เรือดำน้ำนิวเคลียร์สหรัฐชนวัตถุปริศนาในทะเลจีนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665091

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 14:00 น.เรือดำน้ำนิวเคลียร์สหรัฐชนวัตถุปริศนาในทะเลจีนใต้เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐชนวัตถุปริศนาในน่านน้ำอินโด-แปซิฟิก

กองเรือแปซิฟิกของกองทัพเรือสหรัฐเผยว่า เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ยูเอสเอส คอนเนตทิคัต (USS Connecticut) ชนวัตถุปริศนาใต้น้ำระหว่างปฏิบัติภารกิจในทะเลจีนใต้เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา

“เรือดำน้ำยังอยู่ในสภาพปลอดภัย เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของ USS Connecticut ไม่ได้รับความเสียหายและยังทำงานได้อย่างสมบูรณ์” แถลงการณ์ของกองเรือแปซิฟิกระบุ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินความเสียหายของเรือดำน้ำ

U.S. Naval Institute News เว็บไซต์ที่รายงานข่าวกองทัพเรือสหรัฐรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่รายหนึ่งว่า ลูกเรือของเรือดำน้ำ USS Connecticut 11 นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลาง

ทั้งนี้ เรือ USS Connecticut เป็นหนึ่งในสามเรือดำน้ำชั้น Seawolf ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐระบุว่าเป็นเรือที่เงียบเป็นพิเศษ เร็ว ติดอาวุธมาอย่างดี และติดตั้งเซ็นเซอร์ที่ทันสมัยที่สุด มีท่อยิงตอร์ปิโด 8 ท่อ

อุบัติเหตุเรือดำน้ำสหรัฐชนวัตถุใต้น้ำครั้งล่าสุดเกิดเมื่อปี 2005 เมื่อเรือดำน้ำยูเอสเอส ซานฟรานซิสโก (USS San Francisco) ชนภูเขาใต้น้ำ ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 นาย

Photo by Lt. Mack Jamieson / US NAVY / AFP

อินโดนีเซียอนุมัติวัคซีนใหม่จากจีน กันโควิดได้กว่า 81% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665082

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 13:00 น.อินโดนีเซียอนุมัติวัคซีนใหม่จากจีน กันโควิดได้กว่า 81%Zifivax วัคซีนโปรตีนซับยูนิตตัวใหม่จากจีนได้รับการอนุมัติใช้ในอินโดนีเซีย

รอยเตอร์สรายงานว่ารัฐบาลอินโดนีเซียอนุมัติวัคซีนโควิด-19 Zifivax ที่ผลิตโดยบริษัท Chongqing Zhifei Biological Products บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านชีวภาพของจีน นับเป็นวัคซีนโควิด-19 ของจีนตัวที่ 4 ที่ทางการอินโดนีเซียอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ต่อจาก Sinovac, Sinopharm และ CanSino

เพนนี ลูกิโต หัวหน้าหน่วยงานอาหารและยาของอินโดนีเซียกล่าวว่า จากการทดลองฉีดวัคซีนดังกล่าว 3 เข็มในระยะเวลา 3 เดือนพบว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพในการต้านโควิด-19 โดยรวมประมาณ 81% และมีประสิทธิภาพในการต้านโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาต่ำกว่าสายพันธุ์อื่นๆ เล็กน้อย อยู่ที่ 77.47%

นอกจากนี้ยังคาดว่าอินโดนีเซียจะดำเนินการผลิตวัคซีนดังกล่าวในประเทศภายในปีนี้

ทั้งนี้ วัคซีน Zifivax หรือ ZF2001 เป็นวัคซีนชนิดโปรตีนซับยูนิต (protein subunit) ที่ต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม โดยได้รับการอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินจากทางการจีนเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา

หลังจากเสร็จสิ้นการทดลองทางคลินิกในระยะที่ 1 และ 2 เมื่อเดือนต.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งดำเนินการกับอาสาสมัครอายุระหว่าง 18 ถึง 59 ปีที่ร่างกายแข็งแรงจำนวน 950 คน มีการตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Infectious Diseases พบว่า 97% ของอาสาสมัครที่ได้รับวัคซีน 3 โดสโดสละ 25 ไมโครกรัม มีภูมิคุ้มกันต่อโควิด-19 และระดับภูมิคุ้มกันของกลุ่มนี้สูงกว่าของผู้ป่วยที่หายจากโควิด-19 แล้ว และไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรง

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองขั้นสุดท้ายในจีน อุซเบกิสถาน ปากีสถาน เอกวาดอร์ และอินโดนีเซีย ในอาสาสมัครจำนวน 28,500 คน ซึ่งรายงานเมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมาระบุว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตจากโควิด-19 อยู่ที่ 100%

Photo by STR / AFP

CIA ตั้งหน่วยทำงานพิเศษพุ่งเป้าที่จีนโดยเฉพาะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665081

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 12:10 น.CIA ตั้งหน่วยทำงานพิเศษพุ่งเป้าที่จีนโดยเฉพาะการข่าวกรองของสหรัฐกับจีนแข่งขันกันอย่างหนัก ล่าสุด CIA ของสหรัฐตั้งหน่วยพิเศษพุ่งเป้าไปที่จีนโดยเฉพาะ

บิลล์ เบิร์นส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA ของสหรัฐเผยว่า CIA ได้ตั้งหน่วยทำงานใหม่ระดับสูงชื่อ China Mission Center (ศูนย์ภารกิจจีน) เพื่อจัดการความท้าทายจากจีนโดยเฉพาะ

“ศูนย์ใหม่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับงานรวบรวมข่าวกรองในภัยคุกคามทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญที่สุดที่เราเผชิญในศตวรรษที่ 21…รัฐบาลจีนที่มีความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันมากขึ้น…CIA จะอยู่แนวหน้าในขณะที่เรากำลังเผชิญกับการทดสอบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยากที่สุดในยุคของการแข่งขันของมหาอำนาจยุคใหม่” เบิร์นส์ระบุในแถลงการณ์

และยังย้ำว่า ความกังวลของ CIA คือ ภัยคุกคามจากรัฐบาลจีน ไม่ใช่ชาวจีน

ทั้งนี้ เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เบิร์นส์เผยกับวุฒิสภสหรัฐว่า ผู้นำจีนที่มีความเป็นปฏิปักษ์และชอบล่าเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และบอกว่าเป้าหมายของจีนคือการขึ้นเป็นประเทศที่ทรงพลังและมีอิทธิพลแทนที่สหรัฐ

หน่วยพิเศษ China Mission Center ถือเป็นหน่วยงานที่พุ่งเป้าไปที่จีนโดยเฉพาะหน่วยงานแรก และเปรียบเสมือนภารกิจของ CIA ที่จับตารัสเซียเป็นพิเศษในระหว่างสงครามเย็น และการเน้นการต่อต้านการก่อการร้ายหลังเหตุโศกนาฏกรรม 9/11

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ CIA เกิดขึ้นหลังจาก CIA และ FBI พบว่าจีนจ้างพลเมืองสหรัฐให้จัดหาข้อมูลลับหรือข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทอกชน และยังใช้พลเมืองจีนที่ทำงานในสหรัฐทำหน้าที่ส่งข่าวกรองให้รัฐบาลจีนหลายเคส

Photos by MANDEL NGAN and Anthony WALLACE / AFP

วุฒิสภาสหรัฐไฟเขียวเพิ่มเพดานหนี้เป็นเกือบ 1,000 ล้านล้านบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665073

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 11:15 น.วุฒิสภาสหรัฐไฟเขียวเพิ่มเพดานหนี้เป็นเกือบ 1,000 ล้านล้านบาทสหรัฐรอดผิดนัดชำระหนี้หวุดหวิดหลังวุฒิสภาอนุมัติเพิ้มเพดานหนี้ระยะสั้น

ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตประกาศว่า วุฒิสภาสหรัฐมีมติ 50-48 ผ่านร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐชั่วคราวไปจนถึงวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ช่วยให้สหรัฐเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ที่จะถึงกำหนดในอีก 11 วันข้างหน้า

ร่างกฎหมายนี้จะเพิ่มเพดานหนี้อีก 480,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเพดานหนี้เดิมที่อยู่ที่ 28.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้เพดานหนี้สหรัฐขยับขึ้นเป็น 28.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 978.26 ล้านล้านบาท

