เยอรมนีวุ่น! ตำรวจฉีดสเปรย์พริกไทยปราบม็อบต้านล็อกดาวน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671745

วันที่ 28 ธ.ค. 2564 เวลา 11:45 น.เยอรมนีวุ่น! ตำรวจฉีดสเปรย์พริกไทยปราบม็อบต้านล็อกดาวน์การประท้วงต้านล็อกดาวน์ในเยอรมนีบานปลายจนตำรวจต้องฉีดสเปรย์พริกไทยสลายแต่พลาดถูกเด็ก 4 ขวบด้วย

DailyMail รายงานว่า เมื่อช่วงค่ำของวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ประชาชนในเมืองชไวน์ฟอร์ตในรัฐบาวาเรียของเยอรมนีรวมตัวกันประท้วงมาตรการล็อกดาวน์ที่กำลังจะกลับมาใช้อีกครั้งเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของ Covid-19 สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ที่กำลังเล่นงานยุโรปอย่างหนัก

การประท้วงลุกลามบานปลายกลายเป็นการปะทะกัน โดยหลังจากผู้ชุมนุมพยายามชกต่อย แตะ และถ่มน้ำลายใส่ตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจใช้กระบองและสเปรย์พริกไทยควบคุมเหตุการณ์ ทว่าสเปรย์พริกไทยพลาดไปถูกเด็กวัย 4 ขวบคนหนึ่งในรถเข็นเด็กที่แม่พามาร่วมประท้วงด้วย

ตำรวจยืนยันว่าหลังจากเจ้าหน้าที่ 2 นายช่วยกันปฐมพยาบาลด้วยการล้างตาราว 2-3 นาทีเด็กคนดังกล่าวก็อาการดีขึ้น

เหตุการณ์นี้มีผู้ถูกจับกุม 8 ราย และจะดำเนินคดีกับผู้ประท้วงอีก 44 รายรวมทั้งแม่ของเด็กที่ถูกสเปรย์พริกไทยด้วย

ทั้งนี้ ชาวเมืองชไวน์ฟอร์ตลุกขึ้นประท้วงต่อต้านมาตรการสกัด Covid-19 ของทางการบ่อยครั้ง โดยเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ผู้ประท้วงรวมตัวกันราว 2,000 คน และวันที่ 9 ธ.ค. ผู้ประท้วงรวมตัวกันราว 1,200 คนโดยไม่ได้ขออนุญาต

ความโกรธเคืองของชาวเมืองจุดชนวนจากการประกาศมาตรการคุมเข้มรอบล่าสุดที่จะบังคับใช้ในวันที่ 28 ธ.ค. ซึ่งประชาชนที่ฉีดวัคซีนแล้วจะรวมตัวกันได้ไม่เกิน 10 คนเท่านั้น รวมทั้งปิดบริการสถานที่ใหญ่ๆ รวมทั้งสนามฟุตบอลและสถานบันเทิง ส่วนคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนห้ามเข้าสถานที่ที่ไม่จำเป็น

นอกจากนี้ ยังมีการประท้วงในเมืองอื่นๆ ด้วย เช่น เดรสเดิน

REUTERS/Matthias Rietschel

เมียนมาจำคุก 3 ปี +ใช้แรงงานนักแสดงดัง Paing Takhon

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671739

วันที่ 28 ธ.ค. 2564 เวลา 10:25 น.เมียนมาจำคุก 3 ปี +ใช้แรงงานนักแสดงดัง Paing Takhonนักแสดงเมียนมาชื่อดัง ไป่ทาคน ถูกจำคุก 3 ปีในค่ายแรงงานฐานประท้วงต่อต้านรัฐประหาร

สำนักข่าว BBC เมียนมารายงานว่า นักแสดงหนุ่มชื่อดังของเมียนมา ไป่ทาคน (Paing Takhon) ถูกศาลในกรุงย่างกุ้งตัดสินจำคุก 3 ปีในค่ายแรงงาน โทษฐานที่เข้าร่วมการประท้วงต่อต้านการทำรัฐประหาร

ขิ่นเมืองมยินต์ ทนายความของไป่ทาคนเผยว่า กระบวนการทางศาลที่นำมาสู่การตัดสินลงโทษเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน

