รัสเซียปัดข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงคราม ชี้ข้อมูลสังหารหมู่ในยูเครนมีพิรุธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679888

วันที่ 04 เม.ย. 2565 เวลา 17:25 น.รัสเซียปัดข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงคราม ชี้ข้อมูลสังหารหมู่ในยูเครนมีพิรุธ

รัฐบาลเครมลินกล่าวได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาใดๆ อย่างเด็ดขาดที่เกี่ยวข้องกับการสังหารพลเรือนในเมืองบูชา ของยูเครนและกล่าวว่าควรตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาของยูเครนในเรื่องนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการยูเครนกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่ากำลังสืบสวนอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นโดยกองกำลังรัสเซียหลังจากพบศพหลายร้อยศพเกลื่อนไปทั่วเมืองนอกกรุงเคียฟหลังจากที่รัสเซียถอนตัวออกจากพื้นที่

ทว่าโฆษกของรัฐบาลรัสเซียประจำทำเนียบเครมลิน คือ ดมิทรี เปสคอฟ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในการประชุมทางโทรศัพท์ “ข้อมูลนี้ต้องถูกสอบสวนอย่างจริงจัง” 

“จากสิ่งที่เราเห็น ผู้เชี่ยวชาญของเราได้ระบุพบสัญญาณของการปลอมแปลงวิดีโอและการปลอมแปลงอื่นๆ”

เปสคอฟกล่าวว่าข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์ของเหตุการณ์ในเมืองบูชา ไม่สอดคล้องเหตุการณ์ในยูเครนและเรียกร้องให้ผู้นำระหว่างประเทศอย่ารีบเร่งในการตัดสิน

“เราปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างเด็ดขาด” เปสคอฟกล่าว

“สถานการณ์นี้ร้ายแรงอย่างไม่ต้องสงสัย และเราจะขอให้ผู้นำนานาชาติหลายคนอย่ารีบเร่งกับคำพูดของพวกเขา ไม่รีบเร่งกับข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล ขอข้อมูลจากแหล่งต่างๆ และอย่างน้อยก็จงฟังคำอธิบายของเรา”

เปสคอฟกล่าวว่านักการทูตของรัสเซียจะเร่งดำเนินการด้วยความพยายามที่จะจัดการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อหารือเกี่ยวกับสิ่งที่รัฐบาลมอสโกเรียกว่า “การยั่วยุของยูเครน” ในบูชา แม้ว่าความพยายามจัดการประชุมดังกล่าวเป็นครั้งแรกจะถูกขัดขวางก็ตาม

“ความคิดริเริ่มในการยกหัวข้อนี้ขึ้นสู่เวทีของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ชี้ให้เห็นว่ารัสเซียต้องการและเรียกร้องให้มีการยกระดับหัวข้อนี้ในระดับสากล” เปสคอฟกล่าว

เปสคอฟปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นว่าความโกรธแค้นต่อกรร๊ที่เกิดขึ้นในเมืองบูชาจะส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างมอสโกและเคียฟซึ่งถูกกำหนดให้ดำเนินการต่อผ่านการประชุมทางวิดีโอในวันจันทร์หรือไม่

Photo – REUTERS/Stringer 

โปแลนด์เปิดทางสหรัฐติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในประเทศ หวั่นรัสเซียคุกคาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679892

วันที่ 04 เม.ย. 2565 เวลา 18:20 น.โปแลนด์เปิดทางสหรัฐติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในประเทศ หวั่นรัสเซียคุกคาม

รองนายกฯ เปิดทางสหรัฐติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในโปแลนด์ ขอทหารอเมริกันประจำการในยุโรปเพิ่ม 50% รับมือกองทัพรัสเซีย

ยาโรสลอว์ คาซินสกี รองนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Welt am Sonntag ของเยอรมนี ระบุว่าเขาเปิดทางให้สหรัฐติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในโปแลนด์ และยินดีให้สหรัฐเพิ่มกำลังทหารในยุโรปอีกหลายหมื่นนายเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากรัสเซีย ตลอดจนเรียกร้องให้ NATO ดำเนินการมากขึ้นเพื่อช่วยเหลือยูเครน

“มาเถอะ กองกำลังนิวเคลียร์ของสหรัฐเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในการหยุดยั้งรัสเซียไม่ให้โจมตีชาติต่างๆ ใน NATO และมอบความปลอดภัยสูงสุดให้แก่พวกเรา” คาซินสกีกล่าว “หากอเมริกันต้องการเก็บอาวุธนิวเคลียร์ของอเมริกาในโปแลนด์เราก็ยินดี”

“ความคิดริเริ่มจะต้องมาจากอเมริกัน อย่างไรก็ตาม โดยหลักการแล้วมันสมเหตุสมผลที่จะขยายอาวุธนิวเคลียร์ไปยังโซนตะวันออก…ตะวันออกจะต้องได้รับการปกป้องที่ดีกว่าเดิมในอนาคต”

แต่ขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาประเด็นดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ คาซินสกีกล่าวว่าโปแลนด์ยินดีให้สหรัฐเพิ่มกำลังทหารในยุโรป 50% จาก 100,000 นายเป็น 150,000 นายอันเนื่องมาจากท่าทีที่แข็งกร้าวของรัสเซีย โดยชี้ว่าในจำนวนนี้ทหาร 75,000 นายควรประจำการทางด้านตะวันออกคือบริเวณชายแดนที่ติดกับรัสเซีย และ 50,000 นายควรอยู่ในกลุ่มประเทศบอลติกและโปแลนด์

ทั้งนี้ ก่อนที่รัสเซียจะเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน มีทหารสหรัฐประจำการในยุโรปประมาณ 80,000 นาย

Photo by Ukrainian Presidential Press Service/Handout via REUTERS

เปิดบัญชีเลือด อาชญากรรมสงครามจากน้ำมือมหาอำนาจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679873

วันที่ 04 เม.ย. 2565 เวลา 16:08 น.เปิดบัญชีเลือด อาชญากรรมสงครามจากน้ำมือมหาอำนาจ

ต่อไปนี้คือตัวอย่างอาชญากรรมสงครามที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 20 และ 21 และเมื่อเร็วๆ นี้

