Rare Jordan Nikes sold for $1.47 million, set new auction record #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40007916


Michael Jordans earliest known regular season game-worn Nike sneakers sold at a Sothebys auction in Las Vegas Sunday for $1.472 million, breaking a record for sneakers sold at auction.

Rare Jordan Nikes sold for $1.47 million, set new auction record

The shoes were worn in Jordan’s fifth NBA game in his rookie season in 1984, the same year that Nike and Jordan created his signature line of shoes and clothes. The shoes were estimated to sell for $1 million to $1.5 million. The buyer hasn’t been identified yet.

The sneakers are “simply an incredible artifact that dates to the nascency of Michael Jordan’s rookie season,” said Brahm Wahter, head of Sotheby’s Streetwear and Modern Collectibles in a statement ahead of the auction.

The Jordans aren’t the most expensive sneakers ever sold. In April, the company Rares bought a $1.8 million pair of Kanye West’s Nike Air Yeezy 1 sneakers in a Sotheby’s private sale, making them the most expensive known pair of shoes ever sold.

Rares is one of dozens of similar companies that have sprung up in recent years, all of which offer shares in luxury goods, artworks and collectibles. Rares didn’t bid on the Jordan sneakers, a spokesperson said.

The shoes were sold as part of Sotheby’s Icons of Excellence & Haute Luxury auction in Las Vegas Sunday, which also includes jewelry, watches and collectors’ cars.

Today, the Jordan brand brings Nike billions of dollars each year and hard-to-get Jordan sneakers are resold on marketplaces like StockX and GOAT, sometimes for tens of thousands of dollars a pair.

Published : October 25, 2021

By : Bloomberg

วาจาสิทธิ์! Elon Musk เอ่ยปากปุ๊บ Shiba Inu ดิ่งปั๊บ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666347

วันที่ 25 ต.ค. 2564 เวลา 11:09 น.วาจาสิทธิ์! Elon Musk เอ่ยปากปุ๊บ Shiba Inu ดิ่งปั๊บหลังจากที่ Shiba Inu ทำมูลค่าสูงสุดตลอดกาล แฟนพันธุ์ของ Dogecoin อย่าง Elon Musk ก็เบรกมันในทันที ผลก็คือ …

หลังจาก Shiba Inu (SHIB) พุ่งพรวด 50% สูงสุดตลอดกาล มันก็เจอเข้ากับตอเข้าเต็มๆ เมื่อเอลอน มัสก์ (Elon Musk) ผู้ซึ่งเคยเชียร์ Dogecoin บนโซเชียลมีเดียแมาโดยตลอดจนราคามันเคยพุ่งมาแล้ว ตอบคำถามจากผู้ใช้ Twitter ที่ถามว่าเขาถือ Shiba Inu มากแค่ไหน

มัสก์ตอบสั้นๆ ว่า”ไม่มี” ในทวีต และเขากล่าวว่าเขาได้ซื้อ Bitcoin, Ether และ Dogecoin และบอกว่า “แค่นั้นแหละ”

หลังจากนั้น Bloomberg รายงานว่าเมื่อเวลา 9:30 น. ในวันจันทร์ SHIB ลดลง 15% จากระดับสูงสุดตลอดกาลในวันอาทิตย์ที่ฮ่องกง ตามราคาจาก CoinGecko.com

อย่างไรก็ตาม มูบค่าของ Shiba Inu ได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 400% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา นับเป็นเหรียญคริปโตใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ตามมูลค่าตลาด และมูลค่าของมันเพิ่มมากกว่า 40 ล้า% ในปีที่ผ่านมา

นอกจากคอมเมนต์ของแฟน Dogecoin อย่างเอลอน มัสก์แล้ว อุปสรรคหนึ่งของ Shiba Inu แพลตฟอร์มการซื้อขายคริปโตรายใหญ่อย่าง Robinhood ยังไม่ยอมรับมันสักที

Bloomberg รายงานว่ามีการณรงค์คำร้องบน Change.org ที่ขอร้องให้ Robinhood รับ SHIB มาซื้อขายบนแพลตฟอร์มของตน ล่าสุดรวบรวมลายเซ็นเกือบ 300,000 รายชื่อแล้ว