เดิมทีศาลนัดไต่สวนพยาน แต่พยานคนดังกล่าวไม่ไปปรากฏตัวต่อศาลโดยอ้างว่าไม่สบาย ทว่าแทนที่จะกำหนดวันไต่สวนพยานใหม่ ศาลกลับนำภาพการประท้วงมาให่ไป่ทาคนดูแล้วถามว่าการเข้าร่วมประท้วงนั้นเหมาะสมหรือไม่ เมื่อไป่ทาคนตอบว่าเหมาะสมแล้ว ศาลกลับถือว่าเป็นการสารภาพผิดและสั่งจำคุกนักแสดงและนายแบบคนดัง

ทนายความซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้แถลงการณ์ในศาลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเผยอีกว่า หลายขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมตามปกติถูกข้ามไป อาทิ การตรวจสอบหลักฐานจากทั้งสองฝ่าย และการแถลงการณ์ในศาลของทนายความ

ขิ่นเมืองมยินต์ เผยกับ AFP ว่า “ครอบครัวรู้สึกเสียใจมากกับคำตัดสินและกำลังพิจารณาว่าจะอุทธรณ์หรือไม่”

ทั้งนี้ ไป่ทาคนุถูกทหารเมียนมาบุกจับกุมที่บ้านของมารดาในกรุงย่างกุ้งเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

Photo by AFP

เตือนยาเม็ดต้านโควิดอาจเสี่ยงถ้าใช้ร่วมกับยาบางตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671691

วันที่ 27 ธ.ค. 2564 เวลา 18:45 น.เตือนยาเม็ดต้านโควิดอาจเสี่ยงถ้าใช้ร่วมกับยาบางตัวแพทย์ศึกษาความเสี่ยงหากใช้ยา Paxlovid และ Molnupiravir ร่วมกับยาตัวอื่น

NBC News รายงานว่าหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอนุมัติให้ใช้ยา Paxlovid และ Molnupiravir ยาเม็ดรักษาโควิด-19 ของ Pfizer และ Merck กับผู้ป่วยโควิด-19 ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

แต่ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ายาดังกล่าวอาจไม่ปลอดภัยสำหรับทุกคน หลังจากที่แพทย์ได้วิเคราะห์แล้วพบว่าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากรับประทานร่วมกับยาตัวอื่นบางชนิด รวมถึงยาในกลุ่มสแตติน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และยาต้านเศร้า (antidepressants) บางตัว

นอกจากนี้ FDA ยังไม่แนะนำให้ใช้ยา Paxlovid สำหรับผู้ที่เป็นโรคไตและโรคตับอย่างรุนแรง

ปีเตอร์ แอนเดอร์สัน ศาสตราจารย์ด้านเภสัชศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโดกล่าวกับ NBC News ว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย และต้องหลีกเลี่ยงการจับคู่ยาบางอย่างโดยสิ้นเชิง ดังนั้นต้องระมัดระวังให้มาก

ที่มา: nbcnewswionewsthehill

ภาพ: Handout / Pfizer / AFP

หนุ่มถือธนูบุกวังวินด์เซอร์หวังสังหารควีนอลิซาเบธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671683

วันที่ 27 ธ.ค. 2564 เวลา 17:22 น.หนุ่มถือธนูบุกวังวินด์เซอร์หวังสังหารควีนอลิซาเบธเปิดคลิปหนุ่มถือธนูบุกวังวินด์เซอร์เผยต้องการสังหารควีนอลิซาเบธเพื่อล้างแค้นเหตุสังหารหมู่

คลิปวิดีโอเหตุการณ์สุดช็อกในวันคริสต์มาสซึ่ง The Sun สื่อของอังกฤษได้มาเผยให้เห็นชายสวมชุดดำและปิดบังใบหน้าและถือธนู ซึ่งคาดว่าเป็นคนเดียวกับผู้ต้องสงสัยวัย 19 ปีที่ถูกจับกุมหลังพยายามปืนรั้วของพระราชวังวินด์เซอร์เมื่อวันคริสต์มาส

ชายคนดังกล่าวใช้เสียงที่ผ่านการดัดแปลงแล้วข่มขู่ว่าจะปลงพระชนม์สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธเพื่อล้างแค้นเหตุสังหารหมู่จัลเลียนวลาบักในเมืองอัมริตสาร์ที่อินเดียเมื่อปี 1919 ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุสังหารหมู่ที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ โดยผู้ประท้วงถูกกองทัพอังกฤษในอินเดียสังหารไปราว 379-1,526 คน