• การสังหารหมู่หมีลาย (My Lai Massacre) เป็นการสังหารหมู่ประชาชนที่ไม่มีอาวุธ 347 ถึง 504 คนในเวียดนามใต้ ส่วนใหญ่เป็นพลเรือนทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ดำเนินการโดยทหารสหรัฐจากกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 20 กองพลที่ 11 แห่งกองทหารราบที่ 23 (อเมริกัน) เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2511 เหยื่อบางคนถูกข่มขืน ทุบตี ทรมาน หรือทำให้พิการ และพบว่าศพบางส่วนถูกทำลาย ต่อมาเจ้าหน้าที่สหรัฐ 203 คนถูกตั้งข้อหาก่ออาชญากรรม 57 คนถูกนำตัวขึ้นศาลทหารและ 23 คนถูกตัดสินลงโทษ

• ปฏิบัติการทางทหาร Operation Speedy Express เป็นปฏิบัติการทางทหารช่วงสงครามเวียดนาม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงไร้การรบกวนจากศัตรู ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2511 ถึงพฤษภาคม 2512 ผู้ตรวจการกองทัพสหรัฐ ประเมินว่ามีพลเรือนเสียชีวิตจากปฏิบัติการ 5,000 – 7,000 ราย ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว United Press International อ้างข้อมูลจากที่ปรึกษาด้านปฏิบัติการทางทหารชาวอเมริกันในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงเผยว่า กองพลดังกล่าวได้ “การฆ่า (พลเรือน) อย่างตามใจชอบ” และ “ใช้อำนาจตามอำเภอใจยิง (พลเรือน) เป็นจำนวนมาก”

• การสังหารหมู่ที่เซินถัง (Son Thang massacre) เป็นการสังหารหมู่ที่ดำเนินการโดยนาวิกโยธินสหรัฐระหว่างปฏิบัติการทางทหาร Operation Imperial Lake เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2513 ซึ่งผู้หญิง 5 คนและเด็ก 11 คนถูกสังหาร นาวิกโยธินรายงานว่าพลเรือนที่ถูกสังหารเป็นกองกำลังเวียดกงที่ถูกสังหารในการสู้รบ แต่พลเรือนรายงานเหตุการณ์เหล่านี้และมีการตั้งข้อกล่าวหาต่อนาวิกโยธิน นาวิกโยธิน 4 นายถูกศาลทหารและ 1 รายถูกตัดสินจำคุก 5 ปีและอีกคนหนึ่งถูกจำคุกตลอดชีวิต

• กรณีถึ่ยโบ (Thuy Bo incident) เป็นการสังหารพลเรือนโดยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2510 ระหว่างสงครามเวียดนามในหมู่บ้านถึ่ยโบ จังหวัดกว๋างนาม แหล่งข่าวคอมมิวนิสต์เวียดนามระบุว่ามีพลเรือน 145 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เด็ก และชายสูงอายุ ส่วนแหล่งข่าวในสหรัฐฯ อ้างว่าพลเรือน 22 คนเสียชีวิตในสองวันของการสู้รบระหว่างนาวิกโยธินและเวียดกงที่ยึดครองหมู่บ้าน

• สงครามเชเชนทั้ง 2 ครั้ง (Chechen Wars) องค์การ Amnesty International ประเมินว่าพลเรือนระหว่าง 20,000 ถึง 30,000 คนถูกสังหารในสงครามเชเชนครั้งแรก (ระหว่างปี 2537 – 2539) โดยส่วนใหญ่เกิดจากการโจมตีตามอำเภอใจของกองกำลังรัสเซียในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น และพลเรือนอีก 25,000 คนเสียชีวิตในสงครามเชเชนครั้งที่สอง (ระหว่างปี 2542 – 2543) อีกแหล่งข้อมูลหนึ่งสันนิษฐานว่าพลเรือน 40,000–45,000 คนถูกสังหารในการสงครามครั้งที่สอง แต่เจ้าหน้าที่ชาวเชเชนและคนในเชเชนสันนิษฐานว่ามีผู้เสียชีวิตมากถึง 200,000–300,000 คนในสงครามสองครั้ง

• การทรมานและการทารุณนักโทษที่บากรัม (Bagram torture and prisoner abuse) ในปี 2548 The New York Times ได้รับรายงานการสอบสวนของกองทัพสหรัฐฯ จำนวน 2,000 หน้าเกี่ยวกับการฆาตกรรมของนักโทษชาวอัฟกันที่ไม่มีอาวุธสองคนโดยเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐในเดือนธันวาคม 2545 ที่สถานกักกันในโรงละครบากรัม เมืองบากรัม ประเทศอัฟกานิสถาน นักโทษสองคนคือ Habibullah และ Dilawar ถูกล่ามโซ่ไว้กับเพดานหลายครั้งและถูกทุบตี ส่งผลให้พวกเขาเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพของทหารวินิจฉัยว่าการเสียชีวิตของนักโทษทั้งสองคนเป็นการฆาตกรรม การชันสูตรพลิกศพเผยให้เห็นอาการบาดเจ็บสาหัสที่ขาของนักโทษทั้งสอง อธิบายว่าบาดแผลดังกล่าวเปรียบได้กับการถูกรถบัสชน ต่อมาทหาร 7 นายถูกตั้งข้อหาในปี 2548

• การสังหารหมู่ที่กันดาฮาร์ (Kandahar massacre) เกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 11 มีนาคม 2555 เมื่อจ่าสิบเอก โรเบิร์ท เบลส์ ของกองทัพสหรัฐฯ สังหารพลเรือน 16 คนและบาดเจ็บอีก 6 คนในเขตปันช์วายี จังหวัดกันดาฮาร์ ประเทศอัฟกานิสถาน เหยื่อของเขา 9 รายเป็นเด็ก และผู้ตาย 11 คนมาจากครอบครัวเดียวกัน ศพบางส่วนถูกเผาบางส่วน เบลส์ถูกควบคุมตัวในเช้าวันนั้น และต่อมาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีทัณฑ์บน ทางการอัฟกานิสถานในตอนแรกไม่เชื่อว่าเบลส์จะลงมือคนเดียว และเชื่อว่าจะต้องมีทหารอเมริกันอื่นๆ เกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่ แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันข้ออ้างนี้

• การถล่มโรงพยาบาลคุนดุซ (Kunduz hospital airstrike) เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2558 เครื่องบินติดอาวุธ AC-130U ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ โจมตีศูนย์พยาบาล Kunduz Trauma Center ที่ดำเนินการโดยคณะแพย์ไร้พรมแดน (MSF) ในเมืองคุนดุซ ทางตอนเหนือของอัฟกานิสถาน มีผู้เสียชีวิต 42 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 ราย MSF ประณามเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศโดยเจตนาและเป็นอาชญากรรมสงคราม

