ผู้นำไต้หวันลั่นจะไม่ยอมสยบให้จีน หลังสีจิ้นผิงประกาศรวมชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665210

วันที่ 10 ต.ค. 2564 เวลา 10:06 น.ผู้นำไต้หวันลั่นจะไม่ยอมสยบให้จีน หลังสีจิ้นผิงประกาศรวมชาติหลังสีจิ้นผิงประกาศกร้าวว่าจะรวมชาติกับไต้หวันให้ได้ ทั้งสองกล่าวเนื่องในโอกรสครบรอบ 110 ปีของการปฏิวัติซินไฮ่ที่นำจีนสู่ระบอบการเมืองสมัยใหม่และนำไปสู่สงครามกลางเมืองที่แบ่งแยกแผ่นดินใหญ่ออกจากไต้หวัน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินกล่าวในสุนทรพจน์วันชาติว่าไต้หวันจะยังคงเสริมการป้องกันตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสามารถบังคับให้ไต้หวันยอมรับชะตากรรมที่จีนกำหนดให้ หลังจากก่อนหน้านี้ 1 วัน ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง กล่าวในโอกาสครบรอบ 110 ปีการปฏิวัติซินไฮ่ โดยย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะต้องรวมชาติจีนแผ่นดินใหญ่กับไต้หวันให้สำเร็จ เพราะถือเป็นผลประโยชน์ของจีน

“เราหวังว่าความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบจะคลี่คลายลง และจะไม่กระทำการโดยผฟลีผลาม แต่ไม่ควรหลงคิดไปเองอย่างเด็ดขาดว่าชาวไต้หวันจะยอมจำนนต่อแรงกดดัน” ไช่อิงเหวินกล่าวเนื่องในวันชาติไต้หวันซึ่งตรงกับวันสถาปนาสาธารณรัฐจีนหลังการปฏิวัติซินไฮ่โค่นล้มราชวงศ์ชิงเมื่อปี 1911 

“เราจะยังคงสนับสนุนการป้องกันประเทศของเราต่อไปและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะปกป้องตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสามารถบังคับไต้หวันให้ทำตามวิธีที่จีนได้กำหนดไว้สำหรับเรา นี่เป็นเพราะเส้นทางที่จีนได้วางไว้นั้นไม่ได้ให้ฟรี และไม่ใช่วิถีชีวิตประชาธิปไตยของไต้หวัน หรืออำนาจอธิปไตยของประชาชน 23 ล้านคนของเรา”

Photo by Sam Yeh / AFP

ยักษ์ใหญ่เจอเล่นงานอีก จีนปรับ Meituan 3 พันล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665209

วันที่ 10 ต.ค. 2564 เวลา 09:55 น.ยักษ์ใหญ่เจอเล่นงานอีก จีนปรับ Meituan 3 พันล้านจีนฟันโทษปรับ ‘เหม่ยถวน’ กว่า 3 พันล้านหยวน ฐานผูกขาดตลาด

ปักกิ่ง, 9 ต.ค. (ซินหัว) — แถลงการณ์ออนไลน์จากสำนักบริหารการกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน เมื่อวันศุกร์ (8 ต.ค.) ระบุการลงโทษปรับเงินเหม่ยถวน (Meituan) ยักษ์ใหญ่วงการอินเทอร์เน็ต จำนวน 3.442 พันล้านหยวน (ราว 1.8 หมื่นล้านบาท) ฐานใช้อำนาจเหนือตลาดแพลตฟอร์มจัดส่งอาหารของประเทศโดยมิชอบ

สำนักฯ ระบุว่ามูลค่าของการลงโทษปรับเงินดังกล่าวเทียบเท่าราวร้อยละ 3 ของรายได้จากยอดจำหน่ายภายในประเทศทั้งหมดของเหม่ยถวนในปี 2020 ซึ่งรวมอยู่ที่ 1.14 แสนล้านหยวน (ราว 6.02 แสนล้านบาท) ขณะเดียวกันมีคำสั่งให้เหม่ยถวน “แก้ไขข้อผิดพลาดในการดำเนินกิจการ” อย่างครอบคลุมรอบด้านด้วย

การสืบสวนสอบสวนการกระทำผิดของเหม่ยถวนเริ่มต้นในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยสำนักฯ พบว่าเหม่ยถวนใช้อำนาจเหนือตลาดในบริการจัดส่งอาหารภายในประเทศโดยมิชอบด้วยการบีบบังคับบรรดาผู้จัดจำหน่ายอาหารลงนามข้อตกลงความร่วมมือที่มีลักษณะผูกขาด

นอกจากนั้นสำนักฯ ยังตรวจพบว่าเหม่ยถวนใช้มาตรการลงโทษต่างๆ ซึ่งรวมถึงการเรียกเก็บเงินมัดจำจากผู้จัดจำหน่ายอาหาร และการประยุกต์ใช้ลูกเล่นทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวพันกับข้อมูลและอัลกอริธึม กดดันผู้จัดจำหน่ายอาหาร “เลือกหนึ่งจากสอง” เพื่อกีดกันคู่แข่งและจำกัดการแข่งขันในตลาด

สำนักฯ ชี้ว่าพฤติกรรมเหล่านั้นของเหม่ยถวนบ่อนทำลายพลวัตทางนวัตกรรมและความคึกคักมีชีวิตชีวาของตลาดแพลตฟอร์มออนไลน์ด้านการจัดส่งอาหารภายในประเทศ ตลอดจนเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของผู้ค้าและผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้ สำนักฯ จึงสั่งให้เหม่ยถวนยุติกิจกรรมอันผิดกฎหมาย ส่งคืนเงินมัดจำเกือบ 1.29 พันล้านหยวน (ราว 6.77 พันล้านบาท) แก่ผู้จัดจำหน่ายอาหาร ซึ่งชำระไว้ก่อนหน้านี้เพื่อเข้าร่วมแพลตฟอร์มสั่งและส่งอาหารของเหม่ยถวนเป็นกรณีพิเศษ