หลังจากนี้ร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้จะถูกส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยมีการคาดการณ์ว่าสภาผู้แทนราษฎรจะอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าว และส่งต่อให้ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนกำหนดเส้นตายวันที่ 18 ต.ค.นี้

ข่าวดีดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นขยับขึ้น โดยดัชนี S&P 500 อยู่ในแนวบวกเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันหลังทราบข่าวว่าวุฒิสภาจะอนุมัติเพิ่มเพดานหนี้

REUTERS/Evelyn Hockstein/File Photo

อังกฤษคลายมาตรการกักตัว ถอนไทยพ้นประเทศสีแดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665070

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 10:30 น.อังกฤษคลายมาตรการกักตัว ถอนไทยพ้นประเทศสีแดงอังกฤษถอน 47 ประเทศรวมถึงไทยออกจากกลุ่มประเทศสีแดง เดินทางเข้าได้ไม่ต้องกักตัว

วันนี้ (8 ต.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าอังกฤษจะถอนชื่อ 47 ประเทศรวมถึงไทย ออกจากบัญชีรายชื่อประเทศสีแดง หรือกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุดในการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ต.ค. ที่จะถึงนี้

ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่เดินทางจากประเทศไทยและประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากกลุ่มประเทศสีแดงสามารถเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรได้โดยไม่ต้องกักตัว หากฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่สหราชอาณาจักรให้การรับรองครบโดสแล้ว ไม่ต่ำกว่า 2 สัดาห์ก่อนเดินทาง

ทั้งนี้ วัคซีนที่สหราชอาณาจักรให้การรับรอง ได้แก่ Pfizer, Moderna, AstraZeneca และ Johnson & Johnson

โดยประเทศที่อยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศสีแดงของสหราชอาณาจักรจะคงเหลือเพียง 7 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐโดมินิกัน, โคลอมเบีย, เอกวาดอร์, ปานามา, เปรู, เฮติ และเวเนซุเอลา ซึ่งผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเหล่านี้ยังคงต้องกักตัว 10 วันตามมาตรการของรัฐบาลอังกฤษ

Photo by REUTERS/Guy Faulconbridge

ทำไมหลายคนมอง Bitcoin มีค่าเป็นศูนย์ แม้ราคาพุ่งทะลุ 55,000 ดอลลาร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665044

วันที่ 07 ต.ค. 2564 เวลา 19:00 น.ทำไมหลายคนมอง Bitcoin มีค่าเป็นศูนย์ แม้ราคาพุ่งทะลุ 55,000 ดอลลาร์Bitcoin ทำสถิติใหม่ในรอบหลายเดือน แต่หลายฝ่ายเชื่อมูลค่าจริงๆ เท่ากับศูนย์

วันนี้ (7 ต.ค.) คริปโตเคอร์เรนซีอันดับหนึ่งอย่าง Bitcoin ปรับตัวขึ้นอีกครั้งแตะระดับ 55,000 เหรียญสหรัฐ หลังจากที่ร่วงลงอย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ตอกย้ำคำพูดของ Steve Hanke นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังจากสหรัฐและอีกหลายคนที่เคยกล่าวว่าคริปโตเคอร์เรนซีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีการเก็งกำไรสูง มีความผันผวน และไม่มีมูลค่าที่แท้จริง

หรืออาจกล่าวได้ว่ามูลค่าที่แท้จริงของมันเป็นศูนย์

Hanke ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ประยุกต์จากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อ Bitcoin หลายครั้ง พร้อมเตือนนักลงทุนให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าว โดยเชื่อว่าเมื่อมีขึ้นก็ย่อมมีลง และวันหนึ่ง Bitcoin จะร่วงลงอย่างรุนแรง

เช่นเดียวกับ Andrew Bailey ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศอังกฤษซึ่งเคยเตือนว่า คริปโตเคอร์เรนซี่นั้นไม่มีมูลค่าที่แท้จริง และผู้คนควรซื้อมันหากพวกเขาพร้อมที่จะเสียเงินเท่านั้น