เบื้องต้น กองทัพสหรัฐกล่าวว่าการโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นเพื่อปกป้องกองกำลังสหรัฐบนภาคพื้นดิน ต่อมา พล.อ.จอห์น เอฟ. แคมป์เบลล์ ผู้บัญชาการสหรัฐในอัฟกานิสถาน กล่าวว่า การโจมตีทางอากาศได้รับการร้องขอจากกองกำลังอัฟกันถูกยิงกระน่ำโดยกองกำลังตอลิบาน แคมป์เบลล์กล่าวว่าการโจมตีเป็น “ความผิดพลาด” และ “เราจะไม่มีวันตั้งเป้าโดยเจตนาไปที่สถานพยาบาลที่ได้รับการคุ้มครอง”

• การฆาตกรรมเขตมัยวันด์ (Maywand District murders) ตัวเลขผู้เสียชีวิตในคดีนี้อาจจะน้อย แต่เจคตนาฆ่านั้นเหี้ยมโหดอย่างมาก การฆาตกรรมในเขตมัยวันด์เป็นการฆาตกรรมของพลเรือนชาวอัฟกันอย่างน้อย 3 คน โดยกลุ่มทหารของกองทัพสหรัฐฯ ก่อเหตุตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 ถึงมิถุนายน 2553 ระหว่างสงครามในอัฟกานิสถาน โดยทหารที่เรียกตัวเองว่า “ทีมสังหาร” (Kill Team) สังหารพลเรือนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เช่น วัยรุ่นอายุ 15 ปีทีกำลังช่วพ่อทำเกษตรและปราศจากอาวุธก็ถูกสังหารด้วยการขว้างระเบิดร่าแหลกเป็นชิ้นๆ

ยังไม่เท่านั้น “ทีมสังหาร” ยังเดินมายิงซ้ำด้วยปืนกลและปืนไรเฟิลจู่โจม จากนั้นเปลื้องผ้าเด็กชายและถ่ายรูปกับร่างของเขา พวกเขาตัดนิ้วก้อยของเด็กชายออกและทิ้งร่างของเขาไว้บนพื้นกึ่งเปลือยเปล่า ต่อมา เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ “ทีมสังหาร” ใช้ภาพถ่ายความร้อนเล็งเป้าหมายสังหารคนพิการทางสมองและหูหนวกที่กำลังเล่นบอลข้างถนน แล้วเก็บส่วนหนึ่งของกะโหลกศีรษะของเขาไว้เป็นถ้วยรางวัล

• การทรมานและการใช้อำนาจโดยมิชอบต่อนักโทษที่อะบูฆุร็อยบ์ Abu Ghraib torture and prisoner abuse) ในช่วงแรกของสงครามอิรัก สมาชิกของกองทัพสหรัฐฯ และ CIA ได้กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายครั้งและก่ออาชญากรรมสงครามต่อผู้ต้องขังในเรือนจำอะบูฆุร็อยบ์ ในอิรัก รวมถึงการทารุณกรรมทางร่างกายและทางเพศ การทรมาน การข่มขืน การเล่นสวาท และการสังหาร ต่อมาสื่อได้หลักฐานและข้อมูลมากมายที่น่าตกใจ โดยเฉพาะภาพการทหารนักโทษอิรักด้วยวิธีการที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความตกใจและโกรธเคือง ถูกประณามอย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ รัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู บุช อ้างว่าการละเมิดที่อะบูฆุร็อยบ์ เป็นเหตุการณ์เฉพาะและไม่ได้สะท้อนถึงนโยบายของสหรัฐ

แต่ในปี 2547 ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม โดนัลด์ รัมสเฟลด์ ขอโทษสำหรับการละเมิดที่อะบูฆุร็อยบ์ ทว่า ลินน์ดี อิงแลนด์ (Lynndie England) ทหารหญิงอเมริกันที่ถูกถ่ายภาพการทรมานนักโทษที่นั่นและต้องรับโทษจำคุก กล่าวหลังพ้นโทษเมื่อปี 2555 เธอกล่าวว่าในรายงานข่าวของ NBC News ว่าเธอไม่เสียใจกับการกระทำของเธอ “พวกเขาไม่ได้บริสุทธิ์ พวกเขากำลังพยายามจะฆ่าเรา และคุณต้องการให้ฉันขอโทษพวกเขาไหม มันเหมือนกับการกล่าวคำขอโทษต่อศัตรู”

• การสังหารหมู่ที่หะดีษา (Haditha massacre) เป็นการสังหารต่อเนื่องในวันที่ 19 พฤศจิกายน  2548 ซึ่งกลุ่มนาวิกโยธินสหรัฐได้สังหารพลเรือนอิรักที่ไม่มีอาวุธ 24 ราย การสังหารเกิดขึ้นใน หะดีษา เมืองในจังหวัดอัลอันบัร ทางตะวันตกของอิรัก ผู้เสียชีวิต ได้แก่ ผู้ชาย ผู้หญิง คนชรา และเด็กอายุไม่เกิน 1 ปี ซึ่งถูกยิงหลายครั้งในระยะประชิดโดยไม่ได้ติดอาวุธ ตอนแรกการสังหารนี้ถูกอำพรางว่าเป็นการเสียชีวิตของพลเรือนโดยระเบิด แต่นิตยสาร Time ตั้งข้อสังสัย ทำให้กองทัพสหรัฐทำการสอบสวนและพบว่าเป็นการสังหารพลเรือนโดยเจตนาของนาวิกโยธินสหรัฐ

• การสังหารหมู่ที่จตุรัสนิซูร์ (Nisour Square massacre) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2550 เมื่อพนักงานของ Blackwater Security Consulting (ปัจจุบันคือ Academi) ซึ่งเป็นบริษัททหารเอกชนที่ได้รับสัญญาจากรัฐบาลสหรัฐเพื่อให้บริการรักษาความปลอดภัยในอิรัก เปิดฉากยิงใส่พลเรือนอิรัก สังหาร 17 คนและบาดเจ็บ 20 คนใน จัตุรัสนิซูร์ กรุงแบกแดด ขณะคุ้มกันขบวนรถสถานทูตสหรัฐฯ พนักงาน Blackwater อ้างว่าขบวนรถถูกซุ่มโจมตีและยิงใส่ผู้โจมตีเพื่อป้องกันขบวน รัฐบาลอิรักและผู้สอบสวนตำรวจอิรักกล่าวว่าการสังหารนั้นไม่มีเหตุกระตุ้นให้ต้องลงมือ