ขณะเดียวกันสำนักฯ สั่งให้เหม่ยถวนแก้ไขข้อผิดพลาดในการดำเนินกิจการอย่างรอบด้าน ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงกลไกเรียกเก็บค่านายหน้าและกฎระเบียบด้านอัลกอริธึม การคุ้มครองผลประโยชน์ตามกฎหมายของธุรกิจอาหารขนาดเล็ก-กลางบนแพลตฟอร์ม และการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของพนักงานส่งอาหาร

สำนักฯ ทิ้งท้ายว่าเหม่ยถวนควรยื่นรายงานการปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดในการดำเนินกิจการตลอดระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า และทำการพัฒนากิจการที่เป็นไปตามกฎระเบียบ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ครบสมบูรณ์ และยั่งยืน

(แฟ้มภาพซินหัว : พนักงานจัดส่งอาหารของเหม่ยถวนเตรียมกล่องบรรจุอาหารในนครจี่หนาน เมืองเอกของมณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน)

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ฮือฮาหินประหลาดรอยตัดเรียบกริบราวกับฝีมือเอเลี่ยน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665190

วันที่ 09 ต.ค. 2564 เวลา 17:26 น.ฮือฮาหินประหลาดรอยตัดเรียบกริบราวกับฝีมือเอเลี่ยนหินก้อนใหญ่กลางทะเลทรายในซาอุดีอาระเบียสร้างความฮือฮาและความสงสัยในโลกออนไลน์ว่าเป็นฝีมือของเอเลี่ยนหรือไม่

เมื่อเร็วๆ นี้ภาพหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งที่เรียกว่าหินอัล นาสลา (Al Naslaa) ซึ่งตั้งอยู่กลางโอเอซิสเทย์มา (Tayma) ของซาอุดีอาระเบียสร้างความฮือฮาให้ชาวโลก เพราะรอยตัดที่แบ่งหินออกเป็นสองก้อนเป็นเส้นตรงเรียบกริบสวยงามราวกับถูกตัดด้วยเลเซอร์

ผู้คนในโลกออนไลน์พากันตั้งคำถามถึงที่มาที่ไปของรอยตัดบนก้อนหินนี้ โดยคำตอบแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายชัดเจน

ฝ่ายแรกมองว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวที่มาเยือนโลกในอดีต อาทิ ผู้ใช้ Reddit ชื่อ El_Hombre_Siniestro บอกว่า “ไม่ได้บอกว่ามันเป็นเอเลี่ยนหรอกนะ แต่มันคือเอเลี่ยน” ซึ่งผู้ใช้ชื่อ Mrkim420 เข้ามาแสดงความเห็นด้วยโดยบอกว่า “เอเลี่ยนแน่นอน”

ผู้ใช้รายหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่ารอยตัดนี้เกิดจากมนุษย์ต่างดาวบังเอิญปล่อยแสงเลเซอร์ลงมาที่ดาวเคราะห์ที่พวกเขาพบจึงตัดแบ่งหินออกเป็นสองก้อน

อีกทฤษฎีหนึ่งบอกว่าอารยธรรมโบราณมีความล้ำกว่าที่เราคาดไว้ โดยในคลิปของ YouTube คลิปหนึ่งคาดเดาว่าหินอัล นาสลาเป็นหลักฐานของความไฮเทคในยุคแรก เช่นเดียวกับผู้ใช้ชื่อ Ricopantalones ที่บอกว่า “ทำไมถึงคิดว่าเป็นเอเลี่ยนล่ะ มีหลักฐานกองเท่าภูเขาบ่งบอกว่าเทคโนโลยีในสมัยโบราณมีความล้ำกว่าที่เราคิดไว้ซะอีก เราไม่ได้อยู่ในยุคเทคโนโลยีล้ำสมัยยุคแรกนะ เราอาจจะเป็นยุคที่สองก็ได้”

อีกกลุ่มหนึ่งเปรียบเทียบหินสองก้อนนี้กับพีระมิดของยุคอียิปต์โบราณ อาทิ ผู้ใช้ชื่อ NicholasPileggi บอกว่ารอยแยกของหินที่ซาอุดีอาระเบียถูกตัดในลักษณะเดียวกับการตัดก้อนหินมาทำพีระมิด ซึ่งก็คือการใช้เชือกและทราย

ความเห็นอีกฝั่งหนึ่งมาจากนักวิชาการ อาทิ เชอร์รี่ ลูอิส นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยบริสทอล เผยกับ MailOnline ว่า อาจเป็นผลงานของธรรมชาติ

“มัน (รอยตัด) อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการที่เรียกว่า การผุกร่อนแบบ freeze-thaw ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อน้ำซึมเข้าไปในรอยแตกเล็กๆ ของก้อนหิน และเมื่ออุณหภูมิลดลงน้ำเหล่านั้นก็แข็งและขยายตัวซึ่งทำให้รอยแตกของหินกว้างขึ้นและยาวขึ้น และเมื่อน้ำแข็งละลาย น้ำก็จะซึมลงไปในรอยแตกของหินลึกขึ้นๆ เมื่อกระบวนการนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ นับพันหรืออาจเป็นล้านปี หินจะแยกจากกันในที่สุด กระบวนการนี้เมื่อรวมกับการพังทลายที่เกิดจากลม ซึ่งในสภาพแวดล้อมทะเลทายก็เหมือนกับเครื่องพ่นทราย ก็สามารถอธิบายได้ว่าทำไมหินจึงตั้งอยู่ในลักษณะนี้” ลูอิสเผย