เมื่อถูกถามว่า Robinhood จะเพิ่มเหรียญ Shiba Inu ให้กับแพลตฟอร์มการซื้อขายหรือไม่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของบริษัทคือ วลาด เตเนฟ (Vlad Tenev)ไม่ได้บอกว่าบริษัทมีแผนอะไร ตรงกันข้ามกับอีกแพลตฟอร์มคือ Coinbase Global Inc. เพิ่มโทเค็น Shiba Inu เมื่อเดือนที่แล้ว จากการายงานของ Bloomberg

Photo by Frederic J. BROWN / AFP

จู่ๆ ก็แรง Shiba Inu พุ่งพรวด 50% สูงสุดตลอดกาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666344

วันที่ 25 ต.ค. 2564 เวลา 10:05 น.จู่ๆ ก็แรง Shiba Inu พุ่งพรวด 50% สูงสุดตลอดกาลเหรียญหมา Shiba Inu ที่เคยแรงเมื่อหลายเดือนก่อน ก่อนจะเงียบไป ตอนนี้จู่ๆ กลับมาทะยานแบบไม่ทันตั้งตัวอีกครั้ง

Bloomberg รายงานว่า – Shiba Inu (SHIB) ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในช่วงสุดสัปดาห์และกลายเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ตามมูลค่าตลาด

มูลค่าของเพิ่มขึ้น 50% ใน 24 ชั่วโมงจนถึง 10:10 น. ตามเวลานิวยอร์กในวันอาทิตย์ ตามราคาจาก CoinGecko.com และทำสถิติสูงสุดในช่วงเช้าของวัน

เหรียญมีมกลุ่มเดียวกันอย่าง Dogecoin ก็เพิ่มขึ้นมารับในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาตามข้อมูลของ CoinGecko มูลค่าตลาดของมันคือประมาณ 34,000 ล้านดอลลาร์

ในขณะที่ Shiba Inu อยู่ที่ประมาณ 21,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทั้งสองเหรียญค่อนข้างผันผวนได้พอสมควร แต่ Shiba Inu ประกาศตัวองว่าเป็น “นักฆ่าดอจคอยน์” (dogecoin killer)

ในเดือนกันยายน Shiba Inu เพิ่มขึ้นเกือบ 40% หลังจาก Coinbase แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลในสหรัฐ กล่าวว่าลูกค้าสามารถซื้อขาย ส่ง รับ หรือจัดเก็บ SHIB บนแพลตฟอร์มได้

ทั้งนี้ Shiba Inu ซึ่งถูกสร้างขึ้นในเดือนสิงหาคม 2020 โดยคนที่ใช้ชื่อ Ryoshi โดยตามอย่าง Dogecoin เริ่มต้นด้วยจำนวน 1,000 ล้านล้าน แต่ผู้ก่อตั้งล็อค 50% ใน Uniswap จากนั้น “เบิร์น” อีกครึ่งหนึ่งให้กับ Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เพื่อความปลอดภัย

AFP PHOTO / TOSHIFUMI KITAMURA

จีนระบาดหนักอีก เตือนอาจลามใหญ่ในไม่กี่วัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666340

วันที่ 25 ต.ค. 2564 เวลา 09:47 น.จีนระบาดหนักอีก เตือนอาจลามใหญ่ในไม่กี่วันจีนไม่รอด พบการระบาดอีกระลอก หลังจากควบคุมได้แล้วก็เกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆ ไม่หยุดแม้จะมีระยะห่างกันก็ตาม

จากการรายงานของ Bloomberg มีคำเตือนจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนว่าการแพร่ระบาดจะยังคงเลวร้ายลงต่อไป และการติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ของจีนจะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดอาจยังคงขยายตัวต่อไป

อู๋เหลียงโหย่ว เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวในการบรรยายสรุปในกรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ การระบาดของโควิด-19 ในจีนในปัจจุบันเกิดจากสายพันธุ์เดลต้าจากต่างประเทศ

หมี่เฟิง โฆษกคณะกรรมาธิการกล่าวว่าคลื่นของการติดเชื้อแพร่กระจายไปยัง 11 มณฑลตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีประวัติการเดินทางข้ามภูมิภาค และเขาเรียกร้องให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ใช้ “โหมดฉุกเฉิน”

