (to our problems) is to vote and not to abstain too much, because otherwise, we could never change the situation,” adding that he is voting for far-left candidate Jean-Luc Melenchon.

The presidential race appears set to be a re-run of the 2017 duel between incumbent President Emmanuel Macron and far-right challenger Marine Le Pen.

Twelve candidates are running for president. Among them are two far-right candidates, a communist, a hard-left veteran and contenders from the beleaguered mainstream centre-right and centre-left parties.

Published : April 10, 2022

By : Reuters

เด็กลง 30 ปี! อังกฤษทดลองฟื้นฟูเซลล์ผิวหญิงวัย 53

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680391

วันที่ 10 เม.ย. 2565 เวลา 13:17 น.เด็กลง 30 ปี! อังกฤษทดลองฟื้นฟูเซลล์ผิวหญิงวัย 53

นักวิทยาศาสตร์ทดลองฟื้นฟูเซลล์ผิวหญิงวัย 53 ปี ให้เทียบเท่ากับสาววัย 23

บีบีซีรายงานผลการทดลองของทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยบาบราฮัม (Babraham Institute) ในเมืองเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร ที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร eLife ซึ่งทำการทดลองฟื้นฟูเซลล์ผิวของหญิงวัย 53 ปีให้อ่อนกว่าวัย กลับมาเต่งตึงเทียบเท่ากับผิวของคนอายุ 23 ปีเลยทีเดียว

ศาสตราจารย์วูล์ฟ ไรค์ หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวกับบีบีซีว่า “ผมจำวันแรกที่ได้เห็นผลลัพธ์นี้ได้ ไม่น่าเชื่อว่าเซลล์บางเซลล์อ่อนกว่าวัยลงถึง 30 ปี มันเป็นวันที่น่าตื่นเต้นมาก”

ไรค์หวังว่าในท้ายที่สุดเทคนิคนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น และศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เทคนิคเดียวกันนี้กับเนื้อเยื่ออื่นๆ ของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อ ตับ หรือเซลล์เม็ดเลือด โดยเป้าหมายสูงสุดคือการพัฒนาวิธีการรักษาโรคต่างๆ ที่มักแย่ลงไปตามอายุ อย่างเช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และความผิดปกติทางระบบประสาท

“โรคทั่วไปหลายอย่างแย่ลงตามอายุ และการช่วยเหลือผู้คนในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก” ไรค์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ไรค์เน้นย้ำว่าการทดลองเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น และยังมีปัญหาทางวิทยาศาสตร์อีกหลายอย่างที่ต้องแก้ไขและศึกษากันต่อไป แต่อย่างน้อยการแสดงให้เห็นว่าการฟื้นฟูเซลล์นั้นมีความเป็นไปได้นับว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง

หนึ่งในปัญหาที่น่ากังวลของการใช้เทคโนโลยีนี้คือความเสี่ยงในการก่อมะเร็ง โดยเทคนิคนี้ดัดแปลงมาจาก IPS (Induced pluripotent stem cell) ของศาสตราจารย์ชินยะ ยามานากะ นักวิจัยชาวญี่ปุ่น ที่ได้ทำการทดลองทางเคมี เมื่อปี 2006 เพื่อให้เซลล์โตเต็มวัย กลับมามีคุณสมบัติเหมือนกับเซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์ (Stem Cell)

แต่ก่อนหน้านั้นในช่วงปี 1990 นักวิจัยจากสถาบันรอสลิน สกอตแลนด์ ได้ใช้เทคนิคที่คล้ายกันนี้ในการเปลี่ยนเซลล์ที่โตเต็มวัยที่ได้มาจากแกะให้เป็นตัวอ่อน หรือเอ็มบริโอ (embryo) ซึ่งนำไปสู่การโคลนแกะ “ดอลลี่”

โดยทีมของไรค์ได้ใช้เทคนิค IPS กับเซลล์ผิวหนังของหญิงวัย 53 ปี แต่ลดระยะเวลาการใช้เคมีจาก 50 วันเหลือประมาณ 12 วัน ซึ่งพบว่าเซลล์ผิวหนังผลิตคอลลาเจนได้ดีขึ้น และอ่อนลงกว่าวัยราวกับมาจากหญิงวัย 23 ปี

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยกำลังศึกษาหาวิธีอื่นที่มีความปลอดภัยมากกว่า เพื่อลดความเสี่ยงในการก่อมะเร็ง และนำไปสู่การช่วยเหลือผู้คนให้มีสุขภาพดีแม้จะเข้าสู่วัยชราต่อไป

“เป้าหมายระยะยาวคือช่วยให้ผู้คนสามารถมีสุขภาพดีที่ยาวนานขึ้นแม้ว่าจะแก่ชราลง” ไรค์กล่าว

Photo by REUTERS/Amir Cohen