เธอยังเผยอีกว่า ปรากฏการณ์เครื่องพ่นทรายอาจทำให้พื้นผิวหน้าของหินเรียบขึ้นเมื่อรวมกับกระแสลมประจำปี

ลูอิสยังเห็นด้วยกับทฤษฎีที่ว่ารอยตัดดังกล่าวเกิดจากฝีมือมนุษย์ โดยบอกว่า “เนื่องจากอารยธรรมในอดีตได้สร้างสโตนเฮนจ์และประติมากรรมหินบนเกาะอีสเตอร์ด้วยเครื่องมือพื้นฐานที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่มันจะเกิดจากน้ำมือมนุษย์”

แต่สุดท้ายเธอสรุปว่า “ตอนแรกดูเหมือนว่ารอยแตกเกิดจากฝีมือมนุษย์ รวมทั้งพื้นผิวที่เรียบกริบด้วย แต่ฉันได้เห็นรูปที่มีรอยแตกขนานกันด้านหลัง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าเกิดจากธรรมชาติ”

ด้าน ทิม เรสตัน นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมมองว่า รอยตัดดังกล่าวเกิดจากสองปรากฏการณ์ร่วมกันคือ รอยแตกตามธรรมชาติของหินซึ่งมักจะเกิดขึ้นจากการปลดปล่อยแรงดันและการขยายตัว ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อชั้นหินก่อตัวอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็ถูกสภาพแวดล้อมรอบๆ กัดกร่อน

ทั้งนี้ หินก้อนดังกล่าวเกิดจากหินทราย สูง 30 ฟุต กว้าง 25 ฟุต และมีรูปสลักที่ดูเหมือนผู้ชายนั่งอยู่บนหลังม้า และกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ไปเยือน โดยพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งใช้เวลาขับรถจากกรุงริยาดราว 8 ชั่วโมง

ภาพ: saudi-archaeology.com

Standard Chartered ฟันธงท่องเที่ยวไทยใช้เวลา 3 ปีถึงจะฟื้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665184

วันที่ 09 ต.ค. 2564 เวลา 15:30 น.Standard Chartered ฟันธงท่องเที่ยวไทยใช้เวลา 3 ปีถึงจะฟื้นกูรูเศรษฐฏิจมองว่าการท่องเที่ยวไทยต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว 3 ปีจึงจะกลับมาอยู่ในช่วงก่อน Covid-19 ระบาด

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ธนาคาร Standard Chartered ฟันธงว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีจึงจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อน Covid-19 ระบาด แม้ว่าขณะนี้ไทยจะกำลังเตรียมผ่อนคลายมาตรการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ครบโดสแล้วในเดือนหน้าแล้วก็ตาม

ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร Standard Chartered ในไทยระบุไว้ในรายงานว่า การฟื้นตัวอย่างช้าๆ ของภาคการท่องเที่ยวซึ่งมีสัดส่วน 15% ของจีดีพีของไทยหมายความว่าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของอาเซียนยังคงอ่อนแอในช่วง 2 ปีข้างหน้า

“เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวลำบากหากภาคการท่องเที่ยวไม่ดีขึ้น” ทิม ลีฬหะพันธุ์ เผย “นี่อาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจอ่อนแอในปี 2022-2023 แม้ว่าจะมีเศรษฐกิจฐานล่างหนุนก็ตาม”

ไทยเตรียมยกเลิกมาตรการกักตัวนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลายแห่ง รวมทั้งกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและปรับเปลี่ยนแนวทางไปสู่การอยู่ร่วมกับ Covid-19 แต่ ทิม ลีฬหะพันธุ์ มองว่า แผนการเปิดประเทศอาจสะดุดหากสถานการณ์การแพร่ระบาดในไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง

ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยลดลงเหลือ 73,932 คนจากเกือบ 40 ล้านคนในปี 2019 ซึ่งสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐ Standard Chartered เผยว่า ไทยต้องการนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6 ล้านคนเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปใน 8 เดือนแรกจนถึงเดือน ส.ค.ของปีนี้ที่อยู่ที่ 8,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทิม ลีฬหะพันธุ์ เผยว่า ปีหน้านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามา 4 ล้านคนจะช่วยสร้างรายได้เทียบเท่ากับ 1% ของจีดีพี โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะจับจ่ายใช้สอยราว 1,500 เหรียญสหรัฐ หรือ 50,775 บาทต่อคนระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในไทย

นักเศรษฐศาสตร์ของ Standard Chartered กล่าวอีกว่า นักท่องเที่ยวจีนซึ่งมีสัดส่วน 28% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยในปี 2019 ไม่น่าจะกลับมาเป็นจำนวนมากในเร็วๆ นี้ เนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทาง ขณะที่นักท่องเที่ยวจากอินเดียคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในเดือนหน้าซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลดิวาลี แม้ว่าจะไม่เท่ากับจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนก็ตาม

ทั้งนี้ เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยเหลือ 150,000 คนในปีนี้ และ 6 ล้านคนในปี 2022

Photo by Romeo GACAD / AFP

สีจิ้นผิงประกาศกร้าวจีนต้องรวมชาติกับไต้หวันให้ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665178