Bloomberg รายงานว่าบางเมืองในมณฑลกานซู่ รวมทั้งเมืองหลวงของมณฑลคือหลานโจว และเขตมองโกเลียใน ได้หยุดให้บริการรถประจำทางและแท็กซี่เนื่องจากไวรัส ตามการระบุของโจวหมิน เจ้าหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม

ในวันจันทร์ จีนสั่งล็อคดาวน์อำเภอเอ๋อจี่น่าในเขตมองโกเลีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ที่มีผู้ป่วยโควิด-19 มากที่สุดจากการระบาดของเดลต้าครั้งล่าสุดของประเทศ ในขณะที่ระบาดครั้งแรกทางตะวันตกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ

อำเภอเอ๋อจี่น่า ได้ขอให้ประชาชน 35,700 คนอยู่บ้านตั้งแต่วันจันทร์ และเตือนว่าผู้ฝ่าฝืนอาจได้รับโทษความผิดทั้งแพ่งและทางอาญา สถานีโทรทัศน์ CCTV รายงานโดยอ้างคำแถลงของรัฐบาลท้องถิ่น

ทั้งนี้อำเภอเอ๋อจี่น่าเป็นเขตเล็กๆ ที่มีพรมแดนติดกับประเทศมองโกเลียเป็นจุดแพร่ระบาดหนักในปัจจุบัน เกือบหนึ่งในสามของผู้ติดเชื้อกว่า 150 รายที่พบในสัปดาห์ที่ผ่านมาในแผ่นดินใหญ่มาจากที่นี่

เมืองหลวงปักกิ่ง ซึ่งพบผู้ป่วยรายใหม่นับสิบรายที่สืบย้อนไปถึงทางตะวันตกเฉียงเหนือ ห้ามไม่ให้ผู้ที่เดินทางมาจากที่ใดในประเทศที่มีรายงานว่ามีผู้ป่วยโควิดในพื้นที่ ผู้ที่ต้องไปปักกิ่งจากพื้นที่ดังกล่าวจะต้องทำการตรวจเชื้อโดยดำเนินการไม่เกินสองวันก่อนหน้านี้ และต้องถูกจับตาแนวโน้มสุขภาพเป็นเวลา 2 สัปดาห์

Photo by AFP

ยังฮึดสู้ Evergrande ลั่นเริ่มโครงการที่หยุดชะงักอีกครั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666311

วันที่ 24 ต.ค. 2564 เวลา 17:08 น.ยังฮึดสู้ Evergrande ลั่นเริ่มโครงการที่หยุดชะงักอีกครั้งบริษัท Evergrande ที่ถูกหนี้รุมเร้าของจีนกลับมาทำงานในโครงการอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 10 โครงการ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า China Evergrande Group กล่าวในวันอาทิตย์ว่าได้กลับมาเริ่มทำงานในโครงการมากกว่า 10 โครงการใน 6 เมืองรวมถึงเซินเจิ้นซึ่งเป็นคำแถลงที่ออกมาหลังจากที่ดูเหมือนว่าบริษัทจะสามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระด้วยการจ่ายคูปองพันธบัตรในนาทีสุดท้ายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

Evergrande อยู่ในภาวะวิกฤตที่มีหนี้สินมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ไม่ได้เปิดเผยว่ามีโครงการอสังหาริมทรัพย์กี่แห่งที่ต้องระงับโครงการ จากโครงการทั้งหมด1,300 โครงการทั่วประเทศจีน

บริษัทกล่าวเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่าบางโครงการถูกระงับเนื่องจากการชำระเงินให้กับซัพพลายเออร์และผู้รับเหมาล่าช้า และอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อดำเนินการก่อสร้างใหม่

ในวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม บริษัทระบุในโพสต์บนบัญชี Wechat ว่าโครงการบางโครงการที่ได้กลับมาดำเนินการได้เข้าสู่ขั้นตอนการตกแต่งภายในแล้ว ในขณะที่อาคารอื่นๆ เพิ่งเสร็จสิ้นการก่อสร้าง