รวมไปถึง Donald Trump อดีตประธานาธิบดีสหรัฐที่แสดงจุดยืนไม่สนับสนุน Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลมาโดยตลอด โดยมองว่ามันไม่ใช่เงิน เพราะมูลค่าของพวกมันผันผวนมาก

“มันอาจจะเป็นเรื่องหลอกลวงก็ได้ ใครจะไปรู้ว่าจริงๆ แล้วพวกมันคืออะไร มูลค่าแท้จริงเท่าไร ปลอดภัยไหม แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่คนไม่ค่อยรู้จักมากนัก”

นอกจากนี้ยังมีการ “ปั่น” ความสนใจในการลงทุนแบบบ้าคลั่ง ซึ่งส่งผลต่อความผันผวนของราคา โดย Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอื่นๆ ก็เหมือนสินทรัพย์ทั่วไปที่มีการลงทุนและเก็งกำไร จึงไม่อาจรอดพ้นภาวะฟองสบู่ไปได้

โดย Gabriel Makhlouf ผู้ว่าการธนาคารกลางไอร์แลนด์ได้นำไปเปรียบเทียบกับ Tulip Mania ในปี 1636 กรณีศึกษาภาวะฟองสบู่แตกครั้งแรกของโลก ที่ผู้คนทุ่มเงินไปกับการซื้อทิวลิปเพราะพวกเขาเชื่อว่ามันคือการลงทุน

นอกจากความผันผวนที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้แล้ว Hanke ยังมองว่า Bitcoin มีความเสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกงอีกด้วย โดยก่อนหน้านี้ Bitcoin ถูกนำมาใช้ในเรื่องผิดกฎหมายอย่างการแฮกระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเรียกค่าไถ่หลายครั้ง และหลายฝ่ายยังกังวลว่า Bitcoin จะถูกควบคุมโดยรัฐบาลในอนาคต

ในทางกลับกัน Anthony Scaramucci ซีอีโอของ SkyBridge Capital บริษัทการลงทุนระดับโลกมองว่าความผันผวนนั้นเป็นเรื่องปกติ ซึ่ง Bitcoin มีความผันผวนสูงเนื่องจากยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

พร้อมยกตัวอย่าง Amazon ที่ตอนนี้เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพล แต่หากย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อนก็มีความผันผวนเช่นกัน แต่หากคุณนำเงิน 10,000 เหรียญสหรัฐไปซื้อหุ้น Amazon คุณจะมีเงินราว 30 ล้านเหรียญสหรัฐในวันนี้

ขณะที่ยังมีบรรดาบริษัทและนักลงทุนอีกจำนวนมากที่สนับสนุน Bitcoin รวมไปถึงรัฐบาลอย่างประเทศเอซัลวาดอร์ที่ประกาศให้ Bitcoin เป็นสกุลเงินที่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

ล่าสุด มูลค่าของ Bitcoin ทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 เดือน เมื่อมีข่าวว่ากองทุนของพ่อมดการเงินอย่าง George Soros เข้าลงทุนใน Bitcoin แล้ว ขณะที่นักลงทุนเริ่มคุ้นชินกับความผันผวนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี

ที่มา: Cryptopotato, Time

ภาพ: REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

CIA ยอมรับสายลับถูกฆ่า-บีบให้เผยความลับหลายสิบคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665042

วันที่ 07 ต.ค. 2564 เวลา 18:10 น.CIA ยอมรับสายลับถูกฆ่า-บีบให้เผยความลับหลายสิบคนCIA เผยสายลับต่างชาติหลายคนของสหรัฐหลายคนถูกจับ สังหาร หรือเปลี่ยนให้เป็นสายลับสองหน้า

สำนักข่าว The New York Times รายงานโดยอ้างบุคคลที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ดีว่า สัปดาห์ที่แล้วเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานต่อต้านข่าวกรองสหรัฐส่งคำเตือนไปยังสถานีและฐานปฏิบัติการของ CIA ทั่วโลกถึงตัวเลขสายลับต่างชาติที่ทำงานให้สหรัฐที่ถูกฝ่ายตรงข้ามจับกุมตัว ถูกสังหาร หรือถูกเปลี่ยนให้เป็นสายลับสองหน้า