วันที่ 09 ต.ค. 2564 เวลา 13:00 น.สีจิ้นผิงประกาศกร้าวจีนต้องรวมชาติกับไต้หวันให้ได้ผู้นำจีนย้ำชัดเจนอีกครั้งว่าจีนจะต้องรวมชาติกับไต้หวันให้สำเร็จ

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง กล่าวในโอกาสครบรอบ 110 ปีการปฏิวัติซินไฮ่ซึ่งเป็นการสิ้นสุดการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เมื่อปี 1911 โดยย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะต้องรวมชาติจีนแผ่นดินใหญ่กับไต้หวันให้สำเร็จ เพราะถือเป็นผลประโยชน์ของจีน

สีเผยว่าชาวจีนมีประเพณีอันรุ่งเรืองในการคัดค้านการแบ่งแยก “การแบ่งแยกดินแดนเป็นอิสระของไต้หวันคืออุปสรรคใหญ่หลวงต่อการบรรลุการรวมชาติของมาตุภูมิ และเป็นอันตรายร้ายแรงที่สุดที่ซุกซ่อนอยู่ต่อการฟื้นฟูประเทศ”

“การรวมชาติแบบสันติจะเป็นประโยชน์ต่อชาวไต้หวันโดยรวมได้ดีที่สุด แต่จีนจะปกป้องอธิปไตยและความเป็นเอกภาพของตัวเอง” สีจิ้นผิงกล่าวเสริม

“ไม่ควรมีใครดูถูกความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ความมุ่งมั่น และความสามารถอันแข็งแกร่งในการต่อสู่เพื่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติของคนจีน” ผู้นำจีนกล่าว “ภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการรวมชาติจะต้องสำเร็จและจะสำเร็จอย่างแน่นอน”

สีจิ้นผิงยังส่งคำเตือนไปถึงความพยายามแยกตัวเป็นเอกราชและการแทรกแซงจากต่างชาติด้วยว่า “คนที่หลงลืมรากเหง้าของตัวเอง หักหลังแผ่นดินเกิด และพยายามแบ่งแยกประเทศจะมีจุดจบไม่ดี พวกเขาจะถูกผู้คนเหยียดหยามและถูกประวัติศาสตร์ประณาม”

อย่างไรก็ดี คำพูดของสีจิ้นผิงครั้งล่าสุดนี้มีโทนเสียงอ่อนกว่าที่พูดเมื่อเดือน ก.ค. ที่สีประกาศว่าจะทำลายความพยายามใดๆ ก็ตามในการแยกตัวเป็นอิสระ และเมื่อปี 2019 สีจิ้นผิงขู่อย่างตรงไปตรงมาว่าจะใช้กำลังเพื่อทำให้ไต้หวันมาอยู่ภายใต้การควบคุมของจีน

ในเวลาต่อมาทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันออกแถลงการณ์ว่า อนาคตของไต้หวันอยู่ในมือของชาวไต้หวัน และความคิดเห็นสาธารณะมีความชัดเจนมากในการปฏิเสธโมเดล “หนึ่งประเทศ สองระบบ”

ขณะที่สำนักงานกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ของไต้หวันออกแถลงการณ์เรียกร้องให้จีนละทิ้งการบุกรุกที่เป็นการยั่วยุ การล่วงละเมิด และการทำลายล้าง

REUTERS/Carlos Garcia Rawlins

ภาพดาวเทียมแฉจีนแอบขยายฐานทัพอากาศใกล้ไต้หวัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665171

วันที่ 09 ต.ค. 2564 เวลา 11:50 น.ภาพดาวเทียมแฉจีนแอบขยายฐานทัพอากาศใกล้ไต้หวันกองทัพจีนขยายฐานทัพอากาศที่อยู่ใกล้ไต้หวันแถมส่งเครื่องบินรบรุ่นใหม่สุดล้ำไปจอด

ภาพถ่ายทางดาวเทียมและแหล่งข่าวจากกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) เผยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนกำลังขยายฐานทัพอากาศที่อยู่ใกล้กับฝั่งตะวันออกของไต้หวันด้วยการส่งเครื่องบินรบลำล้ำสมัยลำใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ไปจอดประจำการ

ภาพถ่ายดาวเทียมที่เผยแพร่โดยนิตยสารเกี่ยวกับการทหาร Kanwa Defence Review ในแคนาดาแสดงให้เห็นเครื่องบินรบ J-16D จอดประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศในมณฑลเจียงซี

และอีกภาพหนึ่งที่ถ่ายตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นฐานทัพอากาศอีกแห่งหนึ่งในเขตฉางซิง มณฑลเจ้อเจียงที่มีการก่อสร้างโรงเก็บเครื่องบินและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ เพิ่มเติม โดยทั้งสองฐานทัพดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของกองบัญชาการตะวันออกของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนที่ดูแลช่องแคบไต้หวัน

อันเดรย์ ฉาง บรรณาธิการนิตยสาร Kanwa Defence Review เผยว่า ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าเครื่องบินรบ J-16D ถูกส่งไปประจำการที่ฐานทัพอากาศเซี่ยงถังในเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซีเมื่อเดือน พ.ค. ภาพถ่ายดาวเทียมภาพหนึ่งแสดงให้เห็นโรงเก็บเครื่องบินที่สามารถจอดเครื่องบินรบล้ำสมัยอย่าง J-16D ในฐานทัพอากาศ