การสังหารดังกล่าวทำให้ชาวอิรักไม่พอใจและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอิรักและสหรัฐอเมริกาตึงเครียด ในปี 2557 มีการพิจารณาคดีพนักงาน Blackwater จำนวน 4 คน และถูกตัดสินว่ามีความผิดโดยศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ หนึ่งรายมีความผิดฐานคดีฆาตกรรม และอีกสามข้อหาฆาตกรรมและใช้อาวุธปืน แต่ทั้ง 4 ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดได้รับการอภัยโทษจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในเดือนธันวาคม 2563

• อาชญากรรรมสงครามในการรุกรานยูเครน เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 สหพันธรัฐรัสเซียได้เริ่มทำสงครามกับยูเครน แม้จะมีคำแถลงอย่างต่อเนื่องโดยการโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซียว่าพลเรือนไม่ได้รับอันตรายอันเป็นผลมาจากการสู้รบ แต่การก่ออาชญากรรมสงครามจำนวนมากโดยมีข้อมูลว่ากองกำลังติดอาวุธของสหพันธรัฐรัสเซียก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือน 263 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 – 29 มีนาคม 2565 จากข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐและสำนักข่าว Bellingcat ที่สอบสวนอาชญากรรมในเขตสงครามเป็นหัก

อาชญากรรมสงครามคืออะไร?

นิยามของอาชญากรรมสงคราม (War Crimes) โดยรวมคือการละเมิด “กฎหมายสงคราม” (Law of war) ซึ่งเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศที่กำหนดคร่าวๆ เอาไว้เพื่อไม่ให้การทำสงครามละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะการทำร้ายพลเรือนและหรือเชลยศึก

อาชญากรรมสงครามมีอะไรบ้าง? เราสามารถสรุปคร่าวๆ จาก “ธรรมนูญกรุงโรมของศาลอาญาระหว่างประเทศ” ระบุคร่าวๆ ได้ดังนี้ การทรมานหรือการปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรม, เจตนามุ่งหมายโจมตีต่อประชากรพลเรือนที่ไม่มีส่วนร่วมโดยตรงในการสู้รบ เป็นต้น รวมถึง เจตนาฆ่าผู้บริสุทธิ์

อาชญากรรมสงครามเกิดขึ้นบ่อยครั้งแม้ว่าเราจะมีมาตรฐานการทำสงครามภายใต้หลักสิทธิมนุษยชนแล้วก็ตาม เอาเฉพาะในช่วงครึ่งหลังศตวรรษที่ 20 ถึงต้นศตวรรษที่ 21 ที่มนุษยชาติมี “ศิวิไลซ์” อย่างมาก ก็ยังมีหลายกรณีที่มีการก่ออาชญกรรมสงครามอย่างเหี้ยมโหด และส่วนใหญ่เกิดจากน้ำมือประเทศมหาอำนาจที่อ้างตนเป็นประเทศอารยะ ประชษธิปไตย และรักษาสิทธิมนุษยชนและโจมตีหรือทิ้งระเบิดในเมือง หมู่บ้าน ที่อยู่อาศัย หรืออาคารที่ไม่มีการป้องกันและไม่ใช่โครงสร้างพื้นฐานทางทหาร

Photo – REUTERS/Zohra Bensemra

ลุงเยอรมันตระเวนฉีดวัคซีนโควิด 90 เข็ม เพื่อขายใบรับรอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679844

วันที่ 04 เม.ย. 2565 เวลา 12:35 น.ลุงเยอรมันตระเวนฉีดวัคซีนโควิด 90 เข็ม เพื่อขายใบรับรอง

ชายเยอรมันวัยเกษียณฉีดวัคซีนโควิดไปมากถึง 90 เข็ม เพื่อขายใบรับรองให้คนที่ไม่อยากฉีด

เว็บไซต์ Daily Mail รายงานจากสำนักข่าว DPA ของเยอรมนี ระบุว่าชายชาวเยอรมันวัย 60 ปี เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้วมากถึง 90 เข็ม โดยตระเวนฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนต่างๆ เพื่อขายบัตรรับรองการฉีดวัคซีนให้กับผู้ที่ไม่ต้องการฉีดวัคซีนในเยอรมนี

รายงานระบุว่าเขาทำเช่นนี้นานหลายเดือนก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ เมื่อเขาเข้ารับการฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนในเมืองไลเลนเบิร์ก รัฐแซกโซนี เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบบัตรรับรองการฉีดวัคซีนที่ไม่ใส่ชื่อหลายใบจากชายคนนี้ เบื้องต้นยังไม่ถูกควบคุมตัวแต่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนในข้อหาออกเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนโดยไม่ได้รับอนุญาต และปลอมแปลงเอกสาร

อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการฉีดวัคซีน 90 เข็มจากหลากหลายยี่ห้อจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชายคนนี้อย่างไร

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเยอรมันพบบัตรรับรองการฉีดวัคซีนปลอมหลายครั้ง เนื่องจากชาวเยอรมันจำนวนไม่น้อยไม่ต้องการฉีดวัคซีน แต่ต้องใช้บัตรรับรองเพื่อเข้าถึงสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านอาหาร โรงละคร สระว่ายน้ำ หรือที่ทำงาน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเยอรมนี พบผู้ติดเชื้อสูงขึ้นมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ขณะที่มาตรการควบคุมโรคผ่อนคลายลงในวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยยกเลิกมาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยในร้านชำและโรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ ขณะที่การใช้บริการขนส่งสาธารณะยังจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย

โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันที่ 3 เม.ย. อยู่ที่ 74,053 ราย ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั้งหมดในเยอรมนีอยู่ที่ 130,029 ราย

Photo by Eugene Hoshiko/Pool via REUTERS

ท้องถนนที่มีแต่ศพ ภาพการสังหารหมู่ที่ยูเครน (คำเตือน – มีภาพผู้เสียชีวิต)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679836

วันที่ 04 เม.ย. 2565 เวลา 11:10 น.ท้องถนนที่มีแต่ศพ ภาพการสังหารหมู่ที่ยูเครน (คำเตือน - มีภาพผู้เสียชีวิต)