บันทึกลับสุดยอดระบุว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวกรองของ CIA ได้พิจารณาคดีหลายคดีในช่วงไม่กี่ปีล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับสายลับต่างชาติที่ถูกสังหาร ถูกจับตัว หรือถูกบีบบังคับให้เปิดเผยความลับ ถึงแม้จะเป็นข้อความสั้นๆ แต่บันทึกลับสุดยอดนี้เปิดเผยตัวเลขที่แน่นอนของเจ้าหน้าที่ที่ถูกหน่วยข่าวกรองของฝ่ายตรงข้ามสังหาร ซึ่งเป็นรายละเอียดที่เจ้าหน้าที่ต่อต้านข่าวกรองมักจะไม่ค่อยเปิดเผยให้บันทึกลับเช่นนี้

The New York Times รายงานอีกว่า บันทึกลับนี้เน้นย้ำให้เห็นว่า CIA กำลังตกที่นั่งลำบากในการสรรหาสายลับมาทำงานในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากต่างๆ กันทั่วโลก ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหน่วยข่าวกรองฝ่ายตรงข้ามจากรัสเซีย จีน อิหร่าน และปากีสถาน ต่างก็ไล่ล่าตัวแหล่งข่าวของ CIA และที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือ บางครั้งก็เปลี่ยนสายลับของสหรัฐให้เป็นสายลับสองหน้า

บันทึกลับสุดยอดยอมรับว่าการสรรหาสายลับคนใหม่เป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง โดยยกตัวอย่างประเด็นที่สร้างปัญหาให้กับหน่วยงานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการขาดทักษะ การเชื่อแหล่งข่าวมากเกินไป การประเมินหน่วยข่าวกรองของประเทศอื่นต่ำเกินไป และเคลื่อนไหวในการว่าจ้างสายข่าวเร็วเกินไปโดยละเลยความเสี่ยงด้านการต่อต้านข่าวกรอง ซึ่งเป็นปัญหาที่บันทึกลับสุดยอดดังกล่าวเรียกว่าเป็นการ “วางภารกิจไว้เหนือความปลอดภัย”

สายข่าวที่ถูกบีบบังคับให้เปิดเผยความลับจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายังแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ยอดเยี่ยมของประเทศอื่นในการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ อาทิ การสแกนพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล การจดจำใบหน้า ปัญญาประดิษฐ์ และเครื่องมือแฮกต่างๆ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ CIA แล้วสาวไปหาแหล่งข่าว

อดีตเจ้าหน้าที่ CIA เผยกับ The New York Times ว่า การสูญเสียสายข่าวไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่บันทึกลับสุดยอดนี้แสดงให้เห็นว่าปัญหานี้เร่งด่วนกว่าที่สาธารณชนเข้าใจ

จากปากคำของผู้ที่ได้อ่านบันทึกลับสุดยอด คำเตือนดังกล่าวมีเป้าหมายหลักไปที่เจ้าหน้าที่สายลับที่ปฏิบัติการในแนวหน้าซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงที่สุดในการสรรหาและตรวจสอบแหล่งข่าว และเตือนเจ้าหน้าที่ CIA ที่ทำหน้าที่สรรหาและฝึกสายลับ (case officer) ว่านอกจากการสรรหาสายลับแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องความปลอดภัย รวมทั้งการตรวจสอบข้อมูล และการหลบเลี่ยงสายลับฝ่ายตรงข้าม

อดีตเจ้าหน้าที่ CIA เผยกับ The New York Times ว่า การส่งตำเตือนไปยังสถานีและฐานปฏิบัติการของ CIA ทั่วโลกไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นบันทึกที่ระบุตัวเลขแบบเจาะจงของสายข่าวที่ถูกฝ่ายตรงข้ามจับกุมหรือสังหารเป็นรายละเอียดในระดับที่ไม่ปกติ ซึ่งบ่งบอกถึงความสำคัญของปัญหานี้

นอกจากนี้ บันทึกลับสุดยอดนี้ยังชี้ให้เห็นว่า สายลับของ CIA ประเมินฝ่ายตรงข้ามต่ำเกินไป (เชื่อว่างานหาข่าวที่ต้องใช้ฝีมือและเครื่องมือทางเทคนิคพิเศษ (tradecraft) ของตัวเองเหนือกว่าหน่วยข่าวกรองของประเทศอื่น) ทว่าผลการวิจัยบ่งบอกว่าประเทศที่ตกเป็นเป้าหมายของสหรัฐก็มีทักษะในการเสาะหาตัวสายข่าวของสหรัฐด้วย