“ฐานทัพอากาศทุกแห่งตามแนวชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้กำลังถูกต่อเติมและยกระดับให้สามารถจอดเครื่องบินรบได้มากขึ้นรองรับการจู่โจมทางอากาศครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น” ฉางกล่าว “การส่งเครื่องบิน 52 ลำในระลอกแรกขึ้นน่านฟ้าไต้หวันเมื่อวันจันทร์แสดงความแข็งแกร่งของกองทัพอากาศจีน ผมคาดว่าจีนจะส่งเครื่องบินปฏิบัติการอีกในอนาคต ด้วยฝูงบินที่ใหญ่กว่าซึ่งน่าจะมีกว่า 100 ลำ”

ด้านแหล่งข่าวจากกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนยืนยันกับ South China Morning Post ว่า เครื่องบินรบ J-16D ถูกส่งไปประจำการที่ฐานทัพอากาศทางตะวันออกใกล้กับไต้หวัน และบอกว่าปฏิบัติการทางทหารใกล้กับไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกความพร้อมรบ

ทั้งนี้ เครื่องบินรบ J-16D ผลิตและออกแบบโดย Shenyang Aircraft Corporation เป็นเครื่องบินรบ J-16 รุ่นล่าสุดของกองทัพจีน มีสมรรถนะในการตัดเรดาร์และระบบสื่อสารของศัตรูได้หลายชนิด เพื่อแทรกซึมเข้าไปในน่านฟ้าที่ได้รับการป้องกันอย่างดี

นอกจากการรบกวนเรดาร์แล้ว เครื่องบินรบ J-16D ของจีนยังติดตั้งเครื่องปล่อยมิสไซล์ไว้ที่ปลายปีกที่ผ่านการยกเครื่องมาแล้ว และถูกนำมาโชว์ต่อสาธารณชนในงานไชน่าแอร์โชว์เมื่อเร็วๆ นี้

เครื่องบินรบ A J-16D (ลำที่ 3 จากขวา) จอดอยู่ที่ฐานทัพอากาศเซี่ยงถังในมณฑลเจียงซีของจีน ภาพ: Kanwa Defence Review

Photo by Noel Celis / AFP

เผยกองทัพสหรัฐแอบส่งหน่วยลับเข้าไปฝึกทหารให้ไต้หวันเป็นปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665163

วันที่ 09 ต.ค. 2564 เวลา 09:30 น.เผยกองทัพสหรัฐแอบส่งหน่วยลับเข้าไปฝึกทหารให้ไต้หวันเป็นปีกองกำลังพิเศษและนาวิกโยธินของกองทัพสหรัฐเข้าไปช่วยฝึกทหารให้กองทัพไต้หวันท่ามกลางความตึงเครียดจีน-สหรัฐ

Wall Street Journal รายงานว่า กองทัพสหรัฐส่งทหารหน่วยพิเศษ 12 นายและนาวิกโยธินอีกจำนวนหนึ่งเข้าไปช่วยฝึกทหารให้กองทัพไต้หวันมานานอย่างน้อย 1 ปี ถือเป็นสัญญาณล่าสุดของความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ

Wall Street Journal รายงานอีกว่า ทหารสหรัฐมีการหมุนเวียนเข้าออกซึ่งบ่งบอกว่าไม่มีการประจำการแบบถาวร และทหารสหรัฐที่เป็นพี่เลี้ยงในการฝึกซ้อมถูกส่งมาที่ไต้หวันครั้งแรกในสมัยอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีการรายงานข่าว

กระทรวงกลาโหมไต้หวันปฏิเสธการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานดังกล่าว ด้าน จอห์น ซัพเปิล โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ไม่ได้เอ่ยถึงรายงานดังกล่าวโดยตรง เพียงกล่าวว่า “การสนับสนุนของเราและความสัมพันธ์ทางการทหารกับไต้หวันยังคงสอดคล้องกับภัยคุกคามในปัจจุบันที่มาจากจีน เราขอเตือนให้จีนปฏิบัติตามพันธสัญญาในการแก้ไขปัญหาความแตกต่างระหว่างช่องแคบอย่างสันติ”

ด้าน จ้าวลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเรียกร้องให้สหรัฐยุติความสัมพันธ์และให้ความช่วยเหลือทางการทหารกับไต้หวัน “จีนจะทำทุกวิถีทางในการปกป้องอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตัวเอง”

ส่วนสื่อรายใหหญ่ของจีนอย่าง Global Times ระบุว่าสภาแห่งรัฐจีนคัดค้านการร่วมมือทางการทหารทุกรูปแบบระหว่างไต้หวันและสหรัฐ

“เราเรียกร้องให้สหรัฐปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วม 3 ฉบับในกรณีไต้หวันและหยุดการยั่วยุ ทางการไต้หวันร่วมมือกับกองกำลังภายนอกเพื่อแสวงหาเอกราชและปฏิเสธการรวมชาติ สิ่งนี้นำพาชาวไต้หวันไปสู่หายนะ และความพยายามของพวกเขาจะพบกับความล้มเหลว” Global Times ระบุ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่านาวิกโยธินหน่วยจู่โจมของสหรัฐเข้าไปในไต้หวัน ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันโดยกองบัญชาการกองทัพเรือไต้หวันว่าเป็นการแลกเปลี่ยนและการฝึกซ้อมร่วมกันระหว่างไต้หวันและสหรัฐตามปกติ

Photo by SAM YEH / AFP

ส่องแนวทางไต้หวันจับมือชาติเอเชียฟื้นตัวจากวิกฤต-ต้านจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665141

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 19:00 น.ส่องแนวทางไต้หวันจับมือชาติเอเชียฟื้นตัวจากวิกฤต-ต้านจีนไต้หวันร่วมหารือพันธมิตรในการต่อสู้กับโควิด-19 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ตลอดจนรับมือภัยคุกคามจากจีน

ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันกล่าวในการประชุม Yushan Forum ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 8 ต.ค. ณ กรุงไทเป ในหัวข้อ “การจัดลำดับความสำคัญของความก้าวหน้าด้วยความยืดหยุ่น” โดยยืนยันว่าไต้หวันไม่มีนโยบายเผชิญหน้าทางทหารกับจีน แต่จะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวิถีประชาธิปไตยและเสรีภาพของตน พร้อมแสดงจุดยืนที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติและรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและไต้หวันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมากองทัพจีนส่งเครื่องบินรุกล้ำน่านฟ้าอธิปไตยของไต้หวันไปแล้วเกือบ 150 ลำ

จับมือพันธมิตรต้านจีน

• ไช่ อิงเหวิน เน้นย้ำถึงสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และจะทำงานร่วมกับประเทศพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ป้องกันความขัดแย้งทางอาวุธในทะเลจีนใต้ และในช่องแคบไต้หวัน

• ด้านรองประธานาธิบดี ไล่ชิงเต๋อ ระบุว่าไต้หวันจะทำงานร่วมกับชาติเอเชียและประเทศพันธมิตรเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ ขับเคลื่อนเทคโนโลยี ส่งเสริมประชาธิปไตย และเศรษฐกิจที่เปิดกว้างและเสรี

พร้อมกล่าวถึงการขอเข้าร่วมข้อตกลงความครอบคลุมและความก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนทางการค้าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก หรือ CPTPP ของไต้หวันว่า ไต้หวันไม่ควรถูกกีดกัดการเข้าร่วมข้อตกลงดังกล่าวเพราะปัญหาทางการเมือง

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไต้หวันยอมรับว่าเผชิญกับ “ปัญหาทางการเมือง” บางประการในการเข้าร่วม CPTPP เมื่อจีดแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการเข้าร่วมกลุ่มการค้าระดับภูมิภาคและข้อตกลงการค้าทวิภาคีใดๆ ของไต้หวัน โดยเน้นย้ำถึงนโยบายจีนเดียวซึ่งไต้หวันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจีนที่ไม่อาจแบ่งแแยกได้

• นอกจากนี้ยังได้กล่าวขอบคุณประเทศสมาชิกกลุ่มจตุภาคีด้านความมั่นคง หรือ Quad ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสหรัฐ อินเดีย ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น และสมาชิกสนธิสัญญา AUKUS ซึ่งได้แก่ สหรัฐ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ที่ร่วมส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ท่ามกลางการคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากจีน

• ขณะที่โทนี่ แอบบอตต์ อดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวประณามจีนสำหรับการแสดงท่าทีคุกคามในภูมิภาค พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญในการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับไต้หวัน โดยระบุว่าออสเตรเลียไม่ควรเพิกเฉยต่อชะตากรรมของเพื่อนประชาธิปไตยที่มีประชากรเกือบ 25 ล้านคน

โดยทิ้งท้ายว่า “หากเราเป็นมิตร เราก็จะมีเพื่อน แต่หากเราเป็นคนพาลก็จะไม่มีใครอยากยุ่งกับเรา”

ต่อสู้โควิด ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเทคโนโลยี

• ในการประชุมครั้งนี้ได้เชิญนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้นำทางความคิดจากประเทศต่างๆ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการต่อสู้กับโควิด-19 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเทคโนโลยี แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการแก้ปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้้นในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เมื่อเกิดโรคระบาด ตลอดจนมีการเสวนาภายใต้หัวข้อ “อนาคตของภูมิภาคเอเชีย”

• โดยไต้หวันได้ร่วมมือกับชาติเอเชีย อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมถึงประเทศพันธมิตรอื่นๆ อาทิ สหรัฐ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ในด้านต่างๆ ตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ของไต้หวัน

ความร่วมมือกับไทย

• รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของไต้หวันเปิดเผยว่า ในปีหน้าไต้หวันจะมุ่งเน้นประสานงานด้านสุขภาพกับประเทศคู่ค้ามากขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยต่างชาติเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของไต้หวันได้ดียิ่งขึ้น และทำให้ห่วงโซ่อุปทานสำหรับผลิตภัณฑ์ด้านการดูแลสุขภาพเป็นไปอย่างราบรื่น

• โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความร่วมมือด้านการฝึกอบรมวิชาชีพด้านสุขภาพกับไต้หวันมากที่สุดในบรรดาประเทศในนโยบายมุ่งใต้ใหม่ของไต้หวัน นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือด้าน E-Health Promotion และโครงการ One Country, One Center (1C1C)

Photo by CNA Pool / POOL / AFP

เมื่อ YG Entertainment ไม่เคยหยุดเลือกปฏิบัติกับลิซ่า Blackpink #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665142

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 18:34 น.เมื่อ YG Entertainment ไม่เคยหยุดเลือกปฏิบัติกับลิซ่า Blackpink หลายครั้งที่แฟนคลับต้องออกมาทวงความยุติธรรมให้ลิซ่า Blackpink เพราะถูก YG Entertainment เลือกปฏิบัติ

แฮชแท็ก #YGLetLisaDoHerWork ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ไทยถึง 2 วันติดต่อกัน ตามด้วย “ํYG TREAT LISA EQUALLY” และ #BeFairToLISA ในวันนี้ หลังจาก ฌ็อง คริสตอฟ บาบ็อง ซีอีโอของแบรนด์หรูอย่าง Bulgari ที่ลิซ่า Blackpink เป็นโกลบอลแอมบาสเดอร์ทวีตแจ้งข่าวว่า YG Entertainment ต้นสังกัดไม่อนุญาตให้ลิซ่าเข้าร่วมงานปารีสแฟชันวีคโดยอ้างเหตุผลเรื่อง Covid-19