กระทรวงกลาโหมรัสเซียปฏิเสธอยู่เบื้องหลังการสังหารหมู่ในเมืองบูชา

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. กองทัพยูเครนสามารถยึดหลายพื้นที่รอบกรุงเคียฟคืนจากกองทัพรัสเซียได้สำเร็จ หลังจากที่รัสเซียกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะลดปฏิบัติการทางทหารในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน และเมืองเชอร์นิฮิฟ

ทว่า นับตั้งแต่ที่รัสเซียถอนทัพออกไปจากเมืองบูชา (Bucha) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเคียฟ พบศพพลเรือนถูกสังหารหลายร้อยศพตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง

อัยการสูงสุดของยูเครน อีรีนา เวเนดิกโตวา เปิดเผยว่ามีการเคลื่อนย้ายร่างพลเรือนไปแล้วไม่ต่ำว่า 410 ศพนับตั้งแต่ที่กองทัพรัสเซียถอนทัพออกไปจากเมือง โดยชี้ว่าเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม พร้อมเรียกร้องให้ตะวันตกประณามการกระทำดังกล่าว และยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม วันที่ 4 เม.ย. กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่ารัสเซียไม่ได้อยู่เบื้องหลังการสังหารหมู่พลเรือนในเมืองบูชา

REUTERS/Zohra Bensemra
REUTERS/Mikhail Palinchak
REUTERS/Mikhail Palinchak
RONALDO SCHEMIDT/AFP
RONALDO SCHEMIDT/AFP

ชาวยูเครนมอบขนมปังใส่ยาพิษ ทหารรัสเซียกินดับ 2 เจ็บอีกเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679821

วันที่ 04 เม.ย. 2565 เวลา 10:17 น.ชาวยูเครนมอบขนมปังใส่ยาพิษ ทหารรัสเซียกินดับ 2 เจ็บอีกเพียบ

รายงานขา่วนี้แพร่หลายในสื่อตะวันตกโดยระบุไว้ได้ข้อมูลมาจากหน่วยขา่วกรองของยูเครน

The Independent สื่อของสหราชอาณาจักรได้รับข้อมูลจากการแปลข้อมูลตามรายงานของเจ้าหน้าที่รัฐบาลยูเครนว่า ทหารรัสเซียอย่างน้อย 2 นายถูกสังหาร และอีก 28 นายป่วยด้วยอาหารเป็นพิษ หลังจากรับประทานขนมปังที่รับมาจากพลเรือนยูเครน 

มีรายงานว่าผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นสมาชิกของกองปืนไรเฟิลยานยนต์ที่ 3 ของสหพันธรัฐรัสเซีย พวกเขาเสียชีวิตทันทีหลังจากกินขนมปังยัดไส้หรือพายขนาดเล็กเสิร์ฟโดยชาวเมืองอิซิอุม (Izium)ประมาณ 80 ไมล์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของคาร์กิว เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งทั้ง 2 เมืองกัลงถูกโจมตีอย่างหนักจากกองทัพรัสเซีย

ข้อมูลนี้ถูกประกาศที่โพสต์บน Facebook เมื่อวันเสาร์โดยคณะกรรมการข่าวกรองหลักของยูเครน และเผยว่าทหารที่ป่วยได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลท้องถิ่น 

ต่อสื่อตะวันตกที่รายงานเรื่องนี้ยังไม่สามารถยืนยันการเสียชีวิตและความเจ็บป่วยได้ และไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับพิษที่อาจถูกนำมาใช้

รายงานของยุเครนระบุว่า “ชาวยูเครนต่อต้านผู้ครอบครองทุกวิถีทางที่มีอยู่” และรุบว่า “ตามข้อมูลที่มีอยู่ ชาวบ้านในเขตอิซิอุม ‘ต้อนรับขับสู้’ ชาวรัสเซียจากกองปืนไรเฟิลติดเครื่องยนต์ที่ 3 ของสหพันธรัฐรัสเซียด้วยพายพิษ”

เจ้าหน้าที่รัสเซียประมาณ 500 นายยังป่วยจาก “พิษแอลกอฮอล์” ที่มาจาก “แหล่งกำเนิดที่ไม่ทราบสาเหตุ” ในพื้นที่อื่นๆ ด้วย

Photo – REUTERS/Mohamed Azakir

ยูเครนกล่าวหารัสเซียก่ออาชญากรรมสงคราม หลังพบศพถูกมัดจ่อยิงศีรษะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679808

วันที่ 04 เม.ย. 2565 เวลา 09:34 น.ยูเครนกล่าวหารัสเซียก่ออาชญากรรมสงคราม หลังพบศพถูกมัดจ่อยิงศีรษะ

รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหา เรียกร้องให้มีการประชุมสหประชาชาติ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ยูเครนและยุโรปเรียกร้องให้สอบสวนอาชญากรรมสงคราม ขระที่การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปในส่วนอื่น ๆ ของยูเครน

รอยเตอร์รายงานว่าเจ้าหน้าที่ยูเครนกำลังสืบสวนอาชญากรรมสงครามที่รัสเซียอาจก่ขึ้นหลังจากพบศพหลายร้อยศพ บางส่วนถูกมัดและยิงในระยะประชิด เกลื่อนไปรอบ ๆ เมืองใกล้กับกรุงเคียฟหลังจากกองกำลังรัสเซียถอนตัวเพื่อเน้นการโจมตีในส่วนอื่นๆ ของ ประเทศ

ในเมืองบูชาซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเคียฟไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 37 กม. ผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์เห็นชายคนหนึ่งนอนเหยียดยาวอยู่ริมถนน มือของเขาถูกมัดไว้ด้านหลัง และมีบาดแผลถูกกระสุนที่ศีรษะ

ทาราส ชาปราฟสกี รองนายกเทศมนตรีเมืองบูชา กล่าวว่า 50 ศพจาก 300 ศพ ซึ่งถูกพบหลังจากกองกำลังรัสเซียถอนกำลังออกจากเมืองเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ตกเป็นเหยื่อของการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมโดยกองทหารรัสเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบตัวเลขเหล่านั้นได้อย่างอิสระหรือระบุได้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบในการสังหาร

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุในถ้อยแถลงที่ออกเมื่อวันอาทิตย์ว่า ภาพถ่ายและวิดีโอทั้งหมดที่เผยแพร่โดยทางการยูเครนที่กล่าวหาว่าเป็น  “อาชญากรรม” โดยกองทหารรัสเซียในบูชานั้น เป็น “การยั่วยุ” และไม่มีผู้อาศัยในบูชาคนใดประสบความรุนแรงด้วยน้ำมือของกองทหารรัสเซีย