อดีตเจ้าหน้าที่ CIA บางคนเชื่อว่าทักษะของเจ้าหน้าที่ CIA ในการสกัดกั้นการหาข่าวกรองของฝ่ายตรงข้ามเสื่อมถอยลงหลังจากหมกมุ่นอยู่กับภัยคุกคามด้านก่อการร้ายในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี บันทึกลับสุดยอดของ CIA ระบุว่าไม่สามารถระบุตัวเลขสายลับที่เปลี่ยนไปอยู่ฝ่ายตรงข้ามสหรัฐ โดยบางครั้งสายข่าวที่ถูกหน่วยข่าวกรองฝ่ายตรงข้ามระบุตัวได้ก็ไม่ถูกจับกุมตัว แต่ถูกเปลี่ยนให้เป็นสายลับสองหน้าที่ให้ข้อมูลผิดๆ กับ CIA ซึ่งส่งผลร้ายต่อการรวบรวมและวิเคราะห์ข่าวกรอง โดยอดีตเจ้าหน้าที่บอกว่าปากีสถานเชี่ยวชาญในเรื่องนี้มาก

อดีตเจ้าหน้าที่ CIA เผยว่า จีนกับอิหร่านสั่งสังหารเครือข่ายสายลับของสหรัฐหลังเจาะเข้าระบบสื่อสารที่เป็นความลับของราชการที่เรียกว่า covcom ที่ CIA ใช้ ส่วนคนที่รอดชีวิตต้องถอนตัวออกจากพื้นที่แล้วย้ายไปตั้งรกรากที่อื่นที่ CIA จัดหาให้เพื่อความปลอดภัย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ข่าวกรองบางคนในอิหร่านและจีนเชื่อว่าสหรัฐให้ข้อมูลแก่หน่วยงานฝ่ายตรงข้ามซึ่งช่วยเปิดโปงหนอนในเกลือ อาทิ โมนิกา เอลฟรีด วิตต์ ทหารอากาศหญิงที่แปรพักตร์ไปเข้ากับอิหร่าน เธอถูกสหรัฐดำเนินคดีในข้อหาให้ข้อมูลลับกับอิหร่าน และเจอร์รี ชุน อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ที่ถูกตัดสินจำคุก 19 ปีในข้อหาให้ข้อมูลลับกับรัฐบาลจีน

ดักลาส ลอนดอน อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ที่ทำหน้าที่หาข่าวกรอง เผยว่า กรณีระเบิดที่ฐานของ CIA ในจังหวัดโคสต์ของอัฟกานิสถานเมื่อปี 2009 ซึ่งคร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ไป 7 รายเป็นตัวอย่างที่ดีของการวางภารกิจไว้เหนือความปลอดภัย การระเบิดฆ่าตัวตายครั้งนั้น แพทย์ชาวจอร์แดนที่ CIA คิดว่าได้ชักชวนให้เข้าไปแทรกซึมกลุ่มอัลกออิดะห์ได้แล้ว แท้จริงแล้วอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับสหรัฐ

AFP PHOTO / AFP FILES / SAUL LOEB

อาเซียนอาจไม่เชิญผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาร่วมวงประชุม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665022

วันที่ 07 ต.ค. 2564 เวลา 15:00 น.อาเซียนอาจไม่เชิญผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาร่วมวงประชุมอาเซียนหารืองดเชิญผู้นำเมียนมาร่วมประชุมซัมมิต หลังไม่ให้ความร่วมมือแก้วิกฤตรัฐประหารเมียนมา

อีริวาน ยูซอฟ ทูตพิเศษอาเซียนด้านเมียนมาเผยว่าประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กำลังหารือกันว่าอาจไม่เชิญผู้นำรัฐบาลทหารของเมียนมาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนที่จะจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 26 ถึง 28 ตุลาคมนี้