ชายในคลิปพูดว่า “ผมขอโทษ ผมขอโทษสำหรับสิ่งที่ผมทำลงไปและกำลังจะทำ ผมจะสังหารอลิซาเบธ ราชินีของสมาชิกราชวงศ์ นี่เป็นการแก้แค้นให้คนที่เสียชีวิตในเหตุสังหารหมู่จัลเลียนวลาบักปี 1919 และล้างแค้นให้คนที่ถูกฆ่า ถูกทำให้อับอาย ถูกเลือกปฏิบัติเพราะเชื้อชาติ ผมเป็นคนซิกข์อินเดีย ผมคือซิธ ชื่อเดิมของผมคือ จัสวันต์ ซิงห์ ชาอิล ตอนนี้ชื่อ ดาร์ธ โจนส์”

เบื้องต้นคาดว่าการแต่งกายของชายคนนี้ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง Star War ส่วนซิธอาจหมายถึงตัวร้ายคู่ปรับของเจได และดาร์ธ โจนส์ อาจหมายถึง เจมส์ เอิร์ล โจนส์ ที่พากย์เสียง ดาร์ธ เวเดอร์ และยังมีภาพของ ดาร์ธ มัลกัส ตัวละครใน Star War เป็นแบ็กกราวด์อยู่ในคลิปด้วย

ชายคนนี้ยังพูดอีกว่า “ผมขอโทษทุกคนที่ผมเคยทำผิดด้วยและเคยโกหก ถ้าคุณได้เห็นคลิปนี้ผมคงใกล้ตายแล้ว กรุณาแชร์คลิปนี้กับใครก็ได้ และถ้าเป็นไปได้เอาไปให้นักข่าวด้วยถ้าพวกเขาสนใจ”

จัสวันต์ ซิงห์ ชาอิล โพสต์คลิปดังกล่าวลงใน Snapchat ตอน 08.06 น.ของวันที่ 25 ธ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น 24 นาทีก่อนที่จะมีการจับกุมชายหนุ่มวัย 19 ปีที่พระราชวังวินด์เซอร์ที่สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธประทับอยู่เมื่อเวลา 08.30 น. หลังเจ้าหน้าที่เห็นเขากำลังเดินอยู่ในสวนหลังจากปืนข้ามกำแพงชั้นนอกเข้าไปจากภาพกล้องวงจรปิด

หลังถูกจับกุมผู้ต้องสงสัยรายนี้ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลจิตเวช

Photo by Victoria Jones / POOL / AFP

สุดเจ๋ง! ฝังชิปใต้ผิวหนังแทนใบรับรองวัคซีนพาสปอร์ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671673

วันที่ 27 ธ.ค. 2564 เวลา 16:17 น.สุดเจ๋ง! ฝังชิปใต้ผิวหนังแทนใบรับรองวัคซีนพาสปอร์ตสตาร์ทอัพสวีเดนผุดไอเดียฝังไมโครชิปใต้ผิวหนังใช้แทนใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด

การฝังไมโครชิปไว้ใต้ผิวหนังอาจเป็นไอเดียที่ค่อนข้างใหม่สำหรับหลายๆ คน แต่ที่สวีเดนเทรนด์นี้เริ่มนิยมมาตั้งแต่ปี 2018 สำนักข่าว NPR รายงานว่าชาวสวีเดนหลายพันคนพากันฝังไมโครชิปจิ๋วขนาดเท่าเมล็ดข้าวเพื่อใช้แทนคีย์การ์ดเข้าบ้าน เข้ายิม หรือเข้าสำนักงาน หรือใช้จ่ายค่าใช้บริการขนส่งสาธารณะ ซึ่งสะดวกสบายและคล่องตัว เพียงแค่นำแขนไปยื่นที่อุปกรณ์อ่านไมโครชิปเท่านั้น

แต่หลังจากต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาที่ทางการสวีเดนออกกฎใหม่ให้ผู้เข้าร่วมงานอีเว้นต์ที่มีคนรวมตัวกันเกิน 100 คนแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีน หรือวัคซีนพาสปอร์ต จำนวนคนที่พากันไปฝังไมโครชิปก็เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 6,000 คน

เมื่อเร็วๆ นี้สตาร์ทอัพ Epicenter Stockholm ของบริษัทเทคโนโลยี Dsruptive Subdermals เปิดตัวไมโครชิปสำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีน หรือวัคซีนพาสปอร์ต และข้อมูลสำคัญอื่นๆ โดยมีขนาดเล็กเพียง 2 มิลลิเมตร x 16 มิลลิเมตร หรือประมาณเมล็ดข้าว

เมื่อสแกนไมโครชิปกับอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลแบบไร้สายระยะใกล้ (NFC) อย่างสมาร์ทโฟน ข้อมูลการฉีดวัคซีน หรือผลการตรวจหาเชื้อจะปรากฏขึ้นมาในรูปแบบไฟล์ PDF ซึ่งสะดวกสบายไม่ต้องพกใบรับรองการฉีดวัคซีนให้ยุ่งยาก

ฮานเนส โฮบลาด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิสรัปชันของ Epicenter เผยว่า “นั่นหมายความว่ามันสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลาสำหรับผมหรือคนอื่นที่ต้องการทราบข้อมูลของผม เช่น ถ้าผมไปโรงภาพยนตร์หรือห้างสรรพสินค้า พวกเขาก็สามารถตรวจเช็คข้อมูลของผมได้ถ้าผมไม่มีสมาร์ทโฟน”

นอกจากนี้ หากมีข้อมูลใหม่ที่ต้องการอัพเดทลงในไมโครชิปก็ไม่จำเป็นต้องนำออกจากผิวหนัง เพียงแค่ใช้แอพพลิเคชั่นที่อยู่ในสมาร์ทโฟนเพิ่มเติมข้อมูลใหม่เข้าไปเท่านั้น

ไมโครชิปตัวนี้สนนราคา 100 ยูโร หรือ 3,797 บาท

อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาตร์บางคนกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล แต่สำหรับโฮบลาด์ไมโครชิปนี้มีความปลอดภัย

“ถ้าคุณเข้าใจการทำงานของไมโครชิป…มันไม่มีแบตเตอรี มันไม่สามารถปล่อยสัญญาณด้วยตัวมันเอง มันจึงอยู่อย่างสงบใต้ผิวหนัง และไม่สามารถระบุที่ตำแหน่งผู้ใช้งาน มันจะทำงานก็ต่อเมื่อนำไปแตะกับสมาร์ทโฟนของผู้ใช้งาน” โฮบลาด์กล่าว

อันที่จริงที่ Epicenter ใช้ไมโครชิปมาหลายปีแล้ว DailyMail รายงานว่า พนักงานกว่า 100 คนของบริษัทสมัครใช้ฝังไมโครชิปไว้ใต้ผิวหนังสำหรับใช้เปิดประตู ควบคุมเครื่องปรินต์ และซื้อเครื่องดื่มมาตั้งแต่ปี 2015 แล้ว

Photo by Viken KANTARCI / AFP

‘Santa Floki’ เหรียญคริปโตที่พุ่งเกือบ 800% เพราะ Elon Musk

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671672

วันที่ 27 ธ.ค. 2564 เวลา 15:18 น.'Santa Floki' เหรียญคริปโตที่พุ่งเกือบ 800% เพราะ Elon MuskElon Musk ปั่นป่วนตลาดคริปโตอีกแล้ว คราวนี้ถึงคิวของ ‘Santa Floki’

บุคคลที่มีอิทธิพลต่อราคาเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีมาโดยตลอดอย่าง Elon Musk ซีอีโอ Tesla สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งหลังจากที่เจ้าตัวทวีตภาพน้องหมาใส่ชุดซานตาคลอสพร้อมแคปชั่นว่า “Floki Santa” เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ซึ่งดันไปเหมือนกับเหรียญมีมเหรียญหนึ่งที่ชื่อว่า Santa Floki (HOHOHO) ส่งผลให้ราคาของเหรียญดังกล่าวพุ่งขึ้น 797.40% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยราคาซื้อขาย ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 0.00006293 บาท และแตะระดับสูงสุดที่ 0.00008097 บาทอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้เหรียญดังกล่าวมีราคาที่พุ่งขึ้นราว 4,000% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

Photo by Frederic J. BROWN / AFP

หมอฟาวซีเตือนอย่าเพิ่งชะล่าใจว่า Omicron ไม่รุนแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671653

วันที่ 27 ธ.ค. 2564 เวลา 14:01 น.หมอฟาวซีเตือนอย่าเพิ่งชะล่าใจว่า Omicron ไม่รุนแรงผู้เชี่ยวชาญสหรัฐเตือนอย่าเพิ่งชะล่าใจ โอมิครอนไม่รุนแรงจริงแต่ถ้าติดเยอะก็ทำโรงพยาบาลล้นได้เหมือนกัน