ภาพถ่ายจากดาวเทียมเผยให้เห็นร่องลึกยาว 45 ฟุตที่ขุดในบริเวณโบสถ์แห่งหนึ่งในยูเครน ซึ่งพบหลุมศพขนาดใหญ่ในสัปดาห์นี้ นักข่าวรอยเตอร์ในเมืองบูชาได้ไปสำรวจหลุมศพที่โบสถ์แห่งหนึ่งที่ยังเปิดอยู่ โดยมือและเท้าโผล่พ้นดินเหนียวสีแดงที่ถมอยู่ด้านบน

รูปภาพของการทำลายล้างและความรุนแรงที่เห็นได้ชัดต่อพลเรือนจุดชนวนให้เกิดการประณามรัสเซียและวลาดิมีร์ ปูตินอย่างกว้างขวาง แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ บรรยายภาพดังกล่าวว่าเป็น “การโจมตีที่ทะลวงเข้าไปถึงแก่น” ในขณะที่อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างอิสระ

“ปูตินและผู้สนับสนุนของเขาจะรู้สึกถึงผลที่ตามมา” โอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าว และเสริมว่า พันธมิตรตะวันตกจะเห็นด้วยกับมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

คริสติน ลัมเบรทช์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของเยอรมนีกล่าวว่าสหภาพยุโรปต้องหารือเรื่องการห้ามนำเข้าก๊าซของรัสเซีย ซึ่งเป็นการออกจากการต่อต้านก่อนหน้าของเบอร์ลินต่อแนวคิดเรื่องการห้ามนำเข้าพลังงานของรัสเซีย

รัสเซียขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประชุมกันในวันจันทร์นี้เพื่อหารือเกี่ยวกับสิ่งที่มอสโกเรียกว่า “การยั่วยุโดยกลุ่มหัวรุนแรงของยูเครน” ในบูชา

ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้ปฏิเสธการกำหนดเป้าหมายเป็นพลเรือน และได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงครามในสิ่งที่เรียกว่า “ปฏิบัติการทางทหารพิเศษ” ที่มุ่งเป้าไปที่การทำลายล้างทางทหารและ “ทำลายล้าง” ยูเครน ยูเครนกล่าวว่าตนถูกรุกรานโดยไม่มีการยั่วยุ

Human Rights Watch กล่าวว่าได้บันทึก “หลายกรณีที่กองกำลังทหารรัสเซียละเมิดกฎหมายสงคราม” ในภูมิภาคต่งๆ ยูเครน คือ เชอร์นิฮิว, คาร์กิว และเคียฟ

รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนเรียกร้องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศรวบรวมหลักฐานที่เขาเรียกว่าอาชญากรรมสงครามของรัสเซีย รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศสและอังกฤษกล่าวว่าประเทศของพวกตนจะสนับสนุนการสอบสวนดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกล่าวว่า การดำเนินคดีกับปูตินหรือผู้นำรัสเซียคนอื่นๆ จะต้องเผชิญกับอุปสรรค์ที่สูงส่งและอาจต้องใช้เวลาหลายปี

ขณะนี้ รัสเซียได้ถอนกองกำลังที่ล้อมเคียฟจากทางเหนือกลับคืนมา โดยกล่าวว่าพวกเขาตั้งใจที่จะมุ่งเน้นไปที่ยูเครนตะวันออก

มีรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่เมืองเคอร์ซอนและออแดซา ทางตอนใต้ ขณะที่เสียงไซเรนโจมตีทางอากาศดังขึ้นทางตะวันออกของประเทศ

ขีปนาวุธโจมตีใกล้ออแดสซาในวันอาทิตย์ โดยรัสเซียกล่าวว่าได้ทำลายโรงกลั่นน้ำมันที่กองทัพยูเครนใช้ สภาเมืองออแดซากล่าวว่า “สิ่งอำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ” ถูกโจมตี

ผู้ว่าการภูมิภาคโดเนตสค์ทางภาคตะวันออกกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าการระดมยิงโดยรัสเซียยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน การยิงปืนใหญ่ของรัสเซียคร่าชีวิตผู้คนไป 7 รายในเมืองคาร์กิว เมืองใหญ่อันดับสองของยูเครน ตามรายงานของสำนักงานอัยการภูมิภาค

ยูเครนอพยพประชาชนมากกว่า 2,600 คนจากท่าเรือมารีอูโปล ทางตะวันออกเฉียงใต้และแคว้นลูฮันสค์เมื่อวันอาทิตย์  ไอรีนา เวเรชชุก รองนายกรัฐมนตรียูเครน กล่าวและเสริมว่าเจ้าหน้าที่ยูเครนกำลังเจรจากับรัสเซียเพื่ออนุญาตให้รถโดยสารกาชาดหลายสายเข้าสู่เมืองมาริอูโปล

มารีอูโปลเป็นเป้าหมายหลักของรัสเซียในเขตดอนบัสทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน และมีพลเรือนหลายหมื่นคนที่ถูกขังอยู่นานหลายสัปดาห์เนื่องจากขาดแคลนอาหารและน้ำ

มีสัญญาณความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยในความพยายามเจรจาเพื่อยุติสงคราม แม้ว่าหัวหน้าผู้เจรจาของรัสเซีย วลาดิมีร์ เมดินสกี้ กล่าวว่าการเจรจามีกำหนดจะเริ่มในวันจันทร์นี้ผ่านการประชุมทางวิดีโอ

Polar vortex เกิดที่ซีกโลกเหนือ และไทยไม่ได้หนาวเพราะมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679768

วันที่ 03 เม.ย. 2565 เวลา 16:22 น.Polar vortex เกิดที่ซีกโลกเหนือ และไทยไม่ได้หนาวเพราะมัน

ตามปกติแล้ว Polar vortex มักจะเกิดขึ้นกับซีกโลกเหนือที่มีพื้นที่ติดต่อกับแอนตาร์กติก (หรือซีกโลกใต้ที่ติดกับอาร์กติก)

Polar vortex คือพื้นที่ขนาดใหญ่ของอากาศเย็นที่หมุนรอบบริเวณขั้วโลกทั้งสองของโลก  เป็นบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ ซึ่งเป็นพื้นที่อากาศเย็นที่หมุนวนที่กว้างใหญ่วนอยู่ในบริเวณขั้วโลก 

สำนักงานการบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ของสหรัฐอธิบายว่า เมื่อระบบความกดอากาศต่ำแข็งแกร่งและสมบูรณ์ มันจะทำให้ “กระแสเจ็ตสตรีม” (Jet stream) เคลื่อนที่รอบโลกเป็นวงกลม “เจ็ตสตรีม” เป็นกลุ่มของลมแรงซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาอากาศที่เย็นกว่าไว้ทางเหนือและอากาศที่อุ่นกว่าทางใต้ “เจ็ตสตรีม” จะวนอยู่แถบประเทศซีกโลกเหนือมากๆ เช่น สหรัฐตอนเหนือ แคนาดา และรัสเซีย เป็นต้น

แต่หากปราศจากระบบแรงกดอากาศต่ำที่แรง เจ็ตสตรีมก็ไม่มีแรงเพียงพอที่จะคงเส้นทางปกติ มันจะกลายเป็นคลื่นและเตร่ออกนอกเส้นทางเดิม เมื่อระบบความกดอากาศสูงเข้ามาขวาง กลุ่มของอากาศเย็นจะถูกผลักไปทางใต้พร้อมกับ Polar vortex ที่จะลงใต้ไปด้วย

เมื่อ Polar vortex อ่อนกำลังลง อากาศเย็นที่อาร์กติกสามารถแยกออกมาและเคลื่อนตัวไปทางใต้ ทำให้เกิดอากาศเย็นในวงกว้าง จนพื้นที่ทางใต้สุด “ของสหรัฐอเมริกา” เช่นรัฐฟลอริดาก็อาจประสบกับสภาพอากาศแบบอาร์กติกได้

แต่ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสหรัฐ ครั้งล่าสุดคือ คลื่นความหนาวเย็นในอเมริกาเหนือในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 เป็นเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วซึ่งนำอุณหภูมิที่หนาวเย็นเป็นประวัติการณ์ไปยังส่วนสำคัญของแคนาดา สหรัฐอเมริกา และบางส่วนของเม็กซิโกตอนเหนือ ซึ่งน่าจะเกิดจากเหตุการณ์ภาวะโลกร้อนอย่างกะทันหันที่เกิดขึ้นในเดือนก่อนหน้า

ในเหตุการณ์ครั้งนั้น อุณหภูมิลดลงมากถึง 14-28 °C ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทางใต้สุดของคาบสมุทรกัลฟ์ พายุฤดูหนาวที่รุนแรงยังทำให้หิมะตกหนักและการสะสมของน้ำแข็งไปยังสถานที่ต่างๆ ทางใต้ของฮิวสตัน รัฐเท็กซัส และมีส่วนทำให้เกิดฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุมมากที่สุดแห่งหนึ่งในบางพื้นที่ในภาคใต้ตอนล่าง

แม้ว่า ปรากฏการณ์หนาวจัดที่เกิดจาก Polar vortex จะเป็นเรื่องเกิดขึ้นบ่อยในสหรัฐ แต่การลงไปถึงรัฐทางใต้เช่นเท็กซัสและฟลอริดา หรือแม้แต่ตอนเหนือของเม็กซิโกเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก

แต่ต้องย้ำว่ามันมักเกิดขึ้นกับทวีปอเมริกาเหนือ และที่เกิดขึ้นแทบไม่ได้คือ Polar vortex ในประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทย 

อิทธิพลของอากาศหนาวเย็นในไทยมักได้รับมาจากประเทศจีน ซึ่งเอเชียก็เคยได้รับอิทธิพลจาก Polar vortex เช่นกันแต่ไม่บ่อยครั้งนัก โดยจะเกิดขึ้นในจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ซึ่งอาจทำให้พื้นที่ภาคใต้ของจีนซึ่งปกติมีฤดูหนาวที่อบอุ่นอาจเกิดภาวะหนาวจัดจนเป็นน้ำแข็งได้ 

สถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับ Polar vortex คือ “คลื่นความเย็นในเอเชียตะวันออก ปี 2016” โดยในปลายเดือนมกราคม 2016 คลื่นความเย็นได้พัดถล่มเอเชียตะวันออก บางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนแผ่นดินใหญ่ และบางส่วนของเอเชียใต้ตอนเหนือ ส่งผลให้อุณหภูมิและหิมะตกเป็นประวัติการณ์ในหลายภูมิภาค

มีรายงานเกิดแผ่นน้ำแข็งในโอกินาว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งตามปกติเป็นพื้นที่เขตร้อนของญี่ปุ่น และภูมิภาคอื่นๆ หลายแห่งพบว่าอุณหภูมิที่หนาวที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เหตุการณ์นี้ขับเคลื่อนโดยภาวะโลกร้อนอย่างรวดเร็วของอาร์กติกซึ่งเกิดขึ้นภายในชั้นโทรโพสเฟียร์ บังคับให้คลื่นสภาพอากาศอาร์กติก (Arctic Oscillation) เปลี่ยนเฟสอย่างรวดเร็วจากภาวะบวกคืออากาศหนาวจัดไม่ลงใต้มากนัก (ปลายเดือนธันวาคม) เป็นภาวะลบคือหนาวจัดลงมาทางใต้ (ปลายเดือนมกราคม) 

“คลื่นความเย็นในเอเชียตะวันออก ปี 2016” ก็อาจถือเป็น Polar vortex อย่างหนึ่งในเอเชีย มันส่งอิทธิพลมาถึงไทยทำให้เกิดอุณหภูมิที่เย็นลงเป็นประวัติการณ์ เพียงแต่ว่ามันเกิดขึ้นในฤดูหนาวคือเดือนมกราคม 

คำถามคือเดือนเมษายนเกิด Polar vortex ได้หรือไม่ โดยเฉพาะในไทย? คำตอบก็คือ “ไม่”

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงสภาพอากาศเย็นในเดือนเม.ย.65 โดยระบุว่า ตามที่มีสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่ข้อความและภาพ “สาเหตุที่อุณหภูมิทั่วไทยลดลง อากาศแปรปรวน หนาวเย็น-ฝนตก หรือ อากาศหนาวเย็น ช่วงฤดูร้อน เดือน เม.ย. 2565 ผู้เชี่ยวชาญได้ชี้ว่าเป็นผลจาก “ปรากฏการณ์ Polar Vortex” ทำให้เย็นวูบวาบ กระแสลมโลกเบี่ยงทิศ ผลพวงปัญหาโลกร้อนที่ต้องเร่งแก้ไข” นั้น กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ชี้แจงว่า ความแปรปรวน ของสภาพอากาศในช่วงวันที่ 1-3 เม.ย. 2565 เป็นผลมาจากอิทธิพลของความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูร้อน (กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูร้อน วันที่ 2 มี.ค. 65) ซึ่งโดยทั่วไป อุณหภูมิบริเวณประเทศไทยตอนบนในช่วงกลางวันอากาศร้อนถึงร้อนจัดในบางวัน และมักจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง”