เนื่องจากเมียนมายังไม่มีความคืบหน้าในการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ที่ตกลงกับอาเซียนไว้ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขความวุ่นวายและฟื้นฟูสันติภาพหลังเกิดรัฐประหาร ซึ่งรวมถึงการให้ทูตพิเศษของอาเซียนเยือนเมียนมาด้วย

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนได้หารือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในระหว่างการสนทนาทางวิดีโอเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่เชิญผู้นำเมียนมาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนที่จะจัดขึ้นปลายเดือนนี้

ยูซอฟระบุว่าประเทศสมาชิกได้หารือในประเด็นดังกล่าวอย่างลึกซึ้ง โดยสิ่งสำคัญคือรัฐบาลเมียนมาไม่มีความคืบหน้าในการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งประเทศสมาชิกก็แสดงความกังวล

ขณะที่ไซฟุดดิน อับดุลลาห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซียชี้ว่า เมื่อเมียนมาไม่สามารถให้ความร่วมมือดังกล่าวได้ ก็เป็นเรื่องยากที่ผู้นำเมียนมาจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดในครั้งนี้

นอกจากนี้ยูซอฟยังเผยว่ารัฐบาลเมียนมาไม่ได้ตอบรับคำร้องขอเข้าพบนางออง ซาน ซูจี ที่เขาได้ยื่นต่อวันนา หม่อง ละวิน รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

อีกทั้ง แหล่งข่าวใกล้ชิดรัฐบาลมาเลเซียคาดว่าทูตพิเศษของอาเซียนไม่น่าจะได้เยือนเมียนมาก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนตามที่ตั้งเป้าไว้ในตอนแรก

ด้านจอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลเมียนมายังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าว แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีการประกาศว่าจะให้ความร่วมมือกับอาเซียนโดยไม่ผ่อนปรนอำนาจอธิปไตยของตน

Photo by Alexander Zemlianichenko/Pool via REUTERS/File Photo

สวีเดน-นอร์เวย์-เดนมาร์กหยุดฉีด Moderna ให้คนอายุน้อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665017

วันที่ 07 ต.ค. 2564 เวลา 14:24 น.สวีเดน-นอร์เวย์-เดนมาร์กหยุดฉีด Moderna ให้คนอายุน้อย3 ประเทสแถบสแกนดิเนเวียหยุดฉีดวัคซีนของ Moderna ให้คนอายุน้อยเพราะมีผลข้างเคียง

กระทรวงสาธารณสุขสวีเดนแนะนำให้หยุดฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ของ Moderna ให้กับประชาชนที่อายุตั้งแต่ 30 ปีลงมาชั่วคราว เนื่องจากมีหลักฐานเพิ่มเติมว่ามีความเสี่ยงจะเกิดผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น อาทิ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ โดยแนะนำให้ประชาชนกลุ่มนี้ฉีดวัคซีนของ Pfizer-BioNTech แทน

กระทรวงสาธารณสุขสวีเดนระบุว่า ความเสี่ยงดังกล่าวพบบ่อยในเพศชายที่อายุน้อยหลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ไปแล้ว 2-4 สัปดาห์ โดยปกติอาการจะค่อยๆ หายไปเองแต่คนที่มีอาการควรได้รับการประเมินจากแพทย์

ชาวสวีเดนที่อายุตั้งแต่ 30 ปีลงมาได้รับวัคซีนของ Moderna เข็มแรกแล้วราว 81,000 คน แต่ อันเดส เทกเนลล์ นักระบาดวิทยาของสวีเดนเผยว่า คนที่เพิ่งฉีดวัคซีนของ Moderna ไม่ว่าจะเป็นเข็มแรกหรือเข็มที่ 2 ไม่ต้องกังวลเนื่องจากความเสี่ยงมีน้อยมาก แต่ต้องเฝ้าระวังอาการที่อาจเกิดขึ้น

ขณะที่เดนมาร์กจะหยุดฉีดวัคซีนของ Moderna ให้ประชาชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีโดยใช้วัคซีนของ Pfizer-BioNTech แทน เช่นเดียวกกับกระทรวงสาธารณสุขนอร์เวย์ที่จะฉีดวัคซีนของ Pfizer-BioNTech ให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมทั้งแนะนำให้ผู้ชายที่อายุน้อยกว่า 30 ปี เลือกฉีดวัคซีนของ Pfizer-BioNTech