และอีกทวีตหนึ่งบอกว่า ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ลิซ่าไม่สามารถเข้าร่วมถ่ายแบบในแคมเปญ spring/summer 2022 ของ Bulgari ร่วมกับคนดังอย่าง เซนดายา, ลิลี อัลดริดจ์ และวิตตอเรีย เชเรตติ ที่เมืองมิลานของอิตาลีเช่นเดียวกัน

การชี้แจงจากฝั่ง Bulgari สร้างความประหลาดใจและโกรธเคืองให้แฟนคลับของลิซ่าทั่วโลก เนื่องจากตอนนั้นลิซ่าก็อยู่ที่ฝรั่งเศสเรียบร้อยแล้ว และจากปารีสนั่งเครื่องต่อไปที่มิลานก็ไม่เกิน 2 ชั่วโมง และที่สำคัญคือ สมาชิก Blackpink อีก 3 คนคือ เจนนี่ จีซู และโรเซ่ เดินทางไปร่วมปารีสแฟชันวีคกับแบรนด์หรูได้ มีลิซ่าคนเดียวที่ไม่ได้ไปร่วม เหมือนกับถูกต้นสังเลือกปฏิบัติและกีดกันไม่ให้ร่วมงานกับแบรนด์ดัง

กรณีนี้ทำให้ประเด็นเรื่อง YG Entertainment เลือกปฏิบัติกับลิซ่าเพียงเพราะเธอเป็นคนไทยไม่ใช่สาวเกาหลีเหมือนเพื่อนร่วมวงกลับมาอีกครั้ง และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้นสังกัดปฏิบัติกับลิซ่าแบบนี้ ทั้งที่ลิซ่าป็อปปูลาร์ในระดับโลกไม่แพ้คนอื่น และยังเป็นศิลปินเคป็อปที่มีคนติดตามมากที่สุดในอินสตาแกรม

เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เจนนี่กับโรเซ่บินไปลอสแองเจลิสเพื่อทำงานเพลงชิ้นใหม่กันเพียง 2 คน จีซูไปร่วมไม่ได้แน่นอนเพราะติดถ่ายซีรีส์เรื่อง Snowdrop แต่ลิซ่าไม่น่าจะติดงาน แฟนๆ จึงสงสัยว่าทำไมลิซ่าไม่ได้ตามไปสมทบกับสองสาว

นอกจากนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ลิซ่าได้รับเลือกให้เป็นกรรมการรับเชิญตัดสินรางวัล ANDAM Fashion Award ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีส งานนี้ลิซ่าได้เข้าไปนั่งตัดสิน แต่พอถึงวันประกาศรางวัล แฟนๆ ที่ต่างตั้งตารอคอยชมการไลฟ์ผ่านอินสตาแกรมในวันที่ 1 ก.ค. ต้องผิดหวังเพราะลิซ่าไม่ได้มาปรากฏตัว

งานนี้เกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากเจนนีกับโรเซ่บินไปทำงานที่ลอสแองเจลิส ทำให้แฟนคลับลิซ่าสงสัยกันอีกครั้งว่าทำไม YG Entertainment อนุญาตให้สองสาวเดินทางไปทำงานแต่ไม่อนุญาตให้ลิซ่าบินไปปารีส

หากติดตามข่าวคราววงการบันเทิงฝั่งเกาหลีจะได้ยินแฟนคลับของศิลปินในสังกัด YG Entertainment บ่นเรื่องค่ายเลือกปฏิบัติหรือบุลลี่ศิลปินหลายครั้ง อย่างในกรณีของฮันบิน สมาชิกบอยแบนด์ iKON ที่ต้องออกจากวงหลังถูกตรวจพบว่าใช้สารเสพติด แต่ซึงรีของ Big Bang กลับไม่ต้องออกจากวงทั้งที่เจอปัญหาเดียวกัน

หรือในกรณีของ CL จากเกิร์ลกรุ๊ป 2NE1 ที่แฟนคลับมองว่า YG Entertainment ลำเอียงกับสมาชิกคนอื่นๆ ของวง เพราะมีแต่ CL ที่ได้ออกเพลงเดี่ยว

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ YG Entertainment ทำเหมือนเพิกเฉยกับดราม่าที่เกิดกับลิซ่าอีกหลายครั้ง อาทิ เหตุการณ์ที่ลิซ่าถูกขู่เอาชีวิตหลายครั้งเมื่อเดือน พ.ค. 2020 ก็เป็นบรรดา Blinks ที่ช่วยกันแจ้งเรื่องนี้ไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโซล

กว่า YG Entertainment จะออกมาเคลื่อนไหวก็หลังจากสถานเอกอัครราชทูตไทยแจ้งเรื่องนี้ไปยังบริษัท โดย YG Entertainment ออกแถลงการณ์ว่า ทางค่ายให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการปกป้องศิลปินเป็นอันดับแรก

ทว่าปฏิกิริยาจาก YG Entertainment มาช้าเกินไปและคำแถลงการณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้ทำให้ข้อครหาว่าค่ายยังดูแลปกป้องลิซ่าไม่พอเงียบหายไป

หรือก่อนหน้านั้นที่ลิซ่าถูกผู้จัดการที่ทำงานกับ YG Entertainment มาหลายปีฉ้อโกงเงินไปกว่า 1,000 ล้านวอนโดยที่ทางค่ายไม่ระแคะระคาย