Evergrande เสริมว่าความพยายามในการรับประกันการก่อสร้างจะเพิ่มความเชื่อมั่นของตลาด และรวมภาพถ่ายของคนงานก่อสร้างในโครงการต่างๆ หลายภาพ พร้อมประทับเวลาและวันที่

เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อันดับสองของจีนแห่งนี้ยังให้สัญญากับผู้ที่ต้องการซื้อว่าจะสร้างบ้านของพวกเขาให้แล้วเสร็จ และกล่าวว่าโครงการสร้างสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในเมืองกว่างโจวกำลังดำเนินการตามแผนที่วางไว้

การเคลื่อนไหวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อจ่ายดอกเบี้ย 83.5 ล้านดอลลาร์สำหรับพันธบัตรดอลลาร์สหรัฐแบบหวุดหวิดช่วยซื้อเวลาให้กับ Evergrande ไปอีกหนึ่งสัปดาห์เพื่อต่อสู้กับวิกฤตหนี้ที่เกิดขึ้นจนอาจกระทบต่อจีนซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

และตอกย้ำถึงความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในธุรกิจหลักของบริษัท Evergrande ยังได้ประกาศเมื่อวันศุกร์ถึงแผนการที่จะให้ความสำคัญกับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตมากกว่าอสังหาริมทรัพย์

วิกฤตที่เกิดขึ้นกับ Evergrande ส่งผลสะเทือนไปทั่วภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่มีมูลค่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 4 ของเศรษฐกิจ บริษัทต้องประกาศผิดนัดชำระหนี้ ถึกปรับลดอันดับเครดิต และพันธบัตรองค์กรที่ตกต่ำลง

วิกฤตหนี้ยังถูกจับตามองอย่างกว้างขวางจากตลาดการเงินทั่วโลกที่กังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดในวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจจีน

Photo by Hector RETAMAL / AFP

เผยดัชนีจัดอันดับ คนไทยสนใจคริปโตแค่ไหน? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666306

วันที่ 24 ต.ค. 2564 เวลา 15:36 น.เผยดัชนีจัดอันดับ คนไทยสนใจคริปโตแค่ไหน?อันดับที่ 1 ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เพราะนำมาโดยเพื่อนบ้านอาเซียนของเรา ในขณะที่สองและสามมาไกลจากลาตินอเมริกา

Coinformant ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มทรัพยากรสกุลเงินดิจิทัลของออสเตรเลีย ทำการจัดอันกับประเทศที่มีความสนใจคริปโตเคอร์เรนซี่มากที่สุดในโลก โดยรวมข้อมูลจากการใช้การค้นหาของ Google, ปริมาณการครอบครองคริปโต, จำนวนบทความเกี่ยวกับคริปโต และการมีส่วนร่วมในสกุลเงินดิจิทัล ในการจัดอันดับ

ผลปรากฎว่าประเทศไทยมีระดับความสนใจในคริปโตอันดับที่ 11 ของโลก วัดจากจำนวนผู้ถือคริปโต 3,629,713 ราย การมีส่วนร่วมในคริปโต 4,878,407 ครั้งระหว่างปี 2020 – 2021 หรือเพิ่มขึ้นถึง 435% จากช่วงปี 2019-2020 จำนวนบทความเกี่ยวกับคริปโตเพิ่มขึ้นมาที่ 11,092 ชิ้นเพิ่มขึ้น 67.1% และอัตาการค้นหาเรื่องเกี่ยวกับคริปโตอยู่ที่ 484,090 ครั้ง หรือเพิ่มขึ้น 438.5%

คะแนนรวมทั้งหมดประเทศไทยได้ไป 3.85 คิดเป็นอันดับที่ 12 ของโลก แต่เมื่อแยกปัจจัยการจัดอันดับต่างๆ อันดับของไทยจะมีดังนี้ จำนวนผู้ถือคริปโตไทยอยู่ที่ 9 ของโลก, การมีส่วนร่วมไทยอยู่ที่ 6 ของโลก, จำนวนบทความไทยอยู่ที่ 6 ของโลก และอัตาการค้นหาเรื่องเกี่ยวกับคริปโตไทยอยู่ที่ 6 ของโลกเช่นกัน