ไก บุคโฮล์ม รองอธิบดีกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า “ขอเน้นย้ำว่าวัคซีนของ Moderna มีประสิทธิภาพไม่ต่างจากวัคซีนของ Pfizer-BioNTech และวัคซีนทั้งสองยี่ห้อยังเป็นวัคซีนแนะนำสำหรับผู้ที่อายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป”

ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของ Moderna ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กร่วง 5.3%

ด้าน สเตฟาน บ็องเซล ซีอีโอ Moderna เผยว่า ข้อมูลชุดใหญ่กว่า รวมทั้งข้อมูลจากการใช้งานจริงจากสหรัฐบ่งชี้ว่าความเสี่ยงของการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบใกล้เคียงกันระหว่างวัคซีนทั้งสองยี่ห้อ และกล่าวอีกว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากการติด Covid-19 มีมากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดอาการจากการฉีดวัคซีน

REUTERS/Mike Segar/File Photo

กฎใหม่จากอิสราเอล ไม่นับคนที่ฉีดวัคซีนมาแล้วเกิน 6 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665014

วันที่ 07 ต.ค. 2564 เวลา 13:30 น.กฎใหม่จากอิสราเอล ไม่นับคนที่ฉีดวัคซีนมาแล้วเกิน 6 เดือนชาวอิสราเอลเกือบ 2 ล้านคนถูกเพิกถอนใบรับรองการฉีดวัคซีน หลังมีกฎใหม่ให้เฉพาะคนที่ฉีดวัคซีนมาไม่เกิน 6 เดือน

Time of Israel รายงานว่าทางการอิสราเอลได้ออกกฎใหม่สำหรับ Green Pass หรือใบรับรองการฉีดวัคซีน ซึ่งบังคับใช้ในวันที่ 3 ต.ค. เป็นต้นไป โดยมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับใบรับรองการฉีดวัคซีนใหม่ ซึ่งส่งผลให้ชาวอิสราเอลราว 1.7 ถึง 1.9 ล้านคนถูกเพิกถอนใบรับรองการฉีดวัคซีน

ภายใต้กฎดังกล่าวจะออก Green Pass ให้สำหรับประชาชนที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 หรือ 3 ภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือนก่อนหน้านี้ สำหรับผู้ที่หายจากโรคโควิด-19 แล้วจะได้รับ Green Pass เมื่อฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มหลังจากหายป่วย

ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน รวมถึงเด็กที่ยังไม่มีสิทธิ์ฉีดวัคซีน จะได้รับบัตรผ่านชั่วคราวอายุการใช้งาน 7 วัน เมื่อมีผลตรวจเชื้อเป็นลบ

ทั้งนี้ Green Pass ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ทั้งหมดจะถือเป็นโมฆะ โดยชาวอิสราเอลที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ระบุไว้ตามกฎข้างต้นจะได้รับใบรับรองใหม่ผ่านทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของกระทรวงสาธารณสุข

โดยชาวอิสราเอลจะใช้ Green Pass ในการยืนยันว่าได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม และเข้าถึงพื้นที่สาธารณะต่างๆ อาทิ ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์

การเปลี่ยนแปลงกฎดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่มีการเปิดเผยผลการศึกษาหลายฉบับซึ่งแสดงให้เห็นว่า ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการฉีดวัคซีนเริ่มลดลงเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 6 เดือน

เมื่อต้นเดือนก.ย. ได้มีรายงานว่าอิสราเอลกำลังวางแผนฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 4 ให้แก่ประชาชน หลังจากที่เป็นประเทศแรกของโลกที่้เสนอการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 อย่างเป็นทางการ และเป็นประเทศแรกที่เริ่มฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้แก่ประชาชนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป

ซัลมาน ซาร์กา หัวหน้าหน่วยงานด้านไวรัสโคโรนาแห่งชาติอิสราเอลเผยว่า แอนติบอดีที่ได้จากการฉีดวัคซีนมีแนวโน้มลดลงเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้น เราอาจต้องฉีดวัคซีนปีละครั้ง หรือทุกๆ 5 ถึง 6 เดือน

Photo by AHMAD GHARABLI / AFP