The New York Times รายงานว่า แอนโธนี ฟาวซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและที่ปรึกษาการรับมือ Covid-19 ของทำเนียบขาวเตือน อย่าเพิ่งชะล่าใจว่าโอมิครอน (Omicron) ไม่รุนแรงเหมือนเดลตา ระหว่างร่วมรายการ This Week ของสถานีโทรทัศน์ ABC

ฟาวซีเผยว่า การระบาดด้วยความเร็วสายฟ้าแลบของโอมิครอนในสหรัฐอาจนำมาสู่ความเสี่ยงในการเข้ารักษาในโรงพยาบาลสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน และอาจทำให้โรงพยาบาลทั่วประเทศรับมือไม่ไหว

“แม้ว่าเราจะใจชื้นขึ้นจากหลักฐานของหลายๆ ประเทศ นั่นคือมันมีความรุนแรงน้อยกว่า แต่เราต้องระวังด้วยว่าจะต้องไม่ชะล่าใจ” ฟาวซีเผย และยังพูดถึงคนอเมริกันนับล้านๆ คนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนว่า “คนเหล่านั้นคือกลุ่มเสี่ยงที่สุดเมื่อคุณต้องเจอกับไวรัสที่ทำให้คนติดเชื้อได้มากอย่างโอมิครอน”

ฟาวซีเผยอีกว่า แม้จะมีข้อมูลจากสกอตแลนด์ว่าโอมิครอนมีอัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาลน้อยกว่าเดลตาเกือบ 60% ทว่าอัตราการฉีดวัคซีนของสหรัฐที่ต่ำ คือมีชาวอเมริกันเพียง 62% เท่านั้นที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว มีแนวโน้มจะลดความได้เปรียบจากความรุนแรงที่น้อยลงของโอมิครอน

“เมื่อคุณมีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมาก มันอาจจะทำให้ความรุนแรงที่ลดลงไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป”

ทั้งนี้ ข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐระบุว่า คนที่ไม่ฉีดวัคซีนมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ 5 เท่า และเสี่ยงเสียชีวิตจาก Covid-19 มากกว่า 14 เท่าเทือเทียบกับคนไข้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว

อิหร่านจำลองถล่มอิสราเอล โชว์ยิงมิสไซล์พลังทำลายล้างสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671647

วันที่ 27 ธ.ค. 2564 เวลา 13:00 น.อิหร่านจำลองถล่มอิสราเอล โชว์ยิงมิสไซล์พลังทำลายล้างสูงอิหร่านโชว์ยิงมิสไซล์ถล่มศูนย์นิวเคลียร์อิสราเอลจำลองจนราบเป็นหน้ากลอง

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กองกำลังทหารของอิหร่าน จัดการซ้อมรบทางทหารครั้งใหญ่ที่มีชื่อว่า “Great Prophet 17” เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ซึ่งการซ้อมรบครั้งนี้ใช้เวลานานถึง 5 วัน ก่อนจะเผยคลิปวิดีโอการยิงขีปนาวุธ 16 ลูก และโดรนพลีชีพ 5 ลำ ทำลายล้างเป้าจำลองซึ่งเป็นศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ชิมอน เปเรส กลางทะเลทรายเนเกฟ เมืองดิโมนา ของอิสราเอล

กองกำลังอิหร่านเปิดเผยว่าขีปนาวุธทั้ง 16 ลูกมีพิสัยการยิงอยู่ที่ระหว่าง 350 ถึง 2,000 กิโลเมตร เพื่อเป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงศัตรูตัวฉกาจอย่างอิสราเอล

“การซ้อมรับครั้งนี้ทำขึ้นเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาโดยขบวนการไซออนิสต์ และเป็นการส่งสัญญาณเตือนต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลไซออนิสต์”

ทั้งนี้ การซ้อมรบดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอิสราเอล หลังจากที่ P5+1 สมาชิกถาวร 5 ประเทศของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้แก่ สหรัฐ รัสเซีย จีน สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส บวกกับเยอรมนี ต้องการฟื้นฟูข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 หรือ แผนปฏิบัติการร่วมที่ครอบคลุม (JCPOA) ที่อนุญาตให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

ขณะที่อิสราเอลคัดค้านข้อตกลงดังกล่าวโดยมองว่าจะเป็นการเปิดทางให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ที่มา: AljazeeraIran International