สำหรับประเทศที่ได้คะแนนรวมมากที่สุดหรือหมายความว่าสนใจเรื่องคริปโตมากที่สุดคืออินโดนีเซีย ตามด้วยชิลี และอาร์เจนตินา หากวัดในส่วนของการมีส่วนร่วมอินโดนีเซียมากที่สุดเพิ่มข้นถึง 1,772% หากวัดในส่วนของการค้นหาข้อมูล ชิลีอันดับที่ 1 อินโดนีเซียอันดับที่ 2 และเลบานอนอันดับที่ 3 ประเทศที่พิมพ์บทความเรื่องคริปโตมากที่สุดคือฟินแลนด์ และประเทศที่มีคริปโตต่ออัตราประชากรมากที่สุดคือยูเครน 12.73% อันดับที่ 2 คือสิงคโปร์ 9.04%

Photo by Ozan KOSE / AFP

เผยภาพ ‘ผี’ ภาพแรกในประวัติศาสตร์เก่าแก่ 3,500 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666295

วันที่ 24 ต.ค. 2564 เวลา 13:27 น.เผยภาพ ‘ผี’ ภาพแรกในประวัติศาสตร์เก่าแก่ 3,500 ปีแผ่นจารึกที่ทำขึ้นในบาบิโลนโบราณประมาณ 1500 ปีก่อนคริสตศักราช อาจเป็นภาพแรกของผีที่เรารู้จักกัน จากการเปิดเผยนักวิชาการชั้นนำของจารึกตะวันออกกลางโบราณ

เออร์วิง ฟินเคิล (Irving Finkel) ภัณฑารักษ์ในแผนกตะวันออกกลางของพิพิธภัณฑ์ลอนดอนและผู้แต่งหนังสือเรื่อง The First Ghosts: Most Ancient of Legacies (ผีตัวแรก มรดกจากยุคโบราณที่เก่าแก่ที่สุด) ที่กำลังจะออกจำหน่าย กล่าวว่าภาพผีปรากฏในแผ่นดินดิบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคู่มือการไล่ผีที่รวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอังกฤษ

พิพิธภัณฑ์ได้รับสิ่งแผ่นดินดิบนี้มาในศตวรรษที่ 19 แต่ยังไม่เคยจัดแสดง มันมีขนาดเท่ากับฝ่ามือ มีคำแนะนำอย่างละเอียดในการกำจัดผีที่มารบกวนมนุษย์ ส่วนภาพนั้นจะมองเห็นได้เมื่อมองจากด้านโดยใช้แสงสว่างส่องลงมาให้เกิดร่องเงาที่ชัดเจนเท่านั้น

จากคำแนะนำที่จำหลักเอาไว้ แนะนำให้หมอผีทำรูปแกะสลักของชายและหญิง เตรียมเบียร์สองเหยือก และเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ให้กล่าวมนตร์พิธีกรรมเพื่ออัญเชิญเทพชามาช (Shamash) เทพแห่งอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ซึ่งมีหน้าที่นำผีมาสู่ยมโลก ฟินเคิลกล่าวว่ามันอาจเป็นพิธีไล่ยผีไปสิงสู่ที่ตุ๊กตาแทนที่จะสิ่งร่างคน

บรรทัดสุดท้ายของข้อความนี้กระตุ้นให้ผู้อ่าน “อย่ามองไปข้างหลัง!”ซึ่งคำเตือนนี้น่าจะหมายถึงการสั่งให้ผีที่สิงในรูปตุ๊กตาอย่าได้มองกลับมายังโลกนี้เมื่อกำลังเดินทางไปยังยมโลก แต่ก็อาจหมายถึงคำสั่งอื่นๆ ระหว่างการทำพิธีไล่ผีก็เป็นได้

ภาพ British Museum

ส่วนภาพที่เห็นในแผ่นดินดิบคือภาพของวิญญาณกำลังถูกชักนำไปยังปรโลก ฟินเคิลกล่าวว่าภาพวาดนี้น่าจะทำโดยช่างฝีมือระดับปรมาจารย์ที่มีทักษะสูงในการวาดภาพด้วยดินเหนียว แผ่นดินดิบนี้อาจถูกเก็บไว้ในห้องสมุดของหมอผีหรือในวัด