หนึ่งในทีมงานของลิซ่าให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Chosun ของเกาหลีใต้ว่า ลิซ่าอาจตกเป็นเป้าเพราะเป็นสมาชิก Blackpink คนเดียวที่ไม่มีครอบครัวคอยช่วยเหลืออยู่ใกล้ๆ เหมือนเพื่อนๆ ในวง เพราะลิซ่าต้องจากครอบครัวที่เมืองไทยไปทำงานที่เกาหลีใต้ตั้งแต่อายุ 14 ปี

คำพูดนี้ดูเหมือนยิ่งตอกย้ำว่า YG Entertainment ไม่ได้ดูแลลิซ่าดีเท่าที่ควร

นอกจากนี้ การโปรโมทวง Blackpink ของ YG Entertainment ดูเหมือนว่าทางค่ายไม่ค่อยลงทุนลงแรงกับลิซ่า คุณภาพรูปของลิซ่ามักจะไม่เท่ากับของเมมเบอร์คนอื่นๆ โดยรูปของลิซ่าจะมีทั้งเงา แสงแฟลชที่จ้าเกินไป มือช่างภาพที่ติดอยู่ในเฟรม หรือแม้แต่ความไม่ชัดของรูปที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นมืออาชีพ

และตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่ลิซ่าโพสต์คลิปเต้นลงใน YouTube ช่อง Lilifilm Official YG Entertainment ก็ไม่เคยช่วยโปรโมท

จนทำให้ก่อนหน้านี้เกิดแฮชแท็ก #YGStopSabotagingLisa และ #YGTreatLisaRight ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ในไทยมาครั้งหนึ่งแล้ว

ภาพ: YouTube

หมออิสราเอลกว่า 2,500 คนแห่ลาออก ประท้วงเข้าเวรนาน 26 ชม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665100

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 15:30 น.หมออิสราเอลกว่า 2,500 คนแห่ลาออก ประท้วงเข้าเวรนาน 26 ชม.แพทย์ฝึกหัดกว่า 2,500 คนในอิสราเอลจับมือลาออก ร่อนจดหมายถึงรัฐมนตรีสาธารณสุข

เว็บไซต์ Times of Israel รายงานว่าบุคลากรทางการแพทย์ในอิสราเอลกว่า 2,500 คนลาออก ประท้วงรัฐบาลที่ให้พวกเขาทำงานโดยไม่ได้พักผ่อนติดต่อกันนาน 26 ชั่วโมง โดยกล่าวว่ารัฐควรให้ความสำคัญกับสุขภาพของแพทย์ ซึ่งประโยชน์ต่อประเทศชาติ เนื่องจากพวกเขาต้องดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก

นายแพทย์เรย์ บิตตัน หัวหน้าองค์กรแพทย์ฝึกหัดแห่งอิสราเอล Mirsham ระบุว่าแพทย์ฝึกหัดกว่า 2,590 คน ลงนามในหนังสือลาออกและยื่นจดหมายต่อสำนักงานกระทรวงสาธารณสุขเขตเทลอาวีฟ เพื่อส่งถึงนิตซาน โฮโรวิตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

โดยพวกเขามองว่ากระทรวงสาธารณสุขทอดทิ้งและไม่ปฏิบัติตามคำร้องขอของพวกเขา ทั้งยังไม่ให้ความสำคัญกับผู้ป่วยที่ควรได้รับการรักษาโดยแพทย์ที่มีสภาพร่างกายพร้อมสมบูรณ์ ไม่เหนื่อยล้าเช่นนี้

ก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศลดระยะเวลาการเข้าเวรของแพทย์ในโรงพยาบาล 10 แห่งทางตอนเหนือและตอนใต้ของประเทศ ให้เหลือ 18 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 63 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยระบุว่าจะขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2026

อย่างไรก็ตาม บรรดาแพทย์มองว่านั่นยังไม่ช่วยลดระยะเวลาเข้าเวรอย่างแท้จริง เนื่องจากขณะนี้ยังมีแพทย์จำนวนมากจากโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศที่ยังคงต้องทำงานหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19

ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์รวมตัวกันประท้วงในประเด็นดังกล่าวหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่ โฮโรวิตซ์กล่าวว่าเขารับทราบถึงความเหน็ดเหนื่อยของบรรดาบุคลากรทางการแพทย์ และอยากจะลดระยะเวลาการเข้าเวรของแพทย์ทั่วประเทศ แต่มันยังเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ เนื่องจากมีบุคลากรไม่เพียงพอ

แม้ว่าขณะนี้จะลดระยะเวลาการเข้าเวรของแพทย์ในโรงพยาบาลได้เพียง 10 แห่ง แต่โฮโรวิตซ์มองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์

ขณะที่บรรดาเจ้าหน้าที่แสดงความกังวลว่าการลาออกของบุคลากรทางการแพทย์ครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของอิสราเอล

ทั้งนี้ เมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ที่มาเลเซีย โดยบรรดาแพทย์จบใหม่นับหมื่นคนนัดหยุดงานเพื่อประท้วงที่รัฐบาลให้ทำงานหนักแต่ไม่ได้รับค่าตอบแทนเท่าที่ควร

ขณะที่แพทย์จบใหม่หลายคนตัดสินใจลาออกเนื่องจากภาวะหมดไฟในการทำงานท่ามกลางอัตราการเข้ารับการรักษาด้วยโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาลทั่วประเทศทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

Photo by Menahem KAHANA / AFP