ภาพ: various sources / AFP

จีนเร่งพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อทั้งเมืองซีอานหวังหยุดโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671643

วันที่ 27 ธ.ค. 2564 เวลา 12:13 น.จีนเร่งพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อทั้งเมืองซีอานหวังหยุดโควิดตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ยังพุ่งไม่หยุดทำให้ทางการจีนต้องระดมฉีดพ่นย้ำยาฆ่าเชื้อทั่วทั้งเมืองซีอาน

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ทางการเมืองซีอานทางตะวันตกของจีนเริ่มใช้มาตรการฆ่าเชื้อโรคตั้งแต่ช่วงค่ำของวานนี้ (26 ธ.ค.) หวังสกัดไม่ให้เชื้อลุกลามหลังจากต้องสั่งล็อกดาวน์ชาวเมืองกว่า 13 ล้านคนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เจ้าหน้าที่ฉีดพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคทั่วทั้งเมือง รวมทั้งขอให้ประชาชนปิดหน้าต่างและหลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นผิวสิ่งก่อสร้างต่างๆ และต้นไม้ใบหญ้าตามท้องถนน

มาตรการล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันของเมืองซีอานเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 150 รายเมื่อวันอาทิตย์และวันจันทร์ ขณะที่ทางการคาดว่าจะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกจากการลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อรอบที่ 4

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากขนาดนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในจีนซึ่งเป็นเพียงประเทศเดียวที่ยังใช้มาตรการกำจัดโควิดให้เป็นศูนย์ (Zero Covid)

อย่างไรก็ดี สื่อท้องถิ่นของจีนรายงานว่า จางป๋อลี่ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการแพทย์ของรัฐบาลจีนเผยว่า ยังเป็นไปได้ที่จีนจะควบคุมการแพร่ระบาดได้ภายในสิ้นเดือน ม.ค.ปีหน้า ก่อนที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวจะเปิดฉาก

Photo by STR / AFP

ออสเตรเลียพบเสียชีวิตรายแรกจาก Omicron ยันไม่ล็อกดาวน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671635

วันที่ 27 ธ.ค. 2564 เวลา 11:00 น.ออสเตรเลียพบเสียชีวิตรายแรกจาก Omicron ยันไม่ล็อกดาวน์ออสเตรเลียรายงานผู้เสียชีวิตรายแรกจากโอมิครอน รัฐยันไม่ล็อกดาวน์ อัตราเข้าโรงพยาบาลยังต่ำ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าวันนี้ (27 ธ.ค.) ออสเตรเลียรายงานผู้เสียชีวิตรายแรกจากโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ท่ามกลางจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลยังคงไม่ยกระดับมาตรการควบคุมโรคโดยให้เหตุผลว่าอัตราการรักษาในโรงพยาบาลยังคงต่ำ

รายงานระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นชายวัย 80 ปี ติดเชื้อจากบ้านพักคนชราในรัฐนิวเซาท์เวลส์ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในซิดนีย์ โดยชายคนดังกล่าวได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 โดส แต่มีโรคประจำตัว

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่าโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนสามารถแพร่เชื้อได้ง่ายกว่า แต่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลน้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา

ทั้งนี้ รัฐนิวเซาท์เวลส์กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างหนัก โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 6,324 ราย และผู้เสียชีวิต 3 ราย

ขณะที่จำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ โดยขณะนี้มีผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั้งหมด 521 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยรักษาตัวในห้องไอซียู 55 ราย และ 17 รายใช้เครื่องช่วยหายใจ

เช่นเดียวกับรัฐวิกตอเรียซึ่งมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 1,999 ราย และผู้เสียชีวิต 3 ราย ขณะที่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลอยู่ที่ 368 ราย โดยผู้ป่วยในห้องไอซียูเพิ่มขึ้นเป็น 80 ราย แต่ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจลดลงจาก 43 รายเป็น 38 ราย

ด้านนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน กล่าวก่อนหน้านี้ว่าไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกต่อไป ขณะที่ 91% ของประชากรที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปได้รับวัคซีน 2 โดสแล้ว แต่จะใช้กลยุทธ์อยู่ร่วมกับโควิด-19 อย่างระมัดระวัง ขณะที่อัตราการรักษาในโรงพยาบาลยังคงถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับช่วงกลางปีที่ผ่านมาซึ่งสายพันธุ์เดลตาแพร่ระบาดอย่างหนัก

Photo by William WEST / AFP