ทั้งนี้ อารยธรรมเมโสโปเตเมียนิยมจารึกเรื่องราวและวาดภาพลงในแผ่นดินดิบ (ในยุคนั้นยังไม่มีกระดาษและวัสดุอื่นๆ มีราคาแพง) โดยการจารึกจะใช้ก้านอ้อมาตัดปลายให้แหลมทำเป็นปากกา จากนั้นกดรูปอักษรลงบนแผ่นดินเหนียวที่ยังเปียกหมาดๆ จากนั้นปล่อยให้แห้งเป็นดินดิบ ทำให้พวกมันคงทน และปัจจุบันนักโบราณคดีสามารถพบ “เอกสาร” อายุหลายพันปีที่ทำจากดินดิบเป็นจำนวนมาก

ชาวเมโสโปเตเมียโบราณเชื่อในชีวิตหลังความตาย เชื่อว่ามีเป็นดินแดนที่อยู่ใต้โลกของเรา ดินแดนแห่งนี้หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า Arallu, Ganzer หรือ Irkallu ซึ่งมีความหมายว่า “เบื้องล่างมาก” ซึ่งเชื่อกันว่าทุกคนจะต้องไปที่นี่หลังจากความตาย โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคมหรือการกระทำใดๆ ในช่วงที่ยังมีชีวิต ความเชื่อชาวเมโสโปเตเมียต่างจากนรกในศาสนายุคใหม่ เช่นศาสนาคริสต์ โดยถือว่าปรโลกไม่ใช่สถานที่ที่มีการลงโทษหรือรางวัล

อย่างไรก็ตาม สภาพของคนตายแทบจะไม่ถือว่าเหมือนกับชีวิตที่เคยมีความสุขบนโลกมาก่อน คนที่ตายแล้วเป็นเพียงผีที่อ่อนแอและไม่มีอำนาจ ในตำนานเรื่องเทพีอิชตาร์มาสู่โลก (อิชตาร์เป็นเทพสตรีองค์สำคัญของเมโสโปเตเมีย) เล่าเรื่องใต้พิภพเล่าว่าพวกผีนั้น “มีผงธุลีเป็นอาหารและดินเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง พวกเขาไม่เห็นแสงสว่าง สถานที่ซึ่งพวกเขาอาศัยอยู่ในความมืด”

ปูตินชี้ให้เด็กแปลงเพศ ถึงขั้นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666282

วันที่ 24 ต.ค. 2564 เวลา 11:16 น.ปูตินชี้ให้เด็กแปลงเพศ ถึงขั้นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติผู้นำรัสเซียขึ้นชื่อในเรื่องทัศนะที่ต่อต้านความหลากหลายทางเพศเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คราวนี้เขาโจมตีหนักถึงแนวโน้มที่ประเทศตะวันตกเริ่มเปิดกว้างให้เด็กๆ เลือกเพศทางเลือกได้ตั้งแต่ก่อนบรรลุนิติภาวะ

วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวในการประชุมที่เมืองโซชีว่า การที่ให้เด็กชายและเด็กหญิงเรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นคนข้ามเพศ “เกือบจะถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” จากการรายงานของ Daily Mail

ผู้นำรัสเซียกล่าวว่า “มันแย่มากที่เด็กๆ ในตะวันตกได้รับการสอนเกี่ยวกับความคิดที่ว่าเด็กผู้ชายสามารถเป็นเด็กผู้หญิงได้”

เขากล่าวว่า “(มันเป็น) ช่วงเวลาที่เลวร้ายเมื่อเด็กๆ ถูกผลักดันให้เชื่อตั้งแต่แรกเริ่มว่าเด็กผู้ชายสามารถกลายเป็นผู้หญิงได้อย่างง่ายดายและในทางกลับกัน (คือเด็กหญิงกลายเป็นเด็กผู้ชาย”