จากคำอธิบายของกรมอุตุนิยมวิทยา ชัดเจนว่าภาวะเย็นลงทันทีในเดือนเมษายนในไทยไม่ใช่ Polar vortex ยังไม่นับสาเหตุที่อุณหภูมิจากไซบีเรียจนถึงจีนที่อุ่นขึ้นทำให้ยากที่จะเกิด Polar vortex ในช่วงนี้และแผ่มาถึงไทยได้

แต่เพราะภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น ความหนาวเย็นหลงฤดูก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน ไม่ใช่จาก Polar vortex แต่น่าจะมาจาก La Nina (ลานีญา) มากกว่า เมื่ออุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลตลอดมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางตะวันออกแถบเส้นศูนย์สูตรจะต่ำกว่าปกติ 3-5 °C และตามด้วยฝนตกหนักและน้ำท่วม

Thousands of medical workers nationwide rush to aid Shanghai in COVID-19 response

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40014156


Medical workers across China have arrived in Shanghai since Friday to help contain the recent resurgence of COVID-19 cases in the metropolis.

Thousands of medical workers nationwide rush to aid Shanghai in COVID-19 response

On Sunday (April 3), thousands of medics from regions including Tianjin and the provinces of Hubei, Jiangxi and Shandong arrived in the megacity with a population of 25 million by 10 high-speed trains.

“The country has already sent medical teams, which are mainly sent to work at temporary hospitals, from fraternal provinces to aid Shanghai. The first batch of medical workers and sample collectors from Jiangsu, Zhejiang and Anhui provinces have already arrived in Shanghai,” Wu Qianyu, an official with the Shanghai Municipal Health Commission, told a press conference on Sunday.

The People’s Liberation Army (PLA) on Sunday dispatched more than 2,000 medical personnel from across the army, navy and joint logistics support forces to Shanghai, an armed forces newspaper reported.

More than 10,000 healthcare workers from provinces such as Jiangsu, Zhejiang and Beijing have arrived in Shanghai, according to state media reports, which showed them arriving, suitcase-laden and masked up, by high-speed rail and aircraft.

Over 650 medics from Anhui are working with a local medical team at a temporary hospital in Chongming District that offers over 2,700 beds. The hospital was scheduled to receive the first group of 1,300 mild cases and asymptomatic carriers on Sunday night.

According to the press conference, Shanghai had conducted citywide antigen testing on Sunday and would carry out the nucleic acid testing on Monday, aiming at completely eliminating potential risks, cutting off the chain of transmission, curbing the spread of the virus, and achieving dynamic zero-COVID as soon as possible.

Also, on Sunday, Shanghai reported 425 confirmed locally transmitted COVID-19 cases and 8,581 asymptomatic carriers, the local health commission said on Monday.

Some residents woke up before dawn for white-suited healthcare workers to swab their throats as part of nucleic acid testing at their housing compounds, many queuing up in their pyjamas and standing the required two metres apart as cases continued to rise.

It is China’s largest public health response since it tackled the initial COVID-19 outbreak in Wuhan, where the novel coronavirus was first discovered in late 2019. The State Council said the PLA dispatched more than 4,000 medical personnel to the province of Hubei, where Wuhan is, at that time.

Published : April 04, 2022

By : Reuters

After Russian retreat, pattern of executions seen in Ukraine’s Bucha

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40014155


The mayor of a recently liberated Ukrainian city accused Russian troops on Sunday (April 3) of deliberately killing civilians during their month-long occupation of his town, allegations that Russia’s defence ministry denied.

After Russian retreat, pattern of executions seen in Ukraine’s Bucha

The mayor of Bucha, Anatoliy Fedoruk, showed a Reuters team two corpses with a white cloth tied around their arms which he said was what residents were forced to wear by fighters from Chechnya, a region in southern Russia that has deployed troops to Ukraine to support Russian forces.

One corpse had his hands bound by the white cloth and appeared to have been shot in the mouth.

Russia’s defence ministry issued a statement on Sunday saying that all photographs and videos published by the Ukrainian authorities alleging “crimes” by Russian troops in Bucha were a “provocation.”

While Reuters was not immediately able to verify the mayor’s allegations, reporters on Sunday saw at least three victims who had been shot in the head, and residents recounted examples of others shot through the eye or strafed with bullets.

Local officials say they have logged around 50 executions so far, dubbing it a genocide.

Bucha lies 37 km (23 miles) northwest of Kyiv city and this weekend when journalists visited and the authorities began making allegations of atrocities, it was a scene of shattered buildings and streets strewn with corpses.

Sobbing as she gestured at a shallow grave, a shot of vodka topped with a cracker resting on freshly dug earth, Tetyana Volodymyrivna recounted a harrowing ordeal at the hands of Russian troops.

She and her husband, a former Ukrainian marine, were dragged from their apartment when Russian troops set up their command centre in their building and held prisoner for days.

She said a Chechen fighter warned he would cut them both to pieces.

Volodymyrivna was eventually released.

Her husband was nowhere to be seen – until she was told about some slain victims in a basement stairwell.

“I recognised him by his shoes, his trousers. He looked mutilated, his body was cold,” she said.

“He was buried a meter deep, so dogs wouldn’t eat him.”

Another corpse still lies in the stairwell where he was found.

Local residents covered the body with a bedsheet as a mark of dignity.

And around the corner, another grave contains the remains of two men that residents said had been taken away by Russian troops.

Both appeared to have been shot through their left eyes.

Bucha was captured in the days immediately after the February 24 invasion by Russian forces, which later swept south, capturing Chernobyl and moving towards the capital.

But Bucha and the northern outskirts of nearby Irpin were the points at which the Russian advance from the northwest was halted after they met with unexpectedly fierce resistance from Ukrainian forces.

The area witnessed some of the bloodiest fighting of the war for the capital region until Russian forces pulled back from the outskirts of Kyiv to regroup for battles in eastern Ukraine.

On Saturday (April 2), Ukraine said its forces had retaken all areas around Kyiv and that it now had complete control of the region for the first time since the invasion.

Published : April 04, 2022

By : Reuters