“‘พวกเขาถูกผลักดันให้เชื่อว่าพวกเขามีทางเลือก ถูกบังคับในขณะที่พ่อแม่ถูกผลักไสออกไป” ปูตินกล่าว “และเด็กถูกบังคับให้ตัดสินใจที่สามารถทำลายชีวิตของพวกเขาได้”

ปูตินชี้ว่าโลกตะวันตกกำลังบ่อนทำลายตัวเองด้วยการเอาอกเอาใจชนกลุ่มน้อยและส่งเสริมแนวคิด “วัฒนธรรมการแคนเซิล” เขาบอกว่า “การลบหน้าประวัติศาสตร์ของพวกเขาทั้งหน้าอย่างก้าวร้าว การเลือกปฏิบัติแบบกลับตาลปัตรต่อคนส่วนใหญ่เพื่อผลประโยชน์ของชนกลุ่มน้อย … (คนเหล่านี้เชื่อว่า) เป็นการเคลื่อนไหวไปเพื่อฟื้นฟูสาธารณะ”

“มันเป็นสิทธิของพวกเขา แต่เรากำลังขอให้พวกเขาหลีกให้พ้นจากบ้านของเรา เรามีมุมมองที่ต่างออกไป” ปูตินกล่าวเสริมโดยย้ำถึงจุดยืนของรัสเซีย ระบุว่ารัสเซียควรรักษา “ค่านิยมทางจิตวิญญาณและประเพณีทางประวัติศาสตร์”

ทั้งนี้ ในเดือนมิถุนายน 2013 รัฐสภาแห่งชาติ (ดูมาแห่งรัฐ) มีมติเป็นเอกฉันท์ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้ลงนามในกฎหมายทั่วประเทศที่ห้ามการแจกจ่ายสื่อที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ LGBT ในหมู่ผู้เยาว์ กฎหมายไม่ได้กล่าวถึงคำว่า “การรักร่วมเพศ” อย่างชัดเจน แต่ใช้คำสละสลวยว่า “ความสัมพันธ์ทางเพศที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิม” แทน

ภายใต้กฎหมายนี้ การกระทำใด ๆ ต่อไปนี้ต่อหน้าผู้เยาว์ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น จัดกิจกรรมแสดงความความภาคภูมิใจของเกย์ พูดเพื่อสนับสนุนสิทธิเกย์ หรือกล่าวว่าความสัมพันธ์แบบเกย์เท่ากับความสัมพันธ์ต่างเพศ

จากการสำรวจที่จัดทำขึ้นในเดือนมิถุนายน 2013 โดย Russian Public Opinion Research Center (VTsIOM) พบว่าอย่างน้อย 90% ของชาวรัสเซียผู้ตอบแบบสำรวจเห็นด้วยกับกฎหมาย

Photo by Alexey DRUZHININ / SPUTNIK / AFP

สิงคโปร์จะเพิ่ม Sinovac ในโครงการวัคซีนแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/666275

วันที่ 24 ต.ค. 2564 เวลา 09:42 น.สิงคโปร์จะเพิ่ม Sinovac ในโครงการวัคซีนแห่งชาติหลังจากที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้วัคซีนของ Sinovac โดยบริการของเอกชนมาหลายเดือน

The Strait Times รายงานว่า รัฐบาลสิงคโปร์จะรวมวัคซีนที่ผลิตโดยบริษัท Sinovac Biotech Ltd. มาอยู่ในโครงการการฉีดวัคซีนแห่งชาติเพื่อให้ผู้ที่ไม่สามารถใช้ mRNA ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ โครงการปัจจุบันได้อนุมัติเฉพาะวัคซีนมาจาก Pfizer Inc. และ Moderna Inc.

ส่วนวัคซีนของ Sinovac นั้นกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์กล่าวว่าจะฉีด 3 เข็มและผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้

สิงคโปร์ระบุว่าควรฉีด Sinovac เข็มที่สอง 28 วันหลังจากเข็มแรกในขณะที่เข็มที่สามควรได้รับ 90 วันหลังจากเข็มที่สอง

บุคคลทุกคนที่ได้รับวัคซีน Sinovac จำนวน 2 เข็มจะถือว่าฉีดวัคซีนครบถ้วนแต่มีระยะเวลาเพียง 4 เดือน และบุคคลนั้นๆ จะต้องฉีดเข็ม 3 หลังจากผ่านไป 4 เดือนเพื่อรักษาสถานะการฉีดวัคซีน

สิงคโปร์เริ่มเข้มงวดกับการฉีดวัคซีนครบถ้วนมากขึ้นหลังจากเกิดกรณีติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะเดินหน้าแนวทาง “อยู่ร่วมกับโควิด” และมีอัตจราการฉีดวัคซีนในประเทศสูงมากแล้วก็ตาม

Bloomberg รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์จะห้ามผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเข้าไปในพื้นที่ทำงาน/ออฟฟิศโดยเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม เว้นแต่คนเหล่านั้นจะมีผลตรวจเป็นลบทุกวัน

“พนักงานที่ไม่ได้รับวัคซีนจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับไปทำงาน เว้นแต่พวกเขาจะมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบก่อนเดินทางกลับที่ทำงาน และพวกเขาจะต้องจ่ายค่าตรวจเหล่านี้” กระทรวงสาธารณสุขระบุในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์

Photo by Roslan RAHMAN / AFP

Oil giant Saudi Arabia pledges net zero greenhouse gas emissions by 2060 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40007909


BEIRUT – Saudi Arabias crown prince pledged Saturday that OPECs largest producer will reach “net zero” greenhouse gas emissions by 2060, joining other nations in setting ambitious targets before next months U.N. climate summit.

The announcement was made by Saudi Crown Prince Mohammed bin Salman in a televised statement at the kingdom’s first Saudi Green Initiative Forum. Previously, the powerful Saudi energy minister, Prince Abdulaziz bin Salman, had ridiculed the International Energy Agency’s 2050 target for reaching net-zero emissions, calling it “a sequel to (the) ‘La La Land’ movie.”

But there was no indication in Saturday’s announcement that Saudi Arabia aims to slow down its investments in new oil and gas development. The Saudi economy still heavily relies on revenue from fossil fuels, despite an aggressive campaign spearheaded by the crown prince to diversify its commerce away from the production of fossil fuels.

The announcement also provided little detail as to how the kingdom aims to reach its goals and cut emissions in the short term, which experts say is a necessity for capping global warming at the level agreed upon in the 2015 Paris accord.

At next month’s COP26 climate summit in Glasgow, Scotland, more than 100 countries will hold further talks on ways to slow Earth’s warming amid alarming evidence that the pace of climate change could be moving faster than earlier predictions.

The prince emphasized his intention to turn the Saudi capital, Riyadh, into one of world’s most sustainable global cities. By 2030, he vowed to plant 450 million trees, to rehabilitate nearly 20 million acres of land – about the size of South Carolina – and to reduce 278 million tons of carbon emissions a year.

The transition to net-zero carbon emissions, the prince said, will be reached through a “carbon circular economy” – a plan built around initiatives such as recycling and carbon removal – but he gave no specific details.

This transition will be reached in a way that “preserves the kingdom’s leading role in enhancing the security and stability of global energy markets, in light of the maturity and availability of the necessary technologies to manage and lower emissions,” he said.

During the Riyadh forum, the Saudi energy minister said the goal could be achieved earlier than 2060 and would not have any adverse financial or economic impact.

The minister promised that what is happening now “is only a prelude of what kind of a vision we would have that would enable us to build the bridges between sustainability, economic diversity, economic growth and the enhancement of the well-being of Saudi Arabia.”

Saudi Arabia also joined the Global Methane Pledge, an agreement to cut methane emissions by 30 percent by 2030. The pledge has become a high priority for the United States and the European Union. Saudi Arabia is one of the world’s largest producers of natural gas, which is made up almost entirely of methane, much of which leaks into the atmosphere.

About half of the world’s 20 largest emitters have now signed up to reducing their methane, which is one of the most potent greenhouse gases.

Saudi officials and Amin Nasser, chief executive of Saudi oil giant Aramco, expect demand for oil to continue and for it to be the dominant energy source for decades to come, and argue that reducing supply before demand drops risks a dangerous oil price spike, hurting economies such as Saudi Arabia’s that are dependent on oil and gas.

Published : October 24, 2021

By : The